Guest   
 
Username: 
Password:  




 




  






 
อ่านเรื่อง
? Therapy Love ? [Rabbit Game P.II] EPS05 [100%] -Aug 05 UP!! -
mu_mu_jung
? Therapy Love 05 ? The Reason to Keep You on Your Feet [Loading...50%]
105
01/01/2533 00:00:00
9688
เนื้อเรื่อง

Therapy Eps05

The Reason to Keep You on Your Feet

 

Venice talks

          หลังจากนั้นไม่นานผมก็บินกลับมาที่ไมอามี่ตามเดิม ผมเรียนที่นี่อยู่กับโรมันและซานต้า ทั้งคู่คือพ่อแม่ของผมและมิลาน พวกเราเป็นฝาแฝดเหมือนที่นิสัยไม่เหมือนกันเลย ซานต้าบอกว่าผมเหมือนโรมันส่วนมิลานนั้นเหมือนเกียร์ ใครคนหนึ่งที่อยู่ในความทรงจำของพ่อกับแม่ ไม่มีทางที่จะลบลืมไปได้ง่ายๆ

            “ไปเยี่ยมมิลานมาไม่สนุกเหรอ?” ซานต้าถามผมที่เอาแต่เก็บตัวเงียบในคอนโดไม่ออกไปไหน จนเธอทนไม่ไหวต้องมาเยี่ยมผมถึงที่นี่

            “ก็งั้นๆ มิลานตัวติดแฟนเลยไม่ได้คุยอะไรกันเลย” ผมบอกกับแม่ที่ยังทำเหมือนกับว่าผมเป็นเด็กตัวเล็กที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้

            “หึงพี่ชายรึไง” ซานต้าถามยิ้มๆ และผมก็ส่ายหน้าออกมาทันที

            หึงหมอนั่นเนี่ยนะ ไม่หรอก ไม่เลยสักนิด แต่มันมีความรู้สึกอื่นปะปนอยู่มากกว่าน่ะ

            “อิจฉาผู้หญิงคนนั้นสินะที่ได้อยู่ใกล้กับมิลานตลอดน่ะ” ซานต้าถามอีกและฉีกยิ้มให้ผม

            ผมนั่งเท้าคางและเหม่อไปทางอื่น พรุ่งนี้ผมก็ต้องไปเรียนที่มหาวิทยาลัยแล้วหลังจากที่บินไปอยู่เมืองไทยพักหนึ่ง คิดว่าถ้ากลับมาแล้วผมจะยิ้มแย้มแจ่มใส หัวเราะร่าได้อย่างสบายใจ แต่ก็ไม่รู้ว่าเพราะอะไรอีกนั่นแหละ ผมว้าวุ่นอยู่ในใจเงียบๆ กับการแสดงออกของริกะ

            ผู้หญิงคนนั้นทำให้ผมรู้สึกเหมือนจะเป็นบ้า

            “ผมไม่ว่างขนาดนั้น” ผมบอกกับแม่แล้วก็ล้มตัวลงนอนกับพื้นใกล้ๆ กับที่ซานต้านั่งอยู่

            “แล้วมาแบบนี้โรมันไม่ว่าอะไรเหรอ?” ผมถามเมื่อนึกถึงผู้ชายอีกคนหนึ่งที่มักจะวนเวียนอยู่ข้างตัวของซานต้าเสมอ

            ผมเคยถามว่าทำไมถึงต้องทำตัวติดกับซานต้าขนาดนั้น แต่โรมันเพียงแค่ยิ้มอ่อนโยนให้ผมเท่านั้น

            ซานต้าเคยบอกว่าเมื่อก่อนโรมันไม่เคยยิ้มเลย เขามักจะทำหน้านิ่วคิ้วขมวด แถมยังเอาแต่ใจไม่ฟังใคร ทำอะไรตามใจตัวเองเท่านั้น เป็นเหมือนซาตานร้ายในคราบเทพบุตร แต่เท่าที่ผมเห็น โรมันมักจะทำหน้าอ่อนโยนอยู่เสมอเวลาที่อยู่กับซานต้า

          “โรมันเหรอ เค้าออกไปทำธุระน่ะ ทำไมอยากเจอโรมันเหรอ?” ซานต้าถามผม พร้อมกับยื่นมือมาลูบเส้นผมของผมไปด้วย

