Guest   
 
Username: 
Password:  




 




  







 
อ่านเรื่อง
ผูกพันรัก...สุดท้ายด้วยน้ำตา (So many tears) กดไลค์แฟนเพจอัณณ์ศญาได้ที่ http://www.facebook.com/unsaya
อัณณ์ศญา
บทที่ 19 Our Song อัพแล้ว 100 %
22
25/04/2554 21:25:06
2184
เนื้อเรื่อง
  



ก่อนอัพนิยาย...ขอนอกเรื่องบ้างไรบ้าง อิอิ
ใครดูเดอะสตาร์แล้วชอบน้องแอมป์
ช่วยโหวตบ้างคนละนิดนะคะ ^^;

ส่วนนิยาย....ก็ดำเนินมาถึงตอนที่สิบเก้าแล้ว
กว่าจะแต่งได้แต่ละตอน เบลอๆ ยิ่งนัก
มีอะไรสงสัย...ถามคนแต่งได้นะคะ ^^
แล้วพบกันต่อตอนนี้ค่ะ



            หลังจากที่ปิดต้นฉบับหนังสือเรื่องเพลงรักประกอบนิยายเสร็จ มินแจวอนก็ตัดสินใจเข้ามาทำงานที่บริษัท KM Music Entertainment ซึ่งเป็นกิจการของตระกูล การตัดสินใจครั้งนี้ของเธอนำมาซึ่งความยินดีและภาคภูมิใจในตัวลูกสาวของเดียวอย่างมาก คังซองโฮจึงส่งแจวอนเข้าไปอบรมและเรียนรู้ด้านการบริหารเพิ่มเติม ที่สถาบันซึ่งมีชื่อเสียงที่สุดในประเทศ

            แจวอนที่เรียนจบทางด้านสถาปัตยกรรมศาสตร์ จึงต้องเปิดสมองเพื่อที่จะรับการถ่ายทอดงานทุกอย่างจากบิดา ความจริงแล้ว...เธอไม่ได้อยากยุ่งเกี่ยวกับงานทางด้านธุรกิจของครอบครัวเลยสักนิด ไม่เช่นนั้น...เธอก็คงไม่เลือกที่จะเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยฟลอริดาด้านสถาปัตยกรรม แต่ในเมื่อตอนนี้พ่อมีเพียงแค่เธอเท่านั้น ที่จะช่วยสืบทอดกิจการของบริษัท เพื่อที่จะยังคงผลิตงานเพลงให้เป็นอันดับหนึ่งในอุตสาหกรรมดนตรีของประเทศ

            เธอเชื่อว่าคนเราสามารถเรียนรู้ในสิ่งที่ต้องทำได้ เพราะยังมีคนอีกมากมายที่ต้องทำในสิ่งที่ตัวเองไม่ได้รักมาตั้งแต่แรก เราจึงต้องใส่ใจไปกับสิ่งทีเราต้องทำ เพื่อที่จะได้ค้นพบกับความสุขจากสิ่งที่เกิดขึ้นแล้วตรงหน้า เพราะแจวอนเชื่อ...ว่าสิ่งใดที่ได้เกิดขึ้นแล้ว...สิ่งนั้นย่อมดีเสมอ

          หลายวันต่อมา ในขณะที่แจวอนกำลังนั่งทำงานอยู่ในห้องทำงานส่วนตัว ท่ามกลางความเงียบ...เสียงโทรศัพท์มือถือของเธอก็ดังขึ้น และก่อนที่จะกดรับสายแจวอนก็อดที่จะยิ้มอย่างดีใจไม่ได้...เมื่อเห็นว่าเป็นคิมมินชอล แมวเมี้ยวเจ้าเล่ห์ กำลังส่งเสียงปลายสายที่เต็มไปด้วยความคิดถึงและห่วงใย เพื่อให้กำลังใจอุ่นๆ แก่เธอผ่านทางคลื่นโทรศัพท์

            “พี่หวังว่าช่วงเวลาแห่งความยากลำบากนี้ จะช่วยสร้างให้เธอเป็นนักธุรกิจที่เก่งขึ้นได้ในอนาคต เมื่อวันที่เธอรู้สึกกลัว...แบ่งความรู้สึกนั้นมาที่พี่บ้างก็ได้นะ”         

            “ถ้างั้น...ฉันจะยกความกลัวที่มีไว้ให้พี่หมดเลยก็แล้วกัน ฉันต้องไปพบมินาที่ร้านกาแฟแล้ว เดี๋ยวเราค่อยคุยกันต่อนะคะ” หญิงสาวบอกกับมินชอลด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน เวลาที่ได้คุยกัน...หนึ่งนาทีในความเป็นจริงนั้นแสนยาวนาน และต่อให้อยู่ท่ามกลางสายลมที่เหน็บหนาว ก็ทำให้แจวอนมีความสุขได้

