Guest   
 
Username: 
Password:  




 




  






 
อ่านเรื่อง
รักเล่ห์ เสน่ห์ร้าย
ดารานิล
5. ป่วย...ไม่ทราบสาเหตุ II
6
05/06/2554 09:55:18
1820
เนื้อเรื่อง

5 . ป่วย...ไม่ทราบสาเหตุ II

ดวงตาคู่สวยตวัดมองไปยังน้องหมาดาราทองที่กำลังคาบตุ๊กตากระต่ายบนพื้นบ้านอีกครั้งอย่างครุ่นคิด พยายามนึกมาตลอดทางกลับบ้านว่าหน้าเซ่อๆ อย่างเจ้าใบ้ควรจะป่วยเป็นอะไรได้บ้าง แต่แล้วจู่ๆ ก็เหมือนจะคิดอะไรออก เรียวปากบางเฉียบกระตุกขึ้นมาเป็นรอยยิ้ม ก่อนจะเอื้อนเอ่ยชื่อหมาน้อยเสียงหวานจ๋อย

“ใบ้จ๋า มาหาแม่นี่มะลูก” ฝ่ายที่ถูกเรียกชื่อไม่รู้อิโหน่อิเหน่อะไร รีบวิ่งปรู๊ดไปหาเจ้านายสาวที่นั่งอยู่บนโซฟาสีแดงเพลิงตัวนั้นเร็วรี่

สิตางศุ์มองเจ้าใบ้ด้วยสายตาปีศาจ เอื้อมมือไปคว้าเจ้าตัวเล็กขึ้นมากอดมาหอม ก่อนจะยกตัวมันชูขึ้นมาประจันหน้าตัวเองพลางแสยะยิ้ม

“ใบ้เอ๋ย...คราวนี้ฉันจะให้โอกาสแกสามวันในการฝึกเดินขากระเผลก เอาให้เนียนเลยนะแก ไม่งั้นฉันนี่แหละจะทำให้แกเดินขากระเผลกจริงๆ โดยไม่ต้องแสดง” น้ำเสียงเยือกเย็นที่ดังขึ้นมาจากคนสวย ทำเอาใบ้ขนลุกซู่ หมาน้อยเริ่มหันรีหันขวางหาทางหลุดรอดให้พ้นบ่วงกรรมนี้ไปให้ได้

กรรมของหมาอีกแล้ว...

“แถมวันนี้ยังเป็นโชคดีของเราที่หมอชินไม่อยู่บ้าน ฉะนั้นวันนี้แกนอนพักผ่อนให้เพียงพอ เพราะวันพรุ่งนี้ฉันจะพาแกไปโรงเรียนแต่เช้า เตรียมตัวเตรียมใจสำหรับบทเรียนที่แกจะต้องทำให้ได้เข้าใจมั้ย” หญิงสาวเชิดหน้าหรี่ตามองหมาน้อยอย่างคาดคั้น

“งึดๆๆ” ในที่สุดหมาน้อยก็ส่งเสียงออกมาอย่างยอมจำนน เมื่อไม่สามารถหลุดพ้นจากบ่วงกรรมนี้ไปได้

เห็นดังนั้นสิตางศุ์ก็ยิ้มร่า ลดแขนลงมาเพื่อกอดเจ้าใบ้ให้ถนัดถนี่ เจ้าหมาตัวนี้มันช่างน่ารักถูกใจเธอนักสั่งให้ทำอะไรก็ทำตามอย่างไม่อิดออด สมแล้วที่เกิดมาเป็นน้องหมาคู่บารมี

แกช่างเป็นหมาที่น่าสงสารที่สุดแห่งสหัสวรรษ ใบ้เอ๊ย...

