Guest   
 
Username: 
Password:  




 




  







 
อ่านเรื่อง
Black Floral
Secret เด็กข้างบ้าน
Black Floral 16
19
15/07/2554 10:23:25
912
เนื้อเรื่อง

16

ตัวอย่างการทดลองที่ล้มเหลว

 

 

 

            ฉันรีบวิ่งตามเดย์ไปหลังจากนั้นอีกห้านาทีต่อมา พอวิ่งมาถึงลานกลางของวัด ฉันก็เห็นพวกเด็กวัดทั้งหลายกำลังยืนรวมกลุ่มมองออกไปนอกประตูที่ถูกเปิดขึ้น

            เกิดอะไรขึ้น! ”

            มีคนลักพาตัวพี่แฟรี่ไปอ่ะเจ๊!! ” หนึ่งในเด็กวัดที่สนิทกับฉันตะโกนขึ้นด้วยความตกใจ

            ลักพาตัว! แล้ว เดย์ล่ะ อาจารย์ด้วย! ”

            อาจารย์เข้าไปในเมืองยังไม่กลับมา พี่เดย์วิ่งตามแฟรี่ไปแล้ว!! ”

            “…”

ติ๊ดๆ

            ฉันกดอ่านข้อความที่ถูกส่งมาจากเพฟอีกครั้ง และนั่นก็ทำให้ฉันต้องตกใจแล้วรีบวิ่งตามเดย์ไปทันที!

            มันคือกับดัก ยัยนั่นไม่ได้ถูกลักพาตัว รีบไปช่วยคนของเธอเร็ว! ’

 

            บ้าจริง!!

 

 

 

ตึกตึกตึกตึกตึก

            ตอนนี้ฉันวิ่งแข่งกับเวลา และฉันรู้ว่าตัวเองยังไม่หายดีถ้าวิ่งอย่างกับกระทิงต่อไปแบบนี้อีกราวๆ ครึ่งชั่วโมงฉันคงจะไม่ไหวแน่ๆ

            อีกอย่างยัยเพฟรู้ได้ไงว่าแฟรี่กำลังจะทำอะไร ส่งมาทันใจฉันเนี่ยนะ!?

ซ่า!!

            เยี่ยมเลย =_=!! คนกำลังใช้ความคิดแต่ฝนดันตกพาความคิดฉันไหลตามน้ำซึมลงดินไปหมด!

            เดย์!! ” ฉันตะโกนเรียกเดย์แต่ไม่มีเสียงใดรับกลับ รอยเท้าที่อยู่บนดินเริ่มหายไปเพราะน้ำฝนที่ตกลงมา และตอนนี้ความมืดก็ปกคลุมรอบป่ามีเพียงแค่ลมหายใจของสิ่งมีชีวิตทั้งอันตรายและไม่อันตรายหลงเหลืออยู่ให้รู้สึกถึง

            พี่เดย์! ” เสียงของแฟรี่ดังขึ้นไม่ไกลนัก ฉันจึงพยายามย่องไปที่จุดนั้นให้เงียบเชียบที่สุดก่อนจะรีบหลบด้านหลังต้นไม้

            ในที่สุดฉันก็วิ่งมาเร็วพอจะเห็นเหตุการณ์ข้างหน้าที่กำลังดำเนินไปอย่างเคร่งเครียด แฟรี่ถูกคนที่ตัวใหญ่กว่าซึ่งน่าจะเป็นผู้ชายล็อคตัวให้อยู่ด้านหน้า ส่วนร่างผมดำที่เปียกโชกกำลังยืนหันหลังให้ฉันที่ยืนหลบอยู่มองอีกฝ่ายเงียบๆ

            ช่วยด้วย! ”

            อีกครั้งที่ยัยนี่ส่งเสียงขอความช่วยเหลือลั่นป่ากะว่าวันนี้จะแข่งกับเสียงฟ้าร้องเอาเหรียญทอง -_-