 

            “นี่กาแฟม็อคค่า แล้วก็นี่เค้กข้าวของโปรดของเธอ” แจวอนยกแก้วกาแฟกับขนมมาวางลงตรงหน้าลีมินา

            “ขอบคุณมากนะคะ...” เจ้าของดวงตาเศร้าได้แต่ตอบไปอย่างหม่นหมอง ทั้งคู่กำลังนั่งอยู่ที่ระเบียงเล็กๆ ของร้านกาแฟข้างๆ ตึกของ KM กรุ๊ป เมื่อมินามองไปรอบๆ ตัว ก็พบว่าร้านนี้เต็มไปด้วยเค้กข้าวน่ากินหลากสีเต็มไปหมด ความหดหู่ในใจเธอก็เหมือนจะเริ่มผ่อนคลาย นี่อาจจะเป็นดั่งเช่นที่แจวอนบอก...ว่าขนมพวกนี้เป็นของโปรดของเธอจริงๆ

            “แววตาของเธอเริ่มกลับมาเป็นเหมือนเดิมแล้วนะ แววตาแห่งความดีใจเวลาที่ได้กินขนม” สีหน้าหนักใจของแจวอนกลับมามีรอยยิ้มจางๆ ในขณะมองมินาที่กำลังกัดกินเค้กข้าว...ขนมที่มีหน้าตาน่ารักๆ ไม่แพ้กับเพื่อนสาวของเธอ ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ความทรงจำของมินาจะกลับคืนมาสักที เธออยากให้หญิงสาวแสนหวานตรงหน้า กลับมาเป็นสาวซ่าสุดเฮี้ยวเหมือนเคยมากกว่า

            “แต่ว่าแววตานี้ของฉัน มันน่าจะกลับมาพร้อมกับความทรงจำบ้างนะคะ” เสียงใสเอ่ยขึ้นมาอย่างผิดหวัง

            “คงอีกไม่นานหรอกน่า...เรื่องเฮี้ยวๆ ของเธอมีตั้งเยอะ จะลืมไปตลอดแบบนี้ได้ไง...จริงไหม” ริมฝีปากระเรื่อเอ่ยขึ้นมาอย่างนึกขันถึงวีรกรรมแสบๆ ของมินาในอดีตตั้งแต่สมัยเรียนที่อเมริกา

          ผู้หญิงชาวเอเชียคนเดียวที่มีนักศึกษาชาย มาขอนัดเดทมากที่สุดในมหาวิทยาลัย กับความสามารถในการสับรางขั้นสุดยอดของมินา ที่สาวๆ ฝรั่งยังต้องยอมแพ้ ซึ่งผิดกับผู้หญิงท่าทางเรียบร้อยตรงหน้าอย่างริบลับ

            “ความจริงที่ฉันนัดเธอมาวันนี้...ก็เพื่อจะชวนเธอมาทำงานที่บริษัท พี่จีวอนต้องการผู้ช่วย ฉันเลยนึกถึงเธอขึ้นมา เพราะฉันคิดว่าเธอน่าจะทำได้เป็นอย่างดี” คำพูดของแจวอนกำลังทำให้มินาใจหายหล่นวูบ

            “ผู้ช่วย...พี่จีวอน ที่เป็นผู้จัดการวง Sappheiros น่ะเหรอคะ” มินากลืนน้ำลายอึกใหญ่ ตอนนี้เธอ...เริ่มรู้สึกกลัวขึ้นมา แต่พยายามไม่แสดงออกให้แจวอนรู้ ว่าเธอกำลังกลัว...กลัวกับการที่ต้องเจอกับกวากวา

            “ใช่แล้ว...ตกลงนะ เธอจะได้มีอะไรสนุกๆ ทำ เพื่อที่จะได้กระตุ้นความทรงจำที่หลับใหล ให้ตื่นขึ้นมาสักที” แจวอนบอกอย่างเริงร่า โดยที่ไม่ได้รู้เลยว่าสิ่งที่เธอมองว่าเป็นสิ่งที่ดีนั้น กำลังสร้างความลำบากใจให้กับมินาเป็นอย่างยิ่ง

 