 

“จะให้ผมสอนอะไรนะครับ?” ครูฝึกสุนัขที่เพิ่งรับสายจูงสีแสดจากมือเรียวของสาวสวยถามย้ำขึ้นมาอีกรอบ เมื่อได้ยินความต้องการของเจ้าหล่อน

“คุณครูฟังไม่ผิดหรอกค่ะ ช่วยฝึกมันให้เดินกระเผลกหน่อยนะคะ จะเอาข้างไหนก็ได้ แต่ขออย่างเดียวทำให้เนียนอย่าให้ใครจับได้ก็แล้ว” สิตางศุ์พูดพลางส่งยิ้มหวานให้คุณครูหนุ่มที่พยักหน้าหงึกหงักแม้จะไม่ค่อยเข้าใจก็ตามที

ใบ้แหงนหน้ามองคนนั้นทีคนนี้ทีด้วยความตื่นเต้น เพราะมันไม่ค่อยจะได้ออกไปไหนนอกจากในรั้วและนอกรั้วบ้านของตัวเอง พอมาสถานที่พิเศษที่มีแต่กลิ่นหมาแปลกๆ เช่นนี้ก็ตื่นเต้นจนระงับอาการไว้ไม่ค่อยอยู่

“ดูสิ เจ้าใบ้มันคงอยากเรียนจนตัวสั่น ยังไงคุณครูก็ช่วยสอนมันหน่อยนะคะ พอดีตังจะพามันไปถ่ายโฆษณา” หญิงสาวมุสาเพื่อขยายความเข้าใจให้ครูหนุ่มที่ยังยืนงงอยู่

“อ้อ แล้วก็ไม่บอกตั้งแต่ทีแรก ได้อยู่แล้วครับ ที่นี่เราฝึกหมาใช้ในกองถ่ายเยอะ คุณตังไม่ต้องห่วง” ได้ยินดังนี้ครูฝึกก็ยิ้มออก

“แต่ตังขอเวลาแค่สามวันได้รึเปล่าคะ”

“สามวันเหรอครับ ธรรมดาฝึกเป็นอาทิตย์เลยนะครับ” ครูฝึกตกใจเล็กน้อย ปราดตามองไปยังสาวสวยที่กะพริบตาปริบๆ อย่างออดอ้อน

“ก็แหม...ถ้ารอนานเป็นอาทิตย์ตังกลัวว่ามันจะไม่ทันกิน เอ๊ย! ไม่ทันการน่ะสิคะ สามวันก็พอแล้วหมาตังน่ะฉลาดออก สอนอะไรก็ง้ายง่าย”

ครูฝึกหนุ่มครุ่นคิดอยู่พักหนึ่งถึงความเป็นไปได้ พลางเหลือบมองเจ้าหมาน้อยที่ดิ้นพล่านอยู่บนพื้นก็ใจอ่อน หลวมตัวตอบตกลงไปจนได้

“ก็ได้ครับ ถือเป็นเคสพิเศษ แล้วผมจะฝึกให้ทันสามวันก็แล้วกัน”

“เริ่ดค้าคุณครู มันต้องอย่างนี้สิ ถึงจะเรียกว่ามืออาชีพของแท้ใช่มั้ยคะ” สิตางศุ์หัวเราะเบาๆ อย่างถูกใจ ร่างระหงย่อตัวลงไปหาหมาตัวเล็กที่ยืนหันซ้ายหันขวาอยู่ ก่อนจะลูบหัวด้วยความรักใคร่

“ตั้งใจเรียนนะลูก สามวันเท่านั้นต้องรีบตักตวงความรู้ให้ได้มากที่สุด” พูดพลางขยับริมฝีปากบางไปใกล้หูตูบๆ ของเจ้าใบ้ พร้อมกับกระซิบเสียงเบา “ถ้าแกยังเดินขากระเผลกไม่ได้ล่ะก้อ แม่จับหักขาให้เดี้ยงของจริงแน่...จำไว้”

“งึดๆๆ” เจ้าใบ้ครางเสียงต่ำอย่างหวาดผวา เกิดเป็นหมานี่ช่างกรรมหนักจริงหนอ...

แล้วร่างระหงที่นั่งยองๆ อยู่ก็ยืดขึ้น พร้อมกับหันมายิ้มละไมให้กับคุณครูหนุ่มที่ยืนมองอยู่ด้วยความรู้สึกแปลกๆ อย่างไรชอบกล

“ถ้างั้นวันนี้ตังฝากเจ้าใบ้ด้วยนะคะ เดี๋ยวตอนเลิกงานจะแวะมารับ เชิญคุณครูสอนกันให้สุดฝีมือเลยนะคะ ตังเชื่อมือค่ะ สามวันนี่คงจะมากไปด้วยซ้ำเนอะ”

“ครับ...” ครูหนุ่มตอบรับอย่างเพลียใจ ไม่รู้ว่าหลวมตัวรับปากแม่สาวสวยนี่ไปได้อย่างไร จะให้ฝึกหมาที่ไม่มีเคยพื้นฐานอะไรเลยแค่สามวัน

โรคแพ้คนสวยกำเริบอีกแล้วกู...

