Guest   
 
Username: 
Password:  




 




  






 
อ่านเรื่อง
ROMANCES SCENT ? EMBRACE SCENT ? Eps02 [100%] -Aug 05 UP!!-
mu_mu_jung
? ROMANCES CODE ? Eps03
62
05/07/2554 21:49:19
12983
เนื้อเรื่อง

Eps.03

Can't Breakup Girl, Can't Breakaway Boy

 

        “ขอจับสักทีสองทีได้มั้ย ยัยแกงจืด” คำพูดของซีฟทำให้ฉันเหมือนจะช็อก จนต้องอ้าปากค้างไว้ด้วยความตกใจ

            และนั่นก็เป็นการเปิดโอกาสให้เขาจูบฉันทันที มันไม่เหมือนการจูบที่เขาจูบฉันก่อนหน้านี้ เพราะว่าตอนนี้เรียวลิ้นที่ร้อนชื้นของเขาเข้ามารุกรานมากขึ้นเรื่อยๆ ฉันทุบอกเขาอึกอักด้วยความตกใจ เจอหน้ากันไม่ทันไรไม่ได้เป็นอะไรกันด้วย แต่เขากลับมาทำแบบนี้มันเกินไปแล้วนะ

            ฉันดิ้นพล่านอยู่ใต้ร่างของเขาจนร่างกายของเราเสียดสีกัน ฉันทั้งผลักทั้งตีแต่เขาก็เหมือนหินผาที่ไม่ขยับเขยื้อนเลยแม้แต่น้อย และในที่สุดเขาก็ยอมผละริมฝีปากออก ฉันมองหน้าเขาตาปรือมึนงงสับสนไปหมดว่าตัวเองเป็นใคร มาทำอะไรอยู่ที่นี่กันแน่

            มือของฉันจากตอนแรกที่ทั้งผลักทั้งตี ตอนนี้กลายเป็นว่ายึดคอเสื้อของเขาเอาไว้แน่น และเมื่อเงยหน้าขึ้นมองหน้าของซีฟ ก็เห็นว่าใบหน้าของเขาแดงไม่แพ้กันและดวงตานั่นอีก อาจจะเป็นสัญชาตญาณบางอย่างทำให้ฉันไม่กล้ามองหน้าเขาเลย

            “นี่! ออกไปสิ ปล่อยฉันไปนะ” ฉันเริ่มดิ้นอีกครั้งเมื่อลมหายใจกลับมาเป็นปกติ

            “อยู่เฉยๆ อย่าดิ้น!!” และคำสั่งสั้นๆ ของเขาก็ทำให้ฉันหยุดกึก เมื่อจับได้ถึงน้ำเสียงของเขา

            มันฟังแล้วน่าสยดสยอง ถ้าเกิดว่าฉันยังดื้อและดิ้นต่อฉันคงถูกเขาฆ่าทิ้งที่นี่แน่ๆ และพอเห็นว่าเขาไม่ยอมออกห่างไปสักที ทั้งความกลัวและความตกใจก็ทำให้ฉันเบ้หน้าและรู้สึกอยากจะร้องไห้ขึ้นมา

            “เฮ้ย! จะร้องทำไมน่ะ”

            และดูเหมือนว่าซีฟเองก็คงตกใจเหมือนกัน เขารีบยื่นมือมาเช็ดน้ำตาที่กำลังขังคลอที่ขอบตาของฉันทันที แต่ฉันเบี่ยงหน้าหนีแล้วก็งับมือของเขาเต็มแรง

            “โอ๊ย! ยัยจืดชืดเธอเป็นหมารึไงน่ะ” คราวนี้เป็นซีฟที่ดิ้นพล่านบ้าง

            เขาทั้งดิ้นทั้งร้องแต่ก็ไม่ลุกออกจากที่คร่อมฉันไว้บนโซฟานี่สักที นิ้วแข็งๆ ของซีฟบีบคางฉันแน่นจนฉันต้องยอมปล่อยมือเขาออกในที่สุด

            “เจ็บนะ” ฉันครางเสียงอ่อนก่อนจะดีดขาไปมาใต้ร่างของเขาอย่างโมโห

            “ปล่อยฉันไปนะ ไอ้โรคจิตวิตถาร ฮือ” แล้วฉันก็ร้องไห้ออกมาทันที

            ฉันไม่เข้าใจความรู้สึกของตัวเองเอาซะเลย ว่าตอนนี้กำลังรู้สึกยังไงอยู่กันแน่ ทั้งกลัว และในขณะเดียวกันมันก็รู้สึกอบอุ่นบอกไม่ถูก เมื่อเขากอดร่างของฉันเอาไว้ทั้งตัว ฝ่ามือของเขาเล็กกว่ามือของพ่อฉันนิดหน่อย แต่ว่ามือของเขาอบอุ่นกว่ามาก

            และมันให้ความรู้สึกแตกต่างจริงๆ เมื่อมือของเขาสัมผัสตามเนื้อตัวของฉัน

            “ฉันต่างหากที่เป็นฝ่ายต้องร้องไห้น่ะ” เขาเถียงกลับมาและยื่นมือมาให้ฉันเห็นชัดๆ แต่ว่ามืออีกข้างรีบยกมาปิดปากฉันเอาไว้

            เพื่อป้องกันไม่ให้ฉันได้แหกปากหรือว่ากัดเขาตรงไหนอีก

            “เห็นรอยฟันนั่นมั้ย เจ็บสุดๆ เลยยัยเอ๋อ!” เขาบอกก่อนจะจับคางฉันเหวี่ยงไปทางซ้ายทีขวาที

            ฉันเกลียดเขาจริงๆ นะ ไม่รู้หรือไงว่าน้ำหนักมือของตัวเองน่ะหนักมากแค่ไหน คางของฉันต้องมีแต่รอยนิ้วติดอยู่แน่ๆ เลย

            “ปล่อยฉันไปนะ ฮือ ฉันกลัวจริงๆ นะ” พูดแล้วก็ร้องไห้

            บอกตามตรงเลยนะ ตอนนี้ฉันกลัวว่าหมอนี่จะข่มขืนฉันที่สุดเลย ไม่เอาแล้ว วิจัยบ้าบอนี่ ถ้ามันเปลืองตัวมากขนาดนี้ฉันไม่ทำแล้ว ฮือ

        “ไม่ยกโทษให้เพราะว่าเธอกัดฉันซะจมเขี้ยว” เขาบอกและก็ไม่ลุกออกไปจากตัวของฉันสักที

            “ปล่อยฉันไปเถอะ ซีฟ” แล้วฉันก็ต้องตัวแข็งทื่ออีกครั้ง เมื่อเขาซบหน้าลงกับอกของฉันทำท่าเหมือนกำลังจะหลับ

            “ฉันเหนื่อยมากเลยวันนี้ ขอพักแป๊บ” เขาบอกแล้วก็เงียบไป รวมไปถึงไม่ขยับตัวด้วย เขาเพียงแค่นอนซบกับอกของฉันเฉยๆ ไม่ได้ลวนลามอะไรอย่างที่ฉันนึกกลัว ลมหายใจที่เข้าออกเป็นจังหวะสม่ำเสมอ อีกทั้งใบหน้าของเขาที่ดูซีดๆ และเหงื่อซึมอยู่ตลอดเวลาทำให้ฉันไม่กล้าจะผลักเขาออก

            สุดท้ายฉันก็ยอมนอนนิ่งๆ ให้เขาได้พักผ่อน และเมื่อเขาทำท่าหลับไปจริงๆ ฉันก็ยกมือลูบผมของเขาอย่างแผ่วเบา เขาครางออกมาเสียงแผ่วแล้วก็เงียบไป

            เดี๋ยวนะ จะอยู่อย่างนี้ถึงเช้าเหรอ ไม่ตลกเลยนะ

 

            ฉันแอบเลื่อนตัวออกมาจากการนอนทับของตาบ้าวิตถารซีฟได้ ตั้งแต่ราวๆ ตีหนึ่งครึ่งจนถึงตอนนี้หกโมงเช้า ฉันปล่อยให้เขาได้กอดตามใจชอบเหมือนเป็นหมอนข้าง คิดแล้วก็น่าอายพร้อมๆ กับน่าโมโหตัวเองไปด้วย ฉันตบแก้มทั้งสองข้างเพื่อเรียกสติของตัวเองกลับมา

            ร่างสูงของซีฟยังนอนนิ่งไม่ไหวติง เขาเล่นเป็นคนตายหรือเปล่านะ ทำไมหลับลึกได้ขนาดนี้ ฉันอยากจะเข้าไปพิสูจน์ว่าเขายังมีชีวิตอยู่หรือเปล่า แต่ก็กลัวว่าเขาจะจับกดอีกเลยรีรออยู่นาน และเมื่อรวบรวมความกล้าได้แล้วฉันก็ค่อยๆ ย่องเข้าไปหาเขาและเช็กว่าเขายังปกติดีหรือเปล่า

