Guest   
 
Username: 
Password:  




 




  






 
อ่านเรื่อง
6 Demons
The Dark Sky
เลขหกแห่งซาตาน...ยัยนางมารทั้งหก
2
28/08/2554 18:22:01
305
เนื้อเรื่อง
1
                เลขหกแห่งซาตาน...ยัยนางมารทั้งหก
หลอกลวง...เชื่อไม่ได้...มารยา...สับปลับ...กลับกลอก...เจ้าเล่ห์...ยิ้มชั่วร้าย...และ...เห็นแก่ได้...นั่นคือ...คุณสมบัติของนางมาร...
                “กรี๊ดดดดดดดดดดด!!” เสียงกรีดร้องลั่นจากเด็กสาวคนหนึ่งซึ่งเส้นผมของเธอตอนนี้กำลังไหม้เกรียม...จากเส้นผมสีน้ำตาลแดงสลวย กลายเป็นสีไหม้ไฟดำเกรียม เนื่องจากฝีมือของใครบางคน...
“หึๆๆ ยัยหมีควาย” เสียงหัวเราะสยองดังออกมาจากปากบางๆจีบเล็กๆนั่น “ฉันเตือนแล้ว...ย้ำแล้ว ว่าอย่ามาหาเรื่องฉัน...ฉันอยู่เฉยๆของฉันแล้วนะ แต่เธอดันมาหาเรื่องฉันเอง...ความจริงแค่ขอโทษก็จบเรื่องแล้วแท้ๆ แต่ใครใช้ให้เธอกวนบาทาฉันล่ะ ชิ...หากไม่ใช่เพราะยัยเตี้ยห้ามไว้ล่ะก็...ฉันจะให้เธอโดนสายฟ้าสีเพลิงไปเลย...ยัยหมีควาย!!”นัยน์ตาสีน้ำเงินเข้มฉายประกายวาวชัด
“หึๆ...ที่นี่คือสวนหลังโรงเรียน ไม่ค่อยมีใครโผล่มานักหรอก...แต่อีกเดี๋ยวก็ไม่แน่...หึๆๆ” เสียงหัวเราะชั่วร้ายฉายชัด ทำให้คนที่ถูกเรียกว่าหมีควายอดที่จะขนลุกชันไม่ได้...
“มีคนมา...แกๆ...แกไม่รอดแน่!!”เสียงขู่ฟอดๆไม่ได้ทำให้ร่างเพรียวบางนั่นสะทกสะท้านได้
“หึๆ...ใครกันแน่จะไม่รอด...ยัยหมีควายสมองกลวง”
 
“มีอะไรกันน่ะเมย์...ไหนเธอบอกว่ามีอะไรมาให้ดูไงล่ะ...นี่พวกเราอุตส่าห์มาเพราะเธอไม่เคยพูดโกหกหรอก”เสียงคุยพร้อมเสียงฝีเท้าที่ฟังๆแล้วไม่ต่ำกว่ายี่สิบกว่าคนก่อนเสียงฝีเท้าจะหยุดนิ่งพร้อมเสียงพูดขึ้นมา
“ไม่ได้พูดโกหก...นั่นไง” เสียงนิ่งๆว่า ก่อนจะชี้ให้ดู ร่างเพรียวที่กอดอกอยู่เดินเข้าไปหายัยหมีควายหัวไหม้ ซึ่งยัยนั่นก็ผลักออกมาตามสัญชาตญาณ แต่ไม่ทราบว่าเป็นเพราะอะไรทั้งๆที่แรงผลักก็น้อยนิด...ร่างเพรียวก็ค่อยๆทรุดลงนั่งแปะกับพื้น มือยกขึ้นปาดน้ำตาที่ไหลออกมาพรากๆอย่างน่าสงสาร เสียงสะอึกสะอื้นในลำคอทำให้หญิงสาวดูน่าเวทนา...เหมือนลูกหมาตัวน้อยๆ
“ฮึก...แนน ฉัน...แค่ป้องกันตัว...ฮือๆเธอขู่ว่าจะสาบฉัน...ฮึกๆพอฉันเผาผมของเธอเพราะป้องกันตัวก็ดันมาผลักฉันอีก...ฮึกๆ ฉัน...ฉันๆ” เด็กสาวร้องไห้โฮ ยกมือขึ้นปิดหน้าอย่างไม่อยากพูด...ท่าทางเจ็บช้ำน้ำใจอย่างแสนสาหัส ทำให้เพื่อนที่ยืนมองอย่างหน่ายๆอยู่ต้องเข้าไปข้างๆ
“โอ๋ๆ น้องเล็กๆ อย่างร้องเลยนะ คนใจร้าย...ทำเพื่อนฉันได้ลงคอ” เสียงใสเล็กๆว่าตวัดสายตามองคนหัวเกรียมอย่างกล่าวหา จนคนถูกมองสะอึก! อยากจะค้านดังๆว่าพวกนี้มันมารยา!! เธอแค่กระแทกไหล่ยัยเล็กไปเพราะหมั่นไส้ แต่แม่คุณกลับฟาดเวทสายฟ้าเผาเส้นผมแสนรักของเธอ แล้วตอนนี้...กำลังมานั่งร้องไห้น้ำตาเป็นเผาเต่าอยู่ตรงนี้!
“ฮึก...ฉันยะ...อยากเป็นเพื่อนกับเธอ...ตะแต่...ฮือๆ”
“โอ๋ๆไม่ต้องพูดแล้วนะน้องเล็ก...คนใจร้าย” ร่างเล็กที่กอดเพื่อนอยู่แปะปากทำท่าจะร้องไห้ นัยน์ตาคู่สวยพราวพร่างไปด้วยน้ำตาปริ่มๆที่กำลังจะไหลออกมาอยู่รอมร่อ ริมฝีปากสีชมพูเม้มเน้นเข้าหากันอย่างอดกลั้น...เสียงสะอื้นที่พยามข่มเอาไว้...พร้อมแขนเรียวๆเล็กที่กอดเพื่อนทำให้เป็นภาพที่ช่างน่าสงสารจริงๆ...คนภายนอกได้แต่มองคนผมเกรียมอย่างกล่าวหา
“ไม่น่าเลย..หน้าตาก็ออกจะสวย”
“นั่นสิ...ดูสิ...สองคนนี่น่าสงสารจัง”
“ใช่ๆทั้งๆที่อยากเป็นเพื่อนกันแท้ๆ”
“นิสัยไม่ดี”
“คนใจร้าย”
“ยัยใจยักษ์”
“ใจดำ”
“เห็นแก่ตัว” เสียงประนามที่ยังฟังไม่ขาดสายทำให้เจ้าของเรื่องยกมือขึ้นปิดหูอย่างทดฟังไม่ได้ ก่อนจะกรีดร้องลั่น
“กรี๊ดดดดดดดดด” แล้วก็วิ่งออกไปทันที
“นิสัยไม่ดี...”เสียงด่าตามหลังพร้อมกับสายตาเห็นใจจากทั่วทุกทิศทางที่มองไปยังสองร่างซึ่กำลังสะอื้นและกอดกันเบาๆ
“เฮ้อ...น่าสงสารจริงๆ...อย่าคิดมากเลยนะ”
“อืม...ค่อยไปหาเพื่อนดีๆเอา...คนนิสัยไม่ดีอย่างนั้นอยาไปยุ่งด้วยเลย” คนตัวเล็กที่กำลังสะอื้นเบาๆอยู่ค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมา นัยน์ตาแดงน้อยๆแสดงให้เห็นว่าร้องไห้อยู่ตลอดเวลา...
“ขอบใจนะ...ทุกคนใจดีจังเลย” น้ำเสียงใสว่าอย่างนั้น...นัยน์ตาใสซื่อเป็นประกาย พร้อมรอยยิ้มคลี่กว้างอย่างยินดีทำให้คนมุงเหมือนจะละลาย...
พร้อมคิดในใจกันว่า... คนดีอย่างนี้ไม่น่าถูกคนใจยักษ์นั่นรังแกเลย...ใครกันที่ใจร้ายทำร้ายเด็กสาวแสนบริสุทธิ์ราวเทพธิดาสองคนนี้ลง...
“นั่นสิค่ะ...ขอบใจทุกคนมากๆ ไม่ต้องร้องแล้วนะ...ปอ ฉันขอโทษนะ” สีหน้าสลด
“ไม่เอาน่า...น้องเล็ก อย่างขอโทษสิ”
“ฮึกๆ...เพราะฉันแท้ๆ” สองคนจับมือกันแน่น ก่อนจะร้องไห้ออกมารอมร่อ ผู้คนที่รายล้อมอยู่ได้แต่เห็นใจเด็กสาวทั้งสองคน...โดยไม่สังเกตนัยน์ตาวาวๆเปล่งประกายของทั้งสองคนเลยแม้แต่น้อย!!
ส่วนคนที่รู้เหตุการณ์ได้แต่ยนกลอกตาอย่างหน่ายๆ...เฮ้อ...พวกมารยา!!คนภายนอกคงไม่รู้ว่าภยใต้ใบหน้าสวยที่เปื้อนคราบน้ำตานี้มัน...
นางมารดีๆนี่เอง!!
 
                “ฮะๆตลกอ่ะ ฮะๆๆๆ” น้ำเสียงเศร้าแสนเศร้าเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นเสียงหัวเราะไม่น่าอภิรมณ์แทบจะทันที...เมื่อไม่มีใครยืนอยู่ตรงนั้นนอกจากเพื่อนๆของตัวเอง
“หน้ายัยหมีควายนั่นตลกชะมัด ฮะๆๆ”
“มารยา” เสียงนิ่งๆว่า
“ไม่เอาน่าเพื่อนเมย์...เขาไม่ได้เรียกว่ามารยา เขาเรียกว่า...รู้จักใช้ความฉลาดต่างหากล่ะ”
“ฉลาดนักนะยัยเตี้ย” นิ้วเรียวดีดหน้าผากเพื่อนเบาๆอย่างขำๆ
“เป็นไงสามสาว...เรื่องยัยหมีควายนั่น”ร่างเพรียวสามร่างเดินเข้ามาในสวน พร้อมทรุดตัวลงนั่งใต้ต้นไม้ใหญ่ที่ทอดกิ่งก้านสาขามากมาย... ให้ความร่มรื่น...ทำให้เด็กสาวทั้งหกนั่งคุยกันได้อย่างสบายใจ
“หึๆจะเหลือเหรอ...หมีควายอย่างนั้นจะมาเทียบชั้นกับพวกเราได้ไง...”
“หึ...นั่นสิ”
“สยองอ่ะ ยัยเตี้ยกับหยิกพูดแบบนี้”
“น้องไก่...ใจร้าย”
“ไอ้สำออย” มือเรียวผลักหัวเพื่อนแรงๆ “มุขสำออยของแกไปใช้กับคนอื่นเลยไป!”
“พวกเราน่ะไม่ได้ผลหรอก!!”
“ใช่ๆ”
“หึๆๆ” ร่างเล็กๆหัวเราะขำๆในลำคอ ยิ้มแฉ่งอย่างไม่ใส่ใจ “ก็ไม่ได้ว่าอะไรสักหน่อยนี่นา...” ว่าแล้วก็ยักไหล่ ก่อนจะนอนหนุนตักเพื่อตัวสูง
“แหม่ม...ขอนอนตักหน่อย...ขอบคุณ” ไม่ทันฟังคำพูด เปลือกตาบางก็พริ้มหลับลงแล้ว ท่ามกลางเสียงหัวเราะเบาๆของเพื่อนๆที่เหลือ...
 