 

ช่างเป็นโชคดีของสิตางศุ์ที่สามารถเคลียร์ปัญหาที่ยืดเยื้อมายาวนานเกี่ยวกับสโลแกนน้ำดื่มของเจ๊กุหลาบลงได้ด้วยความช่วยเหลือจากลูกสาวของเจ๊ที่เพิ่งเดินทางกลับมาจากต่างประเทศ ดังนั้นงานชิ้นต่อไปจึงรุดหน้าไปอย่างรวดเร็วเพราะเธอมีแพลนเตรียมเอาไว้อยู่แล้ว

“พี่ตังเลิกงานแล้วไปที่ไหนต่อรึเปล่า พวกเราว่าจะไปหาอะไรกินอร่อยๆ กันซักหน่อย โทษฐานที่หลุดจากบ่วงสโลแกนเชยๆ ของเจ๊กุหลาบมาได้” เกียรติภูมิเอ่ยถามขณะยื่นข้อมูลลูกค้าอีกรายหนึ่งให้แก่หญิงสาวบนโต๊ะทำงาน

“วันนี้ไม่ว่าง ต้องรีบไปรับลูกกลับจากโรงเรียน” หญิงสาวพูดหน้าตาเฉย แต่คนฟังกลับทำหน้าเลิ่กลั่ก

“อะไรพี่ ไปแอบไข่อะไรไว้ตอนไหนเนี่ย”

“ก็ไอ้ใบ้ไง พี่พามันไปโรงเรียนฝึกสุนัข อายุอานามก็โตพอจะเรียนหนังสือได้แล้ว เดี๋ยวเขาจะหาว่าเป็นไอ้หมาไร้การศึกษา”

“โอ้ เล่นมุขนี้ผมถึงกับอึ้ง” หนุ่มหัวฟูหัวเราะเบาๆ

“เอาเป็นว่าไปกันเถอะไม่ต้องรอพี่ เพราะช่วงนี้พี่กำลังยุ่งๆ ไม่ค่อยมีเวลาว่างเท่าไหร่”

“ที่บอกไม่ค่อยว่างนี่... มัวแต่เข้ามาวิ่งในหัวใจผมอยู่รึเปล่าครับ” ได้ทีก็ต้องหยอดเสียหน่อย เผื่อสาวเจ้าจะติดใจ

“เผอิญพี่ไม่ค่อยชอบออกกำลังในที่สาธารณะน่ะ เก็บไว้ให้คนอื่นเหอะ ได้ข่าวว่าซุกเอาไว้เยอะไม่ใช่เหรอเราน่ะ” ไม่มีเสียหรอกที่สวยไม่แคร์สื่อจะเพลี่ยงพล้ำให้กับกลลวงตื้นๆ เช่นนี้

ก็บอกแล้วว่าเราน่ะมันคนละระดับกันน้องเขียดเอ๋ย

“โห ไรกันพี่ตัง ไม่มีช่องโหว่ให้ผมแทรกตัวได้เลยอ่ะ เซ็งว่ะ...สรุปว่าเย็นนี้ไม่ไปใช่มั้ย ผมกับพวกไอ้เจ๋งจะได้ไปเมากันในสไตล์ผู้ชายโฉด” เกียรติภูมิพูดยิ้มๆ

“ตามสบาย จะไปโฉดที่ไหนก็เชิญ เพราะอีกไม่นานหรอกพี่ก็จะมีพระเอกเป็นของตัวเองแล้ว ฉะนั้นตอนนี้อย่ามาทำให้พี่เสียเวลาไปมากกว่านี้ ประเดี๋ยวนางเอกคนนี้จะอารมณ์เสียไปเปล่าๆ”

