Guest   
 
Username: 
Password:  




 




  






 
อ่านเรื่อง
ROMANCES SCENT ? EMBRACE SCENT ? Eps02 [100%] -Aug 05 UP!!-
mu_mu_jung
? ROMANCES CODE ? Eps04
63
10/07/2554 22:20:55
11944
เนื้อเรื่อง

Eps.04

With Each Other

 

        “ไม่ ให้ตายฉันก็ไม่ปล่อยนาย อย่าทำแบบนี้สิ แง้ๆ” ฉันเริ่มจะร้องไห้จริงๆ ไม่รู้ว่าเพราะอะไรกันแน่ แต่สายตาสาวๆ ที่มองมายังพวกเราดูเหมือนจะเป็นสายตาของมาป่าที่กำลังจ้องมองหนูน้อยหมวกแดงซะมากกว่า ยังไงฉันก็ไม่ยอมปล่อยให้ซีฟถอดกางเกงออกเด็ดขาด

            “เธอปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะปั้นหยา เฮ้ย พูดไม่รู้เรื่องเหรอวะ!” เขาสบถและพยายามจะแกะแขนฉันออกจากเอวของเขา และดันหน้าให้ฉันห่างจากแผงอกของเขาด้วย

            “ไม่ ยังไงๆ ก็ไม่ นายอยากถูกปรับข้อหาอนาจารหรือไงกันน่ะ!

            “ฉันควรจะถามเธอมากกว่า ทำแบบนี้มันเข้าข่ายอนาจารแล้วนะยัยบ้า!!

            แล้วสุดท้ายซีฟที่มีแรงมากกว่าก็เอาชนะฉันจนได้ เขาแกะมือฉันออกได้สำเร็จและคราวนี้ฉันล็อกเป้าหมายใหม่ด้วยการกระโจนไปกอดคอเขาเอาไว้แทน และใช้ตัวปิดบังร่างกายอันเซ็กซี่เรียกเลือดของซีฟเอาไว้แทน ฉันได้ยินเสียงซีฟถอนหายใจและเขาก็เลิกผลักฉันออกแล้ว

            “โอเค ไม่ถอดแล้ว ไม่ถอดแล้ว” ซีฟพูดเสียงเบาและวางมือไว้ที่บ่าของฉัน

            “หัวใจฉันจะวายตายแล้ว รู้รึเปล่า” ฉันบอกก่อนจะทุบอกเขาแรงๆ ทีหนึ่ง แต่ก็ไม่ยอมปล่อยเขาจากที่กอดไว้

            กลายเป็นว่าฉันใช้สองมือกอดคอเขาเอาไว้ แนบหน้าลงที่หน้าซอกคอของเขาแทน เป็นตายร้ายดีฉันก็ไม่อยากให้เขาเปลือยที่นี่หรอก อยากจะเป็นข่าวดังไปทั่วมหาวิทยาลัยหรือไงนะ ผู้ชายคนนี้มีลูกบ้ามากกว่าที่ฉันคิดเอาไว้ซะอีกนะ เชื่อเถอะ ถ้าเพื่อการเอาชนะเขาสามารถถอดเสื้อผ้าทุกอย่างได้จริงๆ ฉันเชื่ออย่างนั้น

            “ปั้น อย่าไปกอดผู้ชายแบบนั้นสิ คนอื่นจะมองไม่ดีนะ”

            แล้วเสียงของพอสก็ดังขึ้นเพื่อบอกฉันอีกครั้ง ฉันหันไปมองหน้าเพื่อนแล้วเห็นแววตาอะไรบางอย่าง อย่าคิดว่าฉันไม่รู้ทันนายนะพอส

            “เงียบไปเลยพอส เงียบไปเลย” ฉันบอกและทำมือเป็นสัญญาณให้เขาหุบปากลง

            แต่ว่าพอสก็ยังยิ้มเรี่ยราดเหมือนเดิม สายตาที่เขากวาดมองร่างกายของซีฟดูน่ากลัวกว่าสาวๆ ที่มองอยู่รอบๆ นี่ไม่รู้กี่เท่า

            และฉันก็ต้องสะดุ้งเมื่อรู้ถึงฝ่ามือที่อุ่นจัดจนร้อนแนบลงที่เอวของฉัน ไม่มีใครแล้วนอกจากคนที่ฉันกอดอยู่ตอนนี้ ผู้ชายบ้านี่คิดอะไรอยู่นะ เรื่องนั้นยังไม่ทันจบ ก็มาทำแบบนี้ซะแล้ว

            “หยุดเลยนะซีฟ” ฉันกระซิบเสียงเขียวให้เขา จากนั้นก็หยิกมือเขาเต็มแรง

            แต่ว่าสีหน้าของเขายังยิ้มระรื่นอยู่ดี ให้ตายเถอะ นี่ใช่ไหมที่เขาเรียกว่าทำคุณบูชาโทษ โปรดสัตว์ได้บาปน่ะ รู้อย่างนี้ปล่อยให้เขาผจญกับพอสคนเดียวดีกว่า

            “ฉันเกลียดพวกนายแล้ว ผู้ชายนิสัยแย่แบบนี้กันทุกคนรึเปล่า ขนาดกำลังเครียดกันอยู่ก็ยังมาทำเรื่องแบบนี้ได้น่ะ!” ฉันโวยอย่างหงุดหงิดก่อนจะดันตัวเองออกมาจากร่างของซีฟ

            ซึ่งซีฟก็ยอมปล่อยฉันออกมาแต่โดยดี เขายิ้มและมองหน้าฉันเหมือนเดิม

        “ไม่เอาแล้ว เชิญพวกนายแก้ผ้าตามสบายเลย ฉันจะกลับแล้ว ไม่เอาด้วยแล้ว!” ฉันบอกและตั้งใจจะเดินหนีไป แต่ว่าซีฟก็คว้าข้อมือฉันไว้อีกครั้ง ทำให้ฉันร้องออกมาอย่างหงุดหงิด

            “พอเลยนะซีฟ อยู่กับนายทีไรเปลืองตัวทุกทีเลย

            “ไปลาออกจากชมรมซะ เดี๋ยวไปคณะด้วยกัน” เขาบอก แต่ฉันจะบ้าตาย

            ที่ฉันพูดๆ ไปเนี่ย เขาไม่ฟังเลยสินะ

            “ไม่เอาแล้ว ไม่สนแล้ว ฉันจะกลับอพาร์ตเม้นต์วันนี้ ไม่ยุ่ง ไม่ทำอะไรทั้งนั้น” ฉันพูดพลางบิดแขนออกจากมือของเขาไปด้วย

            “ไม่แคร์จริงๆ เหรอ ถ้าฉันจะแก้ผ้าน่ะ”

            “ไม่!!

            “ใจเย็นน่า ชมรมก็มีไว้แค่นั้นมันไม่ได้เกี่ยวอะไรกับทรานสคริปต์นี่นา ลาออกซะ ไม่งั้นฉันจะระเบิด” ซีฟพูดเสียงหวาน แต่แววตาเขาไม่หวานด้วยเลยสักนิด

            “ทำอย่างนี้ไม่ได้นะ!” และเป็นพอสอีกเช่นเคยที่อาสาเข้ามาช่วยฉัน

            ชิ ฉันรู้หรอกนะว่าจุดประสงค์ที่แท้จริงของพอสเป็นยังไงน่ะ

            “ก็ดีเหมือนกัน นายน่ะก็อยู่ชมรมเดียวกับยัยแกงจืดนี่สินะ ว่ายน้ำแข่งกันหน่อยเป็นไร ถ้านายชนะ ฉันจะไม่ยุ่งกับเรื่องส่วนตัวของยัยนี่อีก แต่ถ้านายแพ้ ฉันจะให้ยัยนี่ลาออกจากชมรม”

 

            “ก็ได้ น่าสนุกเหมือนกันนี่” พอสกระตุกยิ้มที่มุมปาก ก่อนจะถอดเสื้อคลุมออกจากตัว และเดินไปหยิบแว่นตาว่ายน้ำที่วางบนโต๊ะเหนือขอบสระ

            “นี่ ไม่เล่นแบบนี้กันนะ” ฉันท้วงแต่ดูเหมือนว่าไม่มีใครฟัง

            ซีฟเดินตรงไปหาพอสและตามเก็บเสื้อผ้าที่เขาถอดทิ้งเอาไวบนพื้นขึ้นมา

            ออกัส! ขอยืมกางเกงว่ายน้ำหน่อย” แล้วซีฟก็ตะโกนเรียกใครบางคน ที่กอดอกยืนยิ้มมองดูเหตุการณ์วุ่นวายของพวกเราอยู่นานแล้ว

            “ตามมาสิ” ผู้ชายคนนั้นตอบรับ และหันมายิ้มให้ฉัน

            นั่นมันรองกัปตันของชมรมไม่ใช่เหรอ เห็นรอยยิ้มของเขาแล้วฉันสยองแฮะ เมื่อรู้ว่าเขาเป็นเพื่อนกับซีฟด้วย หวังว่ารองกัปตันคงไม่ทำร้ายฉันด้วยการเล่าเรื่องเปิ่นๆ ในชมรมของฉันให้ซีฟฟังหรอกนะ ฉันกลอกตาไปมายืนประสานมือเข้าหากันแน่นระหว่างที่รอซีฟออกมาจากห้องเปลี่ยนเสื้อผ้า และสลับกับมองพอสที่กำลังวอร์มร่างกายอยู่ริมสระเงียบๆ

