Guest   
 
Username: 
Password:  




 




  







 
อ่านเรื่อง
ผูกพันรัก...สุดท้ายด้วยน้ำตา (So many tears) กดไลค์แฟนเพจอัณณ์ศญาได้ที่ http://www.facebook.com/unsaya
อัณณ์ศญา
บทที่ 18 torment ทรมาน อัพแล้ว 100 %
21
14/04/2554 12:08:36
2860
เนื้อเรื่อง


 


 

บทที่ 18
torment

(ขอเมาธ์ก่อนอัพ...อยากจะบอกว่าเจ้กรี๊ดมากกับกวากวากับมินา
แต่งเองก็เขินเอง...นึกถึงหน้าอิมเมจที่เจ้นึกไว้แล้วยิ่งกรี๊ด อุ๊...แม่เจ้า 555
เข้าสู่ตอนที่สิบแปดแล้ว ดีใจมาก...แต่ก็ยังอีกไกล
กว่าจะครบสามสิบตอน u_u
แวะทักทาย และพูดคุยกับเจ้ได้ที่ http://www.facebook.com/apinya2329 )


            สายลมหนาวที่พัดแรงในฤดูใบไม้ไม้เปลี่ยนสี...กำลังลอยพลิ้วมาทางหน้าต่างเข้าสัมผัสใบหน้าสวยหวาน จนเจ้าของผิวเนียนเริ่มสั่นไหว ตกดึกคืนนี้หลังจากที่ชเวโซซอนพาเธอมาส่งที่บ้าน ลีมินาก็ไม่อาจจะข่มตาลงนอนอยู่ท่ามกลางความเงียบงันในค่ำคืนที่แสนเหน็บหนาวนี้ได้ ร่องรอยทั้งหมดจากกวากวายังคงทำให้น้ำตาของมินาไหลอาบแก้มทั้งสอง ราวกับอยากให้มันช่วยชะล้างรอยแผลที่เจ็บปวด แม้หยาดน้ำตาจะเลือนรางไป แต่ร่องรอยความเจ็บปวดในแววตาของเธอยังคงอยู่

            ความทรงจำเก่าๆ ที่เธอเคยลืมเลือน กำลังค่อยๆ หวนกลับคืนมาอีกครั้ง แม้จะยังไม่แจ่มชัดในความรู้สึก ว่าทำไมภาพเหตุการณ์ต่างๆ นั้นถึงได้วนเวียนอยู่ภายในจิตใจของเธอแบบนี้ แต่ก็ทำให้มินารู้สึกได้...ว่าเธอและกวากวาต้องเคยรู้จักกันมาก่อน หรือว่าเขาจะเป็นผู้ชายคนเดียวกับภาพในความทรงจำสุดท้ายของเธอ ลีมินาแหงนหน้ามองท้องฟ้ายามค่ำคืนด้วยความสับสนอย่างอธิบายไม่ถูก จนไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ความรู้สึกนี้มันจะจางหายไปจากชีวิตสักที เพราะเธอรู้สึกเหนื่อยเหลือเกินกับการวิ่งตามหาความทรงจำของตัวเอง แล้วคืนนี้เธอจะหลับตาลงนอนได้อย่างไร

            “ทำไมฉันถึงจำอะไรไม่ได้สักที ทำไม...ทำไม” มินาทรุดตัวลงกับพื้นอย่างแรงด้วยความรู้สึกร้อนวูบวาบไปหมดทั้งเรือนร่าง ราวกับว่าร่างกายนี้ไม่ใช่ของเธอเพียงคนเดียว รสชาติอันอบอุ่นและสัมผัสที่แนบแน่นของกวากวายังประทับไว้ที่ริมฝีปากบางและซาบซ่านไปทุกอณูของผิวกาย

            “คนบ้า ! ทำไมคุณต้องทำแบบนี้กับฉัน” มินาเกียจหัวใจของตัวเองเหลือเกิน รังเกียจที่หัวใจของเธอเต้นตึกๆ ตักๆ ในทุกครั้งที่นึกถึงเขา ทำไมเธอถึงได้โง่แบบนี้ จนปล่อยให้เขาฉวยโอกาสกับเธอได้ง่ายๆ เฉกเช่นเดียวกับผู้หญิงที่ไร้ค่า ซึ่งโดนเขาดูถูกได้ด้วยเงิน

 

            ในขณะที่มินาเอาแต่ร้องไห้จนความอ่อนเพลียเริ่มรุมเร้า จนกระทั้งเธอเผลอหลับไป ถัดไปจากนี้ที่อีกฟากฟ้าหนึ่ง ณ คอนโดหรูใจกลางกรุงโซล ร่างสูงของโจฮันซองหรือกวากวากำลังเดินมาตามทางเดินกับหญิงสาวสวยหุ่นเย้ายวนคนหนึ่ง ที่เพิ่งจะได้รับตำแหน่งซุปเปอร์โมเดลมาหมาดๆ ผู้หญิงคนนี้เลือกที่จะมานอนกับเขาเองด้วยความเต็มใจ ไม่นานทั้งสองก็เข้ามาถึงในห้องนอน ก่อนที่กวากวาจะเอื้อมมือไปเปิดไฟแล้วรีบถอดเสื้อทันที และเผยหุ่นที่งดงามดึงดูดใจ จนริมฝีปากบางเฉียบของนางแบบสาวพึมพำออกมาด้วยความพึงพอใจ

