Guest   
 
Username:
Password:




 


  
 



 
อ่านเรื่อง
เล่ห์รักกลร้าย เจ้าชายอสูร
มิรา
 TRICK 02  The Petals Falls
53
01/03/2554 17:42:38
16670
เนื้อเรื่อง

TRICK 02

The Petals Falls

 

          “นี่!” ชายหนุ่มจับไหล่บอบบางแล้วก็ออกแรงบีบบังคับให้คนตัวเล็กกว่าอยู่นิ่งๆ กับที่

            เสียงร้องวี้ดๆ ที่แสบแก้วหูนั้นทำให้เขามึนไปหมด มันกี่สิบเดซิเบลกันแน่นะ ชายหนุ่มคิดในใจก่อนจะมองหน้าหวานที่เห็นว่ามีคราบน้ำตาไหลออกมาเป็นทางเสียแล้ว

            หล่อนร้องไห้! เขาอุทานในใจ นี่เขายังไม่ได้ทำอะไรเลยนะ

            คนที่ต้องเป็นฝ่ายร้องไห้น่ะ คือเขามากกว่า ทั้งเสียเงินเกือบแสน เสียหน้าต่อลูกน้อง แถมยังรู้สึกเหมือนหูจะหนวกแบบนี้อีก จะบ้าตาย เขาสบถในใจแล้วก็ออกแรงบีบไหล่หล่อนให้แรงขึ้นไปอีก

            “มินตรา!!

            ฝ่ายเจ้าของชื่อที่ถูกเรียกก็หลับหูหลับตาร้องกรี๊ดๆ สลับกับร้องไห้ฮือ เพราะคิดว่าเขาจะต้องปล้ำเธอแล้วแน่ๆ เธอเคยอ่านหนังสือนิยายอยู่นะ เดี๋ยวพระเอกจะต้องปล้ำนางเอกแล้วก็ คิดได้แค่นี้เธอก็ร้องไห้อีกครั้ง เธอไม่ได้รักใคร่ชอบพอเขานี่ อีกอย่างเขาเป็นถึงเจ้าพ่อมาเฟียขืนเธอทำอะไรไม่ถูกใจเขา แล้วเขาโยนเธอลงทะเลเธอจะไม่เป็นอาหารฉลามหรอกเหรอ ทำเอาคนที่ลากเข้ามาถึงกับทำอะไรไม่ถูก

            เคยมีเสียเมื่อไหร่ล่ะที่รามินทำผู้หญิงร้องไห้เพราะความกลัวเมื่อตอนที่อยู่บนเตียงน่ะ

            “ถ้าเธอยังร้องอยู่อีก ฉันจะปล้ำเธอจริงๆ แล้วนะ!” สิ้นเสียงดุๆ นั้น มินตราก็พลันเงียบเสียงเหมือนกดสวิทซ์สั่งได้

            ให้มันได้อย่างนี้! ชายหนุ่มนึกในใจก่อนจะรู้สึกแปลกๆ เมื่อเห็นดวงตากลมโตดูอ่อนหวานของเธอเป็นสีแดงช้ำขึ้นมาบ้างแล้ว และเขาก็รู้สึกโกรธตัวเองขึ้นมาโดยไม่มีสาเหตุ

            “คุยกันดีๆ ให้รู้เรื่อง” รามินสั่งแล้วก็จับข้อมือหญิงสาวเอาไว้

            เขาไม่เคยเจอผู้หญิงแบบนี้มาก่อนจริงๆ ไม่เคยมีใครร้องไห้โฮเหมือนเด็กๆ ต่อหน้าเขา เพราะกลัวว่าเครื่องสำอางที่บรรจงแต่งบนใบหน้าอย่างสวยงามนั้นจะเลอะเทอะเปรอะเปื้อน แต่สำหรับสาวน้อยคนนี้ อย่าให้พูดเลย ตอนนี้หน้าตาของหล่อนดูได้เสียเมื่อไหร่ล่ะ

            “ทำไมถึงไม่อยากทำงานให้ผม” รามินถามคนตัวเล็กที่ยังก้มหน้างุดๆ อยู่ข้างตัวเขา

            ปลายจมูกหล่อนแดงไปหมดแล้ว เขาต้องพยายามห้ามตัวห้ามใจอย่างหนักที่จะไม่เอื้อมมือไปจับจมูกของหล่อนเล่น เขาเป็นอะไรไปแล้ว ชายหนุ่มนึกสบถในใจ ทำไมเขาถึงมีปฏิกิริยาเช่นนี้กับหล่อนได้ เขาไม่เข้าใจจริงๆ

            “คุณเป็นมาเฟียใช่มั้ย?” มินตราถามอย่างกล้าๆ กลัว เธอมองหน้าคนที่อยู่ข้างๆ ก็เห็นว่าเขายิ้มอยู่

            เอ เขากำลังวางแผนจะฆ่าเธอหรือเปล่านะ หัวใจของมินตราเต้นตึกตักเพราะว่าเห็นรอยยิ้มที่มุมปากของเขาเข้า มันไม่ใช่ยิ้มเยาะเหมือนเจ้าพ่อเซี่ยงไฮ้ที่เธอเคยดูมาก่อน

            “จะว่างั้นก็ได้” เมื่อรามินยอมรับ หน้าของมินตราก็ดูบูดเบี้ยวขึ้นมาทันตาเห็น

            รามินเองก็หัวใจเต้นแรงตึกตัก ชักจะไม่เข้าใจอารมณ์ตัวเองเสียแล้วว่าทำไมต้องมาใจเต้นเหมือนเด็กหนุ่มแรกรุ่นด้วยก็ไม่รู้ หนำซ้ำอีกฝ่ายยังเป็นแค่ผู้หญิงตัวเล็กที่ไม่รู้ประสีประสาอะไรเลย เฮ้อ เขาทำอะไรอยู่กันแน่นะ

            “ถ้าฉันทำอะไรไม่ถูกใจคุณ คุณจะตัดนิ้วฉันใช่มั้ย?” เธอถามและทำหน้าเหมือนจะร้องไห้อีกครั้ง

            ฝ่ายรามินเองก็อยากจะกุมขมับร้องหาแม่อยู่เหมือนกัน นี่มันเกิดเรื่องอะไรขึ้นกับเขากันแน่เนี่ย เธอคิดว่าเขาเหี้ยมโหดขนาดนั้นเลยเหรอ เขาไม่ใช่พระเจ้าที่สั่งแบบนั้นได้น่ะ

            “ไม่หรอกน่า ผมไม่ตัดนิ้วคุณหรอก ผมจะกดคุณลงกลางเตียงมากกว่า” คำพูดที่ฟังดูอ่อนหวานเรียกให้ขนอ่อนในตัวของมินตราลุกชันได้ทีเดียว

            “ฮือ แม่จ๋า” เอาอีกแล้ว ชายหนุ่มส่ายหน้าเพราะหญิงสาวคนนี้ร้องไห้หาแม่อีกแล้ว

น่ารัก อ่อนหวาน และท่าทางคงจะรักครอบครัวมากด้วย แล้วเขาจะกล้าหักหาญน้ำใจเธอได้ยังไงกัน ดูท่าทางแล้วน่าทะนุถนอมเสียมากกว่า รามินก่อนจะถอนหายใจดึงเฮือก ก่อนจะนึกแผนการอะไรดีๆ ออกมาได้อย่างหนึ่ง มุมปากหยักได้รูปของเขาคลี่ยิ้มออกมาบางๆ เมื่อรู้แล้วว่าจะทำยังไงให้หล่อนมาทำงานกับเขาได้

            “ผมจะปล้ำคุณขึ้นเตียงจริงๆ ถ้าคุณไม่ทำงานให้ผม” เขาพูดพลางเลิกคิ้วขึ้นอย่างเป็นต่อ

            เพิ่งรู้ตัวว่าตอนนี้เขาประสานมือกับมือเล็กบางของหล่อนไว้ไม่ยอมปล่อย อยู่ใกล้ผู้หญิงคนนี้แล้วเขารู้สึกจิตใจผ่อนคลายอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อนเลย

            “จริงๆ นะ” เขาย้ำอีก เมื่อเห็นดวงตากลมโตนั่นเบิกกว้างขึ้นอีกนิด

            “คิดดูแล้วกัน ว่าบนเรือของผมที่ลอยเท้งเต้งอยู่ในทะเลแบบนี้ คุณจะหนีไปไหนพ้น ถ้าคุณไม่ยอมผมก็อาจจะตัดผมคุณ หรือไม่ก็กล้อนซะให้หมดหัว” เขาขู่แล้วก็นึกสนุกที่เห็นหน้าหวานเริ่มซีดลงเรื่อยๆ

            “คิดดูดีๆ นะว่าคุณจะเอายังไง”

            กลั่นแกล้ง ปีศาจ ไอ้คลั่งกาม!! มินตราสบถด่าเขาอยู่ในใจ

            เมื่อหันไปมองรอบๆ ตัวหล่อนก็พบว่าไม่มีทางหนีจริงๆ เพราะที่นี่ ตรงนี้คืออาณาจักรของเขา ไม่มีแม้แต่ที่จะให้ซ่อนตัว เพราะอย่างนั้นเธอเลยยอมพยักหน้าในที่สุด

            “แล้วฉันต้องทำอะไรบ้างล่ะ”

 

            “ก็แค่ถ้าผมเรียกคุณ คุณก็ต้องมา” รามินพูดง่ายๆ เพราะเขาคิดว่าคงเรียกให้มินตราออกมาวัดดวงกับแขกกระเป๋าหนักไม่บ่อยเท่าไหร่นักหรอก

            “แล้ว งานอะไรล่ะ” เสียงหวานถามสั่นๆ กลัวเหลือเกินว่าเขาจะให้เธอไปเต้นอะโกโก้อย่างที่เคยอ่านในนิยายมา

            “ก็แค่เล่นไพ่น่ะ ไม่มีอะไรมากหรอก”