            ปล่อยผู้หญิงซะ

            ถ้าฉลาด ให้ถอยหลังไปจะดีกว่าหรือจะปล่อยให้ยัยนี่แหกปากจนตกเขาไปก็ตามใจอีกฝ่ายใช้เครื่องเปลี่ยนเสียงทำให้เราไม่สามารถรู้ได้เลยว่าเขาเป็นใคร ตอนนี้บริเวณที่เดย์ แฟรี่และคนร้ายยืนอยู่เป็นเพียงทางแคบๆ ที่วนรอบเขาด้านซ้ายเป็นหน้าผาหิน ด้านขวาก็คือทางที่ลาดชันสูงทอดไปด้านล่างที่มีแต่ต้นไม้ ต้นไม้ และต้นไม้ ถ้าเดินก้าวพลาดแม้แต่นิดเดียวละก็

            ฉันสังหรณ์ว่าตัวเองจะต้องไปร่วมสถานการณ์ตรงนั้นได้แล้ว -_-

            ฉันจะเตือนแกเป็นครั้งสุดท้าย ปล่อย

            เสียงของมิดเดย์แข็งกร้าวขึ้นในพริบตา

            ฉันก็ไม่ชอบพูดซ้ำเหมือนกัน

            แต่อีกฝ่ายก็เหมือนจะไม่ต่างกันซะเท่าไหร่ = =

พลึ่บ!

            ทันใดนั้นเดย์ก็ชักปืนขึ้นเล็งเป้าหมาย และนั่นก็ทำให้ฉันและยัยแฟรี่ตกใจพร้อมๆ กันเพราะท่าทีของเดย์ไม่ลังเลใจแม้แต่นิดเดียวที่จะลั่นไกปืน

            พี่เดย์จะทำอะไรน่ะ! ”

            เชื่อใจฉันแฟรี่

            เสียงพูดดูเรียบสนิทแต่แฝงไปด้วยความอ่อนโยนทำให้ความตื่นตระหนกของเด็กสาวลดลงไป ฉันยืนมองแผ่นหลังนั้นด้วยความรู้สึกอึดอัดอธิบายไม่ถูก แต่แล้วแสงแวบที่ฉายขึ้นในชั่ววินาทีเบี่ยงเบนความสนใจฉันให้หันไปมองด้านบนหน้าผาและฉันก็เห็น

            คนที่สวมชุดดำปกปิดร่างกายและส่วนหัวกำลังเล็งปืนยาวตรงมาด้านล่าง และเป้าหมายของเขาก็คือมิดเดย์

ปัง!

            กรี๊ด!! ”

            ฉันเบิกตากว้างรู้สึกตัวเองหยุดหายใจไปชั่วขณะหลังจากคนร้ายด้านบนนั้นถูกยิงจนตกลงมาด้านล่าง แฟรี่กรีดร้องด้วยความตกใจรวมไปถึงคนร้ายที่ล็อคตัวเธออยู่ด้วย

            เห็นหน้าฉันดูเล่นง่ายขนาดนั้นเชียวน้ำเสียงดูถูกออกแนวรุนแรงป่าเถื่อนหลุดออกมาจากปากผู้ชายที่ขี้เล่น ยิ้มเก่ง ที่พึ่งจะฆ่าคนร้ายไปอย่างไม่รู้สึกสะเทือนใจอะไร ฉันหันไปจ้องมองแผ่นหลังอีกครั้งนั้นโดยไม่ได้ตั้งใจจะจิกเล็บฝังเนื้อไม้ต้นไม้ที่บังฉันอยู่แต่อย่างใด ฉันแค่รู้สึกประหลาดใจและอีกหลายๆ ความรู้สึกที่บอกไม่ถูกจริงๆ

            แกทำให้ฉัน เซ็งเต็มทีและมือนั้นก็เตรียมกดไกปืนอีกครั้งเพื่อเก็บเป้าหมายที่มีตัวประกันอยู่ด้านหน้าอย่างไม่ลังเล ความมั่นใจนั้นเต็มร้อยโดยที่เหลือไว้ให้คิดถึงการผิดพลาด

ตึกตัก!

