Guest   
 
Username: 
Password:  




 




  






 
อ่านเรื่อง
Love You So Much!!! เพราะฉันรักนายล่ะมั้ง[S.H. Project]
ไอ้เฉาก๊วย~!!!
บทที่10
11
01/01/2533 00:00:00
525
เนื้อเรื่อง

10

 

ถ้าคุณคิดว่าการที่หมาออกลูกเป็นลิงมันเป็นเรื่องน่าตกใจน่ะ เรื่องที่พ่อกับแม่ฉันจะแต่งงานมันน่าตกใจกว่าเป็นร้อยเป็นพันเท่า ผู้ชายที่รักงานมากกว่าสิ่งอื่นใดในโลก  กับผู้หญิงที่รักการแหกกฎยิ่งกว่าเครื่องประดับเพชรมูลค่า10ล้าน  ผู้หญิงกับผู้ชาย2คนนี้เนี่ยนะจะแต่งงานกัน!  ตลกไปแล้วววว  ตั้งแต่เมื่อ17ปีที่แล้ว  ตอนที่แม่มีฉัน  แม่ยังเป็นนักธุรกิจที่เริ่มประสบความสำเร็จและตอนที่พ่อยังเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง  ที่จริงพ่อกับแม่รักกันมานานแล้ว  แต่แม่กับพ่อแถลงข่าวและตกลงกันว่าจะพิสูจน์ให้โลกเห็นว่าการที่ไม่ได้แต่งงานก็สามารถแสดงถึงความรักได้  ฉันถูกจดทะเบียนเป็นลูกของพ่อกับแม่อย่างถูกต้อง  และตั้งแต่จำความได้  พ่อกับแม่ไม่เคยพูดเรื่องแต่งงานซักครั้งนึง  ให้ตายสิ  นี่มันอะไรกันเนี่ย

“คุณหนูเครียดอะไรรึเปล่าครับ” ลุงสมชายทักฉันขณะที่กำลังจะไปส่งฉันที่สถานีBTS

“เกวแค่ตกใจเรื่องที่

“คุณหญิงกับคุณท่านจะแต่งงานกัน?”

“ลุงรู้ด้วยหรอคะO_O

“คุณหญิงกับคุณท่านบอกคนในบ้านหมดแล้วล่ะครับ ^^

“คุณหนูไม่ดีใจหรอครับ^^?

“ก็มันแปลกๆนะคะลุง   เกวอยู่แบบนี้มาตั้ง17ปี  อยู่ดีๆพ่อกับแม่ก็จะแต่งงานกัน  เกวก็ต้องตกใจเป็นธรรมดานี่คะ”

“ฮ่าๆๆ  ครับคุณหนู  อ้อ  คุณท่านสั่งว่าตั้งแต่พรุ่งนี้เป็นต้นไป  ให้ผมไปรับไปส่งคุณหนูทุกวัน ไม่ต้องให้คุณหนูลำบากไปขึ้นรถBTSแล้วนะครับ^^

“หาO-O  เฮ้ยย  อะไรมันเกิดขึ้นกับชีวิตฉันเนี่ยยย

“ก็คุณหนูเป็นสาวแล้วนี่ครับ  คุณท่านกับคุณหญิงเลยเป็นห่วง  อีกอย่าง  ตอนนี้คุณหญิงก็ย้ายสำนักงานกลับมาอยู่เมืองไทยแล้ว  พวกท่านก็มีเวลาให้คุณหนูมากขึ้น ก็เลยอยากเอาใจใส่นี่ครับ”

“ค่ะลุง” ฉันตอบตามด้วยการถอนหายใจ  บางทีที่พ่อทำแบบนี้คงทำเพื่อเอาใจแม่มากกว่า  ไม่ได้เป็นห่วงฉันแบบที่ลุงสมชายพูดหรอก  แต่ก็ช่างเถอะ  คิดบวกไว้สิยัยเกว!

