Guest   
 
Username: 
Password:  




 




  






 
อ่านเรื่อง
รักเล่ห์ เสน่ห์ร้าย
ดารานิล
7. ความสงสัย
8
07/06/2554 09:56:51
1675
เนื้อเรื่อง

7. ความสงสัย

“เขียด ถ้าแกเป็นผู้ชายแล้วมีผู้หญิงเข้ามาชอบ แกจะรู้สึกยังไง” หญิงสาวที่นั่งคิ้วชนกันอยู่ที่โต๊ะทำงานของหัวหน้าฝ่ายออกแบบถามขึ้น เมื่อเห็นร่างสูงของลูกน้องคนสนิทเดินเข้ามาหาพร้อมสตอรี่บอร์ด

“ผมก็เป็นผู้ชายอยู่แล้วไงพี่ไม่ต้องสมมติหรอก” หนุ่มเซอร์ผมหยิกพูดพลางอมยิ้ม

“เออน่า ผู้ชายก็ผู้ชายรีบตอบมาเร็วเข้า” สิตางศุ์พูดเร่ง หากอีกฝ่ายกลับทำลอยหน้าลอยตาเข้าใส่

“ฮั่นแน่...ที่ถามนี่อย่าบอกนะว่าไปแอบปิ๊งใครเข้าให้ แล้วหนักอกหนักใจเลยต้องมาปรึกษาปัญหาหัวใจกับเขียด”

“จะบอกไม่บอก ถ้าไม่บอกจะได้ไปถามไอ้เจ๋งแทน”

“อะๆๆ บอกก็ได้ แค่นี้ทำเป็นใจน้อย” เกียรติภูมิอมยิ้ม “ใครที่ไหนจะไม่ชอบเล่าพี่ แถมถ้าคนนั้นสวยๆ เอ๊าะๆ ด้วยแล้วนะ โอ้ย...อย่าให้บอก จะรีบตะครุบไว้เป็นของตัวเองเชียว”

ได้ยินดังนั้นคนที่รอฟังคำตอบอยู่ก็หน้าหงิก มันผิดกฎหมายหรืออย่างไรไม่ทราบถ้าคนที่เข้ามาชอบมันจะไม่เอ๊าะ แค่สวยก็น่าจะพอแล้ว

ทำไมไม่เกิดช้ากว่านี้ซักหกปียะฉัน!

“อ้าวๆ พูดหน่อยเดียวหน้าบูดเป็นตูดลิงเลย มีอะไรแทงใจดำรึเปล่าครับเพ่”

“เปล่า” สิตางศุ์ตีหน้าซื่อตอบออกไป “เอาล่ะ แกไปทำงานได้แล้วเขียด หมดธุระแล้ว”

“อะไรกันพอใช้ประโยชน์ผมแล้วก็ทิ้งๆ ขว้างๆ เลยนะ” หนุ่มคิ้วเข้มเหล่ตามองพี่สาวคนสวยตรงหน้าด้วยความขบขัน

“ไปเลยไป ไม่ต้องมาพูดมากแล้วเอาสตอรี่บอร์ดมานี่ ฉันจะได้ทำงานซักที” หญิงสาวรับแผ่นสตอรี่บอร์ดจากหนุ่มร่างสูง ก่อนจะโบกไม้โบกมือไล่

หากแต่อีกฝ่ายไม่ยอมไป กลับยืนยิ้มแป้นอยู่เช่นเคย “ว่าแต่เมื่อวานพี่ตังหายไปไหนมาน่ะ อยู่ๆ ก็พรวดพราดออกไปจากออฟฟิศ มีพิรุธนะเนี่ย...”

“ฉันไปช่วยหมามาย่ะ ไม่ได้อ่านข่าวเหรอที่เกิดไฟไหม้ขึ้นที่มูลนิธิสุนัขจรจัดน่ะ อย่าบอกนะว่าไม่รู้”

“อ้อ แล้วก็ไม่บอก ปล่อยให้พวกผมกับเฮียมนัสงงเป็นไก่ตาแตกอยู่ได้ตั้งนาน” พอพูดถึงหนุ่มหัวล้านที่เมื่อวานเพิ่งถูกเธอพ่นพิษใส่ สิตางศุ์ก็นึกขึ้นมาได้ทันที