“คร้าบ...คุณนางเอก ถ้างั้นวันนี้ขอตัว ส่วนวันพรุ่งนี้ก็ทางใครทางมัน มาไหวก็มา มาไม่ไหวก็เมานะพี่นะ” พูดเสร็จจอมกะล่อนประจำแผนกก็ฉีกยิ้มกว้าง เดินไปตบไหล่เจ๋งที่นั่งยิ้มหน้าแป้นอยู่เช่นกัน

“ถ้าวันพรุ่งนี้พวกแกมาทำงานไม่ไหว...ตายสถานเดียว...จำไว้” สิตางศุ์ขู่ฟ่อ สีหน้าทะเล้นของเจ้าลิงทะโมนพวกนี้มันช่างน่าหมั่นไส้นัก คอยดูนะถ้าวันพรุ่งนี้มีใครหายหัวไปแม้สักคนเดียว จะฟ้องเฮียมนัสให้หักเงินเดือนเลยคอยดู!

 

ตึกคูหาสามชั้นขนาดใหญ่ถูกดัดแปลงให้เป็นโรงเรียนฝึกสุนัขในย่านใจกลางเมืองตั้งตะหง่านอยู่ด้านหน้าสาวสาวร่างระหงที่เพิ่งมาถึง สิตางศุ์ผลักประตูกระจกเข้าไปด้านในก็พบกับเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์อยู่ด้านหน้า พร้อมกับโล่ประกาศเกียรติคุณมากมายที่วางเรียงรายอยู่ในตู้ด้านหลังของพวกเธอ

“มารับน้องใบ้เหรอคะคุณสิตางศุ์” พนักงานหน้าจิ้มลิ้มเอ่ยทักสาวสวยที่เห็นเมื่อเช้าด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม

“ค่ะ เรียบร้อยกันรึยังคะ”

“เรียบร้อยค่ะ รับกลับบ้านได้เลย ถ้าไงนั่งรอตรงนี้ก่อนก็ได้ค่ะเดี๋ยวฟ้าไปพาน้องใบ้มาให้” พูดเสร็จพนักงานสาวก็เดินหายลับออกไปจากประตูกระจกอีกด้านที่ติดอยู่สถานที่ฝึกด้านใน ไม่นานนักแจ๊ครัสเซลขนหักสีขาวปรอดก็วิ่งกระดี้กระด้าออกมาพร้อมครูฝึกคนเมื่อเช้า

“สวัสดีครับคุณตัง เจ้าใบ้มันฉลาดอย่างที่คุณว่าจริงๆ” ครูฝึกชมเปาะ หลังจากได้ลองคลุกคลีอยู่กับหมาตัวน้อยมาทั้งวัน

“ก็ตังบอกแล้วว่าหมาตังน่ะฉลาด สอนง่าย เป็นไงคะตังไม่ได้โม้ซักนิด” หญิงสาวพูดพลางก้มลงไปอุ้มเจ้าที่ตะเกียกตะกายอยู่ขึ้นมากอดไว้หลวมๆ อย่างรักใคร่

“ครับ ผมคงต้องเชื่อคุณตังแล้วล่ะครับ เอาเป็นว่าผมจะลองสาธิตให้ดูก่อนนะครับว่าวันนี้เรียนอะไรไปบ้าง” พูดเสร็จครูฝึกก็ให้หญิงสาวปล่อยเจ้าตัวน้อยลงบนพื้น ก่อนจะออกคำสั่ง

“นั่ง” เพียงได้ยินเสียงเข้มๆ ของคุณครู เจ้าใบ้ก็นั่งลงอย่างว่าง่าย แล้วครูฝึกก็ให้รางวัลมันด้วยอาหารเม็ดตบท้าย

“ต๊ายย! เจ้าใบ้นั่งได้แล้วเหรอเนี่ย คุณครูเก่งที่สุดเลยค่ะ” สิตางศุ์อุทานออกมาอย่างปลื้มใจ แต่ทว่าปลื้มได้ไม่นานนักเธอก็ต้องคิดหนักอีกรอบ

“คุณครูคะ เวลาจะสั่งให้นั่งต้องพูดคำว่านั่งใช่มั้ยคะ”

“ครับ”

“แสดงว่าถ้าสั่งให้ทำขากระเผลกก็ต้องพูดคำว่ากระเผลกน่ะสิ”

