Guest   
 
Username: 
Password:  




 




  






 
อ่านเรื่อง
Heart Dangerous รักอันตราย นายหมายเลข1 >> ไม่รู้ยังจำกันได้ไหมหลังจากห่างหายไปครึ่งปี(ใครมันจะไปจำแกได้ ฮ่าๆ) แต่ตอนเย็นจะกลับมาอัพต่อค่ะ Stor 7 Na**
ภูตจิ๋ว
Dangerous : STORY 04
7
13/01/2554 19:20:59
2734
เนื้อเรื่อง


" alt="" />

Heart  Dangerous  STORY 04

I'm just confused, or simply fear.

ฉันแค่สับสนหรือแค่กลัว

 

 

                Friendly  Talk …

            “เป็นไรมากมั๊ยเนี่ยนั่งยิ้มคนเดียวอยู่ได้  สนใจคนไหนก็บอกมาสิ”

            ผมกวาดตามองไปรอบๆผับแห่งนี้  มองดูพวกผู้หญิงที่นุ่งน้อยห่มน้อยพวกนั้นกำลังโยกย้ายส่ายสะโพกไปมาตามจังหวะเพลงที่ดังกระหึ่มและคอยที่จะส่งสายตายั่วยวนมาทางผมเป็นระยะๆ  ผมส่งยิ้มหวานบาดใจไปให้พวกหล่อนแบบที่คิดว่าคงทำให้ใครหลายๆคนคลั่งได้  ผู้หญิงพวกนั้นสวย  ดูดี  เซ็กซี่ด้วยชุดที่เธอแต่ง  แต่ไม่รู้ทำไมในหัวผมกลับมีแต่ภาพผู้หญิงอีกคนตลอดเวลา  ผมลองเอาภาพยัยนั่นมาใช่ชุดแบบผู้หญิงพวกนั้นดูตามจินตนาการของผมเล่นๆ  แล้วก็ต้องยอมรับว่าผมคงจะต้องคลั่งตายเข้าสักวันถ้าเกิดมีผู้ชายคนอื่นได้มองยัยนั่นแต่งตัวด้วยเศษผ้าจริงๆ

            วันนี้ขอผ่านว่ะ  แซมเงยหน้าขึ้นมองผมนิดนึงแล้วกลับไปชงเครื่องดื่มให้ลูกค้าต่อ  ผมไม่เคยเจอเจ้าของผับบาร์ร้านไหนที่ลงทุนทุ่มเทมาเป็นบริกรด้วยตัวเองเท่ากับมันเลย  ปกติจะเห็นนั่งเต๊ะท่าอยู่ในห้องผู้จัดการซะมากกว่า

            ไปหาหมอรึยัง

            หมอ?  ทำไมต้องไป  ผมขมวดคิ้วน้อยๆใส่มัน

            นั่นสินะทำไมต้องไป  อ่ะรับ...

            หมับ!!

            ผมรับกระป๋องเบียร์จากแซมได้อย่างหวุดหวิด  ไอ้บ้านี่คิดจะโยนก็โยน  ส่วนตัวมันเองก็กำลังกระดกเบียร์ลงคออย่างเมามัน  เดี๋ยวก็ได้เมาจริงๆหรอก

            ไม่เอาหรือไง  หรือจะเปลี่ยนเป็นแชมเปญ  วิสกี้  จินท์  ค็อกเทล  ไวน์ หรือว่า ...

            พอเถอะ...  ผมบอกมันอย่างเอือมระอา  แล้วก็วางกระป๋องเบียร์ไว้ที่บาร์ตามเดิมโดยที่ไม่ได้แตะมันเลยซักนิดเดียว

            ที่นี่มีน้ำเต้าหู้หรือเปล่าวะ

            พรวดด!!!~~

            เวรเอ๊ย!!~”  ผมสบถออกมาทันทีหลังจากที่เบียร์จากปากไอ้แซมมันพุ่งเข้าสู่หน้าผม  อะไรของมันเนี่ยแค่ผมถามหาน้ำเต้าหู้เอง