            ลีมินา...เธอไม่ได้มีความสำคัญหรือมีอิทธิพลกับฉันขนาดนั้น ฉันจะแสดงให้เธอรู้ ว่าเธอไม่มีความหมายอะไรเลยต่อหัวใจของฉันดวงตาเรียวยาวคมกริบมองไปยังความน่าสนใจตรงหน้าด้วยความอ่อนล้าอยู่ภายในจิตใจ ก่อนที่จะฝืนเอามือลูบไล้ไปตามแก้มของหญิงสาว แล้วขึ้นคร่อมร่างบาง เพื่อถอดชุดราตรีสั้นสีแดงเพลิงที่ปกปิดความเย้ายวนภายในให้หลุดออก แต่...

            ทำไมเขาถึงได้รู้สึกโดดเดียวแบบนี้ ราวกับว่าความคิดและจิตวิญญาณทั้งหมดของเขา ได้ผูกพันไว้กับผู้หญิงคนนั้นจนยากที่จะลบเลือน หรือว่าการพยายามลืมเธอ...เป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้

            ในอ้อมแขนของเขาแม้จะไม่มีเธออยู่ แต่สัมผัสละมุนจากลีมินายังคงตราตรึงอยู่ในจิตใจ อย่างไม่มีใครเทียมได้ สุดท้ายกวากวาก็ต้องเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ให้กับเธอ เขาไม่สามารถที่จะทำแบบนี้กับใครได้อีกแล้ว...ถ้าไม่ใช่เธอ เพราะทั้งหมดในใจของเขาล้วนแต่เต็มไปด้วยความทรงจำของลีมินา

 

            เช้าวันต่อมา...ท่ามกลางความหนาวเหน็บในยามเช้า ที่ท้องฟ้าแปรเปลี่ยนเป็นสีเทาและมืดครึ้ม หญิงสาวที่แสนน่ารักราวกับกระต่ายตัวน้อยๆ กำลังยืนมองบรรยากาศรอบข้างด้วยความรู้สึกอบอุ่นใจ เพราะเธอชอบตอนที่ใบไม้ร่วงแล้วมีฝนตกโปรยปรายมากที่สุด เพราะถึงจะดูแล้วเศร้าแต่มันก็งดงามอย่างมากในความรู้สึก

            แจวอนรีบออกจากคอนโดแต่เช้า เพราะเกรงว่ารถจะติดจากการที่ฝนตกตลอดทั้งวัน เช้านี้เธอเลือกใส่ชุดเดรสยาวสีครีมกับเสื้อคลุมสีน้ำเงินเข้มเพื่อให้ตัวเองดูเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น เนื่องจากแจวอนต้องไปที่ร้านหนังสือคโยโบซึ่งอยู่ที่เขตคังนัม เพื่อร่วมทำหนังสือทำมือกับแฟนคลับนิยาย ผมที่เคยยาวสลวยสีดำจึงถูกดัดเป็นลอนเล็กๆ รับเข้ากับใบหน้าหวานแสนน่ารัก ที่เรียกสายตาบรรดาชายหนุ่มให้หันมามองเธอได้ไม่ยาก แม้แจวอนจะเป็นถึงลูกสาวคนเดียวของท่านประธานค่ายเพลงยักษ์ใหญ่ แต่เธอก็เลือกที่จะใช้ชีวิตแบบเรียบง่ายตามลำพังไปสักพัก จนกว่าจะแน่ใจได้ว่า...คุณน้ายอนฮวาได้กลับไปที่อเมริกา แล้วเลิกล้มที่จะจับเธอแต่งงานแบบคลุมถุงชนกับเควินสักที แจวอนเดินเหม่อคิดถึงอนาคตข้างหน้าด้วยความรู้สึกที่ไม่มั่นคง ความทรงจำที่อัดแน่นอยู่ในใจมันทำให้เธอคิดถึงมินชอลอีกแล้ว ความรู้สึกที่บอกกับใครไม่ได้ เลยได้แต่พูดกับตัวเองอยู่คนเดียวแบบนี้
            โชคดีที่แจวอนตัดสินใจเอาร่มติดตัวมาด้วย เพราะทันทีที่เธอออกมาจากสถานีรถไฟใต้ดินเจ้าฝนเม็ดเล็ก ๆ ก็พากันตกลงมาอย่างไม่ลืมหูลืมตาหนักขึ้นกว่าเดิม จนเธอต้องรีบเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้นเพื่อแข่งกับสายฝนที่กำลังตกลงมาอย่างหนัก เพื่อไปยังตึกสูงตรงหน้าที่มีร้านหนังสือขนาดใหญ่ตั้งอยู่ภายใน

