Guest   
 
Username: 
Password:  




 




  






 
อ่านเรื่อง
Blackmail ต้นเหตุรัก แผนร้ายกับยัยประหลาด Update Episode 12 Nymphomania กับความจริง [ไรเตอร์สำนึกผิดแล้วที่หายหัวไป TT^TT 40% แรกค้าบ... ]
kyo
Blackmail Episode 1 อิตาบ้ากาม กับ ยัยประหลาด Upload 100%
2
19/06/2554 17:31:40
2443
เนื้อเรื่อง

        ‘เกาเหลา 2 สาว ต้นเหตุ ดาราขวัญใจวัยรุ่น คั่วสอง รักไม่ลงตัว’ ข่าวบันเทิงตัวบิ๊กบึ่ม พร้อมรูปสองดาราสาวน่าตาดียื้อยุดร่างชายหนุ่มน่าตาดีที่มีหมวกแคปบังหน้า

        ‘แอร์ ดาราขวัญใจวัยรุ่น ควงสวีท สาวนอกวงการริมทะเล’ ภาพพร้อมข่าวตัวบิ๊กบึ่มเหมือนเช่นเคย หลังจากข่าวฉาวเดิมผ่านไปได้ไม่กี่วัน

        ‘แฟนสาวกล่าว ทนไม่ไหวพฤติกรรมคาสโนว่า ถึงรักแต่ต้องเลิก’

        ‘ดาราขวัญใจวัยรุ่นตัว อ ควงสาวดินเนอร์ไม่ซ้ำหน้า หลังน้ำตาตก แฟนสาวขอเลิก เหตุทนพฤติกรรมไม่ไหว’

        ‘แฟนคลับเผย ไม่สนข่าวฉาว รักแอร์เสมอต้นเสมอปลาย’

        ... เฮ้อ!! อนาจเหลือเกิน วัยรุ่นสมัยนี้ จะรักอะไรไอ้ฉาวโฉ่นี่นักหนา ข่าวฉาวไม่เว้นแต่ละวัน

        (_/\_) สาธุ... ขออย่าได้พบได้เจอผู้ชายนิสัยแย่ๆ แบบนี้เล้ยยยยย



 

1

อิตาบ้ากาม กับ ยัยประหลาด

        “ไปทางไหนต่อเนี่ยอีฟ”

        ฉันหันไปถามเพื่อนซี้ที่ตัวเล็กกว่าฉันนิดหน่อย ตัวขาวจั๊วะและท่าทางบอบบาง ที่มัวแต่เดินมองดารา นักร้องหน้าตาดีที่เดินกันให้ควัก

        “อะไรน้า” อีฟตะโกนกลับมาแข่งกับเสียงดนตรีที่ดังกระหึ่มทั่วทั้งฮอลล์ โดยที่สายตายังคงมองตามดาราคนนู้นทีคนนี้ทีอยู่

        “ฉันบอกว่า..” ฉันตะโกนกลับไป

        “หา? อะไรน้า”

        การตะโกนของพวกเราทั้งสองไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นมาเลยซักนิดเดียว -_-^ ฉันจึงเดินเข้าไปเกี่ยวแขนของยัยเพื่อนสาวก่อนจะตะโกนกรอกหูไป

        “ฉันว่า จะไปทางไหนต่อดี” อีฟไม่ได้ตอบกลับมา ได้แต่ชี้ไม้ชี้มือไปทางขวา พร้อมทั้งดึงมือฉันตามไปด้วย

        ฉันชื่อว่า เฟิฬ สดายุสกุล ชื่อเล่นนะหรอ ก็เฟิฬนั่นแหล่ะค่ะ สูง 168 ซม. หนัก 48 กม. ผมสีน้ำตาลอ่อนธรรมชาติยาวประมาณกลางหลัง ไม่ผ่านการดัดหรือย้อมใดๆ มาทั้งสิ้น สัดส่วน... เอ่อ... ฉันคิดว่าไม่จำเป็นต้องบอกสัดส่วนหรอกเนอะ -///-

        ฮอลล์ขนาดใหญ่ที่จุคนได้มากกว่า 1000 คน ประตูทางเข้าเพียงทางเดียวถูกกั้นด้วยเสาคิว[1] ที่เรียงเป็นแถวยาว ผู้คนมากหน้าหลายตาต่างเบียดเสียดยัดเยียดกันผ่านเครื่องตรวจวัตถุระเบิดเข้าไปในงานที่มีเวทีคอนเสริตขนาดใหญ่อยู่ด้านในสุดของฮอลล์ ผู้คนกว่าร้อยต่างจับจองที่นั่งบนพรมหนาๆ หน้าเวทีกันบ้างแล้ว รอบๆเวที และพื้นที่ในงานส่วนใหญ่ จัดตั้งบูทขายสินค้าขึ้น ตั้งแต่ของแฮนเมคของคนทั่วไป ไปจนถึงสินค้าแบรนด์ดังของเหล่าดารานักร้องต่างๆ และอีกส่วนที่กินเนื้อที่เพียง 1 ใน 5 ของพื้นที่ทั้งหมดก็คือฟู๊ดโซน อาหารหลากหลายชนิด ทั้งอาหารไทย อาหารนานาชาติ ถูกตั้งขึ้นเป็นบูท และจัดที่นั่งตามแต่ละร้านจะออกแบบ