            ขอโทษๆๆว่ะ  ก็แกทำฉันสติแตกนี่หว่า  มันโยนผ้าสะอาดมาให้ผมเช็ดหน้า  ผ้าขี้ริ้วหรือเปล่าวะเนี่ย

            ฉันก็แค่ถามหาน้ำเต้าหู้  มันจะอะไรนักหนาวะ

            นี่ไอ้เฟรน  ที่นี่มันที่ไหน  ผับฉันระดับเจ็ดดาวเลยนะเว้ยไม่ใช่ตลาดสดที่จะได้มีน้ำเต้าหู้มาเร่ขายน่ะ

            ตกลงว่าไม่มีสินะ

            ถูกต้อง!!”  แล้วไอ้แซมก็ยืนกอดอกทำหน้าเหี้ยมอยู่หลังบาร์

            งั้นไปล่ะ  นี่ค่าเบียร์  ผมวางเงินค่าเครื่องดื่มที่ยังไม่ได้แตะมันเลยสักนิดไว้ให้มัน  ก่อนจะหยิบแจ็คเก็ตสวมทับเชิ้ตแล้วหันหลังให้มันไป

            นี่ไอ้เพื่อยเวร  หยามกันเกินไปแล้วนะเว้ย  แล้วนั่นแกจะไปไหน

            ผมหยุดเดินแล้วหันไปมองมันอีกที

            ไปกินเต้าหู้ด้วยกันมั๊ยล่ะแซม...  ไม่ต้องบอกก็รู้ว่ามันตามมาหรือเปล่า

            “เวรเอ๊ย... เอาตังค์สกปรกๆของแกคืนไปเลย!!”

            End  Friendly  Talk …

 

            พลั่ก!~

            หลังของฉับกระแทกเข้ากับกำแพงด้วยแรงเหวี่ยงของอีกาคาบพริกที่ไหนก้ไม่รู้  จุกชะมัดร้องไม่ออกเลยอ่ะ  ปกทหารเรือ!  เอาล่ะนักเรียนมอต้น  ให้ตายฉันเป็นรุ่นพี่ของพวกเธอนะให้ความเคารพกันหน่อยเถอะ

            ยัยนี่แหละแพมที่เขาลือกันให้ทั่วว่าให้ท่ารุ่นพี่เบอร์หนึ่งกับคิงน่ะ  จับหัวยัยนี่ยัดลงในไหดีหรือเปล่าเนี่ย  ให้ท่างั้นเหรอ  แรงไปหรือเปล่า

            เหอะ!  ยัยนี่น่ะเหรอจืดชืดซะไม่มี  คิดยังไงถึงไปให้ท่าเขาเนี่ย  เขาคงจะเอาหรอกนะ  เขาก็ไม่เอาพวกเธอเหมือนกันแหละ

            เด็กสมัยนี้วันๆพ่อแม่ส่งมาโรงเรียนเพื่อให้มาตามก้นผู้ชายหรือมาเรียนกันแน่  และอีกอย่างฉันไม่เคยให้ท่าใคร!!!”  ฉันตะโกนขึ้นอย่างฉุนๆ  เล่นเอาพวกนั้นหุบยิ้มกันไปเลย

            ยัยบ้า!!  แกไม่ใช่แม่ฉันไม่ต้องมาสอน!!!”  ยัยผมแดงวิ่งเข้ามาใช้มือบีบคางฉันไว้แน่น  เอาล่ะสงครามเริ่มแล้วสินะ

            รู้ตัวเองซะบ้างเถอะว่าคนอย่างแกน่ะไม่เหมาะสำหรับนัมเบอร์วันหรือคิงหรอก  เขาอยู่สูงขนาดไหน มีคนต้องการเขามากเท่าไหร่แกก็รู้  อย่าคิดที่จะปีนป่ายขึ้นมาจากเหวลึกนั่นเลยเพราะมันไม่มีบันไดที่จะให้แกย่างเท้าขึ้นมาหรอก!!” 