“ครับ”

“ตายแล้ว! จะให้ใช้คำว่ากระเผลกไม่ได้นะคะ เดี๋ยวมันไม่เนียน” พูดแล้วก็แทบจะกัดลิ้นตัวเอง เมื่อเห็นสีหน้าตื่นๆ ของอีกฝ่าย “เอ่อ...ตังหมายความว่า ในโฆษณาเจ้าใบ้มันจะต้องแสดงคู่กับเด็กน่ะค่ะ แถมยังต้องมีบทพูดกันด้วยกลัวมันจะไม่เนียน ทำไมเราไม่เปลี่ยนเป็นป่วยหรือเจ็บขาอะไรอย่างนี้แทน”

คุณครูหนุ่มขมวดคิ้วมุ่น ก่อนจะพยักหน้าเออออห่อหมกไปด้วย “เอางั้นเหรอครับ ได้ครับ...ถ้าไงเดี๋ยวผมจะใช้โค้ดว่าป่วยก็แล้วกันนะครับ”

“เริ่ดอีกครั้งค่ะคุณครู ขอบคุณมากๆ นะคะ ไว้วันพรุ่งนี้ตังจะพาใบ้มาโรงเรียนใหม่ ดูท่าทางมันจะติดอกติดใจซะแล้ว” สิตางศุ์พูดพลางเหลือบมองเจ้าใบ้ที่หูตั้งดูร่าเริงกว่าทุกๆ วัน

“ครับ” ครูฝึกรับคำ พร้อมกับเดินออกไปส่งสาวสวยและหมาน้อยของเธอหน้าโรงเรียน

เฮ้อ เสียดายว่ะ สวย...แต่ดูท่าทางคงไม่เต็มเต็ง

 

ผ่านไปสามวันแล้วสำหรับการฝึกของใบ้ หญิงสาวรู้สึกว่าเจ้าหมาน้อยทำได้ดีกว่าที่คาดการณ์ไว้ เพราะแค่เธอออกคำสั่งว่าป่วย มันทำท่าทางขาหน้าเดี้ยงหนึ่งข้างเดินกระเผลกได้สมใจอยาก คิดไม่ผิดจริงๆ ที่เธอเลือกโรงเรียนแห่งนี้ เพราะเป็นโรงเรียนที่มีการติดต่อกับบริษัทของเธออยู่ก่อนแล้ว ดังนั้นเรื่องฝีมือจึงไม่ต้องกังวลอะไรมาก หายห่วง...

“ใบ้มานี่เร็วลูก ไหนๆ มาซ้อมกันอีกทีซิ” สิตางศุ์ซักซ้อมกับเจ้าใบ้ไม่หยุด หลังกลับมาจากโรงเรียนในวันสุดท้าย เพราะวันนี้แหละเธอจะต้องเข้าประชิดตัวหมอให้จงได้!

“ป่วย” สิ้นเสียงหวาน เจ้าใบ้ที่ยืนอยู่บนพื้นก็ทำท่าง่อยเปลี้ยเดินกระโผลกกระเผลกทันที

“สุดยอด คุณครูนี่เก่งจริงๆ ฉันรอแทบไม่ไหวแล้วใบ้ ตอนอยู่ต่อหน้าหมอชินแกต้องทำให้ได้นะ คิดถึงสปาน้องหมาเอาไว้ลูก” สิตางศุ์ใช้เหยื่อล่อ เพราะรู้ดีว่าเจ้าใบ้นั้นชอบให้นวดแค่ไหน

“โฮ่งๆๆๆ” มันขานรับเสียงดัง

“ดี งั้นเราก็ไปกันเลย!” พูดเสร็จก็อุ้มหมาตัวเล็กไปยังบ้านของเป้าหมายทันที

 

“หมอชินอยู่มั้ยคะ” แขกคนสวยส่งเสียงเรียกเข้าไปในบ้านหลังใหญ่ที่มีรถสีขาวจอดอยู่แทนการกดออด เพราะเธอรู้สึกว่าการกดออดนั้นมันช่างดูห่างเหินนัก

