Guest   
 
Username: 
Password:  




 




  






 
อ่านเรื่อง
เล่ห์รักกลร้าย เจ้าชายอสูร
มิรา
 TRICK 04  Take My Hand, Close Your Eyes
55
09/03/2554 18:30:02
15726
เนื้อเรื่อง

TRICK 04

Take My Hand, Close Your Eyes

 

          “หนูมิน มันไม่ตลกเลยนะ” รามินพูดพลางส่ายหน้า

            แต่ดวงตาของสาวเจ้ากลับมองที่เขาคล้ายๆ กับนักล่าที่กำลังกระหายเหยื่อ ฝ่ายรามินเองก็กลัวใจหญิงสาวแสนจะกลัว แต่เพราะว่าสัญญาลูกผู้ชายที่เอาคืนไม่ได้ทำให้เขาเริ่มจะทำอะไรไม่ถูก

            “เดี๋ยวนี้นักร้องเกาหลีเค้าก็แต่งหน้ากันนะคะ ติดขนตาปลอมกรีดอายไลน์เนอร์ด้วย” หญิงสาวเถียงสู้อย่างไม่ยอมแพ้ ทำเอาชายหนุ่มถึงกับกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่

          “ตอนเช้าผมมีคุยงานนะหนูมิน” เขารีบเปลี่ยนเรื่องเพื่อจะให้พ้นนรกขุมนี้โดยเร็ว

            จับผู้ชายมาแต่งหน้าทาปากแต่งตัวแบบนี้เนี่ยนะ เธอกำลังคิดอะไรอยู่กันแน่ รามินมองหน้าคนสวยที่กำลังยืนยิ้มแฉ่งอยู่ตรงหน้าอย่างไม่เข้าใจ มันน่าสนุกตรงไหนกันน่ะ

            “ผมมีคุยงานกับลูกค้าครับ” เขาพยายามกล่อมแล้วก็รีบยิ้มเอาใจสาวน้อยตรงหน้าไปด้วย

            มินตราเห็นท่าทางแบบนั้นของรามินแล้วก็ทำหน้าหงิกทันที อย่านึกว่าเธอไม่รู้ทันนะ เขากำลังหาทางเลี่ยงล่ะสิ ดังนั้นเธอเลยทำหน้าโมโหอย่างไม่ปิดบัง ให้มันรู้กันไปเลยสิว่าตอนนี้เธอกำลังโกรธเขาอยู่นะ เมื่อคืนเขาก็นอนกอดเธอเอาไว้ทั้งคืนจนนอนไม่สบาย แล้วนี่ยังจะมายิ้มเยาะอีก

            เดี๋ยวเถอะค่ะ ราล์ฟขา จะรู้ว่าหนูมินมีมารยาของผู้หญิงเป็นพะเรอเกวียนเลยค่ะ

            “อย่าทำหน้างอนสิคะ” รามินพยายามจะเอาใจมินตราด้วยการยิ้มหวาน และลากเธอมากอดเอาไว้กับอก ทำเอาเธอตกใจจะดิ้นหนี แต่งูเหลือมอย่างรามินก็โอบรัดเอาไว้แน่นจนเธอกระดิกไปไหนไม่ได้

            “ปล่อยสิคะ” มือน้อยยันอกกว้างของรามินเอาไว้ ในหัวกำลังคิดหาแผนการมารับมือกับผู้ชายอย่างรามินอย่างรวดเร็ว

            ฝ่ายรามินเองก็กำลังหาวิธีตั้งรับกับการโจมตีของแม่สาวนักไวโอลินอยู่เช่นเดียวกัน แม้ว่าจะกำลังกอดกันเหมือนรักใคร่กลมเกลียว แต่ภายในจินตนาการของทั้งคู่กำลังรบราฆ่าฟันกันเลือดสาด มินตราตั้งใจว่าจะต้องทำให้รามินยอมถอนใจจากเธอให้เร็วที่สุด

            รามินนั้นก็พยายามคิดหาวิธีรวบหัวรวบหางสาวเจ้า แต่ก็ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรในเมื่อรอบเดือนของหล่อนมาแบบนี้ สุดท้ายรามินก็ต้องขนลุกเสียวต้นคอแวบ เมื่อเห็นสายตาของมินตราที่มองมา ราวกับว่าเธอกำลังใช้คมมีดลากไล้แถวๆ ต้นคอของเขาอยู่อย่างนั้นเลย

          และเมื่อไหร่ที่เขาเผลอ เธอก็จะ ฉับ! ฟันคอเขาไม่เลี้ยง!!

            “งั้น คุยงานเสร็จแต่งหน้ากันนะคะ”

            แม่จ๋า!! ชายหนุ่มร้องครางในใจ ไม่นึกว่ามินตรายังไม่ยอมแพ้อยู่เช่นนี้ แล้วเขาจะทำยังไงต่อไปดี ถ้าเธอไม่มีรอบเดือนเขาคงหักดิบรวบรัดให้เธอเป็นของเขาไปนานแล้ว แต่ถ้าทำแบบนั้นเธอคงจะโกรธและเกลียดเขามากแน่ๆ อาจจะมีผลทำให้เธอกลัวเขาจนไม่กล้าเขาใกล้อีก

            แต่ถ้ายอมตามใจเธอก็จะเป็นอย่างตอนนี้ หล่อนกลัวเขาซะที่ไหนล่ะ ยังเห็นเขาเป็นตุ๊กตาด้วยเสียอีก คิดแล้วก็สงสารตัวเองขึ้นมาจับใจ

            “ราล์ฟขา!!” เสียงหวานเริ่มแหลมปรี๊ดขึ้น เมื่อเห็นว่ารามินไม่ยอมพูดอะไรแถมยังทำหน้าซังกะตายถอนหายใจออกมาเฮือกๆ อีก แต่มันก็น่าสนุกดีเหมือนกันที่เห็นเขาทำท่ารับมือเธอไม่ไหวแบบนี้ มินตราคิดแล้วก็ซ่อนรอยยิ้มของตัวเองเอาไว้ใต้สีหน้าที่ดูขึงขัง

            “ขา

            “ว่าไงคะ จะให้หนูมินแต่งหน้าให้ตอนไหน หนูมินอยากแต่งให้ราล์ฟขานะคะ” เธอพูดเสียงหวานออดอ้อน ทำให้รามินถึงกับปวดขมับ เขาจะหาทางหนียังไงดีล่ะเนี่ย

            “งั้นมีข้อแลกเปลี่ยนกัน” เมื่อเขาคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ นัยน์ตาคมเป็นประกายก็ฉายแววเจ้าเล่ห์ออกมา

            มินตราสะดุ้งเยือกลืมไปเสียสนิทว่าผู้ชายคนนี้เจ้าร้อยเล่ห์แสนกลเหมือนกับเธอ ไม่อย่างนั้นเขาคงไม่พาธุรกิจของเขาได้ไกลถึงเพียงนี้หรอก คิดแล้วก็นึกสยองขึ้นมาถ้าหากเขารู้ว่าเธอได้มีรอบเดือนอย่างที่โกหกเขาไป ไม่รู้ว่าถ้าเขารู้ความจริงขึ้นมา เขาจะจัดการอย่างไรกับเธอบ้าง เอาเถอะถึงตอนนั้นเธอก็คงจะรู้จุดอ่อนของเขามากกว่านี้ และแน่นอนว่าจุดอ่อนของผู้ชายก็คือความอ่อนแอของผู้หญิงนี่แหละ

            “อะ อะไรคะ คงไม่ได้มีอะไรที่มันลามกหรอกนะคะ ฉันไม่ยอมจริงๆ ด้วย” เมื่อเธอพูดมาแบบนี้ รามินก็หัวเราะก๊ากออกมาทันที

            “ทำไมถึงคิดว่าผมเป็นคนแบบนั้นล่ะ หือ” เขาถามเสียงอ่อนหวาน พลางซุกหน้าลงที่แก้มขาวผ่องและต้นคองามระหงของเธอ

            มินตราสะท้านเฮือกๆ เมื่อถูกเขาเล่นงานด้วยเสน่หาที่รัญจวนใจ แค่เขาวางหน้าธรรมดาๆ ก็หล่อเหลามากอยู่แล้ว เมื่อเขายิ้มและกอดเธอจูบเธอแบบนี้ มีหวังเธอได้คิดอะไรไม่ออกและปล่อยตัวปล่อยใจไปง่ายๆ แน่เลย

            “ราล์ฟจ๋า อย่าทำอย่างนี้สิคะ ในหัวของคุณมีแต่เรื่องนี้หรือไงกันน่ะ เมื่อวานเรื่องผ้าอนามัยก็ทีแล้วนะ” ครั้งนี้เป็นรามินบ้างที่เป็นฝ่ายสะดุ้ง เขาหัวเราะแก้เก้อในคอแล้วก็รัดร่างบางของเธอมากอดเอาไว้ กดหน้าของเธอให้แนบลงกับอกของเขาเพราะไม่อยากจะให้เธอเห็นว่าตอนนี้เขากำลังหน้าแดงอยู่

            “วันนี้ไปทานข้าวและนั่งดูผมทำงานแล้วกันนะ ตอนเย็นผมจะให้คุณแต่งหน้าให้ผม”

 

            หลังจากที่มินตราเข้าไปอาบน้ำรามินก็เดินออกไปหาคนสนิทที่กำลังจิบน้ำชารออยู่ด้านนอก สีหน้าที่ดูกระวนกระวายของเจ้านายทำให้ทอมสันขมวดคิ้วเพราะไม่รู้ว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้นอีก นักไวโอลินสาวก่อเรื่องอะไรไว้กับเจ้านายของเขาหรือเปล่านะ

            ทอมสันคิดพลางลุกขึ้นจากเก้าอี้ที่นั่งอยู่ทันที

            “นายมีอะไรรึเปล่าครับ”

