Guest   
 
Username: 
Password:  




 




  






 
อ่านเรื่อง
รักเล่ห์ เสน่ห์ร้าย
ดารานิล
16. กรรมใดใครก่อ กรรมนั้นคืนสนอง (แก้ไข)
17
26/06/2554 22:10:12
877
เนื้อเรื่อง


16. กรรมใดใครก่อ กรรมนั้นคืนสนอง

วันที่ 1

เสียงหัวเราะขบขันดังขึ้นมาเกือบจะทั้งออฟฟิศ เมื่อร่างระหงของหญิงสาวเดินผ่านโต๊ะทำงานของใครหลายๆ คน สิตางศุ์อดขมวดคิ้วด้วยความสงสัยไม่ได้ ความมั่นใจที่เคยมีกลับถดถอย สงสัยว่าหน้าเธอจะมีอะไรผิดปกติหรือไม่ ทำไมคนในออฟฟิศถึงได้ตลกกันนัก?

“เขียด หน้าพี่มีอะไรรึเปล่า ทำไมพวกนั้นถึงขำพี่จัง” หญิงสาวรีบเดินไปถามน้องชายที่นั่งเคลียร์งานบนโต๊ะท่าทางยุ่งๆ

เกียรติภูมิเงยหน้าขึ้นมามองพี่สาว คิ้วเข้มขมวดขึ้น ก่อนจะส่ายหัวไปมา “ไม่มีนี่พี่ ปกติทุกอย่างสวยเหมือนเดิม หรือว่าพี่เดินเหยียบขี้หมาเข้ามาเขาเลยขำกันใหญ่”

สิตางศุ์ที่ยืนอยู่รีบยกส้นสูงขึ้นมาดูทีละข้าง แต่ก็ไม่เห็นความผิดปกติใดๆ คนสวยเอียงคอไปมาอย่างครุ่นคิด ก่อนก้มลงดมเสื้อผ้าตัวเองช้าๆ

“ตัวก็ไม่เหม็นนี่ แล้วทำไมพวกนั้นถึงได้หัวเราะกันจัง”

“พี่ลืมรูดซิบรึเปล่า”

“บ้า! กางเกงตัวนี้เป็นกระดุมย่ะ ไม่ใช่ซิบ” แต่พูดแล้วก็อดก้มลงมองอีกครั้งไม่ได้ ทว่ากางเกงตัวเก่งก็ยังเรียบร้อยดีทุกระเบียดนิ้ว

“ถ้างั้นก็ตอนที่พี่เดินเข้ามาสะดุดล้มอะไรบ้างมั้ย หัวทิ่มเท้าชี้ฟ้าไรประมาณนี้” เกียรติภูมิยังคงเดาไปเรื่อยๆ

“ก็ไม่มีนะ...” หญิงสาวกรอกตาไปมาพยายามนึกทบทวน “หรือว่าพวกนั้นจะหัวเราะคนที่เดินตามหลังพี่มา”

“ก็ไม่แน่นะพี่ตัง ...อย่าไปใส่ใจเลยน่า คิดไปก็ปวดหัว หาผัวดีกว่า” หนุ่มหัวฟูพูดยิ้มๆ เมื่อพูดจี้ใจดำพี่สาว

สิตางศุ์ถลึงตาเข้าใส่ลูกน้องหนุ่มอย่างเข่นเขี้ยว ใครบอกว่าตอนนี้เธอไม่หา แต่กำลังไล่ล่าตัวเป็นเกลียวต่างหากเล่า!

“เออๆ จบไป ถ้างั้นแกก็ทำงานต่อเหอะ พี่ว่าจะไปห้องน้ำก่อนไม่มั่นใจเลย” พูดจบคนร่างระหงก็หมุนตัวกลับเพื่อจะเดินไปยังห้องน้ำที่อยู่อีกฟากหนึ่ง เพียงเท่านั้นเสียงหัวเราะที่ดังยิ่งกว่าใครๆ ในออฟฟิศก็ดังขึ้นมา

“ฮ่าๆๆๆ โอ๊ยพี่ตัง! ผมรู้แล้วว่าเขาขำอะไรกัน” เกียรติภูมิขำจนน้ำตาเล็ด เมื่อเจอสาเหตุที่ทำให้พี่สาวถึงกับต้องหมดความมั่นใจ

“อะไรกัน!” สิตางศุ์เลิ่กลั่ก ก้มมองตัวเองด้วยความตกใจ

“ไม่ไหวแล้วพี่ มันฮาจริงๆ แต่ผมถามหน่อยเถอะ พี่ไปแอบมีโจทก์กะใครที่ไหนรึเปล่าเนี่ย ถึงเล่นกันแรงขนาดนี้” หนุ่มหัวฟูยังไม่สามารถหยุดหัวเราะได้แม้แต้น้อย

“แกจะบอกได้รึยังไอ้เขียด ว่าตัวฉันมันมีอะไร!” หญิงสาวแหวใส่อย่างร้อนใจ

“ผมว่าพี่รีบไปส่องกระจกดูหลังตัวเองในห้องน้ำเองเถอะ รับรองพี่ต้องกรี๊ดแน่ ฮ่าๆๆ”

สิ้นเสียงหัวเราะงอหงายของลูกน้องหนุ่ม สิตางศุ์ก็ไม่รอช้ารีบเดินแกมวิ่งไปยังห้องน้ำทันที และภาพที่สะท้อนกลับมาจากกระจกนั้นมันทำให้เธอต้องกรีดร้องออกมาดังๆ ด้วยความเจ็บใจ

ฉันมันยัยแก่หงำเหงือก

ประโยคนี้ถูกเขียนด้วยลายมือของเด็กเปรตบ้าเกาหลีนั่นไม่ผิดแน่ แถมยังกล้าใช้สีเมจิกเขียนเสื้อตัวเก่งเธออีก ยัยโดเน่า...คราวนี้ถ้าเธออยู่รอดจนโตเป็นผู้ใหญ่ได้ก็แสดงว่าบุญกุศลในชาติปางก่อนมันมีอยู่จริงไม่ใช่เรื่องหลอกใคร

เกลียดเด็กจังโว้ย!!!

 

ทางฝั่งของเด็กที่เพิ่งถูกผู้ใหญ่หมายหัวนั้น ก็กำลังทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้โรงอาหารประจำโรงเรียนพร้อมกับเพื่อนอีกสองคน วันนี้น้าชินใจดีจัดอาหารกลางวันให้ชุดใหญ่ สงสัยจะมาจากเมื่อวานตอนเย็นเธอทำหน้ามุ่ยไม่ยอมกินข้าว น้าชินจึงเอาใจเธอในวันนี้

“โอ้โหโด ทำไมวันนี้ห่อข้าวมาเยอะแยะไปหมด” มดเล็กถามขึ้นหลังจากเห็นเพื่อนแกะข้าวกล่องของตัวเองอยู่บนโต๊ะ

“สงสัยน้าชินทำมาง้อน่ะ เมื่อวานเราไม่ยอมกินข้าว”

“อ้าว แล้วทำไมเธอถึงไม่ยอมกินข้าวล่ะ ไม่หิวเหรอ” ประโยคนี้ตั้งโอ๋เป็นคนถามขึ้นมา ขณะมองข้าวกล่องของเพื่อนสาวที่ดูน่าทานจนน้ำลายสอ