            เขาหลับ และไม่น่าเชื่อว่าจะหลับลึกได้ถึงขนาดนั้น

            ฉันเลยถือโอกาสนี้แอบแวบเข้าห้องน้ำของเขาบ้าง ไอ้ชุดชั้นในพวกนั้นฉันก็เก็บไว้อย่างมิดชิดพยายามจะไม่ลืมทิ้งไว้ที่นี่อีก เมื่อออกมาข้างนอกคนตัวสูงก็ยังไม่ตื่นฉันเลยเดินไปที่ห้องครัวเพื่อจะทำอะไรให้เขานิดๆ หน่อยๆ ห้องครัวที่เป็นระเบียบเรียบร้อยของเขาทำให้ฉันลังเลใจ ไม่รู้ว่าจะทำอะไรให้เขาดี

            และไม่นานซีฟก็ตื่นและเดินตรงมาที่ห้องครัวด้วยสีหน้าที่ยุ่งๆ เหมือนว่ายังไม่ไม่ตื่นเต็มที่

            “จะเผาห้องฉันเหรอ” เขาถามเสียงแหบพร่าก่อนจะขยี้ตามองฉัน

            “เปล่านะ” ฉันแก้ตัวและพยายามจะซ่อนอะไรบางอย่างไว้ข้างหลัง ไม่ให้เขาได้มองเห็น

            “งั้นเหรอ แล้วนั่งอะไรน่ะที่พื้น ที่โต๊ะอีก น้ำผึ้งเหรอนั่นมันแพงนะ ทำหกอย่างนั้นได้ไง” เขาพูดพลางขมวดคิ้วแน่น

            ฉันเหลือบไปมองผลงานชิ้นเอกบนโต๊ะก่อนจะวิ่งไปจับขวดน้ำผึ้งให้ตั้งขึ้นตามเดิม หลังจากที่ปล่อยให้มันนอนแอ้งแม้งบนโต๊ะตั้งแต่ตอนไหนก็ไม่รู้

            “นับหนึ่งถึงสาม ถ้าไม่ตอบฉันจะโกรธจริงๆ แล้วนะ” ซีฟชูนิ้วขึ้นมาตรงหน้าฉันสามนิ้ว

            “หนึ่ง” และพอเขาเริ่มนับหนึ่ง เขาก็เก็บนิ้วลงไปทีละนิ้ว

            “สอง

            “สาม

            “ฉันทำแพนเค้กน่ะ แต่ว่า” ฉันรีบยอมรับผิด เมื่อวิตถารซีฟเดินตึงๆ ตรงเข้ามาหาฉันอย่างรวดเร็ว

            บ้าจริง ผู้ชายคนนี้น่ากลัวมากเกินไปแล้วนะ ฉันคิดแล้วก็หลับตาปี๋เมื่อคิดว่าเขาคงจะยกกำปั้นมาเขกหัวฉันซะแล้ว หลังจากเหตุการณ์บนโซฟาผ่านไป จนถึงตอนนี้ฉันก็ไม่กล้าที่จะมองหน้าเขาตรงๆ เห็นหน้าของเขาทีไร สายตาของฉันมักจะหลุบลงมองที่ริมฝีปากของเขาเรื่อยเลย

            “แพนเค้กเหรอ แล้วน้ำผึ้งเอามาทำไม” เขาเท้ามือลงกับโต๊ะทั้งสองข้าง และยังจ้องหน้าฉันตาไม่กะพริบ

            “ฉันชอบทานแพนเค้กกับน้ำผึ้ง มันอร่อยดี” พอบอกไปแบบนี้ฉันก็สังเกตเห็นว่าเขายิ้ม

            ยิ้ม พระเจ้า! เขาน่ากลัวยิ่งกว่าตัวละครสุดสยองในเรื่องสครีมซะอีก

            “นั่งเฉยๆ ไปเลย เธอกำลังจะพังห้องฉัน เดี๋ยวขอเวลาอาบน้ำสิบนาทีเดี๋ยวจะทำให้ทาน” เขาพูดและยื่นหน้าเข้ามาใกล้ฉันอีกนิด

            เขาทำจมูกฟุดฟิดและฉันก็หน้าร้อนผ่าวขึ้นมากะทันหัน อาการแบบนี้ มันเกิดจากอะไรกันแน่นะ หรือว่าฉันกำลังจะป่วยกันแน่

            “อาบน้ำแล้วนี่ กลิ่นสบู่ของฉันชัดๆ” เขายิ้มก่อนจะหมุนตัวเดินออกไป

            ทิ้งให้ฉันอยู่กับอาการหน้าแดงใจเต้นแรงอยู่คนเดียว เพราะอะไร หัวใจของฉันถึงได้เต้นเป็นจังหวะแบบนี้ ทั้งที่เขาก็ไม่ได้ทำอะไรเลย สัมผัสถูกตัวก็ไม่มีแม้แต่น้อย แต่ว่าสายตานั่นมันกำลังลามเลียไปทั่วตัวของฉันจนรู้สึกได้ ฉันรีบยกมือขึ้นมากอดตัวเองและมองแผ่นหลังของซีฟอย่างหวาดกลัว

            แย่แล้ว ฉันต้องแย่แน่ๆ

 

            เราเข้ามหาวิทยาลัยหลังจากนั้น ฉันถือถุงชุดชั้นในไว้บนตักสุดชีวิตขณะที่กำลังนั่งรถมาพร้อมกับซีฟ เพราะกลัวว่าตัวเองต้องเข้าไปสถานที่อันตรายสีแดงอย่างห้องของเขาอีกครั้ง มันไม่ตลกเลยถ้า ที่ต้องเสี่ยงเอาความสาวตัวเองไปไว้บนเตียงของซีฟแบบนั้น

            และก็น่าแปลกที่ตอนนี้วิตถารซีฟยิ้มปากยิ้มแย้มอย่างอารมณ์ดี หลังจากที่เราทานมื้อเช้าจากห้องของเขาด้วยกันเรียบร้อยแล้ว เขาโกหกล่ะ วันก่อนที่ฉันถามว่าเขาชอบเค้กหรือเปล่า เขาบอกว่าไม่ชอบ แต่ว่าแพนเค้กที่เขาทำวันนี้ เขากลับทานมันพร้อมกับน้ำผึ้งได้หน้าตาเฉย และทำท่าว่าชอบเอามากๆ ด้วย

            หรือกลัวว่าคนอื่นจะล้อ หาว่าเป็นผู้ชายแต่ชอบของหวานกันนะ ฉันคิดแต่ก็ไม่กล้าถามเพราะกลัวจะเข้าเนื้ออีก

            “ปั้นหยา

            “คุณตำรวจ ช่วยหนูด้วย!!” ฉันตะโกนลั่นและกระเถิบตัวไปติดกับประตูรถทันที หลังจากที่ซีฟเรียกชื่อของฉันท่ามกลางความเงียบที่ปกคลุมเราสองคนอยู่นาน

            “ยัยบ้า จะเรียกตำรวจเพื่อ!?” เขาตะโกนกลับมา และหักเลี้ยวพวงมาลัยให้กลับมาทางเดิม หลังจากที่มันแฉลบเข้าข้างทางนิดหน่อยตอนที่ฉันเรียกหาตำรวจ

            “ฮือ ฉันกลัวจริงๆ นะ ฉันจะแจ้ง แจ้ง แจ้งตำรวจจริงๆ ด้วย ถ้าเกิดว่านายเข้ามาใกล้ฉันมากกว่านี้น่ะ” ฉันบอกแล้วก็ใจเต้นตึกตัก ฟุ้งซ่านอยู่คนเดียวนานสองนาน

            “เอาเซ่ ลองดูกันมั้ยล่ะ” เขาทำสีหน้าเจ้าเล่ห์พร้อมกับแลบลิ้นเลียที่มุมปากไปด้วย

            “แม่จ๋า พ่อจ๋า ช่วยปั้นหยาด้วย!” ฉันร้องโฮลั่นรถแล้วก็ตามด้วยเสียงหัวเราะของมารร้ายที่ดังขึ้นมาพร้อมกัน

            “คุณตำรวจช่วยหนูด้วย!!” เมื่อรถติดไฟแดงฉันก็พยายามจะเลื่อนกระจกรถลง และร้องบอกตำรวจจราจรที่กำลังทำหน้าที่อยู่กลางถนน

            “เฮ้ย! เป็นบ้าอะไรเนี่ย” ซีฟเองก็ร้องโวยวาย แล้วก็ทั้งดึงทั้งฉุดมือของฉันเอาไว้

            “ฮือ ปล่อยฉันนะไอ้วิตถาร แงๆ แม่จ๋าช่วยปั้นหยาด้วย!!

            หลังจากที่เสี่ยงชีวิตนั่งรถมากับเขาแล้ว ฉันก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกพร้อมกับเด้งตัวออกจากรถของเขา โดยไม่สนใจเสียงเรียกของซีฟที่ดังตามหลังมานั่นแม้แต่น้อย

            “เฮ้! ยัยจืดชืดไม่เอากระเป๋าของเธอหรือไงน่ะ!!

