Guest   
 
Username: 
Password:  




 




  






 
อ่านเรื่อง
รักเล่ห์ เสน่ห์ร้าย
ดารานิล
18. คราวซวย
19
03/07/2554 22:50:06
900
เนื้อเรื่อง


18. คราวซวย

เช้าวันนี้ทุกคนดูสดใสเป็นพิเศษ โดยเฉพาะแม่สาวที่กำลังง่วนทำอาหารอยู่ในครัวยิ่งเบิกบาน สิตางศุ์กำลังจัดแซนวิชลงไปในกล่องพลาสติกให้สองน้าหลานเผื่อเวลาหิวจะได้มีอะไรทานในระหว่างวัน ใบหน้างามของเธอนั้นเจิดจ้าเสียยิ่งกว่าดวงอาทิตย์ที่กำลังฉายแสงอยู่ด้านนอก จนเด็กสาวที่ยืนมองอยู่อดแปลกใจไม่ได้

“วันนี้ป้าเป็นอะไรรึเปล่า ทำไมดูอารมณ์ดีผิดปกติชอบกล”

แต่ทว่าคนที่ถูกถามไม่ตอบ กลับยักไหล่ให้แทน ก่อนจะยื่นกล่องแซนวิชที่ทำเองกับมือให้เด็กสาวที่ยืนขมวดคิ้วอยู่ตรงประตูห้องครัวด้วยรอยยิ้ม

“แซนวิชทูน่าเผื่อเธอหิว”

“กินได้แน่เหรอ” โดนัทที่ยังไม่ไว้ใจปีศาจในคราบสาวสวยเท่าไหร่ ถามย้ำขึ้นมา

“รับรองว่าไม่สอดไส้อะไรแปลกๆ แน่ รับๆ ไปเถอะ ของเธอมันก็เหมือนกับของหมอชินนั่นแหละ หรือว่าจะไม่เอาก็ได้นะ ฉันจะได้ยกให้หมอไปทั้งหมดนี่แหละ” พูดแล้วก็ชักกล่องแซนวิชกลับ แต่ถูกมือของเด็กสาวยื้อเอาไว้ก่อน

“ก็ได้ๆ เห็นว่าทำเผื่อน้าชินด้วยนะเลยยอมรับ เพราะถ้าป้าทำผิดสัญญาเมื่อไหร่ คงจำได้นะว่าเค้าจะทำอะไรได้บ้างเพื่อเขี่ยป้าไปให้พ้นทางน่ะ”

“คุยอะไรกันอยู่ครับสาวๆ” แต่เสียงนุ่มๆ ของคนที่อยู่ในหัวข้อสนทนาก็ดังขึ้นเสียก่อน ร่างสูงได้สัดส่วนเดินตามมาสมทบถึงห้องครัว เมื่อเห็นสองสาวที่เพิ่งเซ็นสัญญาสงบศึกลับหลังเขาไปเมื่อคืนกำลังตั้งเค้าเชือดเฉือนกันอีกครั้ง

“ไม่มีอะไรหรอกค่ะน้าชิน เรารีบไปกันเถอะ เดี๋ยวโดนัทไปไม่ทันเข้าแถวตอนเช้า” พูดพลางยื้อแขนคุณน้าให้ออกมาจากห้องครัว เพราะกลัวว่าน้าชินจะถูกมารยาของป้าปีศาจเข้าครอบงำอีกครั้งหนึ่ง

“นั่นสิคะ หมอชินรีบไปเถอะค่ะ เดี๋ยวตังปิดบ้านให้” เพียงแค่เห็นใบหน้าคมคายของคนที่แอบจูบหน้าผากเธอเมื่อคืน หญิงสาวก็หน้าแดงขึ้นมาอย่างห้ามไม่ได้ สิตางศุ์ยิ้มเขินก่อนจะยื่นกล่องแซนวิชที่ทำขึ้มาอย่างตั้งใจให้อีกฝ่าย “แล้วนี่ทูน่าแซนวิชค่ะ ตังทำเผื่อหมอชินด้วย”

“ขอบคุณครับ” คชินทร์พูดพร้อมมองคนตัวเล็กที่หน้าแดงซ่านด้วยความรู้สึกอิ่มใจ ก่อนจะเอื้อมมือไปรับกล่องแซนวิชที่เธอยื่นให้มาไว้กับตัวเอง

“แล้วเมื่อคืนตังก็ฝันเห็นช้างด้วยนะคะ” พูดแล้วก็ยิ่งเขิน ร้อนผ่าวไปทั้งร่าง เมื่อเห็นสายตารู้ทันของชายหนุ่มที่ปรากฏอยู่ตอนนี้

“ถ้าอย่างนั้นก็แปลว่าคุณฝันดี”

“น้าชินคะ!” โดนัทที่ยื้อแขนน้าชายอยู่พูดสวนขึ้นมากลางวง “โดนัทต้องรีบไปโรงเรียนนะคะ เดี๋ยวก็ไม่ทันกันพอดี เราไปกันเถอะ”

คชินทร์ที่ยืนอ้อยอิ่งอยู่กับคนสวยราวกับมีเรื่องที่ต้องการจะพูดต่อ จำต้องยอมเดินตามหลานรักออกไปหน้าบ้าน แต่ก็ยังไม่วายหันมาส่งยิ้มละมุนให้คนที่ยืนโบกมืออยู่ในห้องครัวอีกครั้ง

“แล้วผมจะมาสะสางเรื่องฝันต่อตอนเย็นนะครับ” พูดแล้วร่างสูงๆ ก็หายลับออกไปจากประตูบ้าน ปล่อยให้หญิงสาวที่ยังคงโบกมืออยู่ฉีกยิ้มจนหน้าบาน ไม่สามารถหุบยิ้มได้เลย

 

ภาพสุนัขจรจัดที่วิ่งไปวิ่งมาจำนวนเกือบสามสิบตัวในบ้านไม้หลังเก่าของป้าแก้วมันทำให้คชินทร์อดชื่นชมหญิงชราวัยหกสิบหกไม่ได้ ป้าแก้วไม่ใช่คนร่ำคนรวยอะไรแต่กลับยอมรับภาระเลี้ยงหมาจรจัดพวกนี้เอาไว้ เพียงเพื่อไม่อยากให้มันถูกทางการจับเอาไปฆ่าทิ้ง เขาจึงเสนอตัวเข้ามาช่วยตรวจสุขภาพเจ้าสี่ขาพวกนี้โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย และจะรักษาให้ฟรีหากมีตัวไหนที่ป่วยขึ้นมา