            “ไพ่!?” แต่คำพูดของเขาทำให้เธอขมวดคิ้วติดกันแน่น

            ไพ่เนี่ยนะอา เขาต้องรู้แน่ๆ ว่าครั้งก่อนหล่อนแกล้งแพ้เขาน่ะ เธอคิดแล้วก็มองหน้าคมคายที่ยังยิ้มอยู่ตรงหน้าอย่างลังเลใจ หวังว่าเขาคงไม่เอาเธอไปขายหรอกนะ

            “แล้วถ้าฉันแพ้ล่ะ” หล่อนถามชายหนุ่มอีกครั้ง

            บางทีดวงคนเรามันก็มีขึ้นมีลง ถึงเธอจะตาไวแต่เมื่อไพ่ที่คนแจกไพ่สับแล้วเรียงออกมาไม่สวยเธอก็มีสิทธิ์แพ้เหมือนกัน

            “ผมจะดูว่าคุณตั้งใจทำงานมากแค่ไหน ถ้าคุณตั้งใจมากๆ ผมก็จะตกรางวัลให้คุณอย่างงาม แต่ถ้าคุณแกล้งแพ้ขึ้นมา” รามินพูดแล้วก็เว้นวรรคให้หญิงสาวใจเต้นเล่นๆ

            เห็นนัยน์ตาดำสุกใสของเธอกลอกไปมาแล้วมันน่ารักบอกไม่ถูก

            “ผมจะโยนคุณขึ้นเตียง”

            “ฮือ มะ

            ยังไม่ทันที่เจ้าของเสียงหวานจะเรียกหาแม่จ๋าอย่างที่ติดจาก ปลายนิ้วเรียวยาวราวกับนิ้วของผู้หญิงก็ปิดปากหล่อนไว้เสียก่อน หน้าของเธอเลยตื่นเสียยิ่งกว่าตื่น สร้างความพอใจให้กับรามินเป็นอย่างมาก ผู้หญิงคนนี้อยู่ด้วยแล้วไม่เบื่อเลยจริงๆ

            “ถ้ายังเรียกหาแม่จ๋าอีก รับรองได้เลยว่าผมลากคุณขึ้นเตียงแน่ๆ”

            และนี่ก็เป็นอีกครั้งที่มินตราหุบปากเงียบทั้งที่อยากจะร้องไห้ครวญครางใจจะขาด

            “ถ้าจะพูดอะไรสักอย่างให้ผมหยุดน่ะ อย่าเรียกหาแม่เลย” เพราะว่ามันทำให้เขาหยุดตัวเองได้จริงๆ รามินคิดอยู่ในใจอย่างสงสารตัวเอง

            ยอมรับกับตัวเองอย่างจนใจว่าคำว่าแม่จ๋า ของหล่อนนั้นฟังดูแล้วน่าสงสารแกมน่าเอ็นดูจนทำอะไรไม่ลง

            “มันกระตุ้นผมให้อยากทำมากขึ้นรู้ตัวหรือเปล่า” เขาโกหกแล้วก็ยื่นหน้าเขาไปใกล้ๆ วงหน้ารูปไข่ของเธอ

            ผิวบางเนียนมองแทบจะมองเห็นเส้นเลือดใต้ผิวหนัง ชายหนุ่มมองผิวของเธอแล้วถอนหายใจ ก่อนหน้านี้เขาจับเธอแรงไปหรือเปล่านะ หล่อนจะมีรอยช้ำรึเปล่า เขาคิดอย่างสงสัย ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าตัวเองยังพูดต่อไม่จบ

            “ลองเรียกว่าราล์ฟจ๋าดูสิ แล้วผมจะไม่ทำอะไรคุณ” สิ้นคำสั่ง มินตราก็พูดตามที่เขาบอกเช่นกัน

            “ราล์ฟจ๋า

            แต่คนที่ถูกเรียกถึงกับสะดุ้งเพราะนึกไม่ถึงว่าแค่เสียงหวานๆ จะสั่นคลอนหัวใจของตัวเองได้มากถึงขนาดนี้

            และไอ้คำว่าราล์ฟจ๋าของหล่อนนี่แหละที่จะทำให้สติสัมปชัญญะของเขาขาดผึงน่ะ

            “เอาล่ะเอาเป็นว่าตกลงกันแล้วนะ คุณกลับไปก่อนได้เลย แล้วคืนนี้ผมจะให้คนไปเรียก” ชายหนุ่มพูดแล้วก็ปล่อยมือมินตราออกจากการเกาะกุมของตัวเอง

            มินตราเองเมื่อเป็นอิสระก็วิ่งแจ้นไปที่ประตูหน้าตาตื่น ก่อนจะวิ่งฝ่าร่างสูงๆ ของลูกน้องของรามินออกไปพร้อมกับเอามือปิดหน้าปิดตาไว้แน่น เรียกทั้งเสียงหัวเราะเบาๆ และรอยยิ้มจากชายตัวใหญ่หลายคนที่มองตามหลังเธอไป คนสนิทอย่างทอมสันถึงกับงงว่าทำไมคุยกันรู้เรื่องเร็วนัก อีกทั้งไม่เห็นร่างสูงของคนเป็นนายเดินตามออกมาอีกด้วย

เพราะความสงสัยทอมสันเลยเดินเข้าไปยังห้องพักเล็ก เพื่อดูว่าเจ้านายถูกสาวน้อยคนนั้นเอาอะไรฟาดหัวจนสลบแล้วหนีออกไปหรือเปล่า แต่ภาพที่เห็นกลับกลายเป็นว่าเจ้านายของเขานั่งที่ปลายเตียงหนานุ่มและยกมือขึ้นมาปิดหน้าตัวเองเอาไว้

            ถึงจะมองไม่ค่อยชัดแต่เขามั่นใจว่านายกำลังหน้าแดงอยู่

          “คุณรามิน” เขาเรียกชื่อเจ้านายเบาๆ และเห็นว่าร่างสูงใหญ่ของรามินเริ่มขยับตัว

            “อย่าเพิ่งมองหน้าฉันตอนนี้ ฉันกำลังเกิดอาการบ้าอะไรไม่รู้” รามินพูดและรู้สึกว่าร่างกายตัวเองคล้ายจะเป็นลูกโป่งสวรรค์ที่กำลังลอยอยู่กลางอากาศ

            ท่าทางของเจ้านายทำให้ทอมสันยิ้มออกมา นักไวโอลินคนนั้นมีอิทธิพลกับรามินมากกว่าที่เขาคาดการณ์เอาไว้ซะอีก

            “ดูแลหล่อนให้ฉันด้วย อย่าให้ผู้ชายคนไหนเข้าใกล้เธอเด็ดขาด” เขาสั่ง นึกหึงหวงร่างบางของนักไวโอลินสาวที่ทำให้เขากลายเป็นเด็กหนุ่มที่เริ่มหัดจะมีความรัก เมื่อคิดว่าหล่อนอาจจะเป็นที่ถูกตาต้องใจของชายอื่นด้วย

            แม่มดชัดๆ เขาคิดก่อนยกมือขึ้นเสยผมตัวเองไปด้วย

            “เธอเป็นเด็กดีใช่มั้ยคุณราล์ฟ” ทอมสันถาม และอยากจะรู้จริงๆ ว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อจากนี้

            “ไม่ใช่หรอก ยัยนั่นน่ะ แม่มดต่างหาก”

 

            ฝ่ายมินตราเองก็หัวใจเต้นตึกตักวิ่งกลับเข้าห้องพัก และยกมือแนบแก้มของตัวเองที่ร้อนฉ่าไปหมด เขาทำให้เธอหัวใจแทบวายแน่ะหญิงสาวบอกตัวเองในใจ สัมผัสเล็กๆ น้อยๆ ของเขาเหมือนกำลังแผดเผาหัวใจของเธอได้หมดเลยทีเดียว

ทั้งไหล่ที่เขาจับเอาไว้แน่น ข้อมือที่เขากำรอบเอาไว้ ปลายนิ้วที่เขาสอดประสาน และยังริมฝีปากที่เขาใช้นิ้วแตะเบาๆ

          ทุกอย่างทำให้เธอร้อนวูบวาบราวกับคนที่เป็นไข้ขึ้นสูง แย่จริง เขาทำได้ยังไงกันนะ หญิงสาวคิดก่อนจะกลิ้งตัวที่เตียงไปมา แย่แล้ว หัวใจของเธอเต้นแรงเกินไปแล้วล่ะ

            หลังจากที่หลับไปแบบไม่รู้ตัวเพราะว่ายังไม่ชินกับการที่เรือโคลงเคลงไปมาเวลาที่คลื่นลมแรง มินตราลืมตาตื่นขึ้นมาอีกครั้งเมื่อแก้มแก้วเข้าเขย่าไหล่เธอเบาๆ

            “คุยงานกับคุณรามินโอเคมั้ย?” ผู้ที่เป็นรุ่นพี่ถาม และมินตราก็ขยี้ตาลุกขึ้นมาอย่างงัวเงีย

            “ค่ะ ก็ดี” เธอตอบแล้วก็นึกตื่นเต้นในใจไม่หาย

            ผู้ชายคนนั่นน่ากลัวจริงๆ นะ ทำให้เธอใจเต้นตึกตักได้อย่างไม่น่าเชื่อเลย

            “ออกไปหาอะไรทานเถอะ แล้วเดี๋ยวค่อยเตรียมตัวไปเล่นดนตรี” แก้มแก้วบอกและเธอก็ลุกขึ้นเดินไปอาบน้ำอย่างว่าง่าย

            หลังจากที่แต่งตัวและแต่งหน้าอ่อนๆ จนเรียบร้อยดีแล้ว มินตราก็รวบผมยกขึ้นสูงเป็นหางม้าและหยิบไวโอลินของตัวเองติดมือมาด้วย ชาวคณะนักดนตรีนั่งทานอาหารด้วยกันและก็เตรียมตัวที่จะเล่นดนตรีให้แขกในห้องอาหารฟัง มินตราเดินอยู่รั้งท้ายของกลุ่มพร้อมกับเดินสีไวโอลินทดสอบเสียงไปด้วย

