Guest   
 
Username: 
Password:  




 




  






 
อ่านเรื่อง
รักเล่ห์ เสน่ห์ร้าย
ดารานิล
4. ป่วย...ไม่ทราบสาเหตุ I
5
04/06/2554 20:17:02
1893
เนื้อเรื่อง

4. ป่วย...ไม่ทราบสาเหตุ I

หลังจากต้องพ่ายแพ้หลุดลุ่ยให้กับโชคชะตาที่เล่นตลกไม่ให้เธอได้มีโอกาสโชว์ความสามารถในการทำอาหาร หญิงสาวจึงเปลี่ยนแผนใหม่ ในเมื่อไม่ได้ด้วยเล่ห์ก็ต้องเอาด้วยกล ไม่ได้ด้วยมนตร์ต้องเอาถ้วยคาถา!

หญิงสาวยิ้มมุมปากราวกับกำลังคิดแผนอะไรดีๆ ออก ดวงตาคู่สวยหรี่มองไปยังเจ้าใบ้ที่นอนเล่นนังแรบบี้อยู่บนพื้นห้องรับแขกหลังจากเก็บกวาดเศษจานชามออกไปหมดแล้ว ร่างระหงที่นั่งอยู่บนโซฟาสีแดงสดส่งเสียงเรียกเจ้าหมาน้อยที่ยังไม่รู้ชะตากรรมของตัวเองด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม

“ใบ้มานี่สิลูก” สิ้นเสียงหวานๆ หมาตัวเล็กก็วิ่งมาหาพร้อมกับคาบตุ๊กตากระต่ายตัวโปรดมาด้วยความซุกซน

“ปล่อยนังแรบบี้เอาไว้ตรงนั้นก่อน แล้วขึ้นมาบนนี้เร็ว” สิตางศุ์พูดพลางเอามือตบลงบนโซฟาเพื่อเรียกลูกรัก เจ้าใบ้เห็นดังนั้นก็ปล่อยตุ๊กตากระต่ายทันที ก่อนจะโถมตัวกระโดดขึ้นไปหาเจ้านายสาว

มือเรียวไล้ตามขนนุ่มๆ ของหมาตัวน้อยเบาๆ บีบจับเนื้อหนังมังสาใต้ขนฟูนั่นทั่วทั้งตัว เจ้าใบ้ที่ถูกนวดอยู่ถึงกับเคลิ้มนอนหลับตาพริ้มให้เจ้านายของตนลูบไล้ได้ตามสบาย

“แกนี่แข็งแรงเนอะใบ้ ตั้งแต่เลี้ยงแกมาเกือบปีไม่เคยป่วยเลยซักครั้ง” หญิงสาวเปรยขึ้นมา

“โฮ่งๆๆ”

“ว่าแต่แข็งแรงไปมันก็ไม่ค่อยดีนะรู้รึเปล่า มันจะไม่ค่อยมีภูมิคุ้มกัน พรุ่งนี้ไปตรวจร่างกายซักหน่อยดีมั้ย” พูดเสร็จเจ้านายสาวก็หัวเราะหึๆ ในลำคอ ขณะใช้สายตาปีศาจมองต่ำลงมายังหมาร่างเล็กที่นอนอยู่บนตัก ก่อนจะแสยะยิ้มออกมาอย่างเยือกเย็น

เจ้าใบ้เหลือบตาไปมองเจ้านายแล้วก็ต้องขนลุกอย่างไม่ทราบสาเหตุ รู้สึกว่างานนี้มันจะไม่ชอบมาพากลด้วยเหตุทั้งปวงแน่...