            “ช่วยเลื่อนนัดที่จะคุยกับลูกค้าให้เป็นตอนเช้าทุกคนเลยนะ ทุกวันด้วย!!” คำสั่งที่ทอมสันได้ยิน ทำให้ไม่ค่อยเข้าใจเรื่องอะไรสักเท่าไหร่ และรอดูว่าเจ้านายหนุ่มจะพูดอะไรต่อ

            “หนูมินกำลังกลายร่างเป็นแม่มด เธอจะจับฉันแต่งตัวแต่งหน้า จะบ้าตาย! ถ้าฉันไม่อ้างว่าตอนเช้ามีคุยงานกับลูกค้าเธอจะแต่งหน้าให้ฉัน!!” รามินกระซิบเสียงดุ เพราะกลัวว่าแม่มดที่กำลังแอบนินทาอยู่จะได้ยินเข้า

            ทอมสันถึงกับกลั้นยิ้มเอาไว้ ไม่นึกว่ามินตราจะมีอิทธิพลกับรามินมากถึงขนาดนี้

            “สักคน ใครก็ได้บอกว่าฉันนัดจะคุยงานตอนเช้า ไม่งั้นฉันได้ใส่ชุดฮาวายสีสันสดใสเดินรอบเรือทั้งวันแน่!!” เขาบอกแล้วก็นึกสยองอยู่ในใจ

            มันไม่ใช่เรื่องตลกเลยนะ

            ทอมสันกลั้นยิ้มแล้วก็เดินเลี่ยงออกไปทางอื่น รามินคิดว่าลูกน้องเห็นใจตัวเองเลยรีบไปจัดการเลื่อนนัดช่วงบ่ายให้มาอยู่ในช่วงเช้า แต่ความจริงแล้วทอมสันพาตัวเองเดินออกมานอกห้องเพื่อจะได้หัวเราะออกมาต่างหาก เขาหัวเราะจนพอใจแล้วก็เดินไปดูการนัดหมายของเจ้านาย เพื่อที่จะจัดเลื่อนนัดให้ตามที่เจ้านายสั่ง

            ตั้งแต่ที่เจอคุณมินตราชีวิตของเขาก็มีแต่รอยยิ้มนะเนี่ย ทอมสันนึกใจก่อนจะเรียกผู้ช่วยให้เดินตามไปด้วยกัน

          เมื่อลูกน้องเดินหายไปแล้ว รามินก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกและสะดุ้งนิดๆ เมื่อมินตาเดินออกมาด้วยเสื้อคลุมสีขาวตัวโคร่งของเขา วงหน้าและแขนที่โผล่พ้นออกมาร่มผ้าเห็นว่ามีหยดน้ำเกาะอยู่จนพราวไปหมด รามินเผลอกลืนน้ำลายลงคออึกหนึ่งอย่างไม่ตั้งใจ

            ตายละวา ทำไมหนูมินของเขาถึงได้ดูน่ารักน่าฟัดอย่างนี้ล่ะเนี่ย รามินคิดในใจก่อนจะมองเส้นผมสีดำสนิทที่เปียกน้ำและลู่ติดหน้าผาก ก่อนจะยื่นมือไปคลี่ให้เธออย่างอดใจไม่ไหว

            “คุณราล์ฟกำลังคุยกับใครคะเมื่อกี้ หนูมินได้ยินแว่วๆ คุยเรื่องหนูมินเหรอคะ” เธอถามและมองหน้าเขาอย่างสงสัย

            เหมือนว่าจะได้ยินชื่อเธอด้วยนะ ดวงตากลมโตของเธอกลอกไปมาพลางมองหน้าคนร่างสูงที่พูดอะไรไม่ออก เขาเป็นอะไรไปอีกแล้วนะ หญิงสาวคิดในใจและมองเขาอย่างจับผิด

            “ชื่อเรามีตัวอักษรเหมือนกันนะหนูมิน ทอมสันเรียกผมว่าคุณรามิน หนูมินเลยได้ยินเป็นชื่อตัวเองหรือเปล่า” ถึงงูเหลือมจะตัวใหญ่แต่เขาก็ยังไหลลื่นได้เหมือนปลาไหลเช่นกัน

            ชายหนุ่มยักไหล่และชมเชยตัวเองอยู่ในใจ

            “ค่า ค่าแล้วไม่ไปอาบน้ำเหรอคะ มีคุยงานไม่ใช่เหรอคะ” คำเตือนของสาวน้อย ทำให้เขาเคลื่อนตัวไปห้องน้ำอย่างอ้อยอิ่ง ให้ตายเถอะ แม่มดน้อยตัวนี้น่ารักน่าทะนุถนอมไปทั้งตัวจริงๆ เขาคงนอนไม่หลับเป็นแน่ถ้าไม่ได้กอดเธอเอาไว้ในวงแขนสักครั้งหนึ่ง

            รามินคิดก่อนจะมองร่างบางแต่สมส่วนกลมกลึงทั้งตัวอย่างแสนเสียดาย ก่อนจะเข้าไปอาบน้ำในห้องน้ำเพื่อระบายความร้อนที่มีออกจากตัว ก่อนที่เขาจะนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้

            “หนูมิน เตรียมเสื้อผ้าให้ผมด้วยนะ แต่ไม่เอาชุดฮาวายนะ ผมจะคุยงาน” ชายหนุ่มรีบดักคอเพราะกลัวว่าจะถูกแกล้งอีก

            “เสื้อฮาวายก็สวยดีออกนะคะ เราก็อยู่บนเรือด้วย” หญิงสาวหัวเราะคิก เมื่อพอจะนึกภาพของรามินออกว่าตอนนี้เขากำลังทำหน้ายังไงอยู่เมื่อเธอบอกว่าชุดนี้ก็เข้าท่าดี

            “หนูมิน เดี๋ยวเถอะ แล้วอย่าหาว่าผมไม่เตือนนะ” รามินพูดออกมาจากห้องน้ำ และทำให้เธอนึกขึ้นได้ว่าเธออาจจะตกเป็นเหยื่อของงูเหลือมตัวโตได้ ถ้าเกิดว่าเธอยังจงใจแกล้งเขาติดๆ กันอยู่เช่นนี้

เว้นสักแป๊บก็ได้ แล้วคุณจะอยากผลักหนูมินออกมาเร็วๆ เลย คอยดูสิ มินตราหมายมาดในใจก่อนจะยิ้มกริ่ม รามินออกมาจากห้องน้ำก็เห็นเธอนั่งเป่าผมอยู่แล้ว ตอนที่รามินกำลังหยิบเนคไทที่เธอเตรียมให้ขึ้นมาดูสีหน้าซังกะตาย ชุดที่เธอเลือกให้ใส่วันนี้มันก็พอทนอยู่หรอกนะ

            เสื้อสูทสีดำเข้ากับสแล็กสีดำและรองเท้าที่เขาใส่อยู่ เสื้อเชิ้ตสีขาวตัวในนี่ก็กำลังดี แต่ไอ้เนคไทสีชมพูนี่สิ เขามองคนที่เตรียมเสื้อเอาไว้ให้ก่อนจะนึกว่าจะทำอย่างไรกับความร้ายกาจของเธอดี ไม่ใส่แม่ตัวดีก็จะตัดพ้อต่อว่า และเมื่อเขาใจอ่อนยอมขอโทษ หล่อนจะมีอะไรให้เขาต้องทำเป็นข้อแลกเปลี่ยนอีกแน่ๆ

            แต่ถ้าทำเป็นแข็งข้อกับเธอ เธอก็จะโกรธอีก เฮ้อไม่รู้ว่าวันไหนถึงจะได้กดเธอลงกับเตียงกันแน่ก็ไม่รู้

            “ผูกไทไม่ได้เหรอคะ ให้หนูมินผูกให้เอามั้ย?” เธอหันมายิ้มให้เขาอย่างใจดี

            ชายหนุ่มถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ท่าทางชาติที่แล้วเขาต้องไปทำอะไรไว้กับเธอแน่ๆ ชาตินี้เขาถึงได้กลายเป็นเบี้ยล่างของเธอแบบนี้น่ะ

 

ชุดที่รามินใส่วันนี้เป็นชุดที่ดูดีกว่าเมื่อวานมากทีเดียว เว้นแต่ว่าเนคไทสีชมพูนั่นเท่านั้น ทอมสันคิดก่อนจะมองดูร่างเล็กๆ ของมินตราที่เดินคู่มากับรามินออกมาจากห้องพักด้วย

            ชุดเดรสสีครีมหวานๆ ผูกเอวไว้ด้วยริบบิ้นสีชมพูเข้าชุดกับที่รามินใส่ ทอมสันมองดูใบหน้ายิ้มแย้มของมินตราพลางคิดว่าผู้หญิงคนนี้จะรู้ตัวหรือเปล่า ว่าตอนนี้เธอกำลังทำให้รามินมาเป็นสมบัติส่วนตัวของเธอมากขึ้น สังเกตได้จากเนคไทสีชมพูของเจ้านาย และริบบิ้นที่ผูกเอวของเจ้าหล่อนนั้นเป็นสีเดียวกัน

            เหมือนจะประกาศให้คนอื่นรู้กลายๆ ว่าผู้ชายคนนี้เป็นของเธอแล้ว น่ารักจริงๆ เลย ผู้หญิงคนนี้ ทอมสันนึกชมความน่ารักอ่อนหวานของมินตราอยู่ในใจ

            “หนูมินไปทานข้าวกับผมมั้ย?” รามินชวนหญิงสาวเมื่อเดินคู่ออกไปยังห้องอาหารด้วยกัน

            คำถามของชายหนุ่มทำให้เธอส่ายหน้าไปมา เพราะเขาบอกว่าจะไปคุยงานกับลูกค้าถ้าเอาเธอไปนั่งด้วยมันก็คงจะกระไรอยู่นะ เพราะอย่างนั้นเธอเลยส่ายหน้าไปมาให้เขาแทนคำตอบ