            ตั้งแต่วันที่ได้เริ่มศึกษาผังองค์กรของ KM Music Entertainment แจวอนก็สังเกตได้ว่าภายใต้บริษัทขนาดใหญ่แห่งนี้ตำแหน่งและหน้าที่ในการบริหารถูกแบ่งเพื่อกระจายอำนาจไม่ให้บริษัทถูกควบคุมโดยคนคนเดียว แม้ว่าพ่อของเธอจะเป็นประธานบริหาร แต่บุคคลที่มีอำนาจและความรับผิดชอบสูงสุดในองค์กรกลับเป็นคิมเยซึล ซึ่งมักมีความขัดแย้งกับหุ้นส่วนของบริษัทอยู่เสมอ เพราะถึงแม้เยซึลจะเป็นผู้หญิง แต่เธอก็สามารถบริหารงานได้อย่างเด็ดขาด รวดเร็ว และไม่ไว้หน้าใครทั้งนั้น

            ดังนั้นจึงหมายความว่าการกำหนดนโยบาย การตัดสินใจ และการใช้อำนาจจัดการบริษัทอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด ของ KM กรุ๊ป กำลังขึ้นอยู่กับคิมเยซึลเพียงผู้เดียว แจวอนครุ่นคิดในใจด้วยความรู้สึกกังวล

            “คุณมีดาจอง คุณทำงานกับคุณพ่อของฉันมานานรึยังคะ” แจวอนจ้องหญิงสาวตรงหน้าอย่างต้องการคำตอบ ดาจองจึงต้องตอบคำถามออกมาอย่างชัดถ้อยชัดคำ

            “อีกสามเดือนกับสิบหกวัน...ก็จะครบสิบปีแล้วค่ะ”

            “คุณพ่อส่งคุณให้มาช่วยเหลือฉัน ฉันไว้ใจคุณได้ใช่ไหม...ดาจอง” น้ำเสียงราบเรียบแต่ทว่าจริงจังจากหญิงสาวที่มีอายุน้อยกว่า ทำให้ดาจองเงยหน้ามองแจวอนอย่างนึกสงสัย จนหัวคิ้วของเธอขมวดเข้าหากันทันทีที่สบตากลมโต

            “ที่ฉันถามคุณแบบนี้ ก็เพราะว่าการทำงานในแวดวงธุรกิจ บางครั้งเราก็ต้องการเพื่อน มากกว่าเจ้านายกับลูกน้อง” เมื่อคนถูกถามยังจ้องหน้าเธอนิ่ง แจวอนจึงขยายความอีกครั้งด้วยน้ำเสียงจริงจัง

            “ดิฉันได้ทุนจาก KM กรุ๊ป จนเรียนจบถึงปริญญาโทและได้ทำงานในบริษัทนี้ ก็เพราะท่านประธานคังอยากจะช่วยเหลือพ่อของฉัน ซึ่งเป็นเพียงยามรักษาความปลอดภัยของบริษัท จึงไม่มีเหตุผลใดๆ ที่จะทำให้ฉันไม่ซื่อสัตย์ต่อท่านประธานและคุณหนู” เมื่อได้ยินคำตอบจากหญิงสาวที่อยู่ตรงหน้า เจ้าของนัยน์ตาสวยจึงอนุญาตให้เลขาฯของบิดา กลับไปทำหน้าที่ของตัวเองต่อได้

            มีดาจอง...เป็นผู้ช่วยที่มีความสามารถและสุขุมรอบคอบที่สุดของคังซองโฮ เธอจึงได้รับมอบหมายหน้าที่อันสำคัญในการช่วยดูแลลูกสาวคนเดียวของท่านประธานบริหาร เพื่อให้แจวอนก้าวขึ้นมาเป็นเป็นผู้สืบทอดตำแหน่งบริหารของ KM กรุ๊ป ที่มีความสามารถและได้รับความนับถือจากผู้บริหารคนอื่นๆ ในอนาคตอันใกล้

           

            เมื่อความคิดของแจวอนเริ่มล่องลอยผันแปร...ความรู้สึกอ่อนไหวก็เกิดขึ้นตามมา เธอจึงตัดสินใจเดินออกจากห้องที่เงียบกริบ เพียงเล็กน้อยที่น้ำตาแห่งความเจ็บปวดไหลริน...เธอเหนื่อยและหวาดกลัวเหลือเกินกับหนทางที่อยู่เบื้องหน้า เด็กน้อยในโลกของวงการธุรกิจอย่างเธอจะต่อสู้กับความขัดแย้งในคณะกรรมการบริหาร การแย่งชิงอำนาจ และการกดดันจากผู้ถือหุ้นที่อยู่เบื้องหลังได้ไหวแค่ไหนกัน