                “หืม...ยัยนางมารทั้งหลายก่อเรื่องอีกแล้วงั้นเหรอ?...” เสียงนุ่มทุ้มว่า ขณะที่ยกมือขึ้นเพื่อให้นกสีขาวสะอาดบินมาเกาะ นัยน์ตาสีฟ้าจางฉายประกายที่ไม่มีใครอ่านออก ริมฝีปากแสยะยิ้มเจ้าเล่ห์
“ซาตาน...ในคราบนางฟ้า... หึๆ” เสียงหัวเราะชวนสยองในลำคอทำให้รู้สึกขนลุกอย่างน่าประหลาด พวกสาวน้อยทั้งหกคนนั้นคงไม่รู้หรอกว่า...มีอีกคนที่เหตุการณ์ตั้งแต่ต้นจนจบ!! และคงไม่รู้หรอกว่า...ตอนที่ทั้งสองคนกำลังร้องไห้จะเป็นจะตายนั้น...เขาได้เห็นแววตาพราวระยับพร้อมรอยยิ้มสนุกนั่นอีก!! ดูก็รู้ว่าเมื่อกี้แค่ละครฉากนึงเท่านั้น!...
ละครของยัยนางมาร!!
 
จริงสิ! พล่ามมานานแล้วยังไม่ได้แนะนำให้ได้รู้จักกันเลย กับเด็กสาวแห่งเลขหกของเรา เริ่มจากคนแรก...
สาวแหม่ม หรือน้องลูกแพรที่เจ้าตัวชอบเล่น เด็กสาวที่สูงที่สุดในกลุ่ม เด็กสาวร่างเพรียวบาง มีนัยน์ตาสีส้มอ่อนอมเหลืองเหมือนแสงของดวงอาทิตย์ เส้นผมสีน้ำตาลไหม้ยาวสลวย ผิวขาวอย่างคนสุขภาพดี ท่าทางอบอุ่นเหมือนดวงอาทิตย์ ราวกับเป็นแม่พระ แต่หากมองดีๆจะรู้ว่าไอ้ท่าทีเหล่านั้นแสแสร้งทั้งเพ!! 
คนที่สอง...เมย์ หรือเพื่อนเมย์ เด็กสาวผู้นิ่งสงบ ใจเย็น อาจจะดูเป็นคนที่เหมือนผู้ใหญ่ที่สุดในกลุ่ม แต่ก็ขี้ใจอ่อนอยู่เสมอมีเส้นผมสีฟ้าจางๆกับนัยน์ตาสีฟ้าใส อาจจะเป็นคนเดียวที่ไม่มีคำว่าเสแสร้ง แต่ว่าๆ...ห้ามมองคนจากภายนอกเด็ดขาด!!
คนที่สาม...น้องไก่ เด็กสาวรูปร่างสูงเพรียว ผู้มีนัยน์ตาสีเงิน เส้นผมสีเงินสลวยยาวเลยสะโพกมน มีเสียงเป็นอาวุธ ใจดี และมีอัธยาสัยดีดับคนอื่น...แต่ก็นั่นแหละ...คนนี้อาจจะเสแสร้งน้อยที่สุด...
คนที่สี่...น้องเล็ก เด็กสาวแสนฉลาด นัยน์ตาสีน้ำเงินเข้ม และเส้นผมสีเดียวกัน ตัดกับผิวขาวกายที่ขาวที่สุดในกลุ่ม เป็นคนร่าเริง...และมารยาตัวแม่! อย่างที่รู้ไปข้างต้นนั่นแหละ!!
คนที่ห้า...จิรา เจ้าแม่แห่งการตอแหล เจอใครยิ้มแฉ่ง! คำพูดคำจาฆ่าคนได้ มีอนาคตที่จะตายเพราะปาก!! แต่ถึงอย่างนั้น...ด้วยรูปร่างหน้าตาที่ทำมีเหล่าคนเข้าใกล้อยู่บ่อยครั้ง...เด็กสาวร่างเพรียว นัยน์ตาสองข้างมีสีไม่เหมือนกัน ข้างหนึ่งเป็นสีแดงราวโกเมน อีกข้างคือสีน้ำเงินของแซฟไฟร์ เส้นผมสีดำยาวนั่นถูกรวบสูง
ส่วนคนสุดท้าย...ตัวเล็กที่สุดในกลุ่ม ปอ เด็กสาวผู้มีส่วนสูงพอๆกับเด็กประถม ใบหน้าอ่อนเยาว์ รับกับเส้นผมสีดำสนิทหยักศก นัยน์ตาสีฟ้าอ่อนจางราวกับสีขาว ใจดี อัธยาศัยดีเป็นมิตรกับทุกคน ยิ้มแย้มแจ่มใสเสมอ แต่ท่าทางเหล่านั้น...เสแสร้งทั้งเพเหมือนกัน!!
ทั้งหกคนจัดได้ว่าเป็นหญิงสาวที่มีความสามารถโดดเด่นในโรงเรียน...เพียงแต่ว่า...ไม่ชอบที่จะแสดงออกมา ทำให้ไม่มีใครค่อยรู้จักเท่าไหร่นอกจากเพื่อนๆในชั้นเรียนเท่านั้น...คนอื่นรู้จักพวกเธอแค่เพียงผิวเผิน เด็กสาวหน้าตาสวย จิตใจดี และเป็นกลุ่มที่ดูน่าอิจฉาในสายตาคนทั่วไป...แต่นั่นน่ะเหรอ...หึๆ!
 ไอ้เรื่องใจดีนั่นน่ะ!! หลอกลวงทั้งเพ!
               
