Guest   
 
Username: 
Password:  




 




  






 
อ่านเรื่อง
เล่ห์รักกลร้าย เจ้าชายอสูร
มิรา
 TRICK 01  Can’t Touch Your Heart
52
25/02/2554 14:51:43
30766
เนื้อเรื่อง

Trick of Love

เล่ห์รักร้าย เจ้าชายมาเฟีย

 

TRICK 01

Can’t Touch Your Heart

 

What's in a name?

That which we call a rose

By any other name would smell as sweet.

ชื่อนั้นสำคัญไฉน

กุหลาบ ไม่ว่าจะเรียกชื่อมันว่าอย่างไร

ความหอมรัญจวนของมันจะยังคงอยู่เหมือนเดิมเสมอ

 

From Shakespeare's Romeo and Juliet, 1594:

 

          มินตราหญิงสาววัยยี่สิบสี่ปีต้องกอดกระเป๋าใส่ไวโอลินของตัวเอง และเงยหน้าขึ้นมองความหรูหราของเรือสำราญที่จอดอยู่ตรงท่าเรือ ความอลังการและความงดงามที่เห็นทำให้เธอแทบจะไม่เชื่อสายตาว่านี่คือเรือ มองดูดีๆ แล้วมันคล้ายกับตึกใหญ่โตที่เคลื่อนที่บนผิวน้ำได้เสียมากกว่า

            เธอตอบรับคำชวนของรุ่นพี่มหาวิทยาลัยเดียวกันทันที เมื่อรุ่นพี่ที่เป็นนักดนตรีได้โทรมาเอ่ยปากชวนแกมขอร้อง ให้หล่อนมาช่วยเล่นไวโอลินในเรือสำราญที่จะเดินทางไปมาเก๊าอาทิตย์นี้ ความจริงแล้วมินตราเป็นพนักงานเงินเดือนธรรมดาๆ ในเมืองหลวงที่แออัดไปด้วยผู้คนเกือบห้าล้านคน

            และเมื่อถึงสิ้นปีทางบริษัทก็มีนโยบายให้พนักงานได้หยุดพักยาวครึ่งเดือน ซึ่งประจวบเหมาะกับตอนที่รุ่นพี่ได้โทรมาชวนให้ล่องเรือสำราญเป็นเวลาสิบสี่วันเสียจริง หญิงสาวแหงนหน้ามองความหรูหราของเรือจนเมื่อยคอจึงเสมองไปมองรอบๆ ตัวแทน

            ผู้คนที่กำลังเดินขึ้นเรือนั้นต่างแต่งกายดูดีมีฐานะ สมแล้วที่ได้มาพักผ่อนบนเรือสวรรค์นี้ เธอคิดพลางกวาดสายตามองไปรอบๆ

            “มิน!!” เสียงตะโกนเรียกชื่ออย่างดีใจที่ดังขึ้นมานั้น ทำให้เจ้าของชื่อหันไปมองต้นเสียงทันที ไม่นานรอยยิ้มอ่อนหวานก็ผุดออกมาที่ริมฝีปาก ทำให้สายตาของใครที่เดินผ่านไปมานั้นต่างต้องมองซ้ำยากที่จะถอนสายตา

            “พี่แก้มแก้ว!!” มินตราเรียกชื่อของรุ่นพี่ร่วมสถาบันอย่างดีใจ ก่อนจะกระโดดโลดเต้นราวกับเป็นเด็กตัวเล็กๆ เข้าไปหาคนที่เป็นเจ้าของชื่อทันที

            “โอ๊ย! โล่งใจจัง พี่นึกว่าคราวนี้จะแย่ซะแล้ว”  แก้มแก้ว เจ้าของสถาบันสอนดนตรีสากลเอ่ยอย่างเป็นกังวล แต่นัยน์ตานั้นหาได้เป็นอย่างน้ำเสียง เพราะเธอโล่งใจที่เห็นรุ่นน้องคนสวยผู้อ่อนหวานมาตามคำขอของเธอแล้ว

            เมื่อเดือนก่อนได้มีจดหมายว่าจ้างส่งมาถึงสถาบันดนตรี ขอให้ทางสถาบันช่วยคัดคณะดนตรีสากลเพื่อไปร่วมบรรเลงเพลงในเรือสำราญให้ โดยกำหนดระยะเวลาครึ่งเดือนและมีค่าตอบแทนที่สูงลิบลิ่ว เมื่อโอกาสมาถึงตรงหน้าแล้ว ทำไมเธอจะปล่อยโยนทิ้งไปได้

            แต่ปัญหาเกิดขึ้น เมื่อนักไวโอลินคนหนึ่งได้เกิดอุบัติเหตุจนไม่สามารถเล่นไวโอลินได้ แก้มแก้วจึงพยายามจะติดต่อหานักดนตรีมืออาชีพเพื่อจะมารับช่วงต่อจากคนที่บาดเจ็บไป และเธอก็นึกถึงสาวน้อยผู้ร่าเริงอ่อนหวานตอนที่เคยอยู่ชมรมดนตรีสากลด้วยกัน เมื่อครั้งที่เธอยังเรียนอยู่ในรั้วมหาวิทยาลัย

            มินตราคนนี้กวาดรางวัลในการแข่งขันไวโอลินมานักต่อนัก แต่น่าแปลกใจที่เธอกลับเลือกที่จะเรียนในสาขาบริหารธุรกิจ และให้ไวโอลินเป็นเพียงงานอดิเรกของเธอเท่านั้น

            “กระเป๋าเอาขึ้นเรือแล้วใช่มั้ย” แก้มแก้วเข้าไปดูแลรุ่นน้องสาวของเธอด้วยความเต็มใจ

            ไม่เจอกันมานานเกือบปีแต่ว่ามินตรายังดูเหมือนเดิมทุกอย่าง หน้าตา นิสัยใจคอ ไม่เปลี่ยนจากตอนที่เรียนมหาวิทยาลัยเลยสักนิดเดียว

            “ค่ะ มีคนยกขึ้นไปให้แล้ว แต่ว่าไวโอลินนี่มินหวง เลยถือเอง” หญิงสาวพูดแล้วก็แลบลิ้นตบท้ายอย่างซุกซน ทำให้คนมองต้องส่ายหน้าระอากับความเป็นเด็กไม่รู้จักโตของเธอเสียที

            “เรานี่ล่ะน้า แล้วโน้ตเพลงที่พี่ส่งให้ทางอีเมลน่ะไม่มีปัญหาใช่มั้ย?” ผู้ที่มีอายุมากกว่าเริ่มชวนคุย และจูงมือสาวรุ่นน้องให้ขึ้นเรือไปด้วย ท่ามกลางผู้คนที่กำลังทยอยขึ้นเรือเพื่อจะได้ออกจากท่าเรือ ท่องไปยังท้องทะเลสีฟ้าครามที่กว้างใหญ่

            “ไม่มีปัญหาค่ะ ครบเรียบร้อยแล้ว แล้วเราจะต้องเริ่มงานคืนนี้เลยรึเปล่าคะ” มินตราถามด้วยความสงสัย บางทีการมาเที่ยวเล่นครั้งนี้อาจจะมีงานหนักรอเธออยู่ก็เป็นไปได้

            “จ้า แต่คืนนี้เล่นไม่นานหรอกแค่เปิดงานน่ะ คนเยอะเหมือนกัน คณะดนตรีของเรามีประมาณสามสิบคนน่ะ” มินตราพยักหน้าหงึกหงักเป็นเชิงรับรู้ และเดินขึ้นเรืออย่างประหม่า

            ทุกสิ่งทุกอย่างดูแปลกใหม่สำหรับเธอไปเสียหมด จะมีใครว่าเธอเป็นพวกบ้านนอกเข้ากรุงหรือเปล่าหนอ หญิงสาวคิดในใจอย่างอยากรู้

            “ไปดูห้องพักกันก่อน พักกับพี่แล้วก็รุ่นน้องอีกคนนึงคงไม่เป็นไรนะ” แก้มแก้วถามเพื่อความสบายใจอีกครั้ง เธอเคยบอกเรื่องนี้กับมินตราไปแล้วว่าจะมีรูมเมทร่วมห้องพักสามคน ซึ่งก็ดูเป็นเรื่องที่น่าอึดอัดพอดูที่คนไม่รู้จักกันมาก่อนต้องมาร่วมห้องกันแบบนี้

            “ไม่มีปัญหาค่ะ มินน่ะยังไงก็ได้อยู่แล้ว”

          สองสาวคุยหยอกล้อและซักถามเรื่องราวที่อยากรู้ของกันและกันระหว่างทางที่เดินไปยังห้องพัก มินตรารู้สึกผ่อนคลายมากที่ได้มาพักผ่อนหลังจากที่ไม่ได้หยุดพักมาเกือบปี อีกทั้งยังเป็นท้องทะเลที่เธอชื่นชอบแบบนี้ด้วย เธอจึงยิ้มไปตลอดทางสร้างความประทับใจกับผู้ที่พบเห็นเดินสวนทางเป็นอย่างดี

            ความน่ารัก ความอ่อนหวานของเธอทำให้สายตาของเพศตรงข้ามมองมาด้วยความสนใจ แต่ใครเล่าจะรู้ สาวสวยคนนี้น่ะ ร้ายกาจราวกับแม่มดดีๆ นี่เอง

           

            “ขอบคุณที่เตรียมตัวมาเป็นอย่างดีเพื่อทางเรานะครับ” เสียงนุ่มทุ้มของ ราล์ฟ หรือ รามิน แอล อีวาน เจ้าพ่อคาสิโนลอยน้ำขนาดใหญ่ที่เป็นเจ้าของสัมปทานการเรือที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกกล่าวขึ้น ต่อหน้าคณะนักดนตรีสากลที่เขาได้ให้มือขวาคนสนิทเป็นคนจัดการ

            ทอมสัน ลูกน้องคนสนิทยิ้มได้นิดหน่อย เมื่อพบว่าเจ้านายของตนนั้นพอใจกับคณะนักดนตรีที่เขาจัดหามา เขาเป็นทั้งคนสนิทและมือขวาของราล์ฟมาตั้งแต่เมื่อห้าปีก่อนแล้ว หากเมื่อทั้งคู่อยู่ด้วยกันตามลำพังสถานภาพของทั้งสองจะเป็นเพื่อน หาใช่เจ้านายกับลูกน้องไม่

            “คืนนี้ผมจะเปิดตัวทัวร์จากไทยไปมาเก๊าคืนนี้ ยินดีที่เราได้ร่วมงานกันนะครับ หวังว่าพวกคุณคงมีความสุขที่ได้ร่วมงานกับผมเช่นกัน”

            รามินเอ่ยเสียงนุ่ม มารดาของเขาเป็นชาวไทยเขาจึงพูดภาษาไทยได้คล่องแคล่ว หากไม่ใช้คำศัพท์ยากๆ หรือคำที่เป็นภาษาสมัยใหม่มากเกินไปนักเขาก็จะฟังออกและสื่อสารได้ บิดาของเขาเป็นชาวอเมริกัน ได้ปูทางการทำธุรกิจเรื่องคาสิโนและการท่องเที่ยวไว้แล้ว