        ฮ้า~ มองไปทางไหนก็เจอแต่คนหน้าตาดีๆ ฉันว่าถ้าที่นี่ถูกวางระเบิด ทรัพยากรคนหน้าตาดีคงขาดแคลนไปหลายปี  ซึ่งเรื่องนั้นคงจะเป็นไปไม่ได้อย่างแน่แท้ ก็กว่าจะผ่านด่านตรวจวัตถุระเบิดตรงประตูทางเข้ามาได้ มันง่ายซะที่ไหน ก็ไอ้เครื่องบ้านั่นร้องแทบทุกครั้งที่คนเดินผ่านเลยด้วยซ้ำ ฉันว่าเดินแก้ผ้าเข้าไปเลยยังง่ายกว่าอีก -_-^

        บนเวทีเริ่มมีการแสดงขึ้น เมื่อแสงไฟสปอตไลท์หน้าเวทีสาดเข้าที่ตัวของชายร่างสูงที่ยืนเด่นอยู่กลางเวที ก่อนที่ดนตรีดังๆ เหมือนพลุแตกข้างหูจะเริ่มขึ้น เสียงกรี๊ดระงมทั่วทั้งฮอลล์ แล้วก็ตามมาด้วยเสียงนักร้องที่เหมือนเสลดก้อนใหญ่ติดคออยู่ -3-

        ฉันเกลียดที่แบบนี้!!!

        ฉันล่ะเกลียดแสนเกลียดงานประเภทนี้ซะเหลือเกิน เสียงดนตรีที่เหมือนลำโพงแตก ฉันมั่นใจเลยว่าต้องเกินกว่า 100 เดซิเบลแน่นอน บวกเข้ากับเสียงเสลดติดคอนั่น อาจจะเพิ่มเป็น 130 เดซิเบลได้เลยทีเดียว (แย่มาก) ถ้าฉันอยู่ที่นี่นานเข้าหน่อยล่ะก็ เสี่ยงจริงๆ ที่จะเยื่อหูขาด TT^TT แต่ที่ฉันยอมเสี่ยงแบบนี้นี่ เพราะมีเหตุผลประการสำคัญค่ะ

        เรื่องมันเกิดขึ้นเมื่อหลายอาทิตย์ก่อน...

        “เฟิฬ เฟิฬ รับโทรศัพท์ลูก”

        เสียงผู้เป็นแม่ร้องเรียกลูกสาวหน้าห้องนอน ไปพร้อมๆ กับเคาะที่ประตูห้องสองสามครั้ง

        ฉันลืมตาขึ้นบนเตียงใต้ผ้าหมหนาๆ ที่ยังมีกลิ่นน้ำยาปรับผ้านุ่มจางๆ อยู่ มือหนึ่งควานหานาฬิกาที่หัวเตียงแล้วหยิบมันขึ้นมาในระดับสายตา 7. 25 เข็มนาฬิกาบอกว่างั้น ฉันวางนาฬิกานั่นไว้ที่เดิม ก่อนจะเดินลงไปยังชั้นล่างเพื่อรับโทรศัพท์คนใจบาปที่โทรมาขัดจังหวะการนอนของฉันในเช้าวันเสาร์แสนจะสดใสแบบนี้

        “อืม~” ฉันรับโทรศัพท์เสียงยานครางในขณะที่ตายังคงไม่ทำงาน

        ง่วงงงง~ =O=

        (ไอ้เฟิฬ ตื่นได้แล้ว นี่มันสายแล้วนะ) เสียงปลายสาย แจ๋นผ่านสายโทรศัพท์วิ่งเข้ามายังหูขวาของฉัน ก่อนที่มันจะทะลุหูซ้ายออกไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น (นี่... แกฟังฉันป่าวเนี่ย)

        “อืม~”

        (ฉันมีข่าวดีจะบอกแก อยากฟังรึเปล่า) ยัยเฟรนด์ทำเสียงตื่นเต้นซะยกใหญ่

        “...”

        (เงียบ... งั้นฉันถือว่าแกอยากฟังแล้วกันนะ) ฉันบอกแกเมื่อไหร่ว่าอยากฟัง ฉันกำลังคิดถึงเตียงอยู่ต่างหาก -_- (ฉันเจอหนังสือนักสืบ ชุดหายากของแกแล้วนะ)

        “O-O…จริงดิ่ เจอที่ไหนวะแก” เซลล์สมองฉันมันสปาร์คขึ้นทันทีที่ได้ยินคำว่า หนังสือนักสืบ ก็ฉันเที่ยวตามล่าหาไอ้หนังสือชุดนี้แทบจะพลิกแผ่นดินแล้วยังไม่เห็นจะมีเลยนี่นา แล้วอยู่ๆ ยัยเฟรนด์ มาบอกว่าเจอหนังสือชุดนี้แล้ว มันน่าตกใจมั้ยล่ะคะ

        (ทีงี้ล่ะตื่นเชียวนะแก) ยัยเฟรนด์แอบทำเสียงแควะเล็กๆ ใส่ฉัน (แล้วแกจะเอารึเปล่า)

        “แกจะให้ฉันตอบว่าไม่เอารึไงล่ะ ก็รู้ๆ กันอยู่ว่าฉันพร้อมพลีกายถวายชีวีเพื่อหนังสือชุดนี้อยู่แล้ว” ฉันพูดพลางนึกภาพตัวเองถือหนังสือชุดนี้อยู่ในมือ แหม.. ช่างมีความสุขซะเหลือเกิน ปราบปลื้มๆ “ส่งมาให้เลยนะยะ อย่างด่วน เดี๋ยวโอนเงินไปให้”