“ก็น้าชินน่ะสิ เห็นคนอื่นสำคัญกว่าหลานตัวเอง แถมคนๆ นั้นก็ยังเป็นยัยปีศาจอีกด้วยนะ ผู้ใหญ่อะไรก็ไม่รู้ชอบรังแกเด็ก” โดนัทพูดพลางฮึดฮัดเมื่อนึกถึงใบหน้าสวยๆ แต่อาบไปด้วยยาพิษของคู่อริ

“โห...อย่างนั้นอย่าไปยอมนะโด เวลาถูกปีศาจนี่แกล้งเมื่อไหร่ก็รีบเอาไปฟ้องน้าชินให้รู้กันไปเลย” มดเล็กให้ท้ายเพื่อนด้วยความเป็นห่วง

“ไม่ได้หรอกมด” เด็กสาวผมเปียพูดพลางยกนิ้วชี้ขึ้นมาส่ายไปมา “เรื่องนี้มันเป็นเรื่องระหว่างเรากับยัยป้าปีศาจนั่น เราไม่อยากให้น้าชินต้องมารับรู้อะไร มันเป็นเรื่องที่ค่อนข้างซับซ้อนนิดนึงพูดไปเธอกับโอ๋ก็ไม่เข้าใจหรอก”

“อะไรกัน” เพื่อนทั้งสองพูดพลางขมวดคิ้วมุ่น

“อ่ะ ไม่บอกก็ไม่บอก เอาเป็นว่าโดจะจัดการยังไงต่อล่ะ” ตั้งโอ๋ถามขึ้นมาด้วยความอยากรู้

“ไม่รู้สิ” โดนัทพูดพลางขมวดคิ้วมุ่น ก่อนจะคลายออกอย่างรวดเร็ว พร้อมกับรอยยิ้มกระหยิ่มใจที่ผุดขึ้นมาบนใบหน้าจิ้มลิ้ม “แต่ที่รู้ก็คือ รับรองว่าตอนนี้ยัยป้าปีศาจนั่นต้องโกรธจนทำอะไรไม่ถูกแน่”

“แล้วโกรธอะไรล่ะ โดพูดไม่เคลียร์เลยอ่ะ เราอยากรู้” มดเล็กหรี่ตามองเพื่อนรักอีกครั้ง

“อย่าไปสนใจเลยมด เอาเป็นว่าวันเสาร์นี้หลังเรียนพิเศษเราไปหาซื้อดีวีดีของวงทูเอวันดีมั้ย” โดนัทได้ทีเปลี่ยนเรื่องเพราะไม่อยากให้เพื่อนรักซักมากไปกว่านี้

“จริงดิ! ก็ไหนว่าวงทูเอวันจะปล่อยของออกมาต้นเดือนหน้าไม่ใช่เหรอ” ตั้งโอ๋ตาวาว อยากจะได้ดีวีดีชุดนี้เก็บไว้ในคอลเลคชั่นจนตัวสั่น เพราะที่เกาหลีวงนี้กำลังดังเป็นพลุแตก หากใครยังไม่มีดีวีดีของวงนี้เก็บไว้ถือว่าเอาท์อย่างแรง!

“น้อยๆ หน่อยตั้งโอ๋ มดเห็นข่าวนี้ตั้งแต่เมื่อวานแล้ว อย่าบอกนะว่าโอ๋ไม่ได้เข้าไปอัพเดตข่าวในบล็อกของแฟนคลับน่ะ”

“โห...ก็เมื่อวานมันไม่ว่างนี้ เอาเป็นว่าเสาร์นี้ตกลงหลังเรียนพิเศษเราค่อยไปหาซื้อกันนะ”

“ก็ได้” ทั้งโดนัทและมดเล็กต่างรับคำเพื่อนอย่างช่วยไม่ได้ เพราะอันที่จริงแล้วเธอก็อยากได้ดีวีดีชุดนี้มาครอบครองเช่นกัน

เด็กสาวทั้งสามคุยกันไปหัวเราะกันไป ก่อนจะเริ่มตักข้าวของตัวเองขึ้นมาใส่ปากเพราะเมื่อสักครู่นี้คุยกันเพลินไปหน่อย หากว่าได้พูดถึงเรื่องของเกาหลีแล้วล่ะก้อ เด็กทั้งสามก็มักจะติดลมจนลืมเวลาอยู่ร่ำไป

โดนัทมองกับข้าวตรงหน้าอย่างชั่งใจ ไม่รู้ว่าจะชิมอย่างไหนก่อนระหว่างต้มจืดส่าหร่ายเต้าหู้ ผัดเปรี้ยวหวานไก่ และออมเล็ทสีสันสุดสวย และใสที่สุดเธอก็ได้คำตอบเมื่อเห็นลูกลอกของโปรดที่ลอยอยู่ในต้มจืด เด็กสาวไม่รอช้ารีบตักมันขึ้นมาเพื่อจัดการ แต่ทันทีที่มันได้สัมผัสกับลิ้นเธอก็รีบคายทิ้งด้วยความพะอืดพะอม

“เป็นอะไรไปน่ะโด” ตั้งโอ๋ถามด้วยความตกใจ ขณะช่วยลูบหลังเพื่อนใช้กระดาษทิชชู่เช็ดปากไปมา

“เปรี้ยวจี๊ดเลยน่ะสิ ต้มจืดที่ไหนกัน!” โดนัทพูดอย่างโมโห ก่อนจะลองชิมทุกอย่างที่อยู่ในกล่องจนหมด

ผัดเปรี้ยวหวานก็เค็มปี๋!

ออมเล็ทก็หวานเลี่ยน!

แถมยังมีต้มจืดที่เปรี้ยวยิ่งกว่าต้มแซ่บนี่อีก!

เด็กสาวกัดฟันกรอด เมื่อนึกถึงตัวต้นเหตุที่ทำให้อาหารกลางวันเธอต้องเป็นอย่างนี้ มิน่าล่ะ...ถึงได้คะยั้นคะยอน้าชินจัดข้าวกล่องให้เธอนัก

แค้นนี้ต้องชำระ!!!

 

วันที่ 2

หลังจากที่เพลี่ยงพล้ำด้วยอาหารกลางวันสุดแสบเมื่อวาน เด็กสาวเจ้าแผนการก็ไม่ยอมเสียท่า วันนี้เธอจึงเลือกที่จะซื้ออาหารกลางวันจากโรงอาหารในโรงเรียนเพื่อป้องกันตัวเองจากการแก้แค้นของป้าปีศาจ เพราะดูจากเมื่อวานแล้วป้าแกคงจะไม่ยอมรามือแน่ ดังนั้นเธอก็ต้องระวังตัวแจเช่นกัน

โดนัทเดินเข้าห้องเรียนท่ามกลางเพื่อนๆ มากมายที่จับกลุ่มคุยกันถึงเรื่องราวจิปาถะที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นละครหลังข่าว ดารารักๆ เลิกๆ หรือแม้กระทั่งการ์ตูนที่ออกมาใหม่ แต่เธอก็ไม่ค่อยได้สนใจนัก เพราะเรื่องราวที่ติดตามอยู่มีแค่เพียงอยางเดียวเท่านั้น

เกาหลีโอนลี่!