          พี่หวังว่าช่วงเวลาแห่งความยากลำบากนี้ จะช่วยสร้างให้เธอเป็นนักธุรกิจที่เก่งขึ้นได้ในอนาคต เมื่อวันที่เธอรู้สึกกลัว...แบ่งความรู้สึกนั้นมาที่พี่บ้างก็ได้นะ

           คำพูดของมินชอลยังคงดังก้องอยู่ในหัวของแจวอน แต่...ฟังสิ เสียงหัวใจของเธอ เพียงแค่เขาอยู่ใกล้ๆ ในโลกความฝันทั้งใบของเธอก็มีเพียงแต่เขา แต่ในโลกของความเป็นจริง แค่คิด...ว่าถ้าตอนนี้เขาอยู่ตรงหน้า แจวอนกลับรู้สึกหายใจไม่ออก เธอคงทำผิดพลาดอย่างง่ายดาย ที่ปล่อยให้มินชอลเข้ามาใกล้หัวใจจนเกินไป

            แจวอนก้าวข้างลงบันไดของตึกสูงสิบเก้าชั้นไปเรื่อยๆ จนกระทั่งมาถึงชั้นสำหรับจัดกิจกรรมภายในของบริษัท เธอพบว่าบริเวณชั้นนี้ทั้งหมดถูกตบแต่งให้เป็นสวนดอกไม้ ที่ช่วยเพิ่มความสดชื่นและพลังชีวิตให้กับทุกคนในบริษัท แจวอนอดที่จะทึ่งในความสามารถของนักออกแบบสวนแห่งนี้ไม่ได้ ที่มุมเล็กๆ ซึ่งมีแสงแดดเข้าถึงยากแบบนี้ ก็ยังสามารถจัดสวนให้ดูดีได้แม้จะอยู่ภายในอาคาร

            หญิงสาวก้มลงถอดรองเท้าทิ้งไว้ ก่อนที่จะเดินเท้าเปล่าเพื่อสัมผัสไปบนแผ่นทางเดินหินกาบ ความอ่อนนุ่มของเท้าที่สัมผัสไปบนแนวทางเดินหินช่วยทำให้ความรู้สึกที่อ่อนล้าในหัวใจของเธอผ่อนคลาย แจวอนจึงค่อยๆ เดินไปเรื่อยๆ อย่างช้าๆ แล้วเธอก็หยุดฝีเท้าทันทีที่ได้ยินเสียงเปียโนคลอมาเบาๆ จากมุมท้ายสุดของสวน แจวอนได้ยินเสียงหัวใจของตัวเองเต้นอยู่ในความเงียบงันทันที เมื่อเธอกำลังเห็นเท็ตสึนั่งเขียนอะไรบ้างอย่างคู่ไปกับการเล่นเปียโนหลังใหญ่ เป็นทำนองเพลงที่ร้อยเรียงตัวโน้ตอย่างที่เธอไม่เคยได้ยินมาก่อน แจวอนจึงก้าวเข้าไปหาผู้ชายตรงหน้าอย่างช้าๆ ราวกับต้องมนต์

             “เธอกลายเป็นโจรย่องเบาไปตั้งแต่เมื่อไหร่กัน” เสียงของเท็ตสึปลุกให้เธอตื่นขึ้นจากภวังค์ความคิด

            “พี่เท็ตสึ...” เธอได้แต่กระพริบตาปริบๆ เพราะไม่รู้จะแก้ตัวว่าอย่างไร กับการที่เผลอเอาแต่พินิจใบหน้าของเขาอย่างตั้งใจมากไป มันนานมากแล้วที่เธอต้องเก็บความรู้สึกที่มากล้นในหัวใจ ที่ไม่อาจจะพูดออกไป...ในทุกครั้งที่พบกัน คงเพราะเธอกลัวมากจนเกินไป...กลัวคำสามคำนั้น จะทำให้ความผูกพันและความรักระว่างพี่น้องจบสิ้นลง จนในที่สุด...มันก็สายเกินไปที่จะเอื้อนเอ่ย พี่ชายของเธอ...มีผู้หญิงที่เขารักอยู่เต็มหัวใจแล้ว และเธอเองก็กำลังหวั่นไหวให้กับความรักที่คิมมินชอลมีให้กับเธอ

            “เธอกำลังรบกวนการแต่งเพลงของพี่” เขาหันมาพูดด้วยท่าทางที่แสนเย็นชา

            “ฉันขอโทษนะคะพี่ชาย ถ้าอย่างนั้นฉันคงต้องกลับไปทำงานต่อ” แจวอนกำลังจะเดินหันหลังกลับไป แต่เขากลับรีบลุกไปคว้าข้อมือเธอไว้ก่อน