ปัง!

            เดย์!! ”

            ฉันไม่รู้ว่าตัวเองเกิดบ้าอะไรขึ้นมา ฉันไม่คิดอยากจะเป็นซุปเปอร์ฮีโร่เอาตอนที่มีปืนจ่อหน้าคนซักเท่าไหร่ด้วยซ้ำ แต่ก่อนหน้าเสียงปืนจะดังขึ้นเพียงไม่กี่วิ หัวใจฉันเหมือนถูกเขย่าแรงๆ หนึ่งที ร่างกายหนักอึ้ง ท้องรู้สึกโหวงๆ และสุดท้ายประสาททั้งหมดก็ถูกสั่งให้วิ่งไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว วิ่งไปแบบไร้เหตุผลนั่นแหละ!

พลั่ก!!

            พอเข้าถึงตัวมิดเดย์ในจังหวะที่เขาหันมามองฉัน ฉันก็ผลักเขาสุดแรงจนตัวเราทั้งสองคนเซพลัดตกหน้าผาลงไปด้านล่างอย่างรวดเร็ว และเสียงปืนก็ดังระงมลั่นป่าอีกครั้งถัดมาอีกสองสามวินาที

 

พลุ่บ พลั่บ พลั่ก ตุบตับ!!

            เราสองคนเด้งไปเด้งมากับพื้นดินที่ลาดชัน พอคว้าต้นไม้ได้แรงดึงดูดที่มีมากก็ดึงให้ร่างฉันถูกฉุดไปด้านล่างอีกครั้ง และทั้งฉันทั้งเดย์ก็กลายเป็นบอลกลิ้งกับพื้นอย่างสนุกสนาน

ตลุบตุบตับ พลุ่บพลั่บ

            แขนขาฉันถลอกไปตลอดระยะทางที่กลิ้งตกลงมาแต่ฉันไม่มีเวลาจะมาแหกปากร้องไห้ เพราะในตอนนี้ฉันต้องเพ่งสมาธิไปกับการช่วยชีวิตตัวเอง!

พลึ่บ!

            สุดขอบหน้าผาด้านล่างคือน้ำตกที่มีน้ำเชี่ยวกรากไหลผ่าน ประสาทรับรู้ถูกกระตุ้นให้ตื่นตัวมากสุด จากการที่ถูกฝึกมาทำให้ฉันตัดสินใจใช้แรงทั้งหมดที่มีอยู่จับขอบหน้าผาไว้แน่นที่สุด

            เดย์!! ”

            เดย์อยู่ที่ไหน ฉันมั่นใจว่าเขาตกลงมาพร้อมกับฉันนิ!! นี่อย่าบอกนะว่าตกลงไปแล้ว

พลึ่บ!

            เดย์! ” ฉันรับแขนเดย์ไว้ได้ทันก่อนที่ทั้งตัวเขาจะกระเด้งตกลงไปด้านล่าง และตอนนี้ปัญหาที่หนักที่สุดก็คือ

            ฉันจะยึดที่เกาะแบบนี้ได้อีกนานแค่ไหนในเมื่อฉันแทบไม่มีแรงที่จะแบกทั้งน้ำหนักตัวเอง แรงดึงดูด และตัวของเดย์ไปพร้อมๆ กัน!!

            นาร์ล ปล่อยเถอะ ทำแบบนี้ไม่ไหวหรอก! ”

            ไม่! นาร์ลจะไม่ทิ้งเดย์เด็ดขาด

            นาร์ลทำต่อไปไม่ถึงสิบวิหรอก ด้านล่างเป็นน้ำตกเดย์ช่วยตัวเองได้! ”

            ไม่ได้ มันอันตราย น้ำทั้งเชี่ยว หินโสโครกก็เยอะ ไม่มีทาง! ”

            นาร์ลปล่อย! ”

            ไม่!! ”

            โธ่เว่ย เธออย่าดื้อได้มั้ย เธอจะพาเราตายกันหมด!! ”

            ไม่! ฉันจะไม่ทิ้งนาย! ”

            นาร์ลระวัง! ”

            “O_O! ”

ฉึก!