“เย็นนี้ผมจะรอรับคุณหนูที่หน้าโรงเรียนนะครับ^^

“แล้วเจอกันค่ะลุง- -” ฉันบอกลุงสมหมายแล้วหิ้วกระเป๋าย่ามใบใหม่ที่หาเจอจากใต้เตียงเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว

“ครับ^^

 

ฉันเดินขึ้นมาถึงบนสถานีBTS  จะว่าไปวันนี้คนเยอะจังเลยแฮะ  สงสัยฉันจะตื่นสายซะล่ะมั้งเนี่ย- -

“กินอะไรเล่าเธอถึงได้งามแสนงาม~~~

(- - )( - -) ฉันมองหาที่มาของเสียงเพลงแปลกๆ  ไม่ใช่แค่ฉันหรอกนะ  คนแทบทั้งสถานีเลยตะหาก - -

งามล้ำเกินคน~~~

( - -) ( - -) ( - -) ( - -)    (- -)    (- - ) (- - ) (- - ) (- - )

เอ๊ะทำไมฉันรู้สึกว่าทุกคนมองมาที่ฉันคนเดียวล่ะเนี่ย  แล้วไอ้เสียงเพลงเนี่ย  เหมือนมาจากข้างหลังยังไงอย่างงั้นเลย    ฉันหันหน้าไปมองที่มาของเสียงแล้วก็เจอไอ้ที่มาของเสียง  และทำให้ฉันรู้ว่าทำไมทุกคนถึงมองมาที่ฉันคนเดียว  ไม่สิไม่ได้มองที่ฉัน  ทุกคนมองมาที่ไอ้หน้าขาวที่ยืนร้องเพลงเสียงประหลาดอยู่ที่หลังฉันตะหาก

“อรุณสวัสดิ์  ยัยหัวมันแกว^0^

“- -”

“ทำไมเธอทำหน้าแบบนั้นล่ะ^-^

“ก็มันไม่ผิดกฎหมาย- -”

“อุวะ*0*” อยู่ดีๆอีสตันก็ทำท่าเหมือนลิงตีฉาบ  เอ่อทุเรศมาก  ทำไมต้องทำต่อหน้าฉันด้วยเนี่ยยยย!

“นายทำท่าแบบนั้นทำไม  น่าเกลียด- -”

“ก็มันไม่ผิดกฎหมาย*0*  ดูมัน  ยอกย้อน!

“ไอ้

ปี๊ด~ปี๊ด~ปี๊ด~

“รถมาแล้ว  ไปโรงเรียนกันเถอะ^^” นายอีสตันลุกขึ้นจากการทำท่าลิงตีฉาบแล้วจับมือเอ่อ  ก็จับจริงๆอ่ะ  หมอนี่จับมือฉัน

.////.

“เป็นไรเนี่ยยัยหัวมันแกว  ไม่ไปโรงเรียนรึไง?”

“ไปแต่”

^^   งั้นไปกันเถอะ” ฉันไม่รู้ว่าฉันคิดอะไรอยู่  แล้วก็ไม่รู้ว่าทำไม  หัวใจดวงนี้ของฉัน  ถึงเต้นไม่เป็นจังหวะ  หรือที่มันเป็นแบบนี้จะเป็นเพราะ….สัมผัสจากผู้ชายตรงหน้ากันนะ

 

31  มกราคม

++งานแต่งงานของท่านรองนายกรัฐมนตรี++

ให้ตายสิ  ไม่เข้าใจจริงๆว่าจะจัดงานให้มันใหญ่โตทำไม แค่งานแต่งงาน(ของรองนายกรัฐมนตรีกับนักธุรกิจสาวที่โด่งดัง)แค่นี้เอง   พอจัดงานใหญ่  คนก็มาเยอะ  ยิ่งเยอะก็ยิ่งยุ่ง  ว๊ากกกกก><  ปวดหัว!!!  แขกเหรื่อมากันเป็นแสนเลยมั้งเนี่ย  เดี๋ยวลุงนู่นป้านี่ น้านู่นอานี่ พี่นู่นน้องนี่  สรุปแล้วฉันไม่เห็นจะรู้จักใครซักคน  

พ่อกับแม่รับแขกอยู่  ฉันก็ไม่อยากจะกวนท่านซักเท่าไหร่  เลยออกมายืนรับลมตรงระเบียงโรงแรมคนเดียว  โรงแรมนี้เป็นโรงแรมระดับ5ดาวอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา อยากรู้มั้ยว่าใครเป็นเจ้าของโรงแรมนี้  ก็เพื่อนสาวสุดสวย ยัยฮาวายไงล่ะ- -   เนื่องด้วยพ่อแม่ฉันจะแต่งงาน ค่าใช้จ่ายที่นี่ก็ลดไป10%  มันเหมือนจะเยอะนะ  เหอะๆๆ  แต่ความจริงแล้ว10%มันเป็นแค่เศษเงินเล็กๆน้อยๆของพวกคนที่มางานนี้แค่นั้นเอง