            ผมค่อยๆ ปิดเปลือกตาลงรู้สึกหนักอึ้งไปหมดทั้งกายทั้งใจ บางอย่างบอกเอาไว้ว่าผมทำผิด แต่บางอย่างก็บอกผมว่าผมทำถูกแล้ว จนกระทั่งถึงตอนนี้ผมไม่แน่ใจจริงๆ ว่าตัวเองทำถูกหรือทำผิดกันแน่ มันเป็นความรู้สึกแบบไหนก็ไม่รู้ ที่ไม่เข้ากันเลยแม้แต่น้อย

            “แม่จะเล่าให้ฟังนะ ถึงเรื่องเมื่อก่อน ตอนที่แม่ยังอายุเท่าลูกน่ะ โรมันเป็นคนที่แม่เกลียดที่สุดเลยล่ะ” ผมยิ้มให้กับคำพูดของซานต้า

            มือเล็กที่คุ้นเคยของแม่คอยช่วยให้ผมสบายใจทุกครั้งเวลาที่เจอเรื่องราวที่ผมทำตัวไม่ถูก ไม่สบายใจและเหนื่อยล้า คงมีแต่ซานต้าและใครอีกคนที่ช่วยเยียวยาผมเอาไว้

            ใครคนนั้น

          “โรมันน่ะ ชอบเอาแต่ใจ ชอบเอาชนะ ชอบบังคับด้วย” ซานต้าพูดเหมือนระบายความหงุดหงิดออกมา

            “เดี๋ยวนี้ผมเห็นโรมันไม่เป็นแบบนั้นเลยนี่นา เขามักจะมองแม่ด้วยสายตาที่อ่อนโยนออก”

            ผมเถียงเมื่อจำได้ดีถึงแววตาและรอยยิ้มอ่อนโยนของโรมัน ตอนที่ทั้งคู่อยู่ด้วยกันน่ะ

            “อันนั้นมันเดี๋ยวนี้ ที่แม่กำลังพูดน่ะ มันเรื่องสมัยก่อนต่างหาก”

            “งั้นเหรอ แล้วโรมันเป็นยังไงล่ะ” ผมถามตามน้ำ แม้ไม่อยากฟังแต่เมื่อซานต้าอยากเล่าผมเลยทำตัวเป็นผู้ฟังที่ดีให้

            “เขาเป็นผู้ชายที่แม่ทั้งรักทั้งเกลียดเลยล่ะ

 

            “เวลาที่แม่ร้องไห้เขาจะใช้มือของเขาเช็ดน้ำตาให้แต่ไม่ได้นุ่มนวลหรอกนะ บางทีก็เป็นข้อนิ้วแข็งๆ ของเขา บางทีก็เป็นหลังมือที่ไม่อ่อนโยนเลย ตาของแม่ยิ่งช้ำเข้าไปใหญ่เมื่อตอนที่เขาเช็ดน้ำตาให้”

            ผมยิ้ม รู้สึกเหมือนย้อนไปตอนที่ยังเป็นเด็กตัวเล็กๆ อยู่ และซานต้าก็มาเล่านิทานให้ฟังก่อนนอน

            “เอาแต่ใจมากด้วย ตอนที่แม่ยังเรียนอยู่เทอมสุดท้าย นิสัยร้ายกาจของโรมันก็ทวีความร้ายกาจขึ้นทุกที” ซานต้าพูดเหมือนจะโกรธอยู่นิดๆ แต่ไม่นานเธอก้ถอนหายใจออกมาเบาๆ

            “แต่มันก็รู้สึกดีเหมือนกัน”

            “เพราะแม่เป็นพวกมาโซคิสม์น่ะสิ” ผมบอกแล้วหัวเราะ เมื่อซานต้าทุบหลังผมเต็มแรง

            “ก็ใครใช้ให้โรมันเป็นพวกพูดจาไม่รู้เรื่องล่ะ เอาแต่ใจ ไม่พูดไม่จา แถมการแสดงออกถึงความรักก็ผิดเพี้ยนด้วย” ซานต้าบอกอย่างแง่งอน ผมเบื่อที่จะฟังแต่ก็ไม่รู้จะห้ามยังไง

            “การแสดงออกของเขาน่ะน่ากลัวจะตายไป เวนิสก็อย่าทำแบบนั้นล่ะรู้มั้ย?