            “ไม่ไหวแล้ว ไม่ไหวแล้ว ฉันต้องแย่แน่ๆ” ฉันพึมพำกับตัวเองแล้วก็ตบแก้มตัวเองยกใหญ่

            ตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ที่ฉันไม่กล้าจะมองหน้าซีฟตรงๆ หัวใจมันจะระเบิดซะให้ได้ ทั้งสีหน้าและแววตาของเขา ทุกอย่างเป็นเหมือนมนตร์สะกดที่ทำให้ฉันแทบไม่เป็นตัวของตัวเอง

            “ปั้น! ขอยืมเลกเชอร์คาบแรกหน่อยสิ เมื่อวานฉันไม่ได้จดน่ะ” นุ่นเพื่อนร่วมคณะของฉันเดินเข้ามาทักตอนที่ฉันเพิ่งเรียกสติของตัวเองกลับมาได้

            “เลกเชอร์เหรอ” ฉันบ่นงึมงำแล้วก็เปิดกระเป๋า

            “เฮ้ย! ปั้นเอาชั้นในมาทำไม ทำไมไม่เอาหนังสือเรียนมาล่ะ” นุ่นร้องออกมาด้วยความตกใจ เมื่อเธอเองก็ก้มลงมองของในมือของฉันเหมือนกัน

        “โหย สีแดงเลือดสาดร้อนแรงซะ” กรี๊ด นี่มันชั้นในที่วิตถารซีฟซื้อให้ฉันนี่นา

            “อ๊า! ฉันกำลังจะบ้าตาย แป๊บนึงนะ” ฉันรีบปิดถุงผ้าที่ใส่ชั้นในของตัวเองทันที จากนั้นก็วิ่งกลับไปที่หน้าคณะอย่างรวดเร็ว

            พอไปถึงหน้าคณะก็ยังเห็นรถสปอร์ตราคาที่ไม่ต้องไปนึกถึงของซีฟจอดอยู่ ซีฟลงจากแล้วก็โบกกระเป๋าของฉันไปมากลางอากาศและยังยิ้มเยาะฉันด้วย

            “ฮือ! ไอ้คนใจร้าย ทำไมไม่บอกว่าฉันลืมกระเป๋า” ฉันโวยวายแล้วก็เดินตรงเข้าไปกระชากกระเป๋าคืนจากซีฟ

            เขาเอาแต่หัวเราะและยกมือขึ้นลูบหัวฉัน เหมือนว่าฉันเป็นลูกหมาตัวน้อยๆ อย่างนั้นแหละ

            “เพราะนาย ทำให้ฉันจะเป็นบ้าตายไปแล้ว” ฉันบอกแล้วปัดมือเขาออก ตั้งใจจะเดินกลับเข้าไปในคณะอีกครั้ง

            แต่เมื่อเห็นของในมือของตัวเองฉันก็ร้องครวญครางทันที ฉันจะเอาถุงชั้นในของตัวเองเดินเรียนว่อนคณะได้ยังไงกัน คิดแล้วฉันก็ทรุดตัวลงนั่งยองๆ ที่พื้นแล้วร้องไห้โฮเสียงดังทันที

            “เธอเป็นบ้าอะไรน่ะยัยแกงจืด” ซีฟไม่ปล่อยโอกาสซ้ำเติมฉันหรอก

            เขานั่งลงตามฉันแล้วก็ดันหน้าผากให้ฉันเงยหน้ามองตาเขา

            “เพื่อนฉันเห็นชั้นในของฉันแล้ว ฮือ เมื่อกี้ฉันเอามันเปิดให้เพื่อนดู” ฉันบอกแล้วร้องโฮ พร้อมกับทุบหน้าอกตัวการที่ทำให้ฉันแทบเป็นบ้าไปด้วย

            “ฮ่าๆ จริงดิ เธอนี่โง่จริงๆ ให้ตายเถอะ”

อย่างที่คิดไว้ไม่ผิด เขาต้องระเบิดหัวเราะแน่ๆ แล้วก็จริงซะด้วย

            “เฮ้ เดี๋ยวนะ เพื่อนที่ว่าน่ะ ผู้หญิงผู้ชายฮึ” แล้วจู่ๆ เขาก็เปลี่ยนเรื่อง แถมยังตะปบเข้าที่ไหล่ฉันเขย่าซะฉันเวียนหัวไปหมดด้วย

            “ผู้หญิง บ้าที่สุดเลย ทำไมนายต้องซื้อชั้นในสีแดงให้ฉันด้วย!!” ฉันตะโกนใส่หน้าเขาด้วยความโกรธ

            ก่อนจะสะดุ้งเมื่อเห็นว่ารอบๆ ตัวมีแต่นักศึกษาที่กำลังทยอยเดินเข้าคณะเต็มไปหมด หน้าของฉันเหมือนกำลังกะเทาะแตกเป็นชิ้นๆ และร่วงกราวลงที่พื้นต่อ

            “ฮะๆ โอ๊ย ให้ตายฉันหยุดหัวเราะไม่ได้ ฮ่าๆ” ซีฟผุดลุกขึ้นและกุมท้องตัวเองระเบิดเสียงหัวเราะออกมาดังลั่น

            ฉันหน้าแดงก่ำไม่สามารถทนมองดูคนอื่นที่กำลังซุบซิบจ้องมองได้อีกต่อไป ฉันรีบฟาดถุงใส่ชั้นในใส่อกเขาแล้วก็ร้องไห้วิ่งหนีเข้าคณะไปทันที

            “คนบ้า คนวิตถาร ลามก ฮือ ซีฟ ฉันเกลียดนายแล้วจริงๆ นะ”

 

            หลังจากนั้นฉันตั้งใจจะหลบหน้าของซีฟ แต่ก็ไม่รอดเพราะตอนที่กำลังซื้อเค้กแล้วตั้งใจจะแวบกลับไปทางอื่น ฉันเจอกับเอก…(จำชื่อได้แล้ว) เพื่อนของซีฟในกลุ่มวิจัยเข้า และเขาก็ใจดีให้ฉันนั่งมอเตอร์ไซค์มาถึงคณะวิศวะ

            จบกัน ฉันไม่อยากจะเชื่อว่ามีทฤษฏีโลกกลมนั้นมีอยู่จริง แต่ตอนนี้คงต้องเชื่อแล้วล่ะ

            ฉันหน้าแดงทำหน้าไม่รับแขกตอนที่เดินเอียงคอตามหลังเอกขึ้นคณะวิศวะเงียบๆ เชื่อฉันสิ ว่าซีฟต้องทำหน้ากะลิ่มกะเลี่ยตอนที่เห็นหน้าฉันแน่ๆ ซึ่งวันนี้ทั้งวันฉันเอาแต่ปกปิดหน้าตาตัวเองตอนที่เดินเรียนตามห้องต่างๆ ของคณะมาแล้วนะ

            วีรกรรมที่ทำไว้หน้าคณะยังเป็นเหมือนภาพหลอนที่ติดอยู่ในหัวของฉันไม่ออกไปไหน

            ฮือ ฉันอยากจะบ้าตายจริงๆ

            “ก๊าก ฮ่าๆๆ!!” แต่มันกลับไม่ใช่อย่างที่ฉันคิด

            เพราะว่าตาบ้าซีฟระเบิดหัวเราะใส่หน้าของฉันทันทีที่เห็นหน้าน่ะสิ คนอื่นๆ ทำหน้าเหวอ เมื่อเจอซีฟภาครั่วมหารั่วเข้าไป ฉันเองก็หน้าหงิกจนไม่อยากจะมาที่นี่แล้ว

            นานไปชักเคืองที่ซีฟเอาแต่หัวเราะไม่หยุด ฉันเลยตั้งใจจะเดินกลับแต่เขาก็ตรงเข้ามาฉุดแขนของฉันเอาไว้

            ซีฟหน้าแดงก่ำแววตาและรอยยิ้มที่ซ่อนเอาไว้ไม่มิด บอกว่าเขากำลังกลั้นเสียงหัวเราะไว้สุดความสามารถ

            “ฉันจะกลับแล้ว อย่ามาทำหน้าแบบนี้นะ!

            “ฮะๆ ไม่แล้วล่ะ ไม่หัวเราะแล้ว โอ๋ๆ ซื้อเค้กมาด้วยเหรอ มาเถอะน่า ไม่อยากได้ข้อมูลวิจัยจากฉันหรือไง” เขาเริ่มหลอกล่อฉันด้วยรายงานการวิจัย และยังลากให้ฉันเดินไปพร้อมกับเขาด้วย

            คนอื่นๆ คงยังไม่รู้เรื่องนะ ถ้าเกิดว่าพวกเขารู้เข้าว่าซีฟซื้อชั้นในให้ฉัน พวกเขาจะรู้สึกหรือคิดยังไงบ้างนะ แล้วถ้ารู้เกี่ยวกับวีรกรรมที่หน้าคณะเมื่อเช้านั่นด้วย แค่คิดมันก็ทำให้ฉันกลายเป็นขี้เถ้าปลิวไปกับสายลมได้แล้ว ทำไมตอนนั้นฉันถึงสั่งให้ซีฟไปซื้อให้นะ ไม่เข้าใจตัวเองเลย ฮือ

            “นั่งก่อนสิ อย่าทำหน้างอ อยากดื่มอะไรรึเปล่า เดี๋ยวไปซื้อให้ ไม่ล้อแล้วจริงๆ” ซีฟบอกเสียงอ่อน และก้มหน้าลงพยายามจะพูดคุยกับฉัน

            ฉันเอาแต่ก้มหน้าจนคางแทบจะติดหน้าอกไม่ยอมมองหน้าใครทั้งนั้น ไม่ยิ้มด้วย ก็คนมันรู้สึกไม่ดีไปแล้วนี่นา ฮือ

