Guest   
 
Username: 
Password:  




 




  






 
อ่านเรื่อง
Earring Microphone ยัยซาตานตัวแม่กับคาสโนว่าตัวพ่อ
Kakusisaki Asuna
Kakusisaki Asuna : เราเป็นแฟนกันนะ (100%)
6
10/02/2555 21:49:29
451
เนื้อเรื่อง

3
เราเป็นแฟนกันนะ

 
“ไอ้บลู แกพูดอีกสิวะ”แวมไพร์ตะโกนกลางความเงียบ
“อาซึนะเป็นแฟนกันไหม”
ผ่านไป 1นาที
“ไอ้บลู!!!แกแน่มากเลยว่ะ” โคโตะตะโกน
“เออใช่ ใครจะไปคิดว่าไอ้บลูจะชอบของแปลก” วิวพูดสมทบ
“เมื่อกี้ใครพูดว่า ‘ของแปลก’ “
“เอ่อ…เราเอง ลืมไปว่าอาซึนะยังอยู่”
“ช่างมันเถอะ ฉันไม่ถือหรอกเรื่องแค่นี้”ฉันมองหน้าบลูอยู่ตลอดเวลาไม่ใช่ว่าจะตกลงเป็นแฟนกับบลู “ฉันกลับไปนอนต่อแล้วกัน เรื่องที่บลูขอฉันเป็นแฟนคำตอบคือ…คงเป็นไปไม่ได้ที่เราจะเป็นแฟนกัน”
“ไม่เป็นไร ฉันจะรอต่อไปจนกว่าเธอจะรับฉันเป็นแฟน”
 
(ช่วงพิเศษ : บลู)
ผมตะโกนออกไปอย่างไม่อายเพื่อนในวง แต่อาซึนะสบตาผมแล้วบอกผมทางสายตาว่า ‘นายพูดอะไรออกมา’แล้วร่างบางนั้นก็เดินจากไปจากห้องนี้
“ไอ้บลู แกบ้าหรือแกโง่วะเนี่ยที่ทำแบบนี้” ไอ้โคโตะด่าผม
“ฉันไม่ได้บ้าและไม่ได้โง่”
“แล้วแกอยากให้อาซึนะต้องเจอแบบยัยน๊อตโตะหรือไง”ไอ้แวมไพร์เสริม
ยัย ‘น๊อตโตะ’คือแฟนไอ้แวมไพร์มันนั้นและ น๊อตโตะอายุมากกว่าไอ้แวมไพร์สองปี แต่ก่อนจะมาคบกับไอ้แวมไพร์ได้โคตรทรมานมาก ยัยน๊อตโตะทั้งถูกด่า ถูกตบ และเกือบโดนแฟนคลับไอ้แวมไพร์ฆ่าตาย
“พี่แวมไพร์ พี่อย่าบ้าไปหน่อยเลย ยัยซาตานอาซึนะไม่ใช่พี่น๊อตโตะนะ ที่จะโดนรุมตบอาซึนะเขาก็ไม่ได้เรียนที่นี้ด้วย”เรนมันช่วยพูดให้ผม
“ถ้ามีใครรู้ประวัติอาซึนะละ” ไอ้วิวพูดแทรกขึ้น
“คงเป็นไปไม่ได้หรอกว่ะ ประวัติยัยนั้นมีแต่ความลับทั้งนั้น ขนาดพ่อ แม่ฉันหรือฉัน ไม่มีใครสามารถสืบประวัติได้หรอก แม้แต่น้องแท้ๆ ยังไม่รู้เลย…คงมีแต่ยัยอาซึนะคนเดียวที่รู้”โคโตะพูดขึ้น
“พอ!!!ไม่ต้องเถียงกันและ ฉันตัดสินใจไปแล้วว่าจะจีบอาซึนะให้ได้ ถึงจะไม่รู้เรื่องของเธอเลยก็ตาม!”
พระเจ้า…ผมพูดได้เต็มปากเต็มคำว่าจะจีบผู้หญิงคนนี้ให้ได้ ปกติผู้หญิงที่ผมจีบมักจะตอบตกลงเสมอ แต่ได้เจอคนอย่างอาซึนะที่หยิ่งและเย็นชามันได้ความเร่าใจมาก เหมือนผมเป็นคนซาดิสก์ยังไงก็ไม่รู้
(จบช่วงพิเศษ: บลู)
 