“คุณราล์ฟคุยงานนี่คะ หนูมินไปกวนเปล่าๆ” เธอบอกเขาอย่างน่ารัก จนชายหนุ่มนึกอยากจะจับเธอขังเอาไว้ในห้อง ไม่ให้ใครได้มาเห็นผู้หญิงของเขาแม้แต่คนเดียว

            “เดี๋ยวหนูมินทานเสร็จ จะไปเล่นไวโอลินให้คุณราล์ฟฟังนะ” เธอบอกเขาพลางยิ้มให้

            ชายหนุ่มอดใจไม่ไหวยื่นมือไปหยิกแก้มเธอเบาๆ ด้วยความมันเขี้ยว ก่อนจะโอบเอวบางให้เดินออกไปพร้อมกัน ลูกน้องของรามินที่เดินตามหลังก็ยิ้มให้กับภาพน่ารักๆ นี้ด้วยเช่นกัน เจ้านายของเขาเป็นคนดีและมีน้ำใจเสียอย่างเดียวนิสัยกระด้างไปหน่อย

            แต่เมื่อมาเจอกับสาวน้อยคนนี้ก็ดูเหมือนว่าอะไรๆ เปลี่ยนไป เจ้านายของพวกเขายิ้มได้มากขึ้น หัวเราะมากขึ้นแล้วก็มีชีวิตชีวามากขึ้นด้วย ขอบคุณพรหมลิขิตที่ส่งสาวน้อยคนนี้มาพบเจอกับรามิน พวกเขาคิดในใจก่อนจะนึกชมความเหมาะสมกันของทั้งคู่

            “งั้นหนูมินนั่งทานตรงนี้นะ ผมจะนั่งโต๊ะนั้น ทานข้าวเสร็จไปเล่นไวโอลินให้ผมฟังด้วยนะ” เขาอ้อน รู้สึกดีเหมือนกันที่ได้คลอเคลียกับร่างนุ่มนิ่มของสาวน้อยคนนี้

            ชายหนุ่มผละออกไปนั่งคุยงานที่เจ้าตัวสั่งให้คนสนิทเลื่อนเวลามาช่วงเช้าให้หมด เพราะกลัวว่าแม่ตัวดีจะแกล้งให้เขาต้องปวดหัวกับเรื่องเสื้อผ้าที่แสนเจิดจรัสพวกนั้นอีก แต่บางทีหนูมินของเขาก็น่ารัก ชายหนุ่มปรายตามองดูมินตราที่กำลังกวักมือเรียกเพื่อนร่วมคณะดนตรีให้นั่งทานอาหารกับเธอ

            ท่าทางร่าเริงเป็นธรรมชาติ ยามที่เธอพูดคุย ยิ้ม และหัวเราะนั้นมันช่างดูสดใสจนเขาถอนตัวออกมาจากบ่วงเสน่ห์ของเธอไม่ไหวแล้ว

            “อะแฮ่ม คุณรามิน เราจะเริ่มคุยกันเรื่องอะไรดีครับ” ลูกค้าที่นั่งดูรามินเหม่อมองสาวน้อยคนหนึ่งอยู่นาน กระแอมไอเป็นสัญญาณบอกว่าเขาก็ยังนั่งอยู่ตรงนี้อีกคนหนึ่ง

            “อ๊ะ โทษครับคุณดนัย เรามาคุยกันเลยดีกว่า เอ๊ะ หรือจะทานมื้อเช้าก่อนดีครับ” รามินหน้าม้านเมื่อถูกจับได้ว่ากำลังเหม่อลอยไปถึงใครอีกคน

            ให้ตายสิเขาใกล้จะเป็นบ้าแล้วจริงๆ นะเนี่ย

            และเมื่อมินตราทานมื้อเช้าเสร็จเธอก็ขอไวโอลินจากทอมสันเพื่อจะไปเล่นไวโอลินให้รามินฟัง เมื่อร่างบางมาหยุดยืนข้างตัวเจ้าของคาสิโนลอยน้ำ ดนัย ลูกค้าและยังเป็นนักท่องเที่ยวที่ลงเรือมาด้วยมองดูภาพความสนิทสนมของรามินและมินตราอย่างสนใจ

            มีคนเคยบอกว่ารามินไม่สนใจผู้หญิงเห็นทีจะไม่ใช่เรื่องจริง เพราะตอนที่มินตรากระซิบพูดคุยว่าอยากให้เธอเล่นเพลงไหนให้เขาฟัง และตอนที่มือของมินตราแตะบนไหล่ของรามินโดยบังเอิญอย่างนุ่มนวลนั้น เขาไม่เห็นว่าเจ้าพ่อคาสิโนลอยน้ำจะมีท่าทีรังเกียจเลย หนำซ้ำยังยิ้มและยอมตอบคำถามแต่โดยดีด้วย

            ท่าทางงานนี้เขาคงมีเรื่องอะไรไปบอกกับคู่ค้าอีกคนของเขาแล้วเหมือนกัน

 

            “ยินดีที่ได้ร่วมงานด้วยกันนะครับ” ดนัยยื่นมือให้รามินหลังจากที่การพูดคุยเรื่องคู่ค้าทางท่าเรือที่ดนัยเป็นคนเสนอจบลงด้วยดี รามินยื่นมือไปเขย่าตอบและยิ้มให้เขาเช่นกัน

            “ยินดีครับ หวังว่าเราคงได้ร่วมงานกันในครั้งต่อๆ ไปบ่อยขึ้น” รามินบอก และดนัยเพียงยิ้มให้ก่อนจะเดินไปพักผ่อนยังส่วนอื่นของเรือสำราญลำนี้ต่อ

            รามินเลยหันมามองหน้ามินตราที่เหมือนจะซีดนิดๆ เขาเอามือแตะหน้าผากหญิงสาวและเห็นว่าสาวเจ้าเดินเซนิดหน่อย แล้วเขาก็ต้องรีบประคองร่างบอบบางของมินตราเอาไว้อย่างตกใจเพราะจู่ๆ เธอก็ซวนเซทำท่าเหมือนจะล้ม

            “หนูมิน เป็นอะไรไปครับ” เขาถามอย่างร้อนรน และทอมสันก็เดินเข้ามาดูอาการทันที

            “คุณราล์ฟ คุณมินตราเป็นอะไรครับ” ทอมสันกล่าว นึกเป็นห่วงว่าอาหารที่นักไวโอลินสาวทานเข้าไป จะเจือยาบางประเภทไปด้วยหรือเปล่า

            ครั้งหนึ่งที่รามินถูกคู่แข่งทางการค้าเล่นงานด้วยวิธีนี้ ทำให้คนของเขาต้องเพิ่มความระมัดระวังเรื่องอาหารของรามินหลายเท่าตัว และเมื่อมินตราก้าวมาเป็นคนที่รามินกำลังสนใจ ไม่แน่ว่าเธออาจจะถูกลูกหลงไปด้วยก็เป็นได้

            “หนูมิน!!” รามินเรียกชื่อหญิงสาวอย่างตกใจ เมื่อกี้เธอยังดีๆ อยู่เลย แต่ทำไมเพียงระยะเวลาไม่นานร่างน้อยของมินตราถึงได้ทำท่าเหมือนจะเป็นลมไปดื้อๆ แบบนี้

            “คุณราล์ฟ หนูมินปวดท้องจัง”

            ทอมสันใจหายวาบกับคำพูดของมินตรา เพราะเกรงว่าเรื่องที่กำลังสงสัยนั้นจะเป็นเรื่องจริง

            “ผมจะตามหมอเดี๋ยวนี้ นายรีบพาคุณมินไปพักผ่อนที่ห้องก่อนจะครับ ที่เหลือผมจัดการเอง” ทอมสันกล่าวสั้นๆ แล้วก็เดินไปยังชั้นล่างสุดของเรือเพื่อตามหาหมอและสั่งงานลูกน้องคนอื่นๆ ทันที

            รามินช้อนร่างบางของมินตราและอุ้มเดินกลับห้องพักทันที โชคดีที่เวลายังเช้าอยู่เลยไม่มีใครเห็นเหตุการณ์วุ่นวายที่เกิดขึ้น มินตราหน้ามุ่ยพอจะรู้ว่าตัวเองเป็นอะไร ลำแขนขาวผ่องเลยตวัดโอบรอบคอของรามินเอาไว้แน่น ตอนที่เขากำลังพาเธอกลับไปที่ห้องพัก

            “คุณราล์ฟ” เธอเรียกเขาอีก และชายหนุ่มก็ครางตอบในคออย่างร้อนใจ พลางก้าวขาเร่งจังหวะการเดินให้เร็วมากขึ้นเพราะเป็นห่วงคนตัวเล็ก

            “อื้อ!

