Guest   
 
Username: 
Password:  




 




  






 
อ่านเรื่อง
รักเล่ห์ เสน่ห์ร้าย
ดารานิล
11. มนตราของดวงจันทร์
12
10/06/2554 23:26:23
1002
เนื้อเรื่อง

11. มนตราของดวงจันทร์

ไออุ่นจากอกกว้างของคุณหมอที่ได้อิงแอบแนบชิดกันตอนนี้ มันทำให้หญิงสาวแทบอยากจะกรี๊ดให้ลั่นบ้าน ก็ดูเขาสิ หล่อ แมน แฮนซั่ม แถมยังสุภาพบุรุษสุดๆ อย่างนี้จะไม่ให้เธอหลงรักได้อย่างไร อยากจะอยู่อย่างนี้ไปเรื่อยๆ จัง...

“ถึงบ้านแล้วครับคุณตัง” เสียงนุ่มๆ เอ่ยขึ้นหลังจากมาหยุดอยู่หน้าบ้านหลังใหญ่ที่รูปทรงไม่ต่างจากบ้านของเขาเลยแม้แต่น้อย

หญิงสาวฝันค้าง นึกอยากจะให้ระยะทางจากบ้านเขามายังบ้านเธอนั้นทอดยาวออกไปอีกหน่อย แถมยังอดเสียดายไม่ได้ที่วันนี้ไม่มีสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่ามนุษย์ผ่านไปมาแถวนี้เลยสักคนเดียว ไม่งั้นเธอจะชูคอให้ใครต่อใครได้เห็นกันไปว่าหนุ่มน้อยคนนี้ตกเป็นของเธอแล้ว

ถ้าใครเห็นแล้วเอาไปพูดต่อ แม่จะแจกเงินให้เลยรายละหนึ่งหมื่นบาทถ้วน!

“หมอชินปล่อยตังลงตรงนี้ก็ได้ค่ะ เดี๋ยวตังเดินเข้าไปเอง กลัวแขนหมอจะหักไปก่อน” พูดพลางปล่อยแขนข้างหนึ่งจากคอแข็งแรงของคุณหมอหนุ่ม เพื่อล้วงเอากุญแจบ้านในกระเป๋ากางเกงออกมา

“ไม่เป็นไรครับ คุณตัวเบาจะตายแค่นี้ไม่หักหรอก” คชินทร์ยิ้มมุมปาก มองต่ำไปยังคนในอ้อมแขนที่กำลังไขกุญแจรั้วอย่างขลุกขลัก

เธอไม่รู้ตัวเลยหรือว่าตัวเบาแค่ไหน ชายหนุ่มนึกแปลกใจเมื่อได้อุ้มเธอขึ้นมาจริงๆ สงสัยว่าจะต้องกำชับให้กินข้าวมากกว่านี้เสียหน่อย จะได้มีน้ำมีนวลกว่าตอนนี้

แล้วนี่เขาจะมายุ่งเรื่องส่วนตัวของเธอทำไมกัน? ชายหนุ่มส่ายหัวก่อนจะสลัดความคิดนั้นทิ้งไป

ไม่นานนักคชินทร์ก็พาเจ้าของบ้านคนสวยเข้ามาในบ้านได้ เขาค่อยๆ วางร่างระหงของเธอไว้บนโซฟาอย่างเบามือ ก่อนจะนั่งยองๆ บนพื้นเพื่อดูข้อเท้าให้เธออีกที

“โฮ่งๆๆๆ” เจ้าใบ้ส่งเสียงเห่าชายหนุ่มดังขรม กระดิกหางด้วยความอยากเล่นสุดกำลัง

“ตอนนี้ยังไม่ว่าง ไปเล่นตุ๊กตาก่อนนะใบ้ หมอขอดูเท้าให้เจ้านายแกก่อน” ได้ยินคำว่าตุ๊กตาเจ้าหมาน้อยก็วิ่งไปคาบตุ๊กตากระต่ายคู่กายที่ซุกอยู่มุมห้องทันที

“หมอชินไม่ต้องหรอกค่ะ เดี๋ยวตังพักซักหน่อยก็ดีขึ้นแล้ว ลุกขึ้นเถอะ” หญิงสาวรู้สึกผิด ที่เห็นชายหนุ่มต้องมาคอยดูแลเธอเช่นนี้ ทั้งที่ความจริงมันเป็นเรื่องที่เธอสร้างขึ้นมาทั้งนั้น ไม่ได้เจ็บขาแม้แต่นิดเดียว...

แต่ชายหนุ่มไม่ตอบแต่เหลือบตาขึ้นมามองหญิงสาวตรงหน้า พร้อมกับส่งยิ้มละมุนให้ ขณะใช้มือใหญ่ของตนเองนวดคลึงไปบนข้อเท้าของหญิงสาวอย่างเบามือ

โอ้ย...หมอคะ หมอจะแสนดีให้ตังหลงไปถึงไหนกันเชียว...

“พอเถอะค่ะ หมอชินทำยังกะตังเป็นคนป่วยเลย” เพียงแค่ได้ยินคำว่า ป่วย เจ้าใบ้จากที่กำลังเดินอย่างดี๊ด๊าก็กลายเป็นง่อยเปลี้ยเสียขาขึ้นมาบัดดล จนคนที่นั่งอยู่บนโซฟาต้องเบิกตาด้วยความตกใจ

จะมาทบทวนความรู้อะไรกันตอนนี้ยะไอ้ใบ้!