            “ปั้นหยา” และแล้วคนความอดทนต่ำอย่างซีฟก็เริ่มจะหงุดหงิด

            ฉันรู้ว่าเขาง้อใครนานๆ ไม่เป็น และมันก็น่าแปลกใจที่ซีฟง้อฉันก่อน ทั้งที่ปกติฉันมักจะเป็นฝ่ายเกาะแขนเกาะขาของเขาซะมาก

            “ฮือ ฉันทำใจไม่ได้ เรื่องเมื่อเช้าเหมือนตราบาปของฉันเลย” ฉันร้องโฮก่อนจะคอตกด้วยความรู้สึกสับสนอยู่ภายใน

            ซีฟหัวเราะเบาๆ อีกครั้งก่อนจะยกมือขึ้นลูบผมของฉัน

            “เดี๋ยวซื้อโกโก้มาให้นะ ชอบใช่มั้ย” เขาถามและฉันก็พยักหน้าหงึกหงักให้เขาไป

            “แล้วซื้อเค้กมาอีกแล้วเหรอ” เขาถามอีก และฉันก็พยักหน้าเช่นเคย

            “งั้นเดี๋ยวมานะ อยากได้อะไรอีกมั้ย?” คราวนี้ฉันส่ายหน้า ซีฟยิ้มที่มุมปากอย่างพอใจ ก่อนจะลุกขึ้นและเดินออกจากห้อง ท่ามกลางสีหน้าพิศวงงงงวยของเพื่อนคนอื่นๆ

            “ซีฟเป็นไรไปวะ” คนอื่นเริ่มคุยกันซุบซิบและฉันเองไม่แน่ใจว่าเขาเปลี่ยนไปมากหรือเปล่า

            แต่ว่าวันนี้รวมไปถึงเมื่อวานฉันเจอกับซีฟที่มีหลายรูปแบบเหลือเกิน ไม่นานฉันก็คิดไปถึงเรื่องบนโซฟาและจูบที่ร้อนแรงนั่น

            ความร้อนจากทั่วร่างกายเหมือนจะแล่นมารวมกันที่ใบหน้าของฉันเพียงจุดเดียว มันร้อนขึ้นๆ จนฉันต้องยกมือขึ้นมาพัดหน้าตัวเองยกใหญ่ แต่มันก็ช่วยอะไรไม่ค่อยได้เลย ฉันยังคงร้อนอยู่และเริ่มจะไม่เข้าใจว่าตัวเองเป็นอะไรไปแล้วกันแน่

            “ปั้นหยา หยิบไขควงให้หน่อยสิ” เสียงเรียกทำให้ฉันหลุดออกจากภวังค์ของตัวเองได้ในที่สุด

            “ไขควงเหรอ อันนี้รึเปล่า” ฉันบอกและส่งไขควงให้เพื่อนร่วมทีมของซีฟ

            “อือ ขอบใจนะ เฮ้ย! ปั้นหยาเลือดกำเดาเธอไหล!

            หลังจากนั้นก็มีเรื่องวุ่นวายใหญ่โต เพียงเพราะว่าฉันกำเดาไหลเท่านั้นเอง เพื่อนในกลุ่มต่างวิ่งวุ่นเหมือนจะกลัวว่าฉันเป็นไข้ และนอกจากนั้น ฉันรู้สึกเหมือนว่าพวกเขายังกลัวอะไรอยู่นอกจากนี้

            “แย่จัง เสื้อเปื้อนหมดเลย” ฉันพึมพำกับตัวเองเมื่อเสื้อของตัวเองเต็มไปด้วยเลือดแดงฉานเต็มไปหมด

            “เงยหน้าหน่อยปั้นหยา เลือดยังไม่หยุดไหล” กอล์ฟเป็นคนเช็ดเลือดกำเดาให้ฉัน เพราะว่าฉันเช็ดออกไม่หมด มันมีบางจุดที่กระเซ็นไปตามหน้าของฉัน กอล์ฟเลยอาสาจะเช็ดให้

            “โอ๊ะ เปื้อนไปถึงยกทรงด้วยแฮะ” ฉันพึมพำพร้อมกับดึงคอเสื้อให้ออกห่างจากตัวนิดหน่อย

            แล้วไม่นานเสียงกระป๋องและของหล่นลงพื้นก็ดังขึ้นมาหลังจากนั้น ฉันเพิ่งรู้ตัวว่าเผลอดึงเสื้อให้กอล์ฟเห็นชั้นในไปหยกๆ รีบกำคอเสื้อไว้ทันที และพอหันไปตามเสียงที่ดังโครมครามเมื่อกี้ก็เห็นว่าเป็นซีฟที่นั่งนิ่งอยู่ และพื้นรอบตัวของเขาก็เต็มไปด้วยกระป๋องน้ำอัดลม รวมไปถึงแก้วโกโก้ด้วย

            “เฮ้ย! ซีฟ ใจเย็นนะเว้ย มันเป็นอุบัติเหตุ เมื่อกี้ปั้นหยาลืมตัวน่ะ” กอล์ฟเด้งตัวออกห่างจากฉันหลายช่วงแขน และรีบแก้ตัวสุดชีวิต

            “งั้นเหรอ” ซีฟไม่พูดอะไรนอกจากคำสองคำสั้นๆ และมองหน้าฉันนิ่ง

            “กอล์ฟ” เขาเรียกเพื่อน แต่สายตานั้นมองมาที่ฉัน

            “หือ?

            “ปั้นหยาใส่บราเซียสีอะไร”

            “สีชมพู เอ๊ย!! ไม่ใช่อย่างที่แกคิดนะ”

            “แกตายแน่กอล์ฟ มีอะไรจะสั่งเสียไว้มั้ย!?

 

        หลังจากนั้นหลายคนคงรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แน่นอนว่าซีฟพุ่งตัวเข้าหากอล์ฟทันที หลายคนพยายามจะกันให้ทั้งคู่อยู่ห่างจากกันแต่ก็ดูเหมือนจะไม่เป็นผล เพราะว่าซีฟช่างแข็งแรงทรหดบึกบึนจนเพื่อนคนอื่นๆ ก็รั้งไว้ไม่อยู่ ฉันมองภาพโกลาหลตรงหน้าได้แวบหนึ่งก่อนจะตั้งสติได้

            ฉันเลยรีบตรงเข้าไปแทรกกลางซีฟกับกอล์ฟทันที ตอนแรกซีฟเกือบจะเอาศอกถองหน้าฉันแล้ว แต่คงเห็นชัดๆ ว่าเป็นหน้าฉันเขาเลยผลักหัวฉันออกมาจากกลางวงแทน หน้าฉันเกือบทิ่มกับพื้นดีว่าเพื่อนคนอื่นในกลุ่มรั้งแขนไว้ให้ได้ แต่ก็กลายเป็นว่าฉันถูกกอดไว้อีก

            “ไอ้เอก แกจะเต้นวอลซ์กับปั้นหยาเหรอฮะ! เดี๋ยวเถอะ!!” เสียงซีฟตะโกนออกมาดังลั่น

            ผู้ชายคนนี้บ้าบอคอแตกที่สุดในโลก ฉันอ้าปากพะงาบๆ หายใจไม่ทันเมื่อรู้สึกพลังงานในร่างกายถูกสูบออกไปจากร่างอย่างรวดเร็ว เมื่อเห็นสายตาอำมหิตของซีฟเข้าไป

            รวมถึงเอกที่เด้งตัวถอยหนีออกไปไกลแสนไกล ราวกับว่าฉันติดเชื้อโรคร้ายแรงที่รักษาไม่หายอย่างนั้นแหละ

            วันนี้กลุ่มวิจัยของคณะวิศวะยังมาไม่เยอะ มีแค่กลุ่มของซีฟและอีกกลุ่มหนึ่งซึ่งอยู่คนละมุมห้อง แต่ว่าพวกเขากำลังนอนหลับกันอยู่ เลยเข้ามาช่วยกอล์ฟจากความวุ่นวายตรงหน้านี้ไม่ได้

            “ไอ้ซีฟ แกอย่าบ้าสิวะ!” เสียงเอะอะโวยวายจากตรงนี้ ไม่อาจจะลอดผ่านไปยังกลุ่มวิจัยอีกกลุ่มที่นอนแผ่หลาอีกมุมของห้องโถงได้เลย

            คณะวิศวะเนี่ย มันเป็นยังไงกันแน่นะ

        “ซีฟ แกอย่าบ้าได้มั้ย?” เสียงอื้ออึงของกลุ่มวิจัยของซีฟดังขึ้น และพยายามจะห้ามซีฟที่ออกอาการตกมัน ตั้งท่าจะเด็ดหัวกอล์ฟอย่างเดียว

            ฉันเองก็กลัวว่าเรื่องมันจะลุกลามไปกันใหญ่ เลยตัดสินใจใช้ไม้เด็ดที่พ่อของฉันสอนมาให้อย่างดี

            “ซีฟ อย่าทำแบบนี้สิ!!” ฉันตะโกนเสียงดังและพุ่งตัวไปกอดขาเขาเอาไว้

ฉันใช้แผนการเดิมตอนที่ง้อเขาให้เขารับกลับเข้ากลุ่มวิจัยครั้งก่อน ดูเหมือนว่าตอนนี้ซีฟจะไม่รู้ตัวเลยว่าฉันห้อยต่องแต่งกอดขาเขาไว้แน่น คงจะรู้สึกว่าหนักและก้าวขาไม่ออกนั่นแหละ เขาถึงก้มลงมองและตะคอกใส่ฉันอีกครั้ง เป็นครั้งที่ร้อยแล้วล่ะมั้งที่เขาขึ้นเสียงกับฉัน

            “ปั้นหยา ให้ตาย เธอทำบ้าอะไรเนี่ย!