“แล้วเฮียแกว่าไงมั่ง ที่พี่ออกไปเมื่อวานนี้”

“จะว่าไงล่ะพี่ เฮียแกอยากเคลมพี่จนตัวสั่น เรื่องแค่นี้น่ะเขาไม่เอามาคิดให้ผิดใจกันเปล่าๆ หรอก” เกียรติภูมิพูดความจริงไม่มีโกหกสักคำ

“ก็ดี” หญิงสาวเอ่ยรับสั้นๆ ก่อนจะไล่ให้ลูกน้องหนุ่มกลับไปทำงานของตัวเองต่อ แล้วคนไม่เอ๊าะก็กลับมาครุ่นคิดถึงแผนการในขั้นถัดไปต่อเงียบๆ เพราะอย่างไรเสียก็รอช้าไม่ได้อีกแล้ว

 

เสียงกระดิ่งกรุ้งกริ้งดังขึ้นเมื่อผลักประตูกระจกของคลินิกสัตว์เลิฟเพ็ตเข้าไป ด้านในตกแต่งไปด้วยเกร็ดความรู้เกี่ยวกับสัตว์มากมายบนผนังสีเหลือง มีเคาน์เตอร์อยู่ด้านหน้า และโซฟาสำหรับผู้มีติดต่ออีกสองสามตัว ส่วนด้านหลังที่เป็นประตูกระจกฝ้าก็คงจะเป็นห้องตรวจของคุณหมอรูปหล่อไม่ผิดแน่

“สวัสดีครับ” เด็กหนุ่มอายุไม่เกินยี่สิบที่ยืนอยู่หลังเคาน์เตอร์เอ่ยทักทันทีเมื่อเห็นสาวสวยรูปร่างระเหิดระหงเดินเข้ามาในคลินิก

โชคดีที่วันนี้ไม่มีลูกค้าเลยสักราย จึงเป็นโอกาสดีให้หญิงสาวได้มีข้ออ้างในการชักชวนคุณหมอหนุ่มเพื่อออกไปทานข้าวกลางวันกันสองต่อสอง

ในเมื่อดินเนอร์มันล้มไม่เป็นท่ามาสองครั้งแล้ว ก็ขอเป็นลั้นช์แทนก็แล้วกัน...

“สวัสดีค่ะ หมอชินอยู่มั้ยคะ” สิตางศุ์ถามกลับไป

“อยู่ครับ จะให้ผมไปบอกว่าใครมาพบครับ” หนุ่มน้อยทำสีหน้าแปลกใจ เพราะปกติไม่เคยเห็นมีสาวๆ บุกมาถึงคลินิกเพื่อมาพบหมอสักครั้ง

“บอกว่าตังก็ได้ค่ะ”

ได้ยินดังนั้นหนุ่มน้อยก็พยักหน้ารับหงึกๆ แล้วเดินหายลับเข้าในห้องกระจกฝ้าด้านหลัง ไม่นานนักก็กลับมาพร้อมกับร่างสูงใหญ่ของคุณหมอหนุ่มในชุดกาวน์แสนเท่ห์บาดจิตบาดใจเธอนัก

“มาที่นี่ได้ไงครับคุณตัง” คชินทร์เอ่ยถามอย่างแปลกใจ เมื่อเห็นร่างระหงในชุดทำงานยืนเด่นอยู่เบื้องหน้า

“ก็ออฟฟิศของตังอยู่ตึกด้านหลังนี่เอง เพิ่งรู้เหมือนกันค่ะว่าที่ทำงานเราอยู่ใกล้กันถ้าไม่ถามจากใบเฟิร์นเมื่อวานนี้” พูดพลางส่งยิ้มหวานไปให้อีกฝ่ายที่พยักหน้าเข้าใจ

“ตังจะแวะมาถามเรื่องหมาตัวเมื่อวานที่หมอชินบอกว่ามันเป็นโรคไข้หัด ตอนนี้ผลจากโรงพยาบาลมารึยังคะ สรุปแล้วเป็นไข้หัดจริงๆ หรือว่าแค่ปอดบวม” สิตางศุ์อยากรู้อาการของเจ้าแก่เมื่อวานจากใจจริง แม้มันจะอยู่ในส่วนหนึ่งของแผนการก็ตาม

สวยด้วย ฉลาดด้วย แถมน้ำใจงามรักหมา(ไม่)รักเด็กอย่างฉัน ไม่น่าปล่อยให้หลุดมือนะคะหมอชิน!