“พวกเธอก่อเรื่องอีกแล้วงั้นเหรอครับ?” เสียงทุ้มต่ำเจือแววขำขันถามอย่างรู้คำตอบ เมื่อร่างของเด็กสาวทั้งหกถูกเชิญให้เข้ามาให้ห้องแห่งนี้...‘ห้องผู้อำนวยการ’ห้องที่ไม่มีนักเรียนคนไหนในไฮเรียเคยได้เหยียบย่างเข้ามาก่อน!!
“ก็รู้แล้วไม่ใช่รึไง? แล้วจะมาถามทำไมหา!! พี่เช!!”ปอตวาดอย่างหงุดหงิด
ทำไมต้องมาห้องนี้บ่อยๆด้วยก็ไม่รู้ วันนี้เป็นวันหยุดอุตส่าห์จะตื่นสายทั้งทีแต่ว่าโดยไอ้คนหน้าเป็นนีเรียกมาด้วยเรื่องไร้สาระ!!
“พี่เชมีอะไรว่ามาเหอะ” เล็กบอกบ้าง...ง่วงนอนเหมือนกันนะ
“ถ้าเป็นเรื่องที่พวกเราก่อ...ก็ไม่เห็นมีเรื่องอะไรเลยนี่ค่ะ” จิรายิ้มแย้มอย่างใสซื่อ ตามด้วยรอยยิ้มหวานและเสียงตอบออดอ้อนจากน้องลูกแพร
“นั่นสิค่ะ...พี่เชใส่ร้ายกันนี่นา” แหม่มยิ้มน่ารัก ท่าทางที่ทำให้คนถูกกล่าวหากลั้วหัวเราะเบาๆในลำคอ
หึๆ...ไอ้รอยยิ้มสดใสนี่หากเป็นคนอื่นที่ไม่รู้จักยัพวกนี้ดีเท่าเขาคงตกลงใจเชื่อไปตั้งนานแล้ว!! แต่กับเขาล่ะก็...ไม่มีทาง!!
“ก็จริงนะ...พวกเราไม่ได้ทำอะไรนี่ค่ะ” คราวนี้เสียงจากเมย์บ้าง... คนที่น่าเชื่อถือที่สุดยังพูดแบบนี้...
“ก็พี่เช...นี่ไม่ใช่ครั้งแรกสักหน่อยน้า~~”เสียงแหลมๆของสาวไก่ทำให้ร่างสูงเบ้หน้าเล็กน้อย ก่อนจะถอนหายใจหน่ายๆ
“เพราะมันไม่ใช่ครั้งแรกน่ะสิครับ ลองนับดูนะว่าตั้งแต่ที่พวกเธอมาเรียนที่นี่ได้สองปี...พวกเธอก่อเรื่องกันนับครั้งไม่ถ้วน...แล้วคนที่ถูกพวกเธอ ‘อยากเป็นเพื่อนด้วย’ทั้งหลายน่ะต้องย้ายโรงเรียนหรือย้ายสารการเรียนหนีกันหมดแล้วนะครับ” ไม่มีความโกรธเคืองในน้ำเสียง มีแค่ความขำขันจนเกือบจะหลุดเป็นเสียงหัวเราะเท่านั้น
“พี่จะให้พวกเราทำอะไรกันล่ะ? พูดมาเลยดีกว่านะพี่เช” ร่างเล็กที่สุดในกลุ่มยืนจังก้ายกมือขึ้นเท้าสะเอวอย่างเอาเรื่อง พร้อมนัยน์ตาขวางๆที่ทำให้คนโดนจ้องหลุดหัวเราะเบาๆ
“คิกๆ...พวกเธอทั้งหกคนต้องย้ายสายการเรียนนะครับ”
“หา!!!”เสียงประสานกันลั่นห้อง ทำให้เจ้าของห้องต้องสะบัดมือให้เขตอาคมครอบคลุมรอบๆห้องทันทีเพราะลำพังแค่เสียงของไก่คนเดียวหูเขาก็จะแตกอยู่แล้ว นี่ยังอัพยัยนางมารอีกห้าคนไปอีก...
“ฟังก่อนสิครับ” มือเรียวโบกไปมา เมื่อเห็นนัยน์ตาวาววับของเด็กสาวทั้งหกคน
“ที่ผมบอกให้พวกเธอย้ายสารการเรียนน่ะ...คือให้ย้ายจากสายการเรียนเดย์คลาสเป็นไนต์คลาสแทนต่างหากล่ะครับ?” คำอธิบายที่ทำให้เด็กสาวทั้งหลายขมวดคิ้วเข้าหากัน
ถึงแม้จะเป็นโรงเรียนสอนเวทมนต์และเป็นแหล่งรวมของทุกเผ่าพันธุ์ทั่วโลก แต่ก็เป็นที่รู้กันดีว่าไฮเรียแห่งนี้แบ่งนักเรียนออกเป็นสองคลาส  และแต่ละคลาสก็จะแตกย่อยออกเป็นสายย่อยๆอีกเยอะแยะ ซึ่งจะสอนควบคู่การเรียนเหมือนโรงเรียทั่วไปพร้อมๆกับการเรียนมนตรา
 แต่คลาสหลักสองคลาส...นั่นก็คือเดย์คลาส...หรือพวกเรียนเวทมนต์ขาวซึ่งเกี่ยวข้องกับการรักษา ป้องกัน ฟื้นฟู การอำนวยพร อะไรเทือกๆนี้ ส่วนมากที่เรียนก็จะมีมนุษย์ธรรมดาๆที่มีพลังพิเศษ หรือไม่ก็พวกเผ่าที่เกี่ยวข้องกับแสงสว่างเช่นเอฟล์ หรือพวกภูตเป็นต้น แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีเผ่าพันธุ์ด้านมืดมาเลยนะ หากจะวัดกันตามความจริงแล้วเดย์คลาสเป็นแหล่งรวมของชนชั้นปกติ ไปถึงชนชั้นกลางและชั้นสูงบางท่าน เพราะค่าเล่าเรียนและอุปกรณ์ในการเรียนการสอนไม่แพงเท่าไหร่
แต่ไนท์คลาสนั้นเป็นแหล่งรวมของเผ่าพันธุ์มืดทึบ!! พวกคนรวย!! รวยเว่อร์หรือไม่ก็พวกราชวงศ์จากประเทศต่างๆ ค่าเทอมแพงหูฉี่ แต่บริการหรูเลิศ!! ที่แย่กว่านั้นคือภาคเรียนนี้มีนักเรียนไม่ถึงร้อยคนจากนักเรียนของไฮเรียทั้งหมด 3,000 กว่าคน!!
“ก็น่าสนดีนี่นา” จิราฉีกยิ้ม
“อืม...ไม่เลว” เมย์ว่ายักไหล่อย่างไม่ค่อยใส่ใจเท่าไหร่
“แล้วพวกเธอว่าไงล่ะ?” เจ้าของเสียงแหลมๆหันไปถามเพื่อนๆที่เหลือบ้าง
“น้องลูกแพรได้ทั้งนั้นแหละค่ะ” นี่ก็เล่นได้ทุกเรื่องจริงๆ
“ของฟรีนี่ใช่ไหมค่ะ?”
“แน่นอน” ร่างสูงยิ้มรับคำเล็ก
“ก็ไม่ได้ว่าอะไร...ภาคเรียนไนท์ก็ภาคเรียนไนท์สิ...แต่ว่า...เรื่องนี้คงมีข้อแลกเปลี่ยนแน่ๆใช่ไหมล่ะค่ะพี่เช” ชายหนุ่มหัวเราะเบาๆรับคำพูดนั้น...ยัยตัวเล็กนี่ยังเป็นนางมารที่ร้ายเหมือนเดิม...
“คิดมากไปได้...ผมแค่อยากให้พวกเธออยู่ในที่ๆเหมาะกับความสามารถของตัวเองก็เท่านั้นเองนะครับ...”
“หึ!”ปอทำเสียงขึ้นจมูก ก่อนจะเอ่ยเรียบๆ “พี่คงลืมไปว่า...หากพวกเราจะเข้าไนท์คลาส...ด้วยความสามารถที่มี...มันง่ายมาก แต่ว่ามาเล่นย้ายคลาสการเรียนกันเป็นกรณีพิเศษอย่างนี้ บอกจุดประสงค์ของพี่มาดีๆดีกว่านะค่ะ...ท่านผู้อำนวยการ!!”น้ำเสียงที่ดังออกมานั้นจริงจังและเด็ดขาดบอกให้คนตัวสูงรู้ว่า...เด็กสาวตรงหน้าเขา...เอาจริง แต่ถึงจะเป็นอย่างนั้น...ถึงจะรู้ขนาดนั้น...ใบหน้าคมคายก็ยังคงไม่เปลี่ยนแปลงยังยิ้มแย้มอยู่เช่นเคย
“ข้อแลกเปลี่ยนง่ายๆก็คือ...พวกเธอจะทำยังไงก็ได้หาผลึกผนึกมิติที่แยกออกไปสี่ชิ้นให้เจอ มันอยู่ที่ไนท์คลาสนั่นแหละ แต่ไม่รู้ว่าอยู่สว่นไหน”
“เอ๋? ผลึกผนึกมิตินั่นคือของประจำไฮเรียไม่ใช่เหรอไง? แล้วทำไมถึงแยกออกเป็นสี่ชิ้นไปได้ล่ะ?”
“อา...พอดีว่า มีเรื่องนิดหน่อยน่ะ แล้วทั้งไฮเรียนี้ผมก็เห็นแล้วว่าไม่มีใครมีความสามารถพอเท่าพวกเธออีกแล้ว...ทั้งในเดย์คลาส...และไนท์คลาส อ้อ! ต้องร่วมงานกับคนของทางไนท์คลาสด้วยนะ พวกเขาจะช่วยเหลือพวกเธอเอง”
“หืม...ก็ตกลงไปเสียสิเตี้ย” เมย์หันไปหาเพื่อนที่หน้านิ่มคิ้วขมวด ร่างเล็กยิ้มจางๆมาให้ก่อนจะตอบ
“ก็ได้...พวกเราตกลงย้ายสายการเรียน..แต่ขอเตือนเอาไว้ก่อนนะ ไม่ว่าพวก ไนท์คลาสที่ว่าจะยิ่งใหญ่มาจากไหน!! แต่หากกล้าแตะต้องเพื่อนฉันแม้แต่น้อยล่ะก็...ได้เห็นดีกันแน่!! พี่ก็เหมือนกันพี่เช...ฉันไม่สนหรอกนะว่าพี่จะเป็นผู้อำนวยการของไฮเรีย และเป็นบุคคลสำคัญแค่ไหน?...แต่หากว่าเพื่อนๆของฉันได้รับอันตรายจากงานนี้ล่ะก็...ฉันเอาเรื่องพี่แน่!! ไปเหอะ...”
“ก็อย่างที่เตี้ยว่านั่นแหละค่ะ” เมย์สำทับ...
“พวกเราก็คิดเหมือนกัน” ไม่มีรอยยิ้มออดอ้อนบนใบหน้าของแหม่มมีเพียงความจริงจังเท่านั้น...
“ถึงจะเป็นพี่ก็เถอะ...” จิรายักไหล่เดินนำลิ่วๆออกจากห้องไปคนแรก
“ขอบคุณนะค่ะพี่เช...แต่พี่ก็ระวังเอาไว้บ้างก็ดีนะ “เล็กกล่าวลากมือไก่ที่กำลังจะใช้พลังเสียงของตัวเองพูดย้ำร่างสูงให้เดินออกมานอกห้อง ก่อนร่างทั้งหมดจะหายไปจากการคลองสายตาของเจ้าของ...เหลือเพียงคนตัวเล็กเพียง...คนเดียว
นิ้วเรียวยื่นออกไปข้างหน้า...รับเจ้านกสีขาวปุกปุยนั่นให้มาเกาะที่นิ้ว ก่อนจะเอาคลอเคลียแก้มนวล... “ไวท์...ไปไหนมาหรือ?” รอยยิ้มอ่อนโยนกับน้ำเสียงกังวานใสทำให้คนที่กำลังเรียบเรียงเอกสารอยู่อดยิ้มอย่างเอ็นดูไม่ได้...
 ถึงจะแข็งกร้าวแต่ก็อ่อนโยน...นิสัยของยัยเด็กน้อยทั้งหกคนนี้...
“พี่เช...เหตุผลน่ะมันไม่ได้มีแค่นั้นใช่ไหม?” คำถามที่ร่างสูงหลุดหัวเราะออกมาเบาๆอย่างห้ามไม่อยู่... หึๆ...เขารู้ดีอยู่แล้วว่าคนตรงหน้าต้องระแคะระคายบ้าง...กับเรื่องการย้ายคลาสการเรียน...
“ใช่ครับ...มันไม่ใช่แค่นั้น” เสียงทุ้มต่ำยอมรับไปในที่สุด ไม่มีอะไรจำเป็นต้องปิดบังนี่...ในเมื่ออีกฝ่ายสามารถเดาเรื่องราวได้อยู่แล้ว...ปิดไปก็เท่านั้น
“และพี่ก็คงไม่ยอมบอก?”
“เธอก็รู้ดีนี่” มือเรียวปล่อยนกตัวป้อมให้บินกลับไปหาเจ้าของก่อนจะถอนหายใจอย่างระอา...
“ฉันยังยืนยันคำเดิมนะพี่เช...หากว่าเหตุการณ์ในครั้งนี้ทำให้เพื่อนๆของฉันมีอันตรายล่ะก็...ฉันไม่อยู่เฉยแน่ๆ”
“ คิดจะเป็นท้องฟ้าที่โอบอุ้มทุกสรรพสิ่งหรือไงครับ...ปอ”
“ไม่ใช่...ฉันไม่เคยคิดจะเผยอตนขึ้นสูงเทียบเคียงท้องฟ้ากว้างนั่นหรอก...แค่ไม่อยากให้เพื่อนที่สำคัญของฉันต้องเจอเรื่องไม่ดีก็เท่านั้นเอง”
“พี่รู้ดี...เธอเป็นแบบนี้เสมอ...ไม่สิพวกเธอเองก็เป็นแบบนี้เหมือนกัน...”
“รู้...แต่ก็ยังทำนะ?” ร่างสูงหัวเราะเบาๆกับคำย้อนนั้น...
“เพราะพี่รู้น่ะสิ...ถึงได้ทำ ไปเตรียมของเถอะ พวกเธอต้องย้ายไปเย็นนี้แล้ว และว่างๆก็แวะมาได้เหมือนเดิม... น้ำชากับไวน์รสเลิศยังมีเตรียมเอาไว้ต้อนรับเธอเสมอ...” เด็กสาวที่กำลังจะก้าวพ้นประตูไปแย้มยิ้มจางๆกอ่นจะคลี่รอยยิ้มกว้างขึ้นกับคำกล่าวที่ราวกับหยอกล้อนั้น...
“จะมาบ่อยๆค่ะ...” เสียงหวานใสนั่นจางไปพร้อมกับร่างของเจ้าของเสียที่หายไปด้วย... ชายหนุ่มเจ้าของห้องถอนหายใจเบาๆ ความจริงใช่ว่าเขาจะอยากทำอย่างนี้เท่าไหร่นัก...แต่มันช่วยไม่ได้...ในเมื่อมันเป็นเรื่องที่จำเป็น...
“ท้องฟ้างั้นเหรอ?...” การที่จะหลอมรวมเป็นธรรมชาติที่สวยงามได้จริงๆน่ะ...มันยาก เพราะทุกสิ่งล้วนเอาแต่ใจตนและไม่แยแสใครกันทั้งนั้น...แต่กระนั้น...เขาก็เลือกที่จะลองเสี่ยง เพื่อให้ผืนฟ้ากว้าง...และธรรมชาติหลอมรวมเป็นหนึ่ง...
“ที่ไนท์คลาสน่ะ...ยังมีนภาอีกผืนนึงนะ...ยัยตัวเล็ก” ใบหน้าคมกระตุกรอยยิ้มร้ายๆ
“นภาสีรัตติกาล...แห่งไนท์คลาส...”
 