แต่โชคยังดีที่ชายหนุ่มไม่ทันได้สังเกตเห็น สิตางศุ์มองหมอหนุ่มที่นั่งอยู่ตรงหน้าที มองเจ้าขากระเผลกทีด้วยอาการร้อนรนจนหน้าซีดเผือด

“ไม่ต้องเล่นแล้วใบ้ กลับไปนอนเลยไป๊!” หญิงสาวรีบเบรคหมาน้อยตัวโก่งก่อนที่มันจะเดินขากระเผลกไปจนถึงชายหนุ่มที่นั่งอยู่ตรงหน้า

คชินทร์ได้ยินหญิงสาวพูดเสียงดังก็เงยหน้าขึ้นมามองด้วยความสงสัย สิตางศุ์รีบยิ้มกลบเกลื่อนก่อนจะพูดขึ้นมา

“ตังกลัวใบ้มันจะมากวนหมอน่ะค่ะ ก็เลยไล่มันไปที่อื่นก่อน” แต่น้ำเสียงฟังดูตื่นๆ ชอบกล

ทางฝั่งชายหนุ่มที่ได้ฟังคำตอบก็พยักหน้าหงึกหงัก หันไปมองเจ้าใบ้ที่ยืนงงอยู่กลางบ้านด้วยความรู้สึกเอ็นดู ก่อนจะพูดปลอบใจ

“ไปเล่นที่อื่นก่อนนะใบ้ ตอนนี้ยังเล่นไม่ได้ ไว้รอเจ้านายหาย ป่วยก่อนแล้วค่อยมาเล่น” สิ้นเสียงนุ่มๆ ของคุณหมอรูปหล่อที่พูดโค้ดลับออกมาโดยไม่รู้ตัว เจ้าใบ้ที่ยืนนิ่งอยู่ก็ทำขากระเผลกๆ เข้ามาหาทันที

สิตางศุ์แทบลมจับ เมื่อเห็นเจ้าใบ้แสดงความฉลาดเกินหมาผิดเวลาเช่นนี้ อยากจะลุกขึ้นไปจัดการก็ทำไมไม่ได้ จึงทำได้เพียงจิกนิ้วขยุ้มโซฟา เหงื่อกาฬแตกพลั่ก

ใบ้นะใบ้ เล่นแม่อีกแล้วนะลูก...

“เป็นอะไรไปใบ้ เจ็บขาเหมือนเจ้านายรึไง” ชายหนุ่มเอ่ยทักพร้อมกระตุกยิ้ม เมื่อพอจะเดาอะไรได้ลางๆ

“โฮ่งๆๆ” มันเห่ารับ ขณะเดินกระเผลกๆ เข้าไปหาคุณหมอรูปหล่อทันที

สิตางศุ์เห็นรอยยิ้มพรายบนใบหน้าคร้ามก็อยากจะตีอกชกหัวตัวเองให้แดดิ้น ความอายมันแล่นริ้วขึ้นมาบนดวงหน้าสวยจนเปลี่ยนเป็นสีแดงระเรื่อ ยิ่งเห็นท่าทางเหมือนรู้ทุกอย่างของชายหนุ่มก็ยิ่งอยากจะกลั้นใจตายให้มันรู้แล้วรู้รอดไปซะ

อายโคตรๆ!!!

“เอ่อ หมอชินคะ ตอนนี้ตังไม่ค่อยเจ็บแล้วค่ะ หมอรีบกลับไปหาโดนัทดีกว่า เดี๋ยวตังนั่งพักซักนิดก็คงจะดีขึ้นแล้ว” หญิงสาวพูดอ้อมแอ้ม ใบหน้าแดงแจ๋ไปด้วยความอายที่ถูกจับได้เรื่องเจ้าใบ้คาหนังคาเขา

คชินทร์มองคนหน้าแดงอยู่พักหนึ่ง ยิ้มมุมปาก ก่อนจะพยักหน้าออกมา “โอเคครับ ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวผมจะเดินไปหยิบยามาให้ คุณก็นั่งพักไปก่อนอย่าลืมนวดยาไปด้วย แล้วถ้ายังไม่ดีก็โทรเรียกผมได้เลย”

“ขอบคุณมากค่ะ” แล้วชายหนุ่มก็เดินไปหยิบยานวดคลายกล้ามเนื้อตามที่หญิงสาวบอกในตู้ยาด้านหลังติดห้องครัวมาให้

“นี่ครับ” พูดพลางยื่นยาให้สาวเจ้าที่นั่งอยู่บนโซฟา “แล้วอย่าลืมนวดให้เจ้าใบ้มันด้วยก็แล้ว รู้สึกว่ามันก็เจ็บขาเหมือนคุณไม่มีผิด” คชินทร์อมยิ้ม

“นั่นสิคะ” สิตางศุ์ได้แต่หัวเราะแห้งๆ รับยามาจากชายหนุ่มด้วยอาการหน้าแตกชนิดหมอที่ไหนก็ไม่รับเย็บ

มันน่านักมั้ยล่ะไอ้ใบ้!

 

เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นกวนใจคนกำลังนอนแช่ตัวสบายอยู่ในอ่างอาบน้ำ หญิงสาวที่นอนหลับตาพริ้มแสร้งทำเป็นไม่ได้ยินจนในที่สุดเสียงนั้นก็เงียบลง ใช้เวลาเกือบชั่วโมงกว่าเธอจะทำธุระในห้องน้ำจนเสร็จเรียบร้อย หลังจากนั้นจึงหันไปสนใจโทรศัพท์มือถือของตนเองที่วางทิ้งไว้บนโต๊ะหัวเตียงเพื่อดูว่าใครกันที่เป็นสายไม่ได้รับ

เพียงแค่ได้เห็นชื่อที่โชว์หลาอยู่บนหน้าจอ สิตางศุ์ก็กรี๊ดจนเจ้าใบ้ที่นอนอยู่บนเตียงสะดุ้งโหยง หูผึ่งมองหน้าเจ้านาย ด้วยความตกใจ

“ใบ้! หมอชินโทรมาหาฉันด้วย!” หญิงสาวกระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจ พยายามปรับอารมณ์และน้ำเสียงให้อยู่ในระดับปกติ ก่อนจะโทรกลับไปหาเบอร์นั้นทันที

สวัสดีครับคุณตัง ผมโทรไปถามอาการว่าดีขึ้นรึยัง ทันทีที่รับสาย เสียงนุ่มๆ ที่แฝงไปด้วยเป็นห่วงก็ลอดผ่านโทรศัพท์มาทำให้ปลายทางกระชุ่มกระชวย