หมอหนุ่มพยักหน้ารับ “มันเป็นไข้หัดจริงๆ ผมบอกมูลนิธิไปแล้วว่าคงต้องทำใจ แต่รู้สึกว่าอาจารย์หมอที่เป็นเจ้าของมูลนิธิเขาจะกลับมาวันนี้ ถ้าถึงมืออาจารย์หมอบางทีเจ้าดำตัวนั้นอาจจะมีทางรอดขึ้นมาก็ได้”

“ตังก็ขอให้เป็นอย่างนั้นนะคะ อุตส่าห์รอดจากไฟไหม้แล้วจะไม่รอดจากไข้หัดได้ไง” หญิงสาวยิ้มรับ พลางคิดไปถึงเจ้าหมาตัวใหญ่ที่อดทนอยู่ได้มาจนถึงทุกวันนี้

คชินทร์เหลือบมองใบหน้าอ่อนโยนของหญิงสาวที่จะอ่อนไหวทุกครั้งหากมีเรื่องหมาๆ แมวๆ เข้ามาเกี่ยว ดูอย่างเมื่อวานนี้เถอะ เธอกลับไม่ห่วงสวยเลยแม้แต่น้อย แถมยังดูมอมแมมยิ่งกว่าเจ้าสี่ขาพวกนั้นเสียอีก คิดแล้วเรียวปากหยักได้รูปก็กระตุกยิ้มขึ้นมาอย่างไม่รู้ตัว

“ยิ้มอะไรกันหมอชิน อย่าบอกนะว่ายังขำสภาพเมื่อวานของตังอยู่” หญิงสาวค้อนขวับ เมื่อเห็นรอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นบนใบหน้าเรียบเฉยของคุณหมอหนุ่ม

“ไม่มีอะไรครับ” ชายหนุ่มตัดบทเพราะไม่อยากไปกวนอารมณ์เธอให้เสีย

“ไม่มีอะไรได้ยังไงกัน เมื่อกี้หมอชินยัง...โอ๊ย...” ยังไม่ทันพูดจบ ร่างระหงก็บิดงอลงอย่างเจ็บปวด มือน้อยยกขึ้นมากุมท้องโดยอัตโนมัติ

“เป็นอะไรไปครับ” คชินทร์ตกใจปราดไปประคองคนที่กำลังงอตัวสีหน้าเจ็บปวดไปนั่งพักบนโซฟารับรอง

“สงสัยโรคกระเพาะกำเริบน่ะค่ะ” ใบหน้าสวยเหยเกขึ้นมา

“แล้วคุณกินข้าวเที่ยงรึยังครับ” พูดพลางยกนาฬิกาข้อมือของตัวเองขึ้นมา มันตีเวลาบอก...เที่ยงครึ่ง

“วันนี้ตังอยู่เคลียร์งานที่หนีไปเมื่อวานนี้ ก็เลยลืมกินไป พอคิดได้ก็เลยจะมาหาซื้ออะไรกินข้างล่าง แต่แอบแวะมาหาหมอชินก่อนน่ะค่ะ” คนพูดลูบท้องตัวเองป้อยๆ

“ถ้าอย่างนั้นก็ไปกินข้าวกับผมเลยก็ได้ครับ ผมก็กำลังจะพักเที่ยงอยู่พอดี” หนุ่มหมอหนุ่มชวนอย่างเต็มใจ เพราะดูท่าทางแล้วคนตัวเล็กที่นั่งอยู่ข้างๆ นี้คงจะปวดมาก ดูเถอะ...หน้าซีดเชียว

คนที่ถูกชวนแทบจะกระโดดขึ้นมาเต้นเป็นจังหวะชะชะช่าผสมกับเบรกแดนซ์ แต่ก็ต้องเก็บอาการไว้ก่อน เพราะตอนนี้เธอป่วยเป็นโรคกระเพาะอยู่ อย่าลืมสิคะ...

