Guest   
 
Username: 
Password:  




 




  






 
อ่านเรื่อง
เล่ห์รักกลร้าย เจ้าชายอสูร
มิรา
 TRICK 03  A Dancing Teddy
54
05/03/2554 18:50:24
15454
เนื้อเรื่อง

TRICK 03

A Dancing Teddy

 

          “มาจริงๆ นะคะ” เสียงหวานบอกกับรามินที่ถึงกับทำอะไรไม่ถูก หลังจากต้องร้องหาพระเจ้าแล้วเขาก็สบถให้ตัวเองดังๆ

            นี่มันเป็นเวรเป็นกรรมอะไรของเขากันแน่เนี่ย

            มินตราใจเต้นตึกตักเพราะกลัวว่าชายหนุ่มจะรู้ว่าตอนนี้เธอกำลังโกหก แต่ถ้าไม่พูดแบบนี้หวังเธอได้กลายเป็นอ้อยเข้าปากช้างแน่ๆ เมื่อมองดูเห็นหน้าชายหนุ่มที่แดงก่ำแล้วเธอก็นึกสยองในใจ ไม่รู้ว่าเขากำลังโกรธเธอมากแค่ไหน แต่เมื่อคิดๆ ดูอีกทีเธอเองก็ไม่ได้เป็นอะไรกับเขาแล้วจะกลัวเขาโกรธไปทำไม

            ต้องเป็นเธอเสียมากกว่าที่จะต้องโกรธน่ะ

            เพราะว่าเขาไม่ได้เป็นอะไรกับหล่อนเสียหน่อย แค่จูบจากเมื่อครั้งก่อนก็มากเกินไปแล้ว นี่ยังลากเธอขึ้นเตียงทำท่าหน้ามืดจะปล้ำแบบนี้ด้วย

            “ไม่ได้โกหกแน่นะ” เขาถามและเธอก็พยักหน้าอย่างรวดเร็วทันที

            สุดท้ายรามินก็ลุกขึ้นจากที่คร่อมร่างของเธอเอาไว้ทั้งตัว หายใจเข้าออกยาวๆ ระงับอาการตื่นตัวของตัวเองไว้อย่างสุดความสามารถ มันเรื่องอะไรกันแน่ ทำไมเขาต้องมาทนเรื่องบ้าๆ พรรค์นี้ด้วย ไม่เคยเลยสักครั้งที่ชายหนุ่มคิดว่าตัวเองทำอะไรไม่ได้ในตอนที่ตัวเองต้องการอะไร

            รู้สึกว่าตั้งแต่รู้จักกับสาวน้อยคนนี้ ระบบระเบียบในชีวิตของเขาดูยุ่งเหยิงชอบกล มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ เขาอยากจะรู้จริงๆ

            “ฉัน ฉันจะกลับแล้วนะคะ มีเรื่องอะไรก็ค่อยคุยกันพรุ่งนี้นะคะ” มินตราพูดเสียงสั่น ดึงคอเสื้อที่หลุดลุ่ยที่หัวไหล่ขึ้นมาและมองหากางเกงของตัวเอง ไม่รู้ว่าเสือร้ายอย่างรามินถอดออกไปตอนไหน มือไวจริงเชียว

          “นี่มันดึกมาแล้วนะ ข้างนอกก็คงมีพวกขี้เมาอยู่เยอะ พวกกลัดมันก็เยอะ ยิ่งต้องลอยคอกลางทะเลครึ่งเดือนแบบนี้แล้วเห็นผิวสวยๆ ขาวๆ ของคุณไม่รู้จะเป็นยังไงบ้าง” พูดไปแล้วก็ขำสีหน้าของเจ้าหล่อน

            หน้าหวานที่แดงระเรื่อจากการกอดรัดฟัดเหวี่ยงก่อนหน้านี้พลันซีดเผือดอย่างรวดเร็ว ดวงตากลมโตเงยหน้ามองเขาแล้วทำหน้าเหมือนจะร้องไห้

            เขากำลังขู่หล่อน นี่เป็นสิ่งเดียวที่มินตรารับรู้ตอนนี้

            “อีกอย่างคลื่นลมในทะเลตอนดึกๆ มันแรงด้วยนะ เกิดเข้าห้องไปชนโน่นชนนี่ ไปรบกวนเพื่อนร่วมห้องของคุณอีก อยู่บนเรือมันเพลียนะครับสาวน้อย นอนที่นี่ไม่ดีกว่าเหรอ” เขารวบรัดคำพูด บอกจุดประสงค์ที่แท้จริงออกไปทันที

            มินตราเม้มปากและมองหน้ารามินที่ยืนกอดอกอยู่ข้างเตียงด้วยความคับแค้นใจ จากตอนแรกที่เธอมองว่าเขาเป็นเทวดามีปีกสีขาวและมีห่วงวงกลมลอยอยู่เหนือศีรษะ แต่ตอนนี้หล่อนมองเขากลายเป็นอสูรร้ายไปแล้ว ถ้าตาไม่ฝาดไปจริงๆ เธอเห็นว่ารามินมีเขางอกที่ศีรษะคู่หนึ่ง มีปีกสีดำ แถมยังหางเป็นรูปปลายสามเหลี่ยมด้วย!

          “ผมจะไม่เปิดประตูห้องล่ะ” รามินพูดพลางยิ้มกว้าง

            เรื่องอะไรเขาจะทนทรมานอยู่คนเดียวล่ะ เรื่องนี้ตัวการที่เป็นเหมือนกระต่ายตัวเล็กๆ กำลังหวาดกลัวไปหมดทุกสิ่งทุกอย่างเช่นมินตราก็ต้องโดนด้วย ให้รู้สำนึกเสียบ้างว่าอย่ามาทำให้เขาต้องโมโห

            แม้ว่าตัวเองจะดูน่าสงสารมากกว่าสาวเจ้าก็ตาม

 

          “พี่แก้มคะ น้องมินยังไม่กลับอีกเหรอ? ภายในห้องพักของมินตรา นักดนตรีสากลที่อาศัยร่วมห้องพักกับมินตราที่ชื่อว่านารี เอ่ยถามกับเจ้าของสถาบันการดนตรีที่เธอเรียนอยู่

            หลังจากที่คนสนิทของรามิน เจ้าของเรือคาสิโนลอยน้ำมาเชิญให้มินตราไปคุยงานกับรามินตอนค่ำๆ บัดนี้ก็เกือบจะเที่ยงคืนแล้ว แต่ว่าสาวน้อยคนนั้นยังไม่กลับมาเสียทีทำให้เธออดที่จะเป็นห่วงไม่ได้ ก็มินตราน่ารักนิสัยดีเป็นกันเองเมื่อต้องมาอยู่ด้วยกัน แม้จะแค่ช่วงเวลาสั้นๆ เธอก็อดที่จะเป็นห่วงเธอไม่ได้

            “นั่นสิ ไปนานแล้วนะ” แก้มแก้วเองก็นึกเป็นห่วงรุ่นน้องอยู่เช่นกัน

            เธอพอจะมองออกแล้วว่ารามินนั้นสนใจมินตราอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว แต่ว่าคนระดับเขาเป็นถึงเจ้าพ่อคาสิโน มีเงิน อำนาจ บารมีมากมาย ผู้หญิงที่อยู่รายล้อมตัวเขาก็ย่อมมีมากตามไปด้วย แล้วเขาจะมาสนใจรุ่นน้องของเธอจริงจังหรือเปล่า เรื่องนี้ทำให้แก้มแก้วนึกกังวลอยู่ไม่น้อย

            “เราไปดูดีมั้ยนะ นารู้สึกเป็นห่วงยังไงก็ไม่รู้” นารีเอ่ยปากชวนสาวรุ่นพี่ เพราะเป็นห่วงมินตราจริงๆ

            “อือ ลองไปดูกันสักหน่อย” ในที่สุดแก้มแก้วก็ตัดสินใจที่จะตามหามินตรา

            เพราะตั้งแต่ที่ก้าวขึ้นเรือลำนี้มา มินตราก็ถือว่าเป็นเด็กในปกครองของเธอแล้ว ถ้ารามินจะทำอะไรที่มันข้ามหน้าข้ามตาไป เขาน่าจะเกรงใจเธอและหยุดการกระทำได้บ้าง แก้มแก้วคิดแม้จะรู้ว่ารามินคงไม่สนใจใครทั้งนั้น ถ้าเกิดว่าเขาต้องการมินตราขึ้นมาจริงๆ แล้วล่ะก็

            ทอมสันที่เดินตรวจความเรียบร้อยอยู่ภายในโซนห้องพัก ต้องหยุดมองผู้หญิงสองคนที่กำลังเดินออกมาจากห้องพักดึกๆ ดื่นๆ ด้วยความอยากรู้ว่าเธอทั้งคู่จะออกไปไหน และเมื่อเพ่งตามองดูให้พินิจเขาก็ร้องอ๋อในใจ เมื่อเห็นว่าเป็นแก้มแก้วหัวหน้าคณะนักดนตรีที่เขาเป็นคนว่าจ้างในมาเล่นเพลงบนเรือนี่เอง

            “คุณแก้มแก้ว จะออกไปข้างนอกหรือครับ” ทอมสันพร้อมด้วยคนติดตามเดินตรงเข้าไปหาแก้มแก้วและนารีทันที พร้อมกับเอ่ยถามอย่างสุภาพ

            “คุณทอมสัน” แก้มแก้วหันมาเจอกับคนสนิทของรามินพอดี

            ถ้าถามเรื่องของมินตรากับทอมสันเองน่าจะรู้เรื่องเร็วที่สุดแล้ว

            “พอดีฉันเป็นห่วงมินตราน่ะค่ะ เห็นออกไปนานแล้วยังไม่กลับมาสักที เลยคิดว่าจะออกไปดูหน่อย”

            คำตอบของแก้มแก้วทำเอาทอมสันหัวเราะไม่เต็มเสียง เขาจะบอกแก้มแก้วว่าอย่างไรดี ว่าตอนนี้มินตราอาจจะกลายเป็นกวางน้อยเข้าปากเสือร้ายอย่างรามินไปแล้ว

            “เอ่อ สงสัยคุณรามินยังคุยงานไม่เสร็จน่ะครับ ไม่ต้องเป็นห่วงไปนะครับ เดี๋ยวคุยงานเสร็จยังไง ผมจะเดินมาส่งถึงห้องเลยครับ” แต่เขาไม่แน่ใจนะ ว่าจะคุยเสร็จเมื่อไหร่...