                “ไปหาเรื่องทะเลาะอะไรพี่เชมาอีกล่ะ?”ปอที่เดินเข้ามาในห้องพักถูกเมย์ทักอย่างกวนๆ ทำให้เด็กสาวได้แต่ย่นหน้าก่อนจะกอดเพื่อนเบาๆ จากนั้นก็เอาหมนทุบหัวแรงๆ ยังพาลไปถึงเล็กกับไก่ที่อยู่ข้างๆด้วย
“เฮ้ย!! เตี้ย!! หาเรื่องเรอะ!!”
“โอ๊ย!! เพื่อนเมย์อย่าตีหัวสิ!!”
“ตีเลยๆๆเมย์ตีเลยๆ” ไก่ส่งเสียเชียร์พร้อมเอาหมอนทุบหัวเพื่อนเป็นจังหวะอย่างเมามัน ส่วนเล็กนั้นไม่คิดมากระโดดนั่งทับเต็มแรงทีเดียว!!
“โอ๊ยยยย!! จุก หยุกหยิก!! ลุกไปเลยนะตัวก็ใช่ว่าจะเบาอย่ามาล้มทับกันสิฟ่ะ!! โอ๊ยๆหายใจไม่ออก แอ๊กกกกๆๆ”เมื่อเห็นว่าเพื่อนกำลังจะหมดลมหายใจ เล็กจึงยอมลุกขึ้นแต่โดยดี ก่อนจะส่งหมอนในโตไปแปะหน้าเป็นการผิดท้าย
“จัดกระเป๋าให้เสร็จเสียปอ คนอื่นเขาจัดเสร็จหมดแล้ว”
“รีบทำไมอ่ะน้องเล็ก? ไปตอนเย็นนะ”
“เดี๋ยวจะออกไปเที่ยวที่ฮาราจูกุกันน่ะสิ”
“หา!! ไปทำไม” ร่างเล็กกระโดดใส่แหม่มที่เป็นคนตอบโดยไม่เจียมสังขารตัวเอง คนที่แรงเยะกว่าจัดการจับร่างเล็กๆนั่นก่อนจะเตะส่งไปทางจิราที่ยกมือขึ้นตีหัวไปหนึ่งที
“ไปซื้อของ...กับเที่ยว” จิราตอบ
“อืม...งั้นก็ได้ แต่ขากลับแวะที่เรนโบว์ บรินด์หน่อยแล้วกัน อยากสูดอากาศดีๆ”
“ไม่มีปัญหา!!”แหม่มยิ้มกว้าง... แหม...ได้เที่ยวทั้งทีนี่นา!! ที่ไฮเรียน่ะจะหยุดให้นักเรียนแค่วันอาทิตยวันเดียวเท่านั้น...
“งั้นก็ไปกันเหอะ!!”
“Lest go!!!!”
 
                “ที่นี่ยักคึกคักเหมือนเดิมเลยนะ...” ชายหนุ่มร่างสูงในชุดไปรเวทแปลกๆไม่ได้ทำให้ผู้คนที่เดินสวนไปมาในฮาราจูกุมองอย่างแปลกใจ...เพราะที่นี่เป็นแหล่งรวมแฟชั่นทุกอย่างเลยก็ว่าได้ สำหรับฮาราจูกุใครจะแต่งตัวแบบไหน จะบ้าหรือหลุดโลกแค่ไหนก็ไม่ผิดแต่อย่างใด
“คนเยอะๆแบบนี้จะมาทำไมกันล่ะหืม...ไคเต็น?”
“มาซื้อของน่ะสิ...ขนมในห้องโดยนายเขมือบไปหมดแล้วนี่...ไม่ใช่รึไง...ราส”
“มาไกลถึงญี่ปุ่นเนี่ยนะ!” ชายหนุ่มที่ชื่อราสทำหน้าไม่อยากเชื่อกับคำตอบของเพื่อนตัวเอง มันมาไกลเพื่อซื้อขนม!! ไอ้ปัญญาอ่อน!!
“เดินกันดีๆไม่ได้หรือไงคนมองกันหมดแล้วนะพวกนายสองคน ดูอย่างฟินซ์สิ...”
“นายจะเอาพวกเราไปเปรียบกับฟินซ์ได้ไงหา...ซิกิ หมอนั่นมันนิ่งสงบสยบความเคลื่อนไหวนะ”
“นินทาฉันก็ควรให้มันไปไกลนะพวกนาย” เจ้าของชื่อหันมาส่งยิ้มเย็นๆให้ นัยน์ตาสีแดงราวกับสีของโกเมนน้ำเอกกวาดตาอย่างรอบๆ
ไม่ได้ชอบเลย...กับเสียงดังและความวุ่นวายของที่นี่...แต่จะให้ทำไงได้ ในเมื่อไอ้คนที่มันไม่รู้จักโตนั่นยอมมาถึงนี่เพื่อหาขนมกิน...เดือนร้อนเขาที่ต้องตามมาด้วย ขืนไม่มา...ได้มีไอ้บ้าที่ไหนไม่รู้มาร้องไห้เป็นเด็กหลงอีกแน่ๆ
“ไม่ค่อยมีอะไรน่าสนใจเท่าไหร่เลยแฮะ” ซิกิผู้ที่ตาปรือตลอดเวลาเอ่ยซึมๆ เขาอยากนอนอยู่เฉยๆมากกว่ามาที่นี่นะ...
“เอาน่าๆเดี๋ยวซื้อเสร็จก็กลับเลย แป๊บเดียวเอง...” คนต้นเรื่องยังไม่สำนึก ท่าทางกระตือรือร้นซื้อนู่นซื้อนี่อย่างน่าแตะ
“เฮ้ยๆ!! ซ้ายสิ! ซ้าย บอกให้ซ้ายไงเล่ายัยเตี้ย!! นี่สมองแยกแยะไม่ออกใช่ไหมหาว่าไหนซ้ายไหนขวา!!”เสียงดังลั่นที่ดังมาจากร้านๆหนึ่งทำให้เท้าของไคเต็นที่กำลังจะก้าวต่อไปหยุดชะงักสักครู่ ก่อนอเมทิตย์คู่งามจะมองลึกเข้าไปในร้านนั้น...
“โอ๊ย!! น้องเล็กอย่ามาเคาะหัวกันสิฟ่ะ!! ลองมาเองไหมล่ะ ให้ตายเหอะ!! เพื่อนเมย์...มันแกล้งอ่า...”
“หยุดทำไมเหรอไคเต็น?...”
“คิกๆ...ดูสิราส” นิ้วเรียวชี้ให้เพื่อนดูข้างในร้านของเล่น ที่มีกลุ่มเด็กสาวประมาณหกคนกำลังถือปืนกระบอกยาวสำหรับยิงตุ๊กตาหมีตัวโตและของรางวัลอื่นๆอยู่
“แล้วไง? รึนายริจะจีบผู้หญิงแล้ว...เดี๋ยวเพื่อนนายช่วยสอนให้เอาไหม?” ไม่ว่าเปล่ายังเอามือพาดไหล่เพื่อนอย่างล้อๆอีกด้วย
“สมองนายคิดได้แต่เรื่องแบบนี้จริงๆราส” ซิกิหาววอดๆ “ชุดเครื่องแบบที่ใส่อยู่น่ะ...มันของไฮเรีย...ภาคเดย์คลาส”
“ใช่...แล้วพวกเคย์คลาสเองก็ไม่ได้มีเวทอะไรที่สามาถทำให้มาไกลถึงฮาราจูกุได้...เสียด้วย”
“เฮ้ย!! ตัวเองก็ไม่ได้เหมือนกันล่ะน่าน้องเล็กแบร่ๆ”
“เล่นกันเหมือนเด็กๆ” เสียงเรียบๆว่า ทำให้เพื่อนๆทั้งสามคนหลุดหัวเราะ
“เฮ้อ...พวกเธอนี่จริงๆเลย” เด็กสาวแสนสวยที่ยืนกอดอกมองการละเล่นครั้งนี่อยู่ถอนหายใจกอ่นจะจับปืนกระบอกนั้นแล้วยิงออกมาเบาๆ...และมันก็เข้าเป้าอย่างจัง!!
“จิรา!! ไอ้ขี้โกง”
“ใช่ๆจิราขี้โกง...น้องแพรไม่ยอมน้า...เอาอีกๆ”
“ไอ้แพรนะไอ้แพร ถ้าแบบนั้นฉันก็ทำได้เฟ้ย!!”
“ไปเอากระบอกอื่นสิน้องไก่!! อย่าตีหัวโอ๊ยๆๆ”
“ปล่อยนะนี่แน่ะๆๆ เตี้ย ฮะๆ”
“เวทมนต์ชัดๆ”ซิกิบ่น คนธรรมดาอาจจะมองไม่เห็น แต่ลำแสงสีดำที่ออกมาจากกระบอกปืน...และเป็นตัวการที่ทำให้ตุ๊กตาล้มน่ะมันคือเวทย์ดีๆนี่เอง...
“เล่นกันท่าทางจะสนุกดีนะ” ราสยิ้มหวาน สำหรับหนุ่มเจ้าสำราญคนนี้...การได้เห็นสาวๆถือเป็นสิ่งที่น่าจดจำอย่างยิ่ง..โดยเฉพาะสาวๆที่กำลังเล่นกันเหมือนเด็กขณะนี้...และใส่เครื่องแบบของไฮเรียด้วยแล้ว
 