            หมับ ~ ~

แต่แล้วจู่ ๆ ก็เหมือนมีใครมากระชากด้ามร่มของแจวอนไว้ จนทำให้ร่างบางปลิวเข้ามาปะทะกับอกกว้างทันที พอตั้งสติได้...แจวอนจึงรีบเงยหน้ามองเจ้าของมือปริศนา ซึ่งกำลังเกาะกุมมือของเธอที่กำลังจับด้ามร่มเอาไว้อยู่

“พี่มินชอล !” แจวอนเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เมื่อชายหนุ่มที่เธอกำลังคิดถึงมาปรากฏอยู่ตรงหน้า ความรู้สึกดีๆ ที่ไม่มากเกินไปก็ทำให้หัวใจของแจวอนพองโตได้อย่างประหลาด

“ยัยกระต่ายน้อย...คิดถึงพี่มากใช่ไหมถึงได้ดีใจมากๆ แบบนี้” มินชอลยิ้มให้แจวอนอย่างอารมณ์ดี และอดไมได้ที่จะแซวหญิงสาวตรงหน้า จนเธอได้แต่เคอะเขินทำอะไรต่อไปไม่ถูก

“คิดเองเออเองทั้งนั้น...ฉันแค่แปลกใจเฉยๆ ที่จู่ๆ พี่ก็มาเดินตากฝนเล่นอยู่แถวนี้”

“พี่มายืนรอเธอต่างหาก กะว่าจะเซอร์ไพรส์ให้เธอตกใจเล่นสักหน่อย”

“เล่นเป็นเด็กๆ ไปได้ คิดว่าทำแบบนี้แล้วน่ารักเหรอ” เธอพึมพำเสียงอ่อย

“ไม่น่ารัก...แต่ก็ทำให้เธอเขินได้ล่ะน่า ความจริงแล้ววันนี้พี่มีงานถ่ายแบบโฆษณาโทรศัพท์มือถือ แต่กองถ่ายนัดช่วงบ่าย พี่ก็เลยมาเดินเล่นแถวนี้เพื่อรอเธอไง”

“เดินเล่นตอนฝนตกเนี่ยนะ ไม่เห็นจะเข้าท่า...ดูซิ ผมเปียกไปหมดแล้ว พี่ต้องไปทำงานต่อไม่ใช่เหรอ เดี๋ยวก็ไม่สบายหรอก” แจวอนพูด พลางเปิดเอาผ้าเช็ดหน้าในกระเป๋าออกมาซับลงไปบนใบหน้าของมินชอลอย่างเบามือ จนเขารู้สึกว่าตัวเองกำลังหน้าแดงเรื่อ แล้วแจวอนก็ค่อย ยื่นมือไปใกล้ๆ ศีรษะของมินชอล เพื่อเอาผ้าเช็ดหน้าซับไปที่เส้นผมของเขา นิ้วเรียวเล็กๆ กำลังสัมผัสอยู่บนเส้นผมสีดำสนิทของเขาอย่างอ่อนละมุน จนเขาแทบเคลิ้มไปกับสัมผัสอันนุ่มนวลของเธอ

“ที่พี่แอบหนีผู้จัดการวงออกมา จนไม่ได้ไปงานเปิดตัวโฟโต้บุ๊คในตอนเช้า ก็เพราะอยากมีเวลาอยู่กับเธอให้นานขึ้น หนึ่งอาทิตย์ที่ไม่ได้เจอกันมันทำให้พี่ทรมานมากรู้ไหม” มินชอลถอนหายใจอย่างช้าๆ ด้วยความรู้สึกเหนื่อยเหลือเกินกับการทำงานจนแทบจะไม่มีเวลาพักผ่อน เมื่องานที่รักกำลังจะกลายเป็นงานที่ทำเพื่อธุรกิจ แต่เหตุผลข้อเดียวที่ทำให้เขาต้องเลือกที่จะมาพบแจวอน...ก็คือเขารักผู้หญิงคนนี้มาก

“เว่อร์ไปแล้ว...ฉันไม่เห็นจะรู้สึกอะไรแบบนั้นบ้างเลย เลิกพูดเล่นได้แล้วน่า เราเข้าไปข้างในกันก่อนเถอะนะ ก่อนที่จะมีแฟนคลับของพี่มาเห็นเข้า” แจวอนพูดแก้เขินแบบขอไปที ทั้งๆ ที่หัวใจของเธอตอนนี้เต้นแรงมาก เพราะรู้สึกประหม่าเวลาสบตาที่นิ่งสนิทดั่งมีมนต์สะกดของมินชอล

“ก็ได้ๆ แต่พี่ขออะไรจากเธอสักอย่างก่อนได้ไหม...” ร่างสูงเริ่มก้าวเข้ามาใกล้เธอมากขึ้น