            “ผมจะรู้ได้ไง ว่าโรมันเคยทำอะไรยังไงกับแม่มาก่อน” ผมพูดแล้วก็รู้สึกง่วงขึ้นมา อยากจะนอนหลับพักผ่อนและไม่ต้องคิดถึงเรื่องอะไรอีก

            “ผู้หญิงน่ะร้อยทั้งร้อยก็อยากให้ผู้ชายดูแลเอาใจใส่ดีๆ กันทั้งนั้น ลูกน่ะ ต้องคอยมองตาพวกเธอรู้มั้ย แม้ว่าใครก็อ่านใจใครไม่ออกก็ตามที แต่สายตาน่ะ มันปกปิดไม่ได้หรอก ความอ่อนโยนของทุกคนจะส่งผ่านมาทางสายตาอยู่แล้ว”

            “อือ” ผมครางตอบซานต้า

            เรื่องนั้นผมรู้แล้วล่ะน่า ก็เหมือนกับที่โรมันมองซานต้ายังไงล่ะ

            “การแสดงออกถึงความรักด้านรุนแรงจะทำให้ผู้หญิงกลัวมากกว่าจะพอใจนะ อย่าไปฉุด ไปกดเค้าล่ะ ผู้หญิงน่ะตกใจง่ายรู้มั้ย?

            “โรมันคงทำบ่อยล่ะสิ” ผมพูดแล้วหัวเราะคิกคักเมื่อซานต้าตีต้นแขนผมแรงๆ แล้วก็ลุกขึ้นทันที

            “ไม่เอาละ ไม่คุยด้วยแล้ว แม่แค่แวะมาดูว่าเวนิสป่วยหรือเปล่าเท่านั้นแหละ เมื่อไม่เป็นไรแล้วแม่จะกลับแล้วนะ” ซานต้าพูดแล้วก็หยิบกระเป๋าที่วางบนโต๊ะขึ้นมา

            ผมพลิกตัวไปมองมองแม่อีกครั้ง

            “ขอบคุณครับ แม่

            ผมรู้ว่าเธอเป็นห่วงผมถึงได้มาหาถึงที่นี่ ทั้งที่ปกติเราก็โทรคุยกันเกือบทุกวันอยู่แล้ว

            “ไปนะ โรมันมารออยู่ข้างล่างแล้ว”

            “ครับ” ผมบอกก่อนจะลุกขึ้นและเดินไปส่งซานต้าถึงหน้าประตู

            แล้วผมก็เห็นโรมันที่มายืนรอรับพอดี เช่นเคย เขายิ้มให้ผมโดยที่ไม่พูดอะไร เขาคงรู้ว่าตอนนี้ผมไม่มีอารมณ์จะพูดจาทักทายกับใครทั้งนั้น

          “สบายดีนะเวนิส” โรมันทักทายผม และผมก็พยักหน้าแทนคำตอบ

            และสายตานั้นที่มองซานต้า มันก็อบอุ่นอ่อนโยนจนสังเกตเห็นได้ชัดเจน

            มิลานเคยมองใครด้วยสายตาแบบนี้บ้างไหมนะ แล้วผมล่ะ ตัวผมเองเคยมองใครด้วยสายตาแบบนี้ด้วยหรือเปล่า

            “แล้วเจอกัน” ซานต้าบอกกับผม

            “แล้วเจอกันครับแม่”

 

            การแสดงออกถึงความรักที่ผิดเพี้ยน

            ผมเก็บคำพูดของซานต้ามาคิดอย่างไม่เข้าใจ อย่างเช่นว่า รักแต่แสดงออกมาอย่างตรงกันข้ามน่ะเหรอ ผมคิดแล้วยักไหล่ก่อนจะเดินเข้าไปในมหาวิทยาลัย ผมเองก็โตมาในไมอามี่ไม่เคยได้ไปไหนไกลๆ เป็นเวลานานเลย ไม่เหมือนมิลานที่เขาอยากจะอยู่เมืองไทยมากกว่า

            คงเพราะเป็นฝาแฝดกัน โรมันกับซานต้าเลยยอมให้มิลานไปอยู่ที่โน่นพร้อมกับญาติทางนั้นง่ายๆ เพราะว่ามีตัวแทนอย่างผมอยู่ที่นี่แล้ว

            ฝาแฝดส่วนใหญ่มักจะไม่ค่อยแข็งแรงเมื่อโตขึ้นมา ผมเองก็เหมือนกัน ผมเป็นน้องชายที่ไม่ค่อยแข็งแรงเท่าไหร่ผิดกับมิลาน เพราะอย่างนั้นผมเลยต้องอยู่ที่นี่และรักษาสุขภาพของตัวเองเข้าไว้ ซานต้าอยากให้ผมอยู่ที่นี่เพื่อจะได้ดูแลผมได้ง่ายๆ