ชายหนุ่มได้ข่าวของป้าแก้วจากลูกค้ารายหนึ่งที่นำแมวไปฉีดวัคซีนที่คลินิกเมื่ออาทิตย์ก่อน พอรู้ดังนั้นเขาจึงประสานงานไปยังป้าแก้วทันทีเพื่ออนุญาตเข้ามาดูแล พร้อมกับเงินสมทบอีกจำนวนหนึ่งจากกล่องบริจาคที่เขาตั้งเอาไว้ในคลินิกและเงินส่วนตัวของเขาเองอีกจำนวนหนึ่ง

คชินทร์ปลีกตัวมาจากคลินิกโดยให้ใบเฟิร์นดูแลแทนให้ เขาขนเครื่องมือแพทย์พอจำเป็นใส่รถมาด้วยพร้อมกับหยูกยาสารพัด งานของชายหนุ่มในวันนี้ก็คือตรวจสภาพร่างกายของสุนัขทุกตัวให้หมด และสอนวิธีฉีดยาคุมพวกมันให้แก่ป้าแก้วเพื่อป้องกันไม่ให้มันเพิ่มจำนวนสมาชิกให้มากขึ้นไปอีก คชินทร์ถือว่าการทำงานเพื่อสังคมก็คือส่วนหนึ่งในหน้าที่ของมนุษย์ทุกคน เขาถูกสอนมาโดยพ่อและแม่ว่าคนเราต้องมีน้ำใจ ให้อะไรคืนแก่สังคมบ้าง การให้ของเขาทุกครั้งนั้นไม่ใช่การ เสียสละ คำว่า ให้กับ เสียสละนั้นมันแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง เพราะถ้าหากว่าเลือกที่จะให้แล้วเราก็จะไม่มีวันเสีย แต่ถ้าเลือกที่จะสละ นั่นก็แสดงว่าจะต้องมีอะไรบางอย่างที่เราต้องเสียไปอย่างแน่นอน

ดังนั้นเขาจึงเลือกที่จะ ให้แทนการ เสียสละอย่างที่ทำอยู่ทุกวันนี้

 

ทางฝั่งคลินิกที่ไร้เงาของคุณหมอรูปหล่อ มีเพียงสัตวแพทย์ฝึกหัดสาวที่เฝ้าอยู่เพียงลำพัง เพราะวันนี้เมฆก็ขอลาป่วยกะทันหันเนื่องจากอาหารเป็นพิษที่เริ่มออกอาการมาตั้งแต่เมื่อวาน

ใบเฟิร์นนั่งเปิดดูนิตยสารไปพลางๆ เพื่อฆ่าเวลา เช้านี้ยังไม่มีลูกค้า ส่วนมากจะเริ่มมาในช่วงบ่ายถึงเย็น ดังนั้นเวลานี้เธอจึงเหมือนกับได้พักผ่อนไปในตัว แต่ทว่าเสียงกระดิ่งที่ประตูกระจกก็ดังขึ้นเรียกคุณหมอฝึกหัดให้หันมามองด้วยความแปลกใจ

“เชิญค่ะ” หญิงสาวมองหนุ่มร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อเชิ้ตกางเกงยีนที่เดินเข้ามาในร้านด้วยความแปลกใจ เนื่องด้วยใบหน้าคมคายของเขามันคล้ายกับเคยเห็นที่ไหนมาก่อน

“ไอ้ชินอยู่มั้ยครับ” พอสิ้นเสียงห้าวของหนุ่มหล่อผู้นี้ ใบเฟิร์นก็ถึงบางอ้อ จำได้ทันทีว่าเป็นเพื่อนพี่หมอที่เคยมาหาเมื่อตอนนั้นนั่นเอง

“พี่หมอไม่อยู่ค่ะ ออกไปทำธุระข้างนอก มีอะไรฝากไว้รึเปล่าคะ”

นพเก้าขมวดคิ้วมุ่น ในเมื่อเพื่อนรักไม่อยู่ เขาก็ไม่มีเหตุจำเป็นต้องฝากอะไร เพราะแค่อยากจะชวนมันไปดูที่มูลนิธิที่ถูกเผาก็เท่านั้น แต่ทว่าสายตาคมกริบกลับตวัดไปมองสาวร่างบางในชุดกาวน์ ก่อนจะไล่สายตาอ่านชื่อที่ปักติดอยู่บนอกอย่างใคร่รู้

ฟารินดา คูปป์ ...นามสกุลฝรั่งจ๋าแต่หน้าออกจะไทยแท้...

“ดูคุณไม่เหมือนลูกครึ่งเลยนะครับ คุณฟารินดา คูปป์” คนที่ถูกเรียกชื่อถึงกับขมวดคิ้ว ตวัดตามองแขกตัวสูงตรงหน้าอย่างไม่ค่อยสบอารมณ์เท่าใดนักที่มาละลาบละล้วงความเป็นส่วนตัวของเธอทั้งที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน

“อันที่จริงถ้าฉันจะเป็นหรือไม่เป็นก็ไม่ใช่ธุระอะไรของคุณนี่คะ เท่าที่จำได้คุณมีธุระกับพี่หมอไม่ใช่เหรอคะ”

“โธ่...อย่าเพิ่งรวนผมเลยครับคุณเฟิร์น ผมแค่แซวเล่นน่ะ พอดีผมโทรหาไอ้ชินไม่ติดเลย คุณรู้รึเปล่าว่ามันไปอยู่ที่ไหน” นพเก้ารีบเปลี่ยนเรื่อง เพราะดูเหมือนว่าสาวน้อยผมสั้นผู้นี้จะไม่ ง่ายอย่างที่เขาคิดไว้เสียแล้ว

“ไม่ทราบเหมือนกันค่ะ พอดีไม่ใช่เลขาของพี่หมอ” ฟารินดาสวนกลับ เพราะรู้สึกหมั่นไส้เพื่อนพี่หมอคนนี้ขึ้นมาตงิดใจที่กล้าเรียกชื่อเล่นเธอราวกับรู้จักกันมานาน แถมเมื่อตอนที่เจอกันครั้งนั้นยังทำตัวรุ่มร่ามแอบขยิบตาให้เธอหน้าตาเฉย สงสัยหมอนี่คงจะไม่ธรรมดาแน่...