            ชายหนุ่มรับช่วงต่อจากผู้เป็นบิดาด้วยความเต็มใจและเต็มความสามารถ เพียงระยะเวลาห้าปีเขาก็สามารถขยายขอบข่ายชื่อเสียงได้กว้างขวาง ทั้งนี้เป็นเพราะว่าเขามีความขยันใส่ใจกับงานและปรับเปลี่ยนธุรกิจได้อย่างชาญฉลาด เรียกได้ว่าเขาทำงานได้อย่างดีไม่ขาดตกบกพร่องใดๆ ทั้งสิ้น

            ทั้งยังรูปงามอายุแค่ยี่สิบเก้าปีเพียงเท่านี้ก็ทำให้ชื่อเสียงของเขาโด่งดังได้ ในฐานะคนทำงานรุ่นใหม่ไฟแรงทั้งยังรูปหล่อหาตัวจับได้ยาก สาวๆ ที่เคยเห็นตัวจริงของเขาต่างพากันหลงใหลได้ปลื้มกันทั้งนั้น ทว่ารามินไม่สนใจในเรื่องของผู้หญิงเท่าไหร่ เพราะตอนนี้เขามีแต่เรื่องงานในหัวเพียงอย่างเดียวเท่านั้น

            แต่ว่าเขาเองก็ไม่เคยขาดมือเรื่องผู้หญิง หญิงสาวสมัยใหม่ที่รักชอบเงินตราของเขานั้นมีมากมาย ตัวชายหนุ่มเองนั้นได้บอกแต่แรกว่าไม่ชอบการผูกมัดใดๆ ทั้งสิ้น แม่สาวงามมากหน้าหลายตาที่ผ่านเข้ามาก็ยอมรับได้ในข้อนี้ และจากไปเมื่อรู้ตัวว่ารามินหมดความสนใจในตัวของพวกหล่อนแล้ว

            แค่เงินและความสนุกชั่วครั้งชั่วคราว ดูเหมือนว่าจะเป็นค่านิยมผิดๆ ที่ก่อตัวขึ้นในสังคมปัจจุบันอย่างรวดเร็ว

           

“แล้วเจอกันนะครับ” ดวงหน้าคมคายตามแบบฉบับครึ่งเอเชียครึ่งตะวันตก กวาดสายตามองไปทั่วคณะนักดนตรีอีกครั้ง

สายตาคมกริบของเขาสะดุดกับดวงตากลมโตของสาวน้อยคนหนึ่ง เธอยืนถือไวโอลินเอาไว้แน่นมองหน้าเขาตาแป๋ว เหมือนเด็กตัวเล็กๆ ที่กำลังใจจดใจจ่ออยู่กับการเล่านิทานของผู้ใหญ่ สีหน้าไร้เดียงสานั่นทำให้เขาหลุดยิ้มออกมาได้นิดหน่อย

            นานแค่ไหนแล้วนะ ที่ไม่ได้เจอกับสายตาใสซื่อแบบนี้ ชายหนุ่มคิดในใจก่อนจะยิ้มให้เธออีกนิด

            มินตราเองเมื่อเห็นรอยยิ้มจากชายหนุ่มที่กำลังจับจ้องอยู่ยิ้มให้เธอ หญิงสาวเองก็ยิ้มกว้างเข้าไปอีก ในใจนึกพอใจที่เจ้าของเรือนี้ดูใจดีเป็นกันเอง ไม่ขี้เบ่งเหมือนเจ้านายที่บริษัทของเธอเลย

            เมื่อร่างสูงที่ใส่สูทสีดำเนื้อดีนั้นก้าวเดินออกไปพร้อมกับคนสนิท เสียงพูดคุยเบาๆ จึงดังขึ้นในหมู่นักดนตรีทันที

            “เขาดูใจดีใจจังเลยเนอะ พี่แก้มแก้ว” มินตราเอ่ยขึ้นกับคนข้างตัวอย่างชื่นชม

            “นั่นสิ ตอนแรกพี่ก็เกร็งๆ เหมือนกันว่าเขาจะดุอะไรรึเปล่า”

            “ตอนแรกมินคิดว่าเขาจะเป็นผู้ชายอายุเยอะแล้วซะอีก ที่ไหนได้ยังหนุ่มแล้วก็หล่อเฟี้ยวอยู่เลย” มินตราพูดตามประสาคนร่าเริงอารมณ์ดี และเรียกรอยยิ้มเอ็นดูจากแก้มแก้วได้เหมือนทุกครั้ง

            “ไปกัน ไปเตรียมตัวได้แล้ว เอ้า เด็กๆ! เดินมาๆ อย่าเสียงดังกันสิ!!” แก้มแก้วเรียกให้คณะนักดนตรีเดินออกจากพักด้านหลังที่มีไว้เพื่อเตรียมตัว

            เมื่อพิธีกรที่ทำหน้าที่อยู่ข้างหน้าเวทีให้สัญญาณ คณะนักดนตรีสากลจึงเดินไปประจำที่ของตัวเอง มินตราได้อยู่ตำแหน่งโซโลเดี่ยวของไวโอลินเมื่อใกล้จะจบเพลง เธอสูดหายใจเข้าปอดระงับความตื่นเต้น เมื่อรู้ว่ามีสายตาหลายคู่กำลังจ้องมองมาที่เธอ

            เสียงดนตรีที่บรรเลงเพลงอย่างอ่อนหวาน ทั้งยังให้ความตื่นเต้นในบางทีสร้างความเพลิดเพลินให้กับแขกที่มาพักผ่อนบนเรือสำราญได้อย่างดี มินตราหลับตาพริ้มและนึกถึงโน้ตเพลงที่จะต้องเล่นต่อไป เธอเล่นไวโอลินมาตั้งแต่เด็กๆ และผูกพันเหมือนเป็นส่วนหนึ่งของเครื่องดนตรีชนิดนี้

            เมื่อมีเวลาว่างเธอมักจะเล่นเพลงด้วยตัวคนเดียว เพื่อผ่อนคลายอารมณ์เมื่อยามที่เจ็บปวด โมโห หรือเสียใจ และตอนนี้เมื่อถึงท่อนโซโลเดี่ยว มินตราลุกขึ้นยืนแล้วก็สีไวโอลินด้วยความชำนาญ แก้มแก้วเองยังนึกแปลกใจที่เธอร้างลาจากการเล่นไปนาน แต่กลับยังเล่นไวโอลินได้อย่างไร้ที่ติ

            ผู้หญิงคนนี้มีพรสวรรค์รวมทั้งพรแสวงในตัวมากจริงๆ

            เมื่อเพลงบรรเลงจบลงเรียกเสียงปรบมือได้เป็นอย่างดี คณะนักดนตรีทุกคนต่างก็พอใจในผลงานของตัวเอง และค่อยๆ เคลื่อนย้ายกลับไปหลังเวทีเพื่อพักผ่อน และไปประจำยังห้องต่างๆ ตามที่จะมีเจ้าหน้าที่ทางเรือมาบอกให้ไปเล่นเพลงให้แขกฟังตามที่ได้รับคำสั่งมา

            “ยิ้มหน้าบานเชียว พอใจล่ะสิ” แก้มแก้วเดินเข้ามาแซวรุ่นน้อง เมื่อเห็นว่ามินตรายิ้มหน้าบานไม่หยุด หลังจากที่ได้รับเสียงปรบมือย่างท่วมท้น

            “ใช่ค่ะ! มินน่ะ ชอบมากๆ เลยล่ะ”

            “วันนี้เห็นคุณทอมสันบอกว่าไม่มีอะไรแล้วล่ะ แขกจะไปคาสิโนแล้วก็ทานอาหารกัน เราก็ไปทานบ้างเถอะ” แก้มแก้วชวน ก่อนที่เธอจะขมวดคิ้วเมื่อคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้

            “อยากไปคาสิโนมั้ยมิน?

            จำได้ว่าครั้งหนึ่งตอนที่เล่นไพ่ป๊อกนั้น มินตรากวาดเรียบทุกครั้งไป เป็นที่น่าแปลกใจของคนที่เล่นด้วยเสมอๆ ครั้งนี้เองแก้มแก้วคิดว่าถ้าลองเอามินตราไปเสี่ยงโชคแล้วได้เงินกลับมา มันก็อาจจะเป็นการพิสูจน์ว่ารุ่นน้องของเธอมีพรสวรรค์ด้านการเสี่ยงโชคด้วยหรือเปล่า ครั้งนั้นรุ่นพี่ที่เป็นเจ้ามือถึงกับตกใจเพราะว่าไม่เคยเจอคนดวงเฮงจากมินตรามาก่อนเลย

            “เอ มันก็น่าสนุกเหมือนกันเนอะ” มินตราตอบรับนัยน์ตาเป็นประกาย

 

            แต่เรื่องมันกลับไม่เป็นอย่างที่แก้มแก้วหวัง เพราะว่ามีแขกที่ชอบเสียงไวโอลินของมินตรา ได้ขอเชิญให้มินตราไปเดี่ยวไวโอลินที่ห้องโป๊กเกอร์หลังจากที่ทานมื้อค่ำเรียบร้อยแล้ว

            “เดี๋ยวมินเล่นไวโอลินเสร็จ เราค่อยไปแลกชิพแล้วเล่นกันก็ได้เนอะ” หญิงสาวเอ่ยชวนผู้เป็นรุ่นพี่ เมื่อเห็นว่าแก้มแก้วนั้นทำหน้าเจื่อนไปเสียแล้ว

            “งั้นก็ได้ ใครจะใจร้ายให้น้องสาวคนสวยของพี่สีไวโอลินถึงเช้าล่ะ เนอะ!” เธอยิ้มกว้างกับคำพูดของรุ่นพี่

            ตอนนี้มินตรายืนอยู่ข้างโต๊ะไพ่คู่ที่กำลังเล่นไพ่โป๊กเกอร์กันอยู่ ฝ่ายเจ้ามือก็คือคนในเรือคาสิโนนี้นั่นเอง และอีกฝ่ายเป็นชายที่อายุเยอะพอสมควรดูเหมือนว่าเขาจะเกษียณแล้วและมาพักผ่อนบนเรือสำราญ และเป็นคนเดียวกับที่ขอให้เธอมาเดี่ยวไวโอลินให้ฟัง

            เมื่อชายสูงวัยคนนั้นทำชิพที่ไว้ใช้แทนเงินสดหล่นลงที่พื้น อาศัยที่ชิพเป็นวงกลมแบนเหมือนกับเหรียญทำให้มันวิ่งมาปะทะที่รองเท้าของเธอเข้า มินตราย่อตัวลงเก็บชิพนั้นและเดินเอาไปส่งให้ชายสูงอายุคนนั้นถึงที่

            “มันหล่นค่ะ” เธอพูดอย่างนอบน้อมและส่งรอยยิ้มอ่อนหวานให้ด้วย

            “อ้อ! ขอบใจนะ ฉันมือไม้ไม่ค่อยจะดีเหมือนเมื่อก่อน แถมหูตายังฟ้าฟางอีกด้วย เอ ดูให้หน่อยสิ ควรจะทิ้งไพ่เปลี่ยนใหม่ดีมั้ย?” แล้วจู่ๆ ชายผู้นั้นก็ยื่นหน้าไพ่ให้มือให้กับหญิงสาว เพื่อให้เธอช่วยพิจารณา