 

“ใบ้เป็นอะไรครับ” คชินทร์ในเสื้อเชิ้ตพับแขน เอ่ยถามขึ้นหลังเห็นเพื่อนบ้านสาวสวยอุ้มหมาน้อยแสนรักมายังบ้านเขาด้วยท่าทางน่าสงสาร

“ก่อนตังไปทำงานมันก็ยังดีๆ อยู่เลยนะคะ แต่พอกลับมาเย็นนี้ จู่ๆ ตัวก็ร้อน ข้าวก็ไม่กิน ขนาดตังเอาของโปรดมาล่อมัน มันยังแค่ดมๆ แล้วก็เดินหนี ตังกลัวมันจะเป็นอะไรขึ้นมา เลยรีบอุ้มมาให้หมอชินดูก่อน” หญิงสาวพูดพลางเหลือบไปมองเจ้าใบด้วยสายตาเศร้าสร้อยเสียจนคนที่ยืนมองอยู่ต้องรีบเดินออกมารับเจ้าหมาน้อยที่นอนทำตาปริบๆ ในอ้อมแขนของเธอเข้ามาอุ้มไว้เอง

คชินทร์ช้อนร่างน้อยๆ ขึ้นมาเพื่อพาไปยังโต๊ะในบ้านเพื่อดูอาการ แต่ทันทีที่มือสัมผัสถูกตัวเจ้าแจ๊ครัสเซลขนหัก หมอหนุ่มก็ต้องขมวดคิ้ว เพราะอุณหภูมิของร่างกายมันไม่ได้สูงขึ้นอย่างที่เจ้าของคนสวยว่าแต่อย่างใด

“มีอะไรรึเปล่าคะหมอชิน” สิตางศุ์เอ่ยถามขึ้นมาเมื่อเห็นใบหน้าคมเข้มของหมอหนุ่มคล้ายกับครุ่นคิดอะไรอยู่

“ตัวมันหายร้อนแล้วนี่ครับ” ชายหนุ่มพูดพลางใช้มือข้างที่ว่างอยู่จับไปเบาๆ ที่หน้าท้องของหมาตัวเล็ก

“งึดๆๆๆ” เจ้าใบ้ครางหงิมๆ คล้ายกับอยากจะพูดอะไรบางอย่าง

หญิงสาวที่ยืนมองอยู่ถึงกับต้องรีบช่วงชิงจังหวะที่หมอหนุ่มก้มลงไปมองเจ้าตัวเล็กที่อยู่ในอ้อมแขน ถลึงตาเข้าใส่เด็กในสังกัดให้แสดงให้แนบเนียนกว่านี้

ถ้าหมอชินจับได้ว่าแกไม่ได้ป่วยจริง ฉันจะให้แกอดข้าวอดน้ำสามวันสามคืน จำไว้!

เพียงแค่เห็นสายตาดุๆ ของเจ้านาย น้องหมาผู้น่าสงสารก็หูลูบลงทันใดคล้ายกับจะรู้หน้าที่ตัวเองดี

“โอ้ย...ดีใจจังเลยค่ะ ตังก็คิดไปสารพัดสาระเพกลัวมันจะเป็นอะไรขึ้นมา เพราะตอนที่ตังกลับมาจากที่ทำงานมันตัวร้อนจนตังตกใจรีบอุ้มมาหาหมอนี่แหละค่ะ” สิตางศุ์เอ่ยละล่ำละลัก ยื่นมือไปจับตัวเจ้าใบ้ในอ้อมแขนของหมอหนุ่มเอาไว้ด้วยท่าทางเป็นห่วงสุดแสน

รางวัลลูกโลกทองคำบวกออสก้าร์สามสมัยซ้อนจะไปไหนเสีย...