นายตำรวจหนุ่มยิ้มกริ่ม เมื่อเห็นปฏิกิริยาจากเธอ รู้สึกว่าสาวน้อยคนนี้ก็คงจะร้ายเอาเรื่อง แต่ดูๆ แล้วเขาก็น่าจะพอรับมือไหว ขออย่างเดียวเท่านั้นว่าอย่าได้ร้ายถึงขั้นยัยปีศาจหวานใจของไอ้ชินเป็นพอ...

“แสดงว่าตอนนี้ทั้งคุณทั้งผม ก็ไม่รู้ว่าไอ้ชินมันหายหัวไปที่ไหนถูกต้องมั้ยครับ”

ฟารินดาค้อนขวับ ถ้าหากไม่เห็นเป็นเพื่อนพี่หมอ นายคนนี้คงโดนเธอไล่ตะเพิดออกไปจากคลินิกด้วยข้อหาหมั่นไส้ตั้งแต่แรกเห็นแน่

“โอเค คุณไม่รู้ก็ไม่เป็นไร ถ้างั้นวันนี้ผมก็จะรอไอ้ชินมันอยู่ที่คลินิกเนี่ยแหละ หวังคุณคงไม่ว่าอะไรนะครับ” นพเก้ายิ้มกริ่ม เลิกคิ้วสูง มองไปยังสาวผมสั้นที่หน้าบึ้งขึ้นมาทันที

“อะไรกันคุณจะมานั่งรออย่างนี้ทั้งวันไม่ได้นะ งานการไม่มีทำรึไงคะ” ฟารินดาแหวเสียงสูง ไม่อยากทนเห็นหน้าแสนกวนอวัยวะเบื้องล่างของผู้ชายคนนี้ให้อารมณ์เสียไปมากกว่านี้

“มีครับ แต่ไม่ทำ” นพเก้าพูดหน้าตาเฉย ทรุดตัวลงนั่งบนโซฟาตรงข้ามกับเคาน์เตอร์ที่หญิงสาวนั่งอยู่ ก่อนจะยักคิ้วให้อีกฝ่ายอย่างท้าทาย

หญิงสาวส่ายหัวด้วยความอิดหนาระอาใจ นิตยสารในมือถูกปิดลงขณะเหลือบตาขึ้นไปมองหนุ่มหน้าคมที่นั่งส่งยิ้มให้อย่างสบายอารมณ์

“ก็ได้ๆ ฉันบอกก็ได้ว่าพี่หมออยู่ไหน” ในที่สุดก็เป็นฟารินดาที่ทนไม่ไหวเสียเอง เพราะดูท่าทางเขาคงจะไม่ยอมกลับอย่างที่พูดจริงๆ ขนาดมีการมีงานทำไล่ให้ไปยังไม่ไป

คนอะไรดื้อด้านชะมัดยาด!

“เชิญครับ ผมฟังอยู่”

“พี่หมอไปออกพื้นที่ที่นนทบุรี อำเภอบางบัวทอง เป็นบ้านของป้าคนนึงที่เลี้ยงหมาเยอะๆ อยู่แถวนั้น ถ้าคุณไปก็แค่ถามหาป้าแก้วเท่านั้นเขาก็รู้จักกันหมด หวังว่าคุณก็น่าจะตามไปถูกนะคะ”

“แล้วผมจะรู้ได้ยังไงว่าคุณพูดจริง” หนุ่มหล่อกอดอก เอนหลังพิงโซฟาพร้อมกับยิ้มมาดกวน

“ถ้ากลัวว่าฉันจะโกหกก็ลองไปดูสิคะ แล้วคุณก็จะรู้ว่าฉันพูดจริงรึเปล่า” ฟารินดายักไหล่

“แต่ผมไม่เชื่อ ดูท่าทางแล้วคุณคงอยากจะไล่ให้ผมไปไกลๆ จะได้ไม่ต้องกลับมาวอแวคุณอีกใช่มั้ยครับคุณฟารินดา คูปป์”

“นี่ขอถามหน่อยเถอะค่ะ คุณต้องการอะไรจากฉันกันแน่ฮะ”

“ก็แค่คุยกับผมดีๆ ผมก็พอใจแล้ว”

“ทุกคำพูดที่ฉันคุยกับคุณ นั่นก็เป็นคำดีที่สุดแล้วเท่าที่ฉันจะปั้นได้ พอใจรึยังคะ”

“แต่ก็ยังดีไม่พอสำหรับผู้ชายคนที่กำลังจะจีบคุณอยู่นะครับ” สิ้นเสียงของนพเก้า หญิงสาวถึงกับเลิกคิ้วสูง ตวัดสายตาไปมองหนุ่มจอมเจ้าชู้ด้วยอารมณ์คล้ายกับกำลังดูหนังตลกแล้วเจอมุกฝืด ก่อนเรียวปากอิ่มจะแค่นยิ้มออกมาพร้อมกับส่ายหัวน้อยๆ

น้ำหน้าอย่างนายเนี่ยนะจะจีบฉัน แค่มีคำว่าเจ้าชู้ตัวพ่อติดอยู่บนหน้าผาก แค่นี้ก็ไม่ผ่านเกณฑ์คัดเลือกของฉันแล้วจะบอกให้!

“ว่าไงครับ นี่ผมกำลังบอกให้คุณรู้ตัวอยู่นะว่าผมจะจีบคุณ”

“แล้วไงคะ”

“ไม่ปฏิเสธแสดงความยอมรับใช่มั้ยครับ” นายตำรวจหนุ่มยิ้มยั่ว

“ขอโทษนะคะ ที่โรงเรียนสอนให้สะกดคำว่ายอมรับเป็นคำว่าแล้วไงเหรอคะ” เจอมุกนี้เข้าไป นพเก้าถึงกับแค่นยิ้ม เห็นหนิมๆ ติ๋มๆ อย่างนี้ก็ร้ายไม่เบา และถึงแม้ความมั่นใจในการจีบหญิงของนพเก้าถดถอยไปมาก นับแต่ได้เจอฤทธิ์เดชของสิตางศุ์ ราชโยธิน แต่ยังไงเสียเขาก็ไม่มีวันถอยแน่นอน

ผู้หญิงอย่างนี้มันน่าปราบจริงๆ ให้ตายเถอะ...