            มินตราถึงกับตกใจเล็กน้อยก่อนจะกวาดสายตามองไปยังหัวโต๊ะอีกฝั่ง ที่เป็นที่นั่งของเจ้ามือ

            ก็เราทำงานให้เรือนี้นี่นา ถ้าช่วยคุณลุงเค้าไปแล้วเค้าชนะพนันขึ้นมาล่ะ จะว่าไงดีทีนี้ คิ้วเรียวยาวขมวดเข้าหากันอย่างหนักใจ

            สีหน้าของหญิงสาวตอนนี้อยู่ในสายตาของรามินตลอดเวลา เขาบังเอิญได้ยินเสียงไวโอลินในห้องโป๊กเกอร์ เพราะความแปลกใจเลยเดินเข้ามาดูก็เห็นว่าเป็นหญิงสาวที่ดูไร้เดียงสาคนนั้น กำลังเดี่ยวไวโอลินให้แขกในห้องฟัง จากนั้นเธอก็หยุดอยู่ข้างโต๊ะเมื่อเล่นเพลงจบแล้ว และก็รอสัญญาณว่าจะให้เล่นไวโอลินต่อเมื่อไหร่

            และยิ่งแปลกใจเพราะตอนที่คนของเขากำลังสับไพ่และกรีดไพ่นั้น สายตาของเธอมองที่มือคนของเขาตาไม่กะพริบทีเดียว สายตาแบบนั้น มันมุ่งมั่นเสียจนเขาอยากจะรู้ว่าถ้าเธอกำลังเป็นฝ่ายเล่นอยู่ เธอจะชนะหรือเปล่า เมื่อเห็นเธอกำลังอึกอักกับคำขอร้องของแขกที่กำลังขอให้เธอช่วยดูไพ่ให้นั้น ขายาวๆ ของเขาจึงก้าวเข้าไปยังโต๊ะโป๊กเกอร์นั้นทันที

          “มีอะไรรึเปล่าครับ” เขาเดินไปถึงร่างบางของนักไวโอลินสาวอย่างรวดเร็ว และทำให้มินตราสะดุ้งน้อยๆ มองหน้าเขาอย่างตกใจ

            “อ้อ ผมอยากให้เธอช่วยดูไพ่ให้น่ะ จะได้รึเปล่าล่ะ” ชายสูงวัยถาม พร้อมกับขยับริมฝีปากให้เผยรอยยิ้มออกมา

            รามินมองตาชายคนนี้แล้วก็นึกในใจว่าเขาคงอ่านสีหน้าผู้คนออกได้ดีไม่เบาทีเดียว และคงสังเกตเห็นสีหน้าท่าทางของหญิงสาวอย่างที่เขาสังเกตเห็นเช่นกัน เพราะความอยากรู้ว่าหญิงสาวนักไวโอลินคนนี้จะทำให้ชายสูงวัยคนนี้ชนะไพ่ตานี้หรือเปล่า เขาจึงยิ้มและพยักหน้าแต่โดยดี

            “เชิญครับ ตามสบายเลย ว่าแต่คุณ” ชายหนุ่มยืดตัวขึ้นและหันไปมองหน้านักไวโอลินสาว เหมือนจะถามว่าเธอชื่ออะไร

            “มินค่ะ มินตรา” เธอตอบพร้อมกับรอยยิ้มสดใสอันเป็นเอกลักษณ์ประจำตัวของเธอ

            ทั้งรามิน ทั้งคนที่อยู่บริเวณนั้นต่างถูกรอยยิ้มนั่นเล่นงานจนเผลอมองตามไปอยู่ชั่วครู่

            “ครับคุณมินตรา รบกวนช่วยรับรองแขกด้วยนะครับ” รามินกล่าวอย่างสุภาพ แล้วก็เลื่อนตัวไปนั่งอีกโต๊ะเพื่อสังเกตการณ์เงียบๆ

            เมื่อร่างของคนที่ขึ้นชื่อว่านายจ้างจากไป หญิงสาวเลยขยับตัวเข้าไปใกล้ชายที่เกษียณแล้วคนนั้นก่อนจะกวาดสายตามองไพ่ในมือของเขาไปด้วย เธอเคยเล่นเทนนิสมาก่อนและความเร็วของลูกเทนนิสนั้นวิ่งได้เร็วมากกว่า สองร้อยกิโลเมตรต่อชั่วโมง โดยเฉพาะกัปตันทีมที่ร่างเป็นชายแต่ใจเป็นหญิงด้วยแล้ว

            เธอไม่จะอยากจะนึกถึงตอนที่กัปตันทีมเทนนิสเสิร์ฟลูกเสิร์ฟเอชเลยสักนิด และเมื่อตอนที่เธอจ้องมองคนสับไพ่ที่ทั้งสับทั้งกรีดพร้อมกับบันทึกภาพไว้ในสมอง เธอก็พอจะรู้ว่าไพ่สามใบสุดท้ายที่อยู่ในหน้าตลับไพ่ในมือของคนแจกไพ่นั่นเป็นไพ่หมายเลขอะไร

            เมื่อเธอมองดูหน้าไพ่ของชายสูงวัยข้างหน้าเธอก็พบว่ามันคือ เห่า (Full House) ประกอบด้วยไพ่ตองตัวเลขเหมือนกันสามใบ และใบคู่เลขเหมือนกันอีกสองใบ จะว่าไปหน้าไพ่นี้ก็ถือว่าใช้ได้ทีเดียว แต่ติดอยู่ไพ่คู่ที่เป็นคู่ 2 เท่านั้นที่แต้มมันดูจะต่ำไปหน่อย

            และถ้าจำไม่ผิดไพ่สองใบที่อยู่หน้าตลับไพ่นั้นดูเหมือนจะเป็นเลข

          “ว่าไงหนูมิน เราควรจะทิ้งหรือรุกดี” ชายชราเรียกชื่อเล่นของหญิงสาวเพื่อเพิ่มความสนิทนม มินตรายิ้มและยื่นมือเรียวยาวของตนไปแตะที่ไพ่คู่ 2 นั้นทันที

            “ขอเปลี่ยนไพ่ค่ะ” เธอพูดแล้วก็ดึงไพ่คู่เลข 2 วางที่โต๊ะกลาง

            คนที่แจกไพ่ก็ให้ไพ่ใบใหม่มาแก่ชายชราสองใบ และเมื่อเขาพลิกหน้าไพ่ดูนั้นเขาก็พบว่ามันเป็นคู่หมายเลข 8 ชายชราหันไปมองมินตราด้วยความแปลกใจนิดหน่อย เขาคิดว่าหญิงสาวคนนี้มีทักษะการเล่นไพ่ที่ดีทีเดียว แต่ไม่นึกว่าเธอจะดวงดีและไหวพริบดีได้ถึงขนาดนี้

            “เห่า” ว่าแล้วชายชราก็หงายไพ่ในมือวางที่โต๊ะ พร้อมกับกวาดชิพบนโต๊ะกลางไปได้ทั้งหมด

            ทุกอย่างอยู่ในสายตาของรามินตลอดเวลา และเขาก็คิดว่าอยากจะทดสอบอะไรบางอย่างกับมินตราด้วยเช่นกัน

 

            “ฉันไม่มีเงินหรอกค่ะ” มินตราบ่นเสียงอุบอิบ เมื่อจู่ๆ รามินก็เข้ามาแตะศอกเธอเบาๆ บอกว่ามีเรื่องอยากคุยด้วย ตอนแรกเธอก็คิดว่าเขาจะเรียกมาดุหลังจากที่ช่วยให้คุณลุงคนนั้นชนะไพ่ไป แต่ที่ไหนได้ เขากลับเป็นฝ่ายเอ่ยปากชวนให้เธอไปเล่นโป๊กเกอร์ด้วยกัน ทำเอาเธอมองหน้าเขาด้วยความไม่เข้าใจ

            เขาต้องการอะไรกันแน่นะ หญิงสาวคิดในใจ

            “ผมให้คุณเปล่าๆ เลยห้าหมื่น” แล้วคนใจป้ำก็ทำให้นักไวโอลินถึงกับตาโต

            ห้าหมื่นเนี่ยนะ มันเยอะอยู่ไม่ใช่เหรอ เขาคิดอะไรของเขาเนี่ย คิ้วเรียวสวยของมินตราขมวดคิดกันแน่น ชักจะสงสัยในพฤติกรรมของชายหนุ่มมากขึ้นทุกทีๆ เสียแล้ว

รามินไม่พูดเปล่า คนสนิทของเขายังเอาชิพแทนเงินสดจำนวนหน้าห้าหมื่นบาทมาวางตรงหน้ามินตราอีกด้วย เช่นเดียวกับเขารามินเองก็มีชิพในมืออยู่ห้าหมื่นเช่นกัน ตอนนี้มินตราขบริมฝีปากบางระเรื่อของตัวเองเอาไว้ และคิดว่าจะทำอย่างไรไม่ให้ทั้งเขาและตัวเองต้องเสียหน้า

            ถ้าหักหน้าเขาด้วยการชนะรวดเดียวมันคงจะดูไม่ดี แต่ถ้าแกล้งแพ้เขาก็คงดูออก เพราะอย่างนั้นสมองของมินตราจึงคิดหาทางหนีทีไล่อยู่ชั่วครู่ จากนั้นนัยน์ตารวมทั้งปากของหล่อนก็ยิ้มกว้างออกมา ราวกับคิดอะไรบางอย่างได้แล้ว

            “ขอฉันเล่นแค่ห้าตานะคะ แล้วก็เป็นคนวางเงินพนันเองด้วย ถ้าฉันวางเท่าไหร่ คุณก็ต้องวางเท่านั้นนะคะ” เธอต่อรอง พอจะหาทางที่ทำให้ทั้งเขาและตัวเองไม่ได้เสียหน้าได้แล้ว

            “ยินดีครับ” รามินรับคำและรอดูว่าอีกฝ่ายกำลังวางแผนอะไรอยู่

            เมื่อเริ่มเกมแรกมินตราวางชิพแค่ 2000… และทำให้รามินสบตากับทอมสันคนสนิทอย่างไม่เข้าใจเท่าไหร่ แต่สุดท้ายเขาก็ยอมวางชิพที่โกลางจำนวนเท่าๆ กับมินตรา ในเกมแรกมินตราแกล้งแพ้ไปอย่างง่ายดายและเสียชิพไปสองพัน รอบสองมินตราวางชิพเป็น 4000 และรามินเองก็วางจำนวนที่เท่ากัน และผลสุดท้ายมินตราแพ้ไปอีก

            ดวงตาที่คมประดุจเหยี่ยวของรามินจ้องมองดวงหน้าหวานของมินตราอย่างจับผิด เธอกำลังคิดอะไรอยู่ ทำไมไม่ขอเปลี่ยนไพ่ ซ้ำยังไม่จ้องมองคนแจกไพ่เลยสักแวบเหมือนจะทำให้ตัวเองแพ้ ชายหนุ่มคิดในใจก่อนจะวางเงินเดิมพันในรอบที่สามจำนวน 8000 เท่ากับของหญิงสาว