            ท่าทางของเธอนั้นอยู่ในสายตาของผู้ชายคนหนึ่ง ซึ่งกำลังนั่งทานข้าวอยู่ในห้องอาหารเงียบๆ เขาเห็นว่าผู้หญิงที่กำลังทดสอบเสียงโน้ตไวโอลินที่เดิมรั้งท้ายกลุ่มนักดนตรีนั่น เคยทานข้าวกับรามินในตอนเที่ยงมาแล้ว เขาเองยังนึกสงสัยอยู่เช่นเดียวกัน เพราะถ้าเป็นคู่ควงของรามินหล่อนไม่น่าจะมาเล่นดนตรีแบบนี้ ด้วยความอยากรู้เขาเลยดีดนิ้วเรียกบริกรที่อยู่บริเวณนั้นให้เข้ามาหา

            “มีอะไรให้รับใช้ครับท่าน” บริกรชายเดินเข้ามาอย่างรวดเร็ว และสอบถามความต้องการของแขก

            “เรียกให้นักไวโอลินตัวเล็ดชุดแซคสีขาวนั่นมาเล่นเพลงตรงนี้ให้หน่อย” เขาสั่งแล้วก็จับตามองร่างบางกลมกลึงของหล่อน ที่กำลังหัวเราะอยู่กับเพื่อนร่วมวงอยู่ไกลๆ บริกรรับคำสั่งแล้วก็ขยับตัวออกไปทันที

            รอยยิ้มของหล่อนช่างสดใสจริงๆ

            “นายสนใจเหรอครับ” คนสนิทของเขาเอ่ยขึ้น

            และชายที่กำลังจับจ้องมิตราอย่างไม่วางตาคนนี้ก็คือ อเล็กซิส เอ แบรนดอน คู่แต่งตัวฉกาจของรามินนั่นเอง เขาให้ลูกน้องปลอมแปลงเอกสารการเดินทางและขึ้นเรือมาด้วย แค่ใส่หนวดปลอมและสวมหมวกคาบซิการ์ในปาก ไม่อยากจะเชื่อว่าลูกน้องของราล์ฟจะจำเขาไม่ได้สักคนนึง

            ความจริงคงจะเป็นเพราะว่าทางฝ่ายทะเบียนได้สแกนคนที่จะขึ้นเรืออย่างดีหลายรอบ ไม่คิดว่าเขาจะขึ้นเรือมาได้เลยไม่ได้มีการป้องกันแน่นหนาเท่าไหร่นัก และตอนที่แขกขึ้นเรือ เขาเองก็อาศัยจังหวะที่คนเยอะแทรกตัวยื่นตั๋วขึ้นเรือมาเงียบๆ

            “ให้ฉุดหล่อนไปที่ห้องนายคืนนี้เลยดีมั้ยครับ?

            “นายจะบ้าหรือไง ฉันแค่อยากจะรู้ว่าผู้หญิงคนนี้เป็นใครแค่นั้น ฉันเห็นเมื่อตอนกลางวันหล่อนทานข้าวกับราล์ฟ เลยอยากรู้ว่าหล่อนมาเล่นไวโอลินทำไม” คนเป็นเจ้านายเอ็ดเสียงเบาๆ

            เขาไม่นิยมแย่งผู้หญิงจากใครอยู่แล้ว รูปร่าง หน้าตา ฐานะของเขาไม่ต้องมาฉุดกระชากลากถูให้ผู้หญิงตามตัวเขาหรอก แค่ปรายตามองแม่สาวสวยทั้งหลายก็แทบจะกองอยู่แทบเท้าเขาแล้ว เขาแค่ต้องการรู้ว่าเธอเป็นผู้หญิงของราล์ฟจริงหรือเปล่า แล้วทำไมถึงมาเล่นไวโอลินแบบนี้ได้

            ถ้าเป็นผู้หญิงของราล์ฟจริง เขาคิดว่าผู้ชายคนนั้นคงไม่ปล่อยให้ผู้หญิงของตัวเองออกมาทำอะไรแบบนี้แน่ๆ

          และไม่นานร่างบางของมินตราก็เคลื่อนกายมาหยุดอยู่ตรงหน้าของแบรนดอนได้ เธอส่งยิ้มมาอย่างสดใสและถามว่าเขาต้องการจะให้เธอเล่นเพลงแบบไหน

            “เพลงที่ช้าสลับเร็ว แล้วก็เศร้าๆ ปนหวานๆ” คำสั่งของแบรนดอนทำให้มินตรามีสีหน้าเหลอหลา แต่ไม่นานเธอก็คลี่ยิ้มให้เขา

            “ได้ค่ะ” เธอรับคำอย่างอ่อนหวานแล้วก็เริ่มต้นสีไวโอลินช้าๆ ทันที

 

            ทางรามินเองหลังจากที่ตรวจตราดูทั่วเรือก็เดินมาที่ห้องอาหาร และสะดุดเข้ากับร่างบอบบางที่กำลังยืนสีไวโอลินที่โต๊ะอาหารโต๊ะหนึ่ง แค่ด้านเห็นหลังเขาก็จำได้ทันทีว่าเป็นใคร อีกทั้งยังเสียงไวโอลินที่อ่อนหวานนั่นอีก เขากัดกรามแน่นเมื่อเห็นว่ามินตราใส่ชุดแซคบางเบาแถมยังสั้นแค่ต้นขา

            อวดให้เห็นเรียวขาเรียวยาวและผิวขาวผ่องของเธอ ยิ่งต้องแสงไฟสีส้มอ่อนๆ ในห้องอาหารด้วยแล้ว เธอก็ยิ่งสะดุดตาใครๆ มากด้วย แล้วรามินก็อุทานออกมาดังๆ เมื่อเห็นว่าคนที่กำลังนั่งดูมินตรากำลังเล่นไวโอลินอยู่นั้นเป็นใคร

            “แบรนดอน!!” ทอมสันที่ติดตามนายอยู่ข้างๆ ก็ต้องหันไปตามสายตาของคนเป็นนาย

            แล้วก็อ้าปากค้างเมื่อเห็นว่าศัตรูคู่แข่งทางธุรกิจของรามินอยู่ไม่ไกล และยังมีร่างของหญิงสาวคนที่เจ้านายพึงพอใจยืนสีไวโอลินอยู่ข้างๆ ด้วย

            ไม่รอช้าขายาวๆ ของรามินก้าวตรงไปยังโต๊ะอาหารโต๊ะนั้นทันที

            “สวัสดีคุณแบรนดอน ขออภัยที่มาขัดจังหวะ” เมื่อร่างสูงใหญ่ของรามินปรากฏตัวขึ้น มินตราก็ออกอาการประหม่าทันที โน้ตเพลงที่กำลังเล่นอยู่เสียงผิดเพี้ยนไปและเธอก็เลิกเล่นเพลงหยุดยืนรออยู่ข้างโต๊ะ

            “ไง ราล์ฟ มาทานข้าวด้วยกันมั้ย?” ฝ่ายที่ถูกทักเอ่ยขึ้นอย่างอารมณ์ดี

            “นายทำฉันเจ็บแสบมากแบรนดอน” รามินกระซิบเสียงเขียว และหันไปมองคนสนิทให้ลากตัวมินตราไปไกลๆ

            ทอมสันเข้าใจสายตานั้นและทำท่าจะพาร่างบางของมินตราออกไป แต่ว่าแบรนดอนเอ่ยขัดขึ้นมาซะก่อน

            “เล่นเพลงต่อสิ ฉันกำลังเพลินเลยนะ”

            มินตรามองหน้าทอมสัน รามิน และแบรนดอนสลับไปมาเมื่อไม่รู้ว่าจะทำยังไงต่อไป เธอก็ได้แต่วางไวโอลินที่ไหล่เริ่มต้นเล่นเพลงอีกครั้งหนึ่ง สายตาของแบรนดอนจับจ้องสีหน้าของรามินตลอดเวลา ใช่แล้ว สาวน้อยคนนี้ดูเหมือนว่ารามินกำลังสนใจหล่อนอยู่

            เมื่อเล่นเพลงจบแล้วมินตราก็หยุดนิ่งมองคนนั้นคนนี้เพราะไม่รู้ว่าจะทำยังไงต่อไปดี ทอมสันส่งสายตาให้เธอค่อยๆ เลี่ยงออกไป มินตราเห็นสายตานั้นและพยายามจะพาตัวเองออกไปช่างเชื่องช้า แต่ว่าแบรนดอนจับแขนเธอเอาไว้แน่น

            “ค่าทิปครับ” แบรนดอนพูดแล้วก็ส่งธนบัตรสีเทายัดลงในมือเล็กของมินตรา

            การกระทำนั่นส่งผลให้ดวงตาของรามินลุกเป็นไฟแบรนดอนเห็นแล้วก็นึกขำในใจ ผู้หญิงคนนี้สำคัญต่อรามินเจ้าพ่อคาสิโนลอยน้ำจริงๆ เสียด้วย เมื่อร่างของมินตราถอยห่างไปแล้วรามินก็จ้องหน้าแบรนดอนเหมือนจะประกาศศึกไปในตัว

            “ฉันอยากเล่นไพ่กับนายสักตาหนึ่ง จะว่างเมื่อไหร่ส่งคนไปบอกได้เลยนะ” แบรนดอนแกว่งแก้วไวน์ในมือไปมาแล้วก็ยิ้มอย่างพอใจ

            “นายแสบมากที่ขึ้นเรือฉันมาได้”

            “นายสะเพร่าที่ด่านตรวจท่าเรือเอง” แบรนดอนพูดแล้วก็มองหน้าของรามินอย่างท้าทาย

            “อ้อ นักไวโอลินคนนั้นชื่ออะไร นายรู้มั้ย ฉันอยากจะได้หล่อนมาขึ้นเตียงสักคืนนึง จัดการให้หน่อยสิ” คำสั่งนั้นทำให้ไฟโกรธของรามินยิ่งลุกฮือเข้าไปใหญ่

            “ได้สิแบรนดอนเพื่อนรัก ฉันจะส่งกวางน้อยไปให้เสืออย่างนายถึงเตียงเลย” รามินพูดแล้วก็กำสาบเสื้อสูทตัวเองไว้แน่น ระงับอาการโกรธของตัวเองเอาไว้