“ขอ...ขออะไรเหรอคะ” เมื่อสายตาของทั้งคู่ประสานกัน โดยที่ไร้เสียงใดๆ และไร้การสัมผัส แต่ทั้งสองคนกลับรับรู้ได้ถึงอารมณ์บางอย่างที่เกิดขึ้น

Morning Kiss” คนตัวสูงกว่าบอกออกมาด้วยแววตาเจ้าเล่ห์

“จะบ้าเหรอ...ไม่มีทาง” หญิงสาวส่ายหน้านิดๆ แล้วเมินหน้าหนีทันที แต่มินชอลกลับทำเหมือนไม่ได้ฟัง เพราะเขากำลังค่อยๆ โน้มตัวลงไปหาเธอ เขากำลังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ ในขณะที่แจวอนเอาแต่หลบสายตาเขา

“งั้นก็แค่...” มินชอลแกล้งทำหน้าผิดหวัง ก่อนที่จะฉวยโอกาสก้มลงหอมแก้มนิ่มของเธอเบาๆ

“อ๊ะ !? พี่มินชอล...” สัมผัสจากเขาทำให้เธอรู้สึกอ่อนไหวไปตามสายลมพลิ้ว และรู้สึกอบอุ่นใจอยู่ท่ามกลางความหนาวเย็น พอรู้ตัวว่าเผลอให้มินชอลหอมแก้ม แจวอนก็รีบผละออกจากเขาทันที จนแก้มขาวๆ ของทั้งคู่แดงเรื่อ            

บางครั้ง...ความผูกพันก็เข้ามาช่วยเติมเต็มให้หัวใจสองดวงไม่ว่างเปล่า ความรู้สึกดีๆ ที่รับรู้ได้ด้วยหัวใจ ซึ่งทั้งสองคนมีให้กัน..ทำให้อากาศยามเช้าในวันนี้สวยงามกว่าทุกวัน มือหนาเอื้อมไปจับมือเล็กๆ เพื่อจูงเธอเข้าไปยังร้านหนังสือขนาดใหญ่ที่อยู่ภายในตึก

 

ในร้านหนังสือขนาดใหญ่ที่สุดในเกาหลี ที่มีหนังสือเป็นล้านๆ เล่มอยู่ภายใน มีมุมเล็กๆ ที่ถูกจัดให้เป็นลานขนาดย่อมสำหรับจัดกิจกรรม ซึ่งมีทั้งเครื่องคอมพิวเตอร์ เครื่องถ่ายเอกสาร และอุปกรณ์ในการทำหนังสืออย่างครบครัน เมื่อหยาดฝนที่กำลังพร่างพรหมเลือนหาย ท้องฟ้าหลังฝนตกก็สวยงามเหมือนกับคลื่นในท้องทะเล ทำให้อากาศยามเช้าหลังฝนตกสดชื่น แจวอนที่กำลังยืนมองกระจกหน้าต่างของร้านหนังสือซึ่งมีหยดน้ำเกาะไปทั่ว อากาศร้อนอบอ้าวผ่านไปแล้วและเหลือไว้เพียงความชุ่มชื้นให้ร่างกายและหัวใจ

เมื่อเด็กนักเรียนจำนวนกว่าห้าสิบคนเริ่มทยอยเข้ามาจนแทบล้นบริเวณ แจวอนจึงลากมินชอลที่เอาเสื้อแขนยาวมีฮู๊ดคลุมผมไว้พาไปยืนอยู่ด้านข้างของเวทีขนาดเล็ก เมื่อเสียงพิธีกรในงานดังขึ้น ทุกคนก็เริ่มมารวมตัวและให้ความสนใจเกี่ยวกับกิจกรรมที่กำลังจะเริ่มขึ้น ซึ่งทางร้านหนังสือคโยโบได้เชิญมินแจวอนมาเป็นแขกรับเชิญพิเศษ เพื่อร่วมส่งเสริมการอ่านให้กับเยาวชนรุ่นใหม่ ซึ่งกิจกรรมหลักในวันนี้ก็คือการช่วยกันจัดทำหนังสือทำมือ “เพลงรักประกอบนิยายของกระต่ายขาว” ซึ่งเป็นนามปากกาของเธอเอง และรายได้จากการขายหนังสือทำมือทั้งหมดในวันนี้ จะมอบให้กับผู้ป่วยโรคเอดส์ผ่านทางองค์กรยูนิเซฟ

“หนังสือทำมือเรื่อง...เพลงรักประกอบนิยายที่พี่เขียนขึ้นมานี้ เหมือนเป็นบันทึกเรื่องราวการทำงานด้านงานเขียนผ่านบทเพลงในความทรงจำ เพราะถ้าพี่ไม่ได้ฟังเพลงจากจิตวิญญาณของศิลปินเหล่านี้ พี่ก็คงแต่งนิยายไม่ได้ เพราะไร้ซึ่งแรงบันดาลใจ ขอบคุณน้องๆ ทุกคนในวันนี้นะคะ...ที่เสียสละเวลามาช่วยกันทำหนังสือ พี่เชื่อว่าพลังของความฝันและความมุ่งมั่นจะช่วยทำให้งานนี้สำเร็จค่ะ” แจวอนบอกกับทุกคนในงานด้วยแววตาที่เปล่งประกายระยิบระยับอย่างมุ่งมั่น ทำให้ทุกคนที่ได้ฟังต่างรู้สึกร่วมไปด้วยว่าต้องทำงานเพื่อการกุศลในครั้งนี้ให้สำเร็จ