            ดูเหมือนว่ามินตราจะทบเงินขึ้นเป็นทีละสองเท่า เขาคิดก่อนจะพบว่าตัวเองชนะมินตราในรอบที่สามอีกครั้ง ตอนนี้หญิงสาวเสียไปเป็นเงินจำนวน 14,000 แล้ว และถ้าเขาเดาไม่ผิดรอบที่สี่มินตราจะวางเงินจำนวน 16,000 และก็จริงเสียด้วย เท่ากับว่าตอนนี้มินตราเหลือชิพที่ไม่รวมกับจำนวนที่วางไปก่อนหน้านี้แค่ 20,000 เท่านั้น เธอกำลังคิดอะไรอยู่ในใจ ชายหนุ่มคิดอย่างสงสัย

            และเมื่อเกมดำเนินมาถึงตาที่สี่มินตราจับจ้องไปยังคนแจกไพ่และเปลี่ยนไพ่จนพอใจ และผลสุดท้ายเธอกวาดเอาชิพกลับไปได้ 32,000 รวมทั้งชิพเดิมพันของตัวเองด้วย ดวงตาของรามินเบิกกว้างขึ้น เมื่อหญิงสาวดึงเอาเงินที่ตัวเธอเสียกลับคืนไปได้หมดและยังเอาเงินเขาไปได้สองพัน

            และเมื่อมาถึงเกมที่ห้าเกมสุดท้าย มินตราวางเงินเดินพันที่ 32,000 อย่างที่รามินคิดไว้ และผลสุดท้ายคือเธอกวาดเอาชิพของเขาไปได้ทั้งหมด 84,000 บาท โดยที่เขาเหลือเงินอยู่เพียง 16,000 บาทเท่านั้น ชายหนุ่มหันไปมองคนสนิทด้วยความตกใจ เขาไม่เคยเจอเรื่องแบบนี้มาก่อนเลยจริงๆ

            “ครบห้าตาแล้วนะคะ ฉันขอตัวไปพักผ่อนก่อนนะคะ” หญิงสาวพูดก่อนจะกวาดเอาชิพใส่ในกระเป๋าไวโอลินของตัวเอง

            เป็นไปตามที่วางแผนเอาไว้! หญิงสาวคิดในใจอย่างตื่นเต้น

            ตอนแรกเธอคิดแทบตายว่าจะทำยังไงไม่ให้เขาที่เป็นเจ้าของคาสิโนต้องเสียหน้า และตัวเองก็ไม่ต้องเสียหน้าด้วย สุดท้ายก็เลยคิดให้เขาชนะเธอด้วยจำนวนครั้งที่มากกว่า นั่นคือ 3:2 แต่เธอกวาดเงินของเขามาได้มากกว่าครึ่งจากห้าหมื่นที่เขามีอยู่ รวมทั้งที่เขาให้เธอเปล่าๆ ตอนแรกอีกห้าหมื่น รวมทั้งหมดเป็น 84,000 บาท

            คนอื่นที่เล่นไพ่อยู่ไม่รู้จำนวนเงินเดิมพันของเธอกับรามิน และเห็นว่ารามินชนะครั้งมากกว่า รามินจะได้ไม่เสียหน้าที่ถูกผู้หญิงตัวเล็กๆ อย่างเธอชนะเอา และเธอก็ได้เงินเขามากกว่ากว่าครึ่งค่อน เพราะอย่างนั้นเลยเป็นการยุติธรรมกับทั้งสองฝ่ายแล้ว

            เมื่อนักไวโอลินสาวก้าวเท้าออกไปนอกห้องโป๊กเกอร์อย่างร่าเริงอารมณ์ดีแล้ว รามินถึงกับสบถออกมายาวเหยียด พระเจ้าช่วย! เขาไม่เคยเสียมากถึงขนาดนี้มาก่อนเลย ขนาดทอมสันลูกน้องคนสนิทของเขาก็ยังเก็บอาการขำสีหน้าของเจ้านายหนุ่มไม่ไหว หัวเราะพรืดออกมาทันที นึกไม่ถึงว่านายของเขาจะถูกผู้หญิงตัวเล็กๆ รูดเงินไปได้เกือบแสนแค่ระยะเวลาไม่ถึงชั่วโมง

            “ทอมสัน! ฉันไม่อยากจะเชื่อ!!” รามินมองชิพที่เหลือบนโต๊ะแล้วอ้าปากค้าง

            “ผมก็ตกใจ ตอนแรกแค่วางชิพสองพัน แต่ไหงเจ้านายเหลือเงินอยู่แค่หมื่นหกจากห้าหมื่นได้นะ ไม่เข้าใจจริงๆ” ทอมสันพูด ยังนึกตลกหน้าตาของเจ้านายไม่หาย หญิงสาวคนนั้นสายตาไวหาตัวจับได้ยาก แค่แวบเดียวหล่อนก็รู้เสียแล้วว่าไพ่ใบไหนเป็นอะไร เจ้านายของเขาเลยถูกลอกคราบเหลือเงินอยู่แค่ไม่เท่าไหร่

            รามินยกมือลูบริมฝีปากตัวเองด้วยความมึนงง เขารู้ว่าเธอจงใจแกล้งแพ้สามรอบติดเพื่อใครคนอื่นๆ มองว่าเขาเล่นสนุกกับเธอและไม่สนใจโต๊ะของเขาอีก นึกไม่ถึงว่าสองตาสุดท้ายเธอจะดัดหลังเขาได้เจ็บแสบขนาดนี้ ผู้หญิงคนนั้นเซ้นต์และทักษะยอดเยี่ยมจริงๆ

          “ฉันมีอะไรจะให้นายทำ” รามินปรายตามองมือขวาของตน และคนที่เป็นลูกน้องก็ถึงกับยิ้มที่มุมปากเหมือนรู้ทัน

            “นายรู้ใช่มั้ย ว่าฉันต้องการอะไร”

           

            มินตราทำหน้างงๆ เมื่อมาหยุดในห้องนอนของใครสักคนก็ไม่รู้ ทอมสัน ผู้ชายมาดดุคนที่เป็นมือขวาของรามินมาเชิญเธอให้ออกมาเดี่ยวไวโอลินให้ใครก็ไม่รู้ฟัง ตอนแรกหล่อนนึกว่าจะเป็นชายสูงอายุคนนั้นที่เรียกเธอไปเล่นไวโอลินให้ฟังในห้องโป๊กเกอร์

            และตอนนี้เธอก็ยืนถือไวโอลินในมือพร้อมกับกวาดสายตามองไปรอบๆ ห้องนอนหรูนี่ด้วยความตื่นตาตื่นใจ ท่าทางเจ้าของห้องนี้ต้องรวยมากแน่ๆ หล่อนคิดเมื่อมองดูความหรูหราฟู่ฟ่าในห้องพักนี้ไปด้วย แล้วก็สะดุ้งเมื่อได้ยินเสียงเปิดประตูพร้อมกับร่างสูงๆ ของชายหนุ่มวัยฉกรรจ์เดินออกมาจากห้องน้ำที่อยู่ในตัวห้องนี้

            “คุณรามิน” มินตราครางออกมาเป็นชื่อเขาเบาๆ ก่อนหน้าหน้าร้อนวาบเมื่อเห็นเขาออกมาจากห้องน้ำทั้งที่สภาพยังไม่เรียบร้อยนัก เธอหันหลังให้เขาทันทีทั้งยังหน้าแดงก่ำไปถึงใบหูขาวเล็กนั่นด้วย

            รามินมองด้านหลังของเจ้าหล่อนพลางหัวเราะในคออย่างพอใจ ผู้หญิงคนนี้สวยใสไร้เดียงสาอย่างที่คิดไว้จริงๆ แต่ฝีมือในการปอกลอกเงินของเขาไม่น้อยเลยสักนิด เพราะอย่างนั้นเขาเลยให้มือขวาของเขาไปลากเธอมา เพื่อจะตกลงเรื่องอะไรบางอย่างกับเธอ

            ร่างสูงเพรียวแข็งแกร่งของรามินขยับเข้าไปชิดด้านหลังของคนตัวเล็ก พร้อมกับดึงเอาไวโอลินจากมือของเธอโยนไปที่กลางเตียง เรื่องที่บอกให้ทอมสันไปเรียกหล่อนให้มาเล่นไวโอลินให้ฟังน่ะ มันแค่เรื่องบังหน้าต่างหาก ฝ่ายมินตราก็สะดุ้งเฮือกก่อนจะมองตามไวลินตัวโปรดของตัวเองอย่างตกใจ

            ผู้ชายคนนี้กล้าดียังไงมาโยนของรักของเธอแบบนี้!!

            “นี่คุณ!!” เธอหันไปมองเขาอย่างฉุนๆ แล้วก็รู้สึกเหมือนว่าพื้นที่ยืนอยู่เอียงโคลงเคลง เมื่อมือใหญ่ของรามินผลักไหล่เธอเบาๆ ร่างเล็กบอบบางราวกับตุ๊กตาผ้าก็เซล้มลงกลางเตียงหลังใหญ่ของเขาทันที

            ไม่รอช้ารามินพาตัวเองขึ้นคร่อมร่างของเขาเธอเอาไว้ทันที ด้วยผ้าเช็ดตัวเพียงผืนเดียวที่พันรอบเอวเขาไว้ ทำให้มินตราชะงักตัวแข็งทื่อมองเขาหน้าตาตื่นอยู่ใต้ร่างหนาได้สัดส่วนของรามิน ถ้าขยับแล้วผ้าเขาหลุดล่ะ เธอจะไม่เป็นตากุ้งยิงเหรอ เธอกรีดร้องอยู่ในใจ และตื่นตระหนกจนทำอะไรไม่ถูก

ดวงตาและริมฝีปากของเธอดูเย้ายวน ยิ่งเห็นแววตาตื่นตระหนกของเธอแล้วยิ่งขับเน้นให้ดวงตาของเธอดูเป็นประกายกลมโตสุกใสเข้าไปใหญ่

            ผู้หญิงคนนี้แม่มดชัดๆ ชายหนุ่มคิดอยู่ในใจ

            “อย่านะคุณรามิน คุณจะทำอะไรน่ะ” เมื่อได้สติ มือน้อยบอบบางของมินตราก็ผลักไหล่หนาของรามินทันที

            หากแต่มันไม่ได้ช่วยอะไรเธอเลยสักนิด ร่างกายของเขาไม่ขยับเขยื้อนเลยแม้แต่น้อย

            “ฉันจะไม่พูดอ้อมค้อมแล้วนะมินตรา” เขาพูด พลางก้มหน้าลงไปใกล้ๆ เธอ สูดดมกลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ที่ลอยมาจากซอกคอและหลังหูของสาวเจ้าด้วยอาการที่บอกไม่ถูก

            “ถ้าไม่จบเรื่องบนเตียงแบบนี้ เธอต้องทำอะไรบางอย่างให้ฉัน”