“โดนัท!” เสียงของตั้งโอ๋ดังขึ้นจากหน้าห้องเมื่อเห็นเพื่อนสาวของตัวเองมาถึงก่อนเหมือนทุกวัน

“มาแล้วเหรอโอ๋ แล้วมดล่ะ”

“มาถึงแล้วเหมือนกัน แต่สงสัยหายไปแลกโปสเตอร์โอปป้าจูมินกับยัยมิ้นห้องเจ็ดน่ะ”

“โปสเตอร์ไหน” โดนัทขมวดคิ้ว อยากจะเห็นโปสเตอร์แผ่นนั้นก่อน เผื่อว่าเธอยังไม่มีเก็บในคอลเล็กชั่น

“อย่าสนเลยโด โปสเตอร์รูปนั้นโดก็มีอยู่แล้ว ก็รูปโอปป้าเต้นในคอนเสิร์ตที่มากรุงเทพเมื่อครั้งก่อนไง”

“งั้นก็แล้วไป” เด็กผมเปียยักไหล่ ก่อนจะเหลือบไปมองร่างเล็กๆ ของมดเล็กที่วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามา

“โด! เธอต้องดูอะไรนี่” พูดพลางรีบโชว์รูปถ่ายของหนุ่มหน้าตี๋ที่โชว์ซิกแพคขนาดไม่ใหญ่ไปกว่าบัตรเอทีเอ็มขึ้นมาด้วยความภูมิใจ

“ตายแล้วมด! ไปหารูปนี้มาจากไหน มันเป็นของหายากไม่ใช่เหรอ” ตั้งโอ๋พูดขึ้นด้วยความตื่นเต้น มองภาพในมือเพื่อนสาวตาวาว

“ใช่มั้ยล่ะ กว่าจะหามาได้นะมดลำบากแทบแย่” สีหน้าของเด็กผมสั้นดูภูมิใจนักหนา

“รูปนี้เราก็มีนะ แถมใหญ่กว่าด้วย” โดนัทยิ้มกริ่มมองเพื่อนรักทั้งสองไปมา

“จริงดิ! แล้วทำไมไม่เคยบอกกันบ้างเลย” ตั้งโอ๋ทำเสียงตัดพ้อ

“มดไม่เชื่อ โดอย่ามาหลอกกันเลยดีกว่า” มดเล็กหรี่ตามองคนผมเปียอย่างเคืองๆ

“เราไม่ได้หลอก ถ้ามดกับโอ๋ไม่เชื่อเดี๋ยวเอาให้ดู” พูดพลางเปิดกระเป๋าสะพายข้างที่ยังคล้องไหล่อยู่ออกมา เพื่อหยิบรูปปาร์คจูมินที่เธอติดตัวมาด้วยทุกวันให้เพื่อนๆ ดู แต่แล้วเด็กสาวก็ต้องหน้าซีด ก่อนจะกรีดร้องออกมาดังลั่น

“ว๊าย!!!” โดนัทร้องลั่น พร้อมกับโยนเจ้าตุ๊กแกตัวเขื่องในมือไปข้างหน้าด้วยความขยะแขยง

“อ๊าย!! ตุ๊กแก!!!” มดเล็กและตั้งโอ๋อุทานลั่น ก่อนจะวิ่งหนีกันแตกกระเจิงคนละทิศละทาง

แต่คนที่สติดีที่สุดก็คือเพื่อนผู้ชายที่อยู่ในห้อง เด็กที่เพิ่งแตกเนื้อหนุ่มหัวเราะลั่นเมื่อเห็นท่าทางหวาดกลัวของเพื่อนสาว ก่อนจะวิ่งเข้าไปจับตุ๊กแกที่นอนแอ้งแม้งอยู่กลางห้องขึ้นมา

“ร้องซะฉี่เล็ดเลยเว้ย กะอีแค่ตุ๊กแกปลอม ฮ่าๆๆๆ” เด็กหนุ่มไม่พูดเปล่ายังพาตุ๊กแกตัวนั้นไปแกล้งคนอื่นต่อหน้าตาเฉย

โดนัทที่หายจากอาการตกใจแล้วถึงกับโกรธจนหน้าแดง เมื่อพอจะเดาออกว่าไอ้ตุ๊กแกปลอมในกระเป๋านั้นมันมาจากฝีมือของใคร เรื่องอย่างนี้มันยอมกันได้ที่ไหน ถึงแม้จะฟ้องน้าชินไม่ได้ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเธอจะหยุดเพียงแค่นี้แน่

ยัยป้าปีศาจสารพัดพิษ!!

 

“เป็นอะไรน่ะพี่ตังนั่งหัวเราะอยู่คนเดียวมาตั้งแต่เช้าแล้ว” เกียรติภูมิเอ่ยถามขึ้นด้วยความเป็นห่วง เพราะดูท่าทางพี่สาวคนสวยของเขาในวันนี้คงสติสตังจะไม่ค่อยเต็มเท่าไหร่

“เออนี่เขียด ตุ๊กแกปลอมที่ใช้เข้าฉากโฆษณาน่ะ เขาจะใช้กันวันไหนนะ” สิตางศุ์พูดขึ้นขณะเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ ท่าทางมีความสุข

“อาทิตย์หน้า พี่มีอะไรรึเปล่า”

“ไม่มีอะไรหรอก พอดีเมื่อวานยืมไปใช้ก่อนนิดหน่อย แล้วจะซื้อมาคืนให้วันหลังแล้วกัน”

เกียรติภูมิพยักหน้ารับอย่างไม่เข้าใจ ก่อนจะเลื่อนเก้าอี้ทำงานเข้าไปใกล้พี่สาวที่นั่งอยู่เพื่อจะได้พูดเรื่องที่ทุกคนในออฟฟิศปิดกันให้แซ่ด

“พี่ตังๆ รู้เรื่องเฮียมนัสรึยัง” คนตัวสูงกระซิบเสียงเบา จนพี่สาวต้องโน้มตัวเข้ามาหาแทน

“เรื่องอะไร?”

“ก็เรื่องที่เฮียมนัสมีเมียแล้ว แต่ไม่เคยบอกใครไง ตอนนี้เขาเมาท์กันทั้งบริษัทแล้ว”

“แล้วรู้ได้ยังไงกัน” หญิงสาวขมวดคิ้ว แต่ทว่าริมฝีปากบางกลับฉีกยิ้มน้อยๆ

“ก็เมื่อวานนี้น่ะสิพี่ เขาเมาท์กันแซ่ดว่าเมียของเฮียแกบุกไปหาแกที่คอนโด แถมตอนนี้ขึ้นไปหาเฮียแกก็กำลังกกอีหนูอยู่ด้วย โอ้โห...มันสะเด็ด เรื่องถึงโรงพักเลยนะพี่ แล้วมีข่าวแว่วๆ มาว่าฝ่ายผู้หญิงกำลังจะทำเรื่องฟ้องหย่าด้วย”

สิตางศุ์ได้ยินก็กระตุกยิ้ม คนทำเลวอย่างไอ้มนัสก็สมควรจะได้รับผลกรรมอย่างนี้แหละสาสมนัก ส่วนพี่การะเกตุที่ถูกย่ำยีมานานก็จะได้รับการปลดปล่อยเสียทีไม่ต้องมาทนทุกข์ใจอีกต่อไป

