Guest   
 
Username: 
Password:  




 




  






 
อ่านเรื่อง
Blackmail ต้นเหตุรัก แผนร้ายกับยัยประหลาด Update Episode 12 Nymphomania กับความจริง [ไรเตอร์สำนึกผิดแล้วที่หายหัวไป TT^TT 40% แรกค้าบ... ]
kyo
Blackmail Episode 7 เปิดศึก Up แล้วจร้า~
8
01/11/2554 11:24:53
1711
เนื้อเรื่อง



                     แสงอาทิตย์ที่สาดส่องผ่านผ้าม่านเข้ามาภายในห้อง กระทบใบหน้า แยงตาทำให้ฉันจำใจต้องตื่น นาฬิกาบนหน้าจอมือถือที่ฉันขว้าขึ้นมาดูจากโต๊ะข้างเตียงบอกว่าตอนนี้เกือบจะบ่ายสองแล้ว (แผนสำหรับดรีมเวิลด์ก็ชวดไป) ฉันวางโทรศัพท์ไว้ที่เดิม ค่อยๆ ลุกนั่งบนเตียง ผ้านวมหนาสีเทาถูกฉันสลัดออกกระเด็นไปอยู่บนพื้น ฉันที่ยังงัวเงียลุกขึ้นจากเตียง ลากผ้านวมที่นอนแอ้งแม้งอยู่บนพื้นขึ้นคลุมเตียง ก่อนจะเดินเข้าห้องน้ำเพื่อชำระล้างตัวกว่าชั่วโมงครึ่ง
                ฉันเลือกเสื้อผ้าสำหรับใส่ไปรับพี่บอย ด้วยเสื้อกล้ามสีครีม กางยีนส์ขาสั้น เสื้อคลุมตัวยาวถึงสะโพกสีดำและรองเท้าผ้าใบสีเทา ฉันจัดการย้ายข้าวของที่จำเป็นจากกระเป๋าสะพายไหล่คู่ใจ เปลี่ยนมาใช้กระเป๋าสะพายข้างสายยาวเหมาะกับชุดลำลองและรองเท้าผ้าใบเป็นอย่างดี ฉันสวมรองเท้าผ้าใบที่ทำความสะอาดมาแล้วเป็นอย่างดี หยิบโนเกียยัดใส่กระเป๋ากางเกง และไม่ลืมที่จะหยิบกุญแจรถ Porscheสีเทาคาร์บอนติดมือมาด้วย ในเมื่อแลกกับฉันแล้ว ฉันก็ต้องใช้ให้คุ้ม ~( ̄▽ ̄)~
                ฉันเดินผ่านห้องนอนสามห้องที่เงียบสนิทมายังห้องโถงชั้นบนที่ที่ป้านิ่มกำลังปัดกวาดเช็ดถูอยู่
“พึ่งตื่นหรอคะหนูเฟิฬ”
ป้านิ่มที่หยุดเก็บกวาดชั่วคราวหันมาถามฉัน
“ค่ะป้า แล้วคุณพ่อคุณแม่ตื่นรึยังคะ”
“คุณทั้งสองออกไปบริษัทตั้งแต่เช้าแล้วล่ะค่ะ”
“ไปบริษัทในเช้าวันอาทิตย์นี่นะหรอคะ”
ป้านิ่มเพียงส่งยิ้มมาแทนคำตอบเท่านั้น
“งั้น เดี๋ยวเฟิฬมานะคะป้า ถ้าคุณพ่อคุณแม่กลับมาก่อนรบกวนบอกท่านด้วยว่าหนูไปรับบอยนะคะ”
ป้านิ่มยิ้มรับอีกครั้ง ฉันเดินลงมายังชั้นล่าง ห้องรับแขกไม่ได้ว่างเปล่าอย่างที่ฉันคิด ชายผมดำสนิทในเสื้อเชิ๊ตแขนยาวสีฟ้า พับแขนขึ้นมาประมาณข้อศอกกับกางเกงยีนส์สีเทาซีด กำลังนั่งคุยโทรศัพท์ทำเสียงน่าสะอิดสะเอียนอย่างออกรส
                ฉันเดินผ่านโซฟาหนังสีครีมตัวยาวออกมานอกบ้าน กำลังเดินตรงไปที่โรงจอดรถ แต่กลับมีมือของคนที่คุณก็รู้ว่าใครดึงไว้ซะก่อน ฉันหันตัวไปตามแรงดึงนั่น
                “คุณอยากให้ผมไปรับรึเปล่าล่ะ”
                จะคุยโทรศัพท์ก็คุยไปสิยะ จะมารั้งฉันไว้ทำซากอะไรเนี่ย (ได้แต่ด่าในใจ)
                “....” >> ฉันเองที่ได้แต่เงียบและขัดขืนไม่ได้(一-一)
                “ไปได้สิ คอนโดผมก็เหมือนคอนโดคุณนั่นแหล่ะ...  เพรียวจะขึ้นไปรอข้างบนก็ได้ เดี๋ยวผมให้พนักงานเอากุญแจสำรองไปเปิดห้องให้... ได้จ๊ะที่รัก แล้วผมจะรีบไป คิดถึงนะครับ”
                อื้อหือ... คำพูดสื่อมาก ไอ้บ้ากาม!!