            “หนูมินไม่ได้เป็นอะไรมากหรอก”

            “แต่หนูมินจะเป็นลมนะ” เขาเถียงและเดินเข้าห้องพัก เมื่อลูกน้องเปิดประตูให้

            “สัญญาก่อนสิว่าจะไม่โกรธถ้าหนูมินบอกอะไรคุณไป” เธอพูดพร้อมกับมองหน้าเขานัยน์ตาใสแป๋ว

            ชายหนุ่มวางร่างเธอลงที่เตียงแต่มือน้อยก็ยังไม่ปล่อยออกจากคอของเขา รามินมองหน้ามินตราอย่างเป็นห่วง เพราะอย่างนั้นเขาเลยรีบพยักหน้าให้เธอไปทันที

            “รอบเดือนหนูมินมาจริงๆ แล้วค่ะ

โกรธเขากำลังโกรธรามินนั่งกระดิกเท้าที่โซฟาในห้องพัก มองมองดูแพทย์หญิงที่กำลังจัดยาให้มินตราด้วยอารมณ์ที่คุกรุ่น เธอหลอกเขามากี่วันแล้วนะ เรื่องรอบเดือนของเธอน่ะ เขาถามกับตัวเธอและแพทย์ที่กำลังตรวจอาการหลายครั้งจนแน่ใจ ว่าตอนนี้มินตรากำลังอ่อนเพลียเพราะมีรอบเดือนจริงๆ

แม้ว่าหน้าซีดเซียวของเธอจะดูน่าสงสารอยู่ก็ตาม แต่เรื่องนี้เขาจะทำให้เธอรู้ว่าเขากำลังโกรธจริงๆ แล้วจะได้ไม่โกหกเขาอีก รามินตั้งปณิธานในใจก่อนจะมองคนตัวเล็กด้วยสายตาคาดโทษ

แพทย์ที่ประจำอยู่บนเรือสำราญให้ยา และบอกวิธีการดูแลรักษาสุขภาพหลายอย่างกับมินตรา ก่อนจะเดินออกจากห้องไป คราวนี้เลยมีเพียงรามินที่นั่งหน้าบูดบึ้งอยู่ปลายเตียงของตัวเอง คนป่วยที่รู้ว่าชายหนุ่มกำลังโกรธมากแค่ไหน มองหน้าเขาและยิ้มเหมือนจะอ้อนให้ยกโทษให้

ผมจะไปตรวจงานชั้นสาม นอนพักนะ!! เขาแกล้งทำเสียงดุ เพื่อบอกให้รู้ว่าโกรธก่อนจะเดินหนีออกจากห้องไ

ผู้ชายอะไร ขี้งอน!! เธอตะโกนตามหลังออกไป แล้วก็หน้ามุ่ยเพราะรู้ว่าเขากำลังโกรธจริงๆ

แต่เดี๋ยวนะแล้วเธอจะเครียดทำไมเนี่ย ในเมื่อก็อยากให้เขาโกรธและปล่อยตัวเธอออกไปไม่ใช่เหรอ หญิงสาวถามตัวเองด้วยความไม่เข้าใจ และสุดท้ายเธอก็เดินลงจากเตียงเพื่อจะไปหาพี่แก้มแก้วเสียหน่อย แล้วก็เจอร่างสูงของทอมสันที่ยืนนิ่งเป็นหุ่นอยู่หน้าประตู

คุณทอมสันทำอะไรอยู่คะเนี่ย เธอถามเขาพลางส่งยิ้มให้ด้วย

            “คุณมินอาการดีขึ้นแล้วเหรอครับ ถึงได้เดินออกมาข้างนอกได้แบบนี้”

“ค่ะ ไม่ได้เป็นอะไรแล้ว ว่าแต่คุณทอมสันเถอะค่ะ ทำอะไรอยู่เหรอคะ ไม่ตามเจ้านายคุณทอมสันไปเหรอ เมื่อพูดถึงใครอีกคน เธอก็ย่นจมูกอย่างไม่ชอบใจทันที

เฮอะ!! ผู้ชายอะไรก็ไม่รู้แสนงอนจริงเชียว

คุณรามินสั่งให้ดูคุณมินตราน่ะครับ ผมเลยอยู่ข้างนอกเผื่อมีเรื่องอะไร และคำตอบของทอมสันก็ทำให้เธอหัวใจพองโตขึ้นมาทันที อีตานั่นเป็นห่วงเธอด้วยเหรอ เธอคิดก่อนจะมองหน้าคนสนิทของรามินอีกครั้ง

คุณทอมสันคะ คุณราล์ฟไปไหนเหรอคะ? เธอถามทอมสันพลางยิ้มกว้างให้

 

ที่นี่เป็นบ่อเลี้ยงเท็ดดี้น่ะครับ

เท็ดดี้!! มินตราชี้นิ้วไปยังบ่อขนาดใหญ่ที่แลดูคล้ายกับสระน้ำที่อยู่ชั้นสามของเรือสำราญ เป็นที่อยู่ของแมงกะพรุนยักษ์สัตว์เลี้ยงแสนรักของรามิน ผู้ชายคนนั้นคิดอะไรอยู่ในใจกันแน่นะ ถึงได้เลี้ยงตัวอะไรแบบนี้เอาไว้บนเรือ

ครับ มันชื่อเท็ดดี้ คุณรามินเลี้ยงเอาไว้สามปีแล้วให้อยู่ในเรือนี้ตลอด เพราะว่าตั้งแต่เลี้ยงมันมากิจการของเราก็รุ่งเรืองขึ้นมากทีเดียว” ทอมสันบอก

มินตรามองไปรอบๆ สระแล้วก็เห็นว่ามีคนงานคนทำความสะอาดและดูแลเรื่องน้ำในสระ และอุณหภูมิอย่างดี แล้วรามินไปไหนนะ เธอคิดแต่ก็ไม่ได้ใส่ใจมากมาย มองดูแมงกะพรุนสีขาวตัวใหญ่ที่ลองล่อยไปในสระโดยมีกระจกแก้วครอบปิดเอาไว้อีกที

เธอนั่งลงกับขอบสระแล้วก็เอามือแตะกระจกใสแนบหน้าแทบจะติดกับกระจก เมื่อเห็นแมงกะพรุนตัวใหญ่เคลื่อนตัวในน้ำไปมา

ตอนกลาง คืนสวยมากเลยครับคุณมิน มันเรืองแสงได้ด้วย” ทอมสันบอกกับเธออย่างเอ็นดู เมื่อเห็นเธอตื่นตาตื่นใจกับสัตว์เลี้ยงของรามินเหลือเกิน

ว้าว คืนนี้หนูมินมาดูอีกทีดีกว่า มันต้องสวยมากแน่เลย” เธอเงยหน้าขึ้นมาแล้วก็ฉีกยิ้มให้กับทอมสัน

รามินที่เพิ่งตรวจงานจากโซนอื่นก็มาเห็นเข้าพอดี เขาทำหน้าไม่ชอบใจก่อนจะตรงเข้ามากอดเอวเธอหมับแสดงความเป็นเจ้าข้าวเจ้าของทันทีต่อหน้าลูกน้องคนอื่น เพื่อจะบอกว่านี่คือผู้หญิงคนเดียวที่เขากำลังหลงรัก

หญิงสาวเองก็มองหน้ารามินอย่างหมั่นไส้ตะกี้ยังทำท่าไม่สนใจเธออยู่เลย เฮอะ!!

หนูมินอยากเอากุ้งให้มันกิน ราล์ฟจ๋าเปิดกระจกหน่อยสิ” มินตราอ้อนชายหนุ่มให้เปิดกระจกที่กั้นปากบ่อของเท็ดดี้เอาไว้ เพื่อที่เธอจะเอาอาหารให้มัน รามินคิดอย่างชั่งใจก่อนจะพยักหน้าให้ลูกน้องเปิดตามที่เธอขอ เพราะไม่อย่างนั้นมินตราจะต้องไปอ้อนทอมสันแทน

ซึ่งนั่นเขายอมไม่ได้!!

เธอกระโดดโลดเต้นราวกับว่าเป็นเด็กๆ ตอนที่โยนกุ้งตัวเล็กๆ ลงไปในสระ รามินถอนหายใจกับความเป็นเด็กของสาวเจ้า และเมื่อเขาหันหลังเพื่อจะดูอุณหภูมิในสระของเท็ดดี้หัวใจของเขาก็เหมือนถูกปลิดออกจากขั้ว เมื่อร่างเล็กของมินตราสะดุดเข้ากับอะไรสักอย่าง จากนั้นทั้งร่างของเธอก็ร่วงลงในในสระที่มีแมงกะพรุนไฟยักษ์ล่องลอยอยู่ในนั้น

หนูมิน!! เสียงของเขาถูกกลบด้วยเสียงแตกตัวของผิวน้ำ

เสียงร้องอย่างตกใจของรามินและคนอื่นๆ ที่อยู่ในบริเวณนั้นดังลั่น หัวใจเขาเหมือนจะขาดเมื่อเห็นว่าร่างเล็กๆ ของมินตราลอยคว้างอยู่กลางน้ำ และเจ้าแมงกะพรุนไฟก็กำลังคืบคลานเข้าไปใกล้เธอ

หนูมิน!!

 

มินตรากะพริบตาตื่นอีกครั้งและพบว่าตัวเองนอนอยู่บนเตียงในห้องพักของรามินเช่นเดิม ภาพสุดท้ายที่เธอเห็นคือน้ำสีฟ้าใสๆ และแมงกะพรุนที่พองตัวยุบตัวตามจังหวะการลอยของมัน เสียงของรามินที่ดังแว่วข้างหูก็เป็นเสียงสุดท้ายที่เธอได้ยินเช่นกัน

            เธอตกลงไปในบ่อเลี้ยงเจ้าเท็ดดี้ เธอคิดแล้วก็เอียงคอไปทางซ้ายมือก็เห็นรามินนั่งไขว่ห้างกอดอกสัปหงกเรียบร้อยแล้ว ปกติเท่าที่อ่านนิยายหรือดูละคร ช่วงเวลาแบบนี้พระเอกจะวิ่งเข้าใส่แบบภาพสโลว์โมชั่นเลยไม่ใช่หรือ แต่เธอลืมไป รามินน่ะ เป็นตัวโกง มินตราคิดในใจอย่างนึกสนุกก่อนจะยื่นปลายนิ้วไปแตะแก้มของเขาเบาๆ

            สัมผัสแม้เพียงแผ่วเบาแต่สำหรับคนที่ประสาทสัมผัสไวแบบรามิน เขารู้สึกตัวขึ้นมาทันทีก่อนจะหันขวับไปมองเด็ดดื้อที่พลัดตกน้ำไปแล้วต้องนอนซมอยู่บนเตียงแบบนี้