            บางทีผมก็นึกโกรธมิลานอยู่เหมือนกัน ที่หมอนั่นเหมือนจะแย่งชิงร่างกายของผมไป แต่ว่าผมก็ได้พ่อกับแม่จากมิลานมา

            แม่บอกว่าถ้าผมกับมิลานไม่ได้เป็นฝาแฝดกัน แม่อาจจะจำหน้าของมิลานไม่ได้ เพราะว่าหมอนั่นรั้นเอาแต่ใจไม่ค่อยกลับมาเยี่ยมพวกเราที่อยู่ที่นี่สักเท่าไหร่

            เป็นผมซะอีกที่อยากจะเห็นหน้าของมิลาน คงเป็นเพราะสายสัมพันธ์ เราเป็นครึ่งหนึ่งของกันและกัน มันอาจจะเป็นอย่างนี้ พวกเราเลยคอยจะมองหากันและถูกดึงดูดเข้าหากันอยู่เสมอ

            วันนี้เป็นอีกวันที่ผมต้องไปตรวจสุขภาพตามกำหนดการณ์ ผมปอดไม่ค่อยดีเท่าไหร่ต้องไปตรวจที่โรงพยาบาลทุกสามเดือน โรมันโทรมาถามว่าจะให้ไปส่งไหม ผมล่ะระอาใจจริงๆ ที่ทั้งโรมันและซานต้าทำเหมือนว่าผมเป็นเด็กตัวเล็กที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้อย่างนั้น

            “ผมไปเองได้น่าโรมัน” ผมกรอกเสียงลงไปตามสายหลังจากที่โรมันโทรมาถาม

            (แม่ไม่สบายใจ เพราะว่าเวนิสดูแปลกไป เค้ากลัวว่าเธอจะแอบหนีไปที่อื่นไม่ได้ไปโรงพยาบาล)

          “เฮ้อผมรู้น่าว่าอะไรควรไม่ควร”

            นึกแล้วก็หงุดหงิดนะ เพราะผมไม่ได้เป็นคนที่ไร้ความรับผิดชอบอย่างนั้นซะหน่อย อีกอย่าง ถ้าเกิดว่าทำตัวเป็นเด็กมีปัญหา ผมก็กลัวว่าซานต้าจะร้องไห้เพราะแม่เป็นคนเดียวที่ผมใส่ใจความรู้สึกมาก ไม่อย่างนั้นผมก็คงย้ายไปอยู่เมืองไทยตามมิลานไปนานแล้ว

            (พ่อจะโทรเช็กที่โรงพยาบาลด้วยนะ)

          “ตามสบายเลยโรมัน เฮ้อ ไปนะ ผมจะวางสายแล้ว” ผมบอกก่อนจะเงียบเสียง และเปิดประตูรถเพื่อไปโรงพยาบาล

            (โอเค แล้วเจอกันเวนิส)

          “แล้วเจอกัน โรมัน”

            ผมกดตัดสายทิ้งแล้วก็เข้าไปนั่งในรถก่อนจะหยิบกุญแจขึ้นมามองดูเงียบๆ

            “นี่นายกำลังกังวลเรื่องอะไรอยู่น่ะ เวนิส”

 

            ผมเดินทักทายเหล่านางพยาบาลที่คุ้นเคยกันเป็นอย่างดี รวมไปถึงแพทย์หลายๆ คนด้วย ตั้งแต่เล็กจนโตผมมาที่นี่เป็นประจำรองจากโรงเรียนและที่บ้าน ผมเสยผมขึ้นก่อนจะเดินเข้าห้องตรวจหลังจากที่รอจนถึงคิวแล้ว

            ทุกอย่างยังเหมือนเดิม แพทย์ประจำตัวของผมถามว่าที่เมืองไทยเป็นยังไงบ้าง ไปเที่ยวมาสนุกไหม ได้ทำอะไรอย่างที่อยากทำหรือเปล่า