            เขาจะให้แบรนดอนรู้ไม่ได้ว่าเขากำลังพึงพอใจในตัวของมินตราอยู่

            “ก่อนหน้าที่นายจะมาน่ะ เราคุยกันเยอะทีเดียว และหล่อนบอกว่าชอบฉันด้วย” แบรนดอนโกหกคำโตออกไป

            “ฉันจะจัดให้อย่างงดงามเลย”  รามินกัดฟังนึกโกรธคนตัวเล็กขึ้นมาบ้างแล้ว

          เมื่อคล้อยหลังรามินที่เดินอย่างหัวเสียออกไปจากห้องอาหาร แบรนดอนก็หัวเราะออกมาอย่างพอใจ ท่าทางงานนี้จะมีเรื่องสนุกๆ ให้เขาได้ดูตลอดทริปไปมาเก๊าแน่ๆ

            “ทอมสัน!” ฝั่งรามิน เมื่อเดินพ้นห้องอาหารและตรงไปยังห้องพักของตัวเองนั้นก็เรียกชื่อคนสนิทเสียงเข้ม

            “ครับนาย” คนเป็นลูกน้องรับคำแล้วรู้สึกว่าตอนนี้รามินจะโกรธมากจริงๆ

            ซึ่งเขาไม่รู้ว่านายโกรธที่แบรนดอนขึ้นเรือมาได้ หรือว่าโกรธที่แบรนดอนพูดถึงมินตราในเรื่องบนเตียงกันแน่

            “ให้คนไปรับมินตราไปส่งที่ห้องฉัน แล้วหาเกย์ล่ำๆ ตัวใหญ่ๆ ไปส่งให้ไอ้แบรนดอนที่ห้องด้วย” เจ้าพ่อคาสิโนลอยน้ำสั่ง  แล้วก็กระแทกเท้าเดินเข้าห้องพักของตัวเองและยังปิดประตูตามหลังดังสนั่นหวั่นไหวไปหมด

            ทอมสันหยุดอยู่หน้าประตูเอามือกุมท้องกลั้นเสียงหัวเราะของตัวเองเอาไว้ เพราะนึกไม่ถึงว่าอารมณ์หึงหวงของรามินจะน่ากลัวได้ขนาดนี้ ไม่รู้ว่าจะสงสารแบรนดอนดีหรือเปล่า เพราะกวางน้อยที่จะส่งไปให้ถึงเตียงนั้นดันกลายเป็นเก้งไปเสียนี่

 

            “คุณโกรธฉันอยู่เหรอคะ” มินตรากลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ เมื่อจู่ๆ รามินก็ส่งคนไปรับเธอมาที่ห้องพักของเขา และยังไม่พูดไม่จานั่งสับไพ่ในมืออยู่อย่างนั้น

            เธอนั่งอยู่ตรงหน้าเขาก็นานหลายนาทีแล้ว ไม่เห็นว่าเขาจะพูดอะไรสักคำเลย

            “คุณรามินคะ” เธอเรียกเขาก็เห็นว่าเขาลุกขึ้นยืนและเดินอ้อมโต๊ะทำงานมาหาเธอ

            มินตราเริ่มตื่นกลัวกับท่าทางคุกคามนั่นจับใจ ยิ่งเห็นว่านัยน์ตาเขาขุ่นมัวเธอก็สงสัยว่าตัวเองไปทำอะไรให้เขาไม่พอใจหรือเปล่า แล้วเธอก็ต้องสะดุ้งสุดตัวเมื่อมือหนาตะปบลงที่ไหล่ของเธอแรงๆ และรั้งให้ร่างบางเข้าไปชิดร่างเพรียวแข็งแกร่งอย่างไม่มีทางเลี่ยง

            “คุณรามิน!!” เธอเรียกชื่อเขาอย่างตกใจ คำอุทานที่เธอพูดบ่อยๆ เกือบจะหลุดออกจากริมฝีปากบางระเรื่อแล้วเชียว แต่เมื่อคิดขึ้นได้ว่าเขาสั่งให้เธอพูดยังไงเธอก็ตัดสินใจเรียกเขาอย่างที่เขาสอนไว้

            “ราล์ฟจ๋า” หารู้ไม่ว่านั่นทำให้เธอหลงเข้าไปติดกับดักของพ่อมดเจ้าเสน่ห์อย่างจัง

            เสียงหวานที่เรียกชื่อของเขานั้น ทำให้รามินหมดความยับยั้งชั่งใจ ก้มหน้าหมายจะปิดกลั้นเสียงร้องอ่อนหวานของหล่อน ก่อนที่มันจะทำให้เขาเสียสติไปมากกว่านี้

            แต่มินตราเองก็ไม่ยอมง่ายๆ เธอก้มหน้างุดหนีการรุกรานจากเขาทั้งยังใจเต้นแรงเพราะว่าเขาใกล้ชิดกับเธอเหลือเกิน

            “ฮือ ราล์ฟจ๋า ปล่อยมินไปเถอะนะ”

            ให้ตาย! เขาจะเป็นบ้าอยู่แล้วนะ ถ้าไม่ได้จูบหล่อนวันนี้ ตอนนี้ เดี๋ยวนี้! เขาต้องนอนตายตาไม่หลับแน่ๆ!!

 

          “อื้อ” เสียงครางอย่างพึงพอใจของรามินดังขึ้นมา

            เมื่อเขาจับต้นคอของหญิงสาวเอาไว้แน่น เบี่ยงให้องศาหน้าของหล่อนเปลี่ยนทิศทางนิดหน่อย แค่นั้นริมฝีปากของเธอก็เป็นของเขาเรียบร้อย ปากบางสีแดงระเรื่อและยังได้กลิ่นเชอรี่จางๆ จากลิปสติกที่หล่อนใช้ แค่นี้ก็ทำให้รามินรู้สึกตื่นเต้นราวกับเด็กหนุ่มที่ริจะมีรักแรกได้แล้ว

            ร่างบางนุ่มนิ่มไปทั้งตัวให้อารมณ์ความเป็นเจ้าข้าวเจ้าของขึ้นมาอย่างง่ายดาย มินตราเองก็ดิ้นอึกอักใจเต้นแรงอยู่ได้ไม่เท่าไหร่ ก็ต้องเป็นฝ่ายระทวยอิงแอบกับอกแกร่งของรามินอย่างไม่มีทางเลี่ยง มือน้อยที่คอยแต่จะผลักไสร่างสูงใหญ่ของรามินก็ต้องเกาะเกี่ยวสาบเสื้อสูทของเขาเอาไว้ เพื่อที่ตัวเองจะได้ไม่เข่าอ่อนร่วงไปกองที่พื้น

            มือหนาแข็งแกร่งของรามินเกี่ยวเอาเอวบางของมินตรามาแนบไว้กับอกแน่น ภายนอกว่าหล่อนดูจะดึงดูดเขาให้เข้าใกล้เรื่อยๆ แล้วนะ แต่เมื่อได้มากอดกระชับแบบนี้เขายิ่งรู้สึกดีเข้าไปใหญ่ อารมณ์ของเขาเตลิดไปหมดจากที่ตั้งใจว่าจะแค่แกล้งเล่นๆ คราวนี้ดูเหมือนว่าเขาชักจะควบคุมตัวเองไม่อยู่เสียแล้ว

            เขาลืมไปหมดว่าตอนนี้เขาสั่งงานคนสนิทอะไรไว้บ้าง ทำท่าจะดันหลังของสาวเจ้าไปที่กลางเตียงอยู่แล้วเชียว แต่เสียงของทอมสันที่ดังอยู่หน้าประตูทำให้เขารู้ตัวอีกครั้ง

            “คุณราล์ฟ

            ชายหนุ่มสะดุดกึกค่อยๆ ผละริมฝีปากออกมาจากมินตราออกมาอย่างเชื่องช้าอ้อยอิ่ง ยังลิ้มชิมรสความหอมหวานจากหล่อนไม่เต็มอิ่มอย่างที่ใจอยากจะทำ

            “อือ” เขาส่งเสียงออกไปคำเดียว ก่อนจะมองร่างบางในอ้อมแขนที่ตัวอ่อนระทดระทวยไปหมดแล้ว

            สมองของมินตรายังคงมึนลอยคว้างไปหมด เธอสับสนจนคิดอะไรไม่ออกไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตอนนี้เขาปล่อยริมฝีปากของเธอให้เป็นอิสระแล้ว มือบางยังคงจับสาบเสื้อสูทของคนตัวโตกว่าเอาไว้แน่น เพราะเกรงว่าถ้าปล่อยมือเธอจะต้องทรุดตัวนั่งที่พื้นเพราะว่าขารับน้ำหนักร่างกายไม่ไหวแน่ๆ

            “ตอนนี้คุณเอ็ดมันรอที่ห้องรูเลตแล้วครับ” เสียงคนสนิทบอกกลับมาจากหน้าประตู

          เจ้านายกำลังทำเรื่องสานสัมพันธ์กับนักไวโอลินสาวอยู่แน่ๆ เขาคิดในใจ ถ้าไม่เรียกเจ้านายมีหวังได้ขลุกอยู่ในนั้นจนลืมเวลาเป็นแน่แท้ ดังนั้นเขาเลยเสี่ยงชีวิตเรียกเจ้านายหลังจากที่เข็มนาฬิกาบอกเวลาที่นัดหมายกับแขกแล้ว

อา จำได้แล้วเขานัดกับคุณเอ็ดมันที่เป็นแขกระดับวีไอพีเอาไว้นี่เอง รามินคิดพลางสะบัดหน้าไปมา เห็นมินตราหายใจหอบๆ อยู่กับอกตัวเองแล้วก็ยังรู้สึกว่ามันยังไม่พอ

            “ขออีกสามนาที!” รามินตะโกนออกไป และคิดจะกักเก็บความต้องการของตัวเองเอาไว้ในใจ ริมฝีปากของเขาประทับจูบลงไปที่ปากบางแดงระเรื่อและดูจะช้ำนิดๆ จากแรงจูบของเขาก่อนหน้านี้ด้วย

            มินตราครางในคออึกอักเพราะรู้สึกเหมือนจะโดนสูบวิญญาณอีกแล้ว ในหัวของเธอตื้อไปหมดรู้สึกว่าเขาจะจูบเธออีกครั้ง นี่เป็นสิ่งที่เธอคิดได้ในตอนนี้เท่านั้น

            “นายครับสามนาทีแล้วครับ! เมื่อครบสามนาทีไม่ขาดไม่เกิน คนสนิทของรามินก็ตะโกนบอกผู้เป็นนายอีกครั้ง

            “โว้ย! ฉันจะหักเงินเดือนนายทอมสัน!!