“ดีแล้วค่ะ ตอนนี้ยังปวดแปล๊บๆ อยู่ ได้พักคืนนี้ซักคืนคงจะดีขึ้น” คนที่บอกเจ็บขากลับเดินไปเดินมาด้วยความตื่นเต้น

ถ้าคุณยังไม่หายดี วันพรุ่งนี้ไปทำงานพร้อมกันเลยดีมั้ยครับ ผมจะแวะไปรับที่บ้าน ได้ยินดังนั้นหญิงสาวก็ฉีกยิ้มจนแก้มปริ ก่อนจะตอบกลับไป

“มันจะรบกวนหมอชินไปรึเปล่าคะ ไม่เป็นไรค่ะวันนี้พรุ่งก็คงจะดีขึ้นแล้ว” แม้จะพูดออกไปอย่างนั้น แต่ใจกลับอยากให้อีกฝ่ายบอกปฏิเสธ

ไม่ลำบากหรอกครับ เอาเป็นว่าวันพรุ่งนี้ผมแวะไปรับเลยก็แล้วกัน เจอกันพรุ่งนี้นะครับ เข้าล๊อกเป๊ะ!!

“ก็ได้ค่ะ งั้นเจอกันพรุ่งนี้นะคะ”

ครับ แล้วเจอกัน

วางสายเสร็จคนปวดขาก็ยิ้มกว้าง คว้าตัวเจ้าใบ้ที่นอนมองอยู่มากอดรัดฟัดเหวี่ยงด้วยความดีใจ สงสัยหมอชินจะเริ่มใจอ่อนให้เธอแล้วจริงๆ ไม่อย่างนั้นคงไม่โทรมาเป็นห่วงเป็นใยกันได้ขนาดนี้

“เห็นมั้ยใบ้ ในที่สุดหมอชินก็เห็นฉันอยู่ในสายตาแล้ว” พูดพลางซบหน้าไปบนหัวของเจ้าตูบตัวน้อยที่ดิ้นขลุกขลักอยู่ในอ้อมแขน

“มีความรัก มีคนให้รัก แล้วมีคนที่รักคอยห่วงใยมันรู้สึกอย่างนี้เองเหรอ ทำไมเมื่อก่อนฉันถึงตั้งแง่กับมันนักนะใบ้ ไม่สิ...ถ้าจะพูดให้ถูกก็คือ ฉันไม่เคยเจอใครที่ทำให้ใจเต้นแรงขนาดนี้มาก่อน แกเคยเจอใครแบบนี้บ้างมั้ย แบบที่เจอแล้วมันคลิ๊ก รู้เลยว่าไม่สามารถปล่อยให้เขาเดินผ่านไปเฉยๆ ได้น่ะ”

“งึดๆๆ” เจ้าใบ้ครางขึ้นมาเบาๆ ขณะพยายามดิ้นให้หลุดไปจากอ้อมแขนที่รัดแน่นของเจ้านาย

“หมอชินเป็นคนแรกเลยรู้มั้ยที่ทำให้ฉันรู้สึกแบบนี้ เลยต้องคอยตามตื้อตามจีบ ถึงแม้ว่าตอนที่ฉันอายุห้าขวบวิ่งเล่นไล่จับแล้วหมอกำลังหัดตั้งไข่อยู่เถอะ แต่ฉันรู้สึกจริงๆ นะใบ้ว่าผู้ชายคนนี้จะเป็นคนที่มาเติมช่องว่างในชีวิตฉันให้เต็ม”

สิตางศุ์ยิ้มละมุน เชยคางไว้บนหัวของเจ้าใบ้ที่ยอมแพ้หยุดดิ้นปล่อยให้เจ้านายสาวกอดรัดเอาไว้อย่างนั้น พลางทอดคิดไปถึงมุมน่ารักของหมอหนุ่มที่ทำให้เธอต้องฉีกยิ้มกว้างออกมาด้วยความอิ่มเอม

 

เช้าวันใหม่ที่หญิงสาวรอคอยอย่างตื่นเต้นก็มาถึง เธอรีบทำธุระส่วนตัวเสร็จทุกอย่างไม่ถึงครึ่งชั่วโมงเพื่อไม่อยากให้ฝ่ายที่มารับเป็นฝ่ายรอ เสร็จแล้วก็พาตัวเองมานั่งรอเขาอยู่หน้าบ้าน ไม่นานนักรถบีเอ็มสีขาวก็ขับมาจอด สิตางศุ์ไม่รอช้ารีบเดินออกไปขึ้นรถอย่างว่องไว

วันนี้เธออารมณ์ดีเป็นพิเศษชวนชายหนุ่มคุยถึงเรื่องสัพเพเหระไม่หยุด ส่วนอีกฝ่ายก็ดูท่าทีไม่มีรำคาญสักนิด การเดินทางไปทำงานในวันนี้ของคนทั้งคู่จึงดูมีสีสันกว่าทุกวันที่ผ่านมา

“วันนี้เป็นอะไรอีกล่ะเนี่ย ยิ้มหน้าบานเป็นถาดงานวัดเลยนะพี่” เกียรติภูมิเอ่ยแซวเมื่อเห็นพี่สาวคนสวยเดินเข้ามาทำงานด้วยสีหน้าอิ่มเอิบ

“เป็นคนที่มีความสุขและอารมณ์ดี” หญิงสาวยิ้มน้อยยิ้มใหญ่

“ทำตัวมีพิรุธสามวันดีสี่วันร้ายอย่างนี้ สงสัยแอบมีใครซุกไว้แหงๆ นี่ผมเดาถูกรึเปล่า” พูดพลางเหล่ตามองหญิงสาวที่กำลังเปิดคอมพิวเตอร์ หากแต่อีกฝ่ายไม่พูดไหวไหล่แทนคำตอบเสียนี่

“อ่ะๆ ไม่บอกก็ไม่บอก ว่าแต่วันนี้อารมณ์ดีให้ตลอดรอดฝั่งเถอะนะพี่ตัง”

สิตางศุ์ได้ยินดังนั้นก็นิ่วหน้า ถามน้องชายหัวฟูด้วยความสงสัย “ทำไม”

“ก็เลขาเจ๊กุหลาบเพิ่งส่งเมล์โลโก้ที่เราส่งไปให้เลือกกลับมา บอกว่าแบบไม่โดนใจเจ้านายเค้า เจ๊แกอยากให้เราขยายหน้าแกให้ใหญ่ๆ เอาให้ใหญ่กว่าภาพรวมทั้งหมดน่ะพี่ พูดง่ายๆ ว่างานนี้เจ๊กุหลาบขอเกิด”

“อะไรนะ!