        (ชิชะ ยัยเพื่อนสาว กว่าฉันจะไปตระเวนหาหนังสือนี่มาได้ ฉันต้องไปพบเจอวิบากกรรมอันแสนสาหัสมากแค่ไหนรู้มั้ยยะ) มาอิหรอบนี้ มันต้องมีข้อแลกเปลี่ยนชัวร์

        “จะเอาอะไร”

        (อย่างงี้สิ ถึงจะเพื่อนซี้กันจริง รู้ใจฉันจริงนะ) นั่นไง มันมีข้อแลกเปลี่ยนจริงๆ ซะด้วย (ฉันก็ไม่เอาอะไรมากมายหรอก)

        “ว่ามา เดี๋ยวเพื่อนคนนี้จะจัดให้”

        (อีกไม่นานจะมีงานมหกรรมดนตรีและภาพยนตร์ ฉันอยากให้แกไปเอาลายเซ็นต์ที่รักมาให้ฉันหน่อย) ยัยเฟรนด์ทำเสียงสดใสชื่นมื่นใส่โทรศัพท์ซะชวนอ้วก

        “ง่ายขนาดนั้นเลย? แล้วลายเซ็นต์ที่รักของแกอ่ะใคร”

        (พี่แอร์ของฉ้านน~) สิ้นเสียงยัยเพื่อนสาว สติฉันก็ลืมหนังสือนักสืบไปชั่วขณะ

        (อิตาดาราบ้ากามนั่นนะเรอะ ไม่เอา อยากได้ไปเอาเองเลยไป๊!)

        (อะไรกันยะ ที่รักฉันไปบ้ากามเมื่อไหร่กัน)

        “ไม่ต้องมาปกป้องกันให้ฉันได้ยินเลยนะแก ข่าวฉาวไม่เว้นแต่ละวัน สงสัยจะเปลี่ยนผู้หญิงทุกคืนเลยสิไม่ว่า เหอะ!”

        (ตามใจแกแล้วกัน หนังสือนักสืบนั่นก็ขึ้นอยู่กับลายเซ็นนั่นล่ะ) O-O

        “ได้ไงว้า~ หนังสือสุดที่รักของฉันเลยนะแก ฉันตามหาสุดล่าฟ้าเขียวแล้วยังไม่ได้เลย”

        (ฉันก็ไม่อยากจะใช้แกหรอกนะ แต่ฉันอยู่ตั้งเชียงใหม่จะให้บินกลับมาเพื่อเอาลายเซ็นต์อย่างเดียว เหอๆ ไม่ดีมั้ง)

        ก็จริงของยัยเฟรนด์แหล่ะ

        “แต่ว่า...” ฉันไม่อยากยุ่งกับอิตาดาราบ้ากามนั่นนี่นา

        (เอาน่า แกก็แค่ไปขอลายเซ็น มันจะยากตรงไหนวะ ใช่ป่ะ ไม่มีใครโดนปล้ำเพราะไปขอลายเซ็นต์หรอก ใช่มั้ย)

        “ก็จริง... ก็ได้ ฉันไปขอให้ก็ได้”

        (ฉันรักแกที่สุดในโลกเลย ฮิๆ) ดีใจไปเลยสิแก ทำเสียงซะดี๊ด๊า

        “แล้วก็ ได้โปรดเถอะแก ไม่ต้องคิดถึงโทรศัพท์บ้านฉันนักก็ได้ หัดโทรเข้ามือถือฉันมั่ง ขี้เกียจลงมารับ”

        (จร้า~ ที่รักของฉ้านน) -___-*

        และนี่แหล่ะค่ะคือสาเหตุที่ฉันอาจเยื่อหูขาดก่อนกำหนด เพราะไอ้เสียงดนตรีที่ดังเหมือนฟ้าถล่มดินทลายแบบนี้ รวมทั้งเสียงเสลดติดคอนั่นด้วย



 

        “นี่อีฟ! แกจะพาฉันเดินไปถึงไหนเนี่ย”

        ฉันบ่นใส่หูเพื่อนที่เดินอยู่ข้างๆ ที่ดูมีความสุขที่ได้ใช้สายตาแทะโลมเหล่าดาราหล่อๆ ทั้งหลาย

        “บ่นจริงๆ เลยแกเนี่ย” ยัยอีฟหันมาเบ้ปากใส่ฉันก่อนจะชี้มือไปทางกลุ่มผู้ชายหน้าตาดี 6 คนที่ยืนอยู่กลางวงล้อมสาวๆ นับสิบ “นู่น ลายเซ็นแกอยู่นู่น ไปเอามาซะ ฉันจะอยู่แถวนี้แหล่ะ ขอแทะโลมหนุ่มๆ แถวนี้ก่อน”

        “ไม่เอาอ่าแก ไปด้วยกันน้า~”

        ฉันใช้เสียงบวกกับอาการออดอ้อนยัยอีฟสุดชีวิตเพื่อให้ยัยนี่ไปด้วย ก็ฉันรู้สึกไม่ดีนี่นา ไปคนเดียวท่าจะไม่เวิร์ค หาความปลอดภัยไม่เจอจริงๆ

        “แกไปเหอะน่า นานๆ ทีฉันจะได้มีโอกาสหาความสุขทางสายตาแบบนี้นะแก ไปได้แล้ว อยากกลับบ้านไม่ใช่รึไง” ยัยอีฟไม่ว่าเปล่า แต่ยังดันหลังฉันไปทางผู้ชายกลุ่มนั้นอีกด้วย