อาจจะเป็นพรุ่งนี้เช้า อะไรแบบนั้น

            แต่แก้วแก้มทำสีหน้าไม่ดีขึ้นมาทันตาเห็น ไม่ต้องห่วงอย่างนั้นเหรอ อยู่กับเจ้าพ่อมาเฟียต้องน่าเป็นห่วงอยู่แล้ว ถ้าเกิดขาไม่พอใจอะไรขึ้นมาฆ่ามินตราไปแล้ว เธอจะทำยังไงล่ะ

            “ตอนนี้ก็ดึกมากแล้ว ถ้าคุณแก้มแก้วยังไม่ง่วงก็เดินเล่นที่ห้องโป๊กเกอร์หรือรูเลตก็ได้นะครับ ชั้นสองก็ยังมีโรงภาพยนตร์เล็กๆ ไว้บริการด้วย ถ้าไปรบกวนคุณรามินตอนนี้ผมเกรงว่าท่านจะไม่พอใจเอา” ทอมสันกล่าวอย่างซื่อตรง

            เขาไม่แน่ใจจริงๆ ว่ารามินจะหงุดหงิดมากน้อยแค่ไหน ถ้าเกิดว่าแก้มแก้วเข้าไปยุ่งวุ่นวายเรื่องของเขา แม้ว่าแก้มแก้วจะมีฐานะเป็นผู้ปกครองของมินตราบนเรือนี้ก็ตาม แต่ไม่แน่ตอนนี้รามินอาจจะเปลี่ยนสถานภาพของมินตราให้กลายเป็นผู้หญิงของเขาไปแล้วก็ได้ใครจะไปรู้

            แก้มแก้วมองหน้าคนสนิทของรามินตรงหน้า เห็นเขาทำหน้าจริงจังและเธอก็คิดทบทวนอยู่หลายครั้งแล้ว สุดท้ายเธอก็ยอมเป็นฝ่ายยอมแพ้

            “ฝากดูแลน้องสาวของฉันด้วยนะคะ เธอเป็นผู้หญิงที่ซื่อตรงเอามากๆ เลยค่ะ ถ้าเกิดเธอว่าไปล่วงเกินอะไรพวกคุณเข้าก็เอ็นดูเธอด้วยนะคะ” แก้มแก้วถอนหายใจออกมายาวๆ และทำท่าจะกลับเข้าห้องไปตาเดิม

            ทอมสันเห็นอาการเช่นนั้นของหล่อนแล้วก็นึกเห็นใจเช่นกัน แต่เขาจะทำอะไรได้ ในเมื่อบนเรือลำนี้น่ะ รามินเปรียบเสมือนเทพเจ้าคอยสั่งการอยู่เช่นนี้

            “ครับ ผมจะคอยดูแลเธอให้ดีที่สุด” ทอมสันกล่าวอย่างหนักแน่น

 

            มินตราสวมกางเกงนอนแบบมีเชือกผูกที่รามินส่งให้ด้วยอากรกระฟัดกระเฟียด ร่างสูงตรงหน้าไม่ยอมหลีกทางให้เธอออกไปข้างนอกเลยสักนิด สุดท้ายเขาบังคับให้เธอนอนด้วย! ร้ายกาจ เผด็จการ บ้าอำนาจ! หญิงสาวค้อนเขาจนตาคว่ำและสาปแช่งด่าทออยู่ในใจ

            “กางเกงไร้รสนิยมแบบนี้คุณซื้อจากที่ไหนเหรอ?” ชายหนุ่มพูดขึ้น แกล้งทำเป็นไม่เห็นดวงตาวาวเอาเรื่องของผู้ที่ร่วมห้องอีกคน แกล้งยกกางเกงตัวที่เขาถอดให้ขึ้นมาดู

            มินตราโกรธจี๊ดพุ่งตัวไปฉกมาถือไว้ในมืออย่างหวงแหน เรียกรอยยิ้มจากคนตัวโตได้อย่างดี

            “คุณนี่มันแย่ที่สุดเลย ฉันอยากกลับไปนอนที่ห้องไม่อยากนอนกับคุณนี่” เธอบ่นอุบอิบ น้ำตารื้นขึ้นมาขังขอบตาอย่างรวดเร็ว

          “นอนกับผมแล้วมันยังไง มีปัญหาอะไร”

            “ฉันยังไม่ได้เป็นอะไรกับคุณทั้งนั้นนี่ แล้วคนอื่นจะมองฉันยังไง!!” หญิงสาวย้อนเสียงสูงปรี๊ด น้ำตาไหลพรากลงมาอย่างห้ามไม่อยู่

            ผู้ชายอะไร พูดเห็นแก่ได้!!

          รามินเห็นแล้วก็ส่ายหน้าไม่ได้หลงกลกับน้ำตาของเธอแล้ว เพราะไม่ว่าอะไรนิดๆ หน่อยๆ ก็ดูเหมือนว่าจะทำให้เธอบ่อน้ำตาแตกได้อย่างง่ายดาย แต่เพราะไม่อยากเห็นเธอร้องไห้อีกเขาเลยขยับเข้าไปใกล้ หมายจะปลอบและมอบข้อเสนอให้มาอยู่ข้างๆ เขา ตอนนี้เขาชอบหล่อน พึงพอใจในตัวหล่อน และอยากให้หล่อนมายืนอยู่ข้างๆ เขาด้วย

          และเมื่อมีเสียงเคาะประตูเบาๆ รามินก็ชะงักก่อนจะเดินไปเปิดประตู เห็นว่าเป็นทอมสันเข้ามา คนสนิทกระซิบกระซาบอะไรข้างหูชายหนุ่มสักอย่าง ก่อนที่เขาจะหันมายิ้มให้มินตราที่นั่งประดักประเดิดทำอะไรไม่ถูกอยู่กลางเตียงนอนของรามิน

            คุณทอมสันต้องคิดไปไกลแล้วแน่เลย!! หญิงสาวร้องคร่ำครวญกับตัวเองอยู่ในใจ

            “เมื่อกี้ผมเจอคุณแก้มแก้วครับ เธอฝากมาบอกว่าเธอรู้ว่าคุณมินตราอยู่กับคุณรามินแล้ว เธอบอกมาแบบนั้นครับ” ทอมสันโกหกหน้าตาย แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็คุยกับแก้มแก้วรู้เรื่องแล้วนะ เขาบอกตัวเองแบบนั้น

            ฝ่ายมินตราก็อ้าปากค้างกับคำบอกเล่าที่ทอมสันพูดมา พี่แก้มแก้วรู้แล้วอย่างนั้นเหรอ

            “ผมขอตัวนะครับ” หลังจากวางระเบิดลูกใหญ่เรียบร้อยแล้ว ทอมสันก็ถอยออกมาจากห้องพักของรามิน เพื่อให้เจ้านายได้มีความเป็นส่วนตัว ที่มุมปากยังมีรอยยิ้มแต้มอยู่ เขาอยากจะรู้จริงๆ ว่าถ้ารามินมีนักไวโอลินสาวอยู่ข้างๆ จะมีเหตุการณ์อะไรสนุกๆ ให้เขาได้ดูต่อไปอีกหรือเปล่า

          “เห็นมั้ยล่ะ ใครๆ เขาก็รู้กันหมดว่าผมกับคุณเราเป็นะไรกัน อยู่กับผมนะ ผมจะดูแลคุณให้ดีที่สุด”

            แต่คำพูดนั้นในความคิดของมินตราเหมือนเธอกำลังถูกหลอก ถึงเธอจะเป็นคนซื่อๆ ไม่มีเล่ห์เหลี่ยมใดๆ กับใคร แต่ก็พอจะรู้ว่าที่เขาพูดนั่นคือหมายความให้เธอมาเป็นนางบำเรอเหมือนในนิยายแน่ๆ ดวงตาของมินตรากลอกไปมา พยายามคิดหาทางหนีทีไล่ตลอดเวลา

          “ไหนพูดมาสิ จะเอายังไงคุณมินตรา” รามินกอดอกมองดูสาวน้อยกำลังขมวดคิ้วยุ่งทำท่าจะร้องไห้อีกครั้ง

            ตอนนี้มิตราทำหน้ายุ่งคิดถึงเรื่องที่โกหกเขาไปว่าเธอมีรอบเดือน หึๆ อย่างน้อยอาทิตย์หนึ่งเขาต้องยุ่งกับเธอไม่ได้แน่ๆ จากนั้นก็มีเวลาอีกเจ็ดวันที่อยู่บนเรือเธอต้องหาแผนมาสำรองเอาไว้ เพราะรู้ดีว่าคนอย่างเขาคงหาผู้หญิงที่ดีกว่าเธอ สวยกว่า ฉลาดกว่า และทำให้เขาภูมิใจเมื่อยามที่เอาไปอวดโฉมให้ใครต่อใครได้เห็น

            เวลานี้เขาอาจจะกำลังถูกใจเธอ แต่วันหน้าถ้าเขาเบื่อเธอล่ะ มินตราคิดอย่างเศร้าสร้อยเมื่อรู้ว่าบุรุษเพศนั้นเบื่อง่ายแค่ไหน อย่างเช่นคนที่เป็นบิดาของเธอ

           

“อยู่ก็ได้!” หลังจากที่สลัดความคิดเศร้าๆ ออกไปได้ มินตราก็เริ่มทำตามแผนการที่ตัวเองวางเอาไว้ในใจทันที

            รามินยิ้มกริ่ม คิดว่าผู้หญิงคนนี้คงจะมีใจให้เขาบ้างไม่มากก็น้อย แต่จากใจจริงๆ เขาไม่ได้คิดดูถูกว่าเธอชอบเงินของเขาอย่างผู้หญิงคนอื่นที่เคยผ่านมาเลย หลังจากที่ใกล้ชิดกับเธอบนเรือเขารู้ว่าทุกอย่างที่เธอแสดงออกมานั้น มาจากจิตใจของเธออย่างแท้จริง ไม่ได้เสริมเติมแต่งให้ตัวเองเลยแม้แต่น้อย