“ถ้าอย่างนั้นผมขอเอามันเข้าไปตรวจในบ้านก่อนนะครับ เผื่อว่าเป็นอะไรหนักหนาขึ้นมาจะได้รักษาได้ทัน” พูดเสร็จคุณหมอร่างสูงก็อุ้มเจ้าตัวเล็กเข้าไปในบ้าน พร้อมกับร่างระหงของเจ้าของหมาก็เดินตามเข้าไปติดๆ

คชินทร์วางเจ้าใบ้ลงบนโต๊ะกระจกรับแขก โดยมีสิตางศุ์ยืนมองอยู่ไม่ห่าง หมอหนุ่มใช้มือลูบตัวเจ้าหมาน้อยเบาๆ ก่อนจะกดวนไปบนช่องท้องไล่ลงไปถึงลูกอัณฑะ เจ้าใบ้ที่ชอบให้มีคนมาสัมผัสตัวเช่นนี้ก็เคลิ้มใหญ่ นอนนิ่งๆ ยอมให้คุณหมอตรวจแต่โดยดี และก็ยิ่งเป็นผลดีต่อเจ้านายสาวที่ยืนมองอยู่ด้วยความลุ้นระทึกเพราะกลัวตัวแสบจะลุกขึ้นมากระดี้กระด้ากลางคัน

“แล้วทำไมถึงไม่กินข้าวล่ะเรา” ชายหนุ่มพูดกับเจ้าใบ้เบาๆ พร้อมกับใช้มือลูบหัวไปมาอย่างรักใคร่

“งึดๆๆๆ” เจ้าใบ้ครางตอบ ทั้งๆ ที่ยังคงนอนอยู่

“มันเป็นยังไงบ้างคะ” สิตางศุ์กลั้นใจถาม ก็รู้ดีอยู่เต็มอกว่าเจ้าลูกรักมันไม่ได้ป่วยเป็นอะไรสักนิด...

“สบายดีครับ ผมตรวจดูแล้วมันคงแค่คงเบื่ออาหาร”

“จริงเหรอคะ! ดีใจจังเลย แสดงว่ามันหายแล้วใช่มั้ยคะ โอ...โชคดีที่สุดเลย เพราะถ้าใบ้เป็นอะไรขึ้นมาตังคงไม่ให้อภัยตัวเองแน่” หญิงสาวตีหน้าเศร้าเอื้อมมือไปลูบหัวเจ้าใบอย่างรักใคร่ขณะทรุดนั่งไปบนพื้นข้างๆ ร่างสูงของคุณหมอหนุ่มที่นั่งอยู่ก่อน พร้อมกับแอบสูดกลิ่นกายของคนข้างๆ ที่รวยระรินออกมา

ผู้ชายอะไรกลิ่นสะอ้าดสะอาด เหมาะสมเหลือเกินที่จะมาเป็นพ่อของลูกฉัน!

คชินทร์ที่นั่งมองคนข้างๆ กำลังลูบหัวลูบตัวเจ้าตูบอยู่ด้วยความเป็นห่วงก็อดยิ้มขึ้นมาไม่ได้ ถ้าไม่ใช่ว่าเธอทั้งรักทั้งห่วงเจ้าใบ้มากเกินไปจนคิดไปเองเป็นตุเป็นตะ ก็คงจะเป็นเขาเองไม่สามารถวินิจฉัยโรคของมันได้

ก็มันไม่ได้ป่วยเลยสักนิด...

“ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวผมจะให้ยาบำรุงมันไปกินก็แล้วกัน ช่วงนี้คุณก็ดูแลมันดีๆ นะครับ ถ้ามันเกิดอาการหนักขึ้นมาอีกก็พามาหาผมได้ทุกเมื่อ”

“แล้วถ้าเกิดวันที่มันอาการหนักแล้วหมอชินไม่อยู่ล่ะคะ ตังจะทำยังไง แถวนี้ก็ไม่มีคลินิกสัตว์ซะด้วย” สิตางศุ์ถามเสียงละห้อย ปราดมองไปยังเจ้าใบที่ยังคงนอนหลับตาพริ้มเพราะทีเด็ดนวดสะกดจุดของเธออยู่

“ถ้างั้นก็เก็บเบอร์โทรผมไว้ เผื่อคุณมีเรื่องด่วนอะไรก็โทรหาผมได้ทันที” ในที่สุดชายหนุ่มก็ยอมใจอ่อนให้เบอร์ติดต่อเธอไปอย่างปฏิเสธไม่ได้

นี่เราทำอะไรพลาดไปรึเปล่าวะ...