ไม่นานนักร่างสูงล่ำก็เดินออกมาในชุดลำลอง ใบหน้าคมเข้มฉายแววสงสัยเล็กน้อยเมื่อเห็นเพื่อนบ้านสาวอุ้มหมาน้อยมาอีกครั้ง

“ใบ้เป็นอะไรไปครับ” คชินทร์เอ่ยถามอย่างแปลกใจ ก่อนจะเปิดประตูรั้วเพื่อให้หญิงสาวและหมาน้อยได้เดินเข้ามาในบ้าน

“ไม่รู้ขามันไปโดนอะไรมาค่ะ เดินกระเผลกๆ ตังกลัวว่ากระดูกจะหักหรือว่าเป็นอะไรมากกว่านี้” สิตางศุ์เอ่ยเสียงเศร้า พร้อมกับปล่อยเจ้าหมาน้อยลงกับพื้นบ้าน

“ไหนผมขอดูหน่อย” พูดพลางทรุดตัวนั่งลงกับพื้นเพื่อตรวจดูอาการของน้องหมาทันที

“หมอชินลองตรวจดูก่อนเถอะค่ะ ตังก็ไม่แน่ใจว่ามันจะ...ป่วย...รึเปล่า” หญิงสาวเน้นคำว่าป่วยเป็นพิเศษ และทันใดนั้นเจ้าใบ้ที่ยืนอยู่ก็เดินกระเผลกๆ เข้าไปหาคุณหมอรูปหล่อทันที

เห็นดังนั้นคนเจ้าแผนการก็ได้แต่อมยิ้ม เพราะการแสดงของเจ้าใบ้นั้นเนียนสมใจอยาก มันช่างน่าตบรางวัลอย่างงามให้จริงๆ

“ดูเหมือนเท้าจะเจ็บจริงๆ ไหนขอหมอดูหน่อยซิใบ้” ชายหนุ่มเอื้อมมือไปอุ้มเจ้าหมาแล้วจับมันนอนบนพื้น มือใหญ่ค่อยๆ จับขาหน้าที่งออยู่เบาๆ เพื่อจะได้ไม่สร้างความเจ็บปวดให้มันมากขึ้นไปกว่านี้

“งึดๆๆๆ” เจ้าใบ้ครางเสียงต่ำทันทีที่ถูกมือของหมอหนุ่มสัมผัสขา

“เจ็บเหรอ แต่หมอต้องเช็คดูก่อนทนหน่อยนะ” คชินทร์พูดเสียงนุ่มด้วยความเป็นห่วงหมาน้อย แต่หารู้ไม่ว่าที่มันครางงึดๆ ในคอนั้น มันกำลังมีความสุขอย่างมากเพราะมือของคุณหมอที่คลำอยู่คล้ายกับนวดผ่อนคลายให้มันดีๆ นี่เอง

สิตางศุ์มองภาพนั้นอย่างมีความสุข ก็ดูเขาสิ ทั้งสุภาพ อ่อนโยน มีน้ำใจกับเพื่อนร่วมโลก ความดีมีอีกเป็นกุรุด จะหาดีกว่านี้ที่ไหนได้อีกล่ะเนี่ย

แถมยังโสดอีกด้วย ชะละล่า!

“มันเป็นอะไรมากรึเปล่าคะหมอชิน” น้ำเสียงฟังดูเป็นห่วงสมจริงนัก

“กระดูกก็ไม่หัก สงสัยว่าจะมีอะไรติดอยู่ที่อุ้งเท้ารึเปล่า” แต่ยังไม่ทันที่คุณหมอจะตรวจดูที่อุ้งเท้าตามที่พูด ลูกบอลยางสีฟ้าเจ้ากรรมที่วางอยู่บนโต๊ะก็หล่นลงมาตามแรงลมที่พัดหวือเข้ามาทางหน้าต่าง มันกลิ้งหลุนๆ ผ่านหน้าของเจ้าใบ้ที่นอนอยู่ สายตาของหมาน้อยจ้องตามเป็นมัน ชั่วเวลานั้นราวกับเป็นวินาทีแห่งการวัดใจระหว่างหมาแสบคลั่งบอลและเจ้านายสาวอยากได้ผอสระอั๋ว สิตางศุ์กลืนน้ำลายลงคอดังเฮือกเมื่อเห็นสายตากระเหี้ยนกระหือรือของเจ้าหมาน้อย