“ไม่หรอกครับ” ชายหนุ่มพูดก่อนจะลุกขึ้นยืนพาร่างสูงโปร่งของตัวเองเดินไปยังเคาน์เตอร์พร้อมกับโน้มตัวเข้าไปหา จนคนที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ด้านหลังต้องเอนตัวหนี “แต่ประสบการณ์ของผมมันสอนว่า อย่าเชื่อในคำพูดของผู้หญิง ถ้าเธอบอกว่าไม่ก็คือใช่ แต่ถ้าเธอบอกว่าแล้วไงก็คือท้าทาย”

ฟารินดาที่ฟังอยู่ถึงกับส่ายหน้าไปมา รู้สึกว่าหนุ่มหน้าเข้มผู้นี้คงจะตอแยเธอไม่หยุดแน่ ขนาดงานการมีทำเขายังไม่ทำเลย นับประสาอะไรถ้าหากเธอจะบอกว่าไม่แล้วเขาจะฟัง

แต่ยังไม่ทันที่เธอจะหาทางหลบหลีกตัวเองออกจากหนุ่มเจ้าชู้ เสียงกระดิ่งหน้าประตูก็ดังขึ้นพร้อมหญิงสูงวัยผู้หนึ่งที่อุ้มแมวสีเทาเข้ามาท่าทางลุกลี้ลุกลน

“คุณหมอคะ ช่วยดูนังสีดาให้ป้าหน่อยเถอะค่ะ ไม่รู้มันเป็นอะไร ใครเข้าใกล้มันไม่ได้เลยค่ะขู่ฟ่อๆ เข้าใส่อย่างเดียว ขนาดป้าที่เลี้ยงมันมากว่าจะอุ้มมันมาหาหมอได้ก็แทบแย่”

“ไหนหนูขอดูแป๊บนึงนะคะ” ฟารินดาพูดพลางเดินไปหาคุณป้า ขณะเอื้อมมือออกไปรับแมวสีเทาตัวอ้วนฉุเข้ามาเพื่อตรวจดูอาการของมันก่อน แต่ยังไม่ทันที่เธอจะเอื้อมถึงตัว เจ้าแมวอ้วนก็ใช้มือตวัดพร้อมกางเล็บขู่เธอฟ่อๆ

“นั่นๆ เอาอีกแล้ว!” คุณป้าเอ็ดลั่น พลางรีบตระครุบเจ้าแมวตัวปัญหาเอาไว้เป็นพัลวัน

“ถ้างั้นคุณป้าช่วยอุ้มมันเข้าไปในห้องตรวจหน่อยค่ะ สงสัยคงจะไม่ยอมให้ตรวจง่ายๆ” พูดแล้วก็เปิดประตูห้องตรวจเพื่อให้คุณป้าเดินเข้าไปก่อนพร้อมนังสีดาก่อนเธอจะเดินตามเข้าไป ทิ้งให้ชายหนุ่มที่กำลังปะทะคารมกันอยู่ยืนรออยู่ด้านนอกอย่างไม่ใส่ใจ

แต่ยังไม่ทันที่ประตูห้องจะปิดสนิทดี นังสีดาที่ดิ้นพล่านอยู่ก็หลุดออกจากอ้อมกอดของคุณป้า มันรีบกระโดดลงจากพื้นแล้วลอดตัวผ่านประตูออกไปข้างนอกด้วยความว่องไว

“นังสีดากลับมานี่นะ!” คุณป้าร้องลั่นรีบวิ่งตามแมวอ้วนของตัวเองออกไปจากห้อง ฟารินดาที่หยิบถุงมือขึ้นมากำลังจะใส่ก็พลอยต้องหยุดวิ่งตามหญิงวัยกลางคนไปด้วยกัน เดือดร้อนไปถึงนายตำรวจหนุ่มที่จำเป็นต้องเข้าร่วมในการสะกัดจับแมวอ้วนด้วยอีกราย

“คุณต้อนมันมาทางนี้นะ เดี๋ยวผมจะรอตะครุบเอง” นพเก้าที่ยืนอยู่หลังเคาน์เตอร์ตะโกนบอกคุณหมอฝึกหัดและคุณป้าเพื่อตีวงบีบมันเข้ามาหาเขาที่ซุ่มรออยู่อีกทางหนึ่ง

ฟารินดาพยักหน้ารับ ค่อยๆ เดินเข้าไปหาเจ้าเหมียวที่ยืนหมอบอยู่กลางห้องพร้อมกับป้าเจ้าของ สีดาลังเลอยู่พักหนึ่งก่อนจะตัดสินใจวิ่งหนีไปยังทิศทางที่คนต้อนต้องการ

ทันทีที่เจ้าตัวเล็กวิ่งเข้ามาในเคาน์เตอร์ นพเก้าก็กระโดดตะครุบมันเอาไว้ได้อย่างทันท่วงที แต่สีดาก็ยังไม่สิ้นฤทธิ์เสียทีเดียว มันใช้จังหวะที่นพเก้าปล่อยมือจากคอมันเปลี่ยนมาจับตัว แว้งกัดเข้าที่มือของเขาจนเลือดไหลเป็นทาง

“โอ๊ย!” นายตำรวจหนุ่มร้องเสียงหลง รีบชักมือข้างนั้นกลับทันที แต่ก็ยังสามารถตรึงร่างของแมวอ้วนเอาไว้ได้อยู่ในมืออีกข้างหนึ่ง

“คุณเป็นอะไรมากรึเปล่า” ฟารินดาด้วยความตกใจ เมื่อเห็นเลือดสดๆ ไหลออกมาจากบาดแผลไม่หยุด

“ก็เจ็บน่ะสิคุณถามได้” ชายหนุ่มตอบอย่างหัวเสีย

“ป้าขอโทษนะคะพ่อหนุ่ม นังสีดามันไม่ได้ตั้งใจหรอก เดี๋ยวป้าจ่ายค่ายาให้นะ” คุณป้ารีบปราดเข้ามาอุ้มแมวสีเทาเอาไว้ พลางเหลือบมองชายหนุ่มที่กำลังเดินเข้าไปล้างมือที่อ่างล้างมือข้างเคาน์เตอร์ด้วยความเป็นห่วง

“ไม่เป็นไรหรอกครับ ผมไม่ได้เป็นอะไรมาก อีกอย่างไอ้ยาวัคซีนหมาบ้ามันก็คงไม่แพงมากจนทำผมล้มละลายหรอกครับ” นพเก้าพูดพลางเหลือบมองคนร่างบางที่ค้อนให้ประหลักประเหลือก