            ตัวฉันแข็งทื่อ ฉันถูกอาวุธบางอย่างพุ่งแทงเข้าที่ไหล่ซ้ายอย่างแรงจนทำให้ร่างกายเหมือนถูกผลักออกไปกลางอากาศอย่างรวดเร็วก่อนจะดิ่งลงสู่พื้นน้ำเบื้องล่างที่เย็นเฉียบ

ตุม ซ่า!!~

            แค่กๆ ! ”

            ฉันพุ่งขึ้นมาเหนือน้ำเพื่อรับออกซิเจน ฉันไม่เห็นร่างของคนที่ถูกตกลงมาด้วย ฉันไม่มีแรงที่จะว่ายหรือคว้าก้อนหินเอาไว้ เพราะรู้สึกว่าพิษกำลังแล่นเข้าสู่ร่างกาย ฉันหนาว ชา เหมือนเป็นอัมพาต ภาพเบื้องหน้าเริ่มลายหูลายตาจนจับความไม่ได้ และแล้วร่างกายก็ดำดิ่งสู่ใต้น้ำอีกครั้ง

            “…”

            ความรู้สึกใกล้ความตายเริ่มคลืบคลานเข้ามา ลองนึกจินตนการถึงการที่ร่างกายเราเริ่มชา รู้สึกหนาวจับใจ ประสาทสัมผัสเราจะเหมือนพิการ และภาพเรื่องราวต่างๆ จะไหลย้อนเข้ามาเหมือนฟิล์มฉายหนังในสมัยก่อน ดวงตาทั้งสองข้างหรี่ลงในขณะที่ความมืดเริ่มปกคลุมมีเพียงแสงอาทิตย์ที่ส่องมาถึงพื้นน้ำอันน้อยนิด

           

            “…”

            ฉันคงจะหมดหวังไปแล้วถ้าคำพูดนั้นไม่ได้ดังขึ้นอีกครั้งในหัวสมอง เหมือนกับว่าคนๆ นั้นพูดข้างๆ หูฉัน หูที่มันอื้อแทบจะไม่ได้ยินอะไรอีกแล้ว

 

          ขอร้องอย่าให้ฉันต้องเสียเธอไปอีกคน แค่นั้นมันก็มากเกินพอแล้ว

 

ซ่า!!

            นาร์ล! ”

            “…”

            นาร์ชา!! ”

            “…”

            นาร์ชา!!! ”

 

            ฉันดีใจที่เสียงนั้นได้เรียกชื่อของฉันซักที

 

 

            ฉันหลับๆ ตื่นๆ ขึ้นไม่รู้อีกกี่ครั้ง แต่ทุกๆ ครั้งทื่ตื่นความรู้สึกเจ็บปวดก็แทบจะฆ่าฉันได้ทุกเมื่อ ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ฉันไม่รู้ตัวว่าตัวเองมาอยู่ที่ไหน ถูกส่งไปที่ไหน อะไรเกิดขึ้นบ้าง

            เธอถูกพิษ

          ทำอะไรซักอย่างสิ!! ’

          ใจเย็นเดย์ ฉันจะห้ามพิษไม่ให้โดนจุดสำคัญ

          เราต้องส่งเธอกลับไป..’

 

          อีกครั้งที่แสงไฟเหล่านั้นส่องหน้าฉัน กับใบหน้าที่เต็มไปด้วยความกังวล

          นาร์ชา!! ’

          ‘…’

          เราต้องพาเธอเข้าห้องฉุกเฉินค่ะ

          อดทนไว้นะนาร์ล

          ‘…’

          อดทนไว้นะ! ’

 

 

 

            5 ชั่วโมงต่อมา

            นิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา เวลา 01:00 P.M.