ตัวของฉันชาวาบเพียงแค่คำพูดไม่กี่คำ  ทำไมกันทั้งๆที่รู้ว่านั่นมันเป็นแค่คำขู่  แต่มันเป็นคำขู่ที่ฉันก็รู้อยู่แก่ใจว่ามันคือความจริง บ้าน่า!   แล้วฉันจะสนใจทำไมล่ะ  ก็ในเมื่อพวกเขาก็ยังเดินอยู่บนพื้นดื้นฉันก็เดินอยู่บนพื้นดินเดียวกันกับพวกเขา  ไม่เห็นว่าพวกเขาจะอยู่สูงกว่าฉันเลยซักนิด

ยัยหัวแดงผลักฉันลงพื้นแรงๆทั้งที่ยังบีบคางของฉันอย่าง  ทำให้ฉันเผลอกัดปากตัวเองไปจนเลือดซิบ  บ้าจริง  ฉันเช็ดเลือดของตัวเองแล้วหันหน้าไปเผชิญกับพวกหมาหมู่ห้าตัวนั่นต่อ  แต่มันไม่ปล่อยให้ฉันได้ตั้งหลักเลย

เพี้ยะ!!

หน้าของฉันหันไปตามแรงตบนั่น  ฉันลุกขึ้นหยิบกระเป๋าของตัวเองแล้วฟาดเข้าที่ท้องของใครไม่รู้เข้าอย่างจังเล่นเอายัยนั่นหน้าซีดไปเลย

อย่าเก่งให้มันมากนัก!!”  ยัยหัวส้มอีกคนเข้ามากระชากหัวฉันจากทางด้านหลัง  เจ็บเป็นบ้า  ฉันใช้มือทั้งสองข้างความหาลูกตาของยัยนั่นแล้วจิกเข้าไปแบบมายั้ง  จะว่าฉันใจร้ายก็ได้นะ  แต่ถ้ายัยนั่นรอดฉันก็แย่น่ะสิ

กรี๊ดดดดดดดดด!!!!!  ยัยโรคจิต  จับมันเซ่!!!  กรี๊ดดดดดดดด

แล้วจะรอให้จับอยู่ทำไมล่ะ  คนอย่างเต้าหู้สู้แล้วก็ต้องถอยเหมือนกันนั่นแหละ  ฉันวิ่งหนีไปทางบันไดชั้นสามของตึกร้างนี่  แต่ก่อนที่ฉันจะได้ลงบันไดไปสายตาก็เหลือบไปเห็นถังน้ำมันอะไรซักอย่างวางอยู่ข้าง  หึ!  คราวนี้แหละดูซิว่าจะตามได้อีกมั๊ย

ฉันจัดการเทน้ำมันอีกจากถังไว้เต็มพื้นแล้วเมลงมาถึงขั้นบันไดด้วย  ฮ่าๆ  ทีนี้แหละพวกแกจะได้สนุกกับสไลด์เดอร์เต้าหู้แบบฟรีๆไม่คิดตังค์

ฉันรีบเทน้ำมันแล้วก็มองไปทางข้างบนก็เห็นว่ายัยห้าตัวกำลังวิ่งมาทางนี้แล้ว  หวาๆ  เผ่นก่อนดีกว่าเรา  ขอให้สนุกนะ  ฮ่าๆๆ  ก๊ากๆๆๆๆ

กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

ไม่คอหักตายก็ซี่โครงพังแหละหน่า  ก๊ากๆๆๆ

 

ครืดด!!

ฉันเปิดประตูห้องเรียนเข้ามา  โชคดีที่ครูยังไม่เข้าไม่งั้นฉันต้องซวยกว่านี้แน่  ทุกคนภายในห้องพากันเงียบกริบมีแต่เสียงฝีเท้าของฉันเท่านั้นที่ดังก้องไปทั่วห้อง  ฉันเดินไปนั่งที่ของตัวเองอย่างเงียบๆ

ยัยเต้าหู้  ฉันหันไปตามเสียงเรียกนั่น  น่าแปลกใจมากที่ได้ยินชื่อของตัวเองจากเพื่อนในห้องเดียวกัน

กล้าไปออกศึกคนเดียวได้ไงทำไมไม่บอกพวกเราฮะ!!”  ฉันยกมือขึ้นปิดหูกับเสียงของยัยส้ม  ยัยนั่นมายืนเท้าเอวค้ำหัวฉันอยู่ที่โต๊ะ  แต่ทำไมฉันกลับยิ้มล่ะเนี่ย