            ผมทำได้แค่ยิ้มไม่ได้ตอบอะไรไปเท่าไหร่

            ทำอะไรที่อยากทำผมทำไปแล้วนะ แต่ก็แปลกที่ตอนนี้ผมรู้สึกเบาโหวงเหวงเหมือนร่างกายไม่มีแรง ไม่รู้ว่าตัวเองทำบ้าอะไรลงไป และกำจัดความรู้สึกหลายอย่างที่ปะปนกันในตอนนี้ไม่ออกด้วย

            “ขอบคุณฮะ” ผมบอกขอบคุณแพทย์ประจำตัวและนางพยาบาลที่ดูแลผมอย่างดี จากนั้นก็เดินออกจากห้อง เพื่อไปรับยาที่ต้องทานเป็นครั้งคราวที่เคาน์เตอร์จ่ายยา

            ในตอนที่กำลังรอใบเสร็จนั่นเอง ผมรู้สึกเหมือนว่าเห็นใครบางคนเดินผ่านไป รูปร่างและใบหน้าของเธอคนนั้นมันเด่นชัดในความทรงจำ และทำให้ผมมั่นใจว่าตัวเองตาไม่ฝาดไปเองแน่

            แต่ที่นี่มันไมอามี่นะ ไม่ใช่เมืองไทย

            แล้วทำไมริกะถึงมาอยู่ที่นี่ได้ล่ะ ผมคิดอย่างตกใจและประหลาดใจไปพร้อมกัน

            เมื่อได้รับถุงยาพร้อมกับใบเสร็จมาแล้ว ผมก็วิ่งตามหลังของเธอไปทันที เธอคนนั้นอาจจะไม่ใช่ริกะก็ผม ช่วงนี้ผมเอาแต่คิดบ้าบออยู่ในหัวคนเดียว บางทีผมอาจจะตาฝาดเห็นผู้หญิงที่ดูคล้ายๆ กับคนเอเชียเป็นริกะไปหมดก็ได้ แต่ว่า ผมต้องแน่ใจว่าเธอคนนั้นไม่ใช่ริกะจริงๆ

            ร่างของเธอบอบบางเหมือนริกะ ผมคิดเมื่อเดินตามหาเธอและเดินจนเกือบจะทันเธอแล้ว

            ชุดคนไข้สีฟ้าอ่อนยิ่งทำให้เธอดูบอบบางกว่าริกะ คนที่ผมเห็นเธอที่เมืองไทย ข้อเท้าที่โผล่พ้นจากชายกางเกงคนไข้ก็ดูใกล้เคียงกับริกะ มันเล็กจนผมแทบจะหักข้อเท้าของเธอได้ด้วยมือเพียงข้างเดียว เส้นผมสีดำสนิทยาวกลางหลังของเธอก็ดูคุ้นเคย

            ผมไม่รอช้าวิ่งเข้าไปแตะไหล่เธอและดึงให้เธอหันมามองผม

            “ริกะ!

            ใช่เธอจริงๆ ด้วย ผมคิดอย่างตื่นเต้นและจ้องมองใบหน้าของเธอด้วยความตกใจ

            “มิลาน อ๊ะ หรือจะเป็นเวนิสนะ” เธอก็เช่นเดียวกันที่รู้สึกตกใจไม่ต่างจากผม

            ในโลกนี้คงจะไม่มีคนที่หน้าตาเหมือนกันจนเป็นพิมพ์เดียวอย่างนี้อีกแล้วแน่ๆ ถ้าเกิดว่าเธอไม่มีฝาแฝดเหมือนผมกับมิลาน

            และก็น่าแปลกใจอีกอย่างหนึ่ง ทำไมเวลาที่เห็นหน้าผมเธอถึงเรียกชื่อของ มิลาน ออกมาก่อนเป็นประจำ ทั้งที่เธอก็น่าจะรู้ว่ามิลานไม่มีทางตามตอแยเธอหรอก นอกจากเวนิสอย่างผม

            “เธอมาทำอะไรที่นี่น่ะ!” ผมถามด้วยความแปลกใจ และนึกไม่ถึงจริงๆ ว่าจะได้เจอที่นี่ด้วย

            ริกะมองหน้าผมอย่างหวาดระแวงและพยายามจะดึงมือผมออกจากไหล่ของเธอด้วย ความทรงจำสุดท้ายที่เรามีร่วมกัน คือคอนโดของผมที่เมืองไทยสินะ

            และผมก็เหมือนกัน ที่เอาแต่คิดถึงฉากฉากนั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า ราวกับแผ่นเสียงที่สะดุดต้องเล่นวนซ้ำไปมาอยู่อย่างนั้น