“นอกจากที่น้องๆ ทุกคนจะได้สนุกกับการทำหนังสือทำมือ ร่วมกับนักเขียนที่แสนน่ารักอย่างพี่กระต่ายขาวแล้ว วันนี้เรายังมีเซอร์ไพรส์จากทูตขององค์กรยูนิเซฟคนล่าสุด...คุณคิมมินชอล หัวหน้าวง Sappheiros ที่จะมาร่วมกิจกรรมในวันนี้ด้วยครับ” เสียงทุ้มต่ำของพิธีกรในงานพูดขึ้น

ทุกคนในงานจึงต่างมองไปที่ด้านหน้าของเวทีด้วยความไม่คาดคิด ว่าจะได้พบกับศิลปินชื่อดังอย่างใกล้ชิด โดยที่ไม่ต้องฝ่าวงล้อมอย่างล้นหลามของบรรดาแฟนคลับ แจวอนมองไปยังชายหนุ่มที่กำลังยืนอยู่กลางเวทีเบื้องหน้า นัยน์ตาเรียวสวยของเจ้าของใบหน้าหวานกำลังมองมาที่เธอเป็นประกายชวนฝัน

“กรี๊ด !” เสียงของเด็กสาวๆ กรี๊ดสนั่นไปทั่วบริเวณ บางคนตื่นเต้นมากจนแทบจะเป็นลม แจวอนอมยิ้มน้อยๆ แล้วกวาดสายตามองไปยังบรรดาแฟนคลับวัยใส ที่กำลังให้ความสนใจต่อมินชอลมากกว่าเธอเสียอีก

“วันนี้ผมขอมาช่วยทำหนังสือด้วยอีกแรงหนึ่งนะครับ” พอมินชอลพูดจบ ก็เรียกเสียงกรี๊ดกร๊าดจากบรรดาเด็กวัยรุ่นสาวๆ ได้อีกครั้ง และพวกเธอก็พากันถ่ายรูปมินชอลไว้อย่างพรึ่บพรั่บ เมื่อการเปิดงานอย่างเป็นทางการจบลง แจวอนก็แยกตัวออกมาเพื่อสอนวิธีการทำหนังสือทำมือให้แก่น้องๆ ที่มาเข้าร่วมกิจกรรมในวันนี้ โดยมีมินชอลนั่งอยู่เก้าอี้ด้านหลังร่วมฟังไปด้วยกับบรรดาแฟนคลับของเธอคนอื่นๆ อย่างเป็นกันเอง

“หลังจากเย็บด้วยลวดแล้ว ก็ต้องกรีดกระดาษด้านสันให้เท่ากันก่อนนะคะ ก่อนที่จะนำไปประกบกับปก จากนั้นก็พับปกไปตามรอยสันที่เราเผื่อไว้ตอนทำปก แล้วใช้กาวทาให้ทั่ว” แจวอนสาธิตการประกอบสันปกเข้ากับรูปเล่ม ที่วางบนโต๊ะยาวๆ ซึ่งเต็มไปด้วยขนมนานาชนิด ที่จัดเตรียมไว้รองท้องระหว่างการทำหนังสือทำมือ ที่ตั้งเป้าหมายไว้ที่จำนวนห้าร้อยเล่ม ซึ่งถ้าทำเพียงคนเดียวคงต้องใช้เวลานานหลายวัน แต่ถ้าร่วมมือกันทำ ก็สำเร็จได้ภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมงนับจากนี้ 

ฟุ่บ ! อยู่ดีๆ ก็มีหนังสือที่ทำเสร็จแล้วยื่นมาด้านหน้าเธอ แจวอนจึงเงยหน้าขึ้นไปมอง จนเห็นมินชอลยืนอยู่ข้างๆ

“เล่มสุดท้ายของพี่สำหรับวันนี้แล้วนะ”

“ขอบคุณมากนะคะ...ที่มาช่วยงาน แล้วก็เป็นกำลังใจให้กับเด็กๆ ทุกคนในงานนี้ด้วย ทุกคนดีใจแล้วก็ตื่นเต้นมากเลยที่ได้เจอพี่” แจวอนบอกมินชอลจากใจจริง เขายอมไม่ไปงานเปิดตัวโฟโต้บุ๊คในช่วงเช้า เพียงเพื่อจะได้อยู่ใกล้ชิดเธอ แต่กิจกรรมในวันนี้มินชอลและเธอแทบจะไม่ได้พูดคุยกันเลยด้วยซ้ำ เพราะทั้งสองคนต่างมุ่งมั่นที่จะทำหนังสือทำมือให้สำเร็จ เพื่อพร้อมขายในช่วงบ่าย