ดูสิ  หน้ายังกับไปโดนหมาฟัดมา  ยัยองุ่นจับคางฉันเบาๆหันไปหันมา

มันเจ็บนะ

อ้อ  เจ็บเป็นด้วยเหรอ  คราวหน้าคราวหลังอย่าทำเป็นอวดดีล่ะ  มีอะไรต้องบอกพวกเราในห้องเข้าใจ๋  น้ำตาแทบร่วงแหนะ  พวกบ้าเอ๊ย  ปล่อยให้คนอื่นนั่งเศร้าใจอยู่ตั้งหลายวัน

 

-  เลิกเรียน  -

ฉันเก็บอุปกรณ์การเรียนใส่กระเป๋าเรียกว่ายัดมันลงไปเลยดีกว่า  ในขณะที่ฉันเก็บของอยู่ก็มีเสียงกรี๊และเวียงดังอึกทึกออกมาจาดข้างนอกห้อง  อะไรกันล่ะ  ซุปเปอร์จูเนียร์มาอินเตอร์ไฮฯหรือไง

ฉันเปิดประตูห้องออก  ฝูงมหาชนมาจากไหนเนี่ย  นักเรียนที่เพิ่งเรียนเสร็จเริ่มทยอยออกจากห้องแล้วก็มายืนแอร์อัดกันอยู่ตรงระเบียงชั้นสาม  ให้ตาย  ทำไมพวกนี้ไม่ลงตึกกันไปล่ะ

ฉันแทรกตัวผ่านพวกนักเรียนทั้งหลายมาอยู่ยังที่โล่งอยากรู้จริงว่าข้างหน้ามันเกิดอะไรขึ้น  แต่พอเงยหน้าขึ้นเท่านั้นแหละฉันก็เจอกับตัวต้นเหตุทันที  ไลท์...อยู่ในท่าหลังพิงเสาเอามือล้องกระเป๋าหูทั้งสองข้างมีไอพอทคู่ใจอยู่  และที่สำคัญหมอนี่กำลังหลับตา  อยากจะรู้นักว่าเขารู้บ้างหรือเปล่าว่าตอนนี้ตัวเองกลายเป็นจุดสนใจมากแค่ไหนน่ะ

เขาลืมตาขึ้นปรือๆเหมือนคนเพิ่งตื่นจากนอน  เชื่อเขาเลย!  เขาไม่มีท่าทีตกใจซักนิดเดียวว่ากำลังมีคนเกือบร้อยกำลังจ้องเขาอยู่น่ะ  หมอนี่หน้าด้านสุดๆเลยอ่ะ

เจอตัวซะทีนะยัยตัวเล็ก  ฮ้าวว~~”

เอากับเขาเถอะขนาดหาวยังหล่อเลย

ไปกัน  จู่ๆเขาก็มาจับมือฉันแล้วลงมือลาก

เดี๋ยวๆๆไปไหน  หวังว่านายคงไม่พาฉันไปฆ่าแลกกับค่าวิสกี้วันนั้นหรอกนะ

จะเพ้อไปถึงไหนเนี่ย  ไอ้ไลเกอร์มันใช้ให้ฉันมาลากเธอไปต่างหาก

ไลเกอร์?!”

ใช่  มันบอกว่าเธอหลบหน้ามัน  ไอ้บ้านั่นน่ะไม่ค่อยถูกกับคนเยอะๆ  มันเลยบังคับฉันขึ้นมาลากเธอลงไปแทน  มันรออยู่ในรถข้างล่างหน้าตึกเธอแหนะ

ฉันชะโงกหน้าลงไปดูข้างล่างก็เห็นรถสีดำกับสีขาวจอดอยู่เคียงกัน  แล้วก็มีรถสีแดงจอดอยู่ด้านหน้ารถทั้งสอง  และมีคนสองฝ่ายกำลังยืนกันหน้าเข้าหากันเหมือนกับกำลังคุยอะไรกันซักอย่าง  ถ้าจำไม่ผิดนั่นมันไลเกอร์กับเฟรนลี่และผองเพื่อนนี่

ไหนนายบอกว่าไลเกอร์รออยู่ในรถไง

ไลท์รีบวิ่งมายืนข้างฉันแล้วชะโงกหน้าไปดู  ก่อนที่จะแสยะยิ้มที่มุมปากอย่างน่ากลัว

ไปกันเถอะ  มีเรื่องสนุกๆแล้วล่ะเต้าหู้...