“ขอบคุณมากเลยค่ะหมอชิน” หญิงสาวพูดเสียงอ่อน พลางยิ้มน้อยๆ ให้กับคนตัวใหญ่ที่นั่งอยู่ด้านข้าง

คชินทร์ยิ้มรับ ร่างสูงเดินไปถอดเสื้อกาวน์ออก พร้อมกับสั่งงานเล็กๆ น้อยๆ ไว้กับหนุ่มน้อยหน้าเคาน์เตอร์ ก่อนจะเดินกลับมาค่อยๆ ประคองร่างของเธอขึ้นมาอย่างอ่อนโยน

“ร้านประจำผมอยู่ไม่ไกลมาก ทนไหวรึเปล่าครับ”

“ไม่เป็นไรค่ะ ตังไหว” สิตางศุ์ลอบยิ้มอย่างผู้ชนะ ก็แหม...กระพ้งกระเพาะอะไรเธอไม่เคยเป็นหรอก เกิดมาเป็นอยู่อย่างเดียวคือ เป็นคนโสดที่อยากสละคานในโค้งสุดท้ายแล้วยังหาแฟนไม่ได้ ฉะนั้น...ยังไงเสียหมอก็ไม่รอดเงื้อมมือไปหรอกค่ะ...

ยกนี้สงสารพระเอกยังไงก็ไม่รู้ ตามมารยาของนางเอกไม่ทันอีกแล้ว เฮ้อ...

 

ร้านอาหารที่คชินทร์มาพาเป็นร้านอาหารไทย แต่ตกแต่งดูดีจนไม่อยากเชื่อว่าทำไมมันถึงหลงหูหลงตาเธอไปได้ ในร้านคนก็เยอะพอสมควร แถมยังไม่ค่อยไกลจากที่ทำงานสักเท่าไหร่ เห็นทีว่าวันหน้าคงจะได้ชวนพวกลิงทะโมนพวกนั้นมาเปลี่ยนบรรยากาศบ้าง

“หมอชินมาที่นี่บ่อยรึเปล่าคะ” สิตางศุ์เอ่ยปากถาม ขณะรับเมนูที่พนักงานยื่นให้

“ก็ไม่บ่อยมากครับ ถ้าวันไหนที่ไม่ค่อยมีเคสก็จะออกมาครั้งนึง”

“อ้าว แล้วถ้าวันไหนมีเคสเยอะๆ ล่ะคะ ทำยังไง”

“ให้เมฆ เด็กที่อยู่เฝ้าเคาน์เตอร์ไปซื้อให้ครับ”

“แสดงว่าหมอชินชอบอาหารไทยแน่เลย ถึงได้ชอบมาร้านนี้”

“ครับ ผมว่าอาหารมันมีทุกรสชาติ ไม่เหมือนอาหารฝรั่ง”

รับรองค่ะ เดี๋ยวชีวิตของหมอก็เจอทุกรสชาติเหมือนกัน คอนเฟิร์ม!

แล้วคนฟังก็พยักหน้ารับด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะหันไปสั่งอาหารกับพนักงานเสิร์ฟที่ยืนรออยู่ ใช้เวลาไม่นานนักอาหารที่สั่งก็ค่อยๆ ทยอยออกมาจากครัว ส่งกลิ่นหอมยั่วน้ำลายให้สอ

“ที่นี่เขาขึ้นชื่อเรื่องต้มยำกับห่อหมก ถ้าคุณตังไม่ค่อยปวดท้องแล้วก็ลองชิมดูก็ได้ครับ” คชินทร์เอ่ยชวน เมื่อเห็นสาวสวยเหลือบมองอาหารตรงหน้าด้วยสายตาเป็นประกาย

“งั้นตังขอชิมก่อนก็แล้วนะคะ” พูดแล้วหญิงสาวก็ตักต้มยำที่อยู่ในหม้อไฟมาแบ่งใส่ถ้วยของตัวเอง ก่อนจะตักน้ำซุปขึ้นมาชิมตามคำชวน

รสชาติกลมกล่อมกำลังดี เผ็ดๆ เปรี้ยวๆ ตัดด้วยเค็มกับหวาน หอมเครื่องเทศที่ปรุงมาอย่างพิถีพิถัน อร่อยจนทำให้คนที่ชิมอยู่ถึงกับอุทานออกมา

“อร่อยจริงๆ ด้วยหมอชิน”

“แต่ผมว่าคุณกินผัดผักดีกว่านะครับ เดี๋ยวมันจะไปกัดกระเพาะ” คนฟังได้แต่พยักหน้ารับป้อยๆ ได้แต่มองต้มยำแสนอร่อยตรงหน้าด้วยความสุดแสนเสียดายราวกับหมาอยากกินปลากระป๋อง

ไม่น่าบอกว่าเป็นกระเพาะเลย เซ็ง!