                “กล้ามากเลยนะเอาผู้หญิงขึ้นคอนโดน่ะ”
                ฉันแขวะใส่ผู้ชายที่ยืนอยู่ตรงหน้า เขาคลายมือออกจากมือฉัน ก่อนจะยัดโทรศัพท์มือถือเข้าประเป๋ากางเกง
                “ฉันทำอะไรรอบคอบเสมอ”
                “จะบอกว่าไอ้ที่ฟันแล้วทิ้งแต่ละคืนน่ะ เค้าตามนายไม่ได้ยังงั้นสิ”
                “แน่นอน”
                ไอ้ทุเรสเอ้ย!! ตอบมาได้เต็มปากเต็มคำ ฉันไม่น่าพลาดให้คนทุเรสแบบนี้เลย (╥﹏╥)
                “ช่างเถอะ นั่นไม่ใช่เรื่องของฉัน”
                ฉันว่าพลางเดินกลับไปทางโรงรถ นี่ก็บ่ายสามโมงกว่า ถ้าช้ากว่านี้อีกนิด ไปถึงสนามบินช้าแล้วพี่ตัวดีจะโวยวายใส่เอา
                “แล้วนั่นเธอจะไปไหน”
                เขาว่าพลางเดินตามหลังฉันมาด้วย
                “อย่ายุ่งเรื่องของฉันมากนักจะได้มั้ย มันน่ารำคาญ”
                “ฉันเคยสนเรื่องความรู้สึกเธอด้วยรึไง”
                กร๊าซซซซ!!! ฉันเกลียดนาย เอาคะแนนความเกลียดไปเต็มร้อยเลยไป๊!!
                “เออ ลืมไปว่านายมันค่อนข้างจะ  เลว”
                เขาดูจะไม่สะทกสะท้านกับคำด่าอันร้ายแรงของฉันซักเท่าไหร่ ก็ดูจากท่าทางยิ้มน้อยๆ ที่มุมปากของเขา มันบอกได้เลยว่า ไม่สลด (_ _。)  
                “ขอบใจที่เข้าใจในตัวฉันดี แล้วตกลงเธอจะไปไหน”
                “สุวรรณภูมิ” ไม่มีประโยชน์ที่จะเถียงกับอิตานี่เท่าไหร่หรอก แค่ตอบไปตรงๆ จะง่ายกว่า “แต่ฉันไม่มีนโยบายจะหิ้วใครไปกับฉันด้วย”
                “เข้าใจดี ว่าเธอจะไม่หิ้วใครไปด้วย ฉันเลยจะหิ้วเธอไปกับฉันแทน”
                เขาไม่ว่าเปล่า กลับลากแขนฉันไปยัง Lamborghiniสีขาวของตัวเอง
                “นี่ไอ้บ้า อย่ามาใช้สันดานดิบกันฉันซ้ำแล้วซ้ำเล่านะ!”
                “ก็ถ้าฉันบอกว่าฉันจะพาเธอไปสุวรรณภูมิ เธอจะไปกับฉันดีๆ มั้ยล่ะ”
                “ไม่”
                ใครจะยอมไปกับไอ้บ้าหื่นกามนี่ง่ายๆ ล่ะ ถามคนบ้าเค้ายังตอบคำถามนี้ได้เลย ไอ้โรคจิต  \("▔□▔)/ 
                “ถ้างั้นก็ขึ้นรถ”
                เขาพูดพร้อมยัดฉันเข้าไปในรถของตัวเอง หัวฉันกระแทกเข้ากับขอบประตู แต่แทนที่อิตาดารานรกนี่จะแสดงอาการเป็นห่วงซักหน่อย แต่ไม่เลย กลับหัวเราะซ้ำซะอีก
                เลวมาก (╥﹏╥)
                “ฉันไม่ขึ้น ฉันจะไปเอง”
                ฉันมุดตัวออกมาจากประตูรถที่เขากำลังจะปิดให้ พลางหยิบกุญแจรถสปอร์ตสีเทาคาร์บอนออกมาจากกระเป๋ากางเกงก่อนที่ชายร่างสูงจะแย่งมันไปจากมือ เขากดปลดล็อค รถสีเทาคาร์บอนร้องเบาๆ ก่อนที่เขาจะกดปิดอีกรอบ
                “นั่นไม่ใช่รถเธอ!”
                “ตวาดฉันทำไมฮะ นายมีญาติเป็นพวกโทรโข่งใช่มั้ย ดีแต่ใช้เสียงขู่ฉันอยู่ได้”
                “หุบปากแล้วขึ้นรถฉันซะ!”
                “ไม่ขึ้น รถนายนั่งได้แค่สอง”
                “แล้วเธอจะไปรับใครรึไง”
                “แล้วนายคิดว่าฉันจะไปสุวรรณภูมิเพื่อซื้อกาแฟรึไงฮะ แล้วฉันก็ไม่เอารถฉันไปด้วย”
                “นี่พยายามจะขับรถไอ้หมอนั่นให้ได้เลยใช่มั้ยฮะ!!”