            “แต่คุณห้ามล่วงเกินฉันจนกว่าฉันจะอนุญาตนะ” บอกไปแล้วก็รอลุ้นว่าเขาจะตวาดกลับมาหรือเปล่า

            เชื่อสิ ผู้ชายอย่างรามินไม่ยอมตกอยู่ใต้คำสั่งของผู้หญิงหรอก

            “ตกลง!” แต่ว่ารามินกลับรับคำอย่างง่ายดาย

มินตราหน้าเหวอไปแต่ก็ยังไม่ละความพยายามที่จะทำให้เขารู้สึกเบื่อหน่ายเธอเร็วๆ

            “ห้ามกอด ห้ามจูบก่อนที่ฉันจะอนุญาตนะ” เธอบอกแล้วก็ขยับตัวขึ้นไปใกล้หัวเตียง เมื่อพบว่ารามินก้าวขึ้นเตียงช้าๆ อย่างคุกคาม

            “ไม่เอา ถ้าคุณบอกผมว่า อย่ากอดนะ!’ ‘อย่าจูบฉันนะ!!’ ผมจะปล้ำคุณ” รามินยิ้มแล้วก็รวบร่างน้อยเข้ามากอดไว้แน่น

            มินตราตัวแข็งทื่ออยู่ในอ้อมกอดนั้นในหัวของเธอแทบจะกลายเป็นสีขาว จะคิดจะพูดอะไรก็มึนงงไปหมด จนทำอะไรไม่ถูกเสียแล้ว

          “ผมชอบคุณ อยากอยู่กับคุณ และผมก็จะไม่แอบๆ ซ่อนๆ ทำอะไรแบบนั้น ผมเป็นผู้ชายพอ” รามินกล่าวเสียงชัดถ้อยชัดคำ

            พอจะรู้บ้างว่าตอนนี้มินตรากำลังต่อว่าเขาอะไรในใจ และเขาเองก็อยากจะประกาศให้ใครๆ ได้รับรู้เช่นกัน ว่ามินตราเป็นผู้หญิงของเขาคนอื่นๆ อย่าได้เข้ามายุ่งวุ่นวาย เพราะเขาหวงผู้หญิงคนนี้เอามากๆ และไม่เคยรู้มาก่อนว่าตัวเองจะคลั่งผู้หญิงตัวเล็กคนหนึ่งได้มากมายขนาดนี้

            “เรามาลองเริ่มต้นกันดูก็ไม่เสียหายไม่ใช่เหรอ มองผมในแง่ดีสักนิด แล้วคุณจะรู้ว่าผมน่ะไม่ได้เลวร้ายอย่างที่คุณคิดเลย” รามินเริ่มกล่อมสาวน้อยที่ตื่นกลัวไปหมดทุกอย่างด้วยคำหวาน

            มุมปากของเขายกขึ้นเมื่อเห็นว่าสุดท้ายเธอก็ยอมอ่อนลงให้เขาจนได้

            “นะ” เขาย้ำอีก และก็เห็นว่าแววตาของมินตราเป็นประกายขึ้นมาทันที

            เขาเห็นแล้วก็เสียวต้นคอแวบ ไม่รู้ว่าในหัวของสาวเจ้ากำลังวางแผนอะไรอีก เขาก็พอจะรู้อยู่เหมือนกันว่าแม่สาวน้อยคนนี้ไหวพริบดี และเอาตัวรอดเก่งแค่ไหน ไม่แปลกที่เขาจะนึกระแวงขึ้นมาดื้อๆ แบบนี้

            “ฉันชอบผู้ชายพูดเพราะนะคะ” มินตราพูดไปแล้วก็หัวใจเต้นตึกตัก

            เขาช้อนร่างที่อ่อนปวกเปียกของเธอด้วยมือทั้งสองข้าง ข้างหนึ่งเขาสอดรองที่ต้นขาของเธอเอาไว้ อีกข้างหนึ่งเขารวบเอวและยกร่างบอบบางขึ้นมาวางบนตักของเขา และกอดเอาไว้ทั้งตัว ร่างนุ่มนิ่มชวนให้เขาอยากฟัดหล่อนทั้งตัวจริงๆ ยกเว้นไอ้รอบเดือนของหล่อนที่ทำให้เขาหงุดหงิดนิดหน่อย

            “ผมพูดไม่เพราะตรงไหนครับ ผมก็มีหางเสียงทุกคำนะ” เขาบอกแล้วก็ก้มหน้ากดจมูกกับแก้มเนียนของหล่อนเล่น มองดูมินตราที่สะท้านเฮือกๆ ในอ้อมแขนแล้วสนุกยังไงชอบกล

            “ถ้าฉันเรียกคุณว่าราล์ฟจ๋า คุณต้องขานตอบฉันว่าจ๋านะคะ” ชายหนุ่มเริ่มหลงใหลกับเสียงหวานๆ ของสาวนักไวโอลินจนครางตามเสียงของเธออย่างว่าง่าย ราวกับถูกสะกดจิต

            “จ๋า

            “แล้วถ้าฉันเรียกคุณว่าราล์ฟคะ คุณต้องตอบว่าไงคะ?

            “คะ?” ชายหนุ่มสูญเสียความเป็นตัวของตัวเองโดยสิ้นเชิงเมื่อได้ยินเสียงหวานๆ ของคนในอ้อมกอดที่เขากำลังกอดรัดหล่อนไว้แน่นๆ ให้สมกับความน่ารักน่าฟัดจนมันเขี้ยวของเธอ

            “ราล์ฟขา

            “ขา

            “ไม่ว่าที่ไหน เมื่อไหร่ จะยังไงก็ตามคุณต้องพูดแบบนี้นะคะ” และชายหนุ่มก็ต้องสะดุด เงยหน้าขึ้นมาจากพวงแก้มของมินตราที่แดงเล็กน้อยจากการถูกไรหนวดของเขาครูดสัมผัส หน้าเธอแดงก่ำเขาจะรู้ไหมว่าเธอต้องข่มความอายไว้มากแค่ไหนน่ะ

            “เอ๊ะ!?” เขาครางเบาๆ มองคนในอ้อมแขนที่หัวเราะคิกคักอย่างอารมณ์ดี

            “คุณสัญญาแล้วนะ ราล์ฟจ๋า

            ฉิบหายแล้ว!! ชายหนุ่มคิดในใจเมื่อเสียรู้นักไวโอลินสาวเข้าเสียแล้ว ถ้าอยู่ต่อหน้าลูกน้องหน้าโหดเป็นสิบๆ คน แล้วเธอเรียกเขาว่า ราล์ฟขาเขาก็ต้องตอบเธอว่า ขา…’ อย่างนั้นสิคะ แค่คิดเขาก็ไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนแล้ว

            “ทำไมไม่ขานตอบล่ะคะ ราล์ฟจ๋า

            “จ๋า” ชายหนุ่มครางเสียงแผ่ว แล้วเมื่อไหร่เขาจะได้เอาคืนสาวน้อยตัวแสบคนนี้ได้สักที

            รอให้รอบเดือนของหล่อนหมดเมื่อไหร่ สิ่งแรกที่เขาจะทำก็คือทำให้หล่อนไม่กล้าเรียกเขาว่าราล์ฟจ๋าต่อหน้าคนอื่น คอยดูสิแต่ตอนนี้เขาแพ้หล่อน ราบคาบอย่างน่าสมเพชตัวเองที่สุด

 

            ตอนเช้าหลังจากที่คุยกันหนุงหนิงสองคนมินตราก็หลับไปในอ้อมกอดของรามิน ชายหนุ่มต้องทุ่มพลังลมปราณที่สั่งสมมาทั้งชีวิตเพื่อไม่ให้ตบะแตกลุกขึ้นมาฝ่าไฟแดงหล่อน เธอไม่รู้หรอกนอกจากหลับสนิทกอดเขาไว้แน่นทั้งคืน ว่าเขาต้องนับแพะนับแกะในใจไม่รู้กี่พันกี่หมื่นตัวเพราะความทรมานมากแค่ไหน

 ตอนนี้เขาตื่นแล้วและกำลังแต่งตัวโดยมีลูกน้องจัดเสื้อผ้าดูความเรียบร้อยให้เหมือนทุกวัน

            แต่วันนี้แปลกไปนิดหน่อย คือ บนเตียงของเจ้านายที่เจ้านายมักจะใช้คนเดียวมาโดยตลอด แต่บัดนี้มีร่างบางของผู้หญิงตัวเล็กคนหนึ่งหลับใหลราวกับเจ้าหญิงนิทราอยู่ด้วย

            “มองอะไร อยากให้ฉันควักลูกตาพวกนายเรียงตัวรึไง” เสียงเรียบของเจ้านายหนุ่ม ทำให้ลูกน้องหลายคนที่ยืนรออยู่หน้าห้อง และบางคนกำลังดูความเรียบร้อยบนตัวของเขาถึงก็ก้มหน้าก้มหน้า

            นายได้ฆ่าพวกเขาเรียงตัวแน่ถ้าเกิดว่ายังจ้องมองผู้หญิงที่นายถูกใจนานเกินไป ฝ่านรามินเองก็ฉุนแต่เช้า เพราะเมื่อคืนคิดว่าจะเผด็จศึกสาวเจ้าได้แล้ว ที่ไหนต้องมานอนกัดฟันข่มความอยาก แถมยังมีข้อเสนอที่ชวนขนลุกของมินตราอีก ไอ้ลูกที่แสนอยากรู้อยากเห็นก็มองผู้หญิงของเขาอยู่ได้ มันน่านัก

มินตราที่กำลังตื่นจากนิทราก็ค่อยๆ ชันตัวเองให้ลุกขึ้นมาอย่างมึนงง เพราะว่าได้ยินเสียงพูดคุยและแสงแดดที่ลอดผ่านผ้าม่านเข้ากระทบหน้า เห็นว่ารามินหันมายิ้มให้เธอและกำลังแต่งตัวอยู่ ความร้อนก็แล่นริ้วขึ้นมายังใบหน้าอย่างรวดเร็ว   