“เฮ้อ...ฉันอยากได้คุณหมีสีขาวตัวนั้นจัง...คนขายไม่น่าใจร้ายไล่พวกเราออกมาเลย” เด็กสาวตัวเล็กราวเด็กประถมเอาหัวทุยๆซุกหน้าลงกับตุ๊กตานกสีขาวตัวป้อมที่ใหญ่เกือบเท่าตัวเอง ทำหน้าอย่างกับจะร้องไห้
“ไม่เป็นไรน่าโอ๋ๆค่อยมาคราวหน้าก็ได้นี่” แหม่มที่อยู่ข้างๆปลอบเพื่อนที่รู้ๆว่ามันแกล้งสำออย แต่ไม่ได้หรอกๆ...ขืนปล่อยให้ยัยเตี้ยนี่สำออยกว่านี้เดี๋ยวจะลำบากเอา
“หึๆนี่มันข้างนอกนะเตี้ย” เมย์ว่าขำกอดเจ้าหมีสีน้ำตาลแน่นราวกับได้ของเล่นถูกใจ ความจริงก็คือในมือของทั้งหกคนนั้นมีตุ๊กตาตัวโตเกือบเท่าตัวเองกันทุกตัว
“เฮ้อ...เศร้าจัง ไปหาการ์ตูนอ่านดีกว่าไปจิรา...”
“ก็ไปสิ... เพื่อนเมย์ไปด้วยกันไหมล่ะ?”
“ไปสิ...เบื่อๆแล้วเหมือนกันคอมที่โรงเรียนก็ไม่มีอะไรให้เล่นแล้ว”
“แหมพูดได้สิพูดได้” ไก่เกาะไหล่เพื่อนก่อนจะตีเบาๆ “ก็เล่นแฮกเข้าไปเสียเยอะขนาดนั้นนี่นา...”เมย์ยิ้มรับคำกล่าวรู้ทันนั้น ก่อนจะหัวเราะเบาๆ
“ซื้อไปตุนไว้ให้เยอะๆดีกว่า ไม่รู้ว่าจะได้ออกมาอีกเมื่อไหร่” เล็กนับนิ้วกอ่นจะถอนหายใจอย่างระอา...
“ว้ายๆขอโทษค่ะ!!”เสียงแหลมๆของเพื่อนที่ซุ่มซ่ามเสมอ ทำให้สาวๆทั้งห้าคนหยุดเดิน เมื่อน้องไก่ที่อุ้มเจ้าลูกแมวหูยาวสีขาวไปชนใครสักคนเข้า แถมยังล้มแหมะลงกับพื้นอย่างน่าสงสารอีก
“ขอโทษนะครับ...ไม่ทราบว่าเป็นยังไงบ้าง?” มือเรียวขาวที่ยื่นส่งมาให้ถูกปฏิเสธ ก่อนร่างเพรียวจะยันตัวเองลุกขึ้นช้า มิวายเก็บเจ้าแมวน้อยขนปุยขึ้นมากอดแน่นอีก ท่าทีที่ทำให้ชายหนุ่มคนถูกชนอมยิ้มน้อยๆ... ไม่มีผู้หญิงคนไหนปฏิเสธมือของเขามาก่อน...น่าสนใจดีนี่...เจ้าเหมียวสีขาว
“ขอโทษอีกครั้งนะค่ะ...พอดีว่า... เพื่อนฉันซุ่มซ่ามเองแหละค่ะ” น้องเล็กคว้าน้องไก่ที่เซ่อเหลือแสนมาไว้ข้างๆ ไม่ค่อยน่าไว้ใจไอ้ตาพราวระยับนี่เลยโว้ย!!
“ฉันผิดก็ได้” ไก่เบ้หน้า เธอไม่ค่อยชอบพวกผู้ชายเท่าไหร่นัก...โดยเฉพาะตาวาวๆสีทองที่มองมานั่น...
“ฮะๆพูดเหมือนเธอไม่ค่อยเต็มใจเท่าไหร่เลยนะ” คนตาวาวสีทองหัวเราะอย่างขำๆ ทำให้เด็กสาวที่กำลังสำนึกผิดฉุนกึกทันที! อะไรกันตานี่...คนเขาสำนึกแล้วยังมาว่าอะไรเขาอีก!! นิสัยแย่จริงๆเชียว
“ขอโทษก็คือขอโทษ” เล็กบอกเซ็งๆ
“ก็ไม่ได้ว่าอะไร” เสียงเย็นเรียบๆเอ่ยทำให้ชายหนุ่มทั้งสามอดที่จะหันไปมองหน้าเพื่อนอย่างแปลกใจไม่ได้ ร้อยวันพันปีไม่เคยเห็นฟินซ์มันย้อนคน...แต่วันนี้ได้เห็นกับตาเลยวุ้ย...
“ท่าทางขี้เก๊กซะไม่มี” จิราเบ้หน้า
“เฮ้ๆ...สาวน้อยไปว่าฟินซ์มันแบบนั้น...อันตรายนะ” น้ำเสียงง่วงงุนเปรยขึ้นมาแผ่วๆ นัยน์ตาสีฟ้าอ่อนหรี่ลงอย่างจะหลับแหล่มิหลับแหล่แล้ว...
“เฮ้อ...จริงๆเลยนะค่ะ น้องลูกแพรว่าอย่าไปใส่ใจเลย..ไปทำธุระให้เสร็จแล้วกลับกันดีกว่าน้า~”แหม่มเกาะแขนเมย์ก่อนจะเกาะแขนเล็กแล้วยิ้มหวาน... รอยยิ้มที่ใครมองก็ต้องคิดว่ามันอบอุ่น...ไม่เว้นแม้แต่ชายหนุ่มทั้ง 4 คน!!
“เอาเป็นว่า...ฉันขอโทษแทนเพื่อนๆด้วยก็แล้วกันนะ”
“ผมก็เช่นกันครับ” ไคเต็นยิ้มรับโค้งหัวขอโทษคำของเมย์ แต่ไอ้ท่าทีกวนๆ บวกกับนัยน์ตาพราวและคิ้วที่ยกขึ้นอย่างหาเรื่องนั้นทำให้เด็กสาวที่ว่าใจเย็นอดที่จะ...หงุดหงิดเล็กๆไม่ได้
“เฮ้อ...จริงๆเลย” เสียงใสๆของคนที่กำลังยืนกอดตุ๊กตานกตัวโตอยู่เปรยขึ้นเบาๆ นัยน์ตาสี่คู่ของชายหนุ่มเบนมาที่เธอทันที...พวกเขาไม่สังเกตเห็นคนตัวเล็กคนนี้เลย...อาจเป็นเพราะส่วนสูงที่ต่ำกว่ามาตราฐานนั่นก็ได้...ทำให้ถูกมองผ่าน...แต่ใบหน้าอ่อนเยาว์และรอยยิ้มอ่อนโยนที่แต้มบนใบหน้านั่นก็ใช่ว่าจะไม่น่ามอง...
ความจริงที่ต้องยอมรับคือ...เด็กสาวทั้งหกคนนี้ถือว่าน่ามองไม่น้อยเลยทีเดียว สำหรับพวกเขาที่เห็นผู้หญิงสวยๆมานักต่อนัก ไม่ใช่ความงามที่ใครๆต้องเหลียวมองตากลับ แต่เป็นบางอย่าง...บางอย่างที่ชวนให้เข้าไปค้นหา สัมผัส และค้นพบด้วยตัวเอง รวมกับบรรยากาศแสนอบอุ่นและเป็นกันเองที่พวกเธอมีอยู่...ทำให้กลายเป็นหลุ่มเด็กสาวที่น่าสนใจทันที...
“จัดการให้เสร็จๆไปก็สิ้นเรื่องแล้วแท้ๆ” ปอบ่น ยิ้มที่ใครๆว่าอ่อนโยนเริ่มเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มแสยะ “น้องไก่...เอาเลย”
“หึๆ” ไก่หัวเราะเบาๆมือเรียวโบกเบาๆ ก่อนจะปรับสีหน้าเล็กน้อยแล้วตะโกนเสียงดัง “ขโมยค่ะ!! ขโมยๆ พวกเขาขโมยแจกันราชวงศ์!!”ชายหนุ่มทั้งสี่ที่กำลังงงๆอยู่เลิกคิ้วอย่างแปลกใจ...ก่อนจะเข้าใจสถานการณ์ เมื่อมีเจ้าของร้านและคาดว่าน่าจะเป็นลูกน้องอีกหกเจ็ดคนถือไม้มาทางพวกเขา ประจบกับก้มลงไปมอง ‘ของกลาง’ที่คามือทั้งสี่คนแล้วก็เข้าใจความหมายทันที เด็กสาวทั้งหกคนยิ้มน่ารัก ก่อนจะเปลี่ยนท่าทีไปอย่างสิ้นเชิง
“แย่แล้วๆมีคนขโมยของค่ะ!!”ด้วยเสียงอันดังลั่นทำให้มีผู้คนแห่แหนมาดูหน้า ‘หัวขโมย’ที่ว่ากันมากมาย ส่วนเด็กสาวต้นเรื่องนั้นยังไม่ยอมปล่อยวาง ใบหน้าหวานๆนั่นสลดลงเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยเบาๆ
“ไม่น่าเลยๆ...แต่งตัวก็ออกจะดูดี ไม่น่าทำตัวเป็นขโมยเลย” น้องเล็กว่าด้วยท่าทีที่ราวกับเวทนาเหลือแสน
“นั่นสิ...เห็นเดินมาชนพวกเราไม่นึกเลยว่าจะมือไวขนาดนั้น” ปอที่รับมุขกันอย่างดี
“คนสมัยนี้นี่นะ...” ตามด้วยจิราที่ทำหน้าเศร้าราวญาติเสีย สี่หนุ่มเริ่มรู้ตัวว่า...
พวกนี้มันราวนางมารร้าย!! เสแสร้งและทำให้ตัวเองเป็นฝ่ายที่ถูกต้องได้อย่างน่ากราบเป็นอาจารย์!!
“คราวหลังก็อย่ามาแกล้งพวกน้องแพรอีกนะค่ะ” แหม่มยิ้มก่อนจะหายไปพร้อมเพื่อนๆท่ามกลางฝูงชนที่แห่แหนกันเข้ามาเพื่อดูหน้าตาของหัวขโมยแจกันล้ำค่าในย่านฮาราจูกุ
“ยัยพวกนั้น!”ราสกัดฟันอย่างหงุดหงิด เมื่อกี้ดูก็รู้ว่าเวทมนต์ ยัยแมวเหมียวนั่นทำให้ลมพัดผ่านแล้วเอาแจกันงี่เง่านี่มาใส่มือพวกเขา!!
“มีกระเป๋าสตางค์ของฉันด้วย!!”เจ้าของร้านขายขนมที่ไคเต็นเคยไปซื้อของร้องโวยวายขึ้น ชี้ให้ดูกระเป๋ากบเคโระสีเขียวแปร๋นที่โผล่ออกมาจากกระเป๋าของไคนเต็น!!
“หน้าตาก็ดีไม่น่าริอาจเป็นขโมยเลย!!” สี่หนุ่มที่ได้แต่ยืนนิ่งด้วยไม่เคยถูกประนามอย่างนี้มากอ่น
“เห็นมาซื้อขนมร้านฉันไม่นึกว่าจะมาด้อมๆมองเอากระเป๋าฉันไปด้วย!!”
“ร้ายกาจนัก!!”
“คนเรามองแต่หน้าตาไม่ได้จริงๆ!!”และอีกมากมายที่ชายหนุ่มทั้งสี่ได้แต่กัดฟันกรอดพวกต้นเรื่อง... นึกถึงคำด่าที่ลอยเข้าหูมาเมื่อครู่... คนเรามองแต่หน้าตาไม่ได้เลยจริงๆ!! รอยยิ้มหวานและใบหน้าสวยๆนั่น...นามารร้ายดีๆนี่เอง!! ยัยพวกนั้นสร้างเรื่องที่พวกเขาไม่ได้ทำเอาไว้แล้วเผ่นหนีเข้ากลีบเมฆ มิวายยังมาหาเรื่องล้อเลียนเป็นกันหยามกันอีกด้วย...
ไม่ว่าพวกนั้นจะเป็นใคร...ได้เห็นดีกันแน่!!
 