 “เดินหาซะทั่วงาน  ลูกสาวเจ้าของงานดันออกมาเตร่ข้างนอกคนเดียวซะอย่างนั้นแหละ^^” เสียงนุ่มทุ้มดังกลบเสียงเพลงเบาๆจากในงาน ฉันหันไปมองที่ต้นเสียงแล้วก็พบเจ้าของเสียงกำลังยืนถือแก้วไวน์อยู่

“อ้าว  พี” 

“ฮะๆๆ  สวัสดีแองเกวลา  ทำไมมาอยู่ตรงนี้ซะล่ะ  ใกล้ถึงฤกษ์แล้วรู้ป่าว”

“จริงหรอ  ฉันนี่แย่เนอะ- -”

“ไม่หรอกๆ  เป็นฉันก็เบื่อล่ะ  งานอะไรก็ไม่รู้  มีแต่คนไม่รู้จัก” พีเรนีสทำหน้าเบ้ก่อนจะหันมาทำหน้าตลกใส่

“อะไรของนายอ่ะพี- -“

“ก็อยากเห็นเธอยิ้มอ่ะ^^” ท่าจะโรคจิตแฮะเพื่อนฉัน

“โอ๊ยย  เจ็บอ่ะพี!” พีเรนีสหยิดแก้มฉันเบาๆ

“ฮ่าๆๆ  เธอยิ้มแล้ว  ไปกันเถอะ  พวกSH.มากันครบแล้วนะ”

“อื้ม^^

 

ฉันเดินเข้ามาในงานแล้วเดินเข้าไปทักทายเพื่อนๆที่กำลังคุยกันอยู่แถวๆโต๊ะวางเครื่องดื่ม  แขกมากันเยอะแล้ว  เยอะจนแทบล้นห้องนี้เลยด้วยซ้ำไป - -“  มองมาตั้งนานแล้วอีตาอีสตันไม่มารึไงนะ แม่อุส่าห์เอาการ์ดไปแจกถึงหน้าบ้าน  น่าเกลียดจริงๆเลย  เชิญมาไม่ยอมมาเนี่ย- -“

“มองหาฉันอยู่รึเปล่า^^” เสียงกวนๆดังขึ้นจากผู้ชายที่อยู่ดีๆก็โผล่หน้ามาจากด้านหลัง

“ว๊ากกกก! 

“อุทานอะไรเป็นผู้หญิงหน่อยดิ  ยัยหัวมันแกว- -”

“นายกำลังด่าว่าฉันเหมือนผู้ชาย”

“อ้าว  รู้ได้ไงอ่ะ*0*  วอนตายซะแล้วไอ้นี่- -

“ไอ้

“ฮั่นแน่~

“จีบกันอีกแล้ววววว”

( ^^)( - -) ~~~(^^ )(^^ )(^^ )(^^ )(^^ )

“บ้า/ดูออกด้วย^0^

“นี่นาย!!!” ฉันหันไปทำตาเขียวปั๊ดใส่คนปากเสีย -///-  พูดออกมาได้  ทุเรศ

“ฮ่าๆๆๆๆ><” ทุกคนขำกันหมดเลยอ่ะT0T

“จะว่าไป  พี่อีสตันมาได้ไงคะ?” ทาลลินล์เป็นคนถามขึ้นมา

“อ๋อ  พอดีบ้านพี่อยู่ติดกับบ้านเจ้าของงานน่ะครับ  คุณพ่อก็เลยได้รับเชิญมา^^” ส่งสายตาหวานเจี๊ยบอีกแล้ว เหอะ  คอยดูเถอะ ฉันจะฟ้องพี่ไคโร!

“อ๋อ ค่ะๆ^^

“อ่าวนี่ทาลลินล์”

“หืม?”

“แล้วพี่ไคโรสุดที่รักของเธอยังไม่มาอีกหรอ^^?”

“อ้าว  นี่น้องเองอ่ะหรอ  ที่เป็นแฟนกับไอ้หัวโตอ่ะO_o

“ทำไมพี่เรียกพี่ไคโรแบบนั้นล่ะคะ- -?”

“ฮ่าๆๆ  ก็มันเป็นหัวกระทิของห้องนี่  แล้วหัวมันก็โตที่สุดด้วย  น้องเป็นแฟนกับมันไปได้ยังไง  คนอะไรไม่รู้หยิ่งโคตร!” - -อยากให้พี่ไคโรได้ยินชะมัด

“แล้วเพื่อนฉันจะเป็นแฟนกับใครมันเกี่ยวอะไรกับนายด้วย  ไปเลยไป!