            “แต่พี่คงไม่คิดจะแต่งมันต่อแล้ว...” เมื่อสายตาของทั้งคู่ประสานกัน ความรู้สึกที่ไม่เคยบอกและไม่เคยยอมรับ ซึ่งทำให้ต้องห่างไกลกัน ได้ช่วยคืบคลานวันและคืนที่เลยผ่าน ให้อีกฝ่ายรับรู้ได้ว่าในส่วนลึกของหัวใจ...ฉันยังคงคิดถึงเธออยู่เสมอ

          “ทำไมล่ะคะพี่ชาย...ฉันว่ามันเพราะมากๆ เลยนะคะ” แจวอนเผลอมองเขาด้วยสายตาลึกซึ้ง จนหัวใจของเท็ตสึเต้นระรัว เพลงรักที่เขากำลังแต่ง...มีเธอเป็นคนแรกที่ได้ฟังท่วงทำนองของมัน

            “ก็ในเมื่อมันได้ถูกเธอฟังไปแล้ว ทั้งๆ ที่ยังแต่งได้ไม่จบเพลง เธอก็ต้องรับผิดชอบด้วยการช่วยพี่แต่งต่อให้จบ”

            “ฉันก็นึกว่าพี่จะโกรธที่ฉันมารบกวนจนหมดอารมณ์ซะอีก ฉันทำอะไรได้ตั้งหลายอย่างเชียวนะ ยกเว้นการบริหารธุรกิจพันล้าน เรื่องแต่งเพลงแค่นี้ สบายมาก” แจวอนบอกอย่างอารมณ์ดี เพราะช่วงนี้เธอห่างหายจากงานเขียนไปนาน การแต่งเพลงช่วยเท็ตสึในครั้งนี้ ก็น่าท้าทายและสนุกไม่น้อย

            “แล้วเธอไม่กลับไปทำงานต่อแล้วเหรอ” เท็ตสึถามอย่างเป็นห่วง เพราะรู้ว่าตอนนี้เธอกำลังแบกรับความหวังของท่านประธานคังเอาไว้ทั้งหมด แค่แววตาที่ไม่สดใสเหมือนเคย...เท็ตสึก็รู้ได้ทันทีว่าน้องสาวของเขากำลังไม่มีความสุข กับเส้นทางที่ไม่ได้เลือกเอง

            “ไม่แล้วล่ะ...ฉันขอกลับไปเป็นเด็กดื้อกับพี่ชายของฉันดีกว่า กลับไปเป็นตัวของตัวเองสักสองสามชั่วโมง...หุ้นของบริษัทก็คงไม่ตกหรอกมั้ง” แจวอนบอกพร้อมกับนั่งลงไปข้างๆ เท็ตสึ ก่อนที่จะคว้าสมุดแต่งเพลงของเขามาอ่าน แล้วทั้งสองคนก็ช่วยกันเอาดินสอขีดเขียนแก้ไข และแต่งเติมเนื้อเพลงร่วมกันอย่างมีความสุข

            ตอนนี้แจวอนกำลังปล่อยให้อารมณ์อยู่เหนือเหตุผลใดๆ ทั้งมวล เรื่องระหว่างเขาและเธอแปรเปลี่ยนเป็นอื่นใดได้ยากยิ่ง แต่หัวใจสองดวงกลับไม่เป็นเช่นนั้น แจวอนไม่อยากคิดหาเหตุผลใดๆ อีกแล้ว ถ้ามันจะทำให้เธอต้องเหนื่อยหัวใจไปมากกว่านี้ ขอแค่มีความสุขสักพัก แค่ช่วงเวลานี้จะได้ไหม

 

เมื่อคุณลืมตาขึ้น...ท่ามกลางแสงอาทิตย์อันน่าหลงใหล

ได้กลิ่นหอมไหม...เจ้าดอกกุหลาบในสวนกำลังทักทายคุณอยู่

ลองเอียงหูฟังซิ...พวกมันกำลังจะบอกอะไรกับคุณ , ที่รัก

ท่วงทำนองแห่งรักอันแสนอ่อนหวาน จากปลายนิ้วของฉันที่กำลังสัมผัสผ่านเปียโนหลังงาม

ความรู้สึกที่ฉัน...แอบซ่อนไว้ภายใน คุณเคยคิดบ้างไหม...ว่าฉันรู้สึกอย่างไรกับคุณ

นี่คือทั้งหมดจากใจฉัน , ที่รัก

(เท็ตสึ) ดอกกุหลาบสีชมพู...แทนความรักที่ฉันเคยคิดว่ามันแค่ฉาบฉวย

(แจวอน) ดอกกุหลาบสีขาว...แทนความรักของฉัน ที่มอบให้คุณไปอย่างไม่เคยหวังอะไรกลับคืนมา