ไลท์ลากฉันลงมาข้างล่างจนได้  บรรยากาศมันมาคุๆยังก็ไม่รู้สิ  ฉันกระตุกชายเสื้อไลท์นิดๆแล้วเขาก็หันมาขมวดคิ้วใส่ฉัน  ฉันเลยส่ายหัวแรงๆให้เขาไป  ฉันไม่ไปนะ ไม่ปายย

ไม่เป็นไรหรอก  พวกมันคงไม่โง่พอที่จะฆ่ากันเพื่อแย่งเธอหรอก

ฉันไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้นซักหน่อย  ฉันไม่บ้าพอที่จะคิดว่าสองคนนั่นชอบฉันหรอก  แค่คิดว่าไลเกอร์มานั่งพูดคำหวานๆและเฟรนลี่มาคอยเทคแคร์ฉันล่ะก็...  โอ๊ย  แค่คิดฉันก็ปวดหัวแล้วล่ะ

ฉันส่งสายตาวิ้งๆแบบที่คิดว่าน่าสงสารที่สุดให้ไลท์เผื่อเขาจะมีจิตใจเป็นคนดีคิดที่จะสงสารฉันบ้าง

จ้องอย่างนั้นกะจะเอาให้ท้องกันเลยหรือไงฮะยัยถั่วเหลือง!!”

ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าใครที่ตะโกนมา  ปากเสียจริงๆเลยนะนายเบอร์หนึ่งจอมฟ้าผ่า

ฉันไม่โง่พอที่จะเอายัยนี่ไว้หุงข้าวที่บ้านหรอก

สมกับเป็นเพื่อนกันจริงๆ  ปากเสียทั้งคู่เลย

ไลท์หันไปตะโกนใส่เพื่อนแล้วหันมาทางฉันอย่างรวดเร็ว  เขาดึงฉันเข้ามาใกล้กว่าเดิมแล้วกระซิบที่ข้างหูฉัน

อยู่ใกล้ๆฉันไว้ก็พอ  เข้าใจนะ

ฉันพยักหน้าให้เขาไป  รู้สึกใจชื้นขึ้นนิดหน่อย  อย่างน้อยเขาก็ไม่ใจร้ายพอที่จะให้ฉันไปตายในดงเสือหรอกนะ  ทั้งๆที่ฉันชอบทำตัววุ่นๆให้เขาลำบากใจอยู่เรื่อย  ฉันรักนายจัง...พี่ไลท์สุดหล่อ(น่า)ลากก~~

ไลท์จับข้อฉันไว้แน่นแล้วพาฉันมาหาไลเกอร์  เขามองฉันด้วยสายตาดุดันก่อนจะขมวดคิ้วเข้าหากัน  ฉันเลยหันไปมองเฟรนลี่แทนก็เห็นว่าเขาก็กำลังมองฉันอยู่  เขายังคงจ้องฉันอยู่อย่างนั้นส่วนฉันก็จ้องเขาตอบ  มารู้ตัวอีกทีก็ตอนที่ไลท์กระตุกข้อมือฉันเบาๆ  นั่นแหละฉันถึงได้ละสายตาไปจากเขาแล้วหันกลับมามองไลเกอร์แทน  หมอนี่จะขมวดคิ้วอีกนานมั๊ย  มีอะไรสงสัยก็ว่ามาสิ

หน้าเธอเหมือนมันฝรั่งเบี้ยวๆเลย

เขาจับคางฉันหันไปหันมา  มันเจ็บนะตาบ้านี่!  มันยังไม่หายระบมเลยอ่ะและรู้สึกว่ามันจะบวมขึ้นเรื่อยๆอีกด้วย

ไปปากเก่งที่ไหนมาล่ะ

เรื่องของฉัน!”