และแล้วฝ่ายที่ต้องพ่ายแพ้ก็คือเจ้านายสาวที่ต้องยกมือขึ้นมากดลงไปตรงหว่างคิ้วหนักๆ ด้วยความเซ็งจับจิต เมื่อเห็นร่างเล็กๆ ของเด็กในสังกัดวิ่งพรวดโกยสี่ขาตามบอลลูกนั้นไปอย่างไม่ยั้งคิด ท่าทางเดินกระโผลกกระเผลกที่เห็นในตอนแรกนั้นมลายหายไปกับสายลม เหลือไว้เพียงน้องหมาที่แข็งแรงราวกับควายถึก

แกทำฉันแสบอีกแล้วไอ้ลูกไม่มีพ่อ!

“อ้าว มันหายแล้วนี่ครับ สงสัยจะกลัวหมอ มาหาปุ๊บหายปั๊บ” คชินทร์พูดขำๆ เมื่อพอจะเดาอะไรได้ลางๆ

“นั่นสิคะ ตังล่ะเชื่อเลยอยากเล่นจนลืมเจ็บ เจ้าใบ้นะเจ้าใบ้...” ทำกันได้ หากคำต่อมานั้นก็ทำได้เพียงแค่คิด คนสวยฝืนยิ้มออกมาอย่างอิดหนาระอาใจ พลางรู้สึกร้อนๆ หนาวๆ กับสายตาวิบวับขบขันของอีกฝ่ายอย่างไรชอบกล

“นั่นสิครับ ไม่น่าเชื่อเลย” ชายหนุ่มพูดพร้อมยิ้มมุมปาก เหลือบมองวัวสันหลังหวะที่เริ่มร้อนตัวจนอยู่ไม่สุข

สิตางศุ์เห่อร้อนไปทั้งร่าง เมื่อพอจะเดาออกว่าอีกฝ่ายหนึ่งคงจับไต๋แผนการนี้ของเธอได้ รู้สึกอับอายจนอยากแทรกแผ่นดินหนี คนเจ้าแผนการเริ่มหันรีหันขวางไม่อยากจะอยู่สู้สายตาขบขันนี่แม้แต่นาทีเดียว!

“งั้นตังคงต้องขอตัวกลับก่อนนะคะหมอชิน สงสัยเจ้าใบ้คงไม่ต้องหาหมอแล้วล่ะ” พูดพร้อมส่งยิ้มแห้งเหี่ยวไปให้อีกฝ่ายที่ยิ้มตอบเพียงแค่มุมปาก ก่อนจะเอ่ยรับออกมา

“ครับ”

แล้วคนที่ถูกแผนของตัวเองตลบหลังก็รีบอุ้มเจ้าตัวปัญหาที่กำลังเล่นบอลอย่างสนุกสนานออกมาอย่างหัวเสีย หญิงสาวถลึงตาไปมองเจ้าใบ้ราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ เพียงแค่พ้นเขตบ้านของคุณหมอรูปหล่อมาได้ไม่ไกลนัก เธอก็ปล่อยเจ้าหมาน้อยลงด้วยความฉุน ก่อนจะวิ่งกลับบ้านแทบไม่ทัน

“แกตายแน่ไอ้ใบ้ ใครบอกให้แกเห็นบอลสำคัญว่าฉันยะ!” สิตางศุ์วิ่งไล่เจ้าใบ้ด้วยความอับอายที่ถูกอีกฝ่ายจับได้เสียอย่างนั้น

“โฮ่งๆๆๆ” มันเห่าตอบดังขรม วิ่งหนีเจ้านายคนสวยอย่างสนุกสนาน เพราะวันนี้ก็เป็นอีกวันนึงที่เจ้านายยอมออกมาวิ่งเล่นด้วย

เห็นมั้ยล่ะ พอไปบ้านนั้นทีไรเจ้านายอารมณ์ดียอมมาวิ่งเล่นด้วยทุกครั้งเลย

“อุตส่าห์ส่งไปเรียนสูงๆ จะได้ใช้ประโยชน์มั่งไม่มี๊ ดันมาปล่อยไก่ฉันจนได้ ฉันจะฆ่าแกไอ้ใบ้ ฉันจะฆ่าแก!” หญิงสาววิ่งกวดเจ้าหมาน้อยไปเรื่อยๆ จนถึงบ้าน ในใจก็คิดไปถึงสายตาวิบวับคู่นั้นที่มองเธอมาอย่างรู้ทัน

สมัยนี้มันไม่มีแล้วเหรอผู้ชายโง่ๆ เนี่ย อะไรๆ ก็รู้ทันไปหมด!!