            หัวใจดวงน้อยของมินตราเต้นตึกตักรัวจนเจ็บอกไปหมด ยิ่งเห็นหน้าของเขาใกล้ๆ เธอก็เห็นว่าเขารูปงามหาตัวจับได้ยาก และมีเสน่ห์เหลือล้นจนเธอเริ่มจะทำอะไรไม่ถูก ดวงตากลมโตจึงได้แต่กลอกไปมามองหน้าเขาอย่างกล้าๆ กลัวๆ เท่านั้น

            มือเล็กบางของเธอวางแตะอยู่ที่หน้าอกของเขาอย่างไม่รู้ตัว รู้สึกดีเป็นบ้า ชายหนุ่มคิดในใจเมื่อรู้สึกถึงสัมผัสของมินตราที่หน้าอกของเขา

            “เธอต้องมาเป็น

 

          “นายครับ” แต่เสียงเคาะประตูและตามด้วยเสียงของผู้ชายคนหนึ่งที่อยู่ด้านนอก ดังขึ้นมาทำให้รามินนึกหงุดหงิด คิ้วเข้มของเขาขมวดติดกันแน่น

            ในขณะที่หัวใจดวงน้อยของมินตราเต้นแรงกระหน่ำไปหมด เมื่อกี้เขาเกือบจะจูบเธอเชียวนะ หญิงสาวนึกในใจ ดวงตาที่กลมโตอยู่แล้วยิ่งเบิกกว้างขึ้นมากกว่าเดิม รามินหันมามองร่างบางที่นอนแข็งทื่ออยู่ใต้ร่างของเขาอีกแล้วก็อยากจะหัวเราะ ท่าทางของเธอเหมือนเด็กน้อยที่กำลังตกใจอย่างรุนแรงจนทำอะไรไม่ถูก

            ไม่มีคำพูดใดๆ หลุดออกมาจากริมฝีปากหยักได้รูปของเขา คงจะมีแต่รอยยิ้มที่มุมปากบางๆ เท่านั้น

            ฝ่ายคนสนิทอย่างทอมสันที่รออยู่หน้าห้องก็นึกแปลกใจที่เจ้านายไม่ขานรับอะไรเลย ทั้งที่ปกติรามินจะความรู้สึกไวมาก แม้จะหลับสนิทอยู่แต่เมื่อมีใครมาเรียกเขาก็จะตื่นขึ้นมาอย่างรวดเร็ว เพราะว่าอาชีพการงานของเขาต้องเสี่ยงกับอะไรหลายๆ อย่าง เขาจึงมักจะตื่นตัวเตรียมพร้อมอยู่เสมอ

            แต่ทำไมตอนนี้นายของเขาถึงได้เงียบกริบนัก

          ทอมสันคิดแล้วก็ยกมือขึ้นเคาะประตูไม้สักบานหนาอีกครั้ง พร้อมกับส่งเสียงเรียกคนที่อยู่ด้านในไปด้วย

            “นายครับ”

            “เออ!!” คราวนี้ได้ยินเสียงคนเป็นนายที่ส่งเสียงออกมาจากห้องพักอย่างฉุนๆ

            คนที่เป็นลูกน้องอย่างทอมสันถึงกับสะดุ้งเพราะเข้าใจอารมณ์ตอนนี้ของรามินได้เป็นอย่างดี ซวยล่ะสิ นายกำลังเข้าด้ายเข้าเข็มอยู่แน่ๆ

            มินตราเองก็ได้สติเพราะคำพูดห้วนๆ ของรามิน มือน้อยออกแรงผลักไหล่หนาของรามินอีกครั้ง

            และครั้งนี้ได้ผลร่างหนาของรามินผงะออกไป พร้อมๆ กับที่เธอคว้าเอาไวโอลินคู่ใจของเธอมาไว้ในมือ วิ่งหน้าตาตื่นเปิดประตูออกไป และชนโครมเข้ากับร่างสูงใหญ่ของทอมสันที่ยังยืนรอผู้เป็นนายอยู่ด้านนอก

“ว้าย!!” แรงปะทะที่เกิดขึ้นทำให้ร่างบอบบางของหญิงสาวล้มที่พื้น พร้อมกับไวโอลินที่เหวี่ยงไปถูกหน้าอกขาวและแข็งแรงของรามินดังปึ้ก

            เจ็บคนละดอก

            ทอมสันคิดในใจแล้วก็กลั้นหัวเราะเมื่อเห็นสีหน้าของทั้งมินตรา รามิน แต่ละคนกุมร่างกายส่วนที่เจ็บไว้ รามินกุมหน้าอกตัวเองสีหน้าเจ็บปวด มินตราเองก็กุมจมูกแล้วก็ครางออกมาเบาๆ ส่วนตัวเองเขาก็ใช่ว่าจะไม่เจ็บเสียเมื่อไหร่ จุกอยู่พอสมควรเลยล่ะ เห็นตัวเล็กๆ แบบนี้แต่แรงเยอะชะมัด ทอมสันคิดพลางลูบหน้าอกที่จุกน้อยๆ เพราะแรงกระแทกจากหญิงสาวไปด้วย

            “นี่เธอเป็นผู้หญิงนะ กระโดกกระเดกไปไหนของเธอ” รามินพูดอย่างฉุนๆ เพราะผู้หญิงคนนี้คนเดียว เขาถึงเสียหน้าต่อหน้าคนสนิทแล้วมากกว่าครั้งหนึ่ง เขาหยิบเอาไวโอลินขึ้นมาจากพื้นแล้วก็หิ้วปีกของหญิงสาวขึ้นมาด้วย

            “ก็ คุณน่ะ คิดอะไรของคุณล่ะ” หญิงสาวแม้จะกลัวแต่ก็ไม่กล้าที่จะแกล้งทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ว่าก่อนหน้านี้เกิดอะไรขึ้น

            ถ้าคนสนิทของเขาไม่เข้ามาเรียกเธอจะไม่ถูกเขาปล้ำเอาเหรอ เธอคิดก่อนจะทำตาไหวระริกมองหน้าเขาตื่นๆ สีหน้านั่นมันทำให้รามินนึกมันเขี้ยวอย่างบอกไม่ถูก อยากจะแกล้งให้เธอขวัญหายเล่นเพื่อจะได้รู้ว่าเธอคนนี้จะทำสีหน้าแบบไหนให้เขาได้เห็นอีกบ้าง

            แต่ติดที่สีหน้ายิ้มๆ ของมือขวานี่แหละ เขาเลยจำใจปล่อยแขนของหล่อนไป และเจ้าหล่อนก็วิ่งหนีหัวซุกหัวซุนออกไปโดยที่ไม่ได้เอาของรักติดมือไปด้วย รามินส่ายหน้าไปมาแล้วก็จ้องหน้าทอมสันเมื่อเห็นว่าลูกน้องกำลังกลั้นยิ้มอยู่

            “เรื่องนี้มันตลกมากสินะ ทอม” เขาพูดเบาๆ และทำให้ทอมสันต้องหันหน้าซ่อนรอยยิ้มทางอื่นแทน

            “ว่าไง มีอะไร” ชายหนุ่มเจ้าของคาสิโนเดินเข้าห้องอีกครั้ง พร้อมกับร่างสูงของทอมสันที่ก้าวตามมาพร้อมกับปิดประตูตามหลังให้ด้วย

            รามินวางไวโอลินของมินตราไว้ที่โต๊ะทำงานก่อนจะเดินไปเปิดตู้เสื้อผ้า ดึงเสื้อเชิ้ตลำลองและกางเกงสแล็กที่ใส่สบายๆ ออกมาจากตู้

            “ข่าวว่ามีคนของแบรนดอนขึ้นเรือเรามาด้วยครับ” เขาตอบ และรอดูว่านายจะมีปฏิกิริยายังไง

            มือหนาที่กำลังสวมเสื้อผ้าให้ตัวเองอยู่นั้นชะงักไป ใบหน้าหล่อเหลานั้นค่อยๆ หันไปมองคนสนิทพลางเลิกคิ้วขึ้นสูง เมื่อรู้ว่ามีศัตรูทางธุรกิจลักลอบขึ้นเรือมาได้ทั้งที่เขาสั่งให้คนตรวจสอบคนที่จะขึ้นมาแล้วอย่างดีแท้ๆ แต่เขาก็ไม่แปลกใจเท่าไหร่เพราะอีกฝ่ายเป็นถึง อเล็กซิส แบรนดอน คู่แข่งตัวฉกาจของเขา

            “รู้ตัวคนรึยัง” เขาถามไปอีก แล้วก็คิดหาทางรับมือกับแบรนดอนไปด้วย

            “ยังครับ แต่คิดว่าอีกไม่นานคนได้ตัว” ทอมสันกล่าว เขาเองก็พยายามสืบเสาะหาตัวคนที่แฝงมาแล้ว แต่ว่าก็ทำได้ลำบากพอสมควร การปลอมแปลงเอกสารและประวัตินั้นถูกนำมาใช้ในชั้นเชิงการธุรกิจใต้ดินเนิ่นนาน กว่าจะสืบหาได้ความก็ต้องใช้เวลาเช่นกัน

            “จัดการเงียบๆ อย่าให้แขกต้องตกใจ” เขาสั่งและทอมสันก็ค้อมศีรษะรับคำ ร่างสูงใหญ่ของรามินก้าวออกมาจากห้องอย่างสง่าผ่าเผย ตอนนี้เขาอยากจะไปตรวจตราดูสถานการณ์ข้างนอกสักหน่อย เผื่อว่าจะมีเบาะแสอะไรเพิ่มเติม

 

            “พี่แก้มต้องช่วยมินนะ” หญิงสาวหน้าหวานคร่ำครวญกับรุ่นพี่สาว เมื่อเธอรู้ตัวว่าตัวเองลืมเอาไวโอลินออกมาจากห้องของตาบ้าคลั่งกามที่เป็นเจ้าของเรือนี้ติดมือมาด้วย

            “ถ้าไม่มีไวดี้ของมิน มินจะเล่นไวโอลินได้ไง” หล่อครวญหา ไวดี้หรือไวโอลินสุดที่รักอยู่นั่นเอง

            เพราะว่าความตกใจทำให้เธอวิ่งพรวดพราดอออกมาโดยลืมหันไปหยิบเอาไวดี้ที่รักมาด้วย แค่คิดหน้าเธอก็ร้อนฉ่าเหมือนเป็นไข้สักสี่สิบองศาเสียแล้ว เขาเกือบจะจูบเธอเชียวนะ เพียงแค่นี้ก็ทำให้หน้าเนียนแดงระเรื่อเพราะเลือดสูบฉีดได้แล้ว

            “ห้องของคุณรามินเหรอ” แก้มแก้วถามรุ่นน้องสาว แล้วก็สังเกตว่าใบหน้าของมินตราแดงซ่าน เกิดอะไรขึ้นกันแน่นะ หล่อนคิดอย่างสงสัย และอยากจะรู้เรื่องราวทุกอย่างเสียจริง

            “อื้อ

            “แล้วไวโอลินของมินไปอยู่ในห้องของคุณรามินได้ยังไง” ว่าแล้วแก้มแก้วก็เห็นหน้าที่แดงอยู่แล้วของมินตรา ยิ่งแดงเถือกเข้าไปใหญ่ ท่าทางจะมีเรื่องอะไรแน่ๆ

            “มินไปคุยงานกับเขาน่ะค่ะ แล้วก็ลืมทิ้งไว้” มินตราบอกเสียงอุบอิบ เรื่องอะไรจะกล้าเล่าความจริงให้แก้มแก้วฟังล่ะ แค่เธอคิดหน้าเธอก็ร้อนวูบวาบเสียแล้ว ถ้าเล่าไปเลือดกำเดาของเธอคงจะไหลออกมาไม่หยุดแน่ๆ

            “แล้วทำไมไม่ไปเอาเองล่ะจ๊ะ” เมื่อแก้มแก้วถามเช่นนี้ รุ่นน้องคนสวยก็เงียบกริบ เธอไม่รู้จะสู้หน้าของรามินอย่างไรนี่นา เมื่อทำอะไรไม่ได้ ดวงหน้าหวานก็เบ้หน้าและแบ้ปากเหมือนกำลังจะร้องไห้ คนที่อายุมากกว่าเห็นดังนั้นก็ส่ายหน้าไปมาแล้วก็ตบไหล่เบาๆ

            “เอาเถอะจ๊ะ เดี๋ยวพี่ไปเอาให้ก็ได้ แต่มีข้อแม้นะ” แก้มแก้วเสนอออกไป ก็เห็นว่ามินตรามีสีหน้าดีขึ้นมาได้นิดหน่อย

            “อะไรเหรอคะ?