“จะดีเหรอจ้ะพ่อหนุ่ม แต่แมวป้ามันเป็นคนกัดพ่อนะ”

“อย่าเป็นห่วงเลยค่ะคุณป้า ในเมื่อเขาบอกเองว่าไม่เป็นอะไรก็คงไม่เป็นอะไรอย่างที่พูดจริงๆ หนูว่าเรารีบพาสีดาเข้าไปตรวจก่อนดีกว่านะคะ” พูดแล้วหญิงสาวก็รีบดุนหลังคุณป้าร่างท้วมเข้าไปในห้องตรวจทันที ปล่อยให้ชายหนุ่มที่ยืนมองอยู่เผยยิ้มออกมา ก่อนจะส่ายหัวไปมาน้อยๆ

นึกว่าผมไม่รู้ทันคุณเหรอฟารินดา...

 

คุณหมอฝึกหัดตรวจร่างกายของสีดาอย่างละเอียดก็เจอสาเหตุที่ทำให้มันมีนิสัยเปลี่ยนไปเมื่อพบตุ่มหนองที่ปูดขึ้นมาตรงขาหนีบด้านซ้าย เจ้าตุ่มนี้คงสร้างความเจ็บปวดให้มันจนกลายเป็นแมวอารมณ์ร้าย หญิงสาวจึงต้องจัดการกรีดเปิดแผลเพื่อเอาหนองออก โดยมีคุณป้ายืนให้กำลังใจอยู่ห่างๆ ด้วยความสงสารแมวของตัวเอง

หลังจากเสร็จสิ้นการทำแผลและชำระค่าใช้จ่ายของนังสีดาเรียบร้อยแล้ว ก็ถึงคิวของนายตำรวจหนุ่มที่รอการรักษาอยู่ หญิงสาวจับมือนพเก้าขึ้นมาดูบาดแผลรอยเขี้ยวแมว ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบแอลกอฮอล์ออกมาราดลงไปโดยไม่ให้สัญญาณใดๆ ทั้งสิ้น

“โอ๊ย! ผมแสบนะคุณ!” ชายหนุ่มร้องลั่น ชักมือกลับอย่างรวดเร็ว ขณะตวัดสายตาไปมองคุณหมอสาวที่ยังตีหน้าไม่รู้ไม่ชี้อยู่

“ก็นึกว่ารู้แล้วซะอีกว่าเวลาโดนแอลกอฮอล์แล้วมันจะแสบ” แต่ฟารินดาไม่พูดเปล่า รีบดึงมือข้างที่ถูกกัดของเขากลับมา ก่อนจะราดซ้ำด้วยทิงเจอร์กลิ่นฉุนอีกครั้ง

“โอ๊ย! จะทำอะไรก็บอกกันก่อนก็ได้นะคุณ!” นพเก้าร้องลั่นอีกครั้ง ไม่คาดคิดว่าหญิงสาวหน้าใสคนนี้จะแสบถึงพริกถึงขิง

“ก็นึกว่ารู้แล้วว่าหลังจากล้างด้วยแอลกอฮอล์ต้องตามด้วยทิงเจอร์” หญิงสาวก็ยังทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้อยู่เช่นเดิม

“แสบนักนะคุณ” ชายหนุ่มเหลือบมองใบหน้าของอีกฝ่ายอย่างเข่นเขี้ยว

“ถ้าไม่แสบจะล้างสิ่งสกปรกได้ยังไง จริงมั้ยคะ” ว่าแล้วคุณหมอฝึกหัดก็เดินไปหยิบยากันบาดทะยักและโรคพิษสุนัขบ้าจากห้องยาพร้อมกับเข็มเพื่อมาฉีดให้กับชายหนุ่ม

“เดี๋ยวฉันจะฉีดยากันบาดทะยักกับพิษสุนัขบ้าให้ หลังจากเข็มนี้อีกสามวันให้คุณกลับมาที่คลินิกเพื่อฉีดอีกเข็มนึง แล้วเดี๋ยวพี่หมอจะนัดคุณครั้งต่อไปเองอย่าลืมล่ะ เดี๋ยวเกิดเป็นอะไรขึ้นมาจะหาว่าฉันไม่เตือน”

“อืม...ต้องฉีดยาด้วยสินะ” นพเก้าเปรยขึ้นมา ก่อนจะค่อยๆ ปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตของตัวเองออกทีละเม็ด

“จะทำบ้าอะไรกันน่ะคุณ!” ฟารินดาถึงกับร้องลั่น เมื่อเห็นเพื่อนพี่หมอกำลังปลดกระดุมโชว์ซิกแพ็คอยู่อย่างหน้าไม่อาย

“อ้าว ฉีดยากันหมาบ้า ก็ต้องฉีดวนรอบสะดือไม่ใช่รึไงคุณเฟิร์น” ชายหนุ่มไม่พูดเปล่ากลับดึงสาบเสื้อให้แยกออกจากกัน จนเผยให้เห็นหุ่นล่ำกล้ามเป็นมัดภายใต้เสื้อเชิ้ตตัวบางนั่น

“หยุดเดี๋ยวนี้เลยนะ หยุดๆ!” หญิงสาวที่เริ่มหายใจไม่ทั่วท้อง ลุกขึ้นถอยหลังกรูด เมื่อต้องมาอยู่กับคนโรคจิตที่ชอบโชว์หุ่นเพียงลำพังในห้องตรวจแห่งนี้ “ติดกระดุมกลับไปให้ไวเลยนะ ไม่งั้นฉันฟ้องพี่หมอจริงๆ ด้วย ว่าคุณมาทำรุ่มร่ามอย่างนี้กับฉัน!

“เอ้อ คุณนี่ก็แปลกคน ก็มันต้องฉีดตรงสะดือนี่ แล้วจะไม่ให้ผมแกะกระดุมได้ยังไง” ชายหนุ่มยังยืนยันคำเดิม หากแต่ใบหน้าคมคายนั่นกลับปิดรอยยิ้มไว้ไม่มิด

“ใครบอกคุณว่าเค้าฉีดวนรอบสะดือ เดี๋ยวนี้เค้าฉีดที่ต้นแขนแล้ว บ้า!