            แล้วฉันก็ต้องกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่เมื่อซีฟเดินออกมาจากห้องเปลี่ยนเสื้อ บนตัวของเขามีเพียงกางเกงว่ายน้ำตัวเล็กเพียงตัวเดียวเท่านั้น อวดร่างกายเพรียงแข็งแกร่งได้รูปของเขาต่อสายตาคนอื่นๆ ที่อยู่บริเวณสระน้ำ ฉันถอยหลังอีกก้าว เมื่อรู้สึกถึงความร้อนที่แล่นมารวมตัวบนหน้าอย่างรวดเร็ว

            อาหารใจหวิวและหายใจไม่ออกนี่เหมือนกับตอนที่เลือดกำเดาจะไหลไม่มีผิด ฉันมองตามร่างสูงของซีฟอย่างไม่ละสายตา ท่วงท่าของเขาดูโดดเด่นมากกว่าใครๆ และยิ่งตอนที่เขาส่งยิ้มให้ฉัน มันก็เหมือนกระสุนที่พุ่งออกมาจากกระบอกปืน และกระหน่ำยิงร่างกายของฉันจนพรุนนองเลือดไปหมด

            “ฉันจะพาเธอออกจากชมรมนี่ให้ได้ คอยดูสิ” เขาเดินเข้ามากระซิบข้างหูฉันเบาๆ และเดินเลยผ่านไป

            หัวใจของฉันเต้นตึกตักและหมุนตัวกลับไปมองร่างสูงของเขาอีกครั้ง แสงแดดที่กำลังจะลับขอบฟ้าเมื่อต้องร่างของเขา ก็ทำให้เขาดูสว่างจ้าจนแสบตาไปหมด

            ผู้ชายคนนี้ทำไมถึงได้ดูเหมือนสนใจฉันนักนะ ไม่เข้าใจเลยแฮะ

        ทั้งซีฟและพอสต่างประจำที่ที่แท่นกระโดดน้ำ ท่ามกลางคนอื่นๆ ที่กำลังมองดูอย่างใจจดใจจ่อรวมไปถึงฉันด้วยเช่นกัน ฉันมองแค่ซีฟคนเดียว เหมือนมีมนตร์สะกดบางอย่างที่คอยจะทำให้ฉันต้องมองแค่ซีฟคนเดียวเท่านั้น

            ผู้ชายคนนั้นคนเดียวเท่านั้น

            และไม่น่าเชื่อว่าระยะเวลาไม่นานซีฟก็แตะขอบสระได้ก่อนเป็นคนแรก ทั้งที่พอสก็ว่ายน้ำเก่งพอตัว

            ผู้ชายคนนี้เป็นโรบอตหรือเปล่านะ ทำไมถึงเก่งไปหมดทุกด้านแบบนี้ ไม่น่าเชื่อเลยจริงๆ และสุดท้ายฉันก็ถูกลากออกจากชมรมโดยที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้เลย พอสยิ้มเมื่อเห็นฉันถูกซีฟดึงให้เดินตาม มันมีอะไรน่าสนุกอย่างนั้นเหรอ ฉันอยากจะรู้จริงๆ ให้ตาย

            “เดี๋ยวฉันกลับห้องก่อนนะ จะไปเปลี่ยนเสื้อน่ะ แล้วก็อาบน้ำด้วย” ฉันบอกซีฟเบาๆ เมื่อเขาลากฉันมาถึงลานจอดรถ และเห็นรถของเขาจอดเด่นเป็นสง่าอยู่ตรงหน้า

            “แล้วค่อยกลับไปที่คณะของฉันงั้นเหรอ” เขาหันมากอดอกถามฉัน สายตาคมดุของเขาทำให้ฉันสั่นได้ เพราะอย่างนั้นฉันเลยเลือกที่จะไม่มองหน้าเขา คนคนนี้อันตรายมากเกินไป

            “อื้อ ฉันต้องอาบน้ำทันทีที่ขึ้นจากสระน่ะ เดี๋ยวจะแพ้คลอรีน” ฉันบอกเขาเสียงอุบอิบแล้วก็ก้มหน้าลงอีกหน่อย เพราะคิดว่าเขาต้องแผดเสียงใส่ฉันแน่ๆ แต่แปลกที่เขาแค่มองดูฉันและเลิกคิ้วขึ้นมองเท่านั้น

            “งั้น ฉันไปนะ” ฉันบอกแล้วทำท่าจะเดินถอยหลัง แต่ว่าซีฟคว้ามือฉันอีกแล้ว

            เอากุญแจมือมาสวมเลยดีไหม จะได้เหมือนจับมือกันทุกวินาที

            “พูดแบบนี้ ผู้ชายคนไหนได้ฟังก็ต้องคิดอยู่แล้วล่ะว่าผู้หญิงอยากให้ไปส่ง ขึ้นรถสิ เดี๋ยวจะไปส่งที่อพาร์ตเม้นต์” เขาบอกแต่ฉันส่ายหน้าหวือ

            ไม่เลย ฉันไม่อยากให้เขาไปส่งเลยจริงๆ นะ ขืนไปแล้วเขาตามขึ้นมาสนุกล่ะทีนี้ คงมีแต่ผู้ชายคนนี้เท่านั้นที่แปลเจตนาของคนอื่นไปอีกทางได้

            “เอาน่า รถฉันนั่งสบาย แอร์เย็น ไม่ต้องไปเบียดบนรถเมล์ที่มันแออัดแถมไม่เสียตังค์ด้วยนะ”

            “มะ มะ ไม่ดีกว่านะ ฉันไปเองได้” ฉันบอกถามจะถอยหลัง แต่ว่ามารร้ายอย่างซีฟก็เอาแต่ยิ้มและลากฉันขึ้นรถจนได้

            “เอาน่าๆ ฉันใจดีจะตายเธอก็รู้อยู่แล้วนี่”

            “คุณตำรวจ ช่วยหนูด้วย!!

 

            “ฉันไม่อยากให้นายขึ้นไปอ่ะ” ฉันบอกเขาเสียงอ่อยเมื่อซีฟทำท่าจะตามฉันขึ้นบนห้องด้วย

            สีหน้าที่ยิ้มๆ ของเขาในตอนแรกหายวับไปทันทีเมื่อฉันพูดจบประโยค อึก ซีฟจะฆ่าฉันไหมเนี่ย ฉันนี่พูดอะไรไม่คิดหน้าคิดหลังเลยแฮะ

            “นายรอแป๊บได้ป่ะเดี๋ยวสิบนาทีฉันก็ลงมาแล้ว” ฉันบอกพร้อมทั้งทำสีหน้าบริสุทธิ์ไร้เดียงสาเต็มที่

            “ตอนนี้ผิวฉันก็แสบเหมือนกันนะ ดูสิ” แล้วเขาก็ยื่นท่อนแขนขาวๆ ที่โผล่พ้นเสื้อชอร์ปวิศวะของเขาออกมาให้ฉันดู

            มันแดงจริงๆ ด้วย และทำท่าจะลุกลามเป็นผื่นด้วย ฉันมองแล้วก็ไม่สบายใจเพราะตัวเองก็แพ้นั้นแพ้นี่บ่อยๆ จนเป็นผื่นแดงคันทรมานเหมือนกัน

            “งั้นก็ได้ แต่สัญญานะว่าจะไม่ทำอะไรฉันน่ะ” ฉันชี้หน้าเขาอย่างกล้าๆ กลัวๆ

            “ทำอะไรที่ว่าน่ะ อะไรล่ะ” เขาย้อนกลับสีหน้าระรื่นเหมือนกำลังชอบใจนักหนา

            “นี่” ฉันตะคอกเสียงใส่เขาอย่างเหลืออด

            แต่คนหน้ามึนอย่างซีฟมีหรือจะสะเทือน ขนาดจะเปลื้องผ้าในที่สาธารณชนเขาก็ยังทำมาแล้ว คิดไปคิดมาก็ชักจะเหนื่อยซะเอง ฉันเลยถอนหายใจและพยักหน้าให้เขาอย่างเสียไม่ได้ เอาเถอะ ยังไงฉันก็เคยไปค้างที่ห้องพักของเขาแล้วนี่ แถมยังทิ้งชั้นในไว้ที่ห้องน้ำของเขาอีก

            เอ๊ะ! เดี๋ยวนะ ชั้นในอย่างนั้นเหรอ

            “ซีฟ!” ฉันเรียกและจับเสื้อของซีฟเอาไว้ เมื่อเขากำลังจะเดินผ่านประตูใหญ่ของอพาร์ตเม้นต์เข้าไปด้านใน