            เขาพูด แต่ก็ยังตบตีกับเพื่อนของเขาอย่างอีนุงตุงนังเหมือนเดิม

            “ฉันจับนายได้แล้วนะ อย่าทำแบบนี้สิ ซีฟ โอ๊ย นายเหยียบขาฉันอ่ะ” ฉันร้องโวยวาย เมื่อซีฟเผลอเหยียบเข่าฉันเบาๆ

            “โอ๊ย! บ้าเอ๊ย ปล่อยสิวะ ฉันบอกให้ปล่อยไงปั้นหยา!!

            “ไม่! จนกว่านายจะปล่อยกอล์ฟก่อน ฉันบอกให้ปล่อยเขาไง”

            “ปั้นหยา อยากตายจริงๆ ใช่มั้ย”

            “ซีฟ ฉันปวดท้องไปหมดแล้วนะ โอ๊ย นายเหยียบฉันอีกแล้ว

            และแล้วสงครามอันนองเลือดของซีฟก็จบลงหลังจากที่พวกเราปล้ำกันอยู่เกือบยี่สิบนาที ผู้ชายคนนี้ไม่ใช่คนแน่ๆ เชื่อฉันเถอะ

 

            “บ้าที่สุด!

            คำสบถนี่ฉันได้ยินประมาณรอบที่สามสิบ ไม่ได้โกหกเลยนะ ฉันได้ยินราวๆ สามสิบครั้งแล้วจากปากของซีฟ เชื่อไหมว่าเขากระชากคอเสื้อของกลอ์ฟแรงมาก ขนาดที่ทำให้ตะเข็บเสื้อชอร์ปที่ดูหนาๆ นั่นแยกออกจากกันได้ รวมไปถึงกระดุมทุกเม็ดหลุดออกจากรังดุมหมด

            ต้นคอของกอล์ฟถูกเสื้อบาดผิวจนเห็นรอยแดงเป็นปื้นเลย ตอนนี้เขาหลบไปร้องไห้ที่ไหนแล้วก็ไม่รู้ ที่นั่งกันอยู่ที่เดิมก็มีฉัน ซีฟผู้ป่าเถื่อน และเพื่อนร่วมกลุ่มคนอื่นเท่านั้น ตัดกอล์ฟทิ้งออกไปได้เลย ฉันเองก็ไม่แพ้กัน เสื้อของฉันกระดุมก็หลุดออกไปสองสามเม็ด และเปื้อนเลือดเต็มไปหมด ทุกอย่างนี่ต้องโทษซีฟคนเดียวเท่านั้น

            ซีฟเอาแต่สบถซ้ำๆ แล้วก็มองฉันเหมือนจะกินเลือดกินเนื้อ แต่ว่าปลายนิ้วของเขาอ่อนโยนเอามากๆ เพราะว่าตอนนี้เขากำลังทาเจลลดอาการปวดบวมของกล้ามเนื้อให้ฉันอยู่ เขาดูหงุดหงิดจนกลายเป็นงุ่นง่านทำอะไรไม่ถูก เมื่อเห็นว่าผิวบางๆ ของฉันมีแต่รอยนิ้วของเขาเต็มไปหมด

            ฉันเองก็ไม่รู้ตัวหรอกว่าใครจับหรือใครทำอะไร ตอนนั้นมันวุ่นวายมาก ฉันเอาแต่กอดขาซีฟและถูกลากไปทางโน้นทีทางนี้ทั้งที่ยังกอดขาเขาอยู่แบบนั้นแหละ

            “เจ็บมั้ยน่ะ สมน้ำหน้า” ถึงปากเขาจะบอกว่าสมน้ำหน้า แต่สีหน้าของเขาเหมือนจะร้องไห้

            เพื่อนคนอื่นที่เห็นอาการของซีฟพากันถอนหายใจและส่ายหน้ากันยกใหญ่ และซีฟเองก็ถลึงตาโตๆ ของเขาให้เพื่อนอย่างใจกว้างคนละทีสองที

            ส่วนมือของเขาก็ยังตั้งใจทายาให้ฉันอย่างนุ่มนวล เขาเงยหน้าขึ้นมองฉันเป็นระยะแล้วก็ทายาให้ต่อ

            และตอนนี้หมอนี่กำลังจะเปิดกระโปรงฉัน แม่จ๋า ช่วยปั้นหยาด้วย!

            “นายทำบ้าอะไรน่ะ!!” ฉันตะโกนและซัดหมัดใส่เขาใหญ่

            “ก่อนหน้านี้บอกว่าฉันเหยียบเข่าเธอไม่ใช่เหรอ” เขาถามหน้าตาเฉย และดึงชายกระโปรงฉันขึ้น

            เฮือก! ฉันจะเป็นลม เกิดมาไม่เคยเจอใครที่ทั้งหื่นทั้งห่ามอย่างเขามาก่อนเลยจริงๆ

            ซีฟกวาดสายตาเรดาร์ของเขามองเพื่อนจากนั้นคนอื่นๆ ที่อยู่ในกลุ่มก็พากันพยักหน้าและลุกเดินออกไปหน้าตาเฉย

            “เฮ้! อย่าทิ้งให้ฉันอยู่คนดียวสิ” ฉันร้องครวญครางแล้วก็คว้าขาของใครบางคนได้

            และก็เป็นสเต็ปเดิม นั่นคือฉันกอดขาใครไว้ไม่รู้ อ้อนวอนเขาให้อย่าออกจากห้องไป ข้างหลังก็มีมารร้ายกำลังเผาออร่าดำมืดอย่างน่ากลัวอยู่ด้วย

            “ถ้าเธอยังคิดจะกอดขาผู้ชายไปทั่วแบบนี้ สาบานเลย ฉันจะหากุญแจมือมาสวมข้อมือเธอไว้ ให้กอดเอวฉันสี่สิบแปดชั่วโมงเลย คอยดูสิ

        และคำเตือนเสียงเย็นๆ ของซีฟ ก็ทำให้ฉันปล่อยขาผู้ชายในกลุ่มวิจัยได้ในที่สุด และคอตกปวดมวนในท้องไปหมด เมื่อเห็นสายตาไม่เป็นมิตรของซีฟเข้า

            “มานี่เลยแม่ตัวดี” เขากัดฟันแล้วก็ลากขาฉันให้เข้าไปใกล้เขา

            คงไม่ต้องบอกว่าต่อจากนั้นเขาทำอะไรต่อ นอกจากเปิดกระโปรงฉันขึ้นจะมีอะไรนอกจากนี้อีกล่ะ ฉันหน้าแดงก่ำและร้อนผ่าวไปหมดตอนที่เขาแตะเจลลงบนต้นขาของฉันอย่างแผ่วเบา ฉันใช้สองมือกดต้นขาด้านบนๆ ขึ้นมาไว้แน่น เพื่อป้องกันไม่ให้เขาเลิกกระโปรงฉันสูงมากเกินไป

            “ทำไมผิวเธอบางจังฮะ แค่กดเบาๆ ก็เป็นรอยแดงซะแล้ว” เขาพูดพึมพำอย่างไม่พอใจ แถมยังขมวดคิ้วแน่นด้วยต่างหาก

            ท่าทางของเขาตอนนี้ไม่มีวี่แววของคนที่หื่นกามแม้แต่น้อย แต่ทุกอย่างที่เขาทำเหมือนว่าอยากจะขอโทษและทำแผลให้ฉันอย่างจริงใจ แต่ถึงท่าทีของเขาจะสงบเสงี่ยม แต่ว่ามันก็ยังดูน่าไม่ไว้ใจอยู่ดี อย่างเมื่อวานยังไงล่ะ ฉันถูกจูบแถมยังถูกกอดไว้ทั้งคืนอีกต่างหาก

            “เจ็บตรงไหนอีกมั้ย ขอดูหน่อย อ้าวเวร เลือดกำเดาเธอไหลอีกแล้ว ยัยจืดชืดเอ๊ย!