 

ระหว่างที่ทานอาหารกันอยู่ ก็มีการพูดคุยกันบ้างประปราย แต่ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นฝ่ายสาวสวยเสียมากกว่าที่เป็นคนยิงคำถาม อย่างเช่นครั้งนี้

“แล้วครอบครัวของหมอล่ะคะ อยู่ที่ไหนกันไม่เห็นมาอยู่ด้วยเลย”

“พ่อแม่ผมทำธุรกิจอยู่แถวใต้ เลยไม่ค่อยได้มากรุงเทพซักเท่าไหร่ นานๆ ทีผมถึงจะไปเยี่ยมพวกท่านซักครั้ง”

“แล้วพี่น้องของหมอล่ะคะ” หญิงสาวเอียงคอถาม

“ผมเป็นลูกคนเดียวครับ”

“ตังก็ลูกคนเดียวค่ะ” สิตางศุ์อมยิ้ม “เมื่อก่อนเหงามากไม่มีพี่มีน้องเหมือนคนอื่น แม่ก็เลยเลี้ยงหมามาให้เป็นเพื่อนตังตั้งแต่เด็กๆ ตังก็เลยโตขึ้นมาพร้อมกับหมา เหมือนกับเป็นพี่เป็นน้องกันยังไงยังงั้น”

“ถึงว่าสิ ดูคุณทุ่มเทให้มันมาก” ชายหนุ่มเริ่มจะเข้าใจหญิงสาวคนนี้มากขึ้น

“ค่ะ ตังรู้สึกว่ามันน่าสงสาร เกิดมาก็มีกรรมแล้ว”

“มีกรรม? ยังไงครับ”

“ก็พูดไม่ได้ไงคะน่าสงสารออก พูดเป็นอยู่คำเดียวโฮ่งๆ ตกใจก็โฮ่ง ดีใจก็โฮ่ง เสียใจหรือว่างอน ยังโฮ่งเลย” สิ้นเสียงคนที่ทำเสียงโฮ่งๆ อยู่ คชินทร์ถึงกับหัวเราะออกมาเบาๆ

“ขำอะไรกันคะหมอ” สิตางศุ์ทำหน้าเลิ่กลั่กเมื่อจู่ๆ คุณหมอรูปหล่อก็ขำขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย

“คุณไง” ใบหน้าเข้มอ่อนลง เมื่ออารมณ์ดี “คุณตลกดี” แถมดูเพี้ยนๆ ยังไงชอบกล คชินทร์คิดต่อในใจ แต่ก็ไม่กล้าพูดไปเพราะกลัวว่าหญิงสาวได้ยินแล้วจะกระโดดมากัดคอเขาเข้าให้ ยิ่งไม่ค่อยเต็มอยู่

สิตางศุ์ถึงกับหัวเราะขึ้นมาผสมโรงไปด้วย แหม...นานๆ ทีจะได้ยินคนหน้าเฉยหัวเราะบ้าง อย่างนี้มันน่าจะออกมาทานด้วยทุกวันเลยสิให้ตาย

ไม่ใช่เป็นคนตลกอย่างเดียวนะคะหมอ แต่ตลกอยากรับประทาน (หมอ) ซะด้วยเอ้า!

 

หลังจากอาหารกลางวันที่แสนมีความสุขผ่านพ้นไป หญิงสาวก็ยังยืนยันจะกลับไปยังคลินิกของคุณหมอหนุ่มอยู่โดยให้เหตุผลว่าจะกลับไปซื้อวิตามินให้เจ้าใบ้ที่เพิ่งฟื้นไข้ แม้ว่าเจ้าของคลินิกจะยืนยันว่าไม่ต้องเป็นห่วงเพราะเขาจัดยาแล้วเอาไปให้ที่บ้านเอง แต่เธอก็ยังไม่ยอมยืนยันคำเดิม

“ไม่เป็นไรค่ะ ไม่อยากให้เป็นธุระของหมอชิน”

“ไม่ได้เป็นธุระอะไรหรอกครับ แต่มันลำบากคุณมากกว่า เดี๋ยวต้องเดินอ้อมตึกกลับไปออฟฟิศอีก ให้ผมส่งหน้าตึกเลยดีกว่า”