“แล้วจะไม่เปิดดูหนังสือสักหน่อยเหรอ เผื่อพี่ทำไม่เรียบร้อย” มินชอลนั่งลงข้างๆ แล้วส่งสายตาหวานๆ กระชากใจมาให้ แจวอนเห็นแล้วอยากจะเอาหนังสือตีหัวเขานัก เนื่องจากมินชอลกำลังแหย่ให้หัวใจเธอเต้นแรงมากจนแทบจะหลอมละลาย

“ก็เรียบร้อยดีนี่ แต่เอ๊ะ ! นี่มัน...” แจวอนค่อยๆ พลิกหน้ากระดาษหนังสือ เพื่อดูความเรียบร้อยของการจัดเรียง แต่ทันใดนั้นสายตาของเธอก็ไปสะดุดเข้ากับที่คั่นหนังสือ ที่กำลังคั่นในหน้าที่มีเพลง Can't Take My Eyes Off Of You ซึ่งเป็นเพลงที่เธอชอบฟังเวลาแต่งนิยายมากที่สุด

“จะบ้าเหรอ...ทำไรเนี่ย” เธอรีบโวยวายทันทีเมื่อเห็นสิ่งที่มินชอลแอบซ่อนไว้ในหนังสือ ที่คั่นหนังสือที่ทำจากกระดาษร้อยปอนด์สีขาวธรรมดา แต่มีภาพในวันที่เขาพาเธอไปหาดแทนจอนติดอยู่ พร้อมกับข้อความที่ว่า...

‘I wanna hold you so much. At long last love has arrived

And I thank God I'm alive .And let me love you, baby.
Let me love you.’

            ถ้าภาพนี้เป็นเพียงรูปถ่ายธรรมดา แจวอนก็คงไม่โวยวายใส่มินชอลทันทีแบบนี้ แต่นี่กลับเป็นภาพตอนที่เธอกับเขากำลังจูบกัน ที่มีฉากหลังเป็นท้องทะเลซึ่งสะท้อนแสงจากดวงอาทิตย์ จนภาพของเขาและเธอเป็นเงาดำ ซึ่งเกิดจากการถ่ายภาพย้อนแสง แต่เพียงรูปทรงเงาสีดำก็ชวนให้คาดเดาไปได้ต่างๆ นานา เพราะเพียงครั้งแรกที่เห็น เธอก็จำได้ทันที ว่าสองเงาของบุคคลในภาพ คือเขาและเธอ

            “คนอื่นมาเห็นเข้า...พี่ลำบากแน่ๆ” แจวอนมองหน้ามินชอลแล้วบ่น

            “ใครจะไปดูออก...ว่าเป็นเราสองคน ฮ่าๆ” มินชอลยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ ก่อนที่จะหัวเราะให้กับหน้าบูดๆ ของแจวอน

            “อย่ามาตลก...เดี๋ยวก็ไม่รับไว้เลยนี่” แจวอนแกล้งพูด

            แม้จะบ่นให้กับสิ่งที่เขาทำและเหมือนว่าเธอจะไม่พอใจ แต่ในความรู้สึกลึกๆ แจวอนกลับรู้สึกอบอุ่นในทุกครั้งที่มีเขาอยู่ใกล้ๆ จนเธอรู้สึกไม่ไว้ใจตัวเองเลย...ว่าจะทนฝืนความรู้สึกดีๆ ที่กำลังเพิ่มขึ้นอย่างมากมายในแต่ละวันได้อย่างไร เพราะถ้าเธอเปรียบเหมือนหนังสือนิยายเล่มหนึ่ง ก็คงเป็นนิยายที่มีเรื่องราวที่หลากหลายและรวมทุกความรู้สึก  โดยมีความผูกพันที่เขาและเธอช่วยกันเขียนขึ้นมาด้วยหัวใจ เป็นที่คั่นหนังสือซึ่งช่วยเปิดให้หัวใจอันหนาวเหน็บจนด้านชากลับมาเต้นแรง...เพื่อต่อชีวิตที่อ้างว้างได้อีกครั้ง

 

            ท้องฟ้าภายนอกเริ่มมืดสนิท คู่ไปกับเข็มนาฬิกาที่ค่อยๆ เดินไปข้างหน้าอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย หลังจากเสร็จสิ้นการทำงานมาตลอดทั้งวัน...มินชอลรู้ดีว่าการหลบหน้ามารดาของตนเองไม่ใช่เรื่องที่ควรทำ และรู้ว่าควรไปพบท่านประธานคังซองโฮโดยไม่ไม่มีเหตุผลใดๆ ที่จะขัดคำสั่งนี้ได้ เขาจึงวางสายจากจีวอนก่อนจะเดินเข้ามาที่ห้องรับแขก หลังจากที่หูแทบชาเพราะโดนผู้จัดการวงคนเก่งบ่นเรื่องที่เขาหนีงานเปิดตัวโพโต้บุ๊คในช่วงเช้า