 

           

            ดูไม่จืดเลยนะ มิดเดย์เสียงทุ้มลึกดังขึ้นจากชายวัยกลางคนอดีตนาวิกโยธินซึ่งเดินข้ามานั่งกับร่างผมสีดำที่กำลังนั่งเอามือทาบหูทั้งสองข้างเหมือนกำลังใช้ความคิดอยู่

            “…”

            เธอไม่เชื่อใจอาจารย์หรือไง ศาสตราจารย์น่ะถึงจะปากร้าย กฎระเบียบ หรือจะหักอกผู้ชายเจ้าชู้อย่างฉันมามากแค่ไหน แต่เธอก็มือโปรนะ ไม่งั้นคงไม่ฝึกเธอเป็นอัจฉริยะได้ขนาดนี้หรอกเขาใช้น้ำเสียงที่ดูผ่อนคลายก่อนจะวางแขนราบกับพนักพิงเก้าอี้ด้านหลังแล้วยกขาพาดกับอีกขาหนึ่งอย่างสบาย

            “…แฟรี่ ล่ะครับผ่านไปหลายนาทีก่อนคำพูดแรกจะหลุดออกมาจากปากของชายหนุ่มที่นั่งข้างๆ

            ฉันเซอร์ไพรส์นะเนี่ย ปกติไม่ว่าเหตุการณ์จะเลวร้ายแค่ไหนเธอมักจะถามถึงงานก่อนเสมอ แต่คราวนี้ตั้งแต่กลับมาเธอก็มัวแต่มองบานประตูนั่นอย่างกับว่ารอว่าจะเปิดออกมาเมื่อไหร่ตลอด

            “…”

            แฟรี่ปลอดภัยดี เธอจะตามมาในอีกไม่ช้า แต่ถ้าอาจารย์เธอรู้ว่าเธอทิ้งงานแล้วพาหญิงกลับมาเนี่ยแบบนี้ คงจะลมออกหูไม่น้อย

            “…”

            “…มิดเดย์เสียงนั้นดังขึ้นอีกครั้งพร้อมกับๆ ที่ฝ่ามือของเขาวางทาบกับหัวไหล่ของชายหนุ่มอายุน้อยที่แบกภาระอันหนักอึ้งเอาไว้ ก่อนที่รอยยิ้มบางๆ จะเผยให้เห็นซึ่งน้อยคนนักจะได้เห็นจากชายซึ่งเคยถูกเรียกว่ารั้วของชาติ

            จัดการทุกอย่างซะ ให้เร็วที่สุด

            “…”

            เทลรายงานมาเมื่อกี้ว่าได้บุกคลังพวกมันได้เกือบหมดแล้ว และพวกมันก็พัฒนามาจนถึงขั้นสร้างไวรัสทำลายวัคซีนของเรา ถ้าเธอไม่รู้จะเริ่มต้นยังไง ฉันน่าจะแนะนำให้

            “…ว่ามา

            ในที่สุด ร่างผมดำก็เสยผมหน้าขึ้นแล้วหันไปมองชายวัยกลางคนที่กระแอมในลำคอด้วยความพอใจ

            คนทรยศย่อมมีทุกที่ จัดการจุดบอดนั่นก่อนแล้วสะสางที่เหลือทีหลัง

            “…”

            อ้อเรื่องที่ประเทศไทยน่ะฉันส่งคนไปดูที่เกิดเหตุแล้วเผื่อพวกมันจะทิ้งร่อยรอย หรือคราบพิษอาวุธที่ใช้ยิงนาร์ชาบ้าง

 

 

 

          MIDDAY’s CHAPTER

 