“อ้าว แล้วก็ไม่บอก” นพเก้ายิ้มขบขัน เมื่อเห็นอีกฝ่ายดูตื่นกลัวจนหน้าซีดเมื่อเจอมุกนี้ของเขาเข้า

“ก็บอกแล้วนี่ไง รีบๆ ติดกระดุมเข้าสิ!

“ถ้าเป็นที่แขนยิ่งแล้วใหญ่ เสื้อผมมันพับแขนไปจนถึงต้นแขนไม่ได้หรอกคุณ สงสัยคงต้องถอดแล้วล่ะ” พูดเสร็จคนที่นั่งอยู่บนเตียงเหล็กก็ถอดเสื้อตัวเองโยนไปพาดไว้กับเก้าอี้ พร้อมกับเอียงคอมองหน้าคุณหมอสาวที่แทบจะลมจับเมื่อเห็นเขาเปลือยท่อนบนอยู่

“สะ ใส่เสื้อเดี๋ยวนี้เลยนะ ไม่งั้นฉันฟ้องพี่หมอแน่!” ฟารินดาเสียงสั่น ทั้งหวาดกลัวทั้งหมั่นไส้ไอ้ผู้ชายตรงหน้าจนอยากจะหนีออกไปให้พ้นๆ เสีย

คนอะไรหน้าด้านหน้าทน!

“ก็ฟ้องสิครับ...เชิญ แล้วผมก็จะบอกมันเหมือนกันว่าคุณไม่ยอมฉีดยาให้ผม ปล่อยให้ผมเป็นบาดทะยักหรือไม่ก็ติดเชื้อหมาบ้าจนตาย”

“โอ๊ย! อยากจะบ้า” หญิงสาวสบถออกมาอย่างเหลืออด ตัดสินใจเดินเข้าไปหาร่างกำยำที่นั่งอยู่บนเตียงเหล็กอีกครั้งด้วยความโมโห

นพเก้าแอบชำเลืองมองใบหน้าแดงก่ำของรุ่นน้องเพื่อนรักด้วยความขบขัน สงสัยว่าเธอคงจะไม่เคยเห็นผู้ชายแก้ผ้าในระยะประชิดเลยทำให้เกิดอาการเช่นนี้

สงสัยจะแกเป็นผู้ชายคนแรกซะแล้วล่ะมั้งไอ้นพเอ๊ย...

ฟารินดาพยายามข่มความอายเอาไว้จะได้รีบๆ ทำแผลผู้ชายหน้าทนให้เสร็จไป หญิงสาวไม่พูดพร่ำทำเพลงอะไรหลังจากที่เช็ดแอลกอฮอล์บนต้นแขนใหญ่เสร็จ ก็จัดการปักเข็มแหลมๆ ลงไปอย่างไร้ความปราณี

“โอ๊ย! คุณจะบ้ารึไง ไม่บอกซักคำว่าจะฉีดแล้ว” นพเก้าร้องลั่นเมื่อถูกเข็มแหลมปัดพรวดเข้าไปในต้นแขนจนแทบจะมิดเข็ม

“ก็นึกว่ารู้แล้วซะอีกว่าต้องฉีดยา” ฟารินดายักคิ้ว ขณะดึงเข็มออกอย่างไม่ยั้งมือ จนคนตัวใหญ่ถึงกับตาเหลือก

โอ๊ย...แม่คู้น หน้าตาก็ดูอ่อนหวานดี แต่ทำไมมือหนักชิบ!

“คราวหน้าจะฉีดก็บอกกันบ้าง ไม่ใช่เอะอะอะไรก็แทงเอาๆ เดี๋ยวถ้าเกิดผมป่องขึ้นมา คุณนั่นแหละที่ต้องเป็นฝ่ายรับผิดชอบ”

“ขอโทษนะคะ ถ้าอยากจะได้รับวัคซีนอย่างทันท่วงทีกรุณาสงบปากได้มั้ยคะ ฉันไม่มีสมาธิ” หญิงสาวพูดพร้อมกับยกเข็มฉีดยาอีกเข็มหนึ่งที่เตรียมเอาไว้ขึ้นมา

“ว่าแต่คุณเคยฉีดยาให้คนบ้างรึเปล่าเนี่ย ผมชักจะสงสัยแล้วนะ” นพเก้าเริ่มไม่มั่นใจ เพราะท่าทางของเธอดูยังใหม่สำหรับหน้าที่นี้ยังไงชอบกล

“เคยค่ะ” ฟารินดาพูดพลางเช็ดแอลกอฮอล์บนต้นแขนของชายหนุ่มอีกครั้งหนึ่ง

“เยอะรึเปล่าครับ”

“ก็เมื่อซักนาทีก่อนนี่เอง” สิ้นเสียงหวานๆ เข็มในมือคุณหมอฝึกหัดก็ปัดพรวดเข้าไปยังต้นแขนของเขาอย่างไม่ทันได้ตั้งตัว

นพเก้าถึงกับสะดุ้งเฮือกใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บ เพราะมือของคุณหมอฝึกหัดนั้นหนักเสียยิ่งกว่าช้างกระทืบ ตอนนี้เขาชักเริ่มจะลังเลแล้วว่าระหว่างฟารินดา คูปป์ กับ สิตางศุ์ ราชโยธิน คนไหนกันแน่ที่จะร้ายกว่ากัน...

 

กว่าจะทำทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยฟ้าก็มืดเสียแล้ว คชินทร์รีบเก็บข้าวของด้วยความรวดเร็ว ยังดีที่เขาโทรบอกสิตางศุ์ให้ไปรับโดนัทแทนเขาที่ไม่สามารถปลีกตัวไปได้ ไม่เช่นนั้นแล้วหลานสาวก็คงจะนั่งรอเขาจนโกรธไปอีกตามเคย

คุณหมอหนุ่มบอกลาป้าแก้วก่อนจะรีบขับรถออกมา ตอนนี้เป็นเวลาเกือบหนึ่งทุ่มแล้วกว่าจะกลับถึงบ้านก็คงสามสี่ทุ่ม แต่เขาก็ไม่บ่นเพราะเป็นความสมัครใจของตัวเองในการมาครั้งนี้ คชินทร์ขับรถไปเรื่อยๆ อย่างไม่เร่งรีบ เพราะรู้ดีว่าหากหลุดไปจากถนนเส้นนี้เมื่อไหร่ความเปล่าเปลี่ยวก็จะแปรเปลี่ยนเป็นความวุ่นวายของรถที่ติดกันเป็นขบวน สองข้างทางที่ขับรถผ่านเป็นพื้นที่รกร้างว่างเปล่า มีเสาไฟให้แสงสว่างอยู่แค่ไม่จุด บ้านเรือนของผู้คนอยู่ห่างออกไปมาก คงจะเป็นที่ของนายทุนที่ซื้อเก็บไว้เพื่อเก็งกำไรในอนาคต ชาวบ้านจึงไม่มีสิทธิ์ปลูกบ้านอยู่แถวนี้เลยแม้แต่หลังคาเดียว