                “ใช่”
                แล้วไงล่ะ ความชอบส่วนบุคคล (─___-)
                “คิดหรอว่าฉันจะยอม”
                เขาพูดจบก็เดินกลับเข้าไปภายในบ้าน เพียงแค่ไม่กี่นาทีที่ฉันกำลังคิดแผนหนีไปสุวรรณภูมิคนเดียว เขาก็เดินกลับออกมาพร้อมกุญแจรถในมือ เขากดปลดล็อค Benz E-class sedan สีดำสนิทที่จอดนิ่งอยู่นาน
                “นั่นรถแม่ฉัน นายมีสิทธิอะไรมายุ่ง!”
                “บังเอิญว่าฉันโทรขอกับแม่เธอแล้ว ฉะนั้น ไปขึ้นรถซะ!!”
“เออๆๆๆ ดีๆ พอใจแล้วใช่มั้ยไอ้เผด็จการ!!”
                ฉันตะโกนอย่างไม่พอใจ แต่ขาก็ก้าวขึ้นไปนั่งบนรถคันใหญ่สีดำอย่างเสียไม่ได้ แม่นะแม่ทำอะไรไม่ปรึกษาเลย
                เวรกรรมมม~
               
                กว่าชั่วโมงแล้วที่ฉันนั่งเงียบอยู่บนรถ ไม่ใช่ว่าฉันกลัวอิตานรกนี่หรอกน่ะ (อันที่จริงกลัวนิดนึงก็ได้) แต่ฉันรู้สึกมึนๆ อยากจะอ้วกตั้งแต่ออกจากบ้านมาแล้ว สงสัยจะเป็นเพราะนอนผิดเวลาเมื่อคืนแน่นอน
                “นี่ยัยประหลาด เธอเป็นอะไรรึเปล่าน่ะ”
                เสียงชายที่นั่งข้างๆ ถามขึ้นขัดความเงียบในรถ
                “ถ้านายหุบปากแล้วอย่ามายุ่งกับฉัน แค่นั้นก็ทำให้ฉันรู้สึกดีขึ้นแล้ว”
                “อย่ามากวนประสาทตอนนี้”
                “พึ่งรู้นะว่าบ้านนายเค้าเรียกว่ากวนประสาท แต่บ้านฉันเค้าเรียกว่าด่า”
                “ช่างเถอะ... ฉันแค่อยากจะรู้ว่าเธอเป็นอะไรรึเปล่า”
                (⊙_⊙)   ฉันควรจะถามกลับมากกว่าว่านายเป็นอะไรรึเปล่า อยู่ดีๆ มาทำตัวเป็นพระเอกซะเฉยๆ เนี่ยนะ
                “....”
                ฉันเงียบ นั่นคงเพราะกำลังช็อคอยู่ที่อิตาดาราบ้านี่ทำตัวเป็นพระเอกโดยไม่บอกกล่าวล่วงหน้า เขาที่หันมองฉันอยู่เป็นระยะๆ เลี้ยวเข้าไปในปั้มน้ำมันข้างทาง จอดรถเทียบเซเว่น ก่อนจะเดินลงจากรถแล้วเข้าไปข้างใน และไม่ถึงห้านาที เขาก็กลับขึ้นมาในรถพร้อมถุงเซเว่นใบเล็ก
                เขาแกะยาไทลินอลจากแผงส่งให้ฉัน 1 เม็ด ก่อนจะเปิดฝาขวดน้ำแล้วส่งมาให้ฉัน
                “กินซะ เธอกำลังไม่สบาย”
                “ฉันไม่ได้เป็นอะไรซะหน่อย”
                “ฉันคิดว่าตัวเธอคงร้อน” เขาว่าพลางเอาหลังมือขวามาสัมผัสบนหน้าผากของฉันเบาๆ “เธอตัวร้อนจริงๆ ด้วย หน้าเธอก็ซีดอย่างกับแวมไพร์”
                “แล้วนาย... ชอบแวมไพร์รึเปล่า”
                แว๊กกก!! นี่ฉันพูดบ้าอะไรออกไปเนี่ย ถามเค้าไปแบบนั้นได้ไง
                มันไม่ใช่ตัวฉันนะ เป็นเพราะพิษไข้แท้ๆ น่าขายหน้า
                “คิดว่าชอบนะ”
                อ๊ากก!! ตอบมาทำไม ฉันไม่ได้ตั้งใจจะถามน้า~
                และแล้วในรถก็มีแต่ความเงียบเชียบ แอร์เย็นๆ กับฤทธิ์ยา มันทำให้ตาฉันหนักๆ แสงตะวันเริ่มจางลง ฉันปิดเปลือกตาลงเบาๆ ก่อนที่จะมีมือใหญ่ๆ มาทาบทับบนใบหน้าของฉัน มือเย็นๆ ที่ทำให้ฉันรู้สึกสบายอย่างน่าเหลือเชื่อ
 
Air’s Part