 

            เรื่องกลับมาเข้าที่เข้าทางอีกครั้ง เมื่อเพื่อนๆ ของเขาออกไปหาความสำราญบานใจข้างนอกกลับมา ฉันสิ เหมือนเป็นซินเดอเรลล่าก้นครัว ทำอะไรก็ไม่ถูกใจคนโน้นคนนี้ไปซะหมด พูดแล้วก็เครียดเหลือเกิน เมื่อสายตาของใครหลายคนเริ่มมองฉันแปลกไป

            มีการยิ้มกริ่มแล้วก็กระซิบกระซาบกัน ฉันล่ะอยากจะรู้จริงๆ ว่าพวกเขาส่งซิกกันเรื่องอะไรกันแน่ ฉันเสียเลือดเป็นลิตรซีฟก็เสียทิชชูเป็นม้วนเมื่อกำเดาฉันไหลก๊อกสอง เสื้อนี่ไม่ต้องพูดถึงแดงเถือกไปหมดแล้ว ตอนนี้ซีฟก็ส่งเสื้อชอร์ปของเขาให้ฉันด้วย

            พอบอกว่าร้อน อึดอัดไม่อยากใส่เขาก็ทำหน้าเป็นทศกัณฐ์ขึ้นมาทันทีทันใด นางสีดาอย่างฉันเลยต้องเงียบเสียงลงทันควัน

            “ติกกระดุมให้ครบทุกเม็ด” ซีฟสั่งเสียงเรียบ แต่ฉันผงะ

            ขนาดป๊ะป๋าโจชัวของฉันยังซื้อบิกินนี่ให้ฉันกับแม่ใส่เลยนะ เขานี่ไม่ใช่คุณพ่อของฉันแต่มายังคับในเรื่องไม่เป็นเรื่องแบบนี้ได้ยังไงกัน

            เชอะ! คำตอบของฉันน่ะเหรอ จะบอกให้

        “มันร้อนอ่ะ” ฉันบอกเสียงอ่อน ตอนแรกกะจะแผดเสียงใส่เขา ว่าไม่ใช่พ่อใช่แม่จะยุ่งยากอะไรมากมายกับฉันนัก

            แต่พอมองเห็นหน้าซีฟแล้วฉันกลัวเลยตอบเสียงอ่อยออกไปแทน

            “เดี๋ยวไปลดแอร์ให้สิบแปดองศาพอมั้ย?

            “ไม่ต้องๆ ตอนนี้ฉันหนาวแล้วล่ะ” ฉันรีบท้วงก่อนจะกลัดกระดุมด้วยความคับแค้นใจ

            ผู้ชายคนนี้เป็นบ้าอะไรไปแล้วนะ ทั้งขู่ ทั้งตีสีหน้าใส่ แถมยังทำกับฉันเจ็บๆ อีกต่างหาก หลังจากฉันติดกระดุมเสร็จเขาก็ยิ้มอย่างพอใจและทำงานต่อ ทิ้งให้ฉันหน้าบึ้งอยู่คนเดียว เพื่อนคนอื่นของเขาก็ไม่กล้าเข้ามาช่วยฉัน คงจะกลัวเหมือนกรณีของกอล์ฟแล้วก็เอกล่ะมั้ง

            ผู้ชายคนนี้เหมือนชาวบ้านเขาที่ไหนกันล่ะ

            “วันนี้กลับก่อนนะ มีธุระน่ะ” แล้วตาบ้าซีฟก็หอบหิ้วฉันออกมาจากห้องวิจัยจนได้ ฉันเบื่อเขาสุดๆ นอกจากงานจะไม่เดินแล้ว ตัวฉันเองก็แทบจะกลายเป็นเด็กวิศวะไปแล้ว ไปไหนก็มีแต่คนยิ้มให้เข้ามาทักทาย แถมยังรู้จักชื่อฉันด้วยซะอีก มันเกิดอะไรขึ้นนะ

            “ขาอ่อนไปหมดแล้ว” ฉันบอกก่อนจะถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่

            “แหงสิ เลือดกำเดาเธอไหลออกมาเยอะเลย ไม่สบายหรือไงกัน เลือดหมดตัวแล้วรึยังก็ไม่รู้” เขาหันมาถามและยังมองฉันด้วยสายตาชอบใจอีกต่างหาก

            “ตอนเมนส์มามันไหลเยอะกว่านี้อีก” ฉันบอกอุบอิบก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าพูดอะไรออกไป

            ซีฟยกหลังมือปิดปากแล้วหมุนตัวหนีหน้าฉันทันที แย่อีกแล้ว ฉันพูดบ้าอะไรไปเนี่ย

            เราสองคนเงียบกันพักใหญ่จนเดินมาถึงลานจอดรถของคณะวิศวะ ซีฟบอกว่าลืมของไว้บนคณะเลยกลับขึ้นไปอีกครั้ง หลังจากที่เปิดประตูรถและเปิดแอร์ไว้ให้ฉันเรียบร้อยแล้ว ฉันนั่งทำหน้าเนือยๆ ที่เบาะหน้าข้างคนขับ ก่อนจะมองรถของเขาอย่างสำรวจ

            ไม่น่าเชื่อว่าเด็กมหาวิทยาลัยอย่างซีฟจะขับรถหรูถึงขนาดนี้ ไม่รู้ว่าฐานะทางบ้านของเขาจะรวยขนาดไหน และเมื่อเห็นโมเดลหุ่นมอเตอร์ไซค์ที่ฉันซื้อให้เขาครั้งก่อนอยู่หน้าคอนโซลรถเขา ฉันก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมา และตกใจต่อเมื่อเห็นผู้หญิงสาวสวยนุ่งสั่นคนหนึ่งเดินมาเคาะกระจกรถ

            “ลงมา” เธอกระดิกนิ้วเรียกให้ฉันลงจากรถ ฉันเองก็เดินลงไปอย่างมึนงง คนสวยคนนี้ถ้าจำไม่ผิดเธอเป็นดาวของมหาวิทยาลัยนะ

 

            “มีอะไรเหรอซูซี่”

            “รู้จักฉันเหมือนกันเหรอ!?” เธอถามด้วยเสียงสูงและมองหน้าฉันเหมือนไม่เชื่อสายตา

            “อือ ก็เธอเป็นดาวมหาลัยนี่” ฉันบอกและแปลกใจว่าเธอมีเรื่องอะไรกับฉันหรือเปล่า ฉันไม่เคยรู้จักกับผู้หญิงคนนี้มาก่อนเลยจริงๆ

            “มาทำอะไรที่รถของซีฟ” เธอถามเสียงแข็ง ดวงตาคมเฉี่ยวที่ถูกกรีดด้วยอายไลน์เนอร์อย่างดีจ้องฉันเหมือนจะให้ทะลุไปถึงข้างใน

            “มารอซีฟ” ฉันตอบไปตามความจริงก่อนจะกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ เมื่อเห็นหน้าสวยๆ ของซูซี่เปลี่ยนไปกะทันหัน

            ใบหน้าสวยที่เรียบตึงในตอนแรกของเธอกลายเป็นบึ้งตึงขึ้นมาได้ภายในไม่กี่วินาที

            “แล้วนี่เอาเสื้อของซีฟมาใส่ทำไมน่ะ!” เธอขยุ้มอกเสื้อชอร์ปด้านซ้ายของซีฟเต็มแรง ตรงบริเวณที่ปักชื่อของเขาเอาไว้ แรงดึงของเธอทำให้ฉันเซเข้าหาร่างสูงโปร่งของเธออย่างยั้งไม่อยู่

            “บอกมานะ ไปเอาซื้อของซีฟมาได้ยังไงน่ะ!!” เธอตะคอกและมองหน้าฉันอย่างโกรธจัด

            “เสื้อฉันกระดุมหลุดน่ะ มันเปื้อนด้วยเขาเลยให้ยืมมา” ฉันพูดตามความจริง เมื่อเห็นดวงตาโตๆ ของเธอที่จ้องเขม็งก็ทำให้ฉันเข่าอ่อนจนแทบจะทรุดแล้ว ยิ่งเธอเล่นบทโหดกระชากเสื้อแบบนี้ก็ไม่ต้องพูดอะไรมากมายแล้ว

            “กระดุมหลุด ซีฟทำเหรอ?” เธอถามอีกด้วยความตกใจและรวดเร็ว ฉันจึงหยักหน้าหงึกหงักให้เธอทันที

            “หมายความว่าไงเนี่ย เลือด เลือดอะไรน่ะ เธอกำลังจะบอกอะไรกับฉันกันแน่” เสียงร้องแหลมเล็กของซูซี่ดังขึ้น เธอจับไหล่สองข้างของฉันแน่น จากนั้นก็ออกแรงเขย่าจนฉันหัวสั่นหัวคลอนไปหมด

            ทำไมคนพวกนี้ถึงชอบทารุณฉันนักนะ โอ๊ย ฉันเจ็บไปหมดแล้วนะ

            “เลือด ก็เลือด” ฉันไม่รู้จะอธิบายยังไงดี ยิ่งเห็นสีหน้าของซูซี่ที่เคร่งเครียดขึ้นมาเรื่อยๆ แล้วฉันก็อยากจะร้องไห้ ไม่เคยมีใครทำเสียงดังใส่ฉันแบบนี้มาก่อน และฉันก็กลัวคนที่เสียงดังมากด้วยเช่นกัน

            “จะร้องไห้ทำไมน่ะ ก็ตอบมาสิ ว่าเลือดนั่นมันอะไร ซีฟทำอะไรเธอน่ะ!

            “เฮ้!!