(เท็ตสึ) ดอกกุหลาบสีส้ม...จะช่วยทำให้คุณรู้สึกอบอุ่น แม้ว่าเราจะอยู่ไกลกัน

(แจวอน) ดอกกุหลาบสีเหลือง...ถึงเราจะรักกันไม่ได้ แต่ฉันยังหวังว่ามิตรภาพของเราจะคงอยู่

แค่เพียงปรารถนา...ในความฝันของฉัน ถูกเติมเต็มด้วยความรักจากคุณ

หัวใจที่อ้างว้างเหน็บหนาวนี้...คุณช่วยรับและกอดมันไว้ได้ไหม

(เท็ตสึ) เพราะฉันยังมีสวนดอกกุหลาบสีแดง...ซึ่งแทนความรักสุดลึกซึ้งและมั่นคงมามอบให้กับคุณ

ช่วยรับมันไว้ พร้อมๆ กับหัวใจของฉันได้หรือเปล่า

(แจวอน) ดอกกุหลาบสีม่วง...ใครบอกว่ามันดูเศร้า แต่ฉันจะมอบให้คุณเพื่อแทนความสำเร็จในชีวิต

(เท็ตสึ) และสุดท้าย...ดอกกุหลาบสีดำเพียงดอกเดียว แทนความรู้สึกของฉันทั้งหมดในตอนนี้

ความสวยงามที่เป็นนิรันดร์ เช่นเดียวกับความรักที่ไม่แปรเปลี่ยน นี่คือทั้งหมดจากใจฉัน , ที่รัก

           

            เมื่อแต่งเพลงจบ...ความเงียบก็บังเกิดขึ้น ความรู้สึกที่อ่อนไหวไปกับบทเพลง กำลังทำให้ความปรารถนาหลั่งไหลออกมาจากหัวใจที่แสนสับสน ทั้งคู่เผลอบอกความในใจให้อีกฝ่ายได้รับรู้ โดยการแทนความหมายในแต่ละสีของดอกกุหลาบ...ผ่านบทเพลงนี้ที่สลับกันแต่ง

            “พี่จะเล่นเพลงนี้บนคอนเสิร์ตในอีกสองอาทิตย์ข้างหน้า เธอช่วยมาเป็นแขกรับเชิญพิเศษให้พี่หน่อยได้ไหม” เท็ตสึเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงจริงจัง

            “ไม่เอาหรอก พี่ไปหาคนอื่นเถอะ ฉันร้องเพลงไม่เพราะ แถมยังชอบผิดคีย์อีกต่างหาก เอาไปขึ้นแสดงด้วย...มีหวังดับก่อนที่จะได้เกิดแน่เลย อีกอย่างฉันก็ไม่กล้าด้วย พี่ก็รู้...ว่าฉันอยู่ในที่ที่มีคนเยอะๆ ไม่ได้”

            “ยัยบ๊อง...ก็คิดว่าบนเวทีนั้น มีแค่เราสองคนเหมือนตอนนี้ไง เพลงนี้เป็นเพลงของเราสองคน ถ้าไม่ได้ร้องกับเธอ...มันก็ไม่มีความหมายอีกแล้ว”

            “แต่ว่า...” แม้จะรู้สึกหัวใจพองโตกับคำว่าเพลงของเราสองคน แต่เธอก็ยังคงลังเลที่จะตอบรับคำชวน แม้ว่าเพลงนี้จะช่วยทำให้หัวใจของเธอที่เติบโตขึ้นมาด้วยภาระมากมาย กำลังจะได้ก้าวอย่างช้าๆ กลับไปในวันแรกรัก

            “อย่าลังเลยนะ...เพราะนี่เป็นสิ่งเดียว ที่จะทำให้เราได้อยู่ใกล้กัน นานแค่ไหนแล้ว...ที่เราไม่ได้ขีดๆ เขียนๆ แล้วก็ทำอะไรตามอารมณ์ได้สนุกๆ แบบนี้”

            “พี่ชายก็เป็นแบบนี้ทุกทีเลย...” แจวอนบอกอย่างแสนงอน สุดท้ายก็เป็นเธออีกแล้วที่ต้องยอมแพ้เขาจนได้

            ท่ามกลางเสียงเปียโน...พี่ชายที่แสนอบอุ่นกับน้องสาวผู้อ่อนไหวกำลังร้องและช่วยกันบรรเลงเพลงรักอย่างมีความสุข และรอยยิ้มของทั้งสองก็อยู่ในสายตาแห่งความผิดหวังของใครอีกคน ซึ่งกำลังยืนมองผ่านทางกระจกใสของอีกฝากฝั่งหนึ่ง