 

            มินตราเดินวนไปมาในห้องพักเล็กของรามินอย่างโมโห หลังจากถูกไอ้เจ้าพ่อคลั่งกามที่แอบตั้งฉายาให้ปล้นจูบไปดื้อๆ เขาก็ขังหล่อนไว้ในนี้ไม่ให้ได้ขยับตัวไปไหนเลย เดินไปทางซ้ายก็ติดห้องน้ำเล็ก เดินไปทางขวาก็เป็นระเบียงที่เห็นแต่ท้องทะเลกว้างไกลสุดลูกหูลูกตา

            มองตรงไปข้างหน้าก็! เอ่อ เตียง

            เธอจับต้นชนปลายถูกก็ตอนที่ร่างสูงๆ ของรามินเคลื่อนตัวออกไปแล้ว ส่วนเธอก็หมดแรงนั่งมึนงงสับสนอยู่ที่ปลายเตียง แถมก่อนที่เขาจะเดินออกไปน่ะ ยังมาหาว่าหล่อนเป็น แม่มด!’ อีกด้วย หล่อนไปทำอะไรให้เขาหรือไงกัน หญิงสาวคิดในใจอย่างหงุดหงิด

            คิ้วเรียวสวยขมวดติดกันแน่นไม่รู้ว่าจะออกไปจากห้องนี้ได้อย่างไรดี

            “เขาจะขังฉันไว้ทำไมกัน” ริมฝีปากบางกระซิบกับตัวเองอย่างหงุดหงิด

            แล้วก็หน้าร้อนขึ้นมาอย่างกะทันหันเมื่อนึกถึงตอนที่เขาจูบ อ๊าย! หญิงสาวกรีดร้องในใจเมื่อรู้สึกถึงสัมผัสของเขาที่ยังหลงเหลืออยู่ มินตรานั่งขบเขี้ยวเคี้ยวฟันอยู่นานก่อนที่ประตูห้องจะถูกเคาะและเปิดออกช้าๆ มีคนมาเปิดประตูให้หล่อนแล้ว มินตราคิดพลางเมียงมองออกไป

            ถ้าเกิดว่าเป็นอีตาคลั่งกามราล์ฟจ๋าอีกล่ะ เธอคิดก่อนจะถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก เมื่อเห็นว่าเป็นลูกน้องมือขวาของราล์ฟจ๋านั่นเอง

            “คุณราล์ฟมาเชิญให้คุณมินตราออกไปทานมื้อค่ำครับ” ทอมสันกล่าวและมองร่างบางตรงหน้าอย่างเอ็นดู

            เธอจะรู้ไหมหนอ ตอนนี้หัวของเธอยุ่งเหมือนรังนกเลย นึกไม่ถึงว่านายจะรุนแรงขนาดนี้ เขาคิดแล้วก็กลั้นยิ้มเอาไว้อย่างสุดความสามารถ

            “แล้วราล์ฟจ๋า เอ๊ย! คุณรามินล่ะคะ” พอนึกถึงเจ้าของชื่อหัวใจของเธอก็เต้นตึกตัก

            แย่แล้ว มันเต้นแรงเกินไปแล้วนะ

            “คุณราล์ฟรออยู่ที่ห้องอาหารครับ” ทอมสันบอกแล้วก็เบี่ยงตัวออกจากบานประตู และผายมือให้หญิงสาวได้เดินออกมาจากห้องพักเล็ก

            ราล์ฟจ๋าหมายถึงรามินนายของเขาหรือ? ทอมสันคิดในใจก่อนจะทำหน้าไม่ถูก

            ก็รามินน่ะถึงจะดูใจดีเป็นกันเองกับลูกน้องแต่เวลาทำงานเขาก็เอาจริงเอาจัง มีครั้งหนึ่งที่ลูกน้องของเขาแอบไปเสพโคเคนก็ถูกรามินจับขังและให้หักดิบให้เลิกโคเคนอย่างน่ากลัว เวลาลงโทษเขาก็มาตรการที่เด็ดขาดไม่มีคำว่าหย่อนยาน แต่เมื่อนอกเวลาทำงานเขาก็มักจะเป็นเจ้านายที่เข้าใจลูกน้อง ไม่ว่าจะเรื่องอะไรเขาก็รับฟังให้คำปรึกษาและช่วยเหลืออยู่เสมอๆ

            ดังนั้นรามินจึงเป็นที่เคารพรักของลูกน้องอย่างมาก แต่ว่าไอ้คำว่าราล์ฟจ๋าที่หลุดออกจากปากของนักไวโอลินสาวนี่มันยังไงๆ อยู่นะ

            ถ้าลูกน้องคนอื่นรู้เข้า งานนี้นายของเขาคงได้หน้าม้านกันบ้างล่ะ

            “ฉันไม่อยากไปทานกับข้าวกับเขา” มินตราโอดครวญออกมา ถ้าไปอยู่ใกล้ๆ กับคนบ้ากามแบบนั้นมีหวังเธอต้องแย่แน่ๆ หน้าตาของสาวเจ้าตอนนี้เลยบูดเบี้ยวเพราะความไม่ชอบใจ แต่ถึงอย่างนั้นความสวยน่ารักของหล่อนก็ยังมีอยู่เต็มเปี่ยม

            ทอมสันเองก็ทำหน้าบูดเบี้ยวเช่นเดียวกับหญิงสาว หากแต่เป็นคนละสาเหตุ ถ้าเกิดนายมาได้ยินว่ามินตราปฏิเสธไม่อยากจะร่วมโต๊ะกับเขา มีหวังสาวน้อยคนนี้คงถูกเล่นงานแน่ๆ

            “เอาเถอะครับ ผมว่าอย่าให้คุณราล์ฟรอนานจะดีกว่านะครับ”

            “เฮ้อ ทำไมต้องมายุ่งกับฉันด้วยล่ะ ฉันไม่อยากจะเห็นหน้าเขานี่นา” เธอคร่ำครวญแต่ก็ยอมเดินออกมาแต่โดยดี

            คนสนิทของรามินยิ้มกับความน่ารักและไม่เสแสร้งของหล่อน ก่อนจะผายมือให้มินตราเดินไปมองตัวเองที่หน้ากระจกเสียก่อน เขาไม่อยากจะบอกกับหล่อนตรงๆ เพราะกลัวว่าเธอจะอาย และฝ่ายมินตราเมื่อเห็นสภาพยุ่งเหยิงของตัวเองก็ทำหน้าจะร้องไห้ขึ้นมาดื้อๆ

            “ฝากไว้ก่อนเถอะ รามิน!” หญิงสาวคำรามออกมาเบาๆ แล้วก็ยกมือขึ้นจัดเสื้อผ้าหน้าผมของตัวเอง

            ทอมสันยืนยิ้มอยู่ข้างๆ เธอ นึกสงสารเจ้านายในใจ เพราะว่าบางทีนับจากนี้ไปนายของเขาอาจจะเจอคู่ปรับที่น่ากลัวแล้วก็เป็นได้

 

            เมื่อมินตราเดินออกมาพร้อมกับทอมสันพร้อมกับสอบถามเรื่องราวที่เธออยากรู้บนเรือลำนี้ สายตาของทั้งสองก็สะดุดกับร่างสูงของแบรนดอน ที่กำลังหิ้วเอาผู้ชายร่างใหญ่ที่มีแค่บอกเซอร์ตัวเดียวติดตัวออกมาจากห้องพัก ทอมสันหยุดเดินแล้วก็เอามือกุมท้องหัวเราะ เมื่อเห็นว่าแบรนดอนกำลังหัวเสียกับเกย์ร่างใหญ่ที่เขาเป็นคนจัดหามาให้

            “ให้ตายเถอะ ไอ้ราล์ฟ!!” เสียงคำรามของแบรนดอนเอ่ยอย่างโกรธจัด เขาเตะได้เก้งตัวหนานี่ออกจากห้องพักแทบไม่ทัน ตอนแรกนึกว่าจะเป็นกวางตัวน้อยที่รามินจะส่งมาให้เสียอีก ที่ไหนได้กลับเป็นเก้งไปซะนี่

            เขาก็ไม่คิดหรอกว่ารามินจะส่งมินตรามาให้เขา เพราะดูจากสายตาแล้วรามินพอใจในตัวนักไวโอลินคนนั้นมาก แต่การที่มันส่งเกย์มาให้เขาแบบนี้นี่มันแบรนดอนยืนเอามือเท้าเอวมองเกย์ตัวใหญ่ที่ลนลานออกไปอย่างไม่พอใจ ไม่รู้ตัวสักนิดว่าด้านหลังของเขามีคนสนิทของรามินและมินตรายืนมองเหตุการณ์อยู่เงียบๆ

            “ราล์ฟ ฉันรักนายมากเลย ช่างสรรหาคนมาให้ได้ถูกใจฉันมากๆ ครั้งหน้าฉันจะฝากรักไว้ให้นายเยอะๆ เลยคอยดูสิ!” แบรนดอนคำรามออกมาอย่างโกรธจัดแล้วก็หันหลังหมายจะกลับเข้าห้องไปอาบน้ำ ชำระล้างร่างกายที่ถูกไอ้เกย์ตัวใหญ่นั่นลวนลามเอา

            แต่นึกไม่ถึงว่าจะหันมาเจอกับร่างบางของมินตรา ที่กำลังมองหน้าเขาอย่างตกตะลึง ดวงตากลมโตของหล่อนเบิกกว้างขึ้น และมองเขาอย่างไม่เชื่อสายตา

            “เอ่อ” แบรนดอนทำอะไรไม่ถูก และงงเมื่อเห็นว่าทอมสันคนสนิทของรามินหันหน้าเข้าหาผนัง พร้อมกับยกกำปั้นทุบผนังโครมๆ และหัวเราะออกมาเสียงดัง