            อีตารามิน! แกล้งให้ลูกน้องเข้ามาเห็นเธอแน่ๆ มินตราคิดในใจแล้วก็จดความแค้นครั้งนี้เอาไว้ในใจ รอวันที่จะชำระคืนอย่างแสบสันต์

            “หลับสบายมั้ย ดูให้หน่อยสิว่าเสื้อผ้าของผมเป็นไงบ้าง” เขายกมือขึ้นเป็นสัญญาณบอกให้ลูกน้องถอยออกไป

            ตอนนี้เขาจะอ้อนแม่ตัวดีให้อายม้วนเลย คอยดูสิ

            มินตราหน้าบูดเพราะยังรู้สึกว่าตัวเองนอนไม่พอ แถมเขายังมายิ้มลอยหน้าลอยตาให้อีก ดวงตากลมโตตวัดมองร่างกายของเขาอย่างรวดเร็ว ก็เห็นว่าเขาใส่สูทสีเทาที่เป็นเงามันเลื่อมจับตาเข้ากับกางเกงสแล็กสีเทาที่เขาใส่อยู่เช่นกัน

            “ไง เป็นไงบ้าง” เขาพูดพลางจงใจฉีกยิ้มให้หล่อนอย่างอารมณ์ดี

            เขาไม่ได้หวังให้มินตรามองเขาเป็นเจ้าชายหรอก แค่อยากได้ยินว่าเขาดูดีบ้างก็เท่านั้น เพราะดูเหมือนว่านักไวโอลินสาวคนนี้จะไม่สนใจกับใบหน้าที่หล่อเหลาของเขาเลย คิดแล้วก็โมโหอีกนั่นแหละ แต่เมื่อเห็นสายตาของเจ้าหล่อนกวาดมองไปทั่วร่างของเขาก็พอใจขึ้นมานิดหน่อย

            แต่เสียงที่หลุดออกมาจากริมฝีปากบางจิ้มลิ้มของหล่อนนี่สิ เขาอยากจะเปิดหน้าต่างแล้วก็กระโดดน้ำตายนัก!

            “เหมือนงูเหลือมเลยค่ะ มันเหมือนแบบนั้นจริงๆ นะ มินตราคิดในใจ

            “ก๊าก ฮ่าๆๆๆ” เสียงหัวเราะร่าของทอมสันดังขึ้นมา เขากำลังยกอาหารเช้าเข้ามาให้มินตราตามคำสั่งของรามินพอดี ไม่นึกว่าจะได้ยินอะไรที่สุดฮาแบบนี้แต่เช้า

            รามินหน้าซีดเผือดกับคำบอกของมินตรา ลูกน้องคนอื่นที่อยู่ภายในห้องนอนเคลื่อนตัวออกจากห้องอย่างเข้าใจสถานการณ์ จากนั้นเสียงระเบิดหัวเราะของลูกน้องของรามินก็ดังลั่นเพราะห้ามเอาไว้ไม่ไหว ทอมสันที่รู้ชะตากรรมตัวเอง วางถาดอาหารเช้าไว้ที่โต๊ะ ก่อนจะเลี่ยงออกจากห้องปิดประตูและกดล็อกลูกบิดให้เสร็จสรรพ

            แต่ถึงอย่างนั้นเสียงหัวเราะก็ยังดังแว่วมาภายในห้องนอนได้อยู่ดี

            “งูเหลือม อือ อย่างนั้นเหรอ” รามินที่นิ่งไปอึดใจค่อยๆ รูดเนคไทสีขาวที่ลูกน้องบรรจงผูกให้อย่างดีออกมาจากคอช้าๆ แล้วมองหน้ามินตราอย่างหมายมาด

          “มาเล่นเกมงูเหลือมเขมือบเหยื่อกันหน่อยมั้ยหนูมิน พอดีว่าผมยังหิวท้องกิ่วมาตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว” พูดจบร่างสูงก็เหวี่ยงเสื้อสูทตัวนอกที่เป็นเงามันเลื่อมสีเทาออกจากตัว เหลือแค่เสื้อเชิ้ตสีขาวตัวเดียวเท่านั้น

            มินตราเองก็สะดุ้งเยือกเมื่อเห็นว่าหน้าของรามินโกรธนิดๆ และทำท่าเหมือนจะปล้ำเธอ

          “เมนส์จะมายังไงก็ช่างหัวมันแล้ว คอยดูสิหนูมิน ถ้าผมไม่ได้กลืนคุณลงท้องอย่ามาเรียกผมว่ารามินเลย!!

 

          “ราล์ฟจ๋า!!” มินตราทำเสียงหวาน เอามือยันหน้าเขาไว้ทัน

            ตาบ้านี่ คลั่งกามจริงๆ ด้วย!! มินตราต่อว่าชายหนุ่มในใจแล้วก็พยายามจะส่งยิ้มหวานๆ ให้เขา แม้จะรู้ว่าตอนนี้เขากำลังฉุนอยู่มากก็ตาม

            “ไหนบอกจะไม่ปล้ำไงล่ะ ผิดสัญญานี่!!” เธอรีบดึงเอาคำสัญญาที่เขาให้ไว้เมื่อคืนออกมาพูดทันที และทำให้เสือร้าย เอ หรือจะเรียกว่างูเหลือมดี อย่างรามินชะงักกึกทีเดียว

            “คุณน่ะ สัญญากับฉันแล้วนะคะ อย่าทำแบบนี้สิ” หญิงสาวเอ่ยเสียงแผ่ว ทำให้ชายหนุ่มต้องกัดกรามเอาไว้แน่น เขาจะต้องอดทนไปถึงเมื่อไหร่ และต้องยอมหญิงสาวไปถึงตอนไหน คิดแล้วก็ทรมานหัวใจจริงๆ ให้ตายเถอะ

            “รู้มั้ยว่าผมอดทนอะไรนานๆ ไม่ค่อยได้” เขาพูดและทำท่าจะดึงหน้าเธอมาจูบ

            แต่ว่ามินตราก็ไวจนเขาจับไม่ทัน รามินได้แต่หัวเสียที่ถูกผู้หญิงที่ตัวเล็กกว่าเขาเกือบครึ่งปั่นหัวเหมือนคนบ้าแบบนี้ เขาจะทำยังไงต่อไปดี เสียหน้าต่อลูกน้องไม่รู้กี่ครั้ง และสุดท้ายเขาก็ได้แต่มองหล่อนเหมือนหมามองดูปลากระป๋อง

            แบบนี้ไม่ได้แล้วนะ!! เขาเป็นถึงรามินผู้ยิ่งใหญ่ทำไมต้องมาแพ้ผู้หญิงตัวเล็กๆ แบบนี้ด้วยก็ไม่รู้

            “งั้นมาหอมแก้มผมเลย” แล้วเขาก็ยื่นข้อเสนอให้กับนักไวโอลินสาวที่ยิ้มเยาะเขาอยู่

            ฮึ่ม! รอก่อนเถอะ วันไหนเผลอพ่อจะเข้าไปคลุกวงในให้ตัวอ่อนระทดระทวยในวงแขนให้ได้ ชายหนุ่มหมายมาดในใจแล้วก็อดขำไม่ได้ เมื่อมินตราเป็นฝ่ายทำเป็นหน้าเหวอหลังจากที่เขาบอกให้เธอมาหอมแก้มเขา ยิ้มที่ดูเยาะเย้ยเมื่อเขาทำอะไรไม่ได้นั้นหายไป เหลือแค่สีหน้าตื่นตะลึงเท่านั้น

            “จะบ้าเหรอ!? เป็นนานกว่าที่มินตราจะพูดออกมาได้

            “งั้นจูบปาก!

            “โอเค หอมแก้ม!! รีบเอาหน้ามาสิ” มินตราร้องเสียงหลง เมื่อเขาต้องการให้เธอทำอย่างอื่นมากกว่าหอมแก้ม

            ฮึ่ยหื่นกาม โรคจิต บ้าอำนาจ!! หญิงสาวสบถต่อว่าเขาในใจและรามินก็ยืดตัวสูงขึ้นอยู่ข้างเตียง ต้องให้เธอเป็นฝ่ายเข้ามานั่นแหละ เขาถึงจะชอบใจ

            “คุณก็ก้มลงมาหน่อยสิคะ” มินตราพูดเสียงสูง เมื่อชายหนุ่มกอดอกเชิดหน้าและยิ้มเยาะมาให้

            จะบ้าตาย ผู้ชายคนนี้จะทำให้เธอยอมทุกเรื่องเลยหรือไง มินตราคิดในใจก่อนจะขยับตัวไปหาเขา เธอยังนั่งคุกเข่าที่เตียงแล้วพยายามจะดึงร่างสูงเข้ามาใกล้ๆ เพราะอยากจะเอาชนะ รามินเองก็ยื้อตัวเองเอาไว้เต็มที่ ตอนที่มองเธอทำตาวาวใส่แบบนี้แล้วมันดูน่ารักน่าชังยังไงก็ไม่รู้สิ

            “เร็วสิ ผมจะเปลี่ยนไอ้ชุดงูเหลือมนี่ออกด้วย อ๊ะๆ หรือว่าอยากจะให้ผมทำอะไรมากกว่าหอมแก้ม” จบคำของรามิน มินตราก็เขย่งตัวไปหอมแก้มเขาอย่างกระแทกกระทั้น จนชายหนุ่มยกต้องยกมือมาลูบแก้มตัวเองป้อยๆ เพราะรู้สึกเจ็บไม่เบา

            “เป็นมาโซคิสม์ชอบให้รุนแรงด้วยก็ไม่บอก” ชายหนุ่มเย้าเมื่อเห็นว่าปลายจมูกของคนสวยแดงขึ้นมาทันตาเห็น

            “คุณนี่!!” มินตราแก้มแดงแล้วแก้มแดงอีก ทั้งโกรธทั้งเขินกับสายตาที่เขามองมา ยังจะคำพูดนั่นอีก เขานี่กวนประสาทหล่อนได้ตั้งแต่เช้าเลย ให้ตายสิ

            “เอาล่ะทีนี้หาชุดให้ผมใส่ด้วย” เขาสั่งแล้วก็มองดูกางเกงสแล็กและเสื้อสูทที่ตัวเองปาทิ้งไปมุมหนึ่งของห้อง

            เขาไม่เคยรู้สึกเสียหน้าเพราะรสนิยมการแต่งกายของตัวเองมาก่อนเลย แต่ให้ตาย ผู้หญิงคนนี้พูดออกมาได้ตรงๆ ชัดถ้อยชัดคำจนเขานึกกลัว ผู้หญิงคนนี้ซื่อตรงและดูเขาบริสุทธิ์อย่างที่ไม่เคยเจอจากผู้หญิงคนไหนมาก่อนเลย

            “ทำไมฉันต้องทำ” เธอพึมพำเสียงเบาหวิว ผู้ชายคนนี้จู้จี้จุกจิกยิ่งกว่าเธอที่เป็นผู้หญิงเสียอีก น่าหมั่นไส้!