สายลมบางเบาที่พัดผ่านบริเวณริมอ่าวโตเกียว ทำให้นักท่องเที่ยวที่มาชมบรรยากาศความสวยงามตระกาลตานี้เริ่มถอยกลับ จึงมีผู้คนแค่เพียงบางตา แต่หากว่าจะลองสังเกตขึ้นไปบนจุดสูงสุดของ ‘เรนโบว์บรินด์’แห่งนี้แล้วจะเห็นเงาไหวๆอยู่บนยอดมุมนั้น...
“อากาศดีจังเลยนะ” เล็กยิ้มกว้าง...รอยยิ้มที่แท้จริง...
“อื้อ...ไว้คราวหน้าค่อยมาเที่ยวอีกดีกว่า” เมย์ขยับรอยยิ้มจางๆ นิ้วเรียวเกี่ยวเส้นผมที่ลอยไปตามสายลมทัดหู ก่อนจะหัวเราะเบาๆเมื่อได้ยินปอกับจิราคุยกัน...มันบ้าจริงๆ
“มาที่นี่กี่ครั้งๆก็อดนึกถึงซึบารุจังไม่ได้” ปอทำหน้างอย อาจจะสงสัยว่า ‘ซึบารุจัง’ที่ว่านั้นคือออะไร อาจเป็นบุคคลสำคัญหรือคนสำคัญของเจ้าตัวก็เป็นได้เลยทำหน้าเศร้าขนาดนี้ แต่ว่า...ไม่ใช่เลย!!
“ซากุระซึกะโมริไม่น่าใจร้ายเลยนะ...ซึบารุเองก็ใจร้าย...ฆ่าซากุระสึกะโมริได้ลง” จิราเองก็หน้าเศร้าไปด้วย ทั้งสองคนทำราวกับว่ามันเป็นสุสานอย่างนั้นแหละ!! อย่างเพิ่งเข้าใจผิดไปนะ พวกนี้ที่เศร้าน่ะไม่ใช่เพราะใครตายหรอก...ไม่สิๆมีคนตายจริงๆ แต่ไม่ใช่บุคคลที่แสนสำคัญอะไรหรอก...
“แค่ตัวการ์ตูนสองตัวตายนี่มันจำเป็นต้องเศร้าราวญาติเสียอย่างนั้นเลยรึไง!!”ไก่บอกอย่างขำๆ
“น้องไก่ไม่เข้าใจหรอก~” คนตัวเล็กเบ้หน้า “ซึบารุจังน่ะเสียใจมากแค่ไหน...” แล้วทำท่าราวกับจะร้องไห้... ก่อนจะกอดจิราเบาๆ
“อีกอย่างไม่ได้ตายทั้งสองคนนะน้องไก่” จิรายักไหล่
“เลิกเพ้อเหอะเตี้ย...จิรา” เมย์ปรามอย่าหน่ายๆ
“เอาอีกๆน้องแพรชอบ” เสียงปรบมือแปะๆของแหม่มที่เล่นได้ทุกเวลาทำให้เมย์ถอนหายใจยาวๆ
พวกนี้มันเด็กจริงๆเชียว!!
“กลับกันได้แล้วมั้ง...เย็นมากแล้วเดี๋ยวต้องย้ายไปไนท์คลาสอีก...” เล็กเอ่ยชวนพลิกนาฬิกาสีส้มแจ๊ดที่ตัดกับผิวขาวนวลของตัวเองเป็นอย่างดี
“อืม...ไว้ค่อยมาอีกนะ” ไก่ยิ้มแป้น ส่วนแหม่มนั้นถูกปอเกาะแขนแล้วเอาหัวทุยๆซบไหล่ไปเรียบร้อย สีส้มของอาทิตย์ที่กำลังลับขอบฟ้าเริ่มฉาบไปทั่วฟ้ากว้าง...ราวกับมีมือที่มองไม่เห็นระบายสีมันอย่างนั้นแหละ...สัตว์น้อยใหญ่ที่ออกหากินในยามเช้า...เริ่มทยอยกันกลับรังเมื่อ...ราตรีกาลกำลังจะมาเยือน สายลมที่พัดผ่านแผ่วเบาราวกับคำอวยพร พร้อมไอสีขาวๆของหมอกที่ก่อขึ้นเพราะอากาศที่เริ่มเย็น...
“ท้องฟ้างั้นเหรอ?” นัยน์ตาสีขาวขุ่นเบือนหน้ามองผืนฟ้ากว้าง บทสนทนาเข้าสู่ห้วงความคิด...
‘คิดจะเป็นท้องฟ้าที่โอบอุ้มทุกสรรพสิ่งหรือไงครับ...ปอ’
‘ไม่ใช่...ฉันไม่เคยคิดจะเผยอตนขึ้นสูงเทียบเคียงท้องฟ้ากว้างนั่นหรอก...แค่ไม่อยากให้เพื่อนที่สำคัญของฉันต้องเจอเรื่องไม่ดีก็เท่านั้นเอง’จำได้ถึงคำตอบของตัวเองที่ตอบไป...ใช่เธอไม่คิดเผยอตนเทียมฟ้าหรอก...แค่ได้อยู่ตรงนี้...อยู่ที่นี่ก็เพียงพอแล้ว...
“ฟ้าน่ะสวยจังเลยนะ...” ปอเงยหน้ามองฟ้าเปรยออกมาโดยไม่สนใจว่าใครจะฟังไม่ฟัง...แต่เธอรู้...เพื่อนๆของเธอฟังเธอเสมอ...ถึงแม้ตอนนี้จะหันหน้ากันไปคนละทาง...แต่พวกเขาก็รับฟังเธอเสมอ...ไม่ว่าจะไร้สาระแค่ไหนก็ตาม...
“แต่ว่า...ที่ฟ้าสวยนั้นเพราะมีธรรมชาติรอบกายรายล้อม...หากไม่มีสิ่งเหล่านั้น...ก็ไม่ใช่ผืนฟ้าที่แท้จริง...”
“พูดอะไรเพี้ยนๆขึ้นมาอีกแล้วล่ะ” แหม่มที่เป็นที่ยึดให้เพื่อนก้มลงถาม รอยยิ้มสดใสที่เห็นจนเคยตาถูกส่งมาให้ทันที
“ไม่มีอะไรสักหน่อยนี่ค่ะน้องลูกแพร” ปอเอ่ยแหย่ ก่อนเสียงหัวเราะเบาๆจากหกสาวจะดังก้องที่เรนโบว์บรินด์แห่งนี้... 
 