 

            แล้วในที่สุด...วันที่ลีมินาหวาดหวั่นมากที่สุดก็มาถึง การทำงานวันแรกกับรุ่นพี่จีวอนในฐานะผู้ช่วยผู้จัดการวง ซึ่งหน้าที่แรกของเธอในวันนี้ก็คือ คอยถ่ายภาพของเหล่า Sappheiros เพื่อจะเอาไปลงในเว็บไซต์ของวง และจดรายละเอียดการประชุมสำหรับคอนเสิร์ตใหญ่เต็มรูปแบบที่จะจัดขึ้นในต้นเดือนหน้านี้

            ขณะนี้ความเครียดกำลังกระจายไปทั่วชั้น เนื่องจากการประชุมก่อนที่จะเริ่มซ้อมคอนเสิร์ตในวันนี้มี ลีมินฮยอก ซึ่งเป็นผู้ดูแลการผลิตงานเพลงและคอนเสิร์ตของศิลปินในเครือ KM กรุ๊ป มาร่วมรับฟังด้วย การประชุมจึงดำเนินไปอย่างยาวนานจนกระทั้งถึงหัวข้อสุดท้าย

            “คอนเสิร์ตใหญ่ครั้งนี้มีแฟนๆ หลั่งไหลเข้าชมนับหมื่นคน จนทางเราต้องมีการเพิ่มรอบการแสดงขึ้นอีกหลายรอบ เพื่อตอบสนองความต้องการของแฟนๆ ทั่วทั้งเกาหลี แต่จะมีเพียงการแสดงรอบสุดท้ายเท่านั้น...ที่ทุกคนจะได้ฟังเพลงที่เท็ตสึร่วมกันแต่งกับคุณหนูแจวอน” ลีมินฮยอกที่นั่งอยู่ตรงหัวโต๊ะพูดขึ้น หลังได้รับฟังการรายงานจากหัวหน้าการจัดการแสดง

            “แล้วทำไม...ต้องเป็นแค่รอบสุดท้ายด้วย คนดูอาจจะไม่ค่อยชอบใจเท่าไหร่นะ” คณะกรรมการฝ่ายอื่นต่างให้ความสนใจในการซักถามหลังจากได้รับฟังข้อมูล เพราะถ้าทำแบบนี้...ผู้ชมอาจจะมีความรู้สึกเหลื่อมล้ำถึงแม้ว่าจะเป็นการแสดงสดก็ตาม เมื่อได้รับฟังคำวิจารณ์...จีวอนจึงมองไปยังทางประธานลี ก่อนที่เขาจะพยักหน้าลงเล็กน้อยเพื่ออนุญาตให้เธอตอบแทนเขาได้

            “เพราะทางทีมงานอยากให้คอนเสิร์ตแต่ละรอบมีเซอร์ไพรส์ที่แตกต่างกันออกไป เพื่อสร้างความแปลกใหม่ให้กับการแสดงของ Sappheiros ครั้งแรกก็ให้สาวๆ Missy Chic มาโชว์ความเซ็กซี่ไปแล้ว เพราะฉะนั้นครั้งสุดท้ายในการปิดทัวร์คอนเสิร์ตจึงต้องเด็ดที่สุด เพราะลูกสาวท่านประธานบริษัทอุตส่าห์มาร่วมร้องเพลงในการแสดงครั้งนี้ อีกนัยนะหนึ่งก็คือ...เพื่อเปิดตัวทายาทคนเดียวของ KM กรุ๊ป ที่จะเข้ามาบริหารงานอย่างเป็นทางการ จึงไม่แปลกที่คุณหนูจะมีความสามารถทั้งงานเขียนและการแต่งเพลง” จีวอนตอบคำถามด้วยท่าทีที่สงบและเยือกเย็นตลอดการประชุม ถึงแม้เธอจะอายุยังน้อยเมื่อเทียบกับตำแหน่งผู้จัดการวงบอยแบนด์อันดับหนึ่งของเอเชีย แต่เรื่องการบริหารศิลปินให้ก้าวไกล...ไม่มีใครในวงการเพลงไม่ให้ความชื่นชมเธอ

            “ถึงว่าทำไมท่านประธานถึงได้อนุญาตให้ลูกสาวคนเดียว มีภาพเผยแพร่ในที่สาธารณะชนได้ง่ายๆ แบบนี้ คอนเสิร์ตครั้งนี้...ไม่ธรรมดาจริงๆ” ทุกคนในที่ประชุมต่างพอใจกับคำตอบที่ได้รับ หลังจากประชุมเสร็จ ทุกคนก็ทยอยออกจากห้อง มินาที่ยืนอยู่ข้างหน้าต่างเพื่อปรับโฟกัสกล้อง ก็ได้ยินเสียงเรียกของจีวอนดังขึ้นจากด้านหลัง