แต่ทว่าในความสลัวของคืนเดือนดับ ชายหนุ่มกลับได้ยินเสียงท่อไอเสียที่ถูกปรับแต่งจนแหลมบาดหูดังไล่หลังมา ดวงตาคมตวัดไปมองกระจกมองหลังก็เห็นเพียงเงาตะคุ่มๆ ของสิงห์นักบิดไม่ทราบจำนวนที่สะท้อนกลับมา พวกมันทั้งหมดปิดไฟหน้ารถจนกลืนไปกลับความมืด คชินทร์เห็นท่าไม่ดีจึงรีบเหยียบคันเร่งเพื่อทิ้งห่างแต่กลับถูกพวกมันไล่กวดมาติดๆ และทันใดนั้นชายหนุ่มก็ต้องเหยียบเบรคกะทันหัน เมื่อมีมอเตอร์ไซด์อีกสามคันโผล่พ้นทางโค้งที่มีต้นไม้บังตาอยู่ขับพุ่งตรงมายังเขาพร้อมกับปาหินในมือใส่อย่างคึกคะนอง

“เพล้ง!!” เสียงกระจกแตกดังไปทั่วบริเวณก่อนมันจะร่วงลงมากระเด็นใส่ชายหนุ่มที่ก้มตัวลงหลบเศษกระจกตามสัญชาตญาณ

“เอาตัวมันออกมา!” เสียงของเด็กหนุ่มที่อายุน่าจะน้อยกว่าเขาดังขึ้นท่ามกลางเสียงท่อของมอเตอร์ไซด์นับสิบที่จอดล้อมเอาไว้ คชินทร์ถึงกับฟันกรอดเมื่อเขาถูกดักทำร้ายโดยฝีมือของพวกไร้สำนึกพวกนี้

“พวกแกต้องการอะไร” ชายหนุ่มเอ่ยถามออกไป ขณะกวาดตาไปมองไปรอบตัวๆ เพื่อประเมินทางรอด แต่มันคงจะเป็นศูนย์เพราะแค่เขาคนเดียวคงไม่อาจสู้กับแก๊งค์วัยรุ่นที่ใส่หมวกไอ้โม่งนับสิบคนเช่นนี้ได้

“เดี๋ยวมึงก็รู้ว่ากูอยากได้อะไร” พูดพลางหันไปพยักหน้าให้กับไอ้โม่งอีกกลุ่มหนึ่งที่ยืนอยู่ข้างๆ “เอาตัวมันลงมาจากรถ เร็วๆ!

ชายหนุ่มเห็นท่าไม่ดีจึงตัดสินใจที่จะขับรถฝ่าวงล้อมออกไป เขากำลังจะเหยียบคันเร่งแต่ช้ากว่าลูกกระสุนที่ยิงเข้ามาขู่จนกระจกด้านคนขับแตกไปอีกบาน

“บ้าเอ๊ย!” คชินทร์สบถออกมาด้วยความโกรธ แต่ก็ยอมยกมือขึ้นมาจากพวงมาลัย

“หยุดเลยไอ้เหี้ย นึกว่าจะหนีกูพ้นรึไง!” ไอ้โม่งคนที่เป็นหัวหน้าพูดพร้อมกับเดินเข้ามาเอาปืนจ่อหัวหมอหนุ่มเอาไว้ ก่อนจะบังคับให้เขาลงมาจากรถ เพื่อมายืนอยู่ท่ามกลางพรรคพวกตัวเองนับสิบที่ล้อมอยู่

“ถ้าไม่อยากให้เรื่องถึงตำรวจถอยไปห่างๆ” ชายหนุ่มขู่พลางเหลือบไปมองยังไอ้โม่งสามสี่คนที่เริ่มลงมือรื้อค้นรถเขาเพื่อหาสิ่งมีค่า

“เรื่องมันถึงตำรวจตั้งแต่พวกกูปาหินใส่รถมึงแล้ว บอกกูสิว่าไม่จริง”

“คิดว่าทำอย่างนี้แล้วจะหนีตำรวจพ้นเหรอ”

“มึงอย่าเพิ่งคิดแทนกู สำคัญว่าตอนนี้มึงรีบเอาชีวิตของมึงให้รอดก่อนดีกว่าว่ะ” มันพูดพร้อมกับหันไปพยักหน้าให้ลูกน้อง “จัดการได้เลย!

สิ้นเสียงของไอ้คนถือปืน พวกที่ยืนล้อมอยู่ต่างกรูกันเข้าไปหาชายหนุ่มทันที คชินทร์ที่พอมีทักษะการป้องกันตัวอยู่บ้างรีบย่อตัวหลบหมัดแรกที่พุ่งเข้ามาจากไอ้โม่งเสื้อสีกรมท่าพร้อมกับใช้สันมือซัดเข้าไปตรงคอจนมันร้องลั่น ก่อนจะกระชากตัวมันเข้ามาเป็นโล่กำบังเพื่อรับหมัดแทน

“อั่ก!” ไอ้โม่งโชคร้ายคนนั้นจุกจนหน้าเขียวเมื่อโดนหมัดของเพื่อนร่วมแก๊งค์ซัดเข้ามาเสียเต็มรัก ก่อนจะถูกเหวี่ยงออกไปกระแทกใส่ไอ้โม่งที่กรูกันเข้ามาอีกด้านหนึ่งจนล้มกลิ้งไปด้วยกัน

“อ้าว! ไอ้เหี้ยนี่เสือกสู้เป็นซะด้วย ไหนพี่บอกว่า...”

“มึงหุบปาก!” คนที่เป็นหัวหน้าตวาดลูกน้องลั่น ก่อนสั่งขึ้นมาอีกครั้ง “ถ้าพวกมึงยังปอดแหกอีกล่ะก้อกูจะเล่นพวกมึงเรียงตัวเลย ไป๊!