“ไม่เป็นไรจริงๆ ค่ะ อย่าลำบากเลย เชื่อตังเถอะ” หญิงสาวยังยืนยันหนักแน่น จนในที่สุดคุณหมอผู้แสนดีก็ใจอ่อนยอมเธอพากลับมาที่คลินิกด้วยกันอีกครั้ง

ทันทีที่ร่างสูงของคชินทร์หายลับเข้าไปในห้องด้านหลังเพื่อจัดยา สิตางศุ์ก็รีบปฏิบัติการในแผนขั้นต่อไปทันที

“น้องเมฆใช่มั้ยคะ” หญิงสาวพูดทักเด็กหนุ่มหน้าเคาน์เตอร์ทันทีที่เดินเข้าไปหา

“ครับ มีอะไรรึเปล่าครับ”

“น้องเมฆมีแฟนรึยังคะ” ได้ยินคำถามนี้จากสาวสวย เมฆถึงกับเบิกตาโพลง สีหน้าตื่นตกใจ

“พี่...เอ่อ...มีอะไรรึเปล่า”

“เฮ้อ...ช่างมันเถอะ แต่ตอนนี้พี่มีคูปองที่ร้านอาหารญี่ปุ่นแถวสุขุมวิทราคาสองพันบาทสองใบ น้องอยากได้รึเปล่า”

“เดี๋ยวๆ พี่ ตอนนี้ผมชักงงละ พี่ต้องการอะไรกันแน่” ได้ยินดังนั้นหญิงสาวก็มองซ้ายมองขวา ยื่นหน้าเข้าไปใกล้ๆ เด็กหนุ่มที่เริ่มถอยห่าง พร้อมกับพูดขึ้นมาเบาๆ

“บอกพี่มาว่าหมอชินมีแฟนรึยัง” สิ้นเสียงหวานๆ เมฆถึงกับหัวเราะก๊าก ก่อนจะส่ายหน้าไปมา

“ปัดโธ่พี่! ทำไมไม่บอกผมตั้งแต่ ทำเป็นลับๆ ล่อๆ อยู่ได้ตั้งนาน ว่าแต่คูปองที่พี่บอกจะให้ผมจริงๆ รึเปล่าล่ะ”

“จริง! รีบบอกมาเร็วเข้า”

“ยังไม่มีหรอกพี่ ผมทำงานกับหมอมานานยังไม่เคยเห็นแกเอาผู้หญิงมาที่คลินิกซักคน ก็มีพี่นี่แหละคนแรก” เมฆตอบเสียงเบา

แล้วนางมารในคราบนางเอกก็ยิ้มกริ่ม ก่อนจะฉุกคิดอะไรขึ้นมาได้

“แล้วยัยคนที่ชื่อนีที่หมอชินคุยด้วยบ่อยๆ ล่ะ ชีเป็นใคร”

“อันนี้ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่ไม่น่าใช่แฟนหมอนะพี่ เพราะผมไม่เคยเห็นหมอพูดถึงเขาซักครั้ง” เด็กหนุ่มตอบตามความจริง เพราะตั้งแต่ทำงานกับหมอมาเกือบสองปี เขาไม่เคยเห็นหมอเปิดตัวคนชื่อนีนี้แม้แต่ครั้งเดียว

หญิงสาวได้ยินดังนั้นก็ครุ่นคิด ก่อนจะล้วงเอาคูปองสินบนยื่นไปให้เด็กหนุ่มตามที่ตกลงกันไว้

“อ่ะนี่ คูปองอาหารญี่ปุ่น แล้วอย่าบอกเรื่องนี้กับหมอชินก็แล้วกัน” สิตางศุ์ย้ำอีกที

“เอาน่าพี่ เชื่อใจกันหน่อย” เด็กหนุ่มยิ้มร่าที่จู่ๆ ลาภก็ลอยมาชนเข้าให้เห็นๆ

คิ้วเรียวขมวดมุ่น ในเมื่อมีคนใกล้ชิดยืนยันว่ายัยนีไม่ใช่แฟนหมอ แล้วทำไมถึงโทรหากันพูดจาเสียกระหนุงกระหนิง ดูเป็นห่วงเป็นใยกันเกินเพื่อนคนนึงด้วยซ้ำ ถ้าไม่ใช่แฟนแล้วจะเป็นอะไร เรื่องนี้มันช่างกวนจิตใจเธอได้เป็นอย่างดี แต่ถึงอย่างไรเสียเธอก็ต้องรู้ให้ได้ว่าระหว่างหมอกับนี สองคนนี้มีความสัมพันธ์กันเช่นไร

เธอเป็นใครกันแน่ยัยนี?