        ฉันจำใจต้องเดินไปล่าลายเซ็นต์อิตาดาราบ้ากามนั่นเพียงลำพัง ยิ่งฉันเดินเข้าใกล้อิตาดาราบ้ากามนั่นขึ้นเรื่อยๆ ความรู้สึกแย่ๆ ก็ยิ่งเข้าครอบคลุมฉันมากขึ้นเท่านั้น

        ฉันเดินอ้อมไปหลังลังไม้ขนาดใหญ่หลายลัง ขนาดประมาณทีวี 29 นิ้วที่ถูกวางซ้อนกันเป็นฉาก ซึ่งอยู่หลังอิตาบ้ากามนั่นกับเพื่อนๆ ของเขา ก่อนจะแทรกตัวผ่านหลืบเล็กมาทางด้านหลังอิตานั่น

        “ขอโทษนะคะ” ฉันเรียกอย่างสุภาพพร้อมทั้งสะกิดที่หลังอิตาดาราบ้ากามนั่นเบาๆ

        อิตาดาราบ้ากามนั่นหันมาทางฉัน ก่อนจะแทรกตัวผ่านลังไม้ออกมาด้านหลังลังไม้นั่น

        ฉันเข้าใจแล้วล่ะว่าทำไมสาวกสาวๆ พวกนี้ถึงได้ตกเป็นทาสความหล่อของอิตานี่ได้ เขาเป็นผู้ชายที่ดูดีไม่ว่าจะในระยะร้อยเมตรหรือสิบเมตรก็ตาม ผมดำสนิทซอยระต้นคอ ใบหน้าขาวสุขภาพดี จมูกเป็นสันรับกับในหน้าเรียวราวกับออกมาจากภาพวาด ตาคมสีดำจางๆ สวยแปลกตา ปากก็เป็นกระจับน่าจูบซะจริงๆ (ได้ข่าวว่าแกไม่ชอบเค้านี่ยัยเฟิฬ) หุ่นอันแสนจะเพอร์เฟ็คราวกับนายแบบมายืนอยู่ตรงหน้า การเลือกสรรเสื้อผ้าและแอดแซทเซอรี่ได้อย่างไม่มีที่ติ มาดหนุ่มผู้ดีเพลบอยอันน่าหลงใหล ถ้าไม่ติดว่าอิตานี่บ้ากาม ฉันคงยอมตกเป็นทาสด้วยอีกคนเลย
       
        
“ครับ”

        เขามองที่มือฉันก่อนจะหยิบกระดาษแข็งสีชมพูขนาดเกือบครึ่ง A4 พร้อมกับปากกาเมจิกสีแดงไปจากมือฉัน ส่งยิ้มหวานเยิ้มสุดๆ มาให้ แล้วขีดๆ เขียนๆ เป็นภาษายึกยือลงบนกระดาษ

        “ขอบคุณค่ะ”

        ฉันกล่าวพร้อมกับจะเอื้อมมือไปหยิบกระดาษพร้อมปากกาที่มือของผู้ชายที่ยืนตรงหน้า แต่อิตาบ้านั่นกลับชักมือที่ถือกระดาษกับปากกาออกห่างจากมือฉัน

        “เดี๋ยวก่อนสิครับ”

        จากที่ยิ้มหวานเยิ้มเมื่อกี้ กลับกลายเป็นยิ้มอย่างเสียวสันหลังวาบไปในทันที อิตานั่นไล่สายตาตั้งแต่หัวจรดเท้าของฉัน ก่อนจะหัวเราะ ในลำคอ

        เป็นสายตาที่หยาบคายที่สุด

        “อะไรของคุณ”

        “ขาว สวย ไม่หมวย แถมเอ็กซ์ ตัวเล็ก หุ่นดี อืม~ ผ่าน” อิตานั่นพูดขึ้นเบาๆ เข้าที่ข้างหูฉัน

        “อะไรของคุณน่ะ มาพินิจน์พิเคราะห์อะไรหุ่นฉัน” ฉันทำตาดุพร้อมกับเสียงขุ่นมัวมากกว่าเดิม “ฉันขอกระดาษกับปากกาคืนด้วย!”

        ฉันแอบเห็นสายตาสอดรู้สอดเห็นของเหล่าบรรดาสาวกของเขา ที่พยายามจะมองผ่านซอกหลืบลังไม้มาที่ฉันซะให้ได้ สายตาต่างพากันจับจ้องไม่กระพริบ ปากก็ขมุบขมิบ

        เฮอะ! ฉันรู้นะยะว่านินทาฉันอยู่

        “ผมให้คืนแน่ แต่คุณต้องช่วยผมก่อน”

        อิตาดารานี่ พูดเฉยๆ มันจะตายรึไงฮะ ยังจะมาทำยักคิ้วหลิ่วตา หน้าตากวนอารมณ์ใส่ฉันอีก

        “นี่ ถ้าไม่ให้ก็อย่าให้ ฉันก็ไม่ได้อยากจะได้ลายเซ็นนั่นเท่าไหร่หรอกนะ เฮอะ! อิตาดาราบ้ากาม”

        ฉันพูดเบ้ปากใส่อิตาดาราบ้ากามนั่นที่ทำตาโตอึ้งทึ่งให้กับฉายาที่ฉันถือวิสาสะตั้งให้กับเขา

        “เข้าใจเรียกผมดีนี่ ถ้าไม่ช่วยก็ไม่เป็นไร แต่ผมขอยึดกระดาษกับปากกานี่ไว้ละกันนะครับ คุณคนสวย”