สิ้นเสียงของหัวหน้า พวกแก๊งค์อันธพาลก็กรูกันเข้ามาอีกครั้ง คชินทร์ที่ยังคงตั้งหลักสู้อยู่รีบยกเท้าขึ้นไปยันไอ้โม่งที่พุ่งเข้ามาด้านหน้า แต่ทว่าคราวนี้เขากลับต้องเสียท่าเมื่อถูกลอบเล่นงานจากด้านหลัง ชายหนุ่มจึงถูกพวกมันใช้จังหวะที่เขาโดนซัดจนเสียหลักตามเข้ามารุมไม่ยั้ง จนในที่สุดเขาก็ต้องสะบักสะบอมไปทั้งร่างทรุดลงไปนอนกองกับพื้น

“อั่ก!” คชินทร์ร้องออกมาด้วยความเจ็บ เมื่อถูกเท้าของหัวหน้าแก๊งค์เตะเข้าไปยังซี่โครงอีกครั้งเต็มๆ แรง ก่อนมันจะทรุดตัวลงมานั่งยองๆ มองคนที่หน้าตาเปรอะเปื้อนไปด้วยดินและเลือดด้วยความสะใจ

“ถ้ามึงไม่เล่นตัวมาก ก็คงไม่เจ็บปางตายขนาดนี้หรอก ไอ้สถุลเอ๊ย!” พูดเสร็จก็หันไปสั่งลูกน้องที่ยืนล้อมอยู่เสียงดัง “รีบเอาของมีค่าของมันมาให้หมด ชักช้าเดี๋ยวตำรวจก็ได้กลิ่นกันพอดี เร็ว!” แต่ในความสลัวของแสงไฟที่ส่องมาเพียงเล็กน้อย คชินทร์ที่พยายามฝืนเปลือกตาขึ้นมามอง ก็จำได้แต่เพียงรอยสักรูปนางฟ้าขนาดใหญ่ปรากฏอยู่บนหลังมือของไอ้โม่งคนที่เป็นหัวหน้า ก่อนภาพทุกอย่างจะดับวูบไป...

 

 

  

( ดารานิล )

ข้อความ :
จากคุณ * :
 

หน้าที่ 1 จาก 1 หน้า
แสดง เรื่อง
ความคิดเห็นที่ 1
อะชา   และแล้วนายนพเราก็เจอคู่กับเขาซะที  แต่ไม่รู้เหมือนกันว่าจะเอาจริงเอาเลน  เหอเหอ


แล้วหมอชินเราทำไมโชคร้ายอย่างนั้นละเนียะโดนทำร้ายร่างกายอีกแล้วอ่า
จากคุณ ปอ/(helikopter) อัพเดตเมื่อ 11/07/2554 10:58:50
ความคิดเห็นที่ 2
หมอชินอย่าเป็นอะไรไปน่ะ
จากคุณ สา/(474467144) อัพเดตเมื่อ 05/07/2554 09:34:05
ความคิดเห็นที่ 3
อ๊าก  ก ก หมอ ชิน อย่า เป็น อะ ไร ไป นะ
จากคุณ ฟอสซิล/(idol_rose) อัพเดตเมื่อ 04/07/2554 23:16:34
ความคิดเห็นที่ 4
ว้า สงสารหมอชินจังเลยอ่ะ lol 

กำลังจะไปได้ดีกะตัง แล้ว เชียว ซวย จริง ๆ เลยนะ เนี่ย 


อัพ ต่อ ๆ  กำลังมันเลย  
จากคุณ ยู่ยี่/(0849491494) อัพเดตเมื่อ 04/07/2554 19:20:37
ความคิดเห็นที่ 5
หมอชินจะเป็นอะไรมากไหมนั่น? ซวยจริงๆเลยหมอของเราไปช่วยป้าแก้วทำความดีแต่ต้องมาเจอกับไอ้พวกนักเลงซะนี่..เฮ้อ แย่เลย
ยังดีนะที่หมอชินยังพอจะจำรูปพรรณสันฐานของไอ้พวกโจรได้...นพเก้าเพื่อนรักจะได้ตามจับพวกนี้ไปลงโทษซะให้เข็ดหลาบเลย...
ตังกับน้องโดนัทถ้าได้เห็นสภาพของหมอชินจะเป็นยังไงน๊าา?
ตังเธอยิ่งดุๆอยู่ด้วย

นพกับใบเฟริน์น่ารักมากๆเลยอ่ะ   กวนได้ใจพอๆกันทั้งสองคนเลย
แต่ก็แอบสงสารนพอยู่เหมือนกันที่โดนใบเฟริน์ที้งแกล้งทำแผลและก็ฉีดยาแบบฉึกๆ
นึกภาพตามตอนที่ใบเฟริน์ฉีดยาให้ชายหนุ่มแล้วรู้สึกสยองแทน,,,ปรืออออ
ใบเฟริน์ก็แสบซะขนาดนี้นพเก้ายังจะกล้าจีบต่อไปอีกไหมน้อ? อิอิ
ชอบคำจำกัดความของคำว่าให้และ เสียสละจังเลยค่ะ
ให้กับเสียสละมันแตกต่างกันอย่างนี้นี่เอง

จากคุณ maple/(nuchaba_lee) อัพเดตเมื่อ 04/07/2554 06:31:18
ความคิดเห็นที่ 6

ตอนนี้แอบมีนพเก้ากับใบเฟิร์นมาแจมด้วย
แต่เดี๋ยวจะไปจัดเต็มกันตอนพิเศษอีกทีนะคะ :)

ขอบคุณ
พี่นุชและคุณฟอสซิลมากๆ ค่ะ ที่แวะมาทักทาย
ตอนนี้ขออนุญาตไม่คุยอะไรมากนะคะ
เพราะรู้สึกว่าไม่ค่อยสบาย แต่ก็จะพยายามมาอัพให้ต่อเนื่องเหมือนเดิมนะคะ :)

ขอบคุณทุกคนที่ติดตามค่ะ
( ดารานิล )
www.facebook.com/daranil

 

จากคุณ ดารานิล/(daranil) อัพเดตเมื่อ 03/07/2554 15:58:42
หน้าที่ 1 จาก 1 หน้า
แสดง เรื่อง
 
จำนวนผู้ชมเว็บแจ่มใสขณะนี้: 148 ท่าน