            ณ อีกมุมหนึ่งของห้องรับแขกในคฤหาสน์...มินชอลกำลังยืนมองไปยังผู้หญิงวัยกลางคนที่กำลังค่อยๆ ใส่ใบชาลงในกาน้ำอย่างสบายอารมณ์ แล้วสักพักหนึ่ง...เธอก็พูดขึ้นโดยที่ไม่ยอมละสายตาจากพิธีการชงชาตรงหน้า

            “ที่ท่านประธานเรียกพบ...แกรู้ใช่ไหมว่าควรจะต้องทำอะไร อย่าให้ฉันต้องใช้วิธีของฉัน เพราะฉันรู้ว่าแกคงไม่ยอมฉันง่ายๆ แน่” คิมเยซึลพูดด้วยใบหน้าเฉยชา พร้อมกับค่อยๆ รินชาลงในถ้วย ท่ามกลางกลิ่นหอมของใบชาที่อบอวลกระจายไปทั่วบริเวณ แต่สายตาของเธอกลับเย็นยะเยียบตรงข้ามกับอุณหภูมิของน้ำชา

            “และถ้าไมใช่เพราะคังซองโฮไม่มีลูกชาย...ฉันก็คงไม่เก็บแกกลับมาเลี้ยงให้ฉันต้องทรมานหัวใจอยู่แบบนี้” แม้ว่าแม่ของเขามักจะตอกย้ำประโยคนี่ในทุกครั้งที่พบกัน แต่คำพูดนี้ของมารดาก็ยังคงเสียดแทงเข้าไปในความรู้สึกของเขาอยู่เช่นเคย...ความรู้สึกที่เจ็บปวดยิ่งกว่าถูกคมมีดนับพันเล่มทิ่มแทงเข้ามาในหัวใจ

            นี่เป็นการพบกันระหว่างเขากับผู้หญิงที่มีสถานภาพเป็น “แม่” ไม่กี่ครั้งในรอบปี ถ้าพ่อของเขาไม่จบชีวิตตัวเองด้วยการฆ่าตัวตาย มินชอลก็คงเป็นลูกชายที่ไม่เคยมีตัวตนเลยสำหรับแม่ของเขาไปตลอดชีวิต ถ้าไม่ใช่เพราะการที่เขาเป็นลูกผู้ชาย เยซึลก็คงจะไม่อ้าแขนต้อนรับเขากลับมาอยู่ด้วยกันในบ้านหลังโต ที่เธอเคยบอกเสมอว่าทุกสิ่งทุกอย่างของ KM กรุ๊ป จะต้องกลับมาเป็นของเธอ และเพราะว่ามินชอลหน้าเหมือนพ่อมาก จึงไม่แปลก...ที่เยซึลจะรู้สึกเกลียดขี้หน้าเขา ราวกับว่าความผิดพลาดในชีวิตทุกอย่างของเธอเกิดจากฝีมือมินชอลทั้งสิ้น และเขาอาจจะมีความสุขมากกว่านี้ถ้าได้เติบโตมาจากสถานเลี้ยงเด็กที่มีปัญหาทางจิต

            แต่ทว่า...ความรู้สึกทุกอย่างที่มีต่อแม่ผู้ให้กำเนิดทำให้มินชอลได้แต่คิด เพราะต่อให้ยิ่งคิดจนอารมณ์ขุ่นมัวมากขึ้น เขาก็ไม่อาจกลับไปแก้ไขเรื่องราวใดๆ ในอดีตได้ นอกเสียจาก...พยายามทำหน้าที่ของการเป็นลูกให้ดีที่สุด

            “ผมจะทำตามที่แม่สั่งทุกอย่าง แต่...แม่ต้องไม่ลืมสัญญาของเรา” มินชอลพูดออกไปโดยที่ไม่ยอมมองหน้าแม่แม้แต่แวบเดียว

            “ฉันไม่ลืมหรอกน่า แต่คิดเหรอว่าสิ่งที่พวกเรากำลังจะทำ ถ้ายัยเด็กนั่นมันรู้ มันจะยอมให้อภัยแก” เยซึลพูดก่อนที่จะค่อยๆ จิบชาอย่างช้าๆ เพื่อละเลียดกับกลิ่นหอมของชาที่อบอวลอยู่ในปาก แล้วค่อยๆ กลืนน้ำชาลงคอ

            “แต่แจวอนก็คงเกลียดผม ไม่มากไปกว่าที่แม่รู้สึกต่อพ่อ” มินชอลแสยะยิ้ม จนเยซึลถลึงตามองมาที่ลูกชายคนเดียวอย่างโกรธจัด และเขาก็รู้ดีว่าตอนนี้แม่รู้สึกอย่างไร มินชอลจึงเลี่ยงการปะทะคารมครั้งนี้ ด้วยการขอตัวเข้าไปพบกับท่านประธานคังซองโฮตามที่นัดหมายไว้