            “อะไรอีกล่ะ บอกก่อนนะว่าตอนนี้ฉันเริ่มจะหงุดหงิดแล้วเพราะเหนียวตัว ถ้าเธอยังโยกโย้กวนประสานฉันจะตีเธอจริงๆ” เห็นไหม ว่าหมอนี่ป่าเถื่อนมากแค่ไหนน่ะ

            “ชั้นใน” ฉันพูดเสียงอ่อยแล้วก็ยืนบิดตัวไปมาไม่รู้ว่าควรจะทำยังไงดี

            “หือ?” ซีฟขยับเข้ามาใกล้ และเอียงหูใกล้ๆ กับริมฝีปากของฉัน

            “ชั้นในของฉันล่ะ ที่ทิ้งให้นายวันก่อน” พูดไปแล้วหน้าฉันก็ร้อนฉ่า ถ้าเอาน้ำมาสาดหน้าฉันรับรองได้เลยว่ามันต้องเดือดแล้วก็ระเหยเป็นไอแน่

            “อ้อ เรื่องนี้เองเหรอ เอาเป็นว่าแลกเปลี่ยนกัน เธอไปซื้อชั้นในให้ฉันหน่อยแล้วกัน ส่วนฉันจะไปเอาชั้นในมาคืนเธอ โอเคมั้ย?” เขาต่อรองเหมือนเป็นเรื่องธรรมดาๆ ที่ไม่สำคัญอะไรเลย แต่ฉันสิ อ้าปากเหวอด้วยความตกใจจนซีฟเห็นแล้วคงขำ เขาเลยยื่นมือมาปิดปากให้ฉันแทน

“ร้านขายของชั้นแรกของอพาร์ตเม้นต์เธอก็น่าจะมีนะ เดี๋ยวฉันมา” แล้วเขาก็ไม่ยอมปล่อยให้ทำหน้าจะเป็นจะตายอยู่คนเดียว

“อ้อ เธอคงรู้ไซส์ของฉันนะ ก็เล่นใกล้ชิดกันซะขนาดนั้น” ขนาดเดินไปได้ไกลแล้ว ซีฟก็ยังไม่วายหาเรื่องให้ฉันกระทืบเท้าด้วยความหงุดหงิดปนเขินจัดอยู่คนเดียว

            เขาเป็นปีศาจร้ายชัดๆ

 

            เมื่ออยู่ด้วยกันในห้องคงไม่ต้องบอกว่าฉันรู้สึกร้อนๆ หนาวๆ ยังไงบ้างรู้ ยิ่งตอนที่เขาเปลื้องผ้าทีละชิ้นๆ ละมองดูฉันด้วยสายตาที่แปลกประหลาดกว่าปกติ ก็ทำให้ฉันขนลุกเกรียวและแทบจะไม่กล้ามองหน้าเขาเลย อะไรเข้าสิงฉันและปล่อยให้เขาเข้ามาในห้องได้นะ ฉันไม่เข้าใจตัวเองเอาซะเลย

            “ถ้าจะอาบน้ำก็เข้าไปในห้องนอนฉันนะ” ฉันบอกและรีๆ รอๆ อยู่หน้าประตู

            ปล่อยให้สัตว์ร้ายอย่างซีฟสำรวจห้องฉันอย่างตามใจ เขาหันมามองหน้าฉันและเสยผมขึ้น ไม่พอ แววตาของเขายังเหมือนกับจะบอกอะไรบางอย่างอยู่ด้วย

            ถ้าเกิดว่าฉันรักและสงสารตัวเองที่จะไม่ปล่อยให้ตกหลุมรักเขา ก็ไม่ควรจะพยายามอ่านสายตานั้น

            แต่ถ้าหากว่าฉันอยากรู้ว่าเขาจะบอกอะไรกับฉัน ฉันก็คิดว่าให้เขาบอกกับปากของเขาดีกว่า ฉันยังไม่มั่นใจอะไรทั้งนั้น เกี่ยวกับผู้ชายชื่อซีฟ

            “ให้เข้าไปในห้องนอนเนี่ย หมายความว่ายังไงเหรอ?” เขากระตุกยิ้มที่มุมปาก และมองหน้าฉัน

            “ก็ห้องฉันมีห้องน้ำอยู่ห้องเดียวนี่ ไม่อาบใช่มั้ย งั้นออกไปเลย” ฉันบอกและถอยกรูดชิดประตูห้อง และกอดถุงใส่ชั้นในตัวเองไว้แน่น พยายามอย่างมากที่จะบังไม่ให้เขามองเห็น

            แต่ซีฟสิ เอาแต่โยนกระเป๋าใส่ชั้นในชายที่ฉันบากหน้าไปซื้อมาให้เขาขึ้นลงอยู่นั่นแหละ ไม่เห็นสีหน้าจะเป็นจะตายของฉันบ้างหรือไงนะ

            นี่คงเป็นความรู้สึกของเขาตอนที่ไปซื้อชั้นในให้ฉันสินะ ให้ตาย มันรู้สึกแย่อย่างนี้เลยเหรอ

            “งั้นฉันไปอาบน้ำก่อนแล้วกัน หิวข้าวแล้วรึยังน่ะ ขึ้นจากสระน้ำต้องหิวแหงๆ เลย” เขาทาย และก็ถูกเผงเลยด้วย

            ฉันหิวจะแย่อยู่แล้ว

        แต่ก็ไม่รู้ว่าจะทำยังไงดี เพราะว่าอยากให้เขาออกจากห้องให้เร็วที่สุดมากกว่าที่เขาจะมายืนมองกันแบบนี้ ถ้าเขาอาบน้ำเสร็จเมื่อไหร่ฉันจะไล่เขาจริงๆ แต่ก็ไม่รู้ว่าเขาจะเชื่อที่ฉันบอกหรือเปล่า

            “เดี๋ยวไปทานข้าวด้วยกันนะ ปั้นหยา

            เสียงเรียกชื่อของฉันอย่างอ่อนหวาน ที่มาจากปากสัตว์ร้ายอย่างซีฟทำให้ฉันใจเต้นอย่างไม่น่าเชื่อ นี่สินะ ที่เขาเรียกว่าแรงดึงดูดของนักล่า เขาไม่ต้องทำอะไรทั้งนั้น เพียงแค่ยืนนิ่งๆ และจ้องมองให้เหยื่อเดินมาตกหลุมที่เขาขุดเอาไว้เป็นกับดักก็เท่านั้น

            และฉันไม่ควรจะเสียงกับเขาไม่ว่าจะเป็นกรณีไหนทั้งสิ้น

 

            “ฝันดีนะ” ซีฟบอกกับฉันเมื่อเขาขับรถมาส่งฉันที่อพาร์ตเม้นต์อีกครั้ง หลังจากที่เราไปทานมื้อเย็นด้วยกันมา

            เพราะว่าฉันดูเพลียๆ เขาเลยไม่ให้ฉันไปทำวิจัยกับเขาที่คณะ เพียงแค่พาไปทานข้าวและกลับมาส่งที่นี่เท่านั้น บางทีคนคนนี้ก็ใจดีเกินไปจนน่ากลัว

            “ไม่เป็นไรแน่เหรอ ฉันเป็นคนทดลองวิจัยของพวกนายนะ” ฉันบอกไปอย่างไม่สบายใจ

            “ไม่เห็นเป็นไร เราไปต่อวงจรของนาฬิกาก่อนก็ได้ ค่อยรวบรวมข้อมูลแล้วก็เขียนโปรแกรมทีหลัง เธอไม่ต้องคิดมากอะไรหรอกน่า ไม่ต้องเครียด” ซีฟพูดแล้วก็ยีผมฉันเล่นเหมือนมันเขี้ยว

            “ฉันไม่สบายใจนี่นา” ฉันพึมพำแต่เขาแค่ยิ้มและขยับตัวถอยห่างออกไป

            “ไม่มีอะไรหรอกน่า ฉันไปนะ เจอกันพรุ่งนี้” เขาโบกมือลาให้ฉัน จากนั้นก็ขึ้นรถและขับหายออกไปในยามค่ำคืน

            “ทำไมฉันใจหายตอนที่ยืนส่งนายอย่างนี้นะซีฟ

 

Ziff talks…

        “วันนี้แกอารมณ์ดีผิดคาดนะซีฟ” เสียงของไอ้กอล์ฟทำให้ผมหรี่ตามองมันทันที

            “แล้วไง แกอยากให้ฉันเอาเลื่อยนี่ตัดคอแกใช่มะ!” ผมถามและชูเลื่อยที่กำลังใช้เลื่อยไม้อยู่ให้เพื่อนดูไปด้วย

            “ก็จริงนี่หว่า ขนาดเลื่อยไม้แกก็ยังยิ้มเลย อารมณ์ดีเพราะใครกันนะ” หมอนี่แซวต่อ แต่ผมไม่มีอารมณ์จะต่อล้อต่อเถียงด้วย

            แต่นานไปผมชักจะหงุดหงิด เพราะว่าคนตัวเล็กหน้าจืดๆ หัวฟูๆ ยังไม่โผล่มาให้แกล้งสักที ใช่ ผมหมายถึงยัยจืดชืดปั้นหยาน่ะ ไม่รู้ว่ามัวไปทำอะไรอยู่ชักช้าจริงเชียว โทรไปก็ไม่รับสายด้วย รู้อย่างนี้ไปดักรอที่หน้าคณะของยัยนั่นก็ดีหรอก