“ก็อย่างที่ผมบอกนั่นแหละพี่ แถมไม่พอวันนี้เจ๊แกยังจะมาหาพี่ที่ออฟฟิศ เพื่อมาคุยเรื่องนี้ด้วย”

“โอ๊ย อยากจะบ้า!” หญิงสาวอุทานลั่น ยกมือขึ้นมากดลงไปที่หว่างคิ้วเบาๆ “ก็พี่คุยกับคุณโป๊ยลูกสาวเจ๊แล้วนี่ ว่าตกลงเอาแบบที่เราส่งไปให้ดู แล้วไหงมาเปลี่ยนกลางอากาศอย่างนี้ล่ะ”

“ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน พี่ลองโทรไปถามคุณโป๊ยดูสิ บางทีเขาอาจยังไม่รู้เรื่องนี้ก็ได้นะ”

“เออ เรื่องนี้พี่จัดการเอง” พูดเสร็จหญิงสาวก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรไปหาคนที่พูดถึงทันทีด้วยอารมณ์สุดเซ็งที่เริ่มจะเข้ามาแทนที่อารมณ์ดีๆ แต่เช้า

 

ทางด้านชายหนุ่มที่ทำงานวุ่นๆ ทั้งวัน ก็ต้องขมวดคิ้วเมื่อเห็นร่างสูงของเพื่อนรักกำลังเดินเข้ามาหาถึงในคลินิก นพเก้าส่งยิ้มมาให้พร้อมกับโบกไม้โบกมือให้เขาทำงานให้เสร็จ โดยที่ตัวเองก็นั่งรออยู่ที่โซฟา ขณะปราดตามองผู้ช่วยสาวร่างบางที่กำลังทำงานอย่างขะมักเขม้น

หรือว่าคนที่โทรมาหามันวันนั้นจะเป็นสาวคนนี้วะ?

นพเก้าในชุดลำลองนั่งคิดไปเรื่อยเปื่อย จนกระทั่งเจ้าของคลินิกหนุ่มเดินเข้ามาพร้อมทักทาย

“มีอะไรรึเปล่ามาหาถึงนี่” คชินทร์พูดพลางยื่นกระป๋องน้ำอัดลมไปให้คนที่นั่งอยู่บนโซฟา

“พอดีมาธุระแถวนี้เลยแวะมาหาซักหน่อย ว่าแต่สาวคนนั้นใช่คนที่โทรหาแกวันนั้นรึเปล่าวะไอ้ชิน” นายตำรวจหนุ่มอมยิ้มหรี่ตามองเพื่อนรักสลับกับแม่สาวผมสั้นร่างบางที่ง่วนอยู่กับการจัดยาด้านหลัง

“คนนี้เป็นรุ่นน้องมาฝึกงานกับฉัน ไม่ใช่เพื่อนบ้าน” คชินทร์พูดพลางมองการแต่งกายของเพื่อนสมัยมัธยมปลายอย่างอิดหนาระอาใจ “นี่แกเป็นตำรวจจริงๆ เหรอวะไอ้นพ ทำไมฉันถึงไม่เคยเห็นแกแต่งเครื่องแบบซักวัน”

“ไอ้ฉันมันตำรวจนอกเครื่องแบบเว้ย จะใส่ยังไงก็ได้หรือว่าจะไม่ใส่ก็ยังได้ ราษฎรอย่างแกมีปัญหารึไง” พูดพลางหัวเราะร่วน ก่อนจะเสตาไปมองสาวร่างบางในชุดกาวน์อีกครั้ง “ว่าแต่น้องคนนั้นเป็นแค่ผู้ช่วยจริงเหรอวะ”

คชินทร์มองสายตาวิบวับของเพื่อนก็พอจะเดาออก นพเก้าทั้งรูปหล่อ ทั้งพ่อรวย แถมยังคารมเป็นเลิศ จึงทำให้ชายหนุ่มมีสาวๆ ในสต๊อกจนนับไม่หวาดไม่ไหว ดังนั้นเรื่องที่จะส่งน้องสาวเข้าปากเสือนั่นจึงไม่มีทางที่เขาคิดทำเลยแม้แต่วินาทีเดียว

“ไอ้นพ อย่ายุ่งกับใบเฟิร์น” คชินทร์ครางเสียงต่ำ ก่อนจะพาร่างสูงๆ ของเพื่อนให้ไปคุยกันต่อในห้องตรวจของเขา แต่ทว่านายตำรวจหนุ่มก็ยังใช้จังหวะที่คชินทร์ไม่ได้ระวังตัว ส่งยิ้มบาดใจแถมยักคิ้วไปให้ใบเฟิร์นที่นั่งนิ่งอยู่ในเคาน์เตอร์เสียนี่

หญิงสาวขมวดคิ้วมุ่น รู้สึกหมั่นไส้เพื่อนของพี่หมอขึ้นมาตงิดใจ ที่มาทำตัวรุ่มร่ามกับเธอทั้งที่เพิ่งจะเคยเห็นหน้ากันเป็นครั้งแรกด้วยซ้ำ

“มีอะไรว่ามา” ทันทีที่ปิดประตูห้องเรียบร้อยแล้ว คชินทร์ถามขึ้นมาทันที

“เรื่องที่แกให้ฉันไปสืบ ได้ข้อมูลมาแล้วนะ” นพเก้าพูดพลางทรุดนั่งลงบนเตียงคนไข้ที่ตั้งอยู่กลางห้อง อีกฝ่ายที่ยืนกอดอกพิงผนังอยู่ก็เลิกคิ้วขึ้นมาอย่างสนใจ