            เมื่ออยู่ตามลำพัง มินชอลจึงหัวเราะเบาๆ ให้กับชีวิตของตัวเอง ความมืดมนในจิตใจกำลังคืบคลานเข้ามาสิงในหัวใจของเขาอีกครั้ง เมื่อตอนเป็นเด็ก...เขามีความสุขกับการที่ได้อยู่ในโลกของตัวเอง โดยที่ไม่ต้องข้องเกี่ยวกับใคร ไม่ต้องอยู่ท่ามกลางความขัดแย้ง และความเกลียดชังของผู้คน แต่...เมื่อเขายอมเดินออกมาจากโลกส่วนตัว มินชอลกลับพบว่ากำลังเลือกทางเดินผิดใช่หรือเปล่า เขาได้แต่เฝ้าถามคำถามนี้กับตัวเองด้วยความรู้สึกที่ไม่อยากจะรับรู้เรื่องราวใดๆ เพราะกำแพงที่มินชอลได้ปิดกั้นโลกภายนอกไว้ มันได้พังทลายลงไปแล้ว เขาจึงต้องทนเดินตามเกมของชีวิตต่อไป

            อยากกอดเธอเหลือเกินผู้หญิงคนนั้น...ผู้หญิงที่เป็นยิ่งกว่าลมหายใจ ไม่มีคำตอบใดๆ คืนกลับมาจากความรู้สึกนี้ มินชอลจึงได้แต่หลับตาลงแล้วนึกถึงหน้าพ่อ ใบหน้าสุดท้ายของพ่อที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดกำลังทำให้เขากลัว...กับการที่ต้องมีลมหายใจไว้ เพื่อทำลายทุกสิ่งทุกอย่างของคนที่ตัวเองรักจนหมดหัวใจ



อัพครบ 100 % แล้ว
ช่วยคอมเม้นด้วยนะคะ ^^






ข้อความ :
จากคุณ * :
 

หน้าที่ 1 จาก 2 หน้า
แสดง เรื่อง
ความคิดเห็นที่ 1
แต่ว่าสองแม่ลูกมีแผนรัยอ่ะ
จากคุณ น้ำฝน/(namfonwuzun) อัพเดตเมื่อ 15/07/2554 20:37:39
ความคิดเห็นที่ 2
ตอนนี้ไม่อยากรู้และว่ามินซอลเป็นพระเอกป่าว
เพราะชอบคู่กวากวาๆ มากกว่าและ
จากคุณ Min_Min/(Maewnoiover) อัพเดตเมื่อ 29/06/2554 07:45:39
ความคิดเห็นที่ 3
ตกลงมิลซอลเป็นพระเอกหรือว่าเท็ตสึอ่ะ อยากให้เป็ฯเท็ตสึมากกว่านี่นา
จากคุณ ปอ/(helikopter) อัพเดตเมื่อ 22/06/2554 16:19:48
ความคิดเห็นที่ 4
ดราม่ามาก  สนุกมากหลากอารมณ์ดีค่ะ
จากคุณ best/(basartclever) อัพเดตเมื่อ 19/04/2554 19:43:53
ความคิดเห็นที่ 5
สนุกมากค่ะ เป็นกำลังใจให้ค่ะ^^


จากคุณ PailiN/(pilinlovejamsai) อัพเดตเมื่อ 14/04/2554 23:45:39
ความคิดเห็นที่ 6
หนุกๆ
จากคุณ mine/(che_wa) อัพเดตเมื่อ 11/04/2554 00:32:27
ความคิดเห็นที่ 7
ผู้ชายแบบฮันซอง เขาเป็นคนที่รักใครแล้วรักเลย แล้วก็รักมาก ชอบผู้ชายแบบนี้ที่สุดเลย เพียงแต่เขาไม่แสดงมาให้เห็นเลยสักนิด
จากคุณ อ้อแอ้/(Kimjisuk) อัพเดตเมื่อ 05/04/2554 03:10:16
ความคิดเห็นที่ 8
สงสารกวากวา ที่ไม่รู้ใจตัวเองซะที ทำให้ต้องเจ็บซ้ำๆ เฮ้ออ
จากคุณ Ribbin/(janing) อัพเดตเมื่อ 04/04/2554 03:44:57
ความคิดเห็นที่ 9
ว้าวๆๆๆๆๆๆๆ  นาสงสารมินาจังเลยสมน้ำหน้านาย กวากวาเอ้ยแต่ก็แอบสงสารกวากวาเหมียนกันนะ ฮื่อๆๆๆ....เรียน Up ไวไวหรือมาม่า  หน่อยนะค่ะ
จากคุณ ศา/(docter22) อัพเดตเมื่อ 25/03/2554 17:04:17
ความคิดเห็นที่ 10
น่าสงสาร  ลองคิดทบทวนความรู้สึกดูสิแล้วจะรู้
จากคุณ nong/(nong_nongka) อัพเดตเมื่อ 21/03/2554 07:07:44
หน้าที่ 1 จาก 2 หน้า
แสดง เรื่อง
 
จำนวนผู้ชมเว็บแจ่มใสขณะนี้: 373 ท่าน