          “เพราะไม่งั้นผมจะถอดชุดคุณซะ เอามั้ย?

            “ถอยไปสิ ฉันจะเลือกให้” คนตัวเล็กกล่าวอย่างฉุนปนเขิน เพราะร่างใหญ่ของรามินยังคงขวางเธอเอาไว้ ไม่ให้ขยับตัวลงเตียงได้ง่ายอย่างที่ใจคิด

            “อ๊ะ เร็วๆ ด้วย” เขาเท้าเอวสั่งมองดูแม่ตัวดี ที่กำลังทำหน้าที่คล้ายกับศรีภรรยาเตรียมชุดให้สามีออกจากบ้าน มันก็ฟังดูไม่เลวเหมือนกันนะ

            “ฉันเลือกไม่เก่งนะ ห้ามบ่น ห้ามเถียง แล้วต้องใส่ที่ฉันเลือกให้คุณด้วย” มินตราหัวเราะหึๆ ในใจ รู้แล้วว่าจะเอาคืนเขายังไงดี ฝ่ายรามินที่เพิ่งจะรู้ว่าก้าวพลาดไปแล้วก็ขยับริมฝีปากพูดอะไรไม่ออก เมื่อเธอค้นเสื้อผ้าในตู้อย่างรวดเร็ว

            “เอ่อหนูมิน”

            “ได้แล้วตัวนี้!!” ชายหนุ่มยังพูดไม่จบ เสียงหวานของมินตราก็พูดขัด พร้อมกับโยนเสื้อเชิ้ตตัวหนึ่งออกมาจากตู้ลงที่กลางเตียงเพื่อให้เขาได้เห็นถึงรสนิยมของเธอชัดๆ

            “หนูมิน!!

            “ไทใช้เส้นนี้ กางเกงตัวนี้คุณต้องใส่นะคะ ฉันไม่เคยเตรียมเสื้อผ้าให้ใครมาก่อนเลยนะ” เมื่อเลือกครบแล้ว แม่ตัวดีก็จ้องหน้าเขาเหมือนจะสะกดจิตให้เขาต้องใส่เสื้อผ้าที่เธอเลือกไว้ให้

            “เอ่อ แต่นี่มัน”

            “ราล์ฟจ๋าทำไมทำแบบนี้ ฉันเลือกให้คุณแล้วนะ แต่คุณทำท่าไม่อยากจะใส่ แล้วให้ฉันเลือกแต่แรกทำไม ใจร้าย!!” หญิงสาวตัดพ้อต่อว่าเมื่อเห็นว่าชายหนุ่มทำท่าจะปฏิเสธ

            “จ๋า จ้า” และสุดท้าย เขาก็ยังคงเป็นคนที่พ่ายแพ้อยู่วันยังค่ำ

 

            “นั่นไง นายของพวกนายมา” เสียงของแบรนดอนขาดหายไปดื้อๆ เมื่อเขากำลังคุยกับทอมสันอยู่

            เช้านี้เขามีนัดทานข้าวเช้ากับรามิน เขามาถึงได้สักพักแล้วและกำลังรอรามินอยู่ ปกติเขามักจะเห็นรามินเตรียมพร้อมอยู่เสมอ ไม่ว่าจะนัดอะไรสำคัญมากน้อยแค่ไหนก็ตาม รามินจะมาถึงก่อนอยู่เสมอๆ แต่วันนี้ดูเหมือนว่ารามินจะมาสาย และนั่น!

อะไรน่ะ!! ชุดที่รามินใส่มานั่นมันคือชุดอะไรกันแน่

            ทอมสันที่กำลังฟังแบรนดอนพูดอยู่ก็สงสัย เพราะว่าจู่ๆ แบรนดอนก็เงียบไปซะเฉยๆ เขาจึงต้องเป็นฝ่ายกวาดสายตามองไปยังด้านหลังของตัวเองที่แบรนดอนกำลังมองอยู่ จากนั้นเขาก็รู้สึกช็อก เพราะเจ้านายเขาเปลี่ยนไป         

            เสื้อเชิ้ตสีขาวตัวในที่รามินสวมอยู่ช่างขัดกับอย่างรุนแรงกับเสื้อสูทสีชมพูเข้มตัวนอก เนคไทสีน้ำเงินเป็นเงาเลื่อมวับจับตา ไหนจะกางเกงสแล็กสีน้ำตาลเข้ม และมันเข้ากันไม่ได้กับรองเท้าหนังสีขาวที่เจ้านายเขาใส่อยู่เลยสักนิด มันเรื่องอะไรกัน ทำไมชุดที่รามินใส่จึงดูเหมือน เหมือน พวงดอกไม้สีสันสดใสเช่นนี้

            “ฮ่าๆๆๆๆ” แบรนดอนหัวเราะลั่น พลางเอามือตบโต๊ะไปด้วยเมื่อเห็นรามินเดินเข้ามาใกล้ด้วยสีหน้าที่บูดบึ้ง

            “ราล์ฟ แก แกฮ่าๆๆ” ว่าแล้วแบรนดอนก็หัวเราะขึ้นมาอีกครั้ง

            ทอมสันเอามือปิดปากตัวเองไว้แน่นเกรงว่าจะหัวเราะต่อหน้าเจ้านายอีกครั้ง ก่อนหน้านี้เขาก็หัวเราะไปแล้วรอบหนึ่งไม่รู้เหมือนกันว่ารามินจะเอาคืนเช่นไร ถ้าหากยังเปิดปากหลุดเสียงหัวเราะออกไปตอนนี้เขาต้องถูกฆ่าตายแน่ๆ

            “ชุดของแกเจิดจรัสมาก ฮ่าๆ ก่อนออกจากห้องแกปรึกษาลูกน้องแกรึยัง ฮ่าๆ” แบรนดอนไม่คิดจะห้ามเสียงหัวเราะตัวเองเอาไว้ ปล่อยออกมาเป็นชุดใหญ่

            ดีที่โต๊ะที่พวกเขานั่งอยู่นั้นค่อนข้างจะมีความเป็นส่วนตัวสูง เพราะอย่างนั้นเลยไม่ค่อยมีคนรู้เท่าไหร่ว่าตอนนี้รามิน เจ้าของคาสิโนลอยน้ำที่ใหญ่ที่สุดครอบคลุมทั้งเอเชียกำลังแต่งตัวเช่นไรอยู่ ถ้าเกิดว่ามีนักข่าวถ่ายรูปเขาและเอาไปลงหนังสือพิมพ์

            แค่คิดเขาก็อยากตายขึ้นมาเสียแล้ว รามินคิดพลางส่ายหน้าไปมา มองดูทอมสันที่กำลังกลั้นหัวเราะไว้สุดความสามารถ แล้วก็เดินเข้าไปเตะคนสนิทหลายทีซ้อนเพื่อระบายอารมณ์ ทอมสันหนีไม่พ้นโดนไปสองสามทีก่อนจะพาตัวเองออกมาจากรัศมีช่วงขาของเจ้านายได้

            ทอมสันถอยฉากออกมาตั้งหลักอยู่ข้างนอกแล้วก็กลั้นหัวเราะเอาไว้สุดชีวิต มินตรานี่ทำอะไรให้เขารู้สึกเกินความคาดหมายได้มากมายจริงๆ ให้ตายเถอะ

            “รสนิยมแกเปลี่ยนไปนะราล์ฟ” แบรนดอนขำจนกลืนกาแฟดำไม่ลง ถ้าเกิดเขาจิบตอนนี้มีหวังกาแฟดำรสชาติเข้มข้นนี่ต้องพ่นใส่หน้าของรามินแน่ๆ เขาคิดอย่างอารมณ์ดี อยากรู้ว่าเพราะอะไรรามินจึงออกมาในชุดแบบนี้ได้ เกิดอะไรขึ้นกับผู้ชายที่ได้ชื่อว่ารสนิยมหรูไปซะทุกอย่างอย่างรามินกันแน่

            “แกลองหาเมียสักคน แล้วเวลาเมียแกออกอาการอาร์ตตัวแม่ จะเป็นอย่างฉันนี่แหละ!!” รามินกระแทกตัวนั่งลงที่เก้าอี้อย่างหงุดหงิด

ความแค้นครั้งนี้เขาจะจดจำฝังลึกลงไปในซอกจิตเขา คอยดูเถอะมินตรา เขาจะทำให้เธอเชื่องครางหงิงเป็นแมวตัวน้อยๆ ให้ได้ สาบานเลย!!