“อ้าว นี่พี่ตังรู้เรื่องแล้วเหรอ ทำไมถึงดูไม่แปลกใจเลยที่รู้ว่าไอ้เฮียมันมีเมียอยู่แล้ว” ลูกน้องหนุ่มขมวดคิ้ว มองหน้าพี่สาวที่กำลังหยิบลิปสติกในกระเป๋าเครื่องสำอางค์ขึ้นมาเปิดฝาอย่างงุนงง

“อืม...ก็รู้มาระยะนึงแล้ว” พูดพลางค่อยๆ ทาลิปสติกสีชมพูระเรื่อไปทั่วทั้งปากบางเฉียบ

“อ้าว ไหงงั้นล่ะพี่ รู้แล้วไม่บอกกันบ้างเลย เก็บเงียบเลยนะ”

“บอกไปแล้วได้อะไร ไม่ใช่เรื่องของพี่นี่ เฮียแกจะมีเมียอยู่แล้วหรือยังไม่มี ก็ไม่ได้ทำให้พี่รวยขึ้นเป็นพันล้าน แล้วพี่จะสนใจทำไม” สิตางศุ์ยักไหล่อย่างไม่แคร์ ก่อนจะยกมือขึ้นมากดๆ ริมฝีปากบางไปมา เพราะรู้สึกคันแปลกๆ

“ไม่เป็นไรพี่ผมไม่ถือ เพราะผมชอบสอดเรื่องชาวบ้านอยู่แล้ว” เกียรติภูมิหัวเราะลั่น พลางพูดต่อ “แต่จะพูดก็พูดเถอะสงสารเมียไอ้เฮียเหมือนกันนะพี่ ต้องคอยทนอยู่กับผู้ชายอย่างนั้น ขนาดผมเป็นผู้ชายด้วยกันยังทนไม่ค่อยจะได้เลย คนอะไรวะโคตรเห็นแก่ตัวชิบเป๋งเลย”

“แถมขี้หลีไม่เกรงใจเมียอีกต่างหาก” พูดไปก็เกาปากไปยิกๆ

“เป็นอะไรรึเปล่าพี่ตัง” ลูกน้องหนุ่มเห็นพี่สาวที่เกาปากไม่หยุดก็เอ่ยถามขึ้น

“ไม่รู้เหมือนกัน มันคันปากไม่หยุดเลยเนี่ย”

“ฮั่นแน่...คันปากอยากเมาท์ต่อรึเปล่าพี่ตัง”

“ไอ้บ้า ไม่ได้คันอย่างนั้นย่ะ มันคันยิบๆ ยิ่งเกายิ่งคันเนี่ย” สิตางศุ์นิ่วหน้า มือก็หยุดเกาปากตัวเองไม่ได้ พลางนึกขึ้นได้ว่าก่อนจะเกิดอาการคันคะเยอขึ้นมา เธอเพิ่งทาลิปสติกแท่งโปรดไปหมาดๆ คิดได้ดังนั้นหญิงสาวจึงรีบเปิดลิปสติกแท่งนั้นขึ้นมาดูอีกครั้งด้วยความข้องใจ

“เศษอะไรกันน่ะเขียด” สิตางศุ์เรียกลูกน้องหนุ่มให้เข้ามาดูขนของไม้อะไรสักอย่างเส้นเล็กๆ ที่ติดอยู่รอบตัวลิป คิ้วเรียวสวยขมวดมุ่น เพราะเท่าที่จำได้เธอไม่เคยทำลิปแท่งนี้ไปตกเรี่ยราดที่ไหนมาก่อน

“ไหนๆ ผมขอดูหน่อยซิพี่ตัง” เกียรติภูมิรับลิปสติกจากมือหญิงสาวมาพินิจพิเคราะห์ดูอย่างละเอียด ไอ้เศษอย่างนี้เขาเคยเห็นที่ไหนมาก่อน คลับคล้ายคลับคลาว่าเคยใช้เมื่อครั้งนานมาแล้ว

“ซวยแล้วพี่ตัง ไอ้นี่มันหมามุ่ยชัดๆ!” คนหัวฟูอุทานลั่น พลางหันไปมองหน้าพี่สาวที่ริมฝีปากบางเริ่มบวมเป่ง ก่อนจะหัวเราะออกมาดังๆ

“หมามุ่ยเหรอ!” สิตางศุ์กัดฟันกรอด ดวงตาลุกโชนราวกับมีไฟสุมจนแดงฉาน ขณะมือก็ยังเกาปากงามๆ ที่เริ่มบวมไม่หยุด มิน่าล่ะ...มันถึงได้คันคะเยอะขนาดนี้

ยัยโดเน่าแกตายแน่!!

 

คชินทร์ขมวดคิ้วมุ่นเมื่อเห็นสภาพหญิงสาวที่ปากบวมฉึ่งเดินกลับเข้ามาในบ้าน ท่าทางราวกับไปกินรังแตนมาทั้งรังยังไงยังงั้น

“ปากไปโดนอะไรมาครับคุณตัง” เสียงนุ่มถามขึ้นด้วยความเป็นห่วง เมื่อเห็นอาการผิดปกติของหญิงสาว

“ตังเผลอไปกินของแสลงมาน่ะค่ะหมอชิน แต่ไม่ต้องห่วงอีกไม่นานก็จะหายไปเอง” แม้จะรู้สึกอับอายคุณหมอหนุ่มและโมโหยัยเด็กตัวแสบขนาดไหนเธอก็จำเป็นต้องเก็บไว้ก่อน แล้วค่อยคิดบัญชีรวดเดียวบวกดอกเบี้ยรวมไปด้วย ขณะใช้สายตาเหลือบมองไปยังยัยเด็กต้นเรื่องที่นั่งยิ้มเยาะอยู่ตรงโต๊ะรับแขก ประหนึ่งว่ากำลังเย้ยหยันเธอด้วยสายตาอยู่

ฉันเกลียดเด็ก! ฉันเกลียดเด็ก!!

โดนัทมองสาวตัวใหญ่พร้อมกับทำปากยื่นออกมาเป็นการล้อเลียนก่อนจะหัวเราะคิกคัก วันนี้ที่เธอถูกเอาคืนด้วยตุ๊กแกปลอมมันเป็นวิธีที่เด็กๆ เขาทำกัน อย่างเธอน่ะเหรอจะเอาคืนด้วยวิธีการตื้นๆ พวกนั้น เพียงแค่หลอกให้ตกอกตกใจร้องวี๊ดว๊ายแป๊บเดียวเดี๋ยวก็หาย มันจะต้องโดนเล่นงานจนไม่มีหน้าไปไหนอย่างนี้นี่แหละแสบสุดยอด

โชคดีที่เมื่อวานเจอหมามุ่ยอยู่หลังโรงเรียน วันนี้ยัยป้าปีศาจก็เลยถูกจัดหนักไปเลย สม!