“เธอไล่ฉันอ่ะ T0T

“ไม่ต้องมาทำหน้าตาทุเรศแบบนี้เลย”

“สวัสดีทุกคน^^

“สวัสดีค่ะ พี่ไคโร” เราทุกคน

“ฮายยย~” นายอีสตัน

“อ้าว  อีสตัน  นายได้รับเชิญมางานนี้ด้วยหรอ?” พี่ไคโร

“อ่าฮะ ใช่*0*” อีตานี่มันทำหน้ากวนได้ไม่เลือกที่จริงๆเลย ให้ตายสิ

“เอาล่ะครับ ท่านผู้มีเกียรติทุกท่าน” เสียงของพิธีกรดังมาจากบนเวที

“ขณะนี้ก็ถึงเวลาอันสมควรแล้วนะครับ ขอเชิญคู่บ่าวสาวขึ้นบนเวทีด้วยครับ” ทุกคนจับจ้องไปที่เวที ที่ตอนนี้พ่อกับแม่กำลังเดินขึ้นไป  ให้ตายสิ ฉันไม่ได้เข้าข้างใครนะ แต่เหมือนเจ้าหญิงกับเจ้าชายชะมัดเลย><

“ขอเสียงปรบมือให้เจ้าบ่าวเจ้าสาวของเราด้วยครับ” ทุกคนพร้อมใจกันปรบมือเสียงดังเกรียวกราว

“ขอให้บ่าวสาวพูดอะไรกับท่านผู้มีเกียรติในงานหน่อยครับ” พิธีกรส่งไมค์ให้กับพ่อซึ่งยืนอยู่ใกล้ๆกับแม่

“เอ่อผมก็ไม่รู้จะพูดอะไร นอกจากจะขอบคุณทุกๆท่านที่มาเป็นสักขีพยานความรักให้เรา  เอ่อขอบคุณครับ” เกิดมา17ปีเพิ่งเห็นคุณพ่ออายก็วันนี้แหละ

“เอาล่ะครับ  ให้เจ้าสาวพูดกันบ้างดีกว่า” พิธีกรส่งไมค์ให้กับแม่

“ดิฉันก็ต้องขอขอบคุณทุกๆคนมากเลยนะคะ ที่มาร่วมเป็นสักขีพยานให้กับความรักของคนแก่ๆสองคน” คนทั้งงานหัวเราะพรืด

พวกเราสองคนรักกันมานานมาก มากจนมีพยานรักตัวเล็กๆซึ่งตอนนี้ก็ไม่เล็กแล้วออกมาหนึ่งคนแล้วค่ะ” สายตาของแม่และพ่อมองมาที่ฉัน

“ความจริงแล้ว พวกเราได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า ความรักแม้ไม่มีงานแต่งงาน ก็ยังสามารถยืนอยู่บนคำว่าความรักได้” ซึ้งแฮะ

“เมื่อก่อน  เราสองคนต่างต้องพบเจอความเหน็บหนาวและความโดดเดี่ยว อย่างที่ทุกคนทราบ เราสองคนไม่ได้อยู่ด้วยกันตลอดเวลา” พ่อกุมมือแม่ไว้แน่น  คู่รักในงานก็ต่างกุมมือกันด้วย

“ทั้งที่เราสองคนอยากจับมือกันแน่นๆอย่างนี้ตลอดเวลา แต่ภาระหน้าที่ของแต่ละคน กลับทำให้เราต้องห่างกัน..” แม่เริ่มน้ำตาไหล

“ดิฉันอยากให้ทุกๆคู่ที่มีโอกาสอยู่ใกล้ชิดกัน กุมมือกันไว้แน่นๆอย่างที่ดิฉันได้ทำอยู่ในตอนนี้ เพราะถึงวันหนึ่ง ถ้ามือของใครคนใดคนหนึ่งหลุดไป โอกาสที่มันจะหวนกลับย้อนมานั้นก็สายไปแล้ว” พ่อขยับตัวให้ติดกับแม่มากขึ้น พร้อมทั้งบีบมือของแม่  คู่รักในงานก็ทำเช่นกัน การได้จับมือกับคนที่เรารักนี่คงจะอุ่นมากเลยสินะ  อยากจับมือใครซักคนจัง

“หนาวหรอ” นายอีสตันกระซิบที่ข้างหูของฉัน

“ป่าวนี่  ก็ปกติ” นายนี่พูดอะไรแปลกๆ- -

“ฉันรู้น่าว่าเธอหนาว  อยากอุ่นมั้ยล่ะ”