            “เอ่อคุณชอบคุณรามินเหรอคะ?” มินตราถามแบรนดอนที่ทำหน้าเหลอหลาอยู่ตรงหน้าเธอ

            เมื่อกี้เธอได้ยินชัดเจนเต็มสองหูเลยล่ะ เขาบอกว่าเขารักราล์ฟจ๋าไม่อยากจะเชื่อเลยว่าผู้ชายหน้าตาดีๆ ท่าทางมาดแมนเต็มตัวแบบแบรนดอนจะมีรสนิยมชอบไม้ป่าเดียวกัน

            “เอ๊ะ!? ไม่ใช่นะครับ ไม่ใช่อย่างที่คุณคิด!!” แบรนดอนสะดุ้งเฮือก เข้าใจแล้วทอมสันกำลังขำเรื่องอะไรอยู่

            ดูเหมือนว่าสาวน้อยคนนี้จะเข้าใจผิดไปไกลสุดกู่เสียแล้ว

            “ฉันไม่บอกใครหรอกค่ะ เอ่อ ขอโทษนะคะที่เสียมารยาทยืนดูคุณ เอ่อ ฉันไปนะคะ” มินตรารู้ว่าตัวเองเสียมารยาทแค่ไหน ที่ดูเหตุการณ์ล่ำลาของแบรนดอนส่งคู่ขาจนลับตาแบบนี้ ไหนยังจะมาล่วงรู้ความในใจของเขาเสียอีก เพราะอย่างนั้นเธอเลยรีบหาทางหนีทันที

            “ไปนะคะ” เธอบอกพร้อมกับรับก้าวเท้าเดินออกไป

            พร้อมกับทอมสันที่กลั้นเสียงหัวเราะจนปวดท้องไปหมด เดินโซเซตามหลังของมินตราไป ทิ้งให้แบรนดอนถึงกับทำอะไรไม่ถูกอยู่ข้างหลัง

            “ไอ้ราล์ฟ ฉันจะฆ่าแก!!

            ครั้งนี้ทอมสันถึงกับทรุดฮวบลงที่ทางเดินไปห้องอาหารแล้วก็หัวเราะร่าออกมา เมื่อได้ยินเสียงตะโกนของแบรนดอนดังขึ้นมา เรื่องนี้ต้องเอาไปขยายสักหน่อยแล้ว น่าสงสารคนที่ถูกเข้าใจผิดอย่างแบรนดอนที่ถูกมินตรามองว่าเป็นพวกชายรักชายไปแล้ว อ้อ ต้องสงสารรามินด้วยเหมือนกัน

            ในสายตาของมินตราเนี่ย เจ้าพ่อคาสิโนคนไหนจะเป็นผู้เป็นคนในสายตาของเธอบ้างหนอ ทอมสันคิดในใจอย่างอารมณ์ดี

           

            “คุณทอมสันเพี้ยนไปแล้วค่ะ” มินตราบอกกับรามินเมื่อตอนที่เธอมานั่งร่วมโต๊ะกับเขา

            เพราะความเห็นใจที่รามินไม่รู้ตัวสักนิด ว่ามีผู้ชายรูปหล่อราวกับเทพบุตรอีกคนกำลังหมายปองเขาอยู่ เธอเลยลืมเรื่องที่รามินจูบเธอก่อนหน้านี้ไปหมด ทอมสันพอมองหน้าเธอสลับกับมองหน้ารามินเขาก็เอาแต่หัวเราะ ก่อนจะพาตัวเองเลี่ยงหายไปไกล

            ฝ่ายรามินก็งงงันไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นก่อนที่มินตราจะมาที่ห้องอาหารหรือเปล่า เขารู้สึกว่าแววตาของเธอที่จ้องมาที่เขานั้นดูสมเพชเวทนาชอบกล

            “เกิดเรื่องอะไรขึ้น” คิ้วเข้มของรามินขมวดติดดันแน่นมองหญิงสาวอย่างไม่เข้าใจ

            “พูดไปตอนนี้คุณอาจจะตกใจ ให้เรื่องมันค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไปดีกว่าค่ะ” มินตราบอกและพยักหน้าให้ตัวเอง

            ใช่ เธอทำถูกแล้ว เรื่องแบบนี้เธอไม่สมควรจะเอามาพูด ต้องให้แบรนดอนมาพูดกับเขาตรงๆ เองจะดีกว่า แต่เธอก็ชักอยากจะรู้อยู่เหมือนกันว่ารามินมีรสนิยมของเพศเดียวกันบ้างไหม เพราะอย่างนั้นเธอจึงจ้องหน้าเขาเขม็ง เม้มปากแน่นสลับกับคลายครั้งแล้วครั้งเล่า เพราะไม่แน่ใจว่าถามเขาไปแล้วเขาจะโกรธหรือเปล่า

            ฝ่ายรามินเองเห็นริมฝีปากของหล่อนเป็นสีเลือด เมื่อเจ้าตัวเม้มเล่นอยู่อย่างนั้นอีกอย่างที่มุมปากก็เห็นเป็นลักยิ้มจุดเล็กๆ ด้วย เขาก็ชักหายใจติดขัด อยากจะดึงหน้าหล่อนมาจูบแรงๆ เสียจริง ผู้หญิงคนนี้เหมือนค็อกเทลสีหวานที่ซ่อนความร้อนแรงไว้ข้างใน

            แค่จิบนิดๆ ก็ทำให้เขาหลงใหลมัวเมาได้แล้ว

            “มองหน้าผมแบบนี้มีอะไรหรือเปล่าครับคุณมินตรา” เขาถาม อยากจะรู้บ้างเหมือนกันว่าหล่อนกำลังวางแผน หรือคิดอะไรอยู่ในใจกันแน่

            “ฉันถามคุณ สักเรื่องจะได้หรือเปล่า” มินตรารวบรวมความกล้า และถามไปอย่างชั่งใจ

            “ก็ถามมาสิครับคุณผู้หญิง ผมจะว่าอะไรล่ะ” เขาบอกแล้วก็คลี่ผ้าออกมาวางที่ตักตัวเอง

            “คุณรังเกียจเพศที่สามบ้างหรือเปล่าคะ” เธอถามแล้วจ้องหน้าเขาตาแป๋ว

            รามินยิ้มที่มุมปากนึกในใจว่าดวงตาของหล่อนสวย แต่ที่เธอถามนั่นมันอะไรกัน หมายถึงสาวประเภทสองที่อยู่ร่วมวงดนตรีเดียวกับหล่อนหรือ ก็ไม่รังเกียจนี่นา เขาคิดในใจแล้วก็ส่ายหน้าพลางยิ้มให้คนถามไปด้วย

            “ผมไม่ได้รังเกียจครับ”

            เป็นมินตราที่สะดุ้งเฮือกเสียเอง โอ้ แม่เจ้า! ผู้ชายคนนี้เป็นเสือไบหรือนี่ (ไบเซ็กชวล = ได้ทั้งผู้หญิงและผู้ชาย) ตายล่ะ แล้วเธอจะทำยังไงดีเนี่ย

            หญิงสาวคิดในใจก่อนจะทำหน้าเหมือนอยากจะร้องไห้ เป็นจังหวะเดียวกับที่ทอมสันปรับอารมณ์ตัวเองได้เรียบร้อยแล้ว และกำลังจะเดินมาร่วมโต๊ะกับรามินและมินตราด้วย เขาขมวดคิ้วเมื่อเห็นว่ามินตรากำลังทำหน้าปั้นยาก จะยิ้มก็ไม่ใช่จะร้องไห้ก็ไม่เชิง

            ดังนั้นเขาเลยหันไปมองทางนายตัวเอง ก็เห็นว่ารามินก็กำลังมึนๆ กับสาวเจ้าอยู่เช่นเดียวกัน

            “คุณทอมสันคะ” เสียงหวานที่ฟังดูสั่นๆ ของมินตราเรียกชื่อของทอมสันเบาๆ ทำให้เจ้าของชื่อต้องรีบขานรับโดยไว

            “ครับ

            หากแต่มีชายอีกคนที่เริ่มจะหนวดกระดิก เขาไม่อยากได้ยินชื่อชายอื่นคนไหนทั้งนั้นนอกจากชื่อของเขา หลุดออกมาจากปากจิ้มนั่นทั้งนั้น

            “คุณรามินบอกว่าเขาไม่ได้รังเกียจเพศที่สามค่ะ”

            สิ้นเสียงหวานทอมสันก็ระเบิดเสียงหัวเราะออกมาอีกครั้ง รามินขมวดคิ้วแน่น วันนี้ลูกน้องของเขามันไปเมากัญชามาหรือไงกัน

            และหลังจากที่ทานมื้อค่ำเรียบร้อยแล้ว มินตราก็วิ่งกลับห้องพักตัวเองโดยที่ไม่รอฟังคำสั่งจากรามิน ชายหนุ่มเองก็หันไปมองคนสนิทที่ชักจะทำตัวแปลกๆ ขึ้นไปทุกทีแล้ว

            “ทอมสัน ฉันอยากรู้ว่ามันมีเรื่องอะไรกันแน่ บอกมาให้หมด เดี๋ยวนี้!