“สบายใจจังนะ...ทำให้คนอื่นเขาลำบากแล้วมายืนหัวเราะกันแบบนี้น่ะ” เสียงเรียบๆเย็นของคนที่ควบคุมอารมณ์ตัวเองได้อยู่เสมอ...แต่ตอนนี้มันดูเหมือนว่าจะไม่ใช่เสียแล้ว...สิในเมื่อเขาต้องลำบากเกือบเอาตัวไม่รอดในการอธิบายเรื่องราวให้คนในย่านการค้าของฮาราจูกุเข้าใจว่ามันเป็นเพียงการเข้าใจผิดกันเล็กน้อย เท่านั้น แล้วไหนจะรวมกับค่าชดใช้ที่ทางพวกเขารับปากจะเสียไปจำนวนไม่น้อยนั่นอีกล่ะ!! เรื่องนั้นไม่เท่าไหร่หรอก...เพราะลำพังเงินแค่นั้นไม่ได้ทำให้ขนหน้าแข้งกระดิกได้ด้วยซ้ำ แต่ที่น่าโมโหกว่าคือการโดนหยามหน้า!!แถมอีกฝ่ายยังเป็นแค่เด็กผู้หญิงด้วย...
“พวกนาย...” เมย์ตวัดสายตาเรียบๆมอง “เป็นผู้ใช้มนตราสินะ” เพราะการที่จะเข้ามาในอาณาเขตที่แหม่ม...ซึ่งได้ชื่อว่าสร้างอาคมป้องกันได้ดีที่สุดในหมู่พวกเธอโดยที่อีกเจ้าของอาคมไม่รู้ตัวนั้น...ต้องเป็นผู้ใช้มนตราที่มีฝีมือมากๆแน่ๆ!!
“สาวน้อยจากไฮเรีย...ภาคเดย์คลาส” คราวนี้เป็นไคเต็นที่ตอบ...ยิ้มบางๆอย่างไม่ค่อยโกรธเคืองเท่าไหร่นัก เขาไม่ได้โดนหนักเหมือนฟินซ์นี่...รายนั้นจะระเบิดอยู่แล้ว “เธออาจจะไม่เคยเห็นพวกเรา”
“แล้วไง? พวกนายเป็นใครที่เราต้องเคยเห็นด้วยล่ะ” จิรายักไหล่ ลำพังพี่เชที่เป็นผู้อำนวยการพวกเธอยังไม่ค่อยจะให้ความสำคัญ นับประสาอะไรกับพวกที่ไม่เคยเห็นหน้านี้กัน...
“อา...เพิ่งเคยโดนว่าแบบนี้ครั้งแรก” ราสยกมือขึ้นกุมอกท่าทางเหมือนชอกช้ำใจอย่างหนัก
“แหม่ม...พอจะจับพลังของพวกนี้ได้ไหม?” ปอปรือตาลงอย่างง่วงๆ เงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าที่ถูกแต่งแต้มด้วยสีของราตรีกาลเสียแล้ว... พวกเธอไปสาย...มีหวังต้องโดนพี่เชบ่นใส่อีกแหงกๆ
“เราต้องรีบนะ...ถึงจะสายไปมากแล้วก็เถอะ”
“ คราวนี้คงจะปล่อยให้รอดไปง่ายๆไม่ได้” ชิกิที่นั่งแกว่งขาอยู่บนริมสะพาน นัยน์ตาสีฟ้าไม่มีประกายง่วงงุนอย่างเคย
“พวกเธอทำเอาเราลำบากไว้มาก”
“ก็แล้วยังไง?” น้องเล็กยักไหล่ “พวกนายก่อเรื่องเองไม่ใช่หรือไง?...” ว่าแล้วก็สบกับโกเมนคู่สวยของฟินซ์อย่างไม่กลัวเกรง...
“ทำผิดแล้วต้องยอมรับผิด” ฟินซ์เอ่ยเรียบๆ “คนที่ทำผิดแล้วหนี...ถือว่าไม่ได้ความ” นัยน์ตาสีน้ำเงินเข้มวาววับทันทีที่ได้ยินประโยคนนั้น
“แหม่ม...กางเขตอาคมให้แน่นหนาล่ะ!!”สิ้นเสียงของคนใจร้อน สายฟ้าเบื้องบนได้ฟาดฟันกันส่งเสียงโครมคราม มือเรียวขาวนั่นมีสายฟ้าสีเหลืองอ่อนๆไหลพันอยู่รอบๆ เล็กกระโดดตีลังกาก่อนจะฟาดสายฟ้าใส่ร่างของฟินซ์อย่างรวดเร็ว ชายหนุ่มมองสายฟ้านั้นด้วยแววตานิ่งเฉย ผ้าคลุมสีดำโบกเพียงครั้งเดียว สายฟ้าที่พุ่งโจมตีก็หายวับไปราวจะทันที!! แต่ดูเหมือนเจ้าของสายฟ้าจะไม่ยอมเลิกรา ใต้เท้าของร่างสูงจึงปรากฎอักขระเวทสีฟ้าเรืองแสงชัดเจน!!
“ข่ายมนต์อัสนี คิดจะช็อตอีกฝ่ายให้ไหม้เกรียมหรือไงเล็ก” น้องไก่ถามอย่างขำๆ เมื่อน้องเล็กกลับมายืนที่เดิม
“หากข่ายมนต์ง่ายๆแค่นั้นทำให้ไอ้คนจอมหยิ่งนั่นไหม้ได้ก็น่าดูชมอยู่หรอก” เล็กตอบกลับอย่างหงุดหงิด...รู้ดีว่าข่ายมนต์แค่นี้ไม่มีทางทำให้คนที่สามารถปัดสายฟ้าสีเหลืองนั่นเพียงแค่โบกผ้าคลุมเป็นอะไรหรอก...แต่ถึงจะอย่างนั้น... ไม่ทันสิ้นความคิดข่ายมนต์นั้นก็สลายไปเมื่อร่างสูงบ่นพึมพำเบา...เป็นการร่ายเวท!!
“มนตราสายฟ้าเหรอ?...หายากนะ” ฟินซ์เอ่ยคล้ายๆชื่นชม แต่ว่ากลับไปสะกิดต่อมอารมณ์ใครบางคนเข้าเต็มๆ
“น้องเล็ก” ปอเรียกเบาๆปรือตาขึ้นเล็กน้อย “อย่าปลดสายรัดข้อมือที่นี่ล่ะ...ที่เหลือจะทำยังไงก็ตามสบาย”
“รู้น่า!!”เล็กยักไหล่ ร่างเพรียวพุ่งพรวดไปด้านหน้า...เป้าหมายคือร่างของตาคนหน้าหมั่นไส้ “อัสนีบาตทั่วหล้า...ฟาดฟันทุกสิ่งสรรพ...ภายใต้นามแห่งสายฟ้า...จงสถิตนะมือคู่นี้...ดาบสายฟ้ากัปนาท!!”มือเรียวปรบเข้าหากันกอ่นจะตวัดเป็นวงกลมพุ่งใส่ร่างสูงแล้วกระโดดม้วนตัวขึ้นไปด้านบน
“ไก่เอาเลย!!”
“สายลมผันปรวน...จงมารวมตัวกันนะที่นี่...ตรึงอาณาเขตเอาไว้เพื่อกักกัน...คุกสายลมหวน!!”เสียงร่ายเวทฟังชัดของไก่ทำให้ราสๆที่อยู่ใกล้เพื่อนที่สุดรีบใช้สายลมเข้าไปห่อหุ้มทันที...ถึงจะรู้ฝีมือฟินซ์ดีก็เถอะ...
“ไม่ยอมให้ขวางหรอกน่า” เสียงแหลมบอกซัดมีดสายลมที่สร้างขึ้มาอย่างรวดเร็วใส่ชายหนุ่ม...เจ้าของนัยน์ตาสีทอง
 เฮ้อ...เป็นแมวที่แหว่วหว่าวดีเหลือเกิน ราสหัวเราะขำๆในลำคอหลบสายลมนั้นอย่างสบายๆ
“ชิกิ...ไคเต็น จัดการทีสิ...”บอกไปก็แค่นั้นรู้นิสัยไอ้เพื่อนสองตัวดี...ว่ามันไม่ทำแน่ๆ
“เรื่องอะไร” ชิกิยักไหล่แต่เป็นอันต้องโยกหัวหลบเมื่อมีอะไรบางอย่างมาพุ่งเข้าใส่
“จะกลัวไปทำไม...นั่นมันภาพลวงตาหรอก” เจ้าของนัยน์ตาสองสียักไหล่ขำๆ “นั่งว่างๆไม่ค่อยดีเท่าไหร่นะ” ชายหนุ่มส่ายหน้าอย่างระอา...เขาอยากนอนมากกว่านะ... แต่จะให้ทำไงได้ ดูท่าว่าสาวน้อยตาสองสีนี่จะไม่ยอมปล่อยให้เขานั่งๆนอนๆง่ายเสียด้วย...
“ฉันไม่สู้กับนายหรอก...ยัยเตี้ยยืนมองตาเขม็งอยู่อย่างนั้น” จิราบอกลั้วหัวเราะ ทำให้ซิกิเบือนตาไปทางร่างเล็กที่เอาหัวซบไหล่เพื่อนอยู่ นัยน์ตาสีขุ่นจับจ้องร่างของเจ้าของนัยน์ตาสองสีไม่วางตา
“รู้น่าๆไม่สู้ก็ไม่สู้ไงปอ...หลับๆไปเลยไป” ปอพยักหน้าก่อนซุกหาแหม่มแล้วหลับทั้งยืนแบบนั้นแหละ!!
“แค่จะกันนายไม่ให้ไปยุ่งกับพวกนั้นแค่นั้นเอง...ให้สองคนนั้นอาละวาดบ้างก็ดีนะ”
“อืม...” ซิกิว่าปรือตาลงอีกครั้ง แล้วทรุดตัวลงนั่งที่ขอบสะพาน “ฉันไม่ไปหรอก”
“ก็ดี”
“เฮ้อ...เจ้าแมวเหมียวขี้เซาซิกิ” ไคเต็นบ่นงึมงำ เขาเองก็ไม่คิดจะไปร่วมวงกับสองคนนั้นอยู่แล้ว ปล่อยให้ราสกับฟินซ์มีอะไรทำบ้าง...หลังจากที่เบื่อกันมาหลายวัน และอีกอย่างถึงจะไปก็คงไปไม่ได้... ว่าพลางปรายตาสบกับเจ้าของนัยน์ตาสีฟ้าใสนิ่งนั่น ถึงแม้ร่างนั้นจะยืนอยู่เฉยๆแต่เขารู้ว่าคนๆนี้ไม่ปล่อยเขาให้ไปยุ่งกับการต่อสู้ตรงนั้นแน่ๆ
“เธอชื่ออะไร?” เสียงทุ้มที่เอ่ยถามทำให้เมย์แปลกใจเล็กน้อย คนหน้าเป็นที่ยิ้มกวนส้นกำลังแย้มยิ้มเป็นมิตรเต็มที่...
“ฉันชื่อ ไคเต็น ซาซาเรอิ ไคเต็น”
“เมย์” เด็กสาวตอบสั้นๆ แต่แค่นั้นก็เป็นที่พอใจของชายหนุ่มแล้ว
“ธาตพิรุณงั้นเหรอ?”
“อืม...” ตอบกลับอย่างเนือยๆ
“เหมือนฉันงั้นสิ...เพราะฉันก็ธาตุพิรุณเหมือนกัน” เด็กสาวเลิกคิ้วอย่างแปลกใจก่อนจะแย้มยิ้มจางๆให้กับคนช่างจ้อ...ในโลกของการใช้มนตรา ไม่ค่อยมีหรอก...การที่มีคนมาบอกโต้งๆว่าตัวเองนั้นธาตุอะไร...เพราะนั่นเท่ากับบการเผยจุดอ่อนของตนให้คนอื่นรู้...แต่ตาคนช่างจ้อนี้กลับบอกออกมาอย่างหน้าตาเฉย
และถึงแม้ว่ารอยยิ้มนั้นจะเพียงจางๆ...แต่ก็ประทับใจชายหนุ่มไปไม่น้อย...เออแฮะ...เคยเห็นรอยยิ้มของสาวงามมาเยอะ...แต่ทำไมถึงติดใจกับรอยยิ้มน้อยๆนี่กันล่ะ
“ตามสบายเถอะ...ไม่ต้องมองฉันขนาดนั้น ฉันไม่ไปยุ่งด้วยแน่ๆ แต่เล่นอาละวาดอย่างนี้ไม่กลัวคนข้างนอกได้ยินเหรอ” ว่าแล้วก็เงยหน้ามองเขตอาคมกว้างสีเหลืองอ่อนที่ทอแสงเรืองๆ ทำหน้าที่ป้องกันไม่ให้คนภายนอกเห็นการต่อสู้เหนือมนุษย์นี่
“ไม่ต้องห่วง...ใช่ไหมแพร?” คนโดยเรียกหัวเราะเบาๆ ก่อนจะยิ้มกว้าง
“เขตอาคมของน้องแพรน่ะ...มั่นใจได้พันเปอร์เซ็นต์ค่ะ!!”
 