        ฉันเกลียดสายตาแทะโลมนั่น!!!! จากที่ฉันเกลียดอยู่ที่โพลงมดลูก ตอนนี้ฉันเพิ่มคะแนนความเกลียดไปถึงไส้ติ่งเลย ไอ้ดาราโรคจิต -_-^

        ไม่อยากยุ่งกับอิตานี่เลย แต่มันเกี่ยวกับหนังสือนักสืบนี่น่ะสิ งั้นฉันขอถอยทัพโทรปรึกษากับยัยเฟรนด์ก่อนดีกว่า

        ตืด... ตืดดดด

        (ได้ลายเซ็นมาแล้วหรอจร้าที่ร้ากก ฮิๆ)

        เสียงดี๊ด๊าของเพื่อนที่ไม่รู้ชะตากรรมของฉัน ทำให้ฉันเพิ่มคะแนนความเกลียดให้กับอิตาบ้ากามนั่นเข้าไปอีกจากไส้ติ่ง ไปถึงตับถึงม้ามเลย!!

        “ลายซงลายเซ็นต์อะไรกันล่ะ อิตานั่นบ้ากามชัดๆ มาพินิจพิเคราะห์หุ่นฉันตั้งแต่หัวจรดเท้าเลยแก แล้วยังจะมีข้อแลกเปลี่ยนอะไรอีกก็ไม่รู้”

        โมโห~

        (เอาน่า น่าดีใจออก ที่พี่แอร์ของฉันพิเคราะห์หุ่นแก ฮิๆ ท่องไว้ เพื่อหนังสือ เพื่อหนังสือ)

        ให้ตายเหอะ!! ในสายตาของยัยเพื่อนบ้านี่ อิตานั่นทำอะไรก็ดีไปหมดเลยใช่มั้ยฮะ! เพิ่มคะแนนความเกลียด เพิ่มๆ -_-+

        “ฮึ่ย! เอาลายเซ็นต์คนอื่นไม่ได้หรอว้า T^T”

        (อดทนหน่อยนะเพื่อน ถือว่าทำเพื่อฉันแล้วกันนะ)

        เฮ้ออ~ จำใจ ต้องทำ ถ้าฉันปฏิเสธไป ฉันคงเป็นเพื่อนที่ใจร้ายน่าดูเลย

        ฉันกดปิดสายโทรศัพท์ ก่อนจะเดินกลับเข้าไปหาอิตาดาราบ้ากามที่ยืนรวมอยู่ในกลุ่มผู้ชายน่าตาดีนั่นอีกครั้ง เขาหันกลับมาทำหน้าตามั่นใจเหมือนคาดเดาได้ว่าฉันจะต้องกลับมาเอาลายเซ็นและทำตามข้อแลกเปลี่ยนของเขาอย่างแน่นอน

        สุดเซ็ง~ เซ็งยิ่งกว่าวันแดงเดือนซะอีก

        “จะช่วยผมแล้วใช่มั้ยครับ”

        เหอะ ยิ้มหยาดเยิ้มแบบนั้น คิดว่าฉันจะหลงรึไงยะ (ได้แต่บ่นในใจ T3T)

        “ช่วยก็ได้ แต่เอาลายเซ็นต์นั่นมาก่อน” ฉันว่าพลางยื่นมือจะไปหยิบกระดาษในมือของเขาในขณะที่เขาเอากระดาษออกห่างจากมือฉันเหมือนเดิม

        “ใจเย็นสิครับคุณคนสวย เสร็จภารกิจแล้วเดี๋ยวผมจะคืนให้” เขาพูดแล้วโบกกระดาษในมือเบาๆ

        “แล้วนายจะให้ฉันทำอะไร”

        “ช่วยเป็นแฟนกำมะลอให้ผมหน่อย”

        “จะบ้ารึไง!”

        ฉันโวยวายทันที โดยที่อิตาดาราบ้ากามนั่นเอามืออุดปากฉันแทบไม่ทัน

        “เบาๆ หน่อยสิคุณ จะให้รู้กันทั่วฮอลล์เลยรึไง”

        “ฉันว่าคุณไปขอความช่วยเหลือจากคนอื่นดีกว่า มีคนเยอะแยะพร้อมพลีกายถวายตัวให้คุณอยู่แล้ว”

        ฉันพูดหลังจากที่แกะมือของเขาที่อุดปากฉันไว้ออกไป

        “ไม่ล่ะ คุณคนสวยเหมาะสมที่สุดแล้ว ว่าไงครับ จะช่วยผมมั้ย”

        “ก็ได้” ฉันตอบตกลงหลังจากที่ชั่งใจคิดถึงส่วนได้เสียซักพัก โดยที่ผู้ชายตรงหน้าฉีกยิ้มกว้างซะจนน่าหมันไส้ “แต่ขอบอกไว้ก่อนนะ ฉันไม่ได้พิศวาศอะไรคุณหรอกนะ ถ้าเพื่อนฉันไม่เอาหนังสือมาแลกกับลายเซ็นนั่น ฉันไม่เข้าใกล้คุณให้เป็นข่าวฉาวหรอก”

        “ติดตามข่าวผมเหมือนกันนี่” อิตาดาราบ้ากามนั่นยิ้มหวานเยิ้มอีกรอบก่อนจะหันไปหาเพื่อนหน้าตาดีของเขาที่อยู่ข้างๆ “เฮ้ยไทม์ เดี๋ยวมานะ คุยกับแฟนแป๊บนึง”