ฉันปัดมือเขาออกเบาๆ  แต่เขาก็ยกมือขึ้นมาจับไว้เหมือนเดิม  เอาเถอะ  ถึงจะปัดใหม่เขาก็กลับมาจับมันเหมือนเดิมอยู่ดี

ต้นเหตุก็คงเป็นพวกฉันสินะ

เฟรนลี่พูดขึ้นหลังจากที่เงียบไปนาน  ฉันมองเขาได้แค่หางตาเท่านั้นเพราะอีตาไลเกอร์จับคางฉันไว้แน่นจนขยับหันไปทางไหนไม่ได้เลย  และอีกอย่างเขาเริ่มจะอยู่ไม่นิ่งด้วยการทำอะไรขะยุกขยิกที่หน้าฉันก็ไม่รู้

ฟึ่บบ~!!

OoO

จู่ๆตัวฉันก็ลอยไปทางด้านใดด้านหนึ่ง  มารู้อีกทีก็ตอนที่มีมือทั้งสองมือประคองหน้าฉันอยู่  ฟะ... เฟรนลี่อย่างนั้นเหรอ  ฉันอ้าปากค้างมองการกระทำของเขา  นึกไม่ถึงว่าเขาจะกล้าลากฉันมาจากไลเกอร์ด้วยมือเปล่าๆ  เขาคิดอะไรของเขาอยู่นะ  รู้ก็รู้ว่าทำอย่างนี้แล้วผลที่ตามมามันจะเป็นยังไง  ขนาดฉันยังรู้เลย

ฉันเป็นหมอ  ฉันว่าฉันดูแลยัยนี่น่าจะเหมาะกว่านะ

เฟรนลี่มองหน้าไลเกอร์แล้วยกคิ้วขึ้นอย่างท้าทาย  ไลเกอร์มองเฟรนลี่ด้วยสายตาที่ไม่แสดงอารมณ์ใดๆ  แต่ฉันรู้ว่าภายในเขากำลังร้อนรนแค่ไหน  ฉันไม่ได้เข้าข้างตัวเองว่าเขาหวงฉันหรอก  แต่การกระทำของคิงเมื่อกี้มันเท่ากับว่าฉีกหน้าของเบอร์หนึ่งกันอย่างซึ่งๆหน้า  ยิ่งตอนนี้มีคนมากมายกำลังดูเหตุการณ์อยู่ด้วย

นี่หน้าคนหรือเนี่ย  ดูซิ

ลีเซียร์พูดขึ้นเสียงดังทำลายความเงียบเมื่อกี้ได้อย่างรวดเร็วเพราะทุกคนเริ่มกลับมาสนใจฉันกับลีเซียร์บ้างแล้ว  แต่ก็มีอยู่สองหน่อเจ้าเก่านั่นแหละที่ยังคงจ้องตากันอยู่  ตอนนี้ฉันถูกลีเซียร์ดึงออกมาจากวงโคจรอันตรายเรียบร้อยแล้วล่ะ

โอ้โห!!  นี่รอยตบเหรอเนี่ย

มันไม่น่าโอ้ลั้ลล้าเลยนะลีเซียร์  คนโดนตบนะ  ไม่ใช่ถูกหวย

ให้ฉันทายนะ  พวกนั้นคงมีกันประมาณไม่เกินสามคน

ผิดย่ะ  พวกนั้นมีกันห้าคนต่างหาก  ส่วนฉันน่ะหัวเดียวกระเทียมลีบ

เธอไม่น่ารอดมาเลยนะ  ห้าต่อหนึ่ง

แช่งกันซะงั้น  ปากเสียหมดทั้งกลุ่มเลยหรือเปล่าเนี่ย

นี่!  ฉันก็สู้คนนะ

แล้วพวกนั้นล่ะ?