            “ปล่อยนะ นายจะทำอะไรน่ะ” ริกะทำหน้าไม่สู้ดี ก่อนจะปลดมือผมออก สายตาหวาดกลัวนั่นทำให้ผมหงุดหงิดนิดหน่อย ผมเลยปล่อยมือเธอออกและกวาดสายตามองตามตัวของเธออีกครั้ง

            เธอป่วยแน่ๆ ถ้าไม่อย่างนั้นคงไม่ใส่ชุดคนไข้แบบนี้หรอก ผมคิดแล้วก็มองหน้าเธอด้วยความคิดถึง

            เอ๊ะ!? เมื่อกี้ผมคิดอะไรนะ คิดถึงอย่างนั้นเหรอ บ้าน่า ผมไม่ได้คิดถึงเธอหรอก

          “เธอมาทำอะไรที่นี่” ผมถามซ้ำ เมื่อยังไม่ได้รับคำตอบ

            ” ริกะไม่ตอบอะไรนอกจากกลอกตาไปมาและทำท่าเหมือนมองหาใครบางคน

            “ผมถามว่าเธอมาทำอะไรที่นี่”

 

            “ริกะ!” แต่เสียงเรียกชื่อของริกะที่ดังจากข้างหลังผม ทำให้ริกะวิ่งหนีไปทันที

            ผมหันหลังมองตามแล้วก็เห็นว่าเธอโผเข้ากอดกับผู้ชายคนหนึ่ง เหมือนกลัวว่าจะถูกผมรังแก

          ใช่ ผมกำลังพูดถึงนายน์

            “ไงเวนิส ไม่คิดเลยว่าจะเจอนายที่นี่” นายน์เปิดฉากทักทายด้วยสีหน้าที่มองผมเป็นศัตรู

            “ผมก็ไม่คิดเหมือนกันว่าจะเจอนายกับริกะที่นี่” ผมบอกก่อนจะยักไหล่ทำท่าไม่ใส่ใจอะไร

            แต่ใครจะรู้ ตอนนี้ผมกำลังสงสัยและเริ่มหวาดระแวงว่าริกะเป็นอะไร ทำไมเธอถึงมาอยู่ที่โรงพยาบาลนี่ และสุดท้าย ทำไมถึงเป็นนายน์อยู่เรื่อย ที่คอยอยู่ข้างๆ ริกะแทบจะตลอดเวลาอย่างนี้

            “นายป่วยเป็นด้วยเหรอ ไม่น่าเชื่อเลยนะ” นายน์คุยกับผมต่อ แต่มือของเขากำลังโอบไหล่บอบบางของริกะเอาไว้แน่น

            ท่าทางแสดงความเป็นเจ้าข้าวเจ้าของนั้น ทำให้ผมนึกฉุน

          “แล้วพวกคุณมาทำไมกัน” ผมถามนึกหงุดหงิดขึ้นทุกทีเมื่อยังไม่ได้รับคำตอบที่อยากรู้

แต่เสียงประกาศหมายเลขผู้ป่วยทำให้ริกะกับนายน์มองหน้ากันนิดหน่อย ไม่นานนายน์ก็มองผมด้วยสายตาที่ว่างเปล่าก่อนจะจูงมือของริกะไปอีกทาง

“นายไม่จำเป็นต้องรับรู้ เวนิส”

 

          ใครมันจะอยู่เฉยไหว ผมเดินตามสองคนนั้นไปห่างๆ และตกใจไม่น้อยที่เห็นทั้งคู่เดินไปยังโซนสูตินารีแพทย์ นั่นมันหมายความว่ายังไงกัน ผมคิดในใจก่อนจะกำหมัดเข้าหากันแน่น ท่าทางโอบประคองของนายที่กระทำกับริกะทำให้ผมรู้สึกหงุดหงิดอย่างบอกไม่ถูก

            สูตินารีแพทย์ มันคืออะไรน่ะ

            ผมกังวลใจทุกๆ ครั้งตามที่เข็มของนาฬิกาหมุนไป มันร้อนรนซะจนทนไม่ไหวต้องเดินไปใกล้ๆ กับห้องตรวจนั่นจนได้

            เสียงการพูดคุยในห้องพักแคบๆ เป็นภาษาอังกฤษรัวเร็วและแผ่วเบาจนผมจับใจความอะไรไม่ค่อยรู้เรื่อง ได้ยินแต่เสียงร้องไห้ของริกะที่แผ่วมา