 

            “ไปลากมินตรามาเดี๋ยวนี้!!” ควันแทบจะออกหูเขา รามินคิดในใจอย่างเดือดจัด

          เขานึกไม่ถึงจริงๆ ว่าเรื่องมันเป็นแบบนี้ หลังจากที่ทนฟังเรื่องบ้าๆ ที่ทอมสันเล่าให้ฟังจบแล้วเขาก็ผุดลุกขึ้นมาอย่างรวดเร็ว ไม่ได้! เขาจะให้ยัยผู้หญิงคนนั้นเข้าใจเขาผิดๆ แบบนี้ไม่ได้ ให้ตายยังไงวันนี้เขาจะคุยเรื่องนี้กับเธอให้รู้เรื่องให้ได้

            หล่อนเข้าใจผิดว่าเขาชอบผู้ชายด้วยกัน แถมยังกับแบรนดอนศัตรูตัวฉกาจของเขาอีกเนี่ยนะ! เป็นตายยังไงเขาจะต้องทำให้เธอหายเข้าใจผิด และต้องตอนนี้ด้วย

            “วันนี้นายลากเขาหลายรอบแล้วนะครับ สงสารเธอเถอะ ผมว่าเรื่องวันนี้คงทำให้เธอนอนไม่หลับแน่ๆ” และเสียงท้วงของคนสนิทยิ่งทำให้เขาโกรธจัด

            “ไปลากมินตรามาเดี๋ยวนี้ หรือแกจะไปลอยคอกลางทะเลสักวันนึง หือ ทอมสัน” รามินเปล่งเรียบเรียบแต่แฝงไอเย็นอำมหิตให้คนสนิทรู้ว่าตอนนี้เขากำลังฉุนอย่างหนัก

            “ได้ครับนาย” สุดท้ายเมื่อทำอะไรไม่ได้ เขาเลยบอกให้คนไปเรียกมินตรามาพบเจ้านายของเขาในที่สุด

            และก็อย่างที่ทอมสันบอกเอาไว้ มินตรายังคงสับสนและกลัวรามินมากทำให้ต้องเสียเวลาอยู่ร่วมชั่วโมงกว่าเจ้าหล่อนจะมาหยุดยืนที่หน้าห้องพักใหญ่ของรามินได้

            “คุณทอมสัน! คุณรามินเรียกมินมาทำไมดึกๆ ดื่นๆ แบบนี้” เธอพูดกับทอมสันอย่างหวาดระแวง

            ตั้งแต่ที่ขึ้นเรือมาจนถึงตอนนี้หญิงสาวเรียนรู้ว่าคนสนิทของรามินใจดีกว่าใครๆ และคอยช่วยเหลือเธอในบางครั้งด้วย เพราะอย่างนั้นเธอเลยลืมตัวเรียกแทนตัวเองว่ามินโดยไม่รู้ตัว แต่ทอมสันนี่สิ กำลังเหงื่อตกเลย ถ้านายมาได้ยินเข้าเขาจะต้องแย่แน่ๆ แค่ดูก็รู้ว่านายของเขากำลังหลงมินตราอย่างมาก

            และหวงมากด้วยเช่นกัน

            ไม่นานร่างบางของมินตราก็มาหยุดตรงหน้าราชสีห์ที่ชื่อรามินจนได้ ชายหนุ่มนั่งพลิกเอกสารในมือแกล้งทำเป็นไม่รู้ว่ามินตรามาถึงแล้ว มินตราเองก็กลัวจนทำอะไรไม่ถูกได้แต่มองโน่นมองนี่ไปมาไม่กล้าสบตาเขาเช่นกัน เธอนั่งลงที่โซฟาหนานุ่มตัวใหญ่อยู่ชั่วครู่

            คลื่นลมในทะเลที่ทำให้เรือโคลงเคลงไปมาในบางครั้ง อุณหภูมิที่เย็นเฉียบในห้องพัก อีกทั้งอาการที่ร่างกายต้องการการพักผ่อนทำให้มินตราเผลอหลับไปในที่สุด รามินมองร่างบางที่คอพับคอเอียงคางเกือบจะแตะถึงอกสัปหงกอยู่ข้างหน้าไม่ไกลออกไป แล้วก็ถอนหายใจและวางปากกาในมือลง

            จากที่จะเรียกมาคุยกันเขาก็ทำงานตรงหน้าต่อจนลืมดูเวลา หันไปมองหญิงสาวอีกครั้งก็เห็นว่าเธอเลื้อยตัวนอนไปกับโซฟาไปเสียแล้ว รามินถอดแว่นตาออกและรวบเอกสารเก็บไว้ในลิ้นชักโต๊ะทำงาน ก่อนจะเดินตรงเข้าไปหาร่างบางกลมกลึงที่หลับสนิทไปแล้ว

            เสื้อยืดคอกลมแถมยังกางเกงขาสั้นที่ติดกระดุมแน่นหนา รามินมองดูการแต่งกายของสาวน้อยตรงหน้าแล้วส่ายหน้าไปมา เธอคิดว่าเขาจะลอกคราบหล่อนออกไม่ได้อย่างนั้นเหรอ คิดผิดซะแล้วหนูมิน รามินคิดในใจก่อนจะค่อยๆ ช้อนร่างเล็กขึ้นมาจากโซฟาอย่างถนอมและเดินตรงไปยังเตียงนอนทันที

            “อื้อ” หญิงสาวครางออกมาเบาๆ อย่างขัดใจที่ถูกรบกวน

            รามินขมวดคิ้วแน่น ทำไมเธอไม่รู้สึกตัวอะไรเลย ถ้าหล่อนอยู่กับชายอื่น คิดถึงตรงนี้ชายหนุ่มก็กัดกรามแน่นวางร่างบางลงที่เตียง ไม่เข้าใจตัวเองจริงๆ ว่านึกโกรธขึ้นมาดื้อๆ แบบนี้ได้อย่างไร อีกอย่างเขาเป็นคนคิดเองด้วยแต่ก็โกรธไปถึงใครไม่รู้

            เมื่อคิดไม่ออก สุดท้ายเขาก็โยนว่าเป็นความผิดของหญิงสาวที่หลับไม่รู้เรื่องตรงหน้านี้นี่เอง

            “แล้วมันจะนอนสบายเหรอเนี่ย” รามินพึมพำเบาๆ เมื่อเห็นกางเกงขาสั้นของหล่อน มันกึ่งๆ กางเกงที่เอาไว้ใส่ไปเดินเที่ยวได้ และดูท่าทางจะใส่นอนไม่สบายเพราะมันแข็งๆ และยังติดกระดุมดูอึดอัดไปซะหมด

            เพราะความหวังดีแต่ประสงค์ร้ายรามินเลยปลดกระดุมกางเกงของหล่อนออกอย่างชำนาญ ลูบนั่นคลำนี่เดี๋ยวเดียวกางเกงขาสั้นที่หล่อนสวมอยู่ก็หลุดออกมาอย่างง่ายดาย ตอนนี้คอของเขาเริ่มตีบตันเมื่อเห็นว่าร่างกายของหญิงสาวดูบอบบางและขาวเนียนไปซะทุกส่วน

            มือหนาเริ่มไล้ไปตามเรียวขากลมกลึงอย่างห้ามใจไม่ได้         

 

            ฝ่ายหญิงสาวเมื่อรู้สึกว่ากำลังถูกรบกวนจากห้วงนิทราที่แสนสุข ก็ต้องกะพริบเปลือกตายุกยิกเพราะรู้สึกจั๊กจี้ที่ต้นขาของตัวเอง พอลืมตาขึ้นมาได้ในที่สุด เธอก็เห็นหน้าคมคายของรามินที่กำลังส่งยิ้มมาให้เธออันดับแรก

          ความคิดของเธอยังมึนงงอยู่บ้าง ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตอนนี้ตัวเองกำลังถูกแทะโลมอยู่ทั้งสายตาและมือหนาของเขา แค่เห็นหน้าของเขาริมฝีปากของเธอก็ขยับอัตโนมัติ

            “ราล์ฟ” เธอเรียกเขาด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูยังง่วงงุน และปัดมือของเขาออกจากต้นขาขาวผ่องของเธอด้วย

            “จ๋า” ชายหนุ่มนึกสนุกเมื่อเห็นว่าหญิงสาวดูสะลึมสะลืออยู่เช่นนี้

            “ราล์ฟจ๋า มินง่วง

            และคำพูดต้องห้ามที่เป็นเหมือนกรรไกรตัดสายเบรกความรู้สึกผิดชอบชั่วดีของรามิน ก็ทำเขาลืมไปหมดทุกอย่าง ริมฝีปากหยักได้รูปของรามินก้มลงหาความหวานจากปากบางแดงระเรื่อทันที

            เขาครางในคออย่างพอใจเมื่อคนที่กำลังง่วงนอนและสะลึมสะลือตอบโต้เขากลับมา ลมหายใจที่ถอดถอนออกมากจากทางจมูกฟังแล้วน่าหลงใหล เขาจูบจนพอใจก่อนจะเลื่อนลงมาซุกไซ้ซอกคอของสาวเจ้าเพราะอารมณ์ที่คุกรุ่นขึ้น มินตรากะพริบตาอย่างมึนงงแล้วต้องนิ่วหน้า เมื่อรู้สึกถึงความเจ็บแปลบที่ต้นคอของตัวเอง

            อะไรน่ะ เธอรู้สึกว่ามีบางอย่างกำลังแทะเล็มเนื้ออ่อนๆ ที่ต้นคอรวมไปถึงเนินอกของเธออยู่ ส่วนเอวและหลังก็เหมือนมีอะไรที่อุ่นจนร้อนแตะลูบไล้ปลุกให้เธอค่อยๆ ร้อนตามขึ้นไปทุกที

            รามิน!!

            หญิงสาวอุทานในใจเมื่อตั้งสติได้ เขาเงยหน้ามาจูบคางของเธออย่างหลงใหลและไล้เรื่อยมาถึงริมฝีปากอย่าย่ามใจ มินตราเริ่มดิ้นหนีแต่สู้แรงเขาไม่ได้ ร่างเนียนนุ่มไปทุกสัดส่วนกระตุ้นให้ร่างกายของรามินตื่นตัวอย่างรวดเร็ว แม่มด ผู้หญิงคนนี้คือแม่มด รามินคิดในใจอย่างหงุดหงิดที่รู้สึกว่าควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้เป็นครั้งแรก

            “คุณราล์ฟ” หญิงสาวดันหน้าของชายหนุ่มออกไปได้ ก็เรียกชื่อเขาเสียงสั่นๆ

            รามินยิ้มที่มุมปากอย่างพอใจที่หล่อนตื่นเต็มตาเสียที จะได้สนุกกับเธอหน่อย ร่างบางขาวเนียนนุ่มมือ อีกทั้งยังหอมกรุ่นไปทั้งเนื้อทั้งตัว เขาอยากจะทำให้หล่อนพอใจเขาอย่างที่เขากำลังพอใจเธออยู่ในตอนนี้

            “หือ? ตื่นแล้วเหรอ” เขาถามและก้มหน้าซุกไซ้ที่ต้นคอของหล่อนอีกครั้ง

            ขนอ่อนทั้งร่างกายของมินตราลุกเกรียว เมื่อถูกเพศบุรุษเข้ามาชิดใกล้ขนาดนี้เป็นครั้งแรกในชีวิต หล่อนทำอะไรไม่ถูกและไม่รู้ว่าจะต้านทานเขายังไงด้วย

            “คุณจะทำอะไร!!