                ก่อนอื่นขอแนะนำตัวกันนิดหน่อยนะครับ เผื่อจะมีคนที่ยังไม่รู้จักผม ผมมีชื่อว่าอนิวัฒน์ วัฒนาธร ผมเป็นที่รู้จักในชื่อว่าแอร์  และเป็นที่รู้จักเป็นอย่างดีในหมู่สาวๆ ผมเป็นดาราที่กำลังโด่งดัง ไม่ใช่เฉพาะฝีมือการแสดงที่หาใครเทียบยาก แต่ยังโด่งดังในข่าวฉาวหน้าหนึ่งอีกด้วย ใครๆ ก็เรียกผมว่าคาสโนว่า นั่นผมก็ไม่ได้จะปฏิเสธอะไรนะครับ เพราะผมเป็นแบบนั้นจริงๆ ในความรู้สึกของผมแล้ว ผมว่า ผู้หญิงก็เหมือนๆ กันหมด (เว้นแต่แม่กับเพื่อนผมนะครับ) แตกต่างก็ตรงที่หน้าตาแล้วก็ลีลาที่เย้ายวนก็เท่านั้นเอง (づ ̄³ ̄)づทุกวันนี้ ผมไม่ต้องวิ่งเข้าหาผู้หญิงด้วยซ้ำ แค่ผมอยู่เฉยๆ ผู้หญิงหลายคนก็นำเสนอถึงตักผมแล้ว ผมก็แค่สนองนิดหน่อยเพื่อไม่ให้เสียมารยาทเท่านั้นเอง
                สาวๆ หลายคนบอกว่ารอยยิ้มของผมสามารถทำให้เธอเหล่านั้นละลายและกลายเป็นทาสได้เลย (มันขนาดนั้นเลยหรอครับ) ซึ่งผมก็รู้สึกดีนะครับที่เป็นแบบนี้ จนกระทั่ง ผมได้เจอกับผู้หญิงคนหนึ่ง เธอขาว สวย หุ่นเซ็กซี่ สายตาเย้ายวน เพียงแค่แว็บแรกที่ผมพบเธอผมก็แทบจะกลืนกินเธอเข้าไปทั้งตัวแล้ว เธอเข้ามาหาผมเพราะต้องการลายเซ็น ของธรรมดาที่ผมทำให้ได้ง่ายๆ แต่การที่ตัวผมต้องการเธอมากขนาดนี้ มันก็ต้องมีเงื่อนไขกันหน่อย ผมสร้างเงื่อนไขเพื่อดึงเธอเข้าใกล้ตัวผม และจบลงเหมือนผู้หญิงทั่วไป เพียงแค่คืนเดียว แต่ว่า เพราะความแตกต่างจากผู้หญิงที่ผมเคยรู้จัก เธอค่อนข้างจะตรงไปตรงมา และที่สำคัญเธอไม่ได้ปลาบปลื้มผมเหมือนคนอื่นๆ แต่เธอกลับเกลียดผมเสียด้วยซ้ำ มันทำให้ผมคิดอยากจะรั้งเธอไว้นานขึ้น ด้วยการผูกมัดเธอด้วยวิธีการบางอย่าง แค่รั้งเธอไว้ให้ผมได้สนุกกับเธอนานขึ้นอีกซักหน่อย เอาชนะเธอ แล้วค่อยปล่อยเธอไปเหมือนคนอื่นๆ
                ผมพาเธอมาที่บ้าน ที่ที่มีผู้หญิงบนโลกนี้เพียง 3 คนที่ได้เหยียบเข้าไป นั่นคือแม่และเพื่อนสนิทของผม และเธอคือคนที่ 4 ปกติผมจะพาผู้หญิงไปตามคอนโดของผม บ้านผมทำธุรกิจเกี่ยวอสังหาริมทรัพย์ทุกประเภทที่คุณจะนึกออก มันเลยง่ายสำหรับผมที่จะสับเปลี่ยนผู้หญิงคนนู้นคนนี้ไปตามคอนโดที่ไม่ซ้ำกัน แต่กับเธอคนนี้ ผมก็ไม่รู้ว่าผมคิดอะไรอยู่ ถึงได้พาเธอไปที่นั่น ทั้งๆ ที่สุดท้ายแล้ว เธอก็จะไม่ต่างอะไรกับผู้หญิงคนอื่น
                เมื่อไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมา เธอมีท่าทางแปลกๆ เธอหน้าซีดและกุมขมับบ่อยเกินกว่าที่คนทั่วไปจะทำ ผมถามเธอเพราะเป็นห่วง แต่กลับกลายเป็นผมชวนเธอทะเลาะซะนี่ ผมเลยต้องจัดแจงหายาให้เธอ เธอหน้าซีดแถมยังหน้าแดง เวลาผมสัมผัสที่หน้าเธอคุณรู้รึเปล่าว่ามือผมสั่นแค่ไหน แต่ก็คงเป็นแค่ความตื่นเต้นที่ได้อยู่ใกล้ๆ ผู้หญิงที่มีเสน่ห์เท่านั้นแหล่ะ แค่ความตื่นเต้น ไม่มีอะไรมากกว่านั้น
                ตอนนี้เธอหลับตาพริ้มอยู่ในที่นั่งข้างๆ ผม ตัวเธอสั่นเทาเพราะความเย็นจากแอร์ ผมดึงผ้าคลุมไหล่ผืนยาวที่พับอย่างเรียบร้อยไว้ที่เบาะหลังมาคลุมตัวเธอ ตัวเธอเย็นเฉียบ ซีดเผือดเหมือนแวมไพร์ พูดถึงแวมไพร์ ผมไม่รู้ว่าทำไมเธอถึงถามว่าผมชอบแวมไพร์รึเปล่า แล้วผมก็ไม่รู้อีกเหมือนกันว่าทำไมถึงตอบไปว่าคงจะชอบ  สมองผมเริ่มสั่งการอย่างไร้การควบคุมแล้วใช่มั้ยเนี่ย!!