            “ซีฟแกทะเลาะกับปั้นรึเปล่าน่ะ” เสียงเพื่อนร่วมทีมถามขึ้นมาอีก และผมก็ขมวดคิ้วแน่น

            “เปล่านะ เมื่อวานก็คุยกันดีๆ อยู่เลย” ผมบอกแล้วก็เริ่มจะเป็นห่วงยัยคนเซ่อซ่านั่น ว่าใครจะทำอะไรให้ยัยนั่นหรือเปล่า

            “เหรอ แต่ปั้นน่ะซุ่มซ่ามมากเลยนะ ไม่รู้เป็นอะไรรึเปล่า วันก่อนก็เดินลงบันไดไม่ระวังได้แผลมาด้วย” กอล์ฟพูด

            “อื้อใช่ แถมเดินๆ อยู่ก็เดินตกท่อระบายน้ำอีกต่างหาก” ไอ้เอกก็ช่วยเสริม

            “คนอย่างปั้นน่ะนะ แค่กินข้าวก็อันตรายแล้ว ยิ่งเดินมึนๆ ตามถนนก็โคตรน่าห่วงเลยด้วย จากคณะมนุษย์มาที่วิศวะก็ไกลอีกต่างหาก” และจากนั้นก็มีอีกหลายเสียงที่ช่วยสรรเสริญความเฟอฟะของปั้นหยา

            จนฟังไปฟังมามันชักจะเหมือนเสียงแช่งยัยนั่นซะมากกว่า

            “หุบปากพวกแกไปเลย เดี๋ยวฉันจะออกไปดูเอง” ผมตัดบทแล้วก็ลุกขึ้น เตรียมจะออกไปตามหายัยเอ๋อแกงจืดปั้นหยา

            แต่ไม่นึกว่าคนที่เรากำลังนินทากันอยู่จะโผล่มาให้เห็น แถมยังเปียกซ่กไปทั้งตัว และเช่นเคยในมือของปั้นหยาก็มักจะมีขนมที่หอบหิ้วมาให้พวกผมอยู่บ่อยๆ

            “เฮ้ย! ทำไมเปียกแบบนี้ล่ะ ไปทำอะไรมาน่ะ” ผมร้องอย่างตกใจ และตรงเข้ามาตั้งใจจะดูว่าปั้นหยาเจ็บตรงไหนหรือเปล่า แต่ว่าปั้นหยาสะบัดมือผมออก และวางถุงขนมลงบนพื้น ก้มหน้าไม่มองหน้าผม และเอาแต่บ่นพึมพำกับพื้นเหมือนกำลังร่ายมนตร์สาปแช่งผมอยู่

            “ปั้นหยา!” ผมเรียกชื่อเสียงดังขึ้นอีกนิด เพื่อเธอจะได้กลัวและเชื่อฟังผมเหมือนเดิม

            “ฉันเกลียดนายที่สุดเลย” แล้วในที่สุดปั้นหยาก็เงยหน้าขึ้นมองผมและใบหน้านั้นก็เต็มไปด้วยน้ำตาอาบสองแก้ม ดวงตาแดงก่ำ ไม่บอกก็รู้ว่าเธอร้องไห้มาอย่างหนักก่อนหน้านี้

            “เกิดอะไรขึ้น!” ผมถามและจับไหล่เธอ แต่ว่าครั้งนี้ปั้นหยาปัดป้องจนในที่สุดเธอก็ตบหน้าผมด้วยกำปั้นจนผมหน้าหัน

            ไม่เจ็บ แต่ผมกำลังสงสัยว่าตัวเองทำอะไรให้เธอร้องไห้กันแน่

            “นายทำแบบนี้ทำไมซีฟ นายอยู่กับผู้หญิงอื่น นอนกับผู้หญิงคนนั้นแล้วถ่ายรูปมาให้ฉันดูทำไม!” ปั้นหยาตะคอกใส่ผมจากนั้นก็ทรุดตัวลงนั่งยองๆ และร้องไห้กับฝ่ามือตัวเอง

ผมลูบแก้มตัวเองและสงสัยว่าตัวเองทำอย่างนั้นเมื่อไหร่ แต่พอเห็นไหล่ของปั้นหยาสะท้อนขึ้นลงเพราะกำลังร้องไห้จนสะอื้นแล้วผมก็ทั้งสงสารเธอ หงุดหงิดด้วย และที่มากกว่านั้น ผมอยากจะรู้ว่าผมไปส่งรูปอะไรให้เธอตอนไหนกัน

            “ปั้นหยา คุยกันดีๆ ซิ เธอว่าอะไรนะ รูปใคร รูปฉันเหรอกับใครล่ะ?” ผมทรุดตัวลงนั่งเหมือนกับปั้นหยา จากนั้นก็จับไหล่ของเธอไว้ด้วย

            “ซูซี่ไง นายจะส่งรูปบนเตียงของนายกับผู้หญิงคนนั้นให้ฉันทำไม ซีฟ!

End Ziff talks…

 

            “หือ?” เขาคนนี้ทำหน้าเหมือนจะตายตอนที่ฉันบอกเขาไป

            ตอนนี้ดวงตาของฉันเหมือนจะมืดบอดไปแล้วเพราะว่าห้องไห้เกือบสองชั่วโมง ฉันร้องไห้ตั้งแต่ร้านขายเค้กของคณะมาตามทางถึงที่นี่เลย

            ก่อนหน้าที่กำลังต่อคิวซื้อเค้กมาฝากพวกเขาฉันได้รับ MMS จากใครบางคน เมื่อกดเข้าไปดูฉันก็แทบช็อกเพราะว่ามันเป็นภาพอีโรติกของชายหญิงบนเตียง และเมื่อเพ่งมองดูดีๆ ก็พบว่าเป็นซีฟกับซูซี่นั่นแหละ ภาพแรกเป็นภาพที่ผู้หญิงคนนั้นฝังจมูกจูบที่แก้มของซีฟอย่างถนัดถนี่

            ภาพต่อๆ มาก็วาบหวิววาบหวามจนฉันไม่กล้าจะกดดูต่อ รู้แค่เพียงว่ามือของฉันสั่นระริกไปหมด แล้วไม่นานฉันก็ร้องไห้น้ำตาหยดแหมะๆ ขนาดที่พี่ร้านขายเค้กยังตกใจเลย เพราะว่าฉันร่าเริงบ้าบออยู่ตลอดเวลา และถึงตอนนี้ฉันก็ยังไม่เข้าใจตัวเอง ว่าฉันจะร้องไห้ไปเพื่ออะไร

        ไม่นานฉันก็เจอตัวเป็นๆ ของซูซี่ และไม่อยากแม้จะนึกว่าเกิดอะไรขึ้นหลังจากนั้น ฉันไม่อยากจะจำ

            และตอนนี้แม้แต่จิตใจของตัวเองฉันก็ไม่รู้ว่ามันเป็นอะไรไปแล้ว ฉันไม่รู้จริงๆ

            “ไหน ขอดูหน่อย

            ว่าแล้วซีฟก็ล้วงมือเข้ามาในกระเป๋าถือของฉันทันที ฉันเคยบอกไปแล้วหรือยังนะว่าผู้ชายคนนี้ไม่มีมารยาทเอาซะเลย แต่ความรู้สึกปั่นป่วนที่กำลังเล่นงานฉันอยู่ ทำให้ฉันไม่มีเรี่ยวแรงที่จะทุบตีเขาแบบเจ็บๆ ได้อีก

            “มันอยู่ในโทรศัพท์หรือเมล หรืออะไร” เขาถาม แต่ก็คว้าเอามือถือของฉันไปกดยิกๆ แล้ว

            “เฮ้ย!” แล้วไม่นานเขาก็อุทานออกมาอย่างตกใจ

            คงเห็นแล้วล่ะสิ ว่าใครส่งอะไรมาให้ฉันน่ะ แต่ว่าฉันคิดผิด เพราะนึกว่าเขาจะโวยวายแก้ตัวเรื่องรูปที่มีผู้ปรารถนาดีส่งมาให้ฉัน แต่กลับกลายเป็นว่าเขาเดือดเพราะเรื่องอื่นแทน

            “ยัยแกงจืด เธอเมมเบอร์ฉันว่า เศษเหล็กไร้หัวใจนี่มันอะไรกันน่ะ!” เขาทำเสียงดัง และถอยห่างไปอีกหน่อย

            “ก็นายไง เศษเหล็กที่แปรสภาพมาจากหุ่นยนต์!” ฉันบอกแล้วก็น้ำตาร่วงผล็อยๆ แสบตาไปหมดแล้วปั้นหยา เธอจะร้องไห้ต่อทำไมกันนะ

            “เออเดี๋ยวค่อยเคลียร์เรื่องนี้ก็ได้ เอาเป็นว่าต้องดูเรื่องที่เธอด่าฉันฉอดๆ ก่อนใช่มั้ย!?” เขาถามด้วยน้ำเสียงโกรธๆ

            นี่ฉันผิดเหรอ?