ฉันรีบกลับมาจากมหา’ลัยเพราะต้องรีบนอนเดี๋ยวต้องไปอัดรายการตอนสามทุ่ม วันนี้เป็นวันอะไรเนี่ย บลูต้องบ้าไปแล้วแน่เลยที่พูดออกมาอย่างนั้น ‘อาซึนะเป็นแฟนกันไหม’เพราะคำพูดเดียวทำให้ฉันคิดมากจนทำอะไรไม่ได้เลย
ติ๊ด… ติ๊ด…
(Yugi)
“มีอะไรถึงโทรมา”
(อ้าว พี่อาซึนะทักน้องอย่างนี้เลยหรอ)
“เออ มีปัญหาอะไรป่าว”
(ก็นิดหน่อย)
“ปัญหาไร”
(คือ…เอ่อ)
“จะพูดไรก็พูดมาเร็ว จะไปนอน”
(วันนี้ผมเจอซีรีย์ด้วย)
“แล้วทำไม”
(ก็ยัยนั้นตื้อผมอีกแล้ว)
“สงสัยบลูคงไม่สนใจยัยซีรีย์ ก็ต้องหาเหยื่อ”
(ห๊า!!!ซีรีย์เป็นเด็กพี่บลูหรอ)
“ก็ใช่ไง”
(แล้วเขารู้ไหมเนี่ย)
“ไม่รู้หรอก”
(งั้นผมไปทำงานต่อแล้วกัน)
“ตามสบาย”
โอ๊ย!!!ทำไมวันนี้มีแต่เรื่องของยัยซีรีย์ด้วยเนี่ย ทั้งที่มหาลัยและที่ทำงานของยูกิ
สงสัยดวงฉันจะไม่ถูกกับยัยนี่มั้ง
                ฉันก็เดินกลับไปที่นอนตัวเอง ทำไมฉันต้องเจอแต่เรื่องบ้าๆ ด้วยเนี่ย เครียดสุดๆ ทำยังไงถึงจะกลับญี่ปุ่นซะที ถ้าไม่ติดว่าเพลงที่จะถ่ายต้องถ่ายในไทยนะ ฉันจะไม่มาเหยียบเมืองไทยเด็ดขาด!
                คิดไปก็เครียดไม่คิดก็เครียด (จะเลือกสักอย่างได้ไหม) พอจะนอนก็คิดแต่คำพูดที่บลูพูด ‘อาซึนะเป็นแฟนกันไหม’ เป็นคำขอเป็นแฟนโคตรๆ เชยที่สุดในสามโลกเลย มันไม่เหมาะกับคาสโนว่าตัวพ่อเลยนะ
                ก๊อก ก๊อก ก๊อก
ใครน่ะ ถ้าเป็นพวกยูกิไม่เคาะประตูแน่ ส่วนโคโตะก็ไม่รู้จักที่อยู่ อย่าบอกว่า…
“อาซึนะ เปิดประตูหน่อย”
“ท่านยมทูต!!!”
“จุ๊ๆ เงียบหน่อยสิ”ฉันเดินมาเปิดประตู เห็นหน้าคนที่เคาะแล้วตะโกนออกมาเสียงดัง
“ขอโทษค่ะ ท่านมีอะไรหรอค่ะ ถึงขึ้นมาโลกมนุษย์”
“ก็ป่าวหรอก ข้าขึ้นมาดูพวกเจ้าเฉยๆ ถือโอกาสมาเที่ยวโลกมนุษย์ซะหน่อย”
ฉันลืมบอกความลับไปอีกอย่างคือ ฉันเป็นมนุษย์ที่อยู่ในนรก ทั้งซากุระ ซาระ และยูกิ ต่างก็อยู่ในนรกตั้งแต่ขวบกว่าๆ ได้ขึ้นมาโลกมนุษย์ตอนอายุห้าขวบ ยังสงสัยใช่ไหมว่าพวกฉันเอาชื่อมาจากไหนกัน ท่านยมทูตมีญาติอยู่ในโลกมนุษย์ ท่านยมทูตเลยขอให้พวกท่านรับพวกเราไปเลี้ยงดู พออายุแปดขวดพวกท่านก็ได้เสียชีวิตด้วยอุบติเหตุทางรถยนต์ พวกเราจึงขายบ้านหลังนั้นเพื่อหาเงินส่งตัวเองเรียน จึงต้องยอมขายบ้านทิ้งแล้วออกมาใช้ชีวิตเป็นเด็กข้างถนนแล้วก็ร้องเพลงหาเงิน เป็นไงละชีวิตฉันมันไม่สุขสบายเหมือนคนอื่นหรอก แล้วยังมีแต่ตราบาปติดตัวเอง (นางเอกหรือว่าพระเอกเนี่ย ทรมานชีวิต)