“แล้วเป็นไงบ้าง”

“ก็อย่างที่แกบอกนั่นแหละ เรื่องมันเกิดจากที่อาจารย์หมอไม่ยอมขายที่ให้จริงๆ ไอ้พ่อเลี้ยงนิรันดร์ก็เลยส่งคนไปเผาไล่ที่ซะ”

“แล้วทำไมไอ้พ่อเลี้ยงถึงอยากได้ที่ตรงนั้น”

“ไอ้พ่อเลี้ยงนิรันดร์เป็นหนึ่งในบรรดาผู้มีอิทธิที่ตำรวจกำลังหมายหัวอยู่เรื่องค้ายาบ้า ฉันก็กำลังตามสืบเรื่องนี้อยู่เหมือนกัน ที่มันมาโยงกับมูลนิธิได้ก็เพราะว่าสายของฉันรายงานมาว่าไอ้พ่อเลี้ยงนี่มันอยากได้ที่แถวนั้นมาทำเป็นแหล่งปล่อยของ เพราะมันติดกับถนนหลักหลายสายไปมาก็สะดวก”

“แสดงว่าที่ฉันได้ยินมาก็เรื่องจริง” คชินทร์ครุ่นคิด

“แกไปได้ยินจากไหนวะไอ้ชิน” นพเก้าขมวดคิ้ว

“พ่อฉันเอง พอดีพ่อเคยขายที่แถวสมุยให้ไอ้พ่อเลี้ยงนี่ไป แล้วก็คุยกันเรื่องที่ดินแถวมูลนิธิ พ่อบอกว่ามันอยากได้จนตัวสั่นจนฝากฝังพ่อเอาไว้ถ้ารู้จักคนที่จะขายให้ติดต่อมันด่วน”

“อืม...”

“ฉันว่า ฉันควรจะไปคุยกับอาจารย์หมอเรื่องนี้ดีกว่า เผื่อว่าฝ่ายโน้นเขาจะมีหลักฐานอะไรมามัดตัวไอ้พ่อเลี้ยงนี่ได้”

“ก็ดีนะ แกไปบอกให้อาจารย์หมอรู้ตัวหน่อยก็ดี เพราะดูเหมือนว่าไอ้พ่อเลี้ยงระยำนี่มันไม่รามือแน่ เสียดายยังไม่มีหลักฐานที่จะจับมันยัดเข้าคุกเท่านั้นเอง” นพเก้ารู้สึกเป็นห่วงผู้บริสุทธิ์ขึ้นมาจับใจ

“ไว้เป็นหน้าที่ฉันเถอะ” คชินทร์รับคำ ก่อนจะคุยเรื่องสัพเพเหระกันตามประสาผู้ชายไปเรื่อยๆ

 

นาฬิกาข้อมือถูกยกขึ้นมาดูอีกเป็นครั้งที่สองหลังจากเลยเวลาเลิกงานมาได้ไม่ถึงสิบนาที หญิงสาวที่นั่งยิ้มไม่หุบก็ตัดสินใจยกโทรศัพท์ขึ้นมาโทรไปหาสารถีรูปหล่อ หลังจากที่นั่งรอเวลาไม่ให้ดูเป็นการจงใจจนเกินไป

“สวัสดีค่ะหมอชิน”

“ค่ะ ตังเลิกงานแล้ว หมอชินล่ะคะ”

“ได้ค่ะ งั้นตังลงไปรอหน้าตึกนะคะ เจอกันค่ะ”

พูดจบก็กุลีกุจอเดินออกไปจากออฟฟิศด้วยความดีใจหน้าบาน จนลูกน้องที่นั่งมองอยู่อดแซวตามกันเป็นทอดๆ ไม่ได้ หญิงสาวลงมายืนรอไม่กี่นาทีรถบีเอ็มสีขาวก็ขับมาจอดนิ่งอยู่เบื้องหน้า แล้วเธอก็รีบพาตัวเองขึ้นไปบนรถด้วยความรวดเร็ว

“วันนี้ไปรับโดนัทรึเปล่าคะ” สิตางศุ์เอ่ยถามขึ้นมาหลังจากที่คาดเข็มขัดนิรภัยเรียบร้อยแล้ว

“ช่วงนี้ไม่ต้องครับ พ่อแม่เขาเริ่มมีเวลาแล้ว คงจะเจอกันแค่เสาร์อาทิตย์” ได้ยินดังนั้นหญิงสาวถึงกับกลั้นยิ้ม ในที่สุดตัวมารก็ไม่อยู่ให้ขวางหูขวางตาอีก

ขอบใจนะจ๊ะโดนัทที่อุตส่าห์เปิดโอกาสให้น้า...

“อย่างนี้หมอชินไม่เหงาแย่เหรอคะ”

“ผมชินแล้วครับ อยู่คนเดียวมานาน” ชายหนุ่มพูดยิ้มๆ

ก็ถ้าหมอหันมามองคนที่นั่งอยู่ข้างๆ ก็ไม่ต้องอยู่คนเดียวแล้วนะคะ กิ้วๆ

แต่ในวินาทีที่กำลังพูดคุยกันอย่างสนุกสนานนั้น เหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เมื่อรถเก๋งญี่ปุ่นสีขาวที่ขับคู่อยู่ข้างๆ เริ่มส่ายไปมาแล้วกินเลนรถสิบล้อที่วิ่งสวนมาจนต้องหักหลบไถลมาชนเข้าที่ท้ายรถของพวกเขาอย่างจัง

“ว้าย!!!” สิตางศุ์ร้องลั่นทำอะไรไม่ถูก ขณะคชินทร์ที่ยังพอมีสติก็พยายามประคองรถที่หมุนอยู่ให้ค่อยๆ ชะลอความเร็วลง เสียงห้ามล้อดังสนั่นไปทั้งถนน มาพร้อมกับเสียงเหล็กชนกันจนน่าตกใจ