        ฉันอยากจะตะคอกใส่หน้าเขาจริงๆ

            ซีฟมองหน้าฉันอย่างคาดโทษและกดดูอะไรต่อไปเรื่อยๆ ไม่นานเขาก็นิ่งอึ้งไป ฉันสงสัยเลยเงยหน้ามองเขาก็เห็นเขาทำสีหน้าเคร่งเครียด ถ้าไม่ได้คิดอะไรผิดไป ฉันเคยเห็นเขาทำสีหน้าอย่างนี้เป็นครั้งแรกเลย ฉันมองแล้วก็อดกลัวไม่ได้จนต้องก้มหน้าลง

            “ใครส่งมาให้” เขาถามเสียงเรียบ ฉันเลยเงยหน้ามองเขาอย่างกล้าๆ กลัวๆ อีกครั้ง

            “ไม่รู้” บอกไปแล้วก็งง ว่าทำไมตัวเองถึงหงอเขาขนาดนี้ ทั้งทีตั้งใจจะมาว้ากใส่เขาแท้ๆ

            Damn…” จากนั้นเขาก็ยกโทรศัพท์ขึ้นแนบหู

            สงสัยว่าไม่มีใครรับสายเขาเลยสบถคำหยาบคายออกมาอีกเป็นชุดๆ ฉันมองหน้าเขาแล้วก็อดกลัวไม่ได้ รู้สึกแปลกยังไงไม่รู้แฮะที่สถานการณ์มันกลับกลายเป็นแบบนี้ คนที่โกรธตอนแรกอย่างฉันกลายเป็นกลัวเขาแทน และคนที่ทำท่าไม่รู้เรื่องอะไรแต่แรกกลับฉุนจัดไปซะอย่างนั้น

            “ฉันอยากรู้ ว่าใครส่งรูปนี่มาให้เธอ”

            ซีฟบีบโทรศัพท์ของฉันไว้จนแน่น มันจะหักคามือเขาหรือเปล่านะ แอบหวาดเสียวไม่น้อยเลยแฮะ สายตาอำมหิตของเศษเหล็กไร้หัวใจกวาดมองไปรอบตัว จากนั้นเขาก็ลุกขึ้นยืนแถมยังฉุดมือของฉันให้ลุกตามด้วย

            “ขอโทษนะ คืนนี้ฉันจะเขียนโปรแกรมแอสเซมบลีทั้งหมดเอง เพราะงั้นวันนี้ฉันขอโดดสักสองสามชั่วโมง” ซีฟพูดเสียงเรียบแต่ไม่มองหน้าใครทั้งนั้น

            รวมไปถึงแรงบีบที่ข้อมือของฉันด้วย มันแรงขึ้นจนฉันรู้สึกได้ และรับรู้ได้ในทันทีว่าเขากำลังโกรธจัด เพื่อนร่วมทีมของเขาก็คงจะรู้ถึงข้อนี้ดีเลยไม่มีใครพูดอะไรสักคน

            “เค้กนั่นฉันยกให้พวกนายแล้วกัน ขอตัวก่อน” ว่าแล้วซีฟก็กระชากแขนฉันให้เดินออกมาทั้งที่ฉันสกปรกมอมแมมไปหมด

            “ไงปั้นหยา แวะมาทำวิจัยเหรอ?” เสียงสดใสของคิงพูดขึ้นแต่ว่าฉันมามีโอกาสตอบเพราะถูกคนเอาแต่ใจอย่างซีฟลาก ให้เดินเลยผ่านเขามา ที่ทำได้ก็แค่โบกมือให้เขาเท่านั้น

            “นายนี่เสียมารยาทจริง” ฉันพึมพำเมื่อซีฟลากแขนฉันเดินตรงไปที่ลิฟต์

            น่าแปลกที่คนชอบเอาชนะเป็นประจำอย่างซีฟไม่ตอบโต้อะไรฉันสักคำ เขาเงียบจนน่ากลัว และคนที่จะตายตอนต่อไปก็อาจจะเป็นฉันคนนี้ก็ได้

 

            “หาเจ้าของเบอร์นี้ให้ที” แล้วซีฟก็ลากฉันไปที่ไหนไม่รู้

            มันเป็นห้องที่เหมือนไว้รวมตัวกันเล่นๆ แต่ว่ามีสารพัดครบทุกความบันเทิงเลยทีเดียว เขาลากฉันมาพบเพื่อนของเขาที่กำลังนั่งใส่เฮดโฟนและทำอะไรก๊อกแก๊กที่แมคบุ๊คของเขาอยู่คนเดียว

            ซีฟนั่งลงที่โซฟาสีแดงเลือดสาดแล้ว แต่ฉันมอมแมมเลยไม่กล้าจะนั่งตามได้แต่ยืนเอ๋อเป็นหุ่นปูนอยู่ข้างๆ ซีฟเท่านั้น

            “หือ?” เพื่อนของเขาครางแล้วก็ลดเฮดโฟนออกจากหู

            “เบอร์นี่เหรอ?” เขาคนนั้นหยิบเอาโทรศัพท์ของฉันไปดูแวบหนึ่ง จากนั้นก็ปรายตามองซีฟที่หน้าบึ้งตึงอยู่ข้างๆ และมองเลยมาที่ฉัน

            เพื่อนซีฟน่ากลัวเขาเรื่องแฮะ เขาไว้หนวดจางๆ ที่เหนือริมฝีปากทำให้ดูแปลกตาจากใบหน้าสะอาดสะอ้านของซีฟนิดหน่อย แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็หล่อเหลาไม่แพ้กับซีฟเลย ดวงหน้าคมคาย เส้นผมสีดำสนิทดูนุ่มมือตัดกันกับผิวขาวๆ ของเขาได้อย่างดี รวมไปถึงดวงตาของเขาด้วย

            มันคมกริบ จนฉันคิดว่าเขาคงอ่านใจของทุกคนได้แน่

            “แกก็แกะเบอร์เป็นนี่” เขาพึมพำแล้วก็หลุดหัวเราะพรืดออกมา ไม่รู้ว่ากำลังขำอะไรอยู่

            “ซูซี่ใช้มั้ยคนนี้ ฉันเห็นในเฟซบุ๊คของยัยนี่แล้ว มีรูปแกเต็มเลยในอัลบั้มของยัยนี่” เขาพูดแล้วก็กดนิ้วรัวลงบนแป้นพิมพ์อย่างรวดเร็ว

            “อะไรนะ!

            “ว่าแต่จะไม่ให้คนนั้นนั่งลงบ้างเหรอ ยืนจนจะเป็นตะคริวแล้วมั้งน่ะ อีกอย่างแกจะไม่แนะนำให้ฉันรู้จักกับผู้หญิงคนนั้นสักนิดเลยรึไง?

            แล้วประเด็นการพูดคุยก็ย้ายมาที่ฉันอีกครั้ง ฉันกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่เมื่อสายตาของผู้ชายหน้าตาดีสองคนมองที่ฉันไม่กะพริบ

            “นี่เพื่อนฉันชื่อวิลส์ นั่นยัยเอ๋อปั้นหยาเจ้าของมือถือ” แล้วผู้ชายคนที่ฉันเพิ่งรู้จักชื่อว่าเขาชื่อวิลส์ก็หัวเราะอีกครั้ง กับคำแนะนำเพื่อนให้รู้จักกันของซีฟ

            “นายนี่มันไร้ค่ายิ่งกว่าเศษเหล็กซะอีกนะซีฟ!” ฉันอดไม่ได้ที่จะตะคอกเขาด้วยความหงุดหงิด

            ฉันไม่มีส่วนไหนในสายตาของเขาที่มองในแง่ดีเลยใช่ไหมเนี่ย

            “ด่าอีกเยอะๆ ฉันจะได้รวบมันแล้วเอาคืนทีเดียว” ซีฟพูดเสียงเรียบและจ้องหน้าเพื่อนของเขาเขม็ง

            “แล้วไม่นั่งเหรอนั่น ยืนค้ำหัวคนอื่นอยู่ได้” แล้วไม่นานเขาก็หันมาแผดเสียงใส่ฉันอีกครั้ง

            ให้ตายฉันเริ่มจะเกลียดผู้ชายคนนี้เข้าให้แล้วล่ะ ด้วยความสัตย์จริงเลย

            “นายก็เห็นว่าฉันเปื้อนไปทั้งตัว เดี๋ยวมันเลอะโซฟาของเพื่อนนายหรอก” พูดไปแล้วฉันก็อดไม่ได้ที่จะส่งยิ้มให้กับวิลส์อีกหน่อย

            “งั้นเหรอ ช่วยไม่ได้แฮะ

            แล้วฉันก็รู้สึกเหมือนน้ำหนักตัวมันปลิวหายไป เมื่อคนเอาแต่ใจชอบใช้กำลังอย่างซีฟกระตุกมือให้ฉันนั่งทับลงบนตักของเขา

            “ซีฟ!” ฉันอุทานออกมาด้วยความตกใจ แต่เขาทำท่าไม่ทุกข์ร้อนเลยสักนิด เพื่อนของเขาก็แค่ยิ้มๆ แล้วก็มองดูคอมพิวเตอร์ของเขาต่อ

            “ก็ทำแบบนี้มันจะได้ไม่เปื้อนโซฟาไง ไม่ดีเหรอ” เขาพูด และฉันก็รู้สึกลมหายใจที่อุ่นจัดของเขาเป่าระต้นคอ และนั่นทำให้ขนฉันลุกเกรียวไปหมด

            “แต่นี่มัน” แล้วเสียงฉันก็ขาดหายไปดื้อๆ เมื่อเขาปิดปากของฉันเอาไว้แน่นเพื่อไม่ให้ฉันได้พูดอะไรอีก ส่วนเขาก็คุยเรื่องอื่นๆ กับวิลส์ต่อ หยาบคายที่สุด!