“อาซึนะจัง พาไปเที่ยวที่ทำงานหน่อยสิ”
“ท่านยมทูต ท่านจะไปจริงๆ หรอค่ะ”
“ไปสิ ทำไมหรอ”
“คือว่า… ท่านจะแต่งตัวแบบนี้ออกไปรึค่ะ” ฉันก็ชี้ที่ชุดที่ท่านยมทูตใส่ คือมันเป็นชุดแบบว่า…อธิบายไม่ถูก มันเป็นชุดสีดำแบบกระโปรงยาว แล้วก็ไม่มีรองเท้าใส่
“บ้าหรอเจ้า ถ้าข้าใส่อย่างนี้ไปพวกมนุษย์ได้คุยกันไปทั่ว”
“งั้นท่านก็เอาชุดยูกิไปใส่ก่อนก็ได้ค่ะ”
“ไม่เป็นไรๆ ข้าเตรียมมาเรียบร้อยแล้ว” แล้วท่านยมทูตก็หยิบกระเป๋าออกมาจากเสื้อคุม
“ค่ะ แล้วจะให้ข้าเรียกท่านว่าชื่อจริงๆ ของท่านใช่มั้ยค่ะ”
“ตามใจเจ้าแล้วกันนะอาซึนะ” ฉันจึงพาท่านมิคเอล (เหอะๆ ชื่อไม่เข้ากันเขาเลย) ลงไปเที่ยงรอบๆ เมืองแถวนี้ ซึ่งฉันก็เป็นคนขับรถให้อยู่ดี ท่านก็ถามฉันตลอดทางว่าทำงานเป็นไงบ้าง สบายดีไหม อะไรอย่างนี้ แต่อีกคำถามหนึ่งซึ่งมันทำให้ฉันเครียดและตอบยาก
“เจ้ายังจำได้ใช่ไหมว่าวันเกิดเจ้าต้องลงไปที่นรกเหมือนเคย?”
“ค่ะ ข้าจำได้ว่าต้องลงไปอยู่แล้ว”
                สงสัยให้ใช่ไหมละทำไมฉันคนเดียวต้องลงไปที่นรกแทนที่จะไปหมด เพราะฉันต้องลงทุกๆ วันเกิดตัวเอง ไปชดใช้ตราบาปและเยียวยาชีวิตและอายุตัวเองให้อยู่บนโลกมนุษย์ตามคนปกติ แลกกับการไม่ต้องอยู่ให้นรกตลอดชั่วชีวิต ฉันลงไปในนรกเกือบๆ ชั่วโมงหนึ่งก็เท่ากับเกือบๆ ห้าหรือสิบวันของโลกมนุษย์ มันทรมานมากเกินไปที่มนุษย์ธรรมดาอย่างพวกเราต้องทนอยู่ (นี้มันชีวิตคนธรรมดาหรอเนี่ย) ยังจำอายุตัวเองไม่ได้เลยว่าตอนอยู่ให้นรกอายุเท่าไหร่ แต่อยู่ในโลกมนุษย์เท่ากันสิบเก้าปีพอดี
                ใครๆ ก็บอกว่าฉันไม่เหมือนคนบนโลกอ่ะนะ เพราะดวงตาทำให้คนหวาดกลัว จนไม่มีใครอยากเข้าใกล้ตัวฉันนานๆ แต่ตอนนี้คนชอบเข้าใกล้มากทุกที ทำให้รู้สึกอึดอัดมาก แต่ดีกว่าคนไม่เข้าใกล้แล้วกัน
                ฉันเดินไปเที่ยวเมืองเรื่อยๆ จนสายตาไปมองร้านอาหารไทยร้านหนึ่งในเมืองเห็นชายหญิงคู่หนึ่งนั่งป้อนอาหารกันอยู่ ผู้ชายฉันรู้จักเขาเป็นอยากดีเลย เพิ่งขอเป็นแฟนฉันเมื่อวานยังมีหน้ามาเที่ยวกับคนอื่นอีกแล้วบลู!

ข้อความ :
จากคุณ * :
 

หน้าที่ 1 จาก 1 หน้า
แสดง เรื่อง
ความคิดเห็นที่ 1
มาอัพต่อเร็วๆนะคะ
จากคุณ Friend/(frienddd123) อัพเดตเมื่อ 11/06/2554 21:30:39
หน้าที่ 1 จาก 1 หน้า
แสดง เรื่อง
 
จำนวนผู้ชมเว็บแจ่มใสขณะนี้: 171 ท่าน