ฝ่ายที่ได้ยินดังนั้นก็ยิ้มแก้มแทบปริ พยายามจะเก็บอาการให้สงบเสงี่ยมเอาไว้เพื่อไม่ให้อีกฝ่ายไหวตัวทัน ก็แหม...จากคนที่เคยประกาศลั่นว่าจะครองตัวเป็นโสดเพราะไม่อยากมีใครไม่ใช่ไม่มีใครเอา มากลับลำตอนอายุสามสิบเอ็ดแบบนี้ มันก็ต้องงัดทุกยุทธวิธีมาใช้ให้เกิดผล เพราะไม่ฉะนั้นแล้วรถด่วนขบวนเพอร์เฟกขบวนนี้ที่เลื่อยคานเธอจนไม่เหลือชิ้นดีมันจะเลยผ่านไปเสียก่อน

ให้อภัยแม่ด้วยนะใบ้ลูกรัก เพราะวันนี้มันเพียงแค่เริ่มต้นเท่านั้น!

 

ตัวเลขสิบหลักบนกระดาษที่เพิ่งได้มาวันนี้มันทำให้หญิงสาวเจ้าของฉายาสวยไม่แคร์สื่อถึงกับยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ ไม่เป็นทำอะไร ได้แต่นอนมองตัวเลขนั้นจนจะตีเป็นเลขหวยได้อยู่มะรอมระร่อ

“เป็นไงล่ะใบ้ ในที่สุดเราก็ได้เบอร์หมอมาจนได้ คราวนี้ฉันยกความดีความชอบให้แก ที่แสดงได้สมกับการเป็นเด็กสร้างของฉัน” สาวสวยยิ้มกริ่ม เอื้อมมือไปคว้าตัวเจ้าหมารางวัลออสก้าร์มาสวมกอดอีกครั้งบนเตียงกว้างในห้องนอน

“โฮ่งๆๆๆ” เจ้าใบ้เห่าเสียงขรมรับคำชมเชย

“ฉะนั้นรางวัลของแกก็คืออาหารหมาเกรดเอ เนื้อคัดคุณภาพชั้นดีสั่งตรงมาจากอเมริกา ชอบใจมั้ยล่ะ” ได้ยินดังนั้นเจ้าใบ้ก็ถึงกับน้ำลายย้อย

“แต่ยังไม่หมดแค่นี้นะ เพราะฉันจะพาแกไปสปานวดเทอราพีสำหรับน้องหมาโดยเฉพาะ ถ้าหากว่าครั้งหน้าแกตีบทแตกกระจุยเหมือนครั้งนี้อีก”

“โฮ่งๆๆๆ บรู๊ววว์” คราวนี้มันทั้งเห่าทั้งหอน คล้ายกับเป็นคำสัญญา

“โอเค งั้นถือว่าเราตกลงกันแล้ว ครั้งหน้าอย่าให้พลาดก็แล้วกันไอ้ใบ้ ไม่งั้นแม่จับตอนให้เหี้ยนเลยคอยดู”

“งึดๆๆ” เจ้าหมาน้อยครางเสียงต่ำ ก่อนจะเดินเข้ามาอ้อนเจ้านายสาวอย่างรักใคร่

สิตางศุ์ยิ้มกริ่มตวัดแขนไปรัดร่างเล็กๆ ของมันเอาไว้หลวมๆ ก่อนจะเบนสายตาไปมองกระดาษที่อยู่ในมืออีกครั้ง