ซี่โครงหัก  ม้ามแตก  ขากรรไกรร่วง  ตอนนี้คงจะอยู่ที่วัดไหนซักแห่งล่ะมั้ง

ลีเซียร์มองฉันอย่างสยดสยอง

ร้ายกาจ!  เธอคงจะไม่ใช้มีดสปาต้าคว้านท้องพวกนั้นหรอกนะ

พวกนั้นตกบันไดลงไปเองต่างหากล่ะ

ลีเซียร์กระเถิบออกห่างฉันอย่างกับกลัวว่าฉันจะใช้มีดสปาต้าคว้านท้องเขาเองอย่างนั้นแหละ  ฉันหัวเราะออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่กับบุคลิกของลีเซียร์ตอนนี้  ส่วนเขาก็ได้แต่แยกเขี้ยวยิงฟันใส่ฉันท่าเดียว

ในขณะที่ฉันกำลังหัวเราะอยู่ก็มีมือหนึ่งมาฉันต้นแขนฉันแรงๆจนร่างฉันเซไปทางด้านหลัง

“หมดเวลาหัวเราะแล้วเต้าหู้  ฉันรอเธอมานานเกินไปแล้ว  ขึ้นรถ!!... “


ไลท์!!...ไลท์!!!... ไหนนายบอกว่าจะช่วยฉันไง!!!”

ฉันตะโกนอย่างหัวเสียเมื่อไลเกอร์เริ่มดันฉันลงไปในรถ  ไลท์มองมาทางฉันพลางทำหน้าให้ตัวเองดูแล้วน่าสงสารที่สุด  อ๊ากก!!  ขอบอกเลยว่ามันใช้ไม่ได้ผลกับฉันในตอนนี้เลย

ฉันจะกลับมาฆ่านาย!!”

ปัง!!

เสียงปิดประตูรถดังขึ้นพร้อมกับสียงตะโกนสุดท้ายของฉัน

ฉันเห็นเฟรนลี่มองมาทางฉันแต่ก็ไม่ได้พูดอะไร  เอาล่ะ  ฉันเพิ่งตระหนักได้เดี๋ยวนี้เองว่าผู้ชายพวกนี้ไม่ได้ตระหนักถึงคำว่าบุญคุณเลย  ฉันเพิ่งช่วยพวกเขาไปนะ

 

นายไลเกอร์นายจะพาฉันไปไหนเนี่ย  ฉันต้องกลับบ้านก่อนจะค่ำนะ  ไม่งั้นแม่ได้สับกะโหลกฉันแน่ๆ

...

ไลเกอร์แคะหูไปในขณะที่ขับรถอยู่ก่อนจะเมินคำถามของฉันไปเหมือนว่าไม่ได้ยินอะไรเลย

ไลเกอร์ฉันถามนายอยู่นะ

...

หมอนั่นเปลี่ยนจากแคะมาเป็นทุบหูตัวเองแทน  อ๊ากก!  จะยั่วโมโหฉันหรือไง

ฉันถามว่านายจะพาฉันไปไหน

หมอนั่นหันไปมองไฟแดงนิดหน่อยแล้วหันมามองหน้าฉัน  ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีของเขาอย่างหนึ่งที่เขาไม่เคยที่จะขับรถผ่าไฟแดงเหมือนพระเอกนิยายคนอื่นๆเลยซึ่งมันก็ทำให้ฉันรู้สึกโล่งใจเป็นอย่างมาก  

พูดไม่เพราะเลยนะเต้าหู้  ฉันเคยบอกให้เธอเรียกฉันว่ายังไงจำไม่ได้แล้วเหรอ

คราวนี้กลับเป็นฉันเองที่เป้นฝ่ายเงียบไป  มันก็ไม่รู้ว่าทำไมเหมือนกันนะก็แค่เรียกว่าพี่  แต่ขนาดนึกว่าฉันเรียกเขาว่าพี่ฉันก็เขินจนหน้าร้อนผ่าวแล้ว  O///O

เป็นอะไรทำไมหน้าแดง  หรือว่าแอร์ไม่เย็นพอ

ก่อนที่ฉันหรือเขาจะได้พูดอะไรอีกเสียงโทรศัพท์ของไลเกอร์ก็ดังขึ้น  เขากดรับอย่างรวดเร็วเมื่อรู้ว่าเป็นใครโทรมา

ครับแม่

มะ...แม่เหรอ

(ไลเกอร์อยู่ไหนลูก)