          “เมียเหรอ แกมีเมียแล้วอย่างนั้นเหรอ?” แบรนดอนโน้มตัวไปข้างหน้าอีกหน่อย มองเนคไทสีน้ำเงินสะท้อนแสงตัดกับเสื้อเชิ้ตสีขาวกับสูทสีชมพูนั่นแล้วก็รู้สึกอารมณ์ดีพิกล

            มือของแบรนดอนล้วงไปหยิบโทรศัพท์มือถือของตัวเองจากกระเป๋าเสื้อสูท ตั้งใจจะถ่ายรูปของรามินเก็บเอาไว้เป็นเครื่องมือคลายเครียดเวลาทำงานเหนื่อยๆ แต่ว่าลูกน้องที่ทรงประสิทธิภาพของรามินก็ยกมือขวางโฟกัสเลนส์กล้องเอาไว้ได้

            “เออ อย่าเผลอแล้วกัน” แบรนดอนยอมแพ้ในยกนี้ง่ายๆ เพราะว่าวันนี้ทั้งวันเขาจะประกบตัวติดกับรามินไม่ให้ขยับไปไหนเลย จะไม่ได้รูปมาสักใบก็ให้มันรู้ไปสิ

            “ที่นี่มีคลื่นโทรศัพท์เมื่อไหร่กัน แกถึงพกโทรศัพท์มาด้วยแบบนี้” รามินพูด แล้วก็ขยับเนคไทที่คออย่างอึดอัด

            พระเจ้าช่วยด้วย! ก่อนที่เรือจะเทียบท่าที่มาเก๊าแล้วเขายังรวบหัวรวบหางมินตราให้เป็นของเขาไม่ได้ ชะรอยว่าเขาจะต้องอกแตกตายไปซะก่อนแน่ๆ ผู้หญิงอะไร ลูกล่อลูกชนเยอะแพรวพราวมากกว่าเขาที่เป็นเจ้าพ่อบ่อนใหญ่ได้ถึงขนาดนี้

            “ก็รู้ว่ามีเรื่องอะไรดีๆ แบบนี้ไงถึงได้พกมาด้วย” แบรนดอนพูดแล้วก็หัวเราะออกมาอีกยก ให้ตายสิ เขาอยากรู้จริงๆ ว่าใครกันที่สามารถทำให้รามินแต่งตัวออกแบบนี้ออกมาเดินเฉิดฉายข้างนอกได้ เอ หรือว่าจะเป็นนักไวโอลินคนนั้นกันนะ

            “ช่างมันเถอะ เอาอาหารมาได้ละ ฉันปวดหัวจริงๆ ให้ตายเถอะ!!” รามินสบถออกมาอย่างเจ็บแค้น

            คอยดู คอยดูนะมินตรา เขาคิดในใจได้เพียงเท่านี้ และไม่รู้ว่าจะเอาคืนแม่สาวน้อยร้อยเล่ห์คนนั้นได้ยังไง เขานี่ช่างเป็นผู้ชายที่โชคร้ายที่สุดในโลกจริงๆ เลย

 

            “ฉันจะฆ่าแกแบรนดอน” รามินคำรามออกมาอีกครั้งเมื่อในที่สุดแบรนดอนก็กดชัตเตอร์ถ่ายรูปเขาจนได้

            ระหว่างทางที่ไปห้องทำงานของเขาแบรนดอนก็ลุกลี้ลุกลนเขาถึงรู้ว่าตอนนี้ ศัตรูตัวฉกาจอย่างแบรนดอนกำลังถ่ายรูปในสภาพที่สุดแย่ของเขาไว้ได้

            “เฮ้! อย่ามาทำเป็นหวงหน่อยเลยน่า นิดๆ หน่อยๆ ฮะๆ ถ้าเอารูปพวกนี้ไปเสนอขายให้หนังสือพิมพ์ธุรกิจที่มาเก๊า แกว่าฉันจะได้เงินมาสักเท่าไหร่” แบรนดอนแหย่หนวดเสือเล่นด้วยความสะใจ ไม่ได้เกรงกลัวอะไรรามินเลยสักนิด

            เพราะถ้าเปรียบว่ารามินคือเสือ เขาก็คือสิงห์ล่ะนะ เรื่องอะไรที่เขาจะกลัวรามินที่เรียนและเป็นคู่แข่งกันมาตั้งแต่สมัยไฮสคูล จุดอ่อนจุดแข็งอะไรของรามินเขาก็รู้เกือบทุกอย่างเพราะโตมาด้วยกัน และสุดท้ายก็กลายมาเป็นคู่แข่งทางธุรกิจ เหมือนสมัยเรียนที่ก็เป็นคู่กัดกันมาตลอด

            “ลบเดี๋ยวนี้แบรนดอน” รามินสั่งเสียงเรียบหน้าตาบูดบึ้งไม่สบอารมณ์อย่างรุนแรง

            “ถ้าฉันไม่ลบ มีปัญหาหรือเปล่า ราล์ฟ” แบรนดอนยียวนกลับมาทั้งน้ำเสียงและสีหน้า เรียกอารมณ์โทสะที่พลุ่งพล่านเพราะความโกรธที่หาทางระบายไม่ออกพุ่งขึ้นเป็นอีกเท่าตัว

            “แบรนดอน” รามินเรียกชื่อผู้ชายที่เป็นทั้งเพื่อนร่วมรุ่นและศัตรูทางธุรกิจเหมือนจะเอ่ยเตือน

            ตอนนี้เขากำลังหงุดหงิดและหาทางออกไม่เจอ สุดท้ายร่างกายของคนที่ยั่วโมโหนี่แหละที่เป็นที่ระบายได้ดีที่สุด

            “เอ๋ อะไรอ่ะ ฉันยังไม่ได้ทำอะไรเลย” แบรนดอนยักไหล่แล้วก็เก็บโทรศัพท์ของตัวเองไว้ในกระเป๋ากางเกง

            “แกจำได้มั้ยตอนที่แข่งไอคิโด้กันเมื่อตอนเรียนแคลิฟอร์เนียน่ะ ฉันทำอะไรกับแกไว้บ้าง”  รามินพูดพลางหักนิ้วกร๊อบๆ

            ลูกน้องของทั้งสองฝ่ายเข้าใจสถานการณ์รีบแหวกทางให้เจ้านายแต่โดยดี พร้อมกับแอบเชียร์เจ้านายของตัวเองอยู่ลึกๆ ด้วย

            “ช่ายสิฉันไม่เก่งไอคิโด้แต่ฉันก็เชี่ยวยูโดนะราล์ฟ” แบรนดอนพูดแล้วก็พุ่งเข้าไปประชิดตัวของรามิน พลางจับคอเสื้อของรามินรั้งเข้าหาตัว ทำท่าจะทุ่มไอ้ผู้ชายอวดดียิ่งยโสนี่ฟาดกับพื้นให้เป็นบุญตาลูกน้องเสียหน่อย แต่เขาก็ต้องชะงักเมื่อเห็นร่างบางของผู้หญิงคนหนึ่งเดินตรงมาทางนี้พอดี

            สายตาของผู้ชายหลายคนที่เดินตามผู้เป็นนายมองไปยังทิศทางที่แบรนดอนกำลังมองอยู่เช่นกัน รามินไม่รู้หรอกว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ตอนนี้เป็นจังหวะของเขา ได้ทีเขาก็อัดร่างแกร่งของแบรนดอนติดผนังแรงๆ และทำจับคอเสื้อของแบรนดอนจะทุ่มตัวของเพื่อน ด้วยท่าที่แบรนดอนคิดจะจัดการกับเขาก่อนหน้านี้

            แต่เสียงหวานที่ดังขึ้นมาจากด้านหลังทำให้รามินต้องหันไปมอง

            “ราล์ฟคะ?” เสียงนั้นเรียกชื่อของรามินอย่างสั่นๆ ราวกับไม่รู้ว่าสมควรจะเรียกชื่อเขาตอนนี้ดีไหม

            “หนูมิน” รามินตกใจนิดหน่อยที่เห็นมินตรากำลังจะเดินผ่านตรงนี้พอดี

            แต่แบรนดอนหน้าซีดเผือดเพราะรู้ว่าตอนนี้มินตรากำลังคิดอะไรอยู่ในใจ

            “ไม่ใช่อย่างที่คุณคิดนะครับ!!” เสียงทุ้มที่รีบแก้ตัวพัลวันนั้นทำให้รามินหยุดคิดอะไรบางอย่าง ก่อนจะสะดุ้งโหยงเมื่อจำได้ว่าทอมสันเคยเล่าให้ฟัง ว่ามินตราเข้าใจว่าเขากับแบรนดอนมีใจให้กัน

            แถมตอนนี้สภาพที่เห็นดูเผินๆ เหมือนว่าพวกเขากำลังกอดกันรักใคร่กลมเกลียว ไอ้ราล์ฟจะบ้า!! ชายหนุ่มสบถในใจ รีบผละออกห่างจากแบรนดอนทันที

            “ฉันจะไม่บอกใครหรอกนะคะ ตามสบายเลยค่ะ” มินตราพูดและทำหน้าผิดหวังอย่างไม่ปิดบัง

            แย่แล้ว…. ก่อนหน้านี้เธอหวั่นไหวกับผู้ชายที่ชอบผู้ชายด้วยกันอย่างรามินได้ยังไงนะ หญิงสาวต่อว่าตัวเองในใจพร้อมกับวิ่งหนีภาพที่สุดแสนจะเรียกอาการขนลุกทันที

            “มิน!!” รามินเรียกชื่อของมินตราตามหลัง แล้วก็อยากจะร้องไห้นัก

            นี่เขาไปทำกรรมอะไรเอาไว้กันแน่นะ

            “ฉิบหายแล้วราล์ฟ ในสายตาผู้หญิงคนนั้น ฉันไม่มีชิ้นดีเลย แย่กว่าแกซะอีก” แบรนดอนกล่าวอย่างสิ้นหวัง พร้อมกับตบไหล่ให้กำลังใจรามินเบาๆ

            “ฮ่าๆๆ” แล้วนี่ก็คงเป็นเสียงหัวเราะอย่างอารมณ์ดีของคนสนิทรามินอย่างทอมสันเช่นเคย จากนั้นไม่นานเสียงหัวเราะของผู้ชายที่เป็นลูกน้องของทั้งสองฝ่ายก็ดังพอให้ได้ยินเช่นกัน

            “ทอมสัน ฉันอยากจะฆ่าแกนานแล้ว สักทีเถอะ” รามินคำรามในคอเบาๆ

            หลังจากที่สั่งลงโทษลูกน้องพร้อมกับการประทุษร้ายร่างกายของบอดีการ์ดร่างใหญ่จนพอใจแล้ว ทั้งรามินและแบรนดอนก็เดินเข้าไปคุยงานกันที่ห้องทำงาน ทิ้งให้ลูกน้องชายหน้าโหดสิบกว่าคนกอดคอและลุกนั่งอยู่หน้าห้องทำงาน และทำไปเรื่อยๆ จนกว่าพวกเขาจะคุยงานเสร็จ