“แล้วเราจะโทรไปหาหมอชินตอนไหนดีนะใบ้ แต่ฉันว่าตอนนี้เราอย่าเพิ่งโทรดีกว่าเพราะมันจะเป็นการแหวกหญ้าให้ไก่ตื่น เดี๋ยวงูอย่างฉันจะชวดซะเปล่าๆ เอาไว้ให้ไก่วางใจงูเมื่อไหร่ วันนั้นแหละใบ้เอ้ย...แกจะได้สลัดคราบไอ้ลูกไม่มีพ่อซะที” สิตางศุ์หัวเราะหึๆ ขณะกอดรัดตัวเจ้าใบ้ไปมาจนมันรู้สึกร้อนๆ หนาวๆ ขึ้นมาอีกรอบ

 

เสียงเห่าเสียงร้องของบรรดาหมาแมวทั้งหลายไม่ได้ทำลายสมาธิของหมอหนุ่มที่กำลังคร่ำเคร่งอยู่กับการเย็บบาดแผลสดให้กับน้องแมวผู้โชคร้ายในห้องผ่าตัดแต่อย่างใด คชินทร์รู้ดีว่าหากขาดเขาไปสักคนเจ้าสัตว์พวกนี้คงอาจไม่ได้รับการรักษาได้ทันท่วงที เพราะบริเวณไม่มีคลินิกรักษาสัตว์เลยแม้แต่ที่เดียว

“เรียบร้อยครับ” หมอหนุ่มในชุดกาวน์เอ่ยขึ้นมาเมื่อใช้กรรไกรตัดด้ายที่ดึงขึ้นมาเป็นเข็มสุดท้าย

“ขอบคุณมากเลยจ้ะหมอ ถ้าไม่ได้หมออีชาเย็นก็คงจะต้องทนเจ็บไปอีกหลายชั่วโมงกว่าจะถึงโรงพยาบาลสัตว์” หญิงสาววัยห้าสิบต้นๆ พูดขึ้นมาด้วยความดีใจ เมื่อเห็นบาดแผลที่คอของเจ้าแมวเหมียวพันธุ์ไทยถูกเย็บปิดสนิทเรียบร้อยดี

“ยังไงก็อย่าลืมพามาล้างแผลทุกวันนะครับ แต่ถ้าไม่สะดวกป้าจะล้างเองที่บ้านก็ได้ เดี๋ยวให้น้องเขาสอนให้”

“ขอบคุณจ้ะ”

“แล้วคราวหลังก็อย่าปล่อยให้มันออกไปนอกบ้านอีกนะครับ อันตรายมันเยอะ ดีนะที่ครั้งนี้หมามันปล่อยออกมาก่อนไม่งั้นชาเย็นอาจจะเจ็บหนักกว่านี้” หมอหนุ่มพูดพลางก้มลงตรวจดูรอยเย็บอีกที

“อิฉันไม่ได้ปล่อยหรอกค่ะ แต่มันสิ ดันแอบออกไปตอนเปิดประตูก็เลยเกิดเรื่อง” คุณป้าเจ้าของแมวพูดพลางลูบหัวเจ้าเหมียวอีกครั้งด้วยความเป็นห่วง

“ครับ ยังไงระวังๆ ไว้ก่อน” คชินทร์พูดยิ้มๆ ขณะหันไปหาผู้ช่วยข้างกาย “เฟิร์น เดี๋ยวพาคุณป้าไปสอนวิธีทำความสะอาดนะ พี่ต้องรับรายอื่นต่อ”

“ได้ค่ะพี่หมอ” หญิงสาววัยยี่สิบสอง พยักหน้ารับคำ กุลีกุจอหยิบน้ำยาฆ่าเชื้อและสาธิตวิธีการทำความสะอาดแผลให้คุณป้าที่ยืนมองอยู่

คชินทร์เดินออกมายังห้องตรวจที่อยู่ติดกันเพื่อรับเคสต่อไป รู้สึกว่าวันนี้จะมีผู้ป่วยสี่ขาเยอะเป็นพิเศษ ไม่รู้ว่าเจ้าหน้าขนพวกนี้ไปทำอะไรมาถึงต้องมาพบหมอคิวยาวเหยียด แต่ถึงแม้ว่าคิวจะยาวแค่ไหนชายหนุ่มก็ไม่เคยบ่น เพราะเขารักงานนี้ราวกับเป็นส่วนหนึ่งในชีวิต