            “หนูมิน!!” ชายหนุ่มเรียกชื่อเธออย่างตกใจ ก่อนจะยื่นมือไปแตะหน้าผากเธอด้วยความร้อนรน

            “ตื่นแล้วเหรอ ไม่เป็นอะไรใช่มั้ย?” เขาถามพลางมองหน้าเธออย่างสำรวจ

            รู้สึกดีจัง มินตราคิดในใจ เมื่อเห็นเขาเป็นห่วงเธอมากแบบนี้ และยังเรียกเธอว่า หนูมินอีกด้วย เป็นคำที่เธออยากจะให้ใครบางคนเรียกเธออย่างอ่อนหวานเช่นนี้เหมือนกัน

            “คุณราล์ฟ หนูมินหลับไปนานรึยัง” เธอพลางและสังเกตเห็นว่าเขาเหงื่อออกเต็มใบหน้า เหมือนคนที่ร้อนจัด

            จนอดไม่ไหวที่จะต้องยื่นมือไปเช็ดหน้าให้เขาบ้าง เขาดีกับเธอ มินตราคิด และเธอก็อยากจะทำอะไรเพื่อตอบแทนความน่ารักของผู้ชายคนนี้บ้าง

            เขาเป็นถึงเจ้าของเรือคาสิโนที่หรูหรากับแค่ผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่ไม่มีใครคุ้มครองอย่างเธอ ถ้าเขาจะใช้กำลังบังคับเพื่อให้ได้เป็นเจ้าของตัวเธอมันคงไม่ยากอะไร แต่เขากลับไปทำ และยังยอมเธอทุกอย่างไม่ว่าข้อเสนอพวกนั้นมันจะดูพิลึกหรือว่าไม่น่าทำมากแค่ไหน แต่เขาก็ทำให้เธอและใจดีต่อเธอมากจริงๆ

            “หลับไปสองชั่วโมงครึ่งแล้ว ทำตัวหนูมินเย็นแบบนี้ล่ะ” รามินครวญเบาๆ เมื่อจับมือเธอแล้วพบว่ามันเย็นชืด ทนไม่ไหวจนต้องจับมาถูๆ เพื่อเพิ่มความอบอุ่นให้กับเธอ

            “คุณราล์ฟไม่ร้อนเหรอคะ เหงื่อออกเต็มเลย เปิดแอร์ก็ได้นี่คะ”

            “หนูมินตัวเย็นออกแบบนี้ คุณราล์ฟจะเปิดแอร์ได้ยังไง!” เขาเอ็ดแต่ไม่จริงจัง ทำให้เธอคลี่ยิ้มออกมาได้

            “หนูมินโดนแมงกะพรุนบ้างมั้ยคะ หน้าเละไปหรือยังเนี่ย” เธอถามแล้วก็ไม่ได้รู้สึกแสบร้อนอะไรที่ผิวหนังเลย

            ถ้าเกิดว่าถูกตัวเจ้าเท็ดดี้ไปผิวเธอคงจะไหม้เกรียมแล้วแน่ๆ

            “เปล่า ไม่โดนหรอก หนูมินยังน่ารักเหมือนเดิม ตอนที่หนูมินร่วงลงไปลึกๆ เจ้าเท็ดดี้มันก็ลอยข้ามผ่านตัวหนูมินไปน่ะ ผมเลยโดดลงไปช่วยไว้ทัน”

            เธอตาโตกับคำบอกเล่าของเขา ก่อนจะนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้

            “คุณราล์ฟ! หนูมินรอบเดือนมานะ มาเยอะมากๆ ด้วย มันไม่เลอะน้ำ ไม่เลอะตัวคุณราล์ฟเหรอ!!” เธออุทานออกมาอย่างตกใจ

            เพราะเรื่องแบบนี้ผู้ชายบางคนก็ถือมากทีเดียว

            “แล้วไง!?” แต่ชายหนุ่มกลับถามมาสั้นๆ เหมือนไม่ได้ใส่ใจอะไรเลย

            “คุณเป็นผู้หญิง รอบเดือนมันก็เป็นเรื่องธรรมชาติ อีกอย่างผมก็ถือกำเนิดออกมาเพราะผู้หญิงนะหนูมิน ผมไม่ได้ถือเรื่องอะไรบ้าบอพวกนั้นหรอก ต่อให้ต้องงมร่างคุณในน้ำนั่นอีกสักชั่วโมงผมก็ไม่ลังเลที่จะทำ” คำตอบของเขาทำเธอน้ำตาซึมขึ้นมา

            เพราะอารมณ์ที่แปรปรวนจากการมีรอบเดือนทำให้มินตรากล้าที่จะทำอะไรบางอย่าง เธอยันตัวขึ้นมาจากเตียงแล้วก็ยกมือขึ้นโอบรอบคอเขาเอาไว้แน่น ก่อนจะร้องไห้ออกมา

            “คุณกำลังทำให้หนูมินตกหลุมรักคุณ” เธอพูดพลางสูดน้ำมูก กอดรัดเขาเอาไว้แน่นและแนบหน้าลงที่ต้นคอของเขา

 

            “ดีใจจัง รู้สึกเป็นเกียรติมากๆ เลยที่หนูมินรักผม” เขาพูดและลูบหลังของเธอเบาๆ รู้ว่าเธอคงจะตกใจจนขวัญหายแล้วแน่ๆ และไม่แน่คืนนี้เธอต้องไข้ขึ้นเพราะว่าทั้งตกใจและยังอ่อนเพลียจากการมีรอบเดือนอีกด้วย

            “แต่หนูมินไม่ดีใจเลยนะ” เธอพูดเสียงสั่นเครือ แค่นึกถึงเรื่องราวของตัวเองที่ผ่านมา มันก็ทำให้เธอหวาดกลัวขึ้นมาเสียแล้ว

            “ทำไมล่ะ ผมไม่ดีตรงไหนเหรอ?” รามินถาม พลางย้ายร่างของตัวเองจากที่นั่งบนเก้าอี้มานั่งบนเตียงแทน และยกร่างน้อยของมินตราขึ้นมาซ้อนตัก โอบกอดเธอเอาไว้โยกตัวไปมาเพื่อคลายให้เธอหายจากอาการตกใจ

            “หนูมินไม่อยากร้องไห้เหมือนคุณแม่ หนูมินไม่อยากจะเสียใจ ไม่อยากจะกลัวเหมือนที่ผ่านๆ มา” เธอบอกแล้วยึดร่างกายของรามินเป็นที่พึ่ง

            ใช่ว่าก่อนที่จะมาพบเจอกับรามินจะไม่มีผู้ชายที่ไหนแวะเข้ามาทำความรู้จัก และขอสานสัมพันธ์กับเธอ แต่ว่าเพราะกลัวที่จะต้องพบเจอกับเรื่องราวที่แสนน่าสงสารของมารดาและตัวเอง เธอเลยเลือกที่จะปฏิเสธไป หนูน้อยที่นั่งกอดตุ๊กตาหมีตัวโตในมุมมืดของตัวบ้าน มองดูพ่อและแม่กำลังทะเลาะเบาะแว้ง และขว้างปาข้าวของภายในบ้านนั้น เป็นเรื่องที่ชาชินกับสิ่งที่เห็น

            แต่ภายในหัวใจ มันเจ็บปวดและหวาดกลัวไปเสียทุกครั้ง

            มินตราไม่อยากจะพบกับสิ่งที่มารดาต้องเจอ และไม่อยากจะให้เด็กคนหนึ่งเติบโตมาโดยที่ต้องพบเจอสภาพเช่นเดียวกับเธอที่ผ่านมา

            “หือ คุณแม่เหรอ?” เขาพึมพำเบาๆ ก่อนจะรู้ว่าเธอกำลังกลัวอะไรอยู่

            “หนูมินกลัว” เธอพูดแล้วก็ร้องไห้ออกมา

            รามินกอดกระชับร่างน้อยมากขึ้น และกดปลายจมูกลงที่ขมับของเธอถ่ายทอดความอบอุ่นจากร่างกายส่งผ่านไปยังคนตัวเล็กที่กำลังร้องไห้อย่างขวัญเสีย

            “เด็กดีของคุณราล์ฟ” เขาบอกแล้วก็กอดเธอแน่นขึ้น

            น้ำตาที่หล่นกระทบกับแขนเสื้อของเขานั้นทำให้แขนเสื้อของเขาเปียกชุ่ม สาวน้อยคนนี้คงจะกลัวความสัมพันธ์ที่เขากำลังก่อร่วมกับเธออยู่เป็นแน่

            “อย่าร้องไห้เลยนะ ผมสัญญาว่าจะไม่ทำแบบนั้น” เขาบอก แต่ยังไม่มั่นใจเท่าไหร่ว่าตอนเด็กๆ หนูมินของเขาต้องพบเจอกับเรื่องอะไรมาบ้าง

            “คุณราล์ฟจะไม่ตีหนูมินใช่มั้ย?” เธอถามและทำเอาหัวใจของเขาแกว่งไกว คำถามของเธอช่างสร้างความเจ็บปวดให้เขามากจริงๆ เขาพอจะรู้แล้วว่าบิดาของเธอต้องทำร้ายทุบตีมารดาของเธอแน่ๆ และไม่รู้ว่าจะทำร้ายมินตราด้วยหรือเปล่า

            และแค่คิดแขนของเขาก็กระชับร่างบางเอาไว้แน่นอย่างหวงแหน ถ้าเจอกับพ่อตาในอนาคตของเขา เขาต้องทำให้ผู้ชายคนนั้นรู้ชัดเจนไปเลยว่าเขาไม่ต้องการให้มินตรายุ่งกับเขาอีกไม่ว่าจะกรณีใดๆ แม้ว่าอีกฝ่ายจะเป็นถึงบิดาของหญิงสาวก็ตามที

            “คุณราล์ฟจะไม่ดุหนูมินใช่มั้ย ไม่เสียงดัง ไม่ด่าหนูมิน?