สายตาฟาดฟันกันระหว่างนักชกมุมแดงและมุมน้ำเงินที่ปะทุขึ้นมากลางบ้านจำต้องพักยกไปก่อน เมื่อเสียงของกรรมการรูปหล่อดังขึ้นขัดจังหวะเสียได้

“ถ้างั้นผมขอดูหน่อยครับ” คชินทร์ที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ถึงคำท้าดวลของสองสาวพูดพร้อมกับรั้งร่างระหงของนักชกมุมน้ำเงินเข้ามาใกล้เพื่อดูปากนั้นใกล้ๆ ด้วยความเป็นห่วง

สิตางศุ์กะพริบตาปริบๆ ในหน้าร้อนผ่าว เมื่อถูกชายหนุ่มเชยคางขึ้นพร้อมกับใช้สายตาคมกริบมองอย่างสำรวจไปทั่วทั้งหน้าโดยเฉพาะริมฝีปากที่บวมเป่ง

“เจ็บมั้ยครับ ดูสิบวมใหญ่เลย ไปโรงพยาบาลกันดีกว่ามั้ย”

“ไม่เจ็บค่ะ ไม่ต้องไปโรงพยาบาลก็ได้” หญิงสาวยิ้มเอียงอายใจเต้นระทึก เมื่อเห็นคนตัวโตดูเป็นห่วงเป็นใยเธอจนรู้สึกได้ แถมยังอยู่ใกล้กันจนได้กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ของเขาอีกด้วย

ผู้ชายอะไรตัวห้อมหอม...

แต่ทว่าคชินทร์ก็ยังไม่วางใจเต็มที่ เขาค่อยๆ ใช้ปลายนิ้วอุ่นไล้ไปบนริมฝีปากของหญิงสาวอย่างเบามือ ไม่รู้ว่าเขาจะเป็นฝ่ายคิดมากไปรึเปล่า แม้เธอจะบอกว่าไม่เป็นอะไร แต่เขาก็อดเป็นห่วงไม่ได้อยู่ดี

“ผมจับอย่างนี้คุณเจ็บรึเปล่าครับ” ชายหนุ่มถามเสียงละมุน เหลือบมองไปยังเรียวปากแสนบอบบางที่บวมขึ้นมาอีกครั้งด้วยอารมณ์บางอย่างที่พลุ่งพล่าน

หากแต่คนที่ถูกถามกลับส่ายหัวออกมาแทนคำตอบ ร่างกายแทบจะละลายลงไปกองกับพื้นเหมือนขี้ผึ้งลนไฟ รอยนิ้วอุ่นๆ ของเขาบนปากยังตรึงใจไม่หาย นี่เป็นแค่นิ้วยังให้ความรู้สึกดีขนาดนี้ แล้วถ้าเป็นปากล่ะมันจะขนาดไหน สิตางศุ์คิดพลางมองใบหน้าคมสันของคุณหมอหนุ่มราวกับต้องมนต์สะกด รู้สึกวูบวาบไปทั้งร่างขณะยื่นหน้าเข้าไปใกล้อีกฝ่ายอย่างจงใจ

จูบเลยๆๆๆ!!!

“ทำอะไรกันคะ น้าชิน น้าตัง!” เสียงขุ่นๆ ของเด็กผมเปียที่ดังขึ้น เรียกสติของหนุ่มสาวให้กลับมาเข้าร่างอีกครั้ง คชินทร์รีบปล่อยร่างระหงที่รั้งอยู่ด้วยความขัดเขินที่เผลอตัวต่อหน้าหลานสาว ใบหน้าเข้มมีริ้วแดงพาดผ่านอยู่ ก่อนจะยกมือขึ้นมาลูบคิ้วเพื่อกลบเกลื่อนอาการ

“น้าแค่ดูปากให้น้าตังเท่านั้นเอง โดนัทเรียกน้าให้ไปดูการบ้านให้เหรอครับ” พูดพลางหันไปยิ้มให้หลานสุดรักที่เท้าสะเอวมองคนตัวใหญ่สองคนสลับกันไปมาตาขวาง

“ใช่ค่ะ มีข้อนึงที่โดนัททำไม่เป็นน้าชินช่วยไปสอนหน่อยสิคะ”

“ได้ครับ” ชายหนุ่มพยักหน้าให้ ก่อนจะหันมาหาหญิงสาวที่ยืนหน้าแดงอยู่ข้างกัน “ถ้าคุณไม่เป็นอะไรผมก็สบายใจครับ ยังไงก็อย่าลืมทายาก็แล้วกัน”

“ค่ะ หมอชิน” สิตางศุ์ยิ้มรับ ใจเต้นตึกตักแทบจะทะลุออกมานอกอก มองสองน้าหลานที่เดินเคียงกันไปด้วยรู้สึกวาบหวามไปทั้งตัว แม้จะชวดไม่ได้จูบกับหนุ่มหล่อดังคาด แต่มันก็ทำให้เธอได้รู้ว่าเขาเองก็คงจะคิดเหมือนๆ กับเธอไม่ผิดแน่

เอาเป็นว่าวันนี้ฉันอภัยให้เธอยัยเด็กมาร เพราะแผนการของเธอมันทำให้ฉันเกือบจะได้จูบกับหมอชินอยู่มะรอมมะร่อ แต่...เฉพาะวันนี้เท่านั้นนะยะที่ฉันจะอภัยให้ วันพรุ่งนี้ไม่นับ!

 

วันที่ 3

ภาพที่เห็นเมื่อวานนี้มันสร้างความกวนใจให้สาวเกาหลีอย่างเธอเป็นอันมาก นึกไม่ถึงว่าน้าชินจะติดกับดักยัยป้าปีศาจจนเผลอตัวต่อหน้าเธอได้ขนาดนี้ เธอไม่คิดว่าการกำจัดยัยผู้หญิงหน้าตาสะสวยแต่นิสัยปีศาจจะยากเย็นกว่าที่คาดการณ์ไว้มาก เพราะหากเทียบกับคนอื่นๆ ที่ผ่านมา ไม่เคยมีใครรับมือไหวได้แม้แต่รายเดียว

เด็กสาววัยสิบกว่าเดินต้อยๆ ไปตามระเบียงตึกเรียนชั้นสามอย่างครุ่นคิด แต่แล้วความคิดบางอย่างก็สว่างวาบขึ้นมาในหัว มันทำให้เธอต้องยกมือขึ้นมาปิดหูเอาไว้ราวกับไม่อยากได้ยินความคิดของตัวเอง

หรือว่าน้าชินจะตกหลุมรักยัยป้าปีศาจเข้าแล้ว!

“ไม่จริง!” โดนัทอุทานออกมาอย่างลืมตัว จนเพื่อนสาวที่เดินตามหลังมาด้วยกันเอ่ยถามขึ้นมาด้วยความงุนงง

“มีอะไรเหรอโด” ตั้งโอ๋พูดพลางเอื้อมมือไปจับไหล่น้อยๆ ของเด็กผมเปียเอาไว้

“นั่นสิ อยู่ดีๆ ก็ทำท่าทางแปลกๆ โดไม่สบายรึเปล่า” มดเล็กสำทับขึ้นมาอีกคน

โดนัทที่สติกระเจิงอยู่ค่อยๆ หันมามองหน้าเพื่อนๆ ด้วยความหวาดหวั่น ภาวนาไม่ให้สิ่งที่ผุดขึ้นมาเป็นจริงเลยแม้แต่น้อย เพราะไม่เช่นนั้นแล้วเธอคงจะมีน้าสะใภ้ที่เป็นมารคอหอยเธอไปจนวันตาย

“ไม่มีอะไรหรอก เราแค่คิดอะไรเรื่อยเปื่อยน่ะ” เด็กสาวบอกปัด ก่อนจะพยายามคิดไปถึงบทแก้แค้นของวันนี้แทนที่จะจมอยู่กับเรื่องไร้สาระที่ว่าน้าชินหลงรักยัยป้านั่น