            ผมคิดอะไรบางอย่างได้ และภาวนาให้มันเป็นจริงแต่อีกใจหนึ่งผมก็ไม่อยากจะให้มันเกิดขึ้นจริงๆ ความรู้สึกของตัวผมเองเป็นแบบไหน ผมก็ยังไม่แน่ใจเหมือนกัน

            หลังจากที่แอบฟังอยู่นานผมตั้งใจจะเปิดประตูเข้าไปและถามแพทย์ที่ดูแลอยู่ให้รู้เรื่อง ประตูที่ปิดอยู่ก็เปิดออกพร้อมกับนายน์ที่จูงมือริกะออกมา

            “นี่มันหมายความว่ายังไง” ผมถามออกไป และพอจะรู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น

            สีหน้าความกังวลที่ส่งผ่านทางสีหน้าริกะ แค่นี้ก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้ผมรู้ว่ามันเกิดเรื่องอย่างที่คิดเอาไว้จริงๆ

            “ริกะท้อง” ผมถามและจ้องหน้านายน์เขม็ง

            ถ้าไม่ได้คำตอบที่น่าพอใจ ผมจะไม่ทีทางขยับตัวจากตรงนี้เด็ดขาด

            “ใช่ริกะท้อง” นายน์รับคำง่ายๆ จนผมเองก็ยังไม่อยากจะเชื่อ

            “ริกะ ท้องกับฉัน”

            และคำพูดต่อมาก็ทำให้ผมเบิกตากว้างขึ้นด้วยความตกใจ

            ริกะท้องกับนายน์ อย่างนั้นเหรอ!?



 

 

 

 

 

Talk…

Song :: If you run By You Me At Six

 

หลังจากผ่านพ้นความหงุดหงิดไม่สบายใจเรื่องก็อปปี้นิยายไปแล้ว

ตอนนี้มีกำลังใจเพิ่มมากขึ้นแล้วค่ะ ขอบคุณสาวๆ ทุกคนด้วยนะคะ

เมื่อคืนคุยกับพี่ บก แล้วก็พี่สาวร่วมค่ายแสนดีเรื่องนักเขียนที่ลอกไปแล้วด้วยค่ะ

ก็คุยกันในหลายๆ เรื่อง แสดงความคิดเห็นกันไป ก็พอใจแล้วค่ะ

แล้วก็ใจเย็นลงเยอะกับคำพูดของพี่ บก คึคึ ลั้ลลาแล้วล่ะค่ะ ไม่มีอะไรต้องห่วง

ขอบคุณ บก คนสวย กับพี่สาวด้วยค่ะ  ใจเย็นลงแล้วกับคำพูดเตือนสติหลายๆ อย่าง

และเราก็รู้กันอยู่ในหมู่พวกเราเนอะ อิอิ

แต่สำหรับคุณ Copier Writer ที่แสนเก่งและมี FC เยอะแยะไปหมด

(แง้ๆ มู่นิสัยไม่ดี ชอบเขียนทอล์คประชดตลอด แง้)

คุณก็ลองทบทวนการกระทำของตัวเองไปแล้วกันนะคะ

ไม่รู้ว่าคุณจะได้อ่านทอล์คตรงนี้ไหม ไม่อยากเอ่ยชื่อ เดี๋ยวจะหาว่าเป็นการดิสเครดิตคุณ

มู่จะอยู่เงียบๆ แล้วคุณก็อยู่ของคุณไป แต่มู่เตือนคุณแล้วนะ

ว่าสิ่งที่คุณทำอยู่น่ะ มีหลายต่อหลายคนกำลังจ้องมองดูคุณอยู่

และโลกอินเตอร์เน็ตมันแคบค่ะ มู่ก็รู้จักกับคนนั้น พี่บก ก็รู้จักคนนี้

พี่สาวร่วมค่ายด้วย การติดต่อและการกระจายข่าวมันก็ไวด้วยค่ะ

เรื่องของคุณ มีหลายคนรับรู้ไปพร้อมๆ กับคุณค่ะ :) ยิ้มกว้างงงงงง

 

เวนิสเริ่มดราม่า ชอบจังเลยเขียนดราม่า มู่คงจะโรคจิต ฮ่าๆ

แต่ถ้าใครอยากอ่านใสๆ โรแมนติกแนะนำเรื่องใหม่ของมู่เลยนะคะ

ROMANCES SCENT ค่ะ

ใครคิดถึง TK ไปอ่านเอาจากเรื่อง ROMANCES CODE นะคะ

ฮ่าๆ กอดสาวๆ ทุกคนค่ะ ม๊วฟๆๆ




สอบถามข่าวสารของนิยายหรือพูดคุยกันได้ค่ะ แล้วเจอกันนะคะ

FP สำนักพิมพ์แสนดี Click!!