            “ยี่สิบเจ็ด ยี่สิบแปด นาย ผมขอโทษ!!” และนี่ก็เป็นเสียงร้องขอความเห็นใจของทอมสัน หลังจากที่เขาค้นพบว่าตั้งแต่ที่นายหนุ่มเจอหน้ามินตราแล้วเขาเองก็ซวยไม่แพ้รามินเช่นกัน

 

            น้องมินคบกับคุณรามินอยู่เหรอ?’ คำถามนี้ยังก้องอยู่ในหัวของเธอไม่หายไปไหน

            หลังจากที่กลับมาถึงห้องพักของตัวเองได้ เธอก็ถูกทั้งพี่แก้มแก้วและก็พี่นารีที่พักอยู่หองเดียวกันซักถามอยู่นาน เธอไม่รู้ว่าจะตอบไปว่าอย่างไหร่ดี สุดท้ายก็ทำได้เพียงนิ่งเงียบและเหมือนเป็นการตอบรับกลายๆ ว่าเธอกลายเป็นของเสือร้ายอย่างรามินไปแล้ว

            แค่คิดเธอก็อยากจะร้องไห้ รามินไม่ได้ชอบผู้หญิงเพียงอย่างเดียวเท่านั้น เขายังมีรสนิยมชอบไม้ป่าเดียวกันอีกต่างหาก แบบนี้เธอสมควรจะคบกับเขาอย่างที่เขาขอเมื่อคืนอย่างนั้นเหรอ จะทำยังไงดี เธอล้างหน้าแล้วก็มองภาพตัวเองในกระจกที่สะท้อนออกมาอย่างสับสน

            อ๊าก! แค่คิดเธอก็อยากจะเป็นบ้าแล้ว ต้องมาแย่งชิงฟาดฟันรามินกับแบรนดอนอย่างนั้นเหรอ เธอไม่อยากจะเชื่อเลยจริงๆ

            “สั้นหวังแล้ว สิ้นหวังแล้ว สิ้นหวังแล้ว” เธอพึมพำออกมาเบาๆ ราวกับคนที่วิญญาณหลุดลอยออกจากร่าง

            “มินกำลังท่องมนตร์อะไรอยู่เหรอจ๊ะ” นารีถามอย่างกล้าๆ กลัวๆ หลังจากที่เป็นห่วงรุ่นน้องที่หายเข้ามาในห้องน้ำนานแล้วเลยเดินเข้าดู ก็เจอว่ามินตราก้มหน้าผมเผ้าหลุดลุ่ยปรกหน้าปรกตา ยืนคุยกับอ่างล้างหน้าพูดจางึมงำอะไรสักอย่างที่น่าขนลุก

            “สิ้นหวังแล้วมินตรา เธอจะทำยังไงต่อไปดี งูเหลือม เก้ง กวาง แย่แล้ว คุณแบรนดอน อา สิ้นหวังแล้ว สิ้นหวังแล้ว

            “พี่แก้ม ดูเหมือนน้องมินจะถูกผีเข้าค่ะ!!

            หลังจากที่ช่วงหัวค่ำคณะดนตรีของแก้มแก้วได้บรรเลงเพลงในห้องอาหารเรียบร้อยแล้ว ทอมสันก็เดินมาเรียกให้มินตราออกไปพบกับรามินที่ห้องพัก ทำเอามินตราหน้าเบ้เหมือนจะร้องไห้ แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ยังสังเกตว่าทอมสันมีท่าทางการเดินแปลกๆ ไป

            “คุณทอมสันเป็นอะไรไปเหรอคะ?” เธอเอ่ยถาม พลางมองไปช่วงขาของทอมสันไปด้วย

            เขาเงยหน้าขึ้นมายิ้มอย่างจืดเจื่อน จะบอกได้ยังไงกันล่ะ ว่าเขาถูกเจ้านายลงโทษมาและต้นเหตุก็กำลังยืนถามเขานัยน์ตาใสแจ๋วอยู่นี่เอง

            “ไม่มีอะไรมากหรอกครับ รีบไปเถอะ เดี๋ยวคุณรามินจะรอครับ” เขาเชิญซ้ำครั้งที่สอง มินตราก็ขมวดคิ้วเป็นปม

            “มินไม่อยากไป” เธอเรียกแทนตัวเองด้วยชื่อเล่นอย่างสนิทสนม แต่คนที่ได้ยินก็กลัวขึ้นมาจับใจ

            ท่าทางการเดินของเขาต้องเปลี่ยนไปอีกหลายวันแน่ ถ้าหากว่ามินตรายังคงเรียกแทนตัวเองว่า มินกับเขาต่อไปเรื่อยๆ แบบนี้น่ะ

            “ผมต้องถูกซ้อมแน่ๆ ครับ” ทอมสันกล่าวไปตามความจริง

            วันนี้ทั้งวันรามินซ่อนตัวอยู่ในห้องทำงานเพราะว่าไม่กล้าจะออกไปพบเจอใคร สาเหตุก็คือชุดที่เขาสวมอยู่เป็นฝีมือการคัดสรรของมินตรานั่นเอง และไม่น่าเชื่อว่ารามินไม่กล้าเปลี่ยนไปใส่ชุดอื่น เพราะกลัวว่านักไวโอลินสาวคนนี้จะไม่พอใจ นับเป็นเรื่องที่น่าเหลือเชื่อจริงๆ

            “มินเกลียดเจ้านายคุณจังเลย” หญิงสาวพึมพำเบาๆ แล้วก็เดินออกมาอย่างว่าง่าย

            “เอ่อคุณมินครับ คุณรามินบอกให้คุณถือกระเป๋าไปที่ห้องโน้นเลยครับ”

            “เอ๊ะ!?” มินตราอุทานเสียงสูงออกมาอย่างตกใจ อะไรนะ เมื่อกี้ทอมสันว่ายังไงนะ

            “คุณรามินให้คุณมินตราย้ายห้องครับ”

            “ถ้ามินไม่ไป

            “คุณรามินจะสั่งให้ปล่อยเกาะคณะนักดนตรีทั้งหมดครับ” ทอมสันพูดแล้วก็กลั้นเสียงหัวเราะเอาไว้ เมื่อเห็นสีหน้าของมินตราเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว

            รามินคิดเอาไว้แล้วว่ามินตราจะต้องไม่ยอมมาง่ายๆ เขาเลยเตรียมคำพูดฝากไว้กับคนสนิท ถ้าหนูมินไม่ยอม บอกว่าฉันจะเอาคณะนักดนตรีไปปล่อยเกาะ ไม่ก็ขายให้โจรสลัด เชื่อสิ เดี๋ยวหนูมินก็เดินตามมาต้อยๆ เองนั่นแหละ

เจ้านายของเขานี่รู้ใจคุณมินตราจริงๆ ท่าทางงานนี้พวกลูกน้องอย่างเขาคงจะสบายใจที่เห็นเจ้านายดูมีชีวิตชีวาขึ้น เพราะสาวน้อยคนนี้

 

            “ไปว่ายน้ำกันมั้ย?” คนตัวโตชวนสาวน้อยที่หิ้วกระเป๋ามาทิ้งที่ปลายเตียง แล้วนั่งกอดอกคอเชิดตั้งตรงแบบไม่กลัวเคล็ดอยู่นานสองนาน เขาพอจะรู้ว่าเธอน่าจะโกรธ แต่ไม่คิดว่าจะโกรธได้น่ารักขนาดนี้

            “ว่ายน้ำ?” มินตราทวนเสียงสูงอย่างเหลือเชื่อ เขาชวนอะไรได้สิ้นคิดเอามากๆ

            “อื้อ ชั้นบนสุดของเรือหรือว่าชั้นนี้มีสระน้ำด้วยนะ อยากลงมั้ย” เขาชวน เพราะรู้มาจากเพื่อนสมัยเรียนมหาวิทยาลัย สาวๆ มักจะชอบเล่นน้ำแล้วอารมณ์ดีขึ้นมาได้ง่ายๆ เขาได้ยินมาแบบนี้นะ

            แต่ทำไมมินตราของเขาถึงทำหน้าเบ้แบบนี้ล่ะ

            “ฉันรอบเดือนมานะคะ” มินตราพูดเสียงเบา มองหน้าเขาเหมือนสัตว์ประหลาดต่างดาวที่มาเยือนโลก

            “เอ๊ะ!? ก็ลงได้ไม่ใช่เหรอ” เขาท้วงด้วยความงง ปกติเพื่อนร่วมคลาสเมื่อตอนเรียนก็โดดลงสระเป็นว่าเล่น แม้ว่าจะมีรอบเดือนก็ตามเถอะ แล้วทำไมสีหน้าของมินตราถึงได้ดูแหยเกได้ขนาดนี้กันล่ะเนี่ย

            “จะลงได้ยังไงคะ ราล์ฟจ๋า รอบเดือนมินมานะคะ ลงสระมันก็” เธอพูดต่อไม่จบ แล้วก็มองหน้าเขาอย่างกล่าวหา เขายิ่งกว่าโรคจิตจริงๆ ซะด้วย

            “เอ๊ะ เพื่อนผมลงได้นะ ไม่เห็นเป็นไรเลย”

            “ไม่ได้!!” มินตราส่ายหน้าหวือ รับไม่ได้กับข้อเสนอของรามินอย่างเด็ดขาด

            “ก็แค่มีผ้าอนามัยก็ได้แล้วไม่ใช่เหรอ เอ๊ะ ผมพูดมากไปหรือเปล่านะ” เมื่อเขาทำท่าทางแปลกๆ มินตราก็เริ่มจะเข้าใจว่าเขาคงหมายถึงผ้าอนามัยแบบสอดเป็นแน่แท้ จริงสิ เขาโตมาแบบตะวันตกและของใช้ส่วนตัวสำหรับผู้หญิงก็ไม่ค่อยเหมือนที่นี่

            “ฉันจะใช้ผ้าอนามัยแบบนั้นได้ยังไงกันคะ” เธอพูดแล้วก็ขมวดคิ้วแน่น จนหน้ายู่ตามแรงบีบของกล้ามเนื้อ

            “มันอันใหญ่จะตาย แล้วให้เข้าไปในตัว อ๊าย คุณราล์ฟคิดอะไรอยู่เนี่ย” หญิงสาวหน้าบิดเบี้ยว พลางบิดตัวไปมาราวกับว่าอยู่ในสถานการณ์นั้นจริงๆ

            คราวนี้เป็นรามินที่คิดมาก ผ้าอนามัยแบบสอดอันจิ๋วแบบนั้นหญิงสาวคิดว่ามันใหญ่แล้วหรือ แล้วถ้าเกิดเขามีอะไรกับเธอ เฮ้ย!! เขาสะดุ้งกับความคิดของตัวเองก่อนจะยกมือขึ้นมาพัดๆ หน้าตัวเองใหญ่ ทอมสันที่กำลังเดินหิ้วเอาของจากห้องของมินตรามารอบสองก็งงกับสีหน้าท่าทางของทั้งคู่

            นายหน้าแดงคุณมินตราจะร้องไห้ อะไรกันอีกล่ะเนี่ย

            “ตบหน้าฉันทีทอมสัน ฉันกำลังจะเป็นบ้า!!