            “เป็นไงบ้าง...เหนื่อยไหม เวลามีคอนเสิร์ตใหญ่ๆ ทีไร เวลาประชุมก็ต้องใช้แรงกายและแรงใจมากหน่อย มีอะไรสงสัยถามพี่ได้นะ” จีวอนบอกอย่างเห็นใจ หญิงสาวท่าทางบอบบางแบบนี้ จะสู้รบปรบมือกับเจ้าพวกลิงเจ็ดตัวนี้ไหวได้อย่างไร

            “ฉันไม่เหนื่อยเลยค่ะ งานที่พี่ให้ฉันทำ...มันเบามากเลยนะคะ เมื่อเทียบกับที่พี่กำลังหอบพะรุงพะรังแบบนี้” มินาบอกพร้อมกับเข้าไปช่วยจีวอนถือของ เพื่อแบ่งเบาความหนักมาไว้ที่ตัวเธอบ้าง

            “ถ้าวันไหนที่เธอเรียนรู้งานได้หมด พี่ก็คงจะได้ลาพักร้อนไปชาร์ตแบตบ้าง ใกล้เที่ยงแล้ว...พวกลิงๆ คงอยากกินกล้วยแล้วล่ะ เราเอากล้วยไปฝากพวกนั้นที่ห้องซ้อมกันดีกว่านะ” จีวอนถอนหายใจเฮือกแล้วชวนมินาไปที่ห้องซ้อมเต้นซึ่งอยู่บริเวณชั้นใต้ดินของตึก KM กรุ๊ป

          ต่อให้ไม่อยากพบคนที่ทิ้งให้เธอต้องตัวสั่นและร้องไห้...แต่ลีมินาก็ต้องก้าวต่อไปบนหนทางนี้ หญิงสาวได้แต่นิ่วหน้าลงด้วยความหดหู่ เมื่อนึกถึงใบหน้าของผู้ชายกระด้างและเย็นชาอย่างกวากวา

อัพครบร้อยแล้วนะคะ แต่คอมเม้นจากคนอ่าน...น้อยนิดมากเลย น้อยใจๆ T^T  ใครไม่ได้สมัครสมาชิกเลยเม้นไม่ได้ อีเมลมาบอกแทนก็ได้นะคะ หรือไม่ก็...เข้าไปที่ FB ก็ได้


ข้อความ :
จากคุณ * :
 

หน้าที่ 1 จาก 1 หน้า
แสดง เรื่อง
ความคิดเห็นที่ 1
โอ้ยสงสาร

มินซอล
จากคุณ น้ำฝน/(namfonwuzun) อัพเดตเมื่อ 15/07/2554 20:55:13
ความคิดเห็นที่ 2
มาอัพหน่อยนะค่ะ
จากคุณ jernju/(Minasakoh) อัพเดตเมื่อ 25/04/2554 06:47:11
ความคิดเห็นที่ 3


อััััััััััััััััััััััพพพพพพพพพพพ
จากคุณ ฝน/(parnfon) อัพเดตเมื่อ 23/04/2554 22:40:02
ความคิดเห็นที่ 4
ช่วยมาอัพด้วยนะคะ   
เรื่องนี้สนุกและทำให้ได้ลุ้นทุกตอนเลย
และมีคำที่พิมผิดน้อยมากและ เป็นความรักที่อบอุ่นจริงๆ อ่านแล้วอินไปด้วย เหมือนได้เข้าไปอยู่ในโลกของพระเอกและนางเอกเลย
ขอเป็นกำลังใจให้นะคะ
สู้ๆๆ
จากคุณ best/(basartclever) อัพเดตเมื่อ 19/04/2554 20:08:43
ความคิดเห็นที่ 5
ลืมเท็ตสึไปแล้วนะเนี่ย
จากคุณ jum/([email protected]) อัพเดตเมื่อ 17/04/2554 02:19:10
ความคิดเห็นที่ 6
เย้ๆๆๆๆๆ เท็ตสึออกมาแล้ว ไม่ได้เจอตั้งนาน
จากคุณ rotmay/(rotmaysishompool) อัพเดตเมื่อ 16/04/2554 15:44:00
หน้าที่ 1 จาก 1 หน้า
แสดง เรื่อง
 
จำนวนผู้ชมเว็บแจ่มใสขณะนี้: 370 ท่าน