            ฉันทั้งดิ้นทั้งทุบเขาและสุดท้ายก็เป็นฝ่ายหมดแรงหอบแฮก จนต้องซบหน้าลงกับซอกคอของเขาด้วยความเหนื่อยอ่อน รู้สึกเหมือนว่าซีฟจะก้มลงมองฉันแวบหนึ่ง ไม่รู้ว่าเขาทำหน้ายังไงอยู่ แต่ที่รู้ๆ วิลส์ยิ้มกว้างทีเดียวล่ะ เขากำลังสนุกกันอยู่เหรอ ทำไมฉันรู้สึกอึดอัดเหมือนจะตายเลยล่ะ ไม่เข้าใจเลยแฮะ

 

            ฉันเผลอหลับ โอ๊ย อยากจะร้องไห้ ใช่ ฉันเผลอหลับคาอกของซีฟไปแล้ว เรื่องนี้น่าอายที่สุดเลย

            เขาปลุกฉันขึ้นหลังจากนั้น ไม่รู้ว่าตอนหลับเกิดเรื่องอะไรขึ้นบ้าง แต่ดูเหมือนว่าซีฟจะอารมณ์ดีขึ้นจากหน้ามือเป็นหลังมือเลย วิลส์เองก็มองหน้าฉันด้วยสายตาที่แปลกเอาเรื่อง เหมือนกันไปหมดกับกลุ่มเพื่อนของซีฟเนี่ย เรื่องสายตาและรอยยิ้มที่ดูเจ้าเล่ห์เหนือคนอื่น

            “มีอะไรดีๆ อย่างนั้นเหรอ ทำไมนายยิ้มไม่หุบเลย” ฉันถามเมื่อเขายิ้มจริงๆ และยังจูงมือฉันไม่ปล่อยด้วย ตอนที่มาส่งฉันถึงหน้าอพาร์ตเม้นต์แล้ว

            ฉันว่าน่าจะซื้อกุญแจมือให้ซีฟเร็วๆ นี้แหละ คนคนนี้ดูเหมือนว่าจะชอบใจเหลือเกินที่ได้เดินจูงมือฉันแบบนี้

            “แน่สิ ฉันทำเรื่องอะไรได้ตั้งเยอะแยะนี่นา อีกอย่างเวลาโดนรังแกน่ะหัดสู้ชาวบ้านเค้าบ้าง ทำไมถึงปล่อยให้คนอื่นทำเจ็บๆ แบบนี้ ซูซี่เอาน้ำสาดแล้วก็ผลักเธอใช่มั้ย!?

            แล้วคนอารมณ์แปรปรวนง่ายอย่างซีฟก็โมโหพุ่งปรี๊ดอีกครั้ง ฉันถึงกับมึนไปเพราะตามอารมณ์เขาไม่ทัน

            และที่อยากจะบอกจริงๆ ก็คือเขาทำฉันเจ็บกว่าที่ซูซี่ทำกับฉันซะอีก แต่ว่าฉันก็พูดไม่ออกได้แต่ปล่อยให้หมอนี่ฉุดกระชากลากถูเหมือนฉันเป็นสัตว์สี่เท้าที่ต้องทำงานในไร่ไปเรื่อยๆ

        จนกระทั่งเรามาหยุดที่หน้าประตูใหญ่ของอพาร์ตเม้นต์ของฉัน เขาไม่ได้ร้องงอแงขอขึ้นตามไปอีก เพราะว่าเขาต้องกลับไปนั่งเขียนโปรแกรมให้นาฬิกาโปรเจ็คของเขาต่อ

            “จำไว้นะ ถ้าใครจะทำอะไรเธอน่ะบอกชื่อฉันไป พวกนั้นไม่กล้าทำอะไรแน่ๆ”

            ฉันอ้าปากและขมวดคิ้วแน่นกับตรรกะของเขา นี่ใครสั่งสอนเขาให้ใช้การข่มขู่แอบอ้างชื่อแบบนี้เพื่อปกป้องตัวเองน่ะ พอเขาพูดแบบนี้ฉันก็คิดภาพของเขาสมัยที่เป็นเด็กตัวเล็กๆ ออกเลยทันทีเช่นกัน

            คงจะประมาณอนุบาลและเขาก็คงพูดกับเพื่อนของเขาว่า เฮ้ย รู้มั้ยอั๊วเป็นลูกใครอย่างนี้แหงๆ เลย

            “ห้ามให้ใครทำอะไรเธออีก เนื้อตัว ผิว แก้ม เส้นผม หรือแม้กระทั่งปลายเล็บ ใครแตะบอกมันว่าฉันจะตามไปถลกหนังหัวมันคืนสามเท่า”

            สีหน้าและคำพูดของเขาดูโหดร้ายและไร้น้ำใจ แต่ว่าปลายนิ้วของเขาที่แกะข้างแก้มของฉันนั่นนุ่มนวลและแผ่วเบาเหมือนสายลมเอื่อยๆ ฉันมองหน้าเขาแล้วก็ไม่อยากจะเชื่อว่า ซีฟที่ดูหยิ่งยโสคนนี้จะใส่ใจฉันมากถึงขนาดนี้

            “ใครมันทำเธอเจ็บแม้แต่น้อยบอกมาเลย ฉันจะไปกระทืบมันให้มิดจมดินไปเลย” ปลายนิ้วเขาพันเข้าที่เส้นผมของฉันและหัวใจของฉันก็เต้นแรงขึ้นทันตาเห็น

            โชคดีที่ไม่ได้ใส่เครื่องวัดอัตราการเต้นของหัวใจนั่น ไม่อย่างนั้นเขาต้องรู้แน่ว่าฉันกำลังตื่นเต้นเพราะเขาอยู่

            “มีคนนึงที่ทำให้ฉันเจ็บ” ฉันบอกและมองหน้าเขาไปด้วย

            ดวงตาโตๆ ของซีฟหรี่ลงอย่างรวดเร็วด้วยความไม่พอใจ

            “ใคร!?

            “นายจะไปกระทืบหมอนั่นด้วยรึเปล่า” ฉันถามและเอียงคอนิดหน่อย เพราะว่าอยากจะมององศาหน้าของเขาในมุมอื่นๆ บ้าง

            “ฉันถามว่าใคร บอกแล้วไงว่าฉันจะกระทืบมันให้หมดน่ะ!” แล้วเขาก็ตะคอกใส่ฉันอีกครั้ง ดวงตาที่วาวขึ้นมาทำให้ฉันคิดได้ว่าไม่น่าจะไปยั่วโมโหเขาเลย

            “นายไง นายจะกระทืบตัวเองด้วยรึเปล่า” ฉันพูดและปรายตามองดูมือของเขาที่จับหมับเข้าที่ต้นแขนของฉันแน่น เลือดจะไม่เดินอยู่แล้วเนี่ย

        “ชิ” แล้วซีฟก็ทำเสียงขึ้นจมูกออกมาคำหนึ่งและปล่อยแขนฉันออก

            “ไง ไม่กระทืบตัวเองเหรอ?” ฉันถามแล้วก็รู้สึกเหมือนตัวร้อนรุมๆ คล้ายกับว่ากำลังจะเป็นไข้

            ไม่นะงานของฉันยังไปไม่ถึงไหนเลย แล้วคนที่อยู่ตรงหน้าก็ทำให้ฉันร้อนมากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเขารวบเอวฉันไว้ด้วยมือทั้งสองข้างของเขา และยกให้ฉันลอยขึ้นบนอากาศและวางให้เท้าฉันเหยียบอยู่บนหลังเท้าของเขา

            “เอ้า! กระทืบซะสิ” เขากระซิบและฉันก็ถึงกับอ่อนปวกเปียกทำอะไรไม่ถูก

            ท่อนแขนที่แข็งแรงของเขาโอบรอบตัวของฉันไว้แน่น ไออุ่นรวมไปถึงไอละอองอะไรบางอย่างจากซีฟ ไหลซึมเข้าสู่ตัวของฉันอย่างเชื่องช้า

            “เอาเลยเท่าที่เธอจะพอใจ” เขาบอกและจ้องตากับฉันแน่วนิ่ง

            “ปล่อยเถอะ ฉันจะไปอาบน้ำแล้ว” ฉันบอกแล้วก็ผลักเขาให้ออกห่าง เพราะเริ่มรู้ว่ารอบข้างกำลังมองอยู่

            “ฉันทำเธอได้คนเดียว และเธอก็ทำฉันได้แค่คนเดียว รู้ใช่มั้ยปั้นหยาว่าฉันหมายถึงอะไรน่ะ”

 

Ziff talks…

        “เมื่อตอนบ่ายแกยังลั้ลลาร่าเริง แล้วไหงพอตกดึกแกถึงทำหน้าอยากจะงับคอหอยใครบางคนอย่างนั้นล่ะ?