            “ไม่หรอก คนดี ไม่มีหรอก” เขาพูดแล้วก็พรมจูบที่ขมับ เส้นผม แก้มและจูบซับน้ำตาให้เธอไปด้วย

            “แล้วคุณราล์ฟจะไม่เอาหนูมินไปทิ้งอย่างที่คุณแม่ทำกับหนูมินใช่มั้ย?

            “หนูมิน!!” เขาครางชื่อของมินตราออกมาเสียงแหบพร่า นึกสงสารหญิงสาวขึ้นมาจับใจก่อนจะกอดปลอบเธอไว้แน่นๆ

            “ไม่มีวัน ไม่มีวันที่ผมจะทำแบบนั้น หนูมินผมสัญญา” เขาบอกและค่อยๆ ล้มตัวลงนอนดึงร่างบางมากอดไว้แนบอก ลูบหลังและไหล่ของหล่อนเพื่อปลอบให้เธอได้หายกลัวและพักผ่อนเสียที

            “อย่าร้องนะ ตาบวมหมดแล้ว”

            “คุณราล์ฟ” เธอเรียกชื่อเขาเบาๆ แล้วก็กอดเขาเอาไว้แน่น

            “นอนเถอะคนดี พักก่อนนะคะ”

 

            และเมื่อคนตัวเล็กผล็อยหลับไปแล้วเขาก็ค่อยๆ เคลื่อนตัวออกมาอย่างแผ่วเบาเพราะกลัวว่าเธอจะตื่นขึ้นมาร้องไห้อีก เขาดึงผ้าห่มมาคลุมร่างกายที่บอบบางของหญิงสาวเอาไว้ ก่อนจะเดินออกจากเตียงสีหน้าเคร่งเครียด เมื่อทอมสันเห็นเจ้านายออกมาจากห้องพักสีหน้าเหี้ยมเกรียมจนดูน่ากลัวเขาก็ถอนหายใจ

ทะเลาะกับคุณมินตรามาหรือเปล่านะแต่จะว่าไปหนูมินของคุณราล์ฟนี่ก็ทั้งดื้อทั้งซน คงจะทำอะไรให้นายเขาไม่พอใจเข้าแน่ๆ

            “ขึ้นฝั่งเมื่อไหร่จัดการให้คนสืบประวัติหนูมิน บอกมาให้หมดว่าพ่อว่าแม่ชื่ออะไร ที่อยู่ ทำงานอะไรยังไง!” เขาพูดเสียงแข็งกำหมัดแน่นจนเจ็บอุ้งมือไปหมด

            “ครับ” ทอมสันแม้จะสงสัยแต่ก็รับคำอย่างดี

            “แล้วก็ส่งคนไปเจรจาย้ายทะเบียนบ้านของหนูมินไปที่บ้านของฉัน มันจะเรียกเงินเท่าไหร่ก็ช่างหัว ตัดขาดหนูมินออกจากบ้านนั้นให้เร็วที่สุด” เขาพูดแล้วก็กัดกรามกรอด ใครที่บังอาจทำให้หนูมินของเขาต้องเสียน้ำตา ต้องเสียใจทนทุกข์กับเรื่องราวในอดีต เขาจะไม่ปล่อยมันไว้แบบนี้แน่

            “ครับ” ทอมสันรับคำอีกครั้ง พลางนึกในใจว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้นหรือเปล่า

            ทำไมเจ้านายเขาถึงดูโกรธอะไรนักหนา และนานๆ จะเห็นนายของเขาเป็นแบบนี้ด้วยเช่นกัน

            “ทอมสันนายว่าหนูมินน่ารักมั้ย?” แล้วรามินก็ถอนหายใจออกมาเบาๆ เพื่อระงับความโกรธเอาไว้ ถึงยังไงตอนนี้มินตราก็อยู่กับเขาแล้ว จะไม่มีใครหน้าไหนกล้ามารังแกเธอจนร้องไห้อีกแล้ว เพราะเขาจะเป็นคนปกป้องเธอเอาไว้เอง

“น่ารักครับ” ตอบไปแล้วก็นึกกลัวว่าเจ้านายจะลุกมาเตะเอาหรือเปล่า ที่กล้าพูดซึ่งๆ หน้าเขาว่าหนูมินน่ารัก

            “นายกล้าทิ้งหนูมินรึเปล่า กล้าตีหนูมินด้วยมั้ย?” ชายหนุ่มถามอีก

            ในขณะที่ทอมสันเริ่มคิดไปไกล อย่าบอกนะว่าก่อนที่จะออกมาจากห้องนี้รามินเพิ่งจะตีคุณมินตราไป และทะเลาะกันมาด้วย

            “ตี!? นายตีคุณมินตราเหรอครับ นาย!!” ทอมสันอุทานออกมาเสียงดัง นึกสงสารนักไวโอลินสาวขึ้นมาจับใจ

            เพราะเขารู้ดีว่าทั้งมือและเท้าของรามินนั้นหนักมากแค่ไหน

            “ฉันไม่ได้ทำ” รามินพูดเรียบๆ แล้วก็มองสีหน้าของคนสนิทไปด้วย

            ขนาดทอมสันยังไม่ชอบใจเลยที่มีคนมาทำร้ายหนูมินของเขา และไม่รู้ด้วยว่ากว่าที่เธอจะโตขึ้นมาจนถึงทุกวันนี้ เธอต้องถูกทุบตีหรือผ่านอะไรมาบ้าง แค่คิดลำคอของเขาก็ตีบตันนึกสงสารคนตัวเล็กที่ยังหลับอยู่ขึ้นมาจับใจ เธอคงจะกลัวมากและต้องการคนปกป้องดูแลแน่ๆ

            “แล้วมีเรื่องอะไรหรือครับ” ทอมสันถามเมื่อทนเก็บความสงสัยเอาไว้ไม่ไหว

            “ที่บ้านหนูมินน่ะ หนูมินเพิ่งบอกว่าเธอถูกทั้งพ่อและแม่ตีตอนที่เป็นเด็กๆ แถมยังเอาเธอไปทิ้งด้วย”

            Shit!!” ทอมสันเผลอสบถคำหยาบคายออกมาเบาๆ ไม่แปลกที่รามินจะโกรธ เพราะเขาเองได้ยินยังฉุนเลย

            “ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่าพวกนั้นทำร้ายหนูมินถึงตอนอายุเท่าไหร่ แต่ให้ตาย ฉันโกรธจนจะเป็นบ้าอยู่แล้วเนี่ย!!” รามินคำรามออกมาอย่างคั่งแค้น เพราะขนาดว่าตอนนี้เธอเป็นสาวสะพรั่งยังดูอ่อนหวานน่าทะนุถนอมบอบบางซะขนาดนั้น แล้วตอนที่เธอยังตัวเล็กๆ ล่ะ

            อยากจะเห็นหน้าพ่อแม่ของเธอนัก แล้วถามว่าทำกับเธอลงคอได้ยังไง!!

          “ผมจะเป็นคนจัดการเรื่องนี้เอง นายไม่ต้องเป็นห่วง แล้วอาหารเย็นเอามาที่ห้องนี้เลยหรือเปล่าครับ” ทอมสันรีบเปลี่ยนเรื่องเพราะไม่อยากจะให้รามินต้องมาหงุดหงิดอีก

            “อือ ขอข้าวต้มหมูสับให้หนูมินแล้วกัน ของฉันก็ยกมาด้วยเลย คืนนี้ฉันไม่ไปไหนนะ ดูแลแขกด้วย” เขาสั่งแล้วก็ตั้งใจว่าจะอยู่ดูแลมินตราทั้งคืน

            “ได้ครับนาย

 

            “หนูมินเบื่อแล้ว อยากจะออกไปดูเท็ดดี้ข้างนอก” มินตราพูดน้ำเสียงแง่งอน และโยนจอยเกมในมือทิ้งไป หลังจากที่รามินเอาอกเอาใจสาวเจ้าด้วยการไปลากโทรทัศน์จอใหญ่มาไว้ที่ปลายเตียง แล้วก็ต่อเครื่องเล่นเกมนินเทนโดรุ่นล่าสุดเพื่อหลอกล่อให้เธออยู่กับเตียง

            แต่ดูเหมือนว่าตอนนี้เธอจะหมดความสนใจกับเกมที่มีอยู่เสียแล้ว

            “เท็ดดี้!? หนูมินเพิ่งจะขึ้นจากบ่อของมันมาเนี่ยนะ พอเลย นอนไปเลย” รามินโบกมือให้เธออย่างหมดความอดทน

            ก่อนหน้านี้เขาก็ให้ทอมสันไปเชิญคุณแก้มแก้วมาที่ห้องเพื่อเป็นเพื่อนพูดคุยกับหญิงสาวแล้ว ตอนนี้เธอยังจะออกไปหาเรื่องเที่ยวเล่นที่อื่นอีก แถมยังเป็นบ่อของเจ้าเท็ดดี้ที่เกือบจะทำให้เธอตายเนี่ยนะ! ลืมไปได้เลย เพราะเขาจะไม่ยอมให้เธอออกจากห้องนี้จนกว่าไข้จะลด

            แม้ว่าตอนนี้เธอยังดูเหมือนปกติก็ตาม แต่เชื่อสิ อีกเดี๋ยวเธอต้องมีไข้ขึ้นสูงแน่ๆ

            “ก็หนูมินเบื่อแล้วนี่” เธอพูดอย่างแสนงอน

            พี่แก้มแก้วมาหาเธอก็จริงล่ะนะ แต่ว่าเขานั่งทำงานอยู่ในห้องนี้ด้วยแล้วพวกเธอจะกล้าพูดเรื่องอะไรกันมากล่ะ ให้ตายเถอะ เขานี่ไม่เข้าใจผู้หญิงเอาซะเลย ไม่รู้หรือไงว่าผู้หญิงต้องการความเป็นส่วนตัวน่ะ