            “คิดว่าผมทำอะไรล่ะ” เขาถามอย่างนึกสนุก เห็นร่างน้อยสั่นไปหมดก็ยิ่งพอใจ

            “คุณราล์ฟคะ อย่าทำมินเลยนะ” เธอห้ามเขาเสียงหวาน พอจะรู้ว่าถ้าตัวเองพูดจาหวานๆ น่ารักๆ เขามักจะปล่อยเธอไปง่ายๆ แต่ทำไมคราวนี้ เหมือนเขาจะกอดเธอแน่นขึ้นล่ะ!

          “ไม่ปล่อยมีอะไรมั้ย หาข้ออ้างมาสิ ดีๆ ด้วยนะ เผื่อว่าผมจะปล่อยคุณไป” เขาพูดแถมยังก้มหน้าซุกไซ้แก้มเนียนของเธออย่างอุกอาจด้วย

            มินตราแทบจะร้องกรี๊ดออกมา ในหัวเริ่มคิดหาทางหนีทีไล่ก่อนจะนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ ไม่รอช้าคำพูดจากริมฝีปากบางๆ ที่รามินเพิ่งค้นพบว่ามันหวานแค่ไหนก็พูดทำลายบรรยากาศที่แสนหวานอย่างสิ้นเชิง

            “คุณราล์ฟ รอบเดือนมินมาอยู่นะคะ!!

            “อะไรนะ!!” คราวนี้เป็นฝ่ายรามินสะดุ้งโหยงราวกับโดนน้ำร้อนลวก

            แล้วเขาจะทำยังไงต่อไปดี ก็ในเมื่อตอนนี้ร่างกายของเขามันร้อนราวกับจะแตกเป็นเสี่ยงๆ อยู่แล้วเนี่ย

            “ราล์ฟจ๋า มินมีรอบเดือนนะ

            God, Damn!!

 



 

 

Talk 2…

เฮือก เค้าชอบพี่รามินอ่ะ

ชอบทอมสันด้วย แบรนดอนด้วย อิอิ

แอบสงสารเฮียมิน ตอนนี้ถูกเอาคืนแล้ว ฮ่าๆ

การแต่งตอนนึงให้ตัดขบยากมากเลยค่ะ

มันยากมากจริงๆ แค่กๆ เรื่องนี้นางเอกจะปั่นหัวพระเอกไปเรื่อยยยยย

ฮา อยากเห็นพระเอกร้องไห้เชิญเลยๆ อิอิ

 

เรื่องนี้เค้าไม่เอาตัวโกง ผญ  นางร้ายไม่มี๊ไม่มี

ตอนกลางๆ เรื่องจะมีตัวโกงโผล่มา เรื่องนี้จะน่ารักแบบนี้

คงเส้นคงวา อาจจะดราม่านิดหน่อย หักหลังคนอ่านนิดหน่อย

ฮา ล้อเล่นค่ะ

ใครชอบแนวนี้ก็แวะเข้ามาได้เรื่อยๆ นะคะ

เลิฟซีนจะไปขอเจ้าแม่โมมาแต่งให้นะคะ

มู่ลี่ไม่สันทัด อิอิ

 

ฝาก มินตรา รามิน ไว้ด้วยนะคะ

มู่ตั้งใจกับเรื่องนี้มากๆ เลยค่ะ

ขอบคุณทุกเม้นท์และโหวต และทุกคนที่แวะเข้ามาค่ะ

กอดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด

 

 

Talk 1…

เพลงตอนนี้เป็นแทรคที่ 16 Kohtipi Naerinda By Goong OST ค่ะ

ช่วงนี้ฟังเพลงแต่แนวดนตรีบรรเลงเท่านั้นค่ะ ไม่รู้ว่าเป็นอะไรไปแล้ว

 

อา แต่งแนวนี้ไปเรื่อยๆ ก็สนุกดีเหมือนกันค่ะ

ฮี่ๆ เฮียมินจะน่ารักมากหลังๆ เรื่องนี้ไม่เหี้ยมไม่โหด (จริงอ่ะ!!)

ตัวโกงผู้หญิงไม่เอา เพราะมู่ไม่ปลื้มฮ่าๆ

อ่านคอมเม้นท์แล้วสับสนกับนิยายตัวเอง ตอนนี้คือเรื่องการบรรยาย

มู่ไม่ทราบเพราะเป็นที่รสนิยมของแต่ละคน หรือว่าอะไรยังไง

บางคนก็บอกว่าบรรยายเยอะไป บางคนก็บอกให้บรรยายเพิ่มขึ้น

บางคนก็โอเคแล้ว อา มือใหม่อย่างมู่นี่ปวดหัวเลย

เอาเป็นว่ามู่จะค่อยๆ จับทางไปแล้วกันนะคะ

 

เรื่องนี้แนวเรื่อง ธีมเรื่องอาจจะคล้ายๆ กับเรื่องที่คนอื่นแต่งมาบ้างแล้ว

เรื่องคาสิโนอะไรนี่แหละค่ะ พอดีว่ามู่ชอบเล่นไพ่ค่ะ เอาที่มันใกล้ตัว

และคิดว่าตัวเองเขียนออกมาได้ดี มู่เลยเลือกเรื่องแนวนี้ออกมาเขียน

แต่บอกตรงนี้เลยค่ะ ว่าไม่ได้ลอกใครมา และไม่ซ้ำใครแน่นอน

อยากให้อ่านโดยปราศจากอคติใดๆ ค่ะ เพราะนิยายเป็นสิ่งที่มีเพื่อแก้เครียด

ไม่ใช่ทำให้เครียดมากกว่าเดิมนะคะ การสร้างสรรค์สิ่งใดสิ่งหนึ่ง

นิยาย จำต้องมีทั้งคนเขียนและคนอ่านค่ะ :)

เปิดใจ มองดูดีๆ ไม่ใช่แค่เอาอคติหรืออีโก้ตัวเองมาใช้

แล้วคุณจะรู้เองค่ะ ว่ามันไม่ใช่อย่างที่คุณคิด

 

แค่กๆ ยังปวดหัวอยู่ ขอรามินได้มั้ย ฮ่าๆ

เรื่องนี้เจ้าพ่อน่ารักค่ะ จริงๆ นะ เชื่อมู่สิ แต่ถ้าโมมาแต่งให้อีกเรื่องเลยนะ

คนอ่านอาจจะเห็นจำเลยรักที่อยู่บนคาสิโนลอยน้ำก็ได้ ฮ่าๆ

เค้าไม่ชอบที่พระเอกรุนแรงกับนางเอกอ่ะ เขียนอิโรมไปครั้งก่อน

หลอนไม่หาย ฮ่าๆ นึกภาพอิต้นข้าวเอาแส้ฟาดใส่กลางหลังเลยทีเดียว

เรื่องนี้มินตาจะเอาคืนรามินทีละสองเท่าค่ะ

อย่างเดียวมินตราไม่ มินตราขอสอง อิอิ

 

แวะทักทายที่แฟนเพจได้นะคะ

แล้วเจอกันค่ะ :)

http://www.facebook.com/pages/Mu_mu_jung/131495070249331

ขอบคุณทุกคนอีกครั้งสำหรับการติดตามนะคะ

ขอบคุณจริงๆ ค่ะ

 

ปล. มิราชื่อจริงของมู่ลี่เองค่ะ แปลว่า ผืนน้ำ, ท้องทะเล ค่ะ :)

 

God blessed you

’m blessed you

 

I http://www.dek-d.com/06pic/dot/heart.gif Readers

ข้อความ :
จากคุณ * :
 

หน้าที่ 1 จาก 9 หน้า
แสดง เรื่อง
ความคิดเห็นที่ 1
ชอบมากกกกกกก ติดจามนะคะๆๆๆๆ
จากคุณ sophidathosaeng/(sophidathosaeng) อัพเดตเมื่อ 30/04/2556 21:13:21
ความคิดเห็นที่ 2
สงสารพระเอก 555555555
จากคุณ cakecakez/(cakecakez) อัพเดตเมื่อ 31/10/2555 13:10:27
ความคิดเห็นที่ 3
สนุกมากคะ
จากคุณ konwan/(konwan) อัพเดตเมื่อ 29/09/2554 18:57:56
ความคิดเห็นที่ 4
สนุกมากคะ
จากคุณ konwan/() อัพเดตเมื่อ 29/09/2554 18:55:31
ความคิดเห็นที่ 5

สู้ๆ

จากคุณ mojoy100/(mojoy100) อัพเดตเมื่อ 05/08/2554 15:29:12
ความคิดเห็นที่ 6
สนุกๆๆๆ
จากคุณ แนน/(Nongrelax) อัพเดตเมื่อ 11/07/2554 21:46:39
ความคิดเห็นที่ 7
อ่านแล้วสนุกมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
จากคุณ หยก/(wiracht-504) อัพเดตเมื่อ 09/06/2554 14:11:42
ความคิดเห็นที่ 8
น่าติดตามที่สุด
จากคุณ Bumbim/(Bumbim1924) อัพเดตเมื่อ 05/06/2554 14:19:59
ความคิดเห็นที่ 9
ชอบๆรามินอ่าๆ ชอบๆ
จากคุณ นู๋นุ่น/(wipadalove11) อัพเดตเมื่อ 22/05/2554 02:54:37
ความคิดเห็นที่ 10
อ่ะอะ หนุกค่ะ

จากคุณ น้ำฝน/(namfonwowow) อัพเดตเมื่อ 18/05/2554 18:31:25
หน้าที่ 1 จาก 9 หน้า
แสดง เรื่อง
 
    มีปัญหาทางเว็บ ติดต่อ [email protected] จำนวนผู้ชมเว็บแจ่มใสขณะนี้: 218 ท่าน

Line PM