        สิ้นเสียงคำว่าแฟน บรรดาสาวกของอิตาบ้ากามนี่ก็พากันส่งสายตาอาฆาตมาให้ฉันเต็มๆ

        อย่ามาส่งสายตาแบบนั้นนะยะ ฉันไปฆ่าญาติพวกเธอรึไง ชิชะ

        “แกมีแฟนตั้งแต่เมื่อไหร่วะแอร์” ผู้ชายที่ชื่อไทม์กล่าว พร้อมกับส่งยิ้มให้ฉัน “เห็นมีแต่กิ๊กไม่ใช่หรอวะ”

        “เงียบไปเลยไทม์ แกอ่ะดูแฟนแกให้ดีเหอะ ช่วงนี้มีหนุ่มๆ แจกขนมจีบเยอะนี่หว่า”

        “จริงดิ่ ใครจีบได้ยกให้เลยว่ะ ฮ่าๆ”

        “ให้จริงเห้อ ไอ้ปากดี อย่ามาทำแซ้ดให้เห็นแล้วกัน” -_-^

        “ไปได้แล้วแอร์ แฟนแกทำหน้าเอ๋อแล้วนั่นน่ะ”

        ผู้ชายที่ชื่อไทม์พูดแล้วพยักเพยิดมาทางฉันที่กำลังทำปากหวอให้กับบทสนทนาที่ฉันเข้าไม่ถึง

        อิตาดาราบ้ากามนั่นเอาแขนคล้องคอฉันออกมาจากที่ที่ฉันยืน ก่อนละลากฉันไปตรงหลืบเล็กๆ ที่ปลอดจากสายตาผู้คน โดยที่ฉันพยายามจะเอามือเขาออกไปจากคอซะให้ได้

        “อยู่เฉยๆ น่า~ ให้มันสมจริงหน่อย”

        อิตาดาราบ้ากามนั่นพูดก่อนที่จะหันกลับไปยังบรรดาแฟนคลับทั้งหลายที่ยืนมองอิตาดาราบ้ากามด้วยอารมณ์หื่น แต่กับฉันยังกับจะกินเลือดกินเนื้อกันเลยทีเดียว

        “สมจริงอะไรกันนักหนา ฉันจะเอาลายเซ็นต์นายถึงกับต้องใช้เนื้อใช้ตัวแลกเลยรึไง”

        ฉันเบ้ปากใส่อิตานั่น ไม่รู้ยัยแฟนคลับพวกนั้นไปหลงอิตาดาราบ้ากามนี่ตรงไหน มือนี่อย่างกับปลาหมึก เลื้อยยุบยับอยู่ที่คอมั่ง ที่แขนมั่ง ตามตัวฉันมั่ง

        “ถ้าคุณคนสวยยอมแลก ผมก็ยินดีนะครับ”

        ไม่พูดเปล่า อิตาดารานั่นยังยื่นหน้ามาซะใกล้ อ๊ายยยย~ ขนลุก

        
“นี่!” ฉันดันหน้าอิตานี่ออกไปแรงๆ พร้อมกับส่งสายตาขุ่นเคืองกลับไป

        “ล้อเล่นหรอกน่า” เขาพูดพร้อมเอามือขยี้หัวฉันเบาๆ “แล้วคุณคนสวยชื่ออะไรหรอครับ”

        “นี่นาย! เลิกยิ้มหวานเยิ้มใส่ฉันซะทีเถอะ มันไม่ทำให้ฉันพิศวาสนายได้หรอกนะ เห็นแล้วมันสะอิดสะเอียน”

        เสแสร้งชัดๆ อิตานี่

        “เฮอะ! ฉันล่ะไม่อยากจะเชื่อจริงๆ ว่าจะมีผู้หญิงตายด้าน ไร้ความรู้สึกทางอารมณ์อย่างเธออยู่บนโลกนี้อีก ยัยประหลาด”

        “

        อึ่ง ทึ่ง เหนือคำบรรยายสุดๆ คำพูดแบบนั้น น้ำเสียงแบบนั้น สายตาท่าทางแบบนั้น พนันเลย ไม่เคยมีใครเคยเห็นแบบฉันแน่ๆ  อิตานี่มันมนุษย์สองหน้าชัดๆ เมื่อกี้ยังเรียกฉันว่าคุณคนสวย ยิ้มหวานเยิ้มใส่ฉันปานจะกลืนกิน แล้วนี่กลับมาทำท่าทางรังเกียจอย่างกับฉันเป็นใส้เดือนกิ้งกือ แล้วยังจะมาเรียกฉันว่าประหลาดอีก

        “จะมาทำตาโตตกใจอะไรยัยประหลาด เธอมันยัยผู้หญิงไร้ต่อมฮอร์โมนเพศ ปกติแค่ฉันมองผู้หญิงก็อ่อนระทวยไปกันหมดละ นี่ฉันยิ้มให้ซะหวานเยิ้ม เธอยังไร้ความรู้สึกอีก”

        “ทำอย่างกับนายดีตายล่ะ อิตาดาราบ้ากามเอ้ย ทำเป็นดีที่แท้ก็มนุษย์สองหน้า!”