                รึว่า สำหรับเธอแล้ว ผมจะใช้สิ่งอื่นสั่งการแทนสมองนะ
 
Fern’s Part
                ฉันปรือตาตื่นหลังจากที่มีอะไรเย็นๆ มาสัมผัสที่ใบหน้า ภาพใบหน้าใครบางคนลางๆ อยู่เบื้องหน้าของฉัน พร้อมกับเสียงเรียกเบาๆ
                “ยัยประหลาด นี่ยัยบ้า ยัยเพี้ยน ยัยตัวแสบ ถึงแล้ว”
                “เรียกซักชื่อได้มั้ยเนี่ย แล้วก็เอามือนายออกไปด้วย”
                มืออิตาบ้านี่เองที่จับหน้าฉัน เย็นเฉียบอย่างกับกระป๋องแช่แข็ง ●﹏☉  
                “ปวดหัวรึเปล่า”
                “หายแล้วล่ะ ขอบใจนะ”
                “....”
                แค่ฉันพูดขอบใจแค่นี้นี่ถึงกับอึ้งเลยรึไงน่ะ
                “ไปเถอะ หกโมงจะครึ่งแล้ว”
                “เธอมารับใครกันน่ะ”
                “เงียบๆ แล้วแค่เดินตามมาก็พอ”
                โฮะๆ นี่ฉันเริ่มจะสั่งอิตานี่ได้มั่งแล้วหรอเนี่ยยย~ น่าภูมิใจเป็นที่ซู๊ดดด (づ ̄³ ̄)づ
                ฉันเดินหาหลักแหล่งที่พำนักพักพิงสำหรับรอผู้เป็นพี่ จนในที่สุดก็เจอซะทีร้านกาแฟ Starbuck
                ♪  When you're gone  The pieces of my heart are missing youWhen you're goneThe face I came to know is missing too...
                ทันทีที่ฉันหย่อนก้นลงเก้าอี้ โทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงก็ดังขึ้นก่อนที่ฉันจะหยิบมันออกมาแล้วกดรับสาย
                “ฮัลโหลล~”
                ฉันกรองเสียงทะเล้นผ่านโทรศัพท์ไปให้ผู้เป็นพี่
                “โอยย~ คิดถึงเสียงนี้สุดๆ อยู่ไหนแล้วยัยตัวดี”
                “อยู่สตาร์บัคชั้นสาม”
                “โอเคเดี๋ยวขึ้นไป”
                ยังไม่ทันที่ฉันจะได้พูดอะไรต่อ พี่ตัวดีก็ตัดสายไปซะแล้ว ฉันนั่งชะเง้อคอมองหาชายร่างสูงผมสีน้ำตาลอ่อนอย่างใจจดใจจ่อ ในขณะที่ชายผมสีดำสนิทที่นั่งอยู่ตรงข้ามก็ลอบมองฉันอยู่เหมือนกัน
                ฉันเห็นนะยะว่ามองฉันอยู่ ไม่ต้องมาทำเนียนหน่อยเลย (◕‿-。)
                ไม่ถึง 10 นาที ชายร่างสูงกว่า 183 เซ็นฯ ผมสีน้ำตาลอ่อนซอยสั้น ใบหน้าคมชัดอย่างชายไทย ผิวที่ขาวอย่างหยวกกล้วย เขาอยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีดำพับแขนถึงข้อศอกกับกางเกงยีนส์ เขามาพร้อมกระเป๋าสัมภาระใบใหญ่ 2 ใบพร้อมสะพายกระเป๋าเป้ใบใหญ่ไว้ด้วยไหล่ข้างเดียว  เขากำลังมองหาร้านซึ่งเป็นจุดนัดพบ และเมื่อเห็นฉันแล้ว เขาก็ทำการระบายยิ้มให้ฉันทันที ฉันเดินออกไปหาพี่ที่อยู่ห่างจากร้านเพียงไม่กี่ก้าวเท่านั้น
                “ผอมลงไปนะ”
                พี่บอยที่ยืนอยู่เบื้องหน้าฉันทักพร้อมกับสวมกอดฉันแน่น สามเดือนที่ฉันไม่ได้กอดพี่ชายตัวเองแบบนี้ อันที่จริงถ้าให้เลือกระหว่างไม่มีพี่คอยกีดกันเรื่องรักๆใคร่ๆ กับมีพี่ไว้ถึงจะชอบกีดกันผู้ชายออกไป ฉันเลือกที่จะให้พี่บอยอยู่ด้วยดีกว่า
                “พี่ไม่อยู่ฉันกินไม่ค่อยลงน่ะ”
                “อย่ามาทำพูดดี ไม่มีใครซื้อให้กินล่ะสิ” พี่พูดพลางคลายกอดออกจากฉัน ฉันหันไปส่งสัญญาณกับชายผมดำที่นั่งอยู่ในร้านว่าให้ออกมาจากร้านได้แล้ว “ผู้ชายคนนั้นใคร”
                นั่นไง คิวพี่ฉันมาแล้วว~
                “ก็พูดไม่ค่อยถูกน่ะ เอาไว้พี่คุยเองก็แล้วกัน ของถนัดอยู่แล้วใช่มั้ยล่ะ”
                “พี่คุยแน่”
                เสียงหนักแน่นแฝงไปด้วยความน่ากลัว พี่ฉันจะเปิดศึกรึเปล่านะ ( ‵□′) 
                ทันทีที่อิตาบ้านรกแตกนั่นเดินมาเผชิญหน้าพี่บอยอยู่ ฉันก็พยายามจะแนะนำให้ทั้งคู่รู้จักกันบ้าง แต่...