            “เล่นสล็อตให้พี่หน่อยสิ เอาแค่หมื่นนึงก็พอนะ” แก้มแก้วหมายมาดในใจ ความจริงหล่อนก็ไม่อยากได้เงินมากมายขนาดหรอก แต่อยากจะรู้ว่ารุ่นน้องของเธอดวงดีแค่ไหนกัน เพราะจากที่ได้ยินคนอื่นเล่ามาว่าก่อนหน้านี้ที่ห้องโป๊กเกอร์มินตรากวาดเงินของรามินมาได้เยอะทีเดียว

            เมื่อถามเจ้าตัว เธอก็บอกว่าเพราะดวงดีมากกว่าเล่นแบบไม่รู้เรื่องอะไรเท่าไหร่ แต่เธออยากจะเห็นกับตาจริงๆ

            “หา หมื่นนึง! มินจะทำแบบนั้นได้ยังไงกันคะ!! มินตราร้องอย่างตกใจ แต่เมื่อเห็นสีหน้าจริงจังของแก้มแก้วเธอก็ยอมพยักหน้าในที่สุด

“อา แต่ว่าเอาชิพที่มินได้มาก่อนหน้านี้ก็ได้นี่นา” หญิงสาวต่อรอง เมื่ออยู่บนเรือที่โยกเยกไปมาตามกระแสคลื่นก็ทำให้เธอรู้สึกเวียนหัว และอยากจะนอนพักบ้างแล้ว แต่สีหน้ารุ่นพี่ผู้ที่ชวนเธอมากลับเด็ดเดี่ยวบอกว่าจะไม่ยอมเด็ดขาดหากเธอไม่เล่นสล็อตให้หล่อนดู

            “ก็ได้ แต่พี่แก้วต้องไปเอาไวดี้ให้มินก่อนนะ” หญิงสาวต่อรอง และเมื่อเห็นรุ่นพี่พยักหน้าให้เธอก็เบาใจ

            แก้มแก้วเดินไปที่ห้องพักของรามินเพื่อตามหาไวโอลินให้รุ่นน้องสาว ก็เจอกับทอมสันที่รออยู่ก่อนแล้ว เขารู้หน้าที่ดีจึงเดินไปถือไวโอลินและส่งให้แก้มแก้ว

            “ขอบคุณค่ะ” แก้มแก้วบอกแก่ทอมสันแล้วก็เดินตรงไปยังห้องสล็อตและรูเลต ที่มินตราบอกว่าจะไปรอตรงนั้น และไม่มีทางจะไปเหยียบห้องของรามินอีกแล้ว

          “ไม่เป็นไรครับ” ทอมสันตอบเธอไป นึกอยู่แล้วเชียวว่าสาวน้อยคนนั้นไม่กล้าเดินมาแถวนี้อีกแล้วแน่ๆ

            นึกไปก็แปลกที่ปกติเจ้านายของเขามักจะชอบสาวสวยเซ็กซี่ แต่ว่านักไวโอลินสาวคนนั้นดูใสซื่อบริสุทธิ์ ช่างผิดกับวิสัยของเจ้านายของเขาที่จะชอบยุ่งกับสาวไร้เดียงสาเช่นนี้

            แก้มแก้วยิ้มให้ทอมสันก่อนจะเดินออกมา เธอไม่รู้หรอกนะว่าเกิดอะไรขึ้นที่นี่ มินตราถึงยืนกรานว่าจะไม่มาที่นี่อีกแล้ว แต่เธอจะต้องรู้ให้ได้ว่ามันเพราะอะไรกันแน่ มินตราถึงได้มีอาการแปลกๆ เช่นนั้นกลับมา และเมื่อเดินไปถึงห้องสล็อตเธอก็เห็นว่ามีผู้คนจำนวนหนึ่งกำลังล้อมรอบตู้สล็อตตู้หนึ่งอยู่ พร้อมกับเสียงพูดคุยอะไรสักอย่างดังครึกโครมทีเดียว

 

            ร่างบางของแก้มแก้วค่อยๆ แทรกตัวเข้าไปดูก็พบว่ามินตรากำลังเล่นสล็อตที่ตู้สล็อตและดูเหมือนว่าเธอจะได้มากกว่าเสีย เพราะเห็นครั้งใดก็จะเป็นเลขเจ็ดเรียงกันสามตัวตลอด หรือไม่ก็รูปเชอรี่ที่เป็นแต้มที่สูงที่สุดแล้ว

          “พี่แก้วๆ ดูสิ มินเล่นให้แล้วนะ แพ้บ้างเสียบ้าง ฮะๆ พอแล้วเนอะ” มินตราเองเมื่อเห็นร่างสูงโปร่งของแก้มแก้วเดินมาข้างตัวก็อวดอย่างดีใจ รอยยิ้มสดใสของเธอเรียกเสียงครางเบาๆ จากผู้ชายที่รายล้อมได้เป็นอย่างดี

            แต่เจ้าตัวดูจะไม่รู้ตัวเองเสียเลยว่ากิริยาท่าทางของเธอนั้นดูเป็นธรรมชาติและน่ารักมากแค่ไหน

            “มินเล่นเองใช่มั้ย?” แก้วแก้วถาม และเห็นว่ามินตรากดเอาชิพที่เล่นได้ออกมา ก่อนจะกวาดลวกๆ ใส่มือของรุ่นพี่ ส่วนตัวเธอนั้นคว้าเจ้าไวดี้ไวโอลินสุดที่รักมากอดเอาไว้แน่น

            “ไปเถอะ มินง่วงแล้วนะ” ท่าทางของเธอเริ่มอิดออดงอแงเพราะอยากจะนอนเต็มทีแล้ว

            แก้มแก้วเห็นอย่างนั้นก็ไม่กล้าจะว่าอะไรเลยจูงมือรุ่นน้องออกมาจากห้องสล็อตเงียบๆ รามินเองที่หยุดมองสาวเจ้านานสองนานก็อดทึ่งไม่ได้ หล่อนดวงดี ตาไว แถมยังไหวพริบดีอีกด้วย แบบนี้เขาต้องพิสูจน์อีกทีแล้วล่ะ ว่าผู้หญิงคนนั้นมีโชคหรือฝีมือมากกว่ากัน

            “ทอมสัน” เขาเรียกหามือขวา เมื่อร่างสูงใหญ่ของทอมสันก้าวมาพอดี

            “ครับ” อีกฝ่ายรับคำอย่างงงๆ ไม่ใช่ว่านายของเขาจะไปเคบินบนดาดฟ้าหรอกหรือ แล้วทำไมเขาถึงมาอยู่ที่ห้องสล็อตได้

            “เมื่อแขกกลับไปหมดแล้ว เอาตู้สล็อตเบอร์สามถ่วงทะเลทิ้งไปซะ!!

            “เอ๊ะ!? อะไรนะครับ” เขาท้วงอย่างงงๆ ตู้สล็อตพวกนั้นราคาไม่น้อยเลยทีเดียว แล้วกว่าที่จะได้มา กว่าจะติดตั้งอีก แล้วจู่ๆ ทำไมเจ้านายของเขาถึงสั่งให้โยนมันทิ้งทะเลได้ลง

            “เพราะมันทำให้ฉันขาดทุน” ว่าแล้วร่างสูงของรามินก็เดินกระแทกเท้าออกจากห้องสล็อตไปเงียบๆ

            ผู้หญิงคนนั้น มินตราคนนั้น เขาจะต้องรู้ความจริงในเรื่องที่เขาสงสัยและเอาเธอมาเป็นมือซ้ายของเขาให้ได้ ถ้าหากว่าเธอมีทั้งดวงเล่นพนันขั้นเทพและไหวพริบดี เขาน่าจะเอาเธอไปแข่งกับพวกเศรษฐีที่มาประลองกันในคาสิโนลอยน้ำของเขาบ่อยๆ ได้นะ เขาคิดแล้วก็พยักหน้า มันคงไม่มีอะไรยากหรอกมั้งถ้าไปคุยกับผู้หญิงคนนั้นตรงๆ

            แต่เรื่องมันกลับไม่เป็นอย่างที่ชายหนุ่มคิด

            มินตราทำหน้าเหลอหลาเมื่อเขายื่นข้อเสนอให้เธอมาเป็นมือซ้ายให้เขา

            ตานี่ ท่าจะบ้า หญิงสาวคิดเมื่อจู่ๆ เขาก็สั่งให้คนไปเชิญเธอมาร่วมทานมื้อกลางวันกับเขา หลังจากที่ช่วงเช้าเธอได้ทำหน้าเธอนักไวโอลินอย่างเยี่ยมยอดในห้องอาหารไปแล้ว

            ส่วนรามินเองก็ตกใจเพราะว่าจะพูดกับเธอเข้าใจง่าย แต่ที่ไหนได้ผู้หญิงคนนี้กลับมองเขาด้วยสายตาแปลกๆ และดูเหมือนจะกล่าวหาอยู่ในที เขาไม่เคยเจอสายตาแบบนี้มาจากผู้หญิงคนไหนมาก่อน ปกติมักจะมีสายตาชื่นชม หลงใหล ปลาบปลื้มอะไรทำนองนั้น แต่สำหรับนักไวโอลินสาวคนนี้

            เขาดูเหมือนคนคลั่งกามในสายตาของเธอไปเสียแล้ว

            “ไม่ฟังข้อเสนอสักนิดเหรอครับ” รามินประสานมือกันและวางไว้บนโต๊ะ พยายามอย่างยิ่งที่จะใจเย็น โดยที่คนสนิทและลูกน้องของเขาที่ยืนคอยบริการข้างๆ ต่างมองหน้ากันไปมาอย่างงุนงง