            และหลังจากสงบสติอารมณ์ข่มความรู้สึกตัวเอง และถูกทอมสันตบหน้าเบาๆ ทีหนึ่ง รามินก็ยอมรับกับตัวเองว่าเขาพ่ายแพ้อย่างสิ้นเชิงกับผู้หญิงที่ชื่อมินตรา เขาเดินออกจากห้องทั้งชุดสีดอกไม้หลากสีอันเจิดจ้าตรวจงานทั่วเรือแล้วก็กลับเข้ามาในห้อง เห็นอีกทีมินตราก็หลับไปเสียแล้ว ท่าทางยังไม่ค่อยชินกับการล่องเรือนานๆ เป็นแน่ ท่าทางจะเป็นคนเมารถเมาเรือง่ายถึงได้ยังไม่ชินเสียที

            เขาถอดเสื้อออกและเดินเข้าไปอาบน้ำดับความร้อนและผ่อนคลายร่างกาย กลับขึ้นเตียงอีกทีก็ถอนหายใจให้แม่ตัวดีที่หลับใหลไม่รู้เรื่องราวรอบตัว รออีกนิดก็ได้วะราล์ฟ! ชายหนุ่มนึกในใจอย่างสงสารตัวเอง ก่อนจะล้มตัวลงนอนข้างๆ สาวเจ้าและรั้งร่างบางมากอดไว้แนบตัว

            อุ่นดี ให้ความรู้สึกนุ่มนิ่มไม่อยากปล่อย รามินบอกตัวเอง แล้วก็ก้มหน้ากดปลายจมูกกับแก้มนวลที่มีกลิ่นของแป้งเด็กหอมจางๆ อย่างแผ่วเบา

            “ราตรีสวัสดิ์ครับหนูมิน

         

            และเมื่อตื่นขึ้นมาในตอนเช้ารามินก็เห็นว่ามินตรากระโดดโลดเต้นอยู่หน้าตู้เสื้อ ราวกับว่าเจอของเล่นถูกใจอยู่

            “หนูมินตื่นแล้วเหรอ?” เขาขยี้ตาอย่างง่วงงุนแล้วก็ยันตัวเองให้ลุกขึ้นมาขึ้นมาจากกลางเตียง

            มินตราเมื่อเห็นรามินตื่นแล้วก็ยิ้มร่าโยนเสื้อและกางเกงขึ้นเตียงมาให้ชายหนุ่มดู

            “ดูสิๆ มินเจอเสื้อฮาวายด้วยล่ะ สีสวยมากเลย ราล์ฟจ๋า

            “จ๋า” ชายหนุ่มขานรับ รู้สึกถึงลางร้ายที่กำลังคืบคลานเข้าใกล้ตัวเอง แต่เอาเถอะ เมื่อวานชุดเสร่อๆ นั่นเขายังใส่ได้ กะอีแค่เสื้อกล้ามฮาวายทำไมเขาจะใส่ไม่ได้

            “ราล์ฟจ๋า” เธอเรียกชื่อเขาอีกครั้ง พลางยิ้มหวานสุดจิตสุดใจมาให้

            “จ๋า” แม่มดตนนี้กำลังทำให้เขาคลั่ง ใครก็ได้ ช่วยเขาทีเถอะ รามินตะโกนร่ำร้องอยู่ในใจด้วยความทรมาน

            “หนูมินอยากแต่งหน้าให้ราล์ฟขาจัง”

            “เอ๊ะ!?” รามินครางออกมา แล้วก็ขยับตัวหนีเมื่อแม่สาวนักไวโอลินกระโจนขึ้นเตียงแล้วกอดแขนเขาเอาไว้แน่น

            “ราล์ฟขา ขอหนูมินแต่งหน้าให้คุณหน่อยได้มั้ย?

 

 



 

Talk 2…

สิ้นหวังแล้ว สิ้นหวังแล้ว

ราล์ฟเอ๋ย ขอให้พระคุ้มครอง ฮ่าๆ

เก้ง กว้าง งูเหลือ โรคจิต คลั่งกาม สัตว์ประหลาดต่างดาว

ไม่รู้ว่ารามินจะได้ฉายาอะไรจากหนูมินอีก

จะสงสารหรือฮาดีก็ไม่รู้สิ

แต่งไปก็หลงรักหนูมินมากเลยค่ะ มู่รักผู้หญิงคนนี้มาก

ไม่ยอมให้รามินได้แอ้มง่ายๆ หรอก เชอะ

จริงหรือเปล่าไม่รู้นะ ถ้าโมมาแต่งคงได้เฮกัน ฮ่าๆ

พระเอกอะไรจะสิ้นหวังแบบนี้

ถูกลูกน้องหัวเพราะเยาะ ถูกลูกน้องตบหน้า ตอนนี้จะเป็นตุ๊กตาให้หนูมินอีกแล้ว

เฮ้อ สิ้นหวังแล้ว สิ้นหวังแล้ว ฮ่าๆ

 

แวะคอมเม้นท์ทักทายพูดคุยกันได้นะคะ

รักคนอ่านทุกคนเลยค่ะ :)

 

 

 

Talk 1…

เพลงยังเป็นเพลงในเรื่อง Goong อยู่ค่ะ

A Dancing Teddy  By Goong OST.

 

อร๊าย สงสารเฮียมินขึ้นมาจับใจ ฮ่าๆ อะไรหนูมินจะซื่อตรงขนาดนี้

แต่ไปขำไป หนูมินน่ารักและเจ้าเล่ห์จริงๆ ค่ะ

ชักไม่อยากให้เฮียมินรวบหัวรวบหางแล้วอ่ะ ฮ่า

หวง!!

 

 

แวะไปทักทายพูดคุยกันได้นะคะ

สามารถติดตามข่าวสารได้ง่ายๆ เลยค่ะ ถ้าใครมี FB อยู่แล้ว

http://www.facebook.com/pages/Mu_mu_jung/131495070249331

แล้วเจอกันนะคะ

ขอบคุณสำหรับเม้นท์และโหวตด้วยนะคะ

หนูชอบอ่านเม้นท์ หนูรักคนเม้นท >O<!!

ครึ่งหลังเอาไงดี

หนูมินจะเสร็จเฮียมินมั้ย

งูเหลือมกำลังจะรัดเหยื่อแล้ว อร๊ายยยยยย

ฮ่าๆ

รักคนอ่านทุกคนค่ะ

 

God blessed you

’m blessed you

 

I http://www.dek-d.com/06pic/dot/heart.gif Readers


ข้อความ :
จากคุณ * :
 

หน้าที่ 1 จาก 9 หน้า
แสดง เรื่อง
ความคิดเห็นที่ 1
สนุกจางงงงงง
จากคุณ Bumbim/(Bumbim1924) อัพเดตเมื่อ 05/06/2554 15:01:49
ความคิดเห็นที่ 2
เรื่องนี้ จะสงสานพระเอกดีไหมเนี่ยย
จากคุณ ปราง/(lawyer007) อัพเดตเมื่อ 23/05/2554 13:43:11
ความคิดเห็นที่ 3
สนุกเหมือนเคยเจ้าค่ะ
จากคุณ แนน/(myfullhouse) อัพเดตเมื่อ 16/05/2554 16:56:07
ความคิดเห็นที่ 4
สนุกเหมือนเคยเจ้าค่ะ
จากคุณ แนน/(myfullhouse) อัพเดตเมื่อ 16/05/2554 16:56:01
ความคิดเห็นที่ 5
สะใจมากเลยค่ะ
แต่งสนุกมาก
จากคุณ ใหม่/(Nong_mai) อัพเดตเมื่อ 15/05/2554 12:17:01
ความคิดเห็นที่ 6
555555555555555555555555555555555555
จากคุณ บี/(beelovefang) อัพเดตเมื่อ 14/05/2554 11:06:29
ความคิดเห็นที่ 7
ชอบหนูมินจังเลย
จากคุณ ingon/(ingon9955) อัพเดตเมื่อ 23/04/2554 12:43:46
ความคิดเห็นที่ 8
อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก  คร่อก (โลกเเตกเเล้ว โลกเเตกเเล้ววว)
จากคุณ เน็ต/(knotnicenet) อัพเดตเมื่อ 22/04/2554 20:59:27
ความคิดเห็นที่ 9
หนูมินน่ารักที่สุดเลยอ่ะ ชอบๆค่ะ
จากคุณ MINT 416/(mint416) อัพเดตเมื่อ 22/04/2554 14:59:49
ความคิดเห็นที่ 10
ฮาแบรนดอนกับราล์ฟมากๆเลย 555555
เหมือนเพื่อนสนิทมากกว่าคู่แข่งนะเนี่ยยย
จากคุณ ทิพาส ./(iamteppei) อัพเดตเมื่อ 15/04/2554 21:06:24
หน้าที่ 1 จาก 9 หน้า
แสดง เรื่อง
 
จำนวนผู้ชมเว็บแจ่มใสขณะนี้: 166 ท่าน