“คุณตังเป็นอะไรรึเปล่าครับ!” คชินทร์ที่หยุดรถก่อนจะไปฟาดกับราวเหล็กข้างทางได้ ถามขึ้นมาอย่างตกใจเมื่อเห็นสภาพของหญิงสาวนั่งนิ่งหน้าซีดเผือด

“ระ รถชนกันจนยับเลยค่ะหมอ!” สิตางศุ์ละล่ำละลักเมื่อเห็นสภาพของอุบัติเหตุเบื้องหน้า รถเก๋งสีขาวที่เป็นต้นเหตุพังยับไปเกือบทั้งคัน เพราะถูกรถตู้ที่พุ่งมาจากด้านหลังอัดเข้าให้

“จะมีคนตายรึเปล่าคะ” หญิงสาวไม่พูดเปล่ารีบปลดเข็มขัดนิรภัยที่คาดตัวออกเพื่อจะลงไปช่วยคนเจ็บด้านนอก

“เดี๋ยวก่อนครับ! อย่าเพิ่งไปห่วงคนอื่น คุณห่วงตัวเองก่อนดีกว่า ไหนขอผมดูหน่อยว่าเป็นอะไรรึเปล่า” พูดจบชายหนุ่มก็จับแขนของเธอดึงเข้ามาใกล้ๆ ก่อนจะสำรวจความเสียหายไปทั่วทั้งตัว

สิตางศุ์นิ่งงันหน้าแดงซ่านกับสายตาและความเป็นห่วงของหนุ่มน้อยตรงหน้า มันรู้สึกวูบวาบไปทั้งตัวเมื่อถูกเขามองมาเช่นนี้

“ตะ ตังไม่เป็นไรค่ะหมอ ว่าแต่หมอชินเถอะเจ็บตรงไหนรึเปล่า”

“ผมไม่เป็นไรครับ คุณไม่เป็นอะไรก็ดีแล้ว แต่ผมว่ารถผมคงจะโดนไปเยอะเหมือนกัน” พูดพลางพาร่างสูงของตัวเองลงจากรถเพื่อไปสำรวจความเสียหายในครั้งนี้

หญิงสาวไม่รอช้ารีบลงไปดูด้วยเหมือนกัน สภาพรถตอนนี้ต้องบอกว่าดูไม่จืด ตอนท้ายด้านของรถบุบยุบเข้าไป แต่โชคดีที่ไม่เป็นอะไรมาก

“ไม่เป็นไรใช่มั้ยคะคุณ” เสียงของไทยมุงที่เริ่มจะทยอยมายืนมองอุบัติเหตุถามขึ้นอย่างเป็นห่วง

“เราไม่เป็นไรค่ะ” หญิงสาวยิ้มตอบ ขณะหันไปมองหนุ่มร่างสูงที่กำลังมองรอยเหล่านั้น ก่อนจะพูดขึ้นมา “ตังว่าหมอชินรีบเรียกประกันเถอะค่ะ เดี๋ยวตังจะไปดูทางนั้นซักหน่อย”

“ครับ” ชายหนุ่มรับคำ มองตามร่างระหงที่รีบวิ่งฝ่าไทยมุงเข้าไปช่วยเหลือคู่กรณีด้วยความรู้สึกโล่งใจที่เห็นเธอไม่มีรอยข่วนแม้แต่ปลายก้อย


ไม่นานนักคนที่เดินฝ่าไทยมุงเข้าไปก็เดินกลับมาสีหน้าตื่นๆ

“คนขับเป็นผู้หญิงค่ะหมอ ตอนนี้ทุกคนกำลังช่วยงัดเธอออกมาจากรถอยู่” ได้ยินดังนั้นคชินทร์ก็ส่งใจช่วยอยู่ห่างๆ เพราะดูเหมือนเหล่าไทยมุงที่เข้าไปช่วยนั้นจะเยอะเกินพอดีแล้ว

“แล้วเธอเป็นยังไงบ้างครับ”

“สลบเหมือดค่ะ แต่ที่สำคัญที่สุด หมอรู้มั้ยว่ารถตู้ที่ชนรถเก๋งของเธอเป็นใคร” น้ำเสียงฟังดูตื่นเต้นจนเขาต้องเลิกคิ้ว

“ใครครับ”

“เอริค กวินทรา โรเซ็นเบิร์ค ไงคะหมอชิน ดาราลูกครึ่งที่หล่อๆ คนนั้นน่ะ โอ๊ย...ตังอยากจะเป็นลม คนอะไรล้อหล่อ ขนาดหน้าตาตื่นๆ ยังหล่อเลยเอ้า!

ได้ยินเสียงเยินเยอความหล่อของเอริคจากคนสวยตรงหน้า คชินทร์ถึงกับกลั้นหัวเราะเอาไว้ไม่อยู่ นี่สรุปว่าเธอเป็นห่วงแม่สาวเจ้าของรถสีขาวคันนั้นหรือว่าอยากไปยลโฉมหน้าดารารูปหล่อตัวเป็นๆ กันแน่

“หัวเราะอะไรกันคะหมอชิน” หญิงสาวเม้มปาก เมื่อเห็นอีกฝ่ายหัวเราะไม่หยุด

“ก็คุณดูไม่เหมือนพวกคลั่งดาราเลยนะตอนแรก แต่ตอนนี้ผมชักจะเชื่อๆ แล้วว่าผู้หญิงค่อนประเทศมักจะคลั่งไคล้หนุ่มคนนี้จริงๆ”

“หมอชินก้อ” สิตางศุ์ยิ้มเก้อ เมื่อเริ่มรู้สึกตัวแล้วว่าเป็นอย่างที่เขาพูดมาจริงๆ

แต่ยังไงก็หล่อสู้หมอชินของตังไปไม่ได้หรอกค่ะ คอนเฟิร์ม!