แอ๊ด~

            เสียงประตูถูกเปิดจากด้านนอก ร่างผมดำได้เดินเข้ามาในห้องปลอดเชื้อเงียบๆ แสงจันทร์กลางคืนส่องลอดช่องผ้าม่านที่ปิดไม่สนิทเข้ามาในห้องให้เห็นลางๆ เสียงเครื่องวัดอัตราการหายใจดังติดต่อกันเป็นเวลานานหลายชั่วโมง ร่างที่นอนอยู่บนเตียงมีสีหน้าอิดโรยพอสมควร ผมบลอนด์ยาวของเธอปลิวตามลมของแอร์ที่พัดอยู่ ใบหน้าที่ถูกสวมด้วยเครื่องช่วยหายใจถูกฝ่ามือใหญ่ที่อุ่นทาบเบาๆ เหมือนกับกลัวว่าจะทำให้ใบหน้านั้นสลายไป

            ร่างกายเธอตอบสนองไม่ดีนัก เพราะพิษค้างอยู่ในร่างกายนานเกินไปบวกกับก่อนหน้านี้มีแผลที่ยังหายไม่สนิทอีก ขาขวาเธอหัก กระดูกที่มือแตก ถึงอาจารย์ฉันจะห้ามไม่ให้พิษเข้าสู่ที่สำคัญได้เป็นเวลานาน แต่ร่างกายที่ต้องเดินทางบ่อยและนานทั้งๆ ที่ย่ำแย่แบบนี้ มันก็ไม่ใช่ผลดีซะเท่าไหร่ เราจะดูอาการอย่างใกล้ชิดอีกสองวัน เรื่องแบบนี้ฉันรู้ว่าเธอต้องกังวล แต่ฉันไม่อยากให้มันทำลายสมาธิในการทำงานของเธอ เธอรู้ใช่ไหม มิดเดย์

 

 

ติ๊ด ติ๊ด ติ๊ด ติ๊ด

            ผมเลื่อนมือมาลูบผมสีบลอนด์ยาวอย่างแผ่วเบา

            ไม่! ฉันจะไม่ทิ้งนาย! ”

พลั่ก

            ผมกำหมัดแน่นทันทีที่หัวใจรู้สึกโหวงๆ ขึ้นมา เสียงนั้นยังคงค้างอยู่ในหัวสมองทำให้ผมรู้สึกอึดอัด บางทีผมรู้สึกหนักอึ้งอย่างบอกไม่ถูก ผมรู้สึกตันไปทุกทาง

          พวกมันรู้ว่านาร์ชาเป็นวัคซีนอีกคน และตอนนี้พวกมันก็สร้างไวรัสทำลายวัคซีนของเธอไปแล้ว เธอไม่เกี่ยวข้องอะไรกับเราอีกแล้ว! ฉันสั่งห้ามให้นายยุ่งกับเธออีกจนกว่างานจะเสร็จ ถ้าไม่อยากให้แฟนนายตายไปซะก่อนจริงๆ จัดการเรื่องนี้ซะ ฉันรู้สึกว่านายชักจะทำตัวเด็กเกินไปแล้วนะมิดเดย์

            “…”

            แค่ปกป้องคนของเรานายยังไขว้เขวระหว่างงานกับเรื่องส่วนตัวขนาดนี้ ไม่มีอะไรคืบหน้าไปมากกว่าการที่พวกมันสามารถรู้ที่อยู่ของนาย เราเกือบเสียวัคซีนตัวสุดท้ายไป! เลิกทำตัวงี่เง่าซักทีถ้าไม่อยากถูกปลดจากภารกิจนี้ อย่าลืมสิว่านายเป็นใคร

          นี่มันเวลางาน แม้แต่หัวใจนายก็ห้ามมี เพราะทุกอย่างที่ทำให้นายไข้วเขวมันคือสิ่งที่พวกมันต้องการ

 

            บางทีฮีโร่ก็ต้องการพัก เพื่อจะได้หยุดคิด

            แต่ผมไม่ใช่ฮีโร่ ผมเป็นแค่ตัวตัดสินปัญหาที่ไม่ค่อยยุติธรรมซักเท่าไหร่

            แต่นั่นก็ทำให้เราประคองความสมดุลของโลกมาจนถึงปัจจุบัน

           