            เคยมีผู้หญิงคนไหนปฏิเสธเจ้านายของพวกเขามาก่อนบ้างล่ะ แต่สำหรับผู้หญิงคนนี้ พวกเขาอ่านเธอไม่ออกเลยสักนิดเดียว

            “ไม่เอาล่ะค่ะ ฉันสีไวโอลินก็พอแล้ว” เธอตอบแล้วก็ชำเลืองดูดวงตาสีน้ำตาลเข้มของเขาไปด้วย

            ขนตาเขาหนาจัง หญิงสาวคิดในใจ ยาวกว่าของเธออีกล่ะมั้ง หน้าหวานราวกับผู้หญิงแน่ะ และอีกมากมายที่ผุดออกมาจากความคิดของเธอ หากชายหนุ่มรู้เข้าเขาจะต้องทำหน้าไม่ถูกเป็นแน่

            “อืม งั้นก็ไม่ต้องเล่นไวโอลิน มาอยู่ทำงานให้ผมดีกว่า” เขาเสนออย่างใจเย็น

            “ไม่เอาอ่ะค่ะ ฉันจะไปช่วยอะไรคุณได้” เธอบอกพลางมองหน้ารามินอย่างไม่เข้าใจ

            เธอไม่ได้หุ่นล่ำเหมือนคนติดตามของเขานะ จะให้เธอไปทำอะไร คาสิโนลอยน้ำใหญ่ยักษ์แบบนี้เขาต้องรวย มีอิทธิพลมาก รวมไปถึงศัตรูด้วย ท่าทางเขาเหมือนมาเฟียไม่มีผิด ขืนทำงานกับเขาแล้วถูกลูกหลงเธอจะไม่แย่เอาเหรอ อีกอย่างเมื่อวานที่เจอกันในห้องนอนของเขา เขายังทำท่าเหมือนจะปล้ำเธอเลย เรื่องอะไรเธอจะเอาตัวเองไปนอนรอเขาอยู่บนเตียงล่ะ ไม่มีทางซะล่ะ!

            รามินเองเริ่มหมดความอดทน เลยบังคับให้เธอเดินไปคุยที่ห้องทำงานของเขา มินตราเองก็หวั่นใจจนทำอะไรไม่ถูก แต่ก็ต้องเดินตามเขาไปอย่างช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ก็ลูกน้องของเขาประกบไว้ทุกทางแบบนี้ จะให้เธอเดินไปทางไหนได้ล่ะ

            เมื่อมาถึงห้องทำงานที่ดูมืดๆ วังเวงในสายตาของมินตรา เธอก็ต้องกลืนน้ำลายลงคอดงเอื๊อกเมื่อร่างสูงของรามินค่อยๆ ถอดเสื้อตัวนอกออกและยังปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตอีกสองสามเม็ดด้วย หญิงสาวมองภาพนั้นแล้วร้อนวาบไปทั้งหน้า ตาบ้านี่จะเต้นระบำเปลื้องผ้าให้ฉันดูหรือไง หญิงสาวคิดในใจอย่างขัดเขิน

 

“เรามาเล่นโป๊กเกอร์กัน” รามินพูดเมื่อหยิบเอาสำรับไพ่ติดมือมาสำรับหนึ่ง แล้วก็โยนให้ลูกน้องเป็นคนแจกไพ่

            “ถ้าคุณแพ้ผม ผมจะไม่บังคับคุณอีก” เขาบอกพลางทรุดตัวลงนั่งที่เก้าอี้หนังสีดำตัวใหญ่ ขณะเดียวกันทอมสันก็ผายมือให้หล่อนนั่งเก้าอี้ที่อยู่ตรงข้ามกับรามินไปด้วย

            แบบนี้มันรวมหัวกลั่นแกล้งเธอนี่นา หญิงสาวคิดพลางทำหน้าหงิกอย่างไม่ปิดบัง

            รามินเห็นแล้วก็แปลกใจ ผู้หญิงคนนี้ทำท่ากลัวเขา แต่ขณะเดียวกันเธอก็ไม่ปกปิดว่าสภาพอารมณ์ของเธอเป็นอย่างไร โกรธเธอก็แสดงออกมาว่าโกรธ กลัวเธอก็แสดงออกมาว่ากลัว ผู้หญิงคนนี้ยิ่งรู้จักก็ยิ่งน่าค้นหามากขึ้น เขาคิดพลางมองหน้าหวานที่ทำปากยื่นน้อยๆ เพราะถูกบังคับฝืนใจ

            “ถ้าฉันแพ้ คุณต้องเลิกยุ่งกับฉันนะ” หล่อนบอกเสียงแง่งอน แล้วก็มองรอบตัวอย่างหวั่นใจ

          หวังว่าเขาคงไม่นึกบ้าลุกขึ้นมาปล้ำเธอตอนนี้หรอกนะ

            แต่สำหรับรามินมองเธอด้วยความประหลาดใจอีกครั้ง นี่ก็เป็นอีกครั้งที่เธอแสดงความรู้สึกของเธอออกมาอย่างซื่อตรงโดยไม่กลัวเขาเลย แถมยังสั่งเขาอีกต่างหาก

            “ได้ครับคุณผู้หญิง” เขาตอบรับแล้วก็เฝ้ามองทุกสีหน้าอารมณ์ของเธอ

            แม้กระทั่งคนสนิทรอบข้างของรามินเองก็ด้วย แต่ไหนแต่ไรมาพวกเขาเจอแต่ผู้หญิงที่แต่งเติมเสริมเสน่ห์ตั้งแต่หัวจรดเท้า รวมทั้งกิริยาท่าทางของพวกหล่อน จนมองไม่เห็นความเป็นธรรมชาติเลย แต่สำหรับนักไวโอลินสาวคนนี้กลับดูเป็นตัวของตัวเอง ใส่ซื่อบริสุทธิ์

            และสุดท้ายพวกเขาก็กลัวใจของเจ้านาย สาวน้อยคนนี้ดูใสซื่อไร้เดียงสา ไม่รู้ว่าเจ้านายของพวกเขาจะจัดการยังไงกับเจ้าหล่อน หากหล่อนยังดื้ออยู่แบบนี้

            แล้วรามินก็อารมณ์เสียขึ้นมาจนได้ เมื่อมินตราแกล้งแพ้อยู่เรื่อยๆ

            เมื่อเธอได้ไพ่ดีๆ เธอก็จะขอเปลี่ยนทิ้งไพ่สวยๆ ไป และเมื่อไพ่ไม่ดีเธอก็ไม่ยอมทิ้ง ทำเอาคิวเข้มๆ ของรามินขมวดติดกันแน่นเพราะเริ่มจะโมโหคนตัวเล็กที่กล้าเล่นตุกติกซึ่งหน้ากับเขา

            “ถ้าคุณแกล้งแพ้ ผมจะตบหน้าคุณ” คำพูดนั้นทำเอาดวงตาเธอลุกพรึบเป็นไฟทันที

            “คุณไม่กล้าหรอก” เธอพูดเสียงสั่น กลัวเหลือเกินว่าเขาจะตบตีทำร้ายร่างกายของเธออย่างที่พูดมา

            “ก็ลองดู” เขาพูดเสียงเรียบหน้าตึงเพราะไม่พอใจในตัวหญิงสาว

            คราวนี้มินตราเลยตั้งใจจะแกล้งชนะเขาสักครั้ง เพื่อว่าเขาจะได้ปล่อยเธอไปเสียที อีกอย่างเธอแพ้มาตั้งหลายตา เขาคงไม่อยากจะเอาเธอไปทำงานให้เขาแล้วล่ะ แต่เรื่องมันกลับผิดคาดเพราะหล่อนไม่มีไพ่ดีๆ ในมือเลย อีกอย่างตอนที่คนของรามินสับไพ่เธอก็ไม่ได้มองด้วย

            ซวยล่ะสิ หญิงสาวนึกเหงื่อตกอยู่คนเดียว

            และเมื่อเธอแพ้ร่างสูงใหญ่ของรามินก็ยืดตัวลุกขึ้นมันที มินตราหลับตาแน่นตั้งท่าจะหนีแต่รามินคว้ามือเธอไว้ทัน มินตราร้องหาแม่ในใจเมื่อคิดว่าชายหนุ่มจะตบหน้าเธออย่างที่เขาบอกเอาไว้ และเธอก็สะดุ้งเยือกไปทั้งตัว เมื่อปลายจมูกโด่งและริมฝีปากหยักได้รูปนั้นประทับที่แก้มซ้ายของเธออย่างถนัดถนี่

            เมื่อตั้งสติได้เธอก็สะบัดตัวหนี พร้อมๆ กับที่ลูกน้องของรามินพร้อมใจกันก้มหน้าลง เพื่อไม่มองภาพหวานๆ ที่คลุ้งด้วยไอเลือดของเจ้านาย ผู้หญิงคนนี้ท่าทางจะต้องตาเจ้านายพวกเขามาก เพราะไม่เคยเลยที่รามินจะแสดงออกโจ่งแจ้งขนาดนี้ อีกอย่างดูเหมือนว่าเจ้านายกำลังโกรธอยู่ซะด้วยสิ

            “ไอ้คนคลั่งกาม ปล่อยฉันนะ!!” มินตราหวีดร้องแล้วก็วิ่งหนีทันที จุดหมายของเธอก็คือประตูห้องที่ปิดอยู่และมีชายร่างใหญ่ใส่สูทสีดำสองคนเฝ้าเอาไว้

            “จับตัวมา อย่าให้หนีได้นะ!!” สิ้นคำสั่งประกาศิตของเจ้านาย บอดีการ์ดร่างใหญ่สองคนก็หิ้วปีกมินตราคนละข้าง และอุ้มลอยทีเดียวมาส่งที่ตรงหน้าชายหนุ่มอีกครั้ง

            “นี่ อย่าทำอะไรฉันเลยนะ ฉันกลัวแล้ว ฮือ แม่จ๋า” สียงคร่ำครวญของคนตัวเล็ก เรียกรอยยิ้มของชายหนุ่มในห้องได้เกือบทุกคน

            ผู้หญิงคนนี้น่ารักเป็นบ้า ถ้าไม่ติดว่าเจ้านายของพวกเขากำลังชอบเจ้าหล่อน พวกเขาจะต้องแย่งกันจีบเธอแล้วแน่ๆ พวกเขาไม่เคยได้ยินผู้หญิงของนายคนไหนร้องหาแม่เวลาอยู่ใกล้ๆ เจ้านายเขาเลย คงมีแต่ รามินคะ รามินขา คุณราล์ฟคะ อะไรประมาณนี้ แต่ดูนักไวโอลินสาวคนนี้ดูจะเป็นอะไรที่แปลกใหม่จริงๆ