            “อ่านหนังสือสิ ถ้าอย่างนั้นน่ะ” เขาเสนอ และเห็นว่าเธอทำหน้าเบ้

            “หนังสือคุณราล์ฟมีแต่เศรษฐกิจการเงินอะไรก็ไม่รู้ ไม่เอาด้วยหรอก”

            “ช่วยให้นอนหลับดีนะ พอๆ กับหนังสือธรรมะเลย” เขาดันแว่นที่สันจมูกขึ้นแล้วก็ยิ้มอย่างอารมณ์ดี

            “คุณราล์ฟนับถือศาสนาพุทธเหรอคะ!?” เธออุทานอย่างตกใจ นึกไม่ถึงเลยนะเนี่ย

            “ทำไม แปลกเหรอ เหมือนผมนับถือคริสต์เหรอ”

            “เปล่าค่ะ หนูมินนึกว่าคุณไม่มีศาสนาในหัวใจ” เธอพูดก่อนจะหัวเราะคิกคัก

            “เห็นว่าคุณราล์ฟตามใจเลยพูดดีนะ” ชายหนุ่มส่ายหน้าไปมา ไม่ได้นึกโกรธอะไรสาวเจ้าเลย เพราะเขาเองก็ทำตัวเหมือนไม่มีศาสนาอย่างที่เธอว่าเอาไว้จริงๆ

            “เบื่อจังเลย เบื่อจังเลย คุณราล์ฟใจร้ายจังเลย” เธอพึมพำเบาๆ ก่อนจะเลื้อยตัวลงนอนที่เตียง และหยิบจอยเกมขึ้นมาเขย่าๆ อีกครั้ง

            “นอนเล่นแบบนั้นเดี๋ยวสายตาเสียหรอก” เขาดุมาอีก เมื่อเห็นว่าเธอกำลังนอนตะแคงและจ้องมองเกมในจอทีวีตาแป๋ว

            “คุณราล์ฟนี่ขี้บ่นจัง” เธอพูดงึมงำแล้วสุดท้ายก็ผล็อยหลับไปเพราะฤทธิ์ยาแก้ไข้ที่ทานดักเอาไว้

            รามินนั่งเคลียร์งานที่คั่งค้างอยู่ก่อนจะเดินไปหาหญิงสาวที่นอนหลับไปแล้ว เมื่อเอื้อมมือไปแตะหน้าผากของเจ้าหล่อนก็พบว่าเธอตัวร้อนจี๋

            “จริงๆ ซะด้วย” ชายหนุ่มพึมพำกับตัวเอง เมื่อเห็นว่ามินตราไข้ขึ้นสูงอย่างที่คิดเอาไว้

            ร่างสูงเดินไปเปิดตู้เย็นและหยิบเอาน้ำแข็งก้อนออกมา วางใส่ผ้าขนหนูผืนเล็ก หยิบถ้วยแก้วใบใหญ่ขึ้นมาใส่น้ำแข็งและเดินตรงไปที่เตียง จัดการเช็ดเนื้อเช็ดตัวให้คนที่หลับไปทั้งพิษไข้และฤทธิ์ยาอย่างเบามือ เขาพลิกร่างของมินตราอย่างแผ่วเบา สำรวจเนื้อตัวใต้ร่มผ้าว่ามีแผลเป็นจากการถูกทำร้ายตอนเด็กบ้างไหม แล้วก็ถอนหายใจออกมา เมื่อไม่เจออะไรอย่างที่นึกกลัว

            เมื่อจัดการเช็ดตัวเสร็จเขาก็จัดเสื้อผ้าของหล่อนให้ และวางร่างบางนอนบนหมอนให้เข้าที่ และก็เก็บของที่หยิบออกไปไว้ตามเดิม เปิดแอร์ให้อุณหภูมิลดต่ำลงอีกหน่อยเพราะว่าเหงื่อเธอออกเดี๋ยวจะไม่สบายตัว เขาไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าจะทำอะไรแบบนี้เพื่อใครสักคนหนึ่งได้ จนมาถึงวันนี้ วันที่เจอกับเธอ เขาบอกตัวเองเลยว่าเขาสามารถยกทุกอย่างที่เขามีให้เธอโดยที่ไม่มีข้อโต้แย้ง

            แม้อาจจะเจอกันได้เพียงไม่นาน แต่เขาเชื่อมั่น ว่าผู้หญิงคนนี้คือคนที่เขารักจริงๆ

            “ราตรีสวัสดิ์นะคะหนูมิน อย่าร้องไห้อีกนะ คุณราล์ฟอยู่ที่นี่แล้วค่ะ” เขากระซิบบอกเธอข้างหูอย่างอ่อนหวาน แล้วก็รั้งร่างบางมากอดไว้กับอก วันนี้ทั้งวันเขาก็เหนื่อยล้าบ้างแล้วเหมือนกัน ไม่นานเขาก็หลับใหลไปพร้อมกับคนตัวเล็กที่หลับไปก่อนหน้านี้อย่างง่ายดาย

 

            หลังจากที่ล่องเรืออยู่ในทะเลเป็นเวลาครึ่งเดือน ในที่สุดเรือสำราญอันหรูหราของรามินก็มาเทียบท่าที่ฝั่งในมาเก๊าเรียบร้อย มินตรางอแงจะเดินเที่ยวกับแก้มแก้วท่าเดียว เพราะอีกสองวันแก้มแก้วก็จะนั่งเรือกลับไปเหมือนเดิม ส่วนเธอรามินบอกว่าจะกลับไปเมืองไทยพร้อมกับเขาทางเครื่องบิน

            “หนูมินจะไปกับพี่แก้มแก้ว” มินตราทั้งหยิกทั้งข่วนแขนของชายหนุ่ม เพื่อให้เขาปล่อยเธอไป

            “ไม่ได้ หนูมินต้องไปกับผม”

            “เราคบกันก็จริง แต่นี่มันเกินไปแล้วนะคะ!!” หลังจากที่เธอยอมตกลงคบกับรามินเพื่อดูใจกันนั้น เขาก็มักจะผูกตัวเธอติดเอวกับเขาไปด้วยทุกที่บนเรือ

            ไม่ว่าจะเป็นทานข้าวกับลูกค้า เดินตรวจตราเรือ ไปดูลูกค้าเล่นพนัน และบางทียังให้เธอไปวัดดวงแข่งกับแขกของเขาด้วย เรียกได้ว่าเห็นรามินอยู่ที่ไหนจะต้องเห็นมินตราที่นั่นด้วยทุกที่ ขนาดคุณแบรนดอนเห็นแล้วยังส่ายหน้าให้เลย เธอคิดในใจอย่างหงุดหงิด

            “งั้นสิ ผมอยู่ไหนคุณต้องอยู่ที่นั่น ทอมสันส่งเช็คให้คุณแก้มแก้วไปซื้อของด้วยนะ แล้วก็เตรียมรถฉันไปดูร้าน”

            เขาสั่งงานเรียบร้อยแล้วก็ลากแขนเธอให้เดินออกห่างมา แก้มแก้วมองตามแล้วก็ยิ้มอย่างพอใจ อย่างน้อยรามินก็ไม่ได้รวบหัวรวบหางมินตราโดยที่รุ่นน้องของเธอไม่ได้เต็มใจ และดูเขาก็รักมินตราอยู่มากทีเดียว เพราะอย่างนั้นเธอเลยวางใจที่จะปล่อยให้มินตราคบกับเขา

            “ราล์ฟจ๋าเสียมารยาท” เธอทำปากยื่น ย่นจมูกให้เขาอย่างไม่พอใจ จนรามินต้องยื่นมาบีบปลายจมูกของเธออย่างมันเขี้ยว

            “ราล์ฟขอฉันติดรถไปหน่อย พอดีว่าที่ทางด่วนมีอุบัติเหตุน่ะ รถของฉันเลยยังมาไม่ถึง” แบรนดอนเดินมาหารามินที่กำลังจะเดินไปที่รถลีมูซีนคันหรูอยู่พอดี

            “อือ มาสิ แล้วนายจะพักที่ไหนคืนนี้” รามินถามแบรนดอนที่เดินนำลูกน้องตามหลังมาด้วย

            “ที่เดิมแหละ แล้วนี่แกใส่เสื้อยัง” ว่าแล้วแบรนดอนก็ยกนิ้วเคาะที่หน้าอกของรามินเบาๆ เพื่อสำรวจว่าทั้งเพื่อนทั้งคู่แข่งของเขาใส่เสื้อเกราะกันกระสุนหรือยัง และพยักหน้าเมื่อรู้สึกว่ารามินใส่เสื้อเกราะเรียบร้อยแล้วเหมือนกับเขา

            เพราะว่าที่นี่เป็นถิ่นของมาเฟียที่มีอิทธิพลของฝั่งจีน ฮ่องกงและมาเก๊า การที่มาเยือนถึงถิ่นแบบนี้ย่อมเรียกศัตรูได้ดีทีเดียว

            แต่มินตราเห็นแล้วรู้สึกสยองขวัญ เพราะสองคนนี้ดูสนิทสนมกันมากเหลือเกิน ระหว่างที่นั่งรถคนที่เมารถเมาเรือเป็นอาจิณอย่างมินตราก็หลับไปอีกครั้งเพราะยาแก้เมา รามินส่ายหน้าและจับให้เธอนอนหนุนตักของเขาอย่างเห็นใจ แบรนดอนมองภาพนั้นแล้วก็ส่ายหน้าไปมา ไม่นึกมาก่อนเลยว่ารามินจะมีมุมนี้กับคนอื่นเขาด้วย และเมื่อมาถึงร้านที่เป็นร้านขายอาวุธถูกกฎหมายของรามิน แบรนดอนก็เดินลงมาด้วย เพราะตั้งใจว่าจะมาหาซื้ออาวุธติดตัวไว้สักหน่อย