 

 

 

 

( ดารานิล )

 

 

 

+++++++++++++++++++++++++++++++++++

 

ช่วงนี้เบลอๆ ค่ะ เพราะเขียนทุกวัน ถ้าตอนนี้แปลกๆ ทักท้วงได้เลยนะคะ แบบว่าจะลองเขียนจบภายในหนึ่งเดือนให้ได้ไม่รู้จะทำได้รึเปล่า เพราะทุกเรื่องที่เคยเขียนไม่ต่ำกว่าครึ่งปีค่ะ 55555+

 

ขอบคุณคุณSniffy และคุณMaple มากนะคะที่แวะมาทักทายกัน เรื่องนี้เขียนเพื่อสนองนี้ดอย่างเดียวค่ะ เบื่อแล้วกับนิยายพระเอกจีบนางเอก เลยขอสลับบทบาทกันมั่ง เอิ๊กกกกกกกกก

 

ขอบคุณอีกครั้งค่ะ :)

ข้อความ :
จากคุณ * :
 

หน้าที่ 1 จาก 1 หน้า
แสดง เรื่อง
ความคิดเห็นที่ 1
อะโห  ตกลงแล้วเป็นนางเอกในคราบนางร้ายซะละมั้งเนียะ นางเอกเรื่องนี้เหอเหอ   เรื่องราวสนุกชวนน่าติดตามมากๆเลยค่า
จากคุณ ปอ/(helikopter) อัพเดตเมื่อ 10/07/2554 14:23:57
ความคิดเห็นที่ 2
อยากได้คูปอง เอามาแจกมั่งดิ
จากคุณ กลีบชบา/(k-911) อัพเดตเมื่อ 09/06/2554 18:13:15
ความคิดเห็นที่ 3

นางเอกนี่สุดยอดอ่ะ 55555 ชอบมากมากเลยค่ะ
นอกจากสนองนี้ดคุณดารานิลแล้วยังสนองนี้ดเราด้วยอีกคน ฮ่าๆ

สินบนชิ้นใหญ่เบ้อเริ่ม 555555555
ลาภลอยจริงๆ เมฆเอ๋ย
ขอบคุณสำหรับนิยายสนุกๆ อีกตอนนะคะ
ว่าแล้วก็ชะแวบไปอ่านตอนต่อไปดีกว่า ^_^
จากคุณ Sniffy/(wickedwitch) อัพเดตเมื่อ 07/06/2554 10:23:40
ความคิดเห็นที่ 4
เขียดก็น่ารักดีนะ,,,แฮะๆ
เอาแล้วมุขใหม่ของตังคราวนี้เป็นโรคกระเพาะ อิอิ
เลยทำให้อดกินต้มยำเลย,,,
หมอชินน่ารักขึ้นอีกเยอะเลยในตอนนี้,,,
ตังแลกกับข่าวที่อยากจะรู้เนี่ยต้องเสียคูปองใบถึงสองใบเชียวเหรอ,,,,
ตอนนี้ไม่มีเเจ้าใบเลยแฮะ
คิดถึงเจ้าใบอ่ะ,,,,
อ่านไปก็ยิ้มใป,,,สนุกจ๊ะ,,,
ไรเตอรือย่าให้ถึงกับข้ามปีเลยนะค่ะ
เดือนเดียวหรือสองเดือนก็พอเถอะค่ะ,,,,
จากคุณ maple/(nuchaba_lee) อัพเดตเมื่อ 06/06/2554 18:14:02
ความคิดเห็นที่ 5
อ่านไปยิ้มไปเลยนะเนีย คนอ่านช๊อบ ชอบๆๆ
จากคุณ สา/(474467144) อัพเดตเมื่อ 06/06/2554 15:51:10
หน้าที่ 1 จาก 1 หน้า
แสดง เรื่อง
 
จำนวนผู้ชมเว็บแจ่มใสขณะนี้: 182 ท่าน