        “แล้วไง ถ้าฉันเป็นมนุษย์บ้ากามไปพร้อมๆ กับมนุษย์สองหน้า ยัยประหลาดอย่างเธอยังจะเอาลายเซ็นต์ฉันอยู่มั้ยล่ะ”

        อ๊ากกก!! เถียงไม่ได้ อิตานั่นถือไพ่เหนือกว่า TT__TT

        “เฮอะ ถ้าไม่มีนิยายนักสืบนั่นเป็นเครื่องต่อรอง ฉันไม่เฉียดเข้าใกล้นายหรอกนะ รู้ไว้ซะด้วย”

        “แต่ในเมื่อตอนนี้หนังสือนั่นยังเป็นเครื่องต่อรอง ยัยประหลาดอย่างเธอก็ต้องอยู่ใกล้ฉันไว้ก่อน” อิตาดารานั่นไม่พูดเปล่า แต่กับดึงตัวฉันเข้าไปกอดแนบอก แขนแข็งแรงของเขารัดฉันซะจนขยับตัวไม่ได้ “อยู่นิ่งๆ แล้วก็ฟังเฉยๆ เพราะดิ้นยังไงเธอก็ไม่หลุดออกจากอกฉันหรอก”

        “...”

        ฉันเกลียดอิตานี่! ที่สุดในโลกเล้ยยย ฮึ่ย! เพื่อหนังสือ เพื่อหนังสือ ท่องไว้ [>\/<]

        “ดีมาก ให้ว่านอนสอนง่ายอย่างนี้แหล่ะดี จะได้อยู่กันยืด”

        “ถ้าฉันได้ลายเซ็นนั่นมาเมื่อไหร่นะ ฉันจะกระโดดต่อยหน้าไอ้หมอนี่ซะทีเลย” (แอบบ่น)

        “บ่นอะไรของเธอ ยัยประหลาด”

        “นี่นายเลิกเรียกฉันแบบนั้นซะทีเหอะ”

        ฉันว่าพลางดันอกของเขาออกไปจากตัวฉัน แต่เหมือนอิตานั่นจะไม่สนใจกับสิ่งที่ฉันพูดซักเท่าไหร่

        “ฉันชื่ออนิวัฒน์ วัฒนาธร ทุกคนเรียกฉันว่าแอร์ ซึ่งเธอก็ควรจะเรียกด้วย ไม่ใช่ดาราบ้ากามอะไรนั่น เข้าใจ๊?”

        “เหอะ!” นั่นล่ะค่ะคำตอบฉัน

        “ตาเธอแล้ว บอกข้อมูลเธอมามั่ง”

        “ฉันชื่อเฟิฬ จบ...”

        “อะไรของเธอน่ะยัยประหลาด บอกชื่อจริง นามสกุลจริงมาด้วย เอามาแต่ชื่อเล่นทำไมฮะ

        “จะชื่อจริงชื่อเล่นฉันมันก็เหมือนกันแหล่ะ ส่วนนามสกุลนายจะรู้ไปทำไม เอาไปตีเลขหวยรึไง”

        “ถ้าเธอกวนประสาทฉันมาก ฉันจะบดปากเธอด้วยปากฉันเดี๋ยวนี้เลย”

        แว๊กกก!! เอาหน้าออกไปห่างๆ ฉันนะยะ ผู้ชายอะไร ป่าเถื่อน น่ารังเกียจเป็นที่สุดเลย

        คราวซวยของฉันแท้ๆ

        “สดายุสกุล นามสกุลฉัน พอใจมั้ย!”

        “ก็แค่นั้นแหล่ะ” เขาพูดแล้วมองดูนาฬิกาที่ข้อมือ ก่อนจะลากฉันเดินไปไหนก็ไม่รู้

        “นี่! อิตาดาราบ้ากาม จะพาฉันไปไหนเนี่ย”

        ฉันโวยวายใส่ผู้ชายสองหน้า แล้วยื้อยุดให้เขาหยุดเดินเพื่อหวังเอาคำตอบ แต่ก็ไร้ผล ก็ระหว่างผู้ชายแรงควาย กับผู้หญิงน่ารักน่าทะนุถนอมบอบบางอย่างฉัน คุณคิดว่าใครจะชนะล่ะ -3-

        “ไปป่าวประกาศเปิดตัวเธอไง”

        “หา! อะไร! ไม่เอานะ ไม่ได้มีในข้อตกลงนี่”

        “ก็มีแล้วนี่ไง” นายพึ่งคิดสดๆ เมื่อกี้นี้ชัดๆ เลยนี่ ?0?

        “ก็ไม่เห็นต้องป่าวประกาศเลยนี่ ฉันยังไม่อยากตายเพราะโดนแฟนคลับนายตื้บหรอกนะ”

        “ฉันจำเป็นน่า ถ้าไม่ป่าวประกาศ เดี๋ยวมีคนไม่รู้ว่าฉันมีแฟนแล้ว” -_- เรื่องมากจริงๆ อิตานี่ “ก็แฟนคลับฉันคนนึง คลั่งฉันจนจะหาโอกาสปล้ำฉันอยู่แล้ว”

        “ก็ให้เขาปล้ำไปสิ ของชอบนายอยู่แล้วนี่ เรื่องอย่างว่า”

        “ถ้าฉันอยากทำ เดี๋ยวฉันทำเองแหล่ะ ไม่ต้องประเคนให้ฉันถึงที่ขนาดนั้นก็ได้”

        ทุเรสจริงๆ ผู้ชายคนนี้

        “งั้นก็บอกเขาไปตรงๆ สิมันจะไปยากอะไร”

        “เสียภาพพจน์หมด”

        “ภาพพจน์ดาราบ้ากามน่ะหรอ เหอะ! ให้มันเสียๆ ไปบ้างก็ได้หรอก”

        “มีแต่เธอน่ะสิที่มองฉันแบบนั้น คนอื่นเค้ามองฉันเป็นเทพบุตรหมดแหล่ะ”