ตรวจไปได้จนเกือบจะหมด จู่ๆ โทรศัพท์มือถือของคุณหมอหนุ่มก็ดังขึ้น คชินทร์ขมวดคิ้วเล็กน้อยเมื่อเห็นชื่อที่โชว์อยู่บนหน้าจอ รีบกดรับในทันทีทันใด

“มีอะไรรึเปล่านี”

“โอเคครับนี รอผมอยู่ที่บ้านนะ ผมจะรีบไปหาเดี๋ยวนี้แหละ”

หลังจากวางสายจากคนชื่อ นี คชินทร์ก็รีบตรวจดูอาการของน้องหมาอีกสองตัว ก่อนจะออกไปจากคลินิกโดยไม่ลืมที่จะสั่งงานไว้กับผู้ช่วยเผื่อว่าทางนี้มีเคสฉุกเฉิน

“มีอะไรด่วนก็โทรเข้ามือถือพี่อย่างเคยก็แล้วกันนะเฟิร์น เพราะวันนี้อาจจะออกไปเลยไม่กลับเข้ามา”

“ได้ค่ะพี่หมอ เฟิร์นก็หวังว่าวันนี้อย่ามีอะไรหนักๆ มาเลย เฟิร์นยังไม่พร้อม”

“ไม่พร้อมวันนี้แล้วเมื่อไหร่จะพร้อมล่ะ ฝึกงานมาตั้งนานยังไม่ชินอีกรึไง เอาไว้ถ้าหนักจริงๆ ค่อยโทรนะ เฟิร์นจะได้เรียนรู้ไปในตัว”

“ค่ะ งั้นพี่หมอก็รีบไปเถอะ เดี๋ยวคุณนีเธอคอยแย่” ใบเฟิร์นพูดยิ้มๆ เมื่อพอจะเดาได้ว่าคนที่โทรมาหาคุณหมอรูปหล่อเมื่อสักครู่นี้คงเป็นคนสำคัญสำหรับเขาจริงๆ

“โอเค งั้นพี่ไปล่ะ ฝากคลินิกด้วยแล้วกัน” พูดแล้วก็พาร่างสูงโปร่งหายออกไปจากประตูกระจก หญิงสาวผมสั้นระต้นคอในชุดกาวน์มองตาม พลางยิ้มขบขัน

แฟนโทรตามล่ะสิท่า รีบออกไปแทบไม่ทัน...

 

เสียงฮัมเพลงอย่างมีความสุขดังแว่วมาจากโต๊ะหัวหน้างานด้านออกแบบโฆษณาของบริษัทชาเล้นท์ครีเอเตอร์ คนที่ได้ยินต่างก้มตัวลงต่ำมองหน้ากันเลิ่กลั่ก ก็ตั้งแต่ทำงานมายังไม่เคยเห็นหัวหน้าของพวกเขาอารมณ์ดีอย่างนี้มาก่อน สงสัยว่าจะไปเจออะไรดีๆ เข้าให้แล้ว

“วันนี้อารมณ์ดีจังพี่ตัง มีอะไรรึเปล่า” หนุ่มร่างสูงเจ้าของฉายาม่อไม่เลือกหน้าเอ่ยถามขึ้น หลังจากที่ทุกคนลงมติโยนหน้าที่นี้มาให้เขา

“คนมีความสุขจะอารมณ์ดีบ้างไม่ได้รึไง” สิตางศุ์เงยหน้าขึ้นมาจอจอคอมพิวเตอร์ตรงหน้า เหลือบมองลูกน้องหนุ่มสี่ห้าคนที่รอคำตอบตอนนี้