                “ผมคิดว่าเราน่าจะไปคุยกันบนรถ”
                นี่เสียงพี่ฉันเอง ดุดันและเอาจริงเอาจัง ฉันว่างานนี้ไม่ง่ายสำหรับพี่บอยแน่นอนที่จะกำจัดผู้ชายคนนี้ออกไปจากชีวิตฉัน
 
                ภายในรถสีดำกว้างขวาง บรรยากาศสยดสยองเข้าปกคลุมตั้งแต่ที่รถเคลื่อนออกจากลานจอดรถของสนามบิน ฉันที่กระเด็นไปนั่งเบาะหลังอยากจะตายหนีบรรยากาศแบบนี้ซะเหลือเกิน
                ฉันแอบสงสัยว่า สองหนุ่มที่เบาะหน้ากำลังทะเลาะกันผ่านกระแสจิตอยู่รึเปล่า ( ¯ □¯ )
                “นายเป็นใคร”
                เสียงคมเข้มของผู้ชายในที่คนขับดังขึ้นขัดความเงียบ แต่ไม่ได้ลดบรรยากาศสยดสยองลงเลย มีแต่จะเพิ่มมวลอากาศตึงเครียดเข้าไปอีก
                “ฮึ ก่อนจะถามคนอื่น ทำไมไม่รู้จักแนะนำตัวซะก่อน”
                พี่บอยที่ส่งเสียงเข้มขู่กลับไป ทำให้ฉันอยากจะแทรกช่องว่างระหว่างเวลากลับบ้านเดี๋ยวนี้เลย
                น่ากลัว~
                “ผมคิดว่าไม่จำเป็นต้องแนะนำตัวกับผู้ชายที่ยุ่มย่ามกับผู้หญิงของผม”
                “แค่ผมไม่อยู่สองเดือนกว่าๆ ผู้หญิงของผมกลายไปเป็นผู้หญิงของคนอื่นไปแล้วหรอกหรอ”
                ชายในที่นั่งคนขับมองฉันผ่านกระจกมองหลังด้วยสายตาตกใจเล็กน้อย ก่อนจะยิ้มที่มุมปาก
                “ก็ถ้าดีจริง ผู้หญิงของตัวเองจะเปลี่ยนใจไปเป็นผู้หญิงของคนอื่นได้หรอ”
                เอ่าเฮ้ย!! ฉันไม่ได้ไปหานายนะเฟ้ยย~ นายนั่นแหล่ะ ไอ้เลว \("▔□▔)/
                “คุณแน่ใจหรอว่าผู้หญิงของผมน่ะ คนเดียวกับผู้หญิงของคุณ”
                “ฮึ ถ้าผมไม่แน่ใจ คงไม่กล้าเปิดตัวเธอให้เป็นข่าวดังหรอก”
                “ที่แท้ ก็ดาราที่มีปัญหาเรื่องการควบคุมอารมณ์ทางเพศนี่เอง”
                โอ๊ยยย!! พี่จ๋า ใจเย็นๆ น้า อิตาบ้านั่นมันเร่งเครื่องไป 150 กว่าแล้ว~ (>﹏<)
                “ขอโทษด้วยแล้วกัน ที่ผมควบคุมอารมณ์ได้ไม่ค่อยดี โดยเฉพาะกับผู้หญิงของผม ใช่มั้ยเฟิฬ”
                “นี่นาย!!!” พี่บอยที่ทำท่าจะเอาเรื่องอิตานรกบ้ากามนั่น ก่อนจะควบคุมสติได้ซะก่อน ฉันแอบเห็นสีหน้ามีชัยของอิตาดารานรกเลวนี่ด้วย “ผมพูดตรงๆ เลยแล้วกัน ผมจะไม่ยอมให้ผู้หญิงของผม ตกไปเป็นของผู้ชายสารเลวแน่นอน”
                “ผมก็เช่นกัน”
                ชายตาสีดำจางหันมายิ้มน้อยๆ อย่างได้ใจให้ชายตาสีน้ำตาลที่นั่งอยู่ข้างๆ และหลังจากนั้น สภาพอากาศภายในรถเหมือนกำลังมีเมฆหมอกหนาแน่น อากาศหนาวเหน็บและหายใจไม่ค่อยสะดวก จนทำให้ฉันอยากฆ่าตัวตายไปซะเดี๋ยวนี้เลย
                ขอมีดให้ฉันเอาไว้เชือดคอตัวเองทีเถอะ (╥﹏╥)
 
               
                รถสีดำสนิทค่อยๆ เคลื่อนตัวผ่านรั้วอิตาลีสูงเข้าไปภายในรั้วบ้าน และกลับเข้าไปจอดเทียบรถ bmw series 5 สีบอร์นเงิน อยู่ในโรงรถ แสดงว่าพ่อกับแม่ฉันคงจะกลับมาจากบริษัทแล้ว
                พี่บอยที่เดินลงจากรถทันทีที่รถจอด เขาเดินเข้าไปภายในตัวบ้านอย่างอารมณ์เสีย ทิ้งให้ฉันกับอิตาบ้านรกนี่อยู่ด้วยกันแค่สองคน