“ผมต้องขอโทษด้วยนะครับสำหรับวันนี้ คุณเลยต้องมาลำบากกับผม คงอีกพักใหญ่กว่าจะเคลียร์กับประกันเสร็จ”

“ไม่เลยค่ะ ตังไม่เห็นจะลำบากอะไรเลย” หญิงสาวพูดจากใจ พลางยิ้มร่าเริง

คชินทร์มองแล้วก็อดยิ้มตามไม่ได้ ไม่รู้ว่าเป็นอะไรแต่ทำไมช่วงนี้เขาถึงได้ยิ้มบ่อยเหลือเกินเมื่ออยู่กับแม่สาวตาโตคนนี้ ไม่เข้าใจตัวเองเลยจริงๆ...

 

กว่าจะเคลียร์ทุกอย่างเสร็จก็เกือบสองทุ่ม ยังดีหญิงสาวคู่กรณีถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลไปก่อน เพราะเธอสลบแน่นิ่งจนอดเป็นห่วงไม่ได้ว่าเธอคนนั้นจะรอดชีวิตจากอุบัติเหตุในครั้งนี้หรือไม่

ความมืดเริ่มโรยตัวลงมา แสงไฟจากตึกรามบ้านช่องส่องสว่างแทนแสงดาวบนฟ้าที่ถูกกลบหาย เหลือไว้เพียงแสงจันทราดวงกลมที่สาดส่องลงมาแทน ร่างสองร่างของคนสองคนกำลังเดินเคียงข้างกันไปใต้ต้นไม้ที่ประดับไฟเสียสว่างไสวในยามค่ำของถนนราชดำเนิน แทนที่จะตรงกับบ้านกันทันทีที่เสร็จเรื่อง แต่สิตางศุ์กลับชวนชายหนุ่มออกมาเดินเตร็ดเตร่ดูบรรยากาศยามค่ำคืนของกรุงเทพมหานครเสียนี่

“คุณชอบออกมาเดินเล่นตอนกลางคืนแบบนี้เหรอครับ” คชินทร์ถามอย่างแปลกใจเมื่อหญิงสาวยืนยังที่จะออกมาชมจันทร์นอกสถานที่

“ก็ไม่ได้ชอบถึงขนาดต้องขับรถออกมาเดินเล่นหรอกค่ะ แต่วันนี้เป็นวันพิเศษ เป็นวันที่พระจันทร์เต็มดวง และเป็นวันที่เราสองคนไม่จำเป็นต้องกังวลเรื่องที่จอดรถ” สิตางศุ์พูดยิ้มๆ พลางแหงนหน้าไปมองพระจันทร์ดวงโตด้านบน

ชายหนุ่มได้แต่ส่ายหน้า ทว่าอมยิ้ม ขณะแหงนมองไปดูพระจันทร์สีนวลบนฟากฟ้าด้วยกัน

“หมอชินรู้รึเปล่าว่าชื่อตังแปลว่าอะไร”

“แปลว่าอะไรครับ” คชินทร์ไม่ตอบ แต่ถามกลับแทน

“สิตางศุ์แปลว่าพระจันทร์ ตอนเด็กตังไม่เคยชอบชื่อนี้เลย คิดว่ามันเชยมาตลอด แต่ตอนนี้ชักเริ่มชอบแล้วล่ะค่ะ”

“ทำไมครับ”

“หมอชินว่าตัวอะไรที่อยู่บนดวงจันทร์คะ” หญิงสาวไม่ตอบแต่ยิ้มน้อยๆ ขณะเหลือบมองหน้าคนตัวโตที่กำลังทอดสายตามองดวงจันทร์บนฟ้าด้วยความรู้สึกอิ่มเอมอย่างบอกไม่ถูก

“ไม่ใช่กระต่ายเหรอครับ” ชายหนุ่มหรี่ตามองพระจันทร์อีกครั้งหนึ่ง

“ไม่รู้สิคะ ตังว่าไม่ใช่กระต่าย แต่ตังเห็นมันเป็นช้าง... ช้างอยู่คู่พระจันทร์” พูดพลางยิ้มเขิน เมื่อเห็นสีหน้าแปลกใจของชายหนุ่ม

คชินทร์ทำไมจะไม่รู้ว่าที่เธอพูดถึงนั่นคือความหมายของชื่อเขา คชินทร์มีความหมายว่าพญาช้าง แต่ไอ้เรื่องช้างบนดวงจันทร์นี่สิ เขายังไม่เคยได้ยินมาก่อน

“ทำไมถึงคิดว่าเป็นช้างล่ะครับ” ชายหนุ่มลอบยิ้ม รอฟังคำตอบของคนตัวเล็กอย่างตั้งใจ

“แล้วทำไมหมอชินถึงคิดว่าเป็นกระต่ายล่ะคะ”

“ผมไม่เคยได้ยินใครพูดถึงภาพที่เห็นบนดวงจันทร์เป็นช้างมาก่อน”

“ทำไมหมอต้องมองอย่างที่คนอื่นบอกให้มองล่ะค่ะ รูปบนนั้นไม่มีใครกำหนดตายตัวว่าเป็นกระต่ายซักหน่อย แต่คนพูดต่อๆ กันไปเองว่าเป็นกระต่ายบนดวงจันทร์แล้วคนก็เชื่อกัน แต่ตังไม่เชื่อค่ะ ตังชอบมองในมุมของตัง ใช้ความรู้สึกเป็นตัวบอก แล้วตังก็รู้สึกว่ารูปบนนั้นสำหรับตังต้องเป็นช้างตัวเดียวเท่านั้น เป็นอย่างอื่นไม่ได้อีกเลย”

แล้วชายหนุ่มก็แย้มยิ้ม ดวงตาคมกล้าเมียงมองคนตัวเล็กที่กำลังยิ้มเขินแก้มแดงด้วยความรู้สึกที่ยากจะบรรยาย เขาไม่ได้ตั้งป้อมกับเธอตั้งแต่แรกเห็น เพียงแค่รักษาระยะห่างระหว่างกันเอาไว้ให้พอเหมาะ แต่ดูตอนนี้เถอะ...ทำไมเขาถึงร่ำๆ อยากจะร่นระยะห่างที่เขาตั้งขึ้นมาเองให้ชิดใกล้มากขึ้นกว่านี้

สงสัยเป็นเพราะวันนี้เป็นวันพระจันทร์เต็มดวงรึเปล่านะ เขาเลยถูกมนต์สะกดของมันเข้าให้อย่างจัง...