            เสียงของซีฟและร่างสูงๆ ของเขาเข้ามาขวางซูซี่เอาไว้ ฉันหัวใจเต้นตึกตักด้วยความกลัวและพยายามจะตั้งสติว่าก่อนหน้านี้เกิดอะไรขึ้น

            “หมายความว่าไงซีฟ ทำไมยัยคนนี้ถึงนั่งรถของนายได้ แล้วเสื้อนั่นหมายความว่าไง” ซูซี่หันไปเค้นคำตอบจากซีฟแทนฉัน ซึ่งนั่นถือเป็นเรื่องที่น่ายินดีสำหรับฉันมาก

        หรือว่าทั้งคู่คบกันอยู่นะ ฉันคิดในใจแล้วก็อดที่จะมองภาพตรงหน้าไม่ได้ ทั้งสองคนดูเหมาะสมกันจริงๆ ไม่เหมือนฉันที่ทั้งเซ่อทั้งซ่า เด๋อด๋าเป็นที่หนึ่ง พูดจาไม่รู้เรื่องเป็นที่สอง ส่วนมากผู้ชายก็คงจะชอบผู้หญิงที่ดูสวย ฉลาด และเซ็กซี่อย่างซูซี่มากกว่าแน่ๆ

            “แล้วทำไมฉันต้องตอบเธอ” แต่คำตอบของซีฟกลับทำให้ฉันแปลกใจ

            ดูเหมือนเขาจะไม่ใส่ใจกับผู้หญิงที่ยืนอยู่ตรงหน้านั่นเลยสักนิด ตรงกันข้ามเขากลับยืนกันผู้หญิงคนนั้นให้ห่างจากฉันอย่างถึงที่สุดด้วย

            “นี่หมายความว่าไง ไอ้การที่นายไม่ตอบโทรหาฉัน ฉันโทรไปไม่รับสายมันแปลว่าอย่างนี้น่ะเหรอ” ซูซี่ถามเสียงสั่น พยายามจะผลักตัวให้ซีฟออกไปทางอื่นและมองหน้าฉันให้ได้

            แต่อย่างซีฟน่ะเหรอจะสะเทือน เขายังคงปักหลักอยู่ที่เดิมนั่นแหละและเป็นโล่ชั้นดีให้ฉันด้วย

            “อือ ฉันมีธุระที่ต้องซื้อของ ไปรับไปส่งยัยจืดชืดคนนี้น่ะ ไม่ว่างจะอยู่กับเธอแล้วล่ะ”

            “ซีฟ” เสียงของดาวมหาวิทยาลัยเรียกชื่อของซีฟเสียงสั่น และไม่นานเธอก็หมุนตัวเดินหนีออกไปไม่ได้ตอแยใครอีก ฉันได้ยินเสียงถอนหายใจของซีฟชัดเจนเลยทีเดียว และอดไม่ได้ที่จะคิดว่าเขาหาทางที่จะชิ่งหนีจากผู้หญิงคนนั้นด้วยหรือเปล่า

            “เฮ้อไปซะที หาวิธีตั้งนาน” เขาพึมพำและหันกลับมามองหน้าฉัน

            “ทำไมหน้างอล่ะ ผู้หญิงคนนั้นก้าวร้าวใส่เหรอ” ซีฟก้มหน้าลงมาถามฉัน แต่ฉันเบือนหน้าหนีไปทางอื่น

            “คิก” เขาหลุดหัวเราะ ทำให้ฉันต้องเงยหน้าขึ้นมองเขาอย่างไม่ชอบใจ

            “หัวเราะอะไร”

            “เปล่า ไม่มีอะไรนี่” เขาแก้ตัวน้ำขุ่นๆ จากนั้นก็เปิดประตูรถให้ฉันอีกครั้ง

            “ไปเถอะ แดดร้อนเดี๋ยวกำเดาได้ไหลอีกหรอก”

            แววตาของซูซี่ยังติดอยู่ในหัวของฉัน เชื่อสิ ว่ามันต้องมีเรื่องบางเรื่องเกิดขึ้นต่อจากนี้แน่ๆ

 

            หลังจากนั้นฉันเริ่มรู้สึกว่าทั้งฉันและซีฟเหมือนจะคุยกันรู้เรื่องมากขึ้น อย่างนั้นล่ะมั้งนะ เพราะหลังจากนั้นเราสองก็ไม่ได้ทะเลาะอะไรกันอีก จนถึงตอนนี้แหละ เขาไม่รู้ใช่ไหมว่าฉันอยู่ชมรมว่ายน้ำของมหาวิทยาลัย และซีฟก็โผล่มาทำอะไรที่นี่ก็ไม่รู้ แถมพอสที่อยู่ชมรมเดียวกันกับฉันด้วยก็ไม่ชอบซีฟเอามากๆ ซะด้วยสิ

            “อยู่ชมรมว่ายน้ำเหรอ” ซีฟถามเสียงเรียบตอนที่ฉันเอาเสื้อคลุมมาใส่เรียบร้อยแล้ว และเดินไปหาเขาเมื่อเขากวักมือเรียกให้ฉันเข้าไปหา พอสเองที่ดูไม่ชอบหน้าซีฟอยู่แล้วก็เดินตามมาให้ฉันหลอนเล่นๆ ด้วย

            “อื้อ นายมาทำอะไรแถวนี้เหรอ” ฉันถามและพยายามมองหน้าเขา ไม่สนใจพอสมากเกินไป เพราะว่ารู้ดีว่าถ้าฉันสนใจคนอื่นมากกว่าเขาเมื่อไหร่ ระเบิดจะลงเมื่อนั้น

            “แวะเอารายงานมาคืนเพื่อนน่ะ เห็นเธอแวบๆ ที่สระแต่ไม่แน่ใจเลยเดินมาดูแต่ก็ใช่เธอจริงๆ” สายตาของเขากวาดขึ้นลงจากหัวจรดเท้าทำให้ฉันรู้สึกกลัวมากจริงๆ

            “เหรอ” ฉันยิ้มแห้งๆ ให้ซีฟเพราะไม่รู้จะทำอะไรดีกว่านี้

            “ลาออกจากชมรมซะ” แล้วเขาก็ทำให้ฉันช็อกอีกแล้ว กับคำพูดที่เหมือนไม่คิดก่อนพูดของเขา

            “เดี๋ยวนะ ผมชักจะหงุดหงิดเต็มทีแล้วนะ คุณเป็นอะไรกับปั้นกันแน่ ถึงชอบวางอำนาจใส่ปั้นอยู่เรื่อย” พอสโดดเข้ามาร่วมวงด้วย ทำเอาฉันตบหน้าผากด้วยความเพลียใจ

            “เป็นอะไรกันมันเกี่ยวอะไรกับคุณเหรอ” ซีฟเลิกคิ้วขึ้นสูงและมองหน้าพอสเหมือนหาเรื่อง

            “ใจเย็นนะ เดี๋ยวฉันจะไปคณะกับนายเดี๋ยวนี้แหละ เพราะงั้นอย่ามีเรื่องกันเลย” ฉันรีบยกมือขึ้นห้ามสองคนนี้ เพราะคนอื่นเริ่มมองมาเยอะแล้ว อีกอย่างซีฟป่าเถื่อนจะตายผู้ชายสำอางอย่างพอสสู้เขาไม่ไหวแน่

            “ไม่ต้อง ไปให้พ้นเลยยัยจืด” ซีฟผลักหัวฉันให้พ้นทางแล้วก็เดินไปประจันหน้ากับพอส

            “จะเอาไงว่ามา ถ้าฉันชนะ ฉันจะลากคอยัยนี่ออกจากชมรมว่ายน้ำ” ซีฟเดินไปตรงหน้าพอสแล้วก็พูดเสียงเรียบ

            “แข่งเหรอ ฉันไม่เก่งอะไรเลยน่ะนอกจากเป้ายิ้งฉุบ  สนใจมั้ยล่ะ” พอสเลิกคิ้วกวนๆ และมองหน้าซีฟเหมือนหยั่งเชิง

            ซวยล่ะสิ ซีฟยิ่งเป็นพวกที่ไม่ชอบให้ใครมาท้าทายซะด้วย แล้วนี่ฉันจะทำยังไงดี

            “ก็ได้น่ะ กติกาว่าไงล่ะ” ซีฟเอียงคอและมองหน้าพอสเหมือนอยากขย้ำคอเต็มแก่

            “ก็เป่ายิ้งฉุบธรรมดาๆ นี่แหละ แต่เพิ่มกติกาอีกนิด ใครแพ้รอบไหนก็ถอดเสื้อออกทีละชิ้นด้วย ใครเปลือยคนนั้นแพ้!” คำพูดของพอสทำเอาสาวๆ แถวนี้กรี๊ดกร๊าดกันเป็นแถว

            แต่ปั้นหยาจะบ้าตายแล้ว

            “ไม่นะ พวกนายคิดเรื่องบ้าอะไรกันแน่เนี่ย” ฉันร้องห้ามแต่ดูเหมือนพวกเขาไม่ฟังกันเลย พอสเดินไปใส่เสื้อผ้าให้เท่าๆ กับซีฟ จากนั้นทั้งคู่ก็เริ่มเล่นเกมกัน

            พอสเพื่อนบ้า เพื่อนทรยศ ฉันรู้นะว่าหมอนี่อยากเห็นซิกแพคล่ำๆ และอะไรบางอย่างซีฟต่างหาก แง้ๆ

            เวลาผ่านไป ตอนนี้ซีฟเหลือแค่บอกเซอร์ตัวเดียวแล้ว อกอีแป้นจะแตก ฉันอยากจะบ้าตาย และสุดท้ายพอสก็ชนะไปด้วย นั่นหมวยความว่าซีฟต้องถอดบอกเซอร์ออก

            “ม่ายยย!!” ฉันร้องเสียงหลงเมื่อซีฟตั้งท่าจะรูดบอกเซอร์ออกจากเอวจริงๆ

            ฉันตรงเข้าไปกอดเอวเขาไว้หมับ กลิ้งหน้าไปมาที่ซิกแพคของเขาเหมือนคนบ้ากามและร้องโหยหวนเหมือนวัวกำลังโดนเชือด

            “พวกนายทำบ้าอะไรกันเนี่ย!