พลันรอยยิ้มมุมปากก็ผุดขึ้นบนหน้าจิ้มลิ้มของเด็กสาวพลังมาร เมื่อนึกถึงใบหน้าบูดเบี้ยวของป้าปีศาจเมื่อได้สัมผัสกับแผนแก้แค้นของเธอในวันนี้

คิดอย่างนี้ค่อยรู้สึกดีขึ้นมาหน่อย ขอให้สนุกมากๆ นะคะคุณป้า อิอิ

“โดเป็นอะไรรึเปล่าเนี่ยถามจริง เมื่อกี้ยังทำหน้าเหมือนจะร้องไห้อยู่เลย ตอนนี้กลับหัวเราะคิกคักอยู่คนเดียว” มดเล็กหรี่ตามองเพื่อนด้วยความไม่เข้าใจ

“ไม่อะไรหรอกมด มันเป็นความลับระหว่างเรากับป้าปีศาจคนนั้นต่างหาก” เด็กผมเปียยักคิ้วให้อย่างอารมณ์ดี

พลันเสียงรองเท้าส้นสูงก็ดังขึ้นมาไล่หลังพวกเธอทั้งสาม โดนัทหันไปมองในทันทีด้วยความอยากรู้ และเจ้าของเสียงรองเท้านั่นก็คือคุณครูสาววัยกลางคนผู้สอนวิชาสุขศึกษาที่เธอกำลังเรียนอยู่ในเทอมนี้

“น้องโดนัทมาหลบอยู่นี่เองคุณครูตามหาซะทั่วเลย” คนที่ถูกเรียกขมวดคิ้วมุ่น คิดไม่ออกว่าคุณครูวิชาสุขศึกษาจะตามหาตัวเธอไปทำไม เพราะเท่าที่จำได้เธอก็ไม่เคยลืมส่งการบ้านคุณครูเลยสักครั้ง

“มีอะไรเหรอคุณครู”

“คุณครูศจีเรียกหาแน่ะ รีบๆ ไปเถอะ” เพียงแค่ได้ยินชื่อคุณครูฝ่ายปกครองสุดโหด เด็กสาวทั้งสามก็ทำหน้าเบ้ออกมาทันที โดยเฉพาะคนที่ถูกเรียก

“คุณครูศจีเรียกโดนัททำไมกัน โดนัทไม่ได้ทำอะไรผิดเลยนะคะ”

“ครูก็ไม่รู้เหมือนกันจ้ะ แต่รีบไปเถอะ คุณครูศจีเขารอนานแล้ว” พูดพลางดันร่างเล็กๆ ให้เดินไปพร้อมกับตน ทิ้งให้เด็กสาวอีกสองคนมองตามอย่างเป็นห่วง

 

ห้องพักของครูฝ่ายปกครองที่เธอไม่เคยคิดจะย่ำกรายเข้ามา บัดนี้มันกลับมาตระหง่านอยู่ต่อหน้าเรียบร้อยแล้ว ภายในจัดแต่งอย่างเป็นระเบียบตู้เอกสารเหล็กสามสี่ตู้วางชิดเรียงรายเต็มผนังไปหมด เปิดที่ว่างตรงกลางห้องให้เป็นโต๊ะประจำของคุณครูอยู่สามโต๊ะ

โดนัทเดินตัวลีบเข้าไปหาคุณครูศจีที่นั่งรออยู่ในโต๊ะมุมสุด ยิ่งเดินเข้าไปใกล้ๆ ก็ยิ่งกลัว เพราะครูศจีขึ้นชื่อเรื่องความเป็นระเบียบและข้อบังคับของโรงเรียนเป็นที่หนึ่ง

“นั่งก่อนสิจ๊ะโดนัท” เสียงดุๆ ของคุณครูวัยห้าสิบดังขึ้นเมื่อเห็นร่างเล็กๆ ของนักเรียนในสังกัดเดินเข้ามาพร้อมกับคุณครูวิชาสุขศึกษา ก่อนจะโบกมือไล่ให้คุณครูออกไปทิ้งเด็กสาวเอาไว้ในห้องเพียงลำพังกับเธอสองคน

โดนัทค่อยๆ หย่อนกายลงไปนั่งบนเก้าอี้ตรงข้ามกับโต๊ะตัวใหญ่ที่หันหน้าประจันอยู่กับคุณครูศจี ก่อนจะยกมือขึ้นไหว้ทำความเคารพ

“สวัสดีค่ะคุณครู”

“สวัสดีจ้ะ รู้รึเปล่าที่ครูเรียกมาวันนี้เป็นเรื่องอะไร” ครูศจีรับไหว้พร้อมพูดต่อ

“ไม่รู้ค่ะ แต่โดนัทไม่ได้ทำอะไรผิดเลยนี่คะ” เด็กหญิงรีบปฏิเสธลั่น

คุณครูศจีหรี่ตามองนักเรียนสาวตรงหน้าที่นั่งตัวลีบอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะใช้ไม้เรียวในมือชี้ไปยังกฏข้อห้ามของโรงเรียนที่ติดอยู่ฝาผนังตรงข้อสามเพื่อให้อีกฝ่ายได้เห็นชัดๆ

“โดนัทอ่านข้อนี้ให้ครูฟังหน่อย” สิ้นเสียงดุๆ ของคุณครูศจี โดนัทที่นั่งอยู่ก็หันไปมองกฎของโรงเรียนอีกครั้ง หากใบหน้าที่เคยเป็นสีชมพูระเรื่อก็ต้องเผือดลง เมื่อเห็นชัดว่าไม้เรียวของคุณครูชี้ไปที่ข้ออะไร

“ห้ามนักเรียนทุกคนเอาอุปกรณ์สื่อสารมาที่โรงเรียนไม่ว่ากรณีใดก็ตาม หากใครฝ่าฝืนต้องถูกลงโทษตามความผิดนั้นๆ” โดนัทอ่านไปด้วย มือสั่นไปด้วย เพราะรู้ดีว่าเธอผิดกฏโรงเรียนข้อนี้เต็มๆ

“ครูคิดว่าโดนัทรู้กฎข้อนี้ดีอยู่แล้วนะคะ ฉะนั้นส่งมือถือให้กระเป๋ากระโปรงมาให้ครู เดี๋ยวครูจะริบเอาไว้ก่อนแล้วค่อยให้ผู้ปกครองมาเอาคืนทีหลัง”

เด็กหญิงจำใจล้วงเอาโทรศัพท์มือถือสีชมพูจากกระเป๋ากระโปรงออกมาอย่างเสียดาย ก่อนจะส่งให้คุณครูที่แบมือขออยู่

“โดนัทขอโทษค่ะ ครั้งหน้าโดนัทจะไม่แอบเอามาอีก”

ครูศจีรับโทรศัพท์เครื่องนั้นมา พร้อมกับพูดขึ้น “คุณน้าผู้หญิงของโดนัทเขาไม่อยากให้เด็กอย่างโดนัทพกของมีค่ามากเกินไป ก็เลยโทรมาบอกครูเรื่องมือถือเพราะเขาเห็นด้วยกับกฎของโรงเรียน ฉะนั้นโดนัทควรจะเอาคุณน้าคนนี้ไว้เป็นตัวอย่าง คนดีต้องไม่ทำผิดกฎรู้มั้ย”