ตุบ

            ทันทีที่ประตูห้องพักของนาร์ชาถูกปิดลง ผมก็เดินไปตามทางที่มีแสงไฟสลัว ผ่านตำรวจพิเศษที่คอยเฝ้าเป็นจุดๆ ก่อนที่ทั้งสองขาจะมาหยุดอยู่ตรงระเบียงตึกที่นานๆ ครั้งผมจะได้มายืนมองทัวทัศน์ของเมืองที่ไม่เคยหลับแม้แต่วินาทีเดียว และผมก็เท้าแขนกับระเบียงเงียบๆ อยู่คนเดียว

            จนกระทั่งมือได้หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาต่อไปยังปลายสาย

            [ครับ]

            ทำงานแกเสร็จแล้ว รีบกลับมา

            [มีอะไรด่วนเหรอพี่]

            เรื่องภารกิจ

            […]

            แฟรี่เกือบถูกจับ นาร์ชาถูกทำร้าย

            [ครับ เรื่องนั้นผม…]

            แกต้องอธิบายทุกอย่างที่ฉันพลาดไป ไม่ว่าเรื่องมันจะเล็กน้อยแค่ไหนฉันจะต้องรู้ทั้งหมด มีคนขายข่าวให้พวกมัน และหลักฐานทั้งหมดกำลังมุ่งไปที่เธอ

            [พี่ หมายความว่าไง]

            นาร์ชาถูกสงสัยว่าเป็นหนอนบ่อนใส้

            […]

            แต่ฉันสงสัยมากกว่านั้น

 

END

 

 

ตึกตึก ตึก ตึก

            เสียงฝีเท้าใกล้เข้ามาที่เตียงของร่างผมบลอดน์ที่นอนอยู่ สีหน้าของร่างที่ยืนมองดูเศร้า ก่อนที่ทั้งหมดนั้นจะดูเหมือนการเสแสร้งทั้งหมด

            ฉันอยากจะเห็นหน้าเธอจริงๆ นาร์ชา

            ทันใดนั้น รอยยิ้มแสยะก็ถูกเผยออกมาในความมืด

            ในตอนที่เธอถูกตราว่าเป็นคนทรยศ ปืนร้อยกระบอกจะจ่อที่ตัวเธอ ไม่มีใครหยุดได้แม้กระทั่ง…”

            “…”

            ถึงตอนนั้นฉันจะดูความร้ายความแรงของเธอ หึ ว่ามันจะช่วยเธอได้แค่ไหนกันเชียว

 

 

 

 

 

P.S. มีคำผิดพลาดตรงไหน แจ้งด้วยน้าง๊าบบ ^^

ข้อความ :
จากคุณ * :
 

หน้าที่ 1 จาก 1 หน้า
แสดง เรื่อง
ความคิดเห็นที่ 1
โอะ โอ้ นาร์ลชาโดนสงสัย ใครสังสัยนาร์ลของช้านแม่ตบแม่แตก T^Tนาร์ล
จากคุณ Neko_Mimi/(piyanan123) อัพเดตเมื่อ 10/07/2554 18:28:01
ความคิดเห็นที่ 2
กำลังสนุกเลยย ~!!!

รัยอัพต่อนะคะ สู้ๆ ((:
จากคุณ พิม/(Pimmiez07) อัพเดตเมื่อ 09/07/2554 20:04:30
ความคิดเห็นที่ 3
อัพต่อไวๆนะคะ ><'
จากคุณ pang/(noopangnaru) อัพเดตเมื่อ 08/07/2554 21:50:34
หน้าที่ 1 จาก 1 หน้า
แสดง เรื่อง
 
จำนวนผู้ชมเว็บแจ่มใสขณะนี้: 278 ท่าน