 

 

*เอริค กวินทรา โรเซ็นเบิร์ค พระเอกจากเรื่อง “รักนี้ มีเพียงเธอ”

 

 

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

สวัสดีค่ะ...

วันนี้อัพช้ามากเพราะเริ่มไม่มีเวลาแล้ว งานเข้า เหอะๆ

ฉะนั้น หลังจากวันนี้ไปอาจจะไม่ได้อัพทุกวันแล้วนะคะ

แต่ไม่นานแน่นอนค่ะ เพราะส่วนตัวก็อยากจะจบเรื่องนี้เร็วๆ เหมือนกัน :)

 

ปล. ถ้าเห็น something wrong ระหว่างนพเก้ากับใบเฟิร์น

อย่าแปลกใจนะคะ เพราะคู่นี้ได้เจอกันในรักเล่ห์ เสน่ห์ร้าย ภาคพิเศษ แน่นอนค่ะ

 

คุณsniffy : ถูกค่ะ ผู้ชายสมัยนี้ไว้ใจไม่ได้ 5555+

เพื่อนชบา : นี่หล่อนจะปั่นยอดวิวให้ชั้นถึงแสนทั้งๆ ที่มีคนอ่านไม่กี่คนเหรอยะ!

คุณmaple (พี่นุช) : ไม่ใช่แค่คนอ่านนะคะ คนเขียนก็อารมณ์ไปด้วย :)

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

 

( ดารานิล )

ข้อความ :
จากคุณ * :
 

หน้าที่ 1 จาก 1 หน้า
แสดง เรื่อง
ความคิดเห็นที่ 1
ช้างในดวงจันทร์ โอ้มายกอ็ด มุขจีบหนุ่มของหล่อน ทำไปได้นะยะยัยตัง
จากคุณ รุ่ง/(mee_and_meo) อัพเดตเมื่อ 20/07/2554 19:59:22
ความคิดเห็นที่ 2
อ๊าย  นางเอกเรากล้าเล่นมุขนะจ๊ะ 5555++

โหวตให้นะค่ะ   เพื่อมุขที่เสี่ยวแดกมั่หๆของสิตางค์ค่ะ
จากคุณ ปอ/(helikopter) อัพเดตเมื่อ 10/07/2554 16:33:30
ความคิดเห็นที่ 3
กดไลท์  ทำไมต้องมองอย่างที่คนอื่นมองด้วย  กรี๊ดดด  หวานได้อีกนะคะ
จากคุณ ฟอสซิล/(idol_rose) อัพเดตเมื่อ 17/06/2554 21:04:44
ความคิดเห็นที่ 4
อ่านแล้วกัดหมอนเลยอ่ะไรเตอร์ คิดได้ไงช้างอยู่บนดวงจันทร์ อิอิ
จากคุณ ออนนี่/(I_am_sure) อัพเดตเมื่อ 17/06/2554 11:14:42
ความคิดเห็นที่ 5
ตอนนี้นางเอกน่ารัก พระเอกก็น่ารัก อยากได้อ่ะ 5555555+
ปล. ยังไงชั้นก็ไม่หยุด จะปั่นยอดวิวมันไปอย่างนี้แหละ ฮี่ๆๆ
จากคุณ กลีบชบา/(k-911) อัพเดตเมื่อ 11/06/2554 15:30:20
ความคิดเห็นที่ 6
เจ้าใบ้น่ารักมากๆๆๆแต่ฉลาดไม่เลือกเวลาเลยทำให้เจ้านายหน้าแตก ฮ่าฮ่า
หมอชินจะน่ารักไปถึงใหนน้อ,,,
สิตางศุ์แปลว่าพระจันทร์...อืมพึ่งรู้นะเนี่ย
ตังเราจีบหมอชินซึ่งๆหน้าอีกแล้ว,,,ครั้งนั้หมอชินยิ้มน้อยยิ้มใหญ่
หมอท่าจะมีใจให้กับตังเราสักนิดแล้วหล่ะ,,,,
นพกับใบเฟรินคู่นี้ก็น่าลุ้นแฮะ,,,
อุบุติเหตุไฟใฟไหม้มีเบื้องหน้าเบื้องหลังอย่างนี้นี่เอง,,,
สนุกจ๊ะไรเตอร์

จากคุณ maple/(nuchaba_lee) อัพเดตเมื่อ 11/06/2554 05:05:09
ความคิดเห็นที่ 7

เริ่มเข้าล็อคแล้วตัง เสน่ห์ที่โปรยเริ่มได้ผล
เหมือนคุณหมอจะโดนมัดใจซะแล้ว -..-
เพิ่งรู้ความหมายชื่อตัง ความหมายดี แปลก สวย ไม่เชยเลย
เราชอบมากๆ แถมเรื่องช้างบนดวงจันทร์นี่ยังน่ารักได้อีกนางเอกเรา
สงสัยคืนนี้จะฝันดี คึคึ
(/me มองท้องฟ้า... ว้า เสียดาย วันนี้แถวบ้านเราไม่เห็นพระจันทร์ 55555555)

ปล. อัพเมื่อไหร่เราก็รออ่านเสมอนะคะคุณดารานิล
เรื่องงานก็เป็นกำลังใจให้ค่ะ อย่าหักโหม ดูแลสุขภาพด้วยนะคะ XD
ปล.สอง ไม่ได้การแล้ว สงสัยต้องไปตามล่าอุดหนุนและหานิยายคุณดารานิลมาอ่านซะแล้ว แค่เห็นชื่อก็ถูกใจหนุ่มเอริค (หลงง่ายจริงจัง 555555555)

คืนนี้ฝันดีค่า : D

จากคุณ Sniffy/(wickedwitch) อัพเดตเมื่อ 10/06/2554 21:53:18
หน้าที่ 1 จาก 1 หน้า
แสดง เรื่อง
 
จำนวนผู้ชมเว็บแจ่มใสขณะนี้: 207 ท่าน