            เสียงกวนอารมณ์ของกอล์ฟดังขึ้นอีกแล้ว ผมที่กำลังเขียนโปรแกรมประมวลผลอยู่ก็หันไปมองหน้ามันด้วยความหงุดหงิด

            “เกิดอะไรขึ้นอีกล่ะ”

            ผมไม่ตอบคำถามนั้นเอาแต่คิดว่าควรจะทำยังไงเพื่อไม่ให้ยัยคนนั้นต้องมาเจ็บตัวเพราะเรื่องไม่เป็นเรื่องจากผมอีก

            “พวกแกว่านิสัยฉันเลวมั้ย?” ผมวางดินสอลงละยกมือคลึงขมับเบาๆ ขับไล่ความเมื่อยล้าออกไป

            “โคตรเลว!!” และเสียงประสานของเพื่อนร่วมทีมนั้นก็บ่งบอกนิสัยของผมได้อย่างดี

            “ขอบใจ” ผมประชดและเป่าปากพ่นลมหายใจออกมาแรงๆ

            “ที่แกเครียดเนี่ยเพราะเรื่องปั้นเมื่อเช้ามั้ย ไม่รู้ว่าแกสังเกตมั้ยนะ ฉันเห็นรอยเล็บที่คอปั้นด้วย” ใครสักคนพูดขึ้น ทำให้ผมหันขวับไปมองต้นเสียงทันที

            “จริงๆ นะ” เพื่อนผมย้ำทำให้อารมณ์ร้อนๆ ของผมคุกรุ่นขึ้นมาอีกครั้งจนได้

            มันต้องมีอะไรมากกว่านั้นแน่ และผมก็ไม่สบายใจเอาซะเลย

            “เอาเถอะ ทำงานกันก่อนเถอะ เดี๋ยวไอ้ซีฟอาละวาดอีกไม่มีใครจะเขียนโปรแกรมนะเว้ย!” เสียงเอกบอกเตือนทำให้ผมต้องแบ่งสมาธิจากยัยจืดนั่นกลับมาที่งาน

            ให้ตายเถอะ ตั้งแต่เจอยัยนั่น ผมรู้สึกเหมือนว่าไม่เป็นตัวของตัวเองเลยสักนิด บ้าที่สุด ผมกำลังกลายเป็นคนบ้า

            “ใครก็ได้ ช่วยเอายัยจืดปั้นหยาออกจากหัวฉันทีสักสองสามชั่วโมง” ผมพึมพำยอมแพ้ในที่สุด ทำไมผมถึงเอาแต่คิดถึงยัยจืดชืดปั้นหยา ทำไมผมหงุดหงิดเวลาที่ไม่เห็นหน้ายัยนั่น และโกรธจนฟิวส์ขาดเวลาที่เห็นยัยนั่นอยู่กับผู้ชายคนอื่น นี่เป็นผลกรรมที่ผมเจ้าชู้ไว้มากหรือเปล่า

            พระเจ้าเลยส่งผู้หญิงที่เหมือนกระดาษสีขาวไร้การแต่งแต้มอะไรลงบนนั้นให้ผมอย่างนี้

            ผมคิดอย่างนั้นจริงๆ นะ

            พวกเราทำงานกันโต้รุ่ง และก็จริงอย่างที่ปั้นหยาว่าเอาไว้ ผมน่ะเป็นเศษเหล็กที่ไร้หัวใจจริงๆ เวลาที่ทำงานอยู่กับตัวเอง จมดิ่งกับอะไรบางอย่างที่กำลังตั้งใจอยู่ แต่ถ้าเกิดว่าผู้หญิงคนหนึ่งที่มีรอยยิ้มเบิกบานเต็มใบหน้านั่นเดินผ่านเข้ามาในสายตาของผม

            เมื่อนั้นผมจะกลายเป็นคน ธรรมดาคนหนึ่ง

            “พระเจ้า ฉันกำลังจะตาย” เสียงคร่ำครวญของหลายคนดังขึ้น ผมเองก็ใกล้จะน็อกแล้วเหมือนกัน

            การนั่งเขียนโค้ดโปรแกรมทั้งคืนทำให้ทั้งล้าทั้งง่วง แต่ว่าวงจรสำคัญๆ ผมก็เขียนเรียบร้อยแล้ว หลังจากนั้นพวกเราก็ลุกออกจากที่เพื่อกลับไปพักผ่อนในวันหยุดที่ไม่เหมือนวันหยุดเอาซะเลย ผมยกมือขึ้นคลึงต้นคอและเลยมาที่คางของตัวเอง รู้สึกเหมือนหนวดจะขึ้นอีกแล้วสิ

            ผมคิดในใจคนเดียวและตกใจเมื่อเห็นร่างเล็กๆ ของใครคนหนึ่งยืนนิ่งอยู่ด้านล่างตรงทางเดินของคณะ

            “ปั้นหยา!

            บ้าจริง เห็นแค่แผ่นหลังผมก็จำได้แล้วเหรอเนี่ย ว่ายัยนี่เป็นใคร

            “ว่าแล้วเชียว พวกนายโต้รุ่งกันจริงๆ ด้วย ฉันขึ้นคณะพวกนายไม่ได้น่ะ ว่าจะโทรไปพอดี พวกนายก็เดินลงมาซะก่อน” ปั้นหยายิ้มกว้างแล้วก็ชูถุงพลาสติกที่อยู่ในมือให้พวกเราดู

            เสบียงอีกล่ะสิ

        “มาก็ดีเลยปั้นหยา ทำอาหารเป็นมั้ย อยากทานอะไรอร่อยๆ จะแย่แล้ว ฉันกำลังจะตาย” เสียงครวญครางจากผู้ชายคนอื่นดังขึ้น และแม่นกแก้วนกขุนทองอย่างปั้นหยาจะทำอะไร นอกจากพยักหน้าหงึกๆ แล้วก็ยิ้มกว้างปากฉีกไปถึงใบหูน่ะ

            “งั้นก็ไปห้องซีฟกัน ไปหาอะไรทานที่นั่น

 

            ทำไมต้องห้องผมวะ? ผมถามตัวเองในใจแต่ไม่มีคำตอบใดๆ กลับมา

            ตอนนี้ทีมวิจัยของผมมากันเกือบครบรวมตัวอยู่ในห้องชุดของผม มีผู้หญิงที่ร่าเริงสดใสเหมือนดอกทานตะวันคนหนึ่งยิ้มแย้มอยู่ท่ามกลางหมู่ผึ้งที่รุมตอม น่าหมั่นไส้ยัยนี่จริง

        “ฉันจะทำสปาเกตตี้ร้อนๆ กับผัดมักกะโรนีนะ หรือว่าใครอยากทานอย่างอื่น” แม่ครัวจำเป็นปั้นหยาพูดเสียงเจื้อยแจ้วอยู่คนเดียว และผมก็อดไม่ได้ที่จะเบ้ปากใส่ลับหลังยัยจืดชืดคนนี้

            “ฉันจะไปอาบน้ำ เดี๋ยวมา” ผมบอกเพื่อนคนอื่นและเดินไปดึงแก้มของยัยตัวดี และเดินหายไปในห้องนอน ปล่อยให้ยัยนี่โวยวายคนเดียวหลังจากที่ผมแอบทำร้ายร่างกายเล็กๆ น้อยๆ ของเธอไป

            ผมถอดเสื้อออกจากตัวและจัดการโกนหนวดออกก่อนเป็นอันดับแรก เพลียจังแฮะ ผมบอกตัวเองเมื่อร่างกายเหมือนจะวูบได้ทุกเวลา และเมื่อผมวักน้ำใส่หน้าตัวเองเพื่อล้างหน้านั้นผมก็ได้ยินเสียงเอะอะโวยวายข้างนอก ไม่รอข้าผมรีบวิ่งออกไปที่ห้องครัวทันที

            ภาพที่เห็นผมตัวเย็นวูบไปพักหนึ่งเมื่อปั้นหยานั่งแปะอยู่กับพื้น หม้อต้มน้ำสองหม้อหล่นลงกับพื้นและเต็มไปด้วยคราบน้ำที่เจิ่งนอง

        คนอื่นๆ เหมือนจะไม่กล้าแตะตัวของปั้นหยาเท่าไหร่ ส่วนหนึ่งผมคิดว่าเป็นเพราะผมเล่นบทโหดทุกครั้งไปที่มีคนเข้าใกล้เธอ แต่ตอนนี้ผมเพ่งความสนใจไปที่ปั้นหยาคนเดียวเท่านั้น

            “น้ำร้อนเหรอ!?” ผมอุทานอย่างตกใจและตรงเข้าไปช้อนร่างของปั้นหยาไว้ในอ้อมแขน

            หัวใจของผมเต้นตึกตักจนกลัวว่ามันจะหยุดเต้นสักนาทีหนึ่ง ตอนนี้สิ่งที่ผมต้องทำให้เร็วที่สุดก็คือพาผู้หญิงคนนี้ไปโรงพยาบาลให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้!!