“ก็บอกแล้วไงว่าไม่” นายอีสตันกุมมือฉันไว้แน่น ไม่รู้ว่าอะไรทำให้ฉันรู้สึกว่า มันอุ่นขึ้นเป็นกองเลย เหมือนกับสัมผัสเมื่อวันนั้น สัมผัสจากผู้ชายคนข้างๆฉัน สัมผัสที่อบอุ่นอย่างบอกไม่ถูก ไม่ใช่อบอุ่นแต่ภายนอก มันทำให้ฉันรู้สึกอบอุ่นเข้าไปถึงในหัวใจดวงนี้

“เธอหนาวจริงๆด้วย  ปากแข็งจริงเลยยัยคนนี้^^” คนข้างๆหันมายิ้มให้ฉันแล้วกุมมือฉันให้แน่นขึ้น ความรู้สึกนี้มันอะไรกันนะ

“เอาล่ะคะ  ยังไงดิฉันก็ขอขอบคุณท่านผู้มีเกียรติทุกคนมากๆนะคะ^^” แม่ปานน้ำตาที่ใบหน้าออก ก่อนนะพูดขอบคุณแล้วส่งคืนไมค์ให้กับพิธีกร

“เป็นอะไรที่ซึ้งจนแทบกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่กันเลยทีเดียวนะครับ  เมื่อถึงเวลาแล้ว ขอท่านผู้มีเกียรติทุกท่าน ดื่มเพื่อเป็นการฉลองให้คู่บ่าวสาวด้วยครับ” นายอีสตันส่งแก้วเครื่องดื่มให้ฉันทั้งๆที่ยังไม่ปล่อยมือ

“ไช

“โย

“ไช..

“โย

“ไช ไช ไช

“โย โย โย..

“เชิญดื่มครับบบบบ”

 

“ฉันว่านายปล่อยมือฉันเถอะ” ฉันพูดขึ้นหลังจากพิธีดื่มฉลองได้จบลง

“มือเธอเล็กๆแค่นี้ฉันจับไว้ให้ได้น่า^^” หน้าด้านจริงๆเลย ผู้ชายอะไร- -

“ปล่อย!

“ไม่ปล่อย~

“ปล่อย!

“ไม่ปล่อย~

“ปล่อยเดี๋ยวนี้นะ!” ฉันสะบัดมือออกจากการจับกุมของคนข้างๆ

“ดื้อชะมัดเลย ไม่จับแล้วก็ได้ - -”

“ท่านผู้มีเกียรติทุกท่านครับ!” เสียงพิธีกรดังขึ้นอีกครั้ง

“ที่ใต้แก้วเครื่องดื่มของท่านผู้ใดที่มีสติ๊กเกอร์สีเงินแปะอยู่ ขอเชิญขึ้นมาบนเวทีด้วยครับ^0^” สติ๊กเกอร์สีเงิน? ฉันพลิกดูที่ใต้แก้วเครื่องดื่มของฉัน เหมือนจะไม่ใช่แค่ฉัน แต่เป็นทุกคนในงานเลยต่างหาก

“ของเธอมีมั้ยอ่ะ” นายอีสตันชะโงกมาดูใต้แก้วของฉัน

“ไม่เห็นจะมีเลย  ของนายล่ะ” ฉันชะโงกไปดูใต้แก้วของนายอีสตัน

“ว๊า~ ไม่มีเหมือนกันเลยอ่ะ^^

“ก็คนทั้งงานก็ไม่มีเหมือนนายนั่นแหละ  - -”

“ได้แล้วครับ ผู้โชคดีของเรา  ขึ้นมาบนเวทีเลยครับ^^” ความสนใจของทุกคนถูกดึงไปที่เวทีอีกครั้ง ใครกันนะที่เป็นคนที่มีสติ๊กเกอร์สีเงินที่ใต้แก้ว  ทำไมด้านหลังของเขาคุ้นๆจังเลย- -?