        เฮอะ!! ฉันล่ะอยากจะอ้วกออกมาเป็นไข่ แล้วเอาไว้ปาหัวอิตานี่ซะจริงๆ -_-^

        “แล้วยังไงล่ะเนี่ย”

        “ก็ถ้าฉันมีแฟนเป็นตัวเป็นตนเมื่อไหร่ ผู้หญิงคนนั้นคงจะเลิกยุ่งกับฉันเองแหล่ะ”

        เขาพูดพร้อมทั้งทำตาลอยเหมือนกำลังคิดภาพตามในจินตนาการของเขาอยู่

        “คงจะ เหอะ! หาความแน่นอนไม่ได้เลยนะ” ฉันว่าพร้อมส่งสายตารังเกียจไปทางอิตาดาราบ้ากามนั่น “ถ้าต้องการแค่นั้น ทำไมไม่ไปหาผู้หญิงคนนั้นแล้วบอกว่าฉันเป็นแฟนนายเลยล่ะ”

        “ก็เพราะฉันไม่เห็นผู้หญิงคนนั้นเลยน่ะสิ เลยต้องเปิดตัวเธอไง”

        “กะจะให้เป็นข่าวพรุ่งนี้ล่ะสิ”

        “ฉลาดดีนี่”

        อิตานี่พูดจบก็ลากฉันไปยังเวทีที่เหมือนเตรียมไว้เพื่ออิตาดาราบ้ากามนี่โดยเฉพาะ เพราะเมื่อเขาเดินขึ้นไปยังเวทีขนาดใหญ่ แสงสปอร์ตไลท์ก็สาดส่องมาที่ฉันและอิตาบ้ากามนั่นพร้อมทั้งเสียงกรี๊ดกร๊าดที่ดังระงมไปทั่วทั้งฮอลล์

        เขาเดินจูงมือฉันไปยังกลางเวที แล้วยิ้มหวานเยิ้มเหมือนที่เขาชอบทำ เสียงกรี๊ดยังคงดังต่อไปเรื่อยๆ พร้อมทั้งเสียงเรียกชื่อแอร์ ดังอย่างต่อเนื่อง อิตาดาราบ้ากามนั่นเดินไปเอาไมโครโฟนกับพิธีกรก่อนจะเดินกลับมายืนกลางเวที

        “สวัสดีครับ...” >>เสียงอิตาดาราบ้ากามนั่น

        “กรี๊ดดดดดด” >>เสียงแฟนคลับทั้งหลาย

        “ขอโทษด้วยนะครับ” >>เสียงอิตาดาราบ้ากามนั่น

        “กรี๊ดดดดดด”>>เสียงแฟนคลับทั้งหลาย -_-^

        “อาจฉุกละหุกไปหน่อย แต่ผมอยากจะแนะนำ”

        “กรี๊ดดดดดด”

        เว๊ยย!! มันเป็นอะไรกันนักหนาเนี่ย อะไรกัดตูดหรอคะแม่คู๊ณณณ กรี๊ดกันอยู่นั่นแหล่ะ

        “นี่เฟิฬ แฟนผมครับ”

        และเมื่อสิ้นเสียงของอิตาดาราบ้ากามนั่น เสียงกรี๊ดที่ดังอยู่แล้ว ยิ่งดังมากขึ้นกว่าเดิมซะอีก และก็ตามมาด้วยวัสดุรูปร่างเหมือนขวด บินมาทางฉัน ก่อนที่มันจะ

        พลัก!!!

        แล้วทุกอย่างก็มืดมิดลง



[1] เสากั้นพื้นที่ทางเดิน



.....................................................................................
เป็นเรื่องแรกนะคะ ติชมกันได้
ขอกำลังใจหน่อยนะคร้า~
รักคนอ่าน & รักคนคอมเมนท์
และติดตามตอนต่อไปด้วยนะคะกับตอน
"ซวย"

ข้อความ :
จากคุณ * :
 

หน้าที่ 1 จาก 1 หน้า
แสดง เรื่อง
ความคิดเห็นที่ 1
ชอบมาก สนุก เป็นกำลังใจให้ค่ะ
จากคุณ แจ๊ว/(jaews) อัพเดตเมื่อ 13/07/2554 14:04:18
ความคิดเห็นที่ 2
^______________________^
จากคุณ kyo/writer/(kyokasawa) อัพเดตเมื่อ 23/06/2554 21:35:21
ความคิดเห็นที่ 3
55555+
ยัยประหลาดดดดดดดดด
จากคุณ Twenty1Fian/(fianchocolam) อัพเดตเมื่อ 22/06/2554 01:38:19
ความคิดเห็นที่ 4
นุกคะ
จากคุณ ตุล/(stoyverymuch) อัพเดตเมื่อ 12/03/2554 19:36:19
ความคิดเห็นที่ 5
^^
แล้วจะแก้ไขนะคะ
จากคุณ kyo/(kyokasawa) อัพเดตเมื่อ 03/02/2554 22:18:59
ความคิดเห็นที่ 6
ขาว สวย ไม่หมวย แถมเอ็กซ์ ตัวเล็ก หุ่นดี ....

ชอบท่อนนี้จะ 555

ปล. มีพิมพ์ผิดนิดนึง แล้วก็อยากจะให้เว้นบันทัดสักหน่อยนะขอรับ ^^'
จากคุณ Axel8/(little_fam) อัพเดตเมื่อ 03/02/2554 20:10:57
หน้าที่ 1 จาก 1 หน้า
แสดง เรื่อง
 
จำนวนผู้ชมเว็บแจ่มใสขณะนี้: 268 ท่าน