                “เธอนี่ร้ายนะยัยประหลาด”
                อิตาบ้านั่นต่อว่าฉันทันทีที่ลงจากรถ แล้วมายืนอยู่เบื้องหน้าฉัน
                “ฉันร้ายตรงไหนฮะ”
                “ต่อจากนี้ฉันคงต้องทำความรู้จักกับเธอให้มากกว่านี้” เขาส่งสายตาแข็งกร้าวมาให้ฉัน ก่อนจะเดินกลับเข้าไปในบ้าน ฉันเดินตามเขาเข้าไปอย่างไม่สบอารมณ์
                ภายในห้องรับแขก พี่บอยที่ยืนนิ่งจ้องหน้าชายตาสีเทาที่ยืนเหนือโซฟาหนังสีครีมตัวยาว ก่อนจะหัวเราะในลำคอแล้วหันมาทางฉันกับอิตาดาราบ้ากามนั่น
                “สองเดือนที่ฉันไม่อยู่นี่ ทำฉันเซอร์ไพร์มากเลยนะเฟิฬ”
                เหอๆ สุดท้ายก็คือลงที่ฉัน ฉันดวงตกอยู่ใช่มั้ยเนี่ย!! (_ _。)  
                “ฉันคงจะมาอยู่ที่นี่ซักพักว่ะบอย จนกว่าจะหาบ้านได้”
                ฉันคิดว่า การเป็นเพื่อนเก่าจะทำให้บรรยากาศดีกว่านี้นะ แต่นี่มันอะไร นี่มาเปิดศึกอะไรกันในบ้านฉันเนี่ย -_-^
                “ถ้าฉันหาให้ ไม่เกินพรุ่งนี้นายคงได้ย้ายออกจากที่นี่แล้วว่ะ”
                “ขอโทษทีที่ฉันไม่ค่อยปลื้มกับบ้านที่คนอื่นเลือกให้ แล้วฉันก็ค่อนข้างพิถีพิถันกับการเลือกของให้ตัวเองซะด้วย”
                ฉันที่ยืนไว้อาลัยให้กับตัวเองกำลังสังเกตการณ์ชายทั้งสามอยู่ อิตาดารานรกนี่ยืนกอดอกอยู่ใกล้ๆ พอให้ได้ยินบทสนทนาอย่างชัดเจน พี่บอยที่กำลังจ้องหน้าแซมตาไม่กระพริบ สายตาคาดเดาอะไรไม่ค่อยได้ ส่วนแซมที่ยิ้มมุมปาก สายตาจดจ้องที่พี่บอยอย่างกับศัตรู และคัดสรรคำพูดยั่วมั่วโหพี่บอยไม่ใช่น้อยๆ
                “แล้วโรงแรมนายล่ะ มีปัญหาอะไรรึเปล่าถึงไปอยู่ที่นั่นไม่ได้ รึว่าโรงแรมนายขาดสภาพคล่องทางการเงิน ถ้าปัญหาเรื่องนั้น ฉันสงเคราะห์ให้ได้อยู่นะ คืนละแสนสองแสนฉันคิดว่าคงพอสำหรับค่าห้องพักของนาย”
                แซมที่ยิ้มมุมปากอยู่เมื่อไม่นาน ตอนนี้ใบหน้าฉายแววตาโกรธเคืองแทนแล้ว ในขณะที่พี่บอยกำลังยิ้มเยาะอย่าง
สะใจ
                “เรื่องนั้นไม่มีปัญหากับฉันซักนิด ฉันก็แค่” ยิ้มแบบมีเลศนัยแบบนั้น แซมที่น่ารักน่าทะเล้นหายไปไหนเนี่ย “ชอบบรรยากาศแถวนี้มากไปหน่อย แต่ไม่นานเกินรอหรอกน่าบอย ถ้าฉันแน่ใจว่าบ้านที่ฉันจะเลือกฝากตัวเองไว้เต็มใจรับฉันเข้าไปอยู่ด้วยล่ะก็ ต่อให้บ้านหลังนั้นมีคนอยู่ๆ แล้ว ฉันก็จะเอามาเป็นบ้านของฉันให้ได้”
                แซมละสายตาจากพี่บอย มาหาชายที่ยืนอยู่ไม่ห่างจากฉัน เขาจ้องอิตาดารานรกนี่ไม่ต่างอะไรกับที่จ้องพี่บอยเมื่อกี้ไม่มีผิด ก่อนจะหันไปจ้องตากับคู่สนทนาเดิม
                “เจ้าของบ้านบางคน เขาก็ไม่ได้ใจดีจะสละบ้านให้ใครง่ายๆ หรอกนะแซม”
                “ขอโทษที ฉันไม่ได้ขอ แต่ฉันจะแย่ง”
                แซมว่าจบเขาก็หันหลังเดินกลับขึ้นไปยังชั้นสอง พี่บอยที่จดจ้องแผ่นหลังแซมที่กำลังเดินขึ้นชั้นสอง ละสายตามาทางฉัน ด้วยสายตาอันน่ากลัว ที่ตั้งแต่เกิดมา ฉันก็ยังไม่เคยได้เห็น
                “ตามฉันไปที่บ้านด้วย”