“ค่ะ” เด็กหญิงรับคำอย่างเข่นเขี้ยว ที่แท้ก็เป็นเพราะยัยป้าปีศาจนี่เองที่ทำให้เธอต้องถูกยึดโทรศัพท์

“สำหรับวันนี้เป็นครั้งแรกที่โดนัททำผิด ครูจะตีลงโทษแค่ทีเดียว แต่ถ้าหากยังมีครั้งหน้าอีก รับรองว่าไม่ต่ำกว่าสามทีแน่ เข้าใจมั้ย”

“โดนตีด้วยเหรอคะคุณครู ไหนรัฐบาลบอกว่าห้ามตีเด็กนักเรียนแล้วไม่ใช่เหรอคะ” โดนัทหน้าเบ้ รีบยกเหตุผลขึ้นมาอ้าง

“สำหรับครูการตีด้วยไม้เรียวคือการสร้างคน ครูไม่เคยตีใครพร่ำเพรื่อโดยไร้เหตุผล ถ้าโดนัทคิดว่าที่โดนตีในวันนี้เป็นสิ่งที่ครูทำเกินกว่าเหตุ โดนัทก็เอาเรื่องนี้ไปบอกคุณพ่อคุณแม่ได้เลย เพราะยังไงเสียครูก็ยังยืนยันคำเดิมไม่เปลี่ยนแปลง คนทำผิดก็ต้องถูกลงโทษ มันเป็นกฎพื้นฐานของมนุษย์อยู่แล้ว”

เด็กหญิงที่ได้ฟังคุณครูพูดดังนั้นก็ได้แต่ก้มหน้าก้มตารับความผิด อันที่จริงก็เป็นความผิดเธอจริงๆ นั่นแหละที่ไม่ทำตามกฏของโรงเรียน แต่ที่รับไม่ได้ก็คือความลับของเธอดันถูกเปิดโปงด้วยฝีมือของป้าปีศาจต่างหาก!

ครูศจีพูดเสร็จก็ลุกขึ้นยืนเดินอ้อมโต๊ะออกมาหาเด็กสาวกระโปรงแดงที่ยืนกัดฟันรออยู่ ก่อนจะตวัดไม้เรียวลงไปบนก้นน้อยๆ จนโดนัทสะดุ้งเฮือก เจ็บน้ำตาแทบเล็ด

ฝากไว้ก่อนเถอะยัยป้าปีศาจ เค้าไม่มีวันยอมถูกคุณครูตีฟรีแน่!

 

ทางฝั่งป้าปีศาจที่เดินผิวปากเดินตรงไปยังลิฟต์ด้วยความเบิกบานใจ ก็กำลังสำรวจการแต่งกายของตัวเองอีกครั้งตรงกระจกบานใหญ่ในลิฟต์ วันนี้เธออารมณ์ดีเป็นพิเศษเพราะระวังตัวมาเป็นอย่างดี เช็คทั้งเสื้อผ้า เช็คทั้งกระเป๋า ตรวจตราทุกสิ่งอย่างเพื่อไม่ให้เพลี่ยงพล้ำแก่เด็กเมื่อวานซืนได้อีก

ร่างระหงบนส้นสูงสามนิ้วเดินเฉิดฉายออกมาจากลิฟต์อย่างมาดมั่น เช้านี้เธอต้องแวะชั้นสิบห้าก่อนที่จะขึ้นไปบนชั้นสิบหกซึ่งเป็นชั้นที่ออฟฟิศเธอเช่าอยู่ เพื่อรับโบชัวร์ทัวร์ต่างประเทศที่น้องนางผู้หนึ่งได้มาเสนอแพ็คเกจเอาไว้ ทุกอย่างดำเนินไปด้วยดี ทัวร์ยุโรปที่คุณน้องผู้นั้นเสนอมาก็เข้าท่าราคาไม่แพงจนเกินไป แต่เธอก็ยังไม่ตัดสินไปในตอนนี้เพราะภารกิจที่กำลังทำอยู่ยังไม่บรรลุเป้าหมาย

สิตางศุ์นั่งฟังน้องสาวบรรยายสรรพคุณของทัวร์บริษัทนี้พอหอมปากหอมคอ ก่อนจะขอปลีกตัวขึ้นไปทำงาน โดยใช้บริการบันข้างลิฟต์เพราะไม่อยากเสียเวลารอลิฟต์อีก

ระหว่างเดินขึ้นบันไดก็ครุ่นคิดถึงเรื่องของหมอชินไปตลอดทาง ท่าทางของเขามันทำให้เธอร้อนรุ่มไปทั้งตัว เมื่อหวนนึกถึงดวงตาคมกริบกับริมฝีปากสุดเซ็กซี่คู่นั้น

อีกแค่นิดเดียวก็จะได้ลิ้มรสจูบของหมอชินแล้วแท้ๆ จุ๊บๆๆ

เรียวปากบางเฉียบยิ้มกริ่ม สมองก็คิดถึงแต่เรื่องของหมอชินจนไม่ทันได้สังเกตสายตาขบขันของเจ๋งที่เดินสวนมาจากชั้นสิบหก

“ยิ้มอะไรคนเดียวน่ะพี่ตัง” เจ๋งอดเอ่ยทักไม่ได้ เมื่อดูเหมือนว่าพี่สาวคนสวยจะไม่รู้สึกตัวเลยว่าไม่ได้อยู่ผู้เดียวตามลำพัง

สิตางศุ์ที่กำลังเคลิบเคลิ้มอยู่ ตวัดตาไปมองลูกน้องหนุ่มผิวแทนด้วยความขัดใจ กำลังฝันหวานถึงรอยจูบของหมอชินอยู่แท้ๆ ก็ยังไม่วายมีมารมาผจญจนได้

“ยุ่งน่าเจ๋ง แล้วนี่จะไปไหนเนี่ย”

“ไปหาน้องซีชั้นสิบสี่” เจ๋งพูดเขินๆ รีบซ่อนถุงขนมเอาไว้ด้านหลังอย่างรวดเร็ว

“ฮั่นแน่...จีบน้องเขาติดแล้วเหรอ ถึงได้เทียวไปหาเช้าถึงเย็นถึงขนาดนี้” สิตางศุ์หรี่ตามองคนตัวใหญ่ตรงหน้าด้วยรอยยิ้ม

“ก็นิดนึงพี่ คนเรามันก็ต้องมีบ้าง”

“อ่ะๆ จะไปก็รีบๆ ไป แต่ถ้าไปหาน้องซีแล้วรบกวนช่วยแวะไปหาพี่ที่โต๊ะด้วยนะ เรื่องจัดงานโฆษณาเปิดตัวน้ำหอมตัวใหม่ของคุณสกลเขาน่ะ”

“คร้าบ แล้วผมจะรีบไป” เจ๋งยิ้มแป้น ก่อนจะเดินลงบันไดไปอย่างอารมณ์ดี แต่ยังไม่ทันที่จะเดินผ่านร่างระหงของพี่สาว เสียงร้องอย่างตกใจของเธอก็ดังขึ้นมาเสียก่อน