            “ฉันชักหมดความอดทนกับเธอแล้วนะ มานี่ คุยกันดีๆ ไม่รู้เรื่องรึไง!” ชายหนุ่มเริ่มหัวเสีย มีอย่างที่ไหนหนีเขาเหมือนกับว่าเขาเป็นยักษ์มาร เห็นทีแบบนี้ลูกน้องเขาจะต้องเอาเรื่องนี้มาพูดตลอดทริปไปมาเก๊าเกือบครึ่งเดือนแน่ๆ

            “แม่จ๋า” ยิ่งเธอร้องครวญครางเท่าไหร่ ผู้ชายหน้าดุที่เป็นลูกน้องของรามินก็เอ็นดูเธอมากเท่านั้น ผู้หญิงคนนี้คงจะหนีจากเจ้านายเขาไม่ได้แล้วแน่ๆ ทอมสันถึงกับหัวเราะท่าทางของเจ้านายที่กำลังเดือดจัด กับภาพของมินตราที่กลัวรามินจนหงอ

            ให้ตาย ละครเรื่องนี้สนุกจริงๆ

            รามินส่งสายตาพิฆาตไปมองคนสนิทเป็นเชิงบอกให้หุบปาก แล้วก็ลากแขนแม่ตัวดีที่ทำให้เขาขายหน้าลูกน้องลากไปยังห้องพักเล็กๆ ที่อยู่ในห้องทำงานทันที

            เมื่อประตูห้องพักเล็กถูกปิดลงเสียงหัวเราะแบบประสานเสียงของลูกน้องตัวใหญ่ของรามินก็ดังลั่น ชายหนุ่มกัดกรามกรอดนึกโกรธนัก แต่ก็โกรธคนตัวเล็กที่หลับหูหลับตาเรียกหาแม่จ๋าๆ อยู่มากกว่า

            “มะ!” ว่าแล้วรามินก็ช้อนร่างที่อ่อนปวกเปียกของมินตราที่กลัวเขาจนเข่าอ่อนขึ้นมาจากพื้น และโยนไปที่เตียง

            “มาหาพ่อดีกว่านะ!!” ร่างสูงใหญ่ของรามินขยับตัวเข้าหินตราอย่างคุกคาม เรียกเสียงกรี๊ดของมินตราได้อย่างดี

            คนข้างนอกที่ยังรอฟังเสียงรบราฆ่าฟันในห้องพักเล็กก็ระเบิดเสียงหัวเราะออกมาอีกครั้ง เจ้านายของพวกเขากำลังถูกผู้หญิงมองเป็นโจรบ้ากามก็วันนี้แหละ

            รามินกัดฟันกรอด สาบานในใจว่าออกไปเมื่อไหร่เขาจะโยนไอ้ลูกน้องพวกนี้ไปลอยคอในทะเลวันหนึ่ง คอยดู! แต่สำหรับตอนนี้ เขามีหน้าที่ที่ต้องจัดการเสียงกรี๊ดๆ แสบแก้วหูนี้ให้เป็นเสียงครางเรียกชื่อเขาให้อ่อนหวานซะก่อน ถ้าทำไม่ได้อย่ามาเรียกเขาว่ารามินเลย!!

 


 

 

Talk 2…

เฮียมินโหดอ่ะ! ฮ่าๆ

มู่ไค่อยได้อ่านนิยายแนวมาเฟียเท่าไหร่

พี่ บก ขับไล่ไสส่งให้ไปอ่านค่ะ แต่มู่ยังไม่อยากอ่านด้วย

เพราะมู่ความจำสั้นค่ะ บางทีกลัวจะเผลอเราเรื่องของเขามามิกซ์

เพราะว่าขี้ลืม แล้วบางทีภาพวับแวบขึ้นมา แล้วคิดว่าตัวเองคิดออกเอง

อะไรแบบนี้น่ะค่ะ เค้าเลยไม่ได้อ่านอะไรของใครทั้งนั้น แค่กๆ

 

มู่อยากเขียนเรื่องนี้ให้อ่านสบายๆ ไม่เครียด ไม่ดราม่า

ทำได้จริงอ่ะ ขนาดเรื่องสั้นสามตอนยังสามารทำให้มันดราม่าได้เลย

ฮ่าๆ เค้าไม่ทารุณนางเอก จริงๆ นะ เชื่อสิ ฮ่าๆ

เรื่องนี้กลเม็ดของนางเอกเยอะค่ะ ดูการเอาตัวรอดของมินตรา

กับความบ้ากามของรามินดีกว่า ฮ่าๆ

เรื่องนี้รับประกันว่าเค้าไม่เอาตัวร้าย ผญ เค้าไม่ชอบอ่ะ ฮ่าๆ

 

ฝากนิยายเรื่องนี้ด้วยนะคะ

เรื่องนี้มาเฟียใจดีล่ะ อิอิ

นิยายเรื่องนี้อัพทั้งในเว็บ dek-d และ jamsai ค่ะ

สองเสิร์ซนามปากกคำว่า มิรา ดูนะคะ :)

 

Talk 1…

เพลงตอนนี้เป็นเพลงบรรเลง แทรคที่ 14 ของ Goong OST ค่ะ

มู่จะพยายามพาเพลงบรรเลงแบบนี้มาลงให้เรื่อยๆ ทุกตอนนะคะ

เสียงไวโอลินเพราะดีเนอะ

ไพ่โป๊กเกอร์สนุกดีค่ะ คนอับโชคอย่างมู่ก็ลั้ลลาได้ อิอิ

>>วิธีนับแต้มและวิธีเล่นไพ่โป๊กเกอร์ จิ้มๆ ตรงนี้<<


 การบ้านจากที่ บ.. ตอนแรกบอกตามตรงเลยค่ะว่าไม่มีประสบการณ์แนวนี้เลย

แต่ก็ขอลองจับ เพราะว่าถ้าไม่ลองก็ไม่รู้ และก็จะย่ำอยู่กับที่

เพราะอย่างนั้น มู่เลยตั้งใจกับเรื่องนี้มากๆ ค่ะ

เอานิสัยการเล่นไพ่ตัวเองมาใช้ซะงั้น ฮ่าๆ

 

เพิ่งเขียนแนวนี้ครั้งแรก ยังไงก็ติกันเบาๆ นะตัว เค้ายังไม่มีภูมิต้านทาน

การบรรยายอะไรอยากจะติดขัดไปบ้างในบางที

ตรงไหนไม่ชอบใจขัดหูขัดตา ข้ามมันไปซะ!! ฮ่าๆ ล่อเล่นค่ะ

ต้องเพิ่มอะไรตรงไหน บอกได้นะคะ เรื่องแนวนี้เขียนยากอยู่เหมือนกัน

ไม่ใช่แนวถนัดของตัวเองค่ะ แต่พยายามจะทำให้ดีที่สุดค่ะ

 

มาตอนแรกใจป้ำมากๆ ยาวสุดๆ เพราะไม่รู้จะตัดครึ่งตรงไหนดี ฮา

เรื่องนี้ไม่มีทารุณหญิงค่ะ เอะอะลากขึ้นเตียงแล้วแล้วปล้ำไม่มี

อาจจะหยอกๆ แกล้งๆ บ้างค่ะ เรื่องนี้ไม่มีตัวร้ายผู้หญิงด้วยค่ะ

ฮ่าๆ ความชอบส่วนตัวล้วนๆ มู่อยากจะเขียนแนวนี้ให้อ่านสบายๆ น่ะค่ะ

เรื่องทารุณหญิงอิโรมจากเรื่อง Roman Santa ชนะขาด ฮ่าๆ

สงสารซานต้าอ่ะ เรื่องนี้พระเอกจะถูกนางเอกปั่นหัวแบบนี้ไปเรื่อยๆ ค่ะ ฮา

เรื่องนี้นางเอกต้องสมยอม หมายมั่นในใจ ฮ่าๆ แต่ไม่รู้จะทำได้เปล่า

บางทีอาจจะไปดราม่ากับใครมา แล้วลงที่นิยาย ฮา

 

ปล เรื่องรามินนี้น่ารัก ออกแนวๆ พี่เชนที่เรื่องคาเฟ่เลยค่ะ

ใครชอบผู้ชายอบอุ่นใจดีและหื่น น่าจะชอบนะ ฮ่าๆ

ฝาก มินตรา รามิน ไว้ด้วยนะคะ

ขอบคุณสำหรับทุกดารติดตามค่ะ แล้วเจอกันนะคะ
ปล นามปากกา มิรา คือชื่อจริงของมู่เองค่ะ :)

 

God blessed you

’m blessed you

 

I http://www.dek-d.com/06pic/dot/heart.gif Readers


ข้อความ :
จากคุณ * :
 

หน้าที่ 1 จาก 12 หน้า
แสดง เรื่อง
ความคิดเห็นที่ 1
บรรยายเห็นภาพมากเลยค่ะ
สนุกมากด้วย 
แต่งก็เก่ง เพอเฟคง่ะ ><

ชอบตอนพระเอกบอก มาหาพ่อดีกว่า 555555
จากคุณ cakecakez/(cakecakez) อัพเดตเมื่อ 31/10/2555 12:42:41
ความคิดเห็นที่ 2
Sanook mak mak ka,,
จากคุณ Katepop/(Katepop) อัพเดตเมื่อ 22/04/2555 11:10:54
ความคิดเห็นที่ 3
oนักไวโอลินคะ
จากคุณ konwan/() อัพเดตเมื่อ 28/09/2554 18:24:16
ความคิดเห็นที่ 4
สนุกมากๆเลยค่ะ  เพิ่งเคยเข้ามาอ่าน  
อยากทราบว่าเป็น นักเขียน รึเปล่าค่ะ ?
ขอติดตามเรื่องนี้ อีกคนนะคะ (^-^)♥
จากคุณ หญิง กิ๊กก๊อก/() อัพเดตเมื่อ 26/09/2554 20:15:17
ความคิดเห็นที่ 5
ทำไมอ่านไม่ได้อ่า T_T
จากคุณ fernkulikoo/(fernkulikoo) อัพเดตเมื่อ 06/08/2554 18:30:02
ความคิดเห็นที่ 6
จะรออ่านค่ะ ^^
จากคุณ beelovefang/(beelovefang) อัพเดตเมื่อ 05/08/2554 20:17:16
ความคิดเห็นที่ 7
ชอบค่ะ น่ารักดี จะติดตามตือไปนะคะ
จากคุณ yaam/(yimyaam) อัพเดตเมื่อ 13/07/2554 18:39:47
ความคิดเห็นที่ 8
ตกหลุมรักรามินซะแล้ว น่ารักจริง ๆ
จากคุณ kaejaa/(ilove-jamsai) อัพเดตเมื่อ 13/07/2554 16:21:00
ความคิดเห็นที่ 9
ติดตามนะค่ะะะสนุกมากๆๆๆเลยค่ะ
จากคุณ แนน/(Nongrelax) อัพเดตเมื่อ 11/07/2554 20:25:50
ความคิดเห็นที่ 10
จะติดตามค่ะ มินตรา!
จากคุณ มะนาว/(Nowwy_Mn) อัพเดตเมื่อ 01/07/2554 20:13:17
หน้าที่ 1 จาก 12 หน้า
แสดง เรื่อง
 
จำนวนผู้ชมเว็บแจ่มใสขณะนี้: 169 ท่าน