“ก็วันก่อนยังหน้าหงิกยังกะเจ้ามือหวยโดนโกง จะไม่ให้พวกผมสงสัยได้ยังไงกันล่ะพี่” เกียรติภูมิเลิกคิ้วเข้มขึ้น เมื่อเห็นสีหน้าของพี่สาวที่อมยิ้มราวกับมีความสุขมาเป็นสิบชาติ

“เขียดจ๋า คนเรามันมีทั้งทุกข์ทั้งสุข เพราะฉะนั้นก็ไม่น่าแปลกที่วันนี้พี่จะมีสุขมากกว่าทุกข์ หรือว่าอยากจะให้พี่อยู่ในโหมดนางมารต่อไปเรื่อยๆ จ๊ะ”

“โอ้ยๆๆ งั้นอยู่โหมดนี้ต่อไปแหละดีแล้วอย่าสลับร่างเลย พอพี่สลับร่างทีไรนะ ขนาดเฮียมนัสที่ว่าโคตรจะดุยังชิดซ้าย” พูดพลางเหลือบตาไปมองชายวัยสี่สิบสองที่นั่งจิบกาแฟอยู่ในห้องกระจกเปิดแอร์เย็นฉ่ำ ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ไอ้บอสไร้ประโยชน์จะย้ายไปประจำที่อื่นให้พ้นๆ เสีย เพราะอยู่ไปก็ไม่ได้ประโยชน์อะไรแก่บริษัท นอกจากเซ็นเอกสารเท่านั้น

พี่เก่ง*กับยัยช้างน้ำ*โคตรจะโชคดีออกไปได้ซะก่อน เพราะไม่งั้นก็ต้องมานั่งทนไอ้คนไร้วิสัยทัศน์นี่อยู่ทุกวัน เฮ้อ...

“ว่าแต่ได้ข้อมูลโฆษณาน้ำดื่มตัวใหม่ของคุณกุหลาบมารึยังเขียด” แม้จะอยู่ในห้วงของความรัก แต่คนอย่างเธอก็ไม่เคยทิ้งเรื่องงาน

“วันพรุ่งนี้พี่ เดี๋ยวเขาจะแฟกซ์มาให้ ขอแก้ไขสโลแกนนิดหน่อยเอาแบบที่เขาชอบใจ”

“ที่เราคิดให้เขาไม่ชอบเหรอ”

“ไอ้ชอบก็ชอบอยู่ แต่เจ๊กุหลาบดันบอกว่าสั้นไป ขอเพิ่มอีกบรรทัดนึง” ได้ยินดังนั้นสิตางศุ์ก็ต้องกรอกตาไปมาอย่างเซ็งจัด เพราะรู้สึกว่าเธอจะถกเถียงเรื่องสโกแกนน้ำดื่มตัวนี้มาไม่ต่ำกว่าอาทิตย์แล้ว

มีอย่างที่ไหนจาก บริสุทธิ์ สะอาด มาตรฐานโลก เป็น น้ำดื่มเจ๊กุหลาบ อร่อย สะอาด ไม่มีสารตกค้าง ของดีอย่างนี้ต้องบอกต่อ!’ ได้ยินครั้งแรกหญิงสาวถึงกับเพลียหัวใจ จากที่เคยพยายามทำให้มันฟังดูสากลวางอยู่บนชั้นมีระดับ กลับกลายเป็นขายตามตลาดนัดไปเสียนี่ เฮ้อ...

แถมยังไม่รู้ว่าคราวนี้เจ๊กุหลาบแกจะโมดิฟายดิ์สโลแกนอะไรประหลาดๆ มาอีก แต่ถึงแม้จะหลุดโลกมาแค่ไหนสิตางศุ์คนนี้ก็บ่ยั่น เพราะหากมีชื่อเธอเข้าไปเอี่ยวในผลงานแล้ว ยังไงมันก็ต้องออกมาเลอค่าที่สุดอยู่ดี!