ID สำนักพิมพ์แสนดี Click!!

FP mu_mu_jung Click!!

 

God blessed you

’m blessed you

 

I http://www.dek-d.com/06pic/dot/heart.gif Readers



ข้อความ :
จากคุณ * :
 

หน้าที่ 1 จาก 4 หน้า
แสดง เรื่อง
ความคิดเห็นที่ 1
อ่านไม่ได้ค่ะ

มองไม่เห็น

ทำไงช่วยบอกทีค่ะ
จากคุณ Neurotic/(Neurotic) อัพเดตเมื่อ 06/08/2554 21:42:35
ความคิดเห็นที่ 2
พี่มู่หายไปเลยย ):
สู้ๆน่ะค่ะ

จากคุณ fonn/(fonnfonny) อัพเดตเมื่อ 23/07/2554 14:54:40
ความคิดเห็นที่ 3
สู้ๆค้ะพี่มู่
;;; พี่มู่หาภาพการ์ตูนด้านบนมาจากไหนอ้ะ มันน่ารักดี ชอบๆ 555555
จากคุณ ป๊อป/(lovepopcorn) อัพเดตเมื่อ 20/07/2554 09:01:13
ความคิดเห็นที่ 4
อ๊ายยย ริกะท้องกับฉัน มาอัพต่อไวไวเลยๆ พีมู่><
จากคุณ แพร/(lorisp) อัพเดตเมื่อ 18/07/2554 21:18:36
ความคิดเห็นที่ 5
อยากอ่านต่อๆๆ

เป็นกำลังใจให้พี่มู่นะค้า
จากคุณ nan/(manymanyrabit) อัพเดตเมื่อ 16/07/2554 16:32:40
ความคิดเห็นที่ 6
คำถานแรกที่ผุดในหัวตอนแรกคือ
ทำไมอิเวส(ข้อย่อเวนิสมันยาว อิอิ) มันเรียกชื่อพ่อกะแม่
ทำไมไม่เรียกเหมือนชาวบ้านชาวช่องเค้า หาาอิเวสบร้าาา55
นายมันเยี่ยมจิงๆ
นายน์พูดโกหกตกนรกนะจุ้ๆ
ฮ่าาาๆ
สู้สู้คัฟฟพี่มู่
 P'Mu
จากคุณ หลิว/(liew_tm) อัพเดตเมื่อ 15/07/2554 00:38:33
ความคิดเห็นที่ 7
รีบอัพนะคะ
จากคุณ ขวัญ/(kwun-ku007) อัพเดตเมื่อ 14/07/2554 17:29:32
ความคิดเห็นที่ 8
คนที่เป็นเวนิสชื่อจิงว่าไรอ่าใครรู้บ้าง??
ใครรู้ช่วยบอกหน่อยนะค่ะ พรีสสสสส
จากคุณ ถ้วยฟู/(mn18) อัพเดตเมื่อ 13/07/2554 18:53:09
ความคิดเห็นที่ 9
กร๊าซซซ ริกะท้อง ริกะท้อง ริกะท้องง
หึหึ!! ไงล่ะเวนิสสส....

สู้ๆๆน่ะค่ะพี่มู่ๆๆๆ
รออ่านทุกเรื่อง ทุกตอนคร่ะ^^
จากคุณ จ๊ะโอ๋/(ja-ao) อัพเดตเมื่อ 12/07/2554 17:28:53
ความคิดเห็นที่ 10
มีเด็กเข้ามาแล้ววววววววววววว เย้้้้้้้้้้้ เย้ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ  (^_^)b เป็นกำลังใจให้พี่มู่สร้างสรรค์ผลงานดีๆต่อไปค่ะ สู้...สู้...ค่ัะ
จากคุณ Gracezi/(Gracezi-mika) อัพเดตเมื่อ 10/07/2554 05:47:25
หน้าที่ 1 จาก 4 หน้า
แสดง เรื่อง
 
จำนวนผู้ชมเว็บแจ่มใสขณะนี้: 172 ท่าน