                พี่บอยสั่งฉันเสียงเข้มก่อนจะเดินออกจากบ้านไป
                “เรื่องนี้นี่ท่าจะไม่จบง่ายๆ นะ เรื่องเข้มข้นแบบนี้ฉันชอบซะด้วยสิ” อิตาบ้ากามที่ยืนสังเกตการณ์พูดขึ้น
                “นี่นายเห็นความทุกข์ของฉันเป็นเรื่องสนุกรึไง”
                “ฉันสนความรู้สึกเธอด้วยหรอ”
                ฉันเกลียดนายยย!! ไอ้บ้าเอ้ย
                อิตาดารานรกนี่ยิ้มเยาะฉันอย่างสะใจ ก่อนจะหยิบโทรศัพท์มือถือที่สั้นเครือออกมาจากกระเป๋ากางเกง มองหน้าจอด้วยใบหน้าหื่นกาม ก่อนจะกดรับสาย
                “ครับที่รัก.... ผมกำลังไป รอแปปนึงนะ.... ครับ คิดถึงเหมือนกันครับ”
                ว่าจบเขาก็กดตัดสายแล้วหันกลับมาสบตาฉันด้วยสายตาแปลกๆ -_-^
                “ที่รักเรียกขึ้นเตียงล่ะสิ ทุเรสที่สุด” (︶︿︶)
                “ถ้าใช่แล้วจะทำไม หึงฉันรึไง”
                หึงหรอ? ไม่ใช่ซักหน่อย บ้ารึเปล่า ใครจะไปคิดอย่างนั้นกันล่ะ ไม่ใช่เรื่องที่ฉันจะหึงอิตาบ้ากามนี้ซักหน่อย-_-^
                “อยากจะไปตายที่ไหนก็ไปเลยไป”
                “โอเค ยัยประหลาดอย่างเธอคงไม่มีความรู้สึกอะไรกับฉันอยู่แล้วล่ะ”
                “...”
                “พรุ่งนี้ฉันจะมารับเธอไปมหา’ลัยวันแรก อย่าไปกับใคร อย่าให้ใครไปส่งโดยที่ฉันไม่อนุญาต”
                ว่าจบ ผู้ชายงี่เง่านี่ก็เดินออกจากบ้านไป โดยไม่ลืมที่จะจับมือฉันไปรับกุญแจรถเบนซ์สีดำจากมือเขา ฉันสะบัดมือออกอย่างเร็วเมื่อมือเขาสัมผัสโดนมือของฉัน ก็อยู่ๆ ฉันรู้สึกเหมือนมีไฟไม่กี่วัตต์มาช็อตที่มือ เขาไม่มีท่าทางตกใจอะไร กลับก้มเก็บกุญแจแล้วส่งให้ฉันอีกครั้งโดยที่มือของเราไม่สัมผัสกัน
                “อย่าลืมกินยาด้วย เธอยังหน้าซีดอยู่”
                เขาหันกลับมาพูดกับฉันขณะที่กำลังเดินออกจากบ้าน
                ฉันรู้สึกแปลกๆ ในอกยังไงก็ไม่รู้ การที่เขาทำดีด้วย คงจะไม่ทำให้ฉันเปลี่ยนใจจากเกลียดชังเป็นอย่างอื่นหรอกนะ เพราะความผิดที่เขาได้ทำไว้ มันมากมายเหลือเกิน
 
ข้อความ :
จากคุณ * :
 

หน้าที่ 1 จาก 1 หน้า
แสดง เรื่อง
ความคิดเห็นที่ 1
ขอบคุณคร่า
จากคุณ kyo/writer/(kyokasawa) อัพเดตเมื่อ 04/07/2554 17:58:33
ความคิดเห็นที่ 2
อุว้าวๆ   พระเอกเราเจอศึกหนักซะแล้วซี่  อย่างนี้ต้องรีบทำคะแนนซะแล้ว โหวตให้นะค่ะ กลับมาอัพเร็วๆล่า
จากคุณ ปอ/(helikopter) อัพเดตเมื่อ 04/07/2554 15:38:46
ความคิดเห็นที่ 3
อีกนิดเดียวคร่า.....
ความรักจะเข้ามาแบบไม่ทันตั้งตัว ^^
จากคุณ kyo/writer/(kyokasawa) อัพเดตเมื่อ 24/06/2554 22:13:31
ความคิดเห็นที่ 4
รักกันซะทีซี่ พระเอกก็เจ้าชู้เฟลือเกินแล้วแบบนี้เมือ่ไหร่จะได้รักกันอ่า
จากคุณ ปอ/(helikopter) อัพเดตเมื่อ 24/06/2554 13:06:30
ความคิดเห็นที่ 5
ยังไมจบตอนนะคะ ... เป็นกำลังใจให้ไรเตอร์ด้วยน้า~ ^^
จากคุณ kyo/writer/(kyokasawa) อัพเดตเมื่อ 23/06/2554 21:37:19
หน้าที่ 1 จาก 1 หน้า
แสดง เรื่อง
 
จำนวนผู้ชมเว็บแจ่มใสขณะนี้: 312 ท่าน