แต่ในขณะที่หญิงสาวกำลังนั่งตรวจงานของลูกค้าอยู่นั้น กลับไม่ทันได้สังเกตรถบีเอ็มสีขาวที่ขับออกมาจากซอยหลังบริษัทตรงสู่ถนนใหญ่อย่างรวดเร็ว ราวกับว่าปลายทางนั้นเป็นคนสำคัญที่เจ้าของรถไม่สามารถรอเวลาได้แม้แต่น้อย...

 

 

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------

*พี่เก่ง (ศตายุ) และ ยัยช้างน้ำ (ศศิวิรัล) ตัวละครหลักจากเรื่องเกี้ยวจันทร์

 

 

 

 

( ดารานิล )

 

ข้อความ :
จากคุณ * :
 

หน้าที่ 1 จาก 1 หน้า
แสดง เรื่อง
ความคิดเห็นที่ 1
อ้าว ไหนพระเอกเราบอกตังว่าไม่มีแฟนแล้วทีอย่างนี้ทำไมถึงมีสาวปริศนาโผล่มาได้ละ   แล้วอย่างนี้ตังของเราจะทำยังไงอ่ะ ทุ่มไปทั้งตัวทั้งใจขนาดนี้แล้วเนียะ
จากคุณ ปอ/(helikopter) อัพเดตเมื่อ 10/07/2554 13:31:58
ความคิดเห็นที่ 2
อ้าว ไหนพระเอกเราบอกตังว่าไม่มีแฟนแล้วทีอย่างนี้ทำไมถึงมีสาวปริศนาโผล่มาได้ละ   แล้วอย่างนี้ตังของเราจะทำยังไงอ่ะ ทุ่มไปทั้งตัวทั้งใจขนาดนี้แล้วเนียะ
จากคุณ ปอ/(helikopter) อัพเดตเมื่อ 10/07/2554 13:31:58
ความคิดเห็นที่ 3
เจ้าใบโชคดีหรือโชคร้ายหนอ....ที่ได้มาอยู่กับเจ้านายแบบนี้
ถ้าทำงานสำเร็จได้กินอาหารชั้นเลิศนำเข้าจากอเมริกา
แต่ถ้างานล้มเหลว,,,,โดนจับตอนซะงั้น....สงสารเจ้าใบ....หึหึ
นี คือใครน๊า???
หมดชินได้รับโทรศัพท์จากเธอปั๊บ รีบตะบึ่งรถออกจากคลีนิกเลย<<<,
อยากอ่านเรื่องเกี้ยวจันทร์จังเลย,,,,,???

จากคุณ maple/(nuchaba_lee) อัพเดตเมื่อ 05/06/2554 17:52:04
ความคิดเห็นที่ 4
แผนการสุดยอด!!!
จากคุณ vampiregirl/(wanida_pooh) อัพเดตเมื่อ 04/06/2554 15:12:49
ความคิดเห็นที่ 5

สนุกมากเลย XD
(จากคห.ข้างล่าง.... มีนิยายวางแผงแล้วด้วยยย?
ไม่น่า.... ภาษาสวยงามมากๆ เลย วางแผงแล้วอย่าลืมมาโปรนะ
ข้าน้อยจะได้ซื้อถูก ^_^)
จากคุณ Sniffy/(wickedwitch) อัพเดตเมื่อ 04/06/2554 13:12:39
ความคิดเห็นที่ 6

ตอนนี้เจ้าใบ้น่าร้ากกก อยากได้อ่ะ

เออ พูดเกี้ยวจันทร์ จะวางแผงเมื่อไหร่นะเพื่อน

จะได้เตรียมไปสอยถูก

จากคุณ กลีบชบา/(k-911) อัพเดตเมื่อ 04/06/2554 10:45:13
หน้าที่ 1 จาก 1 หน้า
แสดง เรื่อง
 
จำนวนผู้ชมเว็บแจ่มใสขณะนี้: 103 ท่าน