            “ปั้นหยา หน้าเธอแนบอยู่ตรงไหนบนตัวฉันกันน่ะ ยัยบ้า!!

 

 

 

 

 

หลังจากผ่านพ้นความหงุดหงิดไม่สบายใจเรื่องก็อปปี้นิยายไปแล้ว

ตอนนี้มีกำลังใจเพิ่มมากขึ้นแล้วค่ะ ขอบคุณสาวๆ ทุกคนด้วยนะคะ

เมื่อคืนคุยกับพี่ บก แล้วก็พี่สาวร่วมค่ายแสนดีเรื่องนักเขียนที่ลอกไปแล้วด้วยค่ะ

ก็คุยกันในหลายๆ เรื่อง แสดงความคิดเห็นกันไป ก็พอใจแล้วค่ะ

แล้วก็ใจเย็นลงเยอะกับคำพูดของพี่ บก คึคึ ลั้ลลาแล้วล่ะค่ะ ไม่มีอะไรต้องห่วง

ขอบคุณ บก คนสวย กับพี่สาวด้วยค่ะ  ใจเย็นลงแล้วกับคำพูดเตือนสติหลายๆ อย่าง

และเราก็รู้กันอยู่ในหมู่พวกเราเนอะ อิอิ

 

เดี๋ยวรายชื่ออิมเมจมู่จะเอาลงให้อีกทีนะคะ

ส่วน SP StarDome, SP MoonDome ที่ถามหา

มู่ส่งไปให้ สนพ พิจารณาแล้วค่ะ ผลยังไม่ออก เดี๋ยวยังไงจะแจ้งอีกทีนะคะ

อยากอ่านเรื่องของยะหยาล่ะสิ ฮาไม่แพ้รุ่นลูกเลยค่ะ

 

กอดสาวๆ แล้วเจอกันนะคะ

 

 

 

 

 






Talk 2…

หลังจากผ่านพ้นความหงุดหงิดไม่สบายใจเรื่องก็อปปี้นิยายไปแล้ว

ตอนนี้มีกำลังใจเพิ่มมากขึ้นแล้วค่ะ ขอบคุณสาวๆ ทุกคนด้วยนะคะ

เมื่อคืนคุยกับพี่ บก แล้วก็พี่สาวร่วมค่ายแสนดีเรื่องนักเขียนที่ลอกไปแล้วด้วยค่ะ

ก็คุยกันในหลายๆ เรื่อง แสดงความคิดเห็นกันไป ก็พอใจแล้วค่ะ

แล้วก็ใจเย็นลงเยอะกับคำพูดของพี่ บก คึคึ ลั้ลลาแล้วล่ะค่ะ ไม่มีอะไรต้องห่วง

ขอบคุณ บก คนสวย กับพี่สาวด้วยค่ะ  ใจเย็นลงแล้วกับคำพูดเตือนสติหลายๆ อย่าง

และเราก็รู้กันอยู่ในหมู่พวกเราเนอะ อิอิ

 

เดี๋ยวรายชื่ออิมเมจมู่จะเอาลงให้อีกทีนะคะ

ส่วน SP StarDome, SP MoonDome ที่ถามหา

มู่ส่งไปให้ สนพ พิจารณาแล้วค่ะ ผลยังไม่ออก เดี๋ยวยังไงจะแจ้งอีกทีนะคะ

อยากอ่านเรื่องของยะหยาล่ะสิ ฮาไม่แพ้รุ่นลูกเลยค่ะ

 

กอดสาวๆ แล้วเจอกันนะคะ

 


Talk 1…

Song :: Can't Breakup Girl, Can't Breakaway Boy By LeeSSan

 

เนตไม่เป็นใจเลยค่ะ เพราะว่าฝนตกหนักทำให้สัญญาณหายไปหมดเลย

ชอบซีฟกับปั้นหยา เขียนแล้วรู้สึกเหมือนเอาตัวเองมาเขียน

นิสัยนะ ไม่ใช่ความสวยและอกอึ๋มๆ ของปั้นหยา ฮา

มู่ก็แปลกนะ เรื่องไหนดราม่าก็จัดเต็มจนแทบหายใจไม่ออก แง้ๆ

เรื่องไหนสดใสไร้สาระก็จัดเต็มเหมือนกัน ปวดสมองกับตัวเองจริงๆ

แต่ไม่ว่าจะเป็นแบบไหนมู่ก็ชอบหมดนั่นแหละ ฮ่าๆ

 

ขอบคุณสาวๆ ที่เป็นหูเป็นตาเรื่องก็อปปี้นิยายให้นะคะ

น่ารักที่สุด กอดๆ จูบๆ

เดี๋ยวใครที่เจอเบาะแสแบบนี้อีก บอกมู่ได้นะคะ

มู่จะมีของอะไรเล็กๆ น้อยๆ ส่งให้ด้วยค่ะ กอด

รักสาวๆ ของมู่ทุกคน โมเม อิอิ กอดอีกที

จับจูบ จับก()



สอบถามข่าวสารของนิยายหรือพูดคุยกันได้ค่ะ แล้วเจอกันนะคะ

FP สำนักพิมพ์แสนดี Click!!

ID สำนักพิมพ์แสนดี Click!!

FP mu_mu_jung Click!!

 

God blessed you

’m blessed you

 

I http://www.dek-d.com/06pic/dot/heart.gif Readers

ข้อความ :
จากคุณ * :
 

หน้าที่ 1 จาก 10 หน้า
แสดง เรื่อง
ความคิดเห็นที่ 1
ว๊าวววว
จากคุณ worldoflove/(worldoflove) อัพเดตเมื่อ 08/03/2555 19:21:55
ความคิดเห็นที่ 2
เเละยังคงเหมือนเดิมจบตอนท้ายโดยการมีพฤติกรรมอันน่า>_<กริ๊ดดดดดดดดด
ให้ลุ้นจนจุกภายใน กร๊าซซซซซซซซซ
จากคุณ honey_girlsza/() อัพเดตเมื่อ 06/02/2555 09:53:42
ความคิดเห็นที่ 3

>//< เพลงเพราะทุกตอนเลยพี่มู่

จากคุณ Imview/(view_so_one) อัพเดตเมื่อ 26/09/2554 15:26:54
ความคิดเห็นที่ 4

สนุกมากอ่า

จากคุณ Kaew_HaHa/(Kaew_HaHa) อัพเดตเมื่อ 14/08/2554 14:15:59
ความคิดเห็นที่ 5
ตลก กับการกระทำของปั้นหยามากๆเลยค่ะ
พอสก็แผนสูงน้อ..สาวๆที่อยู่รอบๆก็เลยชอบใจกันใหญ่เลย
ขำกับการอาละวาดเพื่อนๆของชิฟมากๆเลยค่ะ
แต่ก็อดสงสารปันหยาไม่ได้..ที่เธอไปกอดขาของชิฟเอาไว้แล้วโดนลากไปลากมา...
จากคุณ maple/(nuchaba_lee) อัพเดตเมื่อ 30/07/2554 22:00:33
ความคิดเห็นที่ 6

จากคุณ atomic/(atomicnation) อัพเดตเมื่อ 27/07/2554 23:12:35
ความคิดเห็นที่ 7
อ้ากกกกก  ปั้นหยาทำนะไรน่ะลูกกกก

เป็นสาวเป็นนางไปกอดชายหนุ่ม(หล่อลาก)อย่างนั้นได้ไงงง

ไม่ชวน!!!

เอิ้กๆๆๆ
จากคุณ jane/(15575) อัพเดตเมื่อ 27/07/2554 20:29:19
ความคิดเห็นที่ 8
> //// <
nothing to words
55
สู้สู้คัฟฟ พี่มู๋
 P'Mu
จากคุณ หลิว/(liew_tm) อัพเดตเมื่อ 23/07/2554 17:22:32
ความคิดเห็นที่ 9
ซีฟหวงปั้นหยามากๆเลย
จากคุณ ทับทิม/(hibari_kung) อัพเดตเมื่อ 08/07/2554 21:01:45
ความคิดเห็นที่ 10
ปั้นหยาน่ารักมากเลยคร่ะ ชอบเรื่องนี้มากเลยคร่ะ
ชีฟหล่อมากเลย
นิสัยออกอย่างมากว่าไม่ชอบ (ประชด)รักที่สุด
จากคุณ เมย์/(Maymy_2534) อัพเดตเมื่อ 08/07/2554 08:52:45
หน้าที่ 1 จาก 10 หน้า
แสดง เรื่อง
 
จำนวนผู้ชมเว็บแจ่มใสขณะนี้: 264 ท่าน