“ว๊ายย!!” สิตางศุ์ที่กำลังก้าวขาขึ้น มีอันต้องหงายหลังลงไปตามแรงโน้มถ่วง เพราะรองเท้าส้นสูงเจ้ากรรมดันมาส้นหักเสียได้ หญิงสาวล้มกลิ้งก้นกระแทกพื้นแต่เคราะห์ยังดีที่คว้าราวบันไดเอาไว้ พร้อมกับได้น้องชายมาช่วยจับไว้ไม่ให้กลิ้งหลุนๆ ลงไปยังกองยังพื้นด้านล่างสุดได้ทัน

“เป็นอะไรมากมั้ยพี่ตัง!” เจ๋งรีบประคองสาวเคราะห์ร้ายขึ้นมานั่งพิงราวบันได ใบหน้าของสิตางศุ์เหยเกราวกับเจ็บปวดเหลือแสน

“เจ็บก้นจะตายชักอยู่แล้วเนี่ย!” หญิงสาวตะโกนลั่นอย่างสุดจะอั้นความเจ็บ ค่อยๆ ใช้มือจับบริเวณก้นกบซึ่งเป็นส่วนแรกของร่างกายที่กระแทกเข้ากับขอบบันไดอย่างจัง

“ดีนะพี่ที่ไม่กลิ้งไปจนถึงด้านล่างโน่นน่ะ มาๆ ค่อยๆ ลุก เดี๋ยวผมช่วย” เจ๋งเสนอตัวเข้าช่วยโดยพยุงตัวพี่สาวขึ้นอย่างยากลำบากเพราะเธอยังไม่ได้ถอดรองเท้าอีกข้างหนึ่ง

“ถอดรองเท้าก่อนพี่ ไม่งั้นมันเดินไม่ได้” ได้ยินดังนั้นสิตางศุ์ก็กัดฟันก้มลงถอดรองเท้าคู่เก่งของเธอออก ก่อนจะเหลือบไปมองรองเท้าอีกข้างหนึ่งที่ส้นห้อยรุ่งริ่งอยู่

“เจ๋ง เดี๋ยวก่อนนะ พี่ขอยืนเฉยๆ ซักแป๊บ” หญิงสาวฝืนความเจ็บ ยืดตัวขึ้นมามองรองเท้าในมืออย่างครุ่นคิด

รอยต่อของส้นรองเท้าคล้ายกับมีอะไรบางอย่างติดอยู่ สิตางศุ์จึงยกขึ้นมาดูใกล้ๆ แล้วคำตอบของเรื่องทั้งหมดก็กระจ่างขึ้นมาต่อหน้าเธอในเวลานั้น หญิงสาวพ่นลมหายใจหนักๆ เพื่อลดความโกรธ มองแผ่นยางสีขาวที่ติดอยู่ตรงส้นที่ห้อยอยู่อย่างคั่งแค้น อันที่จริงมันเป็นกาวสองหน้าที่ใช้ติดฝาผนังทั่วไป ไม่ใช่กาวสำหรับติดส้นรองเท้าเป็นแน่ และไม่ต้องบอกก็พอจะรู้ว่าเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดนั้นเป็นฝีมือใครไปไม่ได้นอกจาก

ยัยเด็กมารคอหอย!!

  

 

( ดารานิล )

 

 

 

++++++++++++++++++++++++++++++

สำหรับมวยคู่เอกในวันนี้ก็ต่างเสมอกันไปแบบเจ็บตัวทั้งสองฝ่ายนะคะ

แบบว่ากรรมใดใครก่อ กรรมนั้นคืนสนอง เหอะๆๆๆ

และจะบอกว่าตอนหน้าก็จะเริ่มดีกันแล้วค่ะ แต่จะดียังไงไปลองเดากันก่อนแล้วนะคะ เอิ๊กๆๆ

ปล.มีอะไรสอบถามสามารถไปแปะคำถามที่แฟนเพจได้เลยนะคะ :)



ขอบคุณ

คุณพี่นุช : ถ้าจะให้เปลี่ยนหมวดคงจะเข็นไม่ขึ้นค่ะ เขียนแนวนั้นไม่เป็นจริงๆ 5555+

 

คุณฟอสซิล : ยังไงนางเอกเราก็ต้องหาทางสวีตกันจนได้แหละค่ะ กรั๊กๆๆ

 

 

และขอบคุณทุกคนที่ติดตามนะคะ :)

( ดารานิล )

www.facebook.com/daranilday




++++++++++++++++++++++++++++++

 

 

 

ข้อความ :
จากคุณ * :
 

หน้าที่ 1 จาก 1 หน้า
แสดง เรื่อง
ความคิดเห็นที่ 1
โหย  ยัยเด็กนี่มันเป็นมใารคอหอยชัดๆเลย   คนเขากำลังจะได้คิสสสสสสสกันอยู่ละ

เข้ามาขวางซะได้ เกลียดจริงๆเลยเชียว
จากคุณ ปอ/(helikopter) อัพเดตเมื่อ 11/07/2554 09:27:26
ความคิดเห็นที่ 2
แก๊งค์สามสาวบ้าเกาหลีมากๆเลยวุ๊ย,,,มดเล็ก..ตั้งโอ๋,,,ก๊ากกกยังคงมีชื่อที่น่ารักเหมือนเดิม

จากคุณ maple/(nuchaba_lee) อัพเดตเมื่อ 28/06/2554 23:50:18
ความคิดเห็นที่ 3
ตีกันไปมาแบบนี้จะดีเหรอค่ะ
จากคุณ สา/(474467144) อัพเดตเมื่อ 27/06/2554 11:32:32
ความคิดเห็นที่ 4
ตีกันไปตีกันมาเจริญ!!!ฮะฮ่า
จากคุณ opel/(loveopelsss) อัพเดตเมื่อ 26/06/2554 21:57:30
ความคิดเห็นที่ 5
อยากให้อัพ ทุก วัน

จะได้อ่านทุกวัน  ... แลดูมีความสุข

อ่านไปยิ้มไป   มันฮาได้อีกนะเนี่ย ><
จากคุณ ยู่ยี่/(0849491494) อัพเดตเมื่อ 24/06/2554 19:20:52
ความคิดเห็นที่ 6
ไม่รู้จะเชียร์ใครดี...หรือสงสารใครมากกว่ากัน...
เห็นด้วยกับไรเตอร์เลยค่ะ,,,กรรมใดใครก่อกรรมนั้นกลับคืนสนอง,,เพราะแสบกันทั้งคู่เลย..
ว๊าววว ตอนหน้าจะคืนดีกันแล้วเหรอค่ะ?
ดีจังเลย...สงสารเด็กที่ถูกผู้ใหญ่แกล้ง..และก็สงสารผู้ใหญ่ที่ถูกเด็กแกล้งกลับค่ะ..อิอิ
แต่อดสงสารน้องโดนัทไม่ได้ค่ะ ที่โดนครูตี..น้องร้องให้ด้วยซิ...
เฮียมนัสจุดจบเป็นอย่างนี้นี่เอง..สมน้ำหน้า...น่าจะทำให้เจ็บกว่านี้อีกสักหน่อยนะค่ะ..
มดตะนอยกับโอ๋เอ๋เป็นชื่อที่น่ารักมากๆเลยค่ะ
จากคุณ maple/(nuchaba_lee) อัพเดตเมื่อ 23/06/2554 19:17:41
หน้าที่ 1 จาก 1 หน้า
แสดง เรื่อง
 
จำนวนผู้ชมเว็บแจ่มใสขณะนี้: 171 ท่าน