“เธอว่าหมอนั่นจะหล่อป่ะ” อีสตันหันมาพูดกับฉัน

“ฉันจะรู้มั้ยล่ะ - -”

“ฉันว่าไม่หล่อชัวร์” ฉันหันไปมองหน้านายอีสตัน หน้าของเราห่างกันซัก3เซนติเมตรได้ มันไม่ใช่ระยะห่างที่ดีเท่าไหร่เลย ว่ามั้ย

ฉันหันหน้ากลับแล้วพูดตอกกลับนายอีสตันไป

“แต่ฉันว่าหล่อกว่านาย!” ฉันหันไปมองที่เวทีต่อ เฮ้ย!นี่มัน..เจ้าของนัยน์ตาสีอัลมอลต์

“ไอ้เบิร์นนี่หว่า!/พี่เบิร์น!” คนข้างๆฉันโพล่งขึ้นมาพร้อมกับฉัน

“นายรู้จักด้วยหรอ?” ฉันหันไปถามนายอีสตันด้วยความอยากรู้

“ก็มันเคยเป็นเพื่อนสนิทฉันมาก่อน ตอนนี้ก็เป็นเพื่อนร่วมห้องกัน  ไม่ให้รู้จักได้ยังไงล่ะ” นายอีสตันมองหน้าพี่เบิร์นก่อนที่จะหลบตาลงมา  มันต้องมีอะไรระหว่าง2คนนี้แน่ๆ

“ว่าแต่เธอน่ะ  รู้จักมันด้วยหรือไง- -?”

“ก็ใช่”

“ในฐานะ- -?” ฉันหันไปมองหน้าคนถามมากที่ยืนอยู่ข้างๆ

“เรื่อง-ของ-ฉัน!

“ฉันอยากรู้เรื่องของเธอไม่ได้รึไง- -”

“แล้วทำไมนายต้องมาอยากรู้เรื่องของฉันด้วย”

“เหตุผลไม่มีได้มั้ยล่ะ^^” รอยยิ้มเจ้าเล่ห์แบบนี้อีกแล้ว  น่าเกลียดชะมัด ผู้ชายอะไรวะ

“คนที่เคยดูตัวด้วย  พอใจมั้ย- -???”

“คนที่เคยดูตัวด้วย” อีสตันทวนคำพูดของฉัน

“ใช่- -”

“ถ้าผู้ใหญ่ถูกใจก็จะกลายเป็นคู่หมั่นสินะ

“แต่ถ้าฉันไม่ถูกใจก็ไม่มีทางหรอกย่ะ”

“แล้วเธอ” นายอีสตันเอามือมาเกลี่ยผมหน้าม้าที่หลุดออกของฉันอย่างเบาๆ ความรู้สึกร้อนวูบวาบตามมา  โอ๊ยยย>///<

.///.

“ถูกใจหมอนั่นมั้ยล่ะ”

“ออีตาบ้า  เอามือนายออกนะ!” ฉันตีเข้าที่มือของนายอีสตัน

“ฮ่ะๆๆ  ก็ได้ๆ  คนหวังดีนะเนี่ย^^

“ไม่ต้องการซะหน่อย” เพราะมันทำให้ฉันร้อนวูบวาบไปหมดแล้ว รู้ตัวบ้างมั้ยเนี่ย><

“แล้วตกลงเธอถูกใจมันมั้ยล่ะ^^?”

“ก็ไม่รู้สิ  ฉันเคยคุยกับเค้าแค่…2ครั้งเอง”

“อื้ม  ก็ดีสินะ^^  นายอีสตันพูดอะไรไม่รู้เบาๆแล้วหันหน้าไปทางเวทีที่พี่เบิร์นกำลังขึ้นไป

“เอาล่ะครับ  ไม่ทราบคุณชื่ออะไรครับ”

“ผมบุรินทร์ครับ  เรียกว่าเบิร์นก็ได้”

“คุณคือผู้โชคดีได้รับของขวัญพิเศษจากเจ้าบ่าวเจ้าสาวของงานนี้ครับ^^” เสียงปรบมือดังเกรียวกราวและเงียบลงเมื่อเจ้าหน้าที่ยกของรางวัลออกมา

“เครื่องรางแห่งความรักครับ^^”พิธีกรยื่นถุงผ้าใบเล็กๆสีแดงขึ้นมาและส่งให้พี่เบิร์น

“เครื่องรางนี้จะทำให้ผู้ถือครองได้พบกับรักแท้  ยินดีด้วยครับน้องเบิร์น” เสียงปรบมือดังขึ้นอีกครั้ง  ฉันเห็นว่าพี่เบิร์นมองหน้าฉันก่อนจะลงจากเวทีด้วย  สงสัยฉันคงจะมองผิดไปล่ะมั้ง  - -“”””

ข้อความ :
จากคุณ * :
 

 
จำนวนผู้ชมเว็บแจ่มใสขณะนี้: 148 ท่าน