            “ปลุกมั้ย” แบรนดอนถามพลางพยักพเยิดหน้าไปที่คนตัวเล็กที่หลับไป โดยมีเสื้อสูทของรามินทับตัวไว้อีกชั้นหนึ่ง

            “ปล่อยให้นอนในนี้ดีกว่า ข้างนอกแดดแรง อีกอย่างฉันจะดูร้านแค่แป๊บเดียวด้วย” รามินพูด พลางดันศีรษะของมินตราออกจากต้นขาอย่างแผ่วเบา เลื่อนให้เธอนอนตามความยาวของเบาะหลัง แล้วก็เดินลงจากรถพร้อมกับคนสนิทและแบรนดอน

            และขณะที่เขากำลังคุยเรื่องที่กำลังนำเข้าปืนจากประเทศญี่ปุ่น กับคนสนิทและแบรนดอนอยู่นั้น เสียงบดกระแทกของรถหลายคันก็ดังก้อง ร่างสูงของชายหลายคนที่กำลังจะเดินเข้าไปในร้านขายอาวุธของรามิน ต้องหันไปมองตามทิศทางของเสียงทันที

            ภาพที่เห็นทำให้หัวใจของใครหลายคนเหมือนจะหยุดเต้น เมื่อรถบรรทุกคันใหญ่วิ่งเข้ามาเสยท้ายรถคันหนึ่งที่จอดอยู่หน้าร้านขายอาวุธที่ถูกกฎหมายที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองมาเก๊า

และมันจะไม่เป็นอะไรเลย ถ้ารถบรรทุกคันนั้นไม่ได้วิ่งเข้ามาชนท้ายรถของรามิน

รามินก้าวขาสั่นๆ เดินไปข้างหน้า เพื่อที่จะเข้าไปใกล้ตัวรถลีมูซีนคันหรูของตัวเอง เขาได้ยินเสียงสัญญาณกันขโมยของรถหลายคันที่จอดอยู่บริเวณนั้นดังสนั่น แต่สิ่งที่ดึงความสนใจของเขาได้มากที่สุด คงจะเป็นเศษกระจกที่กันกระสุนของตัวรถที่แตกร้าวและร่วงกราว ของเหลวสีแดงไหลซึมออกมาจากตัวรถและกำลังไหลนองเต็มพื้นถนน

เสียงของใครหลายคนไม่ได้เข้าหูชายหนุ่มเลยสักนิด เขาสูดหายใจเข้าปอดลึกๆ ก่อนจะตะโกนออกมาเสียงดังลั่น

            “หนูมิน!!” เขาก้าวไปข้างหน้าเร็วขึ้น หัวใจแตกสลายเป็นชิ้นๆ เมื่อรู้ว่ามีดวงใจของเขาทั้งดวงอยู่ในรถที่พังยับเยินนั่น

            “หนูมิน!!



 

 

Talk 2…

ไม่มีอะไรจะพูดกับตอนนี้ค่ะ

ไม่รู้ว่าจะเอาดราม่าหนักๆ มาลงตอนนี้เลยดีมั้ย

เพราะว่ามันเพิ่งจะตอนที่สี่เท่านั้นเอง

แต่ว่ามันยังมีอีกอ่ะ แงๆ คนอ่านต้องเกลียดเค้าแน่ๆ เลย

ร้องไห้ สงสารอนาคตตัวเอง ฮ่าๆ

 

เรื่องนี้ไม่มีนางร้ายค่ะ หนูมิราไม่ปลื้ม ฮ่าๆ

แต่ว่านางเอกสะบักสะบอมจริงๆ ทุกเรื่องเลย

ไม่รู้ว่าเพราะอะไรกันแน่

คนอ่านเกลียดเค้าแล้วใช่มั้ย ถ้าบอกว่าไม่เม้นท์หนูไม่ลงต่อ

ชีวิตของมู่จะเป็นยังไงบ้างนะ ฮาๆ หัวเราะอย่างอับจนชีวิต

ขอบคุณทุกคนที่แอดแฟนนิยาย ติดตามนิยายเรื่องนี้นะคะ

มู่ไม่ดองนิยายค่ะ ถ้าคนอ่านยังคงอยู่กับมู่แบบนี้ อิอิ

กอดทุกคน แม้จะรู้ว่าตอนนี้ทุกคนกำลังสาปแช่งมู่อยู่

รัก มินตรา รามิน

รัก พวกคุณทุกคนค่ะ

เจอกันนะคะ

http://www.facebook.com/pages/Mu_mu_jung/131495070249331

 

 

Talk 1…

เพลงตอนนี้เป็นเพลงของ Jason Yang covers Far East Movement's "Rocketeer" ค่ะ

เพราะ ผช คนนี้ทำให้มู่อยากเล่นไวโอลินเป็น ฮ่าๆ

 

ครึ่งหลังดราม่ากว่านี้ หมดเวลาสนุกแล้วสิ หมดเวลาสนุกแล้วสิ

เหมือนว่าเค้ากำลังโรคจิต ฮ่าๆ ถ้าไม่มีดราม่าไม่มู่ แฮ่

คนอ่านจะปาระเบิดใส่บ้านก็คราวนี้แหละ

เดากันมั้ยว่าจะเกิดอะไรขึ้น ฮ่าๆ แต่มู่ชอบหักมุมคนอ่านนะ

ชอบ โรคจิต ฮ่าๆ

 

สอบเสร็จกันหมดแล้วใช่มั้ย

หึๆ งานหนังสือปีนี้มีเงินกันเยอะมั้ย ฮ่าๆ

นิยายมู่จะออกเดือนนี้มีสามเล่มค่ะ มีเซอร์ไพร์สด้วย

พี่ บก บอกมาแต่มู่ก็ไม่รู้ว่าอะไร ฮ่าๆ

สามเรื่องนี้ที่จะออกค่ะ ถ้าหาไม่เจอก็เจอกันที่บู๊ทแสนดีได้เลยเน้อ

มีทุกเล่ม ละมั้งนะที่ออกไปแล้ว ^-^

Baby & I (P 3) Moondome (จิน เอ็นดู)

Roman Santa (โรม เกียร์ ซานต้า)

Caf? Manai (P 1) (ไอ ชิน เชน)

 

ขอบคุณทุกคนที่แวะเข้ามานะคะ

ขอบคุณเม้นท์และโหวตด้วยค่ะ

 

God blessed you

’m blessed you

 

I http://www.dek-d.com/06pic/dot/heart.gif Readers


ข้อความ :
จากคุณ * :
 

หน้าที่ 2 จาก 9 หน้า
แสดง เรื่อง
ความคิดเห็นที่ 1
ลุ้นจริงๆค่ะ ขอให้หนูมินไม่เป็นไร สาธุ (>/ \<)
จากคุณ ณัฐ/(ntnath) อัพเดตเมื่อ 14/04/2554 23:03:09
ความคิดเห็นที่ 2
เพราะจังเลยพี่มู่

หนูมินอย่าเป็นไรเลย
ใจจะวายตาม
จากคุณ Yingๆ*/(dark_sorceress_1993) อัพเดตเมื่อ 12/04/2554 23:56:51
ความคิดเห็นที่ 3

หนูมินจะเป็นอะรัยมากมั๊ยเนี่ย สงสารหนูมิน จัง

จากคุณ เฟิร์น/(pepo25) อัพเดตเมื่อ 05/04/2554 15:00:33
ความคิดเห็นที่ 4
แง๊ ! สงสารหนูมินจับใจเลยอ่าค่ะ
แต่ที่น่าสงสารกว่านี่คงจะเป็นราล์ฟจ๋าล่ะมั้ง
เค้าอยากร้องไห้ ~~

ปล.เพลงตอนนี้เพราะมากเลยค่ะ ><! ชอบๆ
จากคุณ {LookPed} <3/(thelookped) อัพเดตเมื่อ 03/04/2554 14:05:22
ความคิดเห็นที่ 5
แงงง สงสรหนูมินน น T^T
จากคุณ โบว์/(NA-GAME) อัพเดตเมื่อ 31/03/2554 10:42:31
ความคิดเห็นที่ 6
เศร้านิสๆค๊า
จากคุณ ควีน/(amphetamines) อัพเดตเมื่อ 29/03/2554 14:57:11
ความคิดเห็นที่ 7
ดราม่ามากค่ะ
จากคุณ เพลง/(pleng17444) อัพเดตเมื่อ 21/03/2554 19:23:57
ความคิดเห็นที่ 8
หนูมินจะเปนรัยป่ะ
จากคุณ MU_KH/(kksh_muay) อัพเดตเมื่อ 21/03/2554 16:52:09
ความคิดเห็นที่ 9
โดนรถบรรทุกสอบตูดซะแล้วลีมูซีน
เฮ้ยยย..หยูมินอย่าเป็นไรนะ
เดี๋ยวป๋าราล์ฟเสียใจจจ~~

รักเจ้นะ สู้ๆ
จากคุณ Tuituy/(ITuy) อัพเดตเมื่อ 11/03/2554 21:48:39
ความคิดเห็นที่ 10
=[]= รถเสย !
กำลังหวานๆ ได้ที่ รถเสยดราม่าซะแล้ว
จากคุณ Friend/(Pianpitch_Friend) อัพเดตเมื่อ 11/03/2554 18:03:32
หน้าที่ 2 จาก 9 หน้า
แสดง เรื่อง
 
จำนวนผู้ชมเว็บแจ่มใสขณะนี้: 103 ท่าน