End Ziff talks…

 


 

 





Talk 2…

มาแบบมึนมาก นอนน้อยมาสองคืนเพราะว่าทำงานงืดๆ

ความดันต่ำกำลังจะเล่นงานแล้ว เหนื่อยกับตัวเองมาก แง้ๆ

อยากจะนอนสักยี่สิบชั่วโมงแล้วน้า งอแงๆ

 

ตอนนี้มาเล่นเกมชิงหนังสือกันเอามั้ยคะ

มู่มีดินี่ Baby & I (P.5) Globedome 3 เล่ม

หนูมิน เล่ห์รักร้ายเจ้าชายมาเฟีย 7 เล่ม

รวมทั้งหมดเป็น 10 นะคะ ใครอยากเล่นเข้ามาเลย

ตอนนี้ได้หนังสือมาแล้วค่ะ เพราะฉะนั้นจะส่งให้อย่างเร็ว

ไม่ต้องรอนานๆ เหมือนครั้งก่อนเพราะต้องรอหนังสือจากทาง สนพ แล้วค่ะ
ประกาศผลวันอาทิตย์ที่ 10 นี้นะสาวๆ รีบๆ ตอบกันมาเน้อ




++ Game!!++


คำถาม ง่ายมวากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

อยากเป็นนางเอกของใครเท่านั้นค่ะ และชอบฉากไหนของเรื่องนั้นมากที่สุด

สงวนลิขสิทธิ์เป็น ผช ในนิยายของมู่เท่านั้นนะคะ ฮ่าๆ

 

มู่ลี่ตอบ ขอโจชัว ผช คนนี้มู่รักมู่หลงมากค่ะ

ชอบฉากที่ป๋าโจชัวโมเมไปอยู่ห้องเดียวกับยะหยาแบบมึนๆ

อร๊างงงงงงงงงงงงงงงงง ชอบ ผช เจ้าเล่ห์ ฮ่าๆ

เป็นป๊ะป๋าของปั้นหยา ผช คนนี้น่ารักมวากกกกกกกกกกกก ฮ่าๆ

ตอนนี้กำลังส่งไปให้ทาง สนพ พิจารณารวมเล่มเรื่องสั้นค่ะ

ไม่รู้ว่าจะผ่านมั้ย ยังไงสาวๆ ก็ลองกดดัน สนพ กันหน่อย

อร๊าย พูดอะไรออกไป ฮ่าๆ

เผื่อว่าเราจะเห็นปกคุณป๋าๆ ทั้งหลายแบบหล่อเด้งบนปกหนังสือ อิอิ

เล่นกันเยอะๆ นะคะ แจกจริงและส่งเร็วแน่นอนค่ะ

จุ๊บๆ กอดทุกคนเลย

 



 

Talk 1…

Song :: ??? ??? ??? ?? ? (Feat. ?? Leessang)

โหลดเพลงนี้ >>คลิ๊ก!!<<

เพลงนี้มู่อัพโหลดเองค่ะ หายากพอสมควร ฮ่าๆ

 

ช่วงนี้มู่มีงานด่วนที่ต้องปั่นต้นฉบับส่งภายในสิ้นเดือนนี้

เพราะอย่างนั้นการอัพเดตนิยายในเนตอาจจะช้าไปบ้าง

หมายถึงเรื่องอื่นๆ นะคะ แต่ว่าซีฟกับปั้นหยาจะอัพตามปกติค่ะ

เพราะว่าแต่งแล้วไม่เครียดดี ฮ่าๆ คลายเครียดจากงานด่วนที่ต้องทำค่ะ

เพราะอย่างนั้น เวนิส เมโอ กับหนูปอถักอาจจะไม่ค่อยได้อัพนะคะ

รวมถึงเรื่องใหม่นั่นด้วย ยังไงก็แอดแฟนไว้ก่อนเลยค่ะ

ถ้ากลับมาอัพแบบสามัคคีเมื่อไหร่ มู่จะส่ง QM ไปบอกค่ะ

 

เห็นใจกันด้วยเน้อสาวๆ เพราะว่ามู่ทั้งเรียนแล้วก็ต้องปั่นงานไปด้วย

เกือบตายทีเดียวค่ะ กอดสาวๆ ทุกคน รักนะจุ๊บๆ อิอิ

 

Image ที่ถามกันมาค่ะ

ซีฟ as Sam

ปั้นหยา as Seo Woo ค่ะ


สอบถามข่าวสารของนิยายหรือพูดคุยกันได้ค่ะ แล้วเจอกันนะคะ

FP สำนักพิมพ์แสนดี Click!!

ID สำนักพิมพ์แสนดี Click!!

FP mu_mu_jung Click!!

 

God blessed you

’m blessed you

 

I http://www.dek-d.com/06pic/dot/heart.gif Readers

ข้อความ :
จากคุณ * :
 

หน้าที่ 1 จาก 9 หน้า
แสดง เรื่อง
ความคิดเห็นที่ 1
ซุ่มซ่ามจริงๆเลย แม่คุณ
จากคุณ worldoflove/(worldoflove) อัพเดตเมื่อ 08/03/2555 19:42:34
ความคิดเห็นที่ 2
สนุกกับการซื้อชั้นในกันจริงๆ
ซื้อสลับไปมาทั้งสองคน
อิอิ น่ารักอ่า
จากคุณ Kaew_HaHa/(Kaew_HaHa) อัพเดตเมื่อ 14/08/2554 14:48:54
ความคิดเห็นที่ 3
ฮ่า ฮ่า ขำที่ซีฟถามเพื่อนเรื่องนิสัยของเขานะค่ะ
คำตอบของเพื่อนๆเนี่ย โดนใจจริงๆเลย "โคตรเลว"
ไม่น่าไปถามเพื่อนเลยเนอะ..น่าจะรู้นิสัยของตัวเองบ้างนะซีฟ..

ชอบจังเลยค่ะ ฉากที่บอกว่า ปั้นหยาเหมือนดอกทานตะวันและเพื่อนๆของซีฟรวมถึงตัว
ซีฟเองเป็นผึ้ง...เห็นภาพชัดเจนมากเลยค่ะ..ปั้นหยาจะเป็นอะไรมากไหมน้อ?
จากคุณ maple/(nuchaba_lee) อัพเดตเมื่อ 31/07/2554 22:17:23
ความคิดเห็นที่ 4

จากคุณ atomic/(atomicnation) อัพเดตเมื่อ 27/07/2554 23:14:54
ความคิดเห็นที่ 5
จะน่ารักกันเกินไปแล้วน่ะ

อิจฉาอย่างแรงงงงงงงงงงงงงงงงง
จากคุณ jane/(15575) อัพเดตเมื่อ 27/07/2554 21:10:59
ความคิดเห็นที่ 6
ป๋าราล์ฟฟ55น่ารักเกิ๊น ผช.อบอุ่นหาได้ยากจากโลกใบนี้
ได้เปนนางเอกของป๋าราล์ฟเหมือนได้ขึ้นสวรรค์แน่นอน
ฮ่า
เปนนางเอกของซิปก้ไม่เลวนะ
แต่ต้องดูความประพฤติก่อนๆ
55
สู้สู้คัฟฟ
 P'MU
จากคุณ หลิว/(liew_tm) อัพเดตเมื่อ 24/07/2554 15:48:08
ความคิดเห็นที่ 7
อยากเป็นผู้หญิงของ ทราฟฟ ตลอดกาลลล 555
ลป. FC ทราฟฟฟ
จากคุณ Uร้า-จัJ/(NICK032) อัพเดตเมื่อ 21/07/2554 20:40:46
ความคิดเห็นที่ 8
สู้ๆนะคะ พี่มู่ พักผ่อนบ้างเดี๋ยวไม่สบาย

จากคุณ ขวัญ/(kwun-ku007) อัพเดตเมื่อ 15/07/2554 12:53:30
ความคิดเห็นที่ 9
น่ารักมากกก ก กก
จากคุณ มิ้น/(bimna_hihi) อัพเดตเมื่อ 13/07/2554 00:32:06
ความคิดเห็นที่ 10
อยากเป็นผญ ของ คิมซองเจ!
ชอบฉากที่ซองเจมาแอบดูเมรินหน้าบ้านห่างๆ ไม่ให้นางเอกเรารู้ :) คือมันอธิบายได้หลายอย่างนะ แค่การกระทำอย่างเดียวอ่ะค่ะ !
จากคุณ พิม/(Artberry) อัพเดตเมื่อ 10/07/2554 21:40:26
หน้าที่ 1 จาก 9 หน้า
แสดง เรื่อง
 
จำนวนผู้ชมเว็บแจ่มใสขณะนี้: 244 ท่าน