“น้องเล็ก! น้องไก่!!”จิราร้องเสียงหลงเมื่อเพื่อนทั้งสองถูกดีดออกห่างจากกลุ่มสายลมที่ม้วนตัวเป็นวงกว้าง ก่อนร่างทั้งสองจะตั้งหลักได้ ดูเหมือนว่าการต่อสู้ครั้งนี้จะเสียเปรียบไม่น้อย สังเกตได้จากลมหอบหายใจของทั้งคู่ด้วยแล้ว...
“พวกเธอฝีมือดีมากเลยนะ” ราสยิ้มพราว ข้างๆคือฟินซ์ที่ไม่มีบาดแผลอะไร อย่าว่าแต่บาดแผลเลยฝุ่นสักเม็ดยังไม่มีเลย!! ทั้งๆที่โดนไปขนาดนั้น...
“พวกเธอพลาดไปหลายอย่างเลยล่ะ” ซิกิหยักยิ้มก่อนจะหันไปคุยกับคนที่ลุกขึ้นยืนอย่างร้อนรน... “ผิดที่เลือกมาสู้กับบนท้องฟ้า...เพราะ...มันเป็นอาณาเขตของฟินซ์...”
“คงต้องแนะนำตัวกันสักหน่อย” ฟินซ์เปรยเสียงเย็น สบตากับเล็ก...อดยอมรับในใจไม่ได้ว่าเด็กสาวคนนี้เก่งกาจ...ทำให้เขาต้องใช้มนตราทั้งๆที่ไม่อยากใช้ได้...ต้องนับถือมากแล้ว ไหนจะความเฉียบขาดและความเร็วในการลงมือนั่นอีก...ราวอัสนีบาตที่ทรงพลังจริงๆ “เผื่อมันจะทำให้พวกเธอรู้จักเราขึ้นบ้าง”
“อืม...หากเป็นนักเรียนของไฮเรียไม่ว่าจะไนท์คลาสหรือเดย์คลาสก็ย่อมต้องเคยได้ยินบ้างแหละ” ราสอือออ...
“งั้น...ฉัน ราเสเนส  เฟสเซียร์ ส่วนเจ้าแมวขี้เซาตรงนั้น... เซนริ ซิกิ แล้วไอ้หมอนั่น...ซาซาเรอิ ไคเต็น แล้วก็...”
“ฟินนิช ฟ็อกซ์” เสียงทุ้มตอบอย่างแฝงไปด้วยอำนวจ...
“เฮ้ย!! ตระกูลของผู้ก่อตั้งไฮเรียนี่!!”จิราส่ายหน้าเซ็งๆ
ไฮเรียนั้นเป็นโรงเรียนจอมเวท...และการที่จะเกิดขึ้นมาได้นั้นแน่นอน...ย่อมต้องมีผู้ก่อตั้งมันขึ้นมา และตระกูลของท่านผู้ก่อตั้งเหล่านั้นก็จะได้รับหน้าที่ในการสืบทอดมนตราในการสร้างอาณาเขตคุ้มครองไฮเรียขึ้น...สี่ตระกูลที่ว่าประกอบด้วย... เฟสเซียร์แห่งสายลม เซนริแห่งหมอกมายา ซาซาเรอิแห่งวสันต์ ฟ็อกซ์...แห่งท้องฟ้า...
“สี่คนดังแห่งไนท์คลาสนี่เอง” คนตัวเองเปรยขึ้นเบาๆ นัยน์ตาสีขุ่นทอดมองเล็กน้อย ก่อนจะแย้มยิ้มบางๆ “บอกไปก็เท่านั้นแหละ”
“ก็ใช่” ไก่เกาหัว
“พวกเราไม่ใส่ใจอยู่แล้ว” เล็กว่า
“คิดเหมือนกันเลยล่ะ” จิรายักไหล่
“ก็นะ” เพื่อนเมย์
“น้องลูกแพรก็ว่างั้นแหละค่ะ” ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าใคร
 ชายหนุ่มทั้งสี่เลิกคิ้วเล็กน้อย...เด็กสาวพวกนี้น่าสนใจชะมัด!! แม้จะได้ยินชื่อตระกูลของพกวเขาก็ไม่เปลี่ยนท่าที...แม้จะมีตกใจบ้างเล็กน้อยก็ตาม
“เราน่ะนะ...ไม่เคยสนว่าพวกนายเป็นใครหรอก...” เล็กกับไก่ยืนให้แหม่มรักษาก่อนจะกระโดดเบาๆเพื่อทดสอบสมรรถภาพ
“พวกเราแค่ใช้ชีวิตตามที่เราพอใจก็แค่นั้น...”
“พวกคุณ...เป็นนักเรียนของไนท์คลาสใช่ไหมค่ะ?” แหม่มถามอย่างจริงจัง
“อืม...” ชายหนุ่มตอบแทบจะพร้อมกัน
“หากว่าไนทคลาสมีคนอย่างพวกนายอยู่...ก็คงไม่น่าเบื่อเท่าไหร่” น้องเล็กยักไหล่ ร่างเพรียวยืดตัวตรงก่อนจะโค้งลงอย่างสวยงาม
“ขอโทษด้วยสำหรับเรื่องวุ่นวายที่เกิดขึ้น...และขอบคุณสำหรับการประมือ”
“เช่นกัน” ฟินซ์ตอบรับเสียงเรียบ ไม่มีเหตุผลให้ต้องสู้กันอีกแล้วนี่นา...
“พวกเราคงต้องขอตัวก่อน...” น้องไก่ว่า ค้อมศรีษะเล็กน้อยให้ราสที่ยิ้มกว้างรับ
“กลับกันได้แล้วล่ะ” จิรากระโดดลงมาจากริมสะพาน...ก่อนจะยืนลงข้างๆเพื่อนๆ
“ก่อนอื่น...ขอถามอะไรสักอย่างได้ไหม?” ไคเต็นเลิกคิ้วถึงแม้จะบอกอย่างนั้นแต่นัยน์ตาก็จับจ้องไปที่ร่างของเมย์เท่านั้น...เป็นนัยบอกว่าให้ร่างตรงหน้าเป็นคนตอบ
“เดย์คลาสไม่น่าจะมีเวทอะไรที่ทำให้มาไกลได้ถึงขนาดนี้...”
“ก็ถูก” เมย์ตอบ...ก่อนจะหยักยิ้ม... “แต่เพราะพวกเราไม่ใช่แค่นักเรียนเดย์คลาสน่ะสิ...” สิ้นคำพูดนั้นแสงสีส้มก็วาบขึ้นน้อยๆกอ่นจะจางหายไป...แล้วก็ไม่มีร่างของยัยตัวร้าทั้งหกคนหลงเหลืออยู่แม้แต่น้อย...
 
“เป็นเหล่าเด็กสาวที่น่าสนใจดีใช่ไหมล่ะฟินซ์” เสียงนุ่มๆของใครสักคนเอ่ยขึ้นอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย
“เซโร่รึ?”
“ฮะๆฉันมาดูพวกนายหน่อยน่ะ...พอดีว่าการท่องเที่ยวครั้งนี้ของพวกนาย...นานไปหน่อย”
“อืม...” ร่างสูงรับคำ ก่อนจะมองไปยังที่ว่างเปล่านั้นอีกครั้ง...กางเขตอาคมได้ยอดเยี่ยมจริงๆ ขนาดที่เล่นกันแรงขนาดนั้นแล้วแท้ๆ...แต่กระนั้น...กลับไม่มีอะไรสักอย่างได้รับความเสียหาย...
“ฉันลืมบอกพวกนายไป...”
“เรื่องอะไร?” ซิกิปรือตาลงอีกครั้ง...
“มีท้องฟ้าอีกหนึ่งผืน...พร้อมธรรมชาติที่งดงาม...กำลังจะมาเยือนฟ้าแห่งราตรีกาล...”

ข้อความ :
จากคุณ * :
 

หน้าที่ 1 จาก 1 หน้า
แสดง เรื่อง
ความคิดเห็นที่ 1
ตื่นเต้น ลึกลับ เร้าใจสุดสุดค่ะ
รีบมาอัพต่อเร็วๆน่ะค่ะ
จะรอ ^^
จากคุณ อั๋น/(aun_work) อัพเดตเมื่อ 08/07/2554 16:35:13
หน้าที่ 1 จาก 1 หน้า
แสดง เรื่อง
 
จำนวนผู้ชมเว็บแจ่มใสขณะนี้: 301 ท่าน