 

 

 

 

( ดารานิล )

 

 

 

ขอบคุณทุกๆ คนมากนะคะที่แวะเข้ามาทักทายกัน สำหรับเรื่องที่ถามกันเข้ามาทั้งเพื่อนชบาและคุณSniffyนั้น นิยายเรื่องเกี้ยวจันทร์จะวางแผงประมาณเดือน ก.ค. ค่ะ ยังไงก็ฝากด้วยนะคะ :)

ข้อความ :
จากคุณ * :
 

หน้าที่ 1 จาก 1 หน้า
แสดง เรื่อง
ความคิดเห็นที่ 1
ต้องอย่างนี้ซินางเอกของเรา   เราต้องสู้เพื่อผู้ชายคนสุดท้ายของเรา เพอเฟ็กขนาดนี้กว่าจะหาได้เพราะฉะนั้นต้อง แย่งงๆๆๆๆๆๆๆ
จากคุณ ปอ/(helikopter) อัพเดตเมื่อ 10/07/2554 14:11:13
ความคิดเห็นที่ 2
55555555555+  อย่างฮาเลยนางเอกเรา  จากที่ตอนแรกคาแรกเตอร์จะเป็นแบบสวย เริ่ด แต่ที่ไหนได้พอเจอหนุ่มไปเท่านั้น
จากคุณ ปอ/(helikopter) อัพเดตเมื่อ 10/07/2554 13:49:14
ความคิดเห็นที่ 3
น่ารักจัง เจ้าใบ้
จากคุณ ฟอสซิล/(idol_rose) อัพเดตเมื่อ 17/06/2554 20:43:44
ความคิดเห็นที่ 4
แนบเนียนดีคะ
จากคุณ วรรณ/(konwan) อัพเดตเมื่อ 12/06/2554 14:50:05
ความคิดเห็นที่ 5
ตลกดีนะ
จากคุณ สา/(474467144) อัพเดตเมื่อ 06/06/2554 15:40:36
ความคิดเห็นที่ 6
วางแผนแบบมีขั้นตอนจริงๆ
ขนาดเอาเจ้าใบ้ไปเรียนฝึกให้เดินกระเผลกๆ
เจ้าใบก็ฉลาดๆมากๆ
แต่ก็มาตกม้าตาย,,,,ตรงที่เห็นลูกบอลลอยมาอยู่ต่อหน้าต่อตานี่แหละ
หมาน้อยทนไม่ไหวจริงๆ อยากเล่นละครให้กับเจ้านายก็อยาก,,,,
แต่ก็อย่างว่าอ่ะนะลูกบอลก็ดันเป็นอะไรที่เจ้าใบชอบเหลือเกิน,,,,หมาน้อยลุกขึ้นมาวิ่งเฉยเลย
งานเข้าตังเลยคราวนี้,,,หน้าแตก,,,หมอชินรู้แผนเลย  อิอิ
ตอนต่อไปจะมีแผนอะไรอีกน๊า?
จากคุณ maple/(nuchaba_lee) อัพเดตเมื่อ 05/06/2554 18:05:16
ความคิดเห็นที่ 7

น้องใบ้โดนอีกแล้วลูก 5555555
ตังหนอตัง ลำบากจริงๆ (_ _);
ขอบคุณสำหรับนิยายสนุกๆ อีกตอนนะคะ

ปล. กรกฎา? พอดีได้จังหวะเรากลับไทยพอดี ไม่พลาดแน่นอนค่ะ XD
จากคุณ Sniffy/(wickedwitch) อัพเดตเมื่อ 05/06/2554 11:04:02
หน้าที่ 1 จาก 1 หน้า
แสดง เรื่อง
 
จำนวนผู้ชมเว็บแจ่มใสขณะนี้: 122 ท่าน