ผมกำลังขับรถอยู่ครับแม่  แม่มีอะไรหรือเปล่าครับ

(เปล่าหรอกจ้า  พอดีพ่อของลูกเพิ่งจะกลับมาจากอเมริกา  เขาอยากเจอลูกน่ะจ้า

หึ!  เหรอครับ

(ไลเกอร์ช่วยกลับมาบ้านซักเดี๋ยวได้ไหมลูก)

ผมไม่ว่างพอที่จะไปเจอเขาหรอกครับ

(ถือว่าเห็นแก่แม่นะลูก  มาพบพ่อเขาหน่อย)

ไลเกอร์ถอนหายใจเบาๆแล้วตอบกลับไป

ก็ได้ครับ  แต่บอกเขาด้วยนะว่าผมมีเวลาแค่สิบนาทีเท่านั้น

(ไลเกอร์...  ก็ได้จ้ะ  ลูกจะมาใช่มั๊ย)

ครับ

เขาวางโทรศัพท์ลงแล้วก็ขับรถต่อไปโดยไม่ได้พูดอะไรเลย

เอ่อ...  เรากำลังจะไปไหนกันเหรอ

เรากำลังจะไปบ้านกัน

เขาพูดได้แค่นั้นก็เหม่อมองไปข้างหน้าและทำหน้าที่ขับรถของเขาต่อไป  ส่วนฉันก็ได้แต่เงียบ  ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมฉันจะต้องเงียบไปซะดื้อๆรู้แต่ว่าหลังจากนี้มันคงจะไม่ใช่เรื่องของฉันสินะ

 

ไลเกอร์เลี้ยวรถเข้า...เอ่อ...เข้าไอ้สถานที่ที่เขาเรียกว่าบ้านนั่นแหละ  แม่เจ้าโว้ย!  อะไรมันจะโอฬารมหากาฬขนาดนี้

รออยู่ในนี้ก่อนนะ  จะฟังเพลงหรือจะดูทีวีก็ได้  เดี๋ยวฉันมา

เดี๋ยว!!...

เขาพูดจบก็ปิดประตูเดินเข้าในบ้านปล่อยให้ฉันนั่งอยู่ในรถคนเดียว  คือฉันแค่อยากจะถามว่าไอ้ปุ่มพวกนี้มันคืออะไร  มีปุ่มยั้วเยี้ยมากมายตรงคอนโทรลรถแล้วฉันจะดูหนังฟังเพลงได้ยังไง  อย่างกับฉันเก่งภาษาอังกฤษนักนี่!!

สิบนาทีผ่านไป  ไลเกอร์ก็ยังไม่มา  ไหนบอกว่าว่างแค่สิบนาทีไงทำไมไปนานนักนะ  ฉันเริ่มเซ็งกับการนั่งในรถเฉยๆเลยเปิดประตูลงจากรถออกมาข้างนอก  สวนที่นี่สวยชะมัดฉันว่าฉันไปเดินเล่นในสวนคงไม่เป็นอะไรหรอกมั้ง  ฉันยอมโดนไลเกอร์ว่าที่ฉันขัดคำสั่งเขา  ดีกว่าที่จะนั่งแข็งตายอยู่ในรถตู้เย็นวิ่งได้นั่นก็แล้วกัน...

 

Liger  Talk…

สวัสดีครับทุกคน  ผมคือไลเกอร์  ผมโดนยัยนักเขียนบังคับ(ข่มขู่)ให้มาทอร์คอะไรของยัยนั่นก็ไม่รู้  เธอบอกว่าตอนนี้เป็นตอนของผมเลยอยากให้ผมทอร์คเอง  ผมก็บอกยัยนั่นไปหลายรอบแล้วด้วยว่าตอนนี้ผมไม่ว่าง  ผมกำลังจะไปหาแม่และพ่ออยู่นะ

ผมเดินเข้ามาในห้องรับแขกก็เห็นแม่นั่งรออยู่แล้ว  พอท่านเห็นผมท่านก็โผเข้ามากอดผมทันที  ผมกอดท่านตอบเช่นกัน  ท่านคลายอ้อมแขนออกจากตัวผมแล้วมองหน้าผม  ดวงตาของท่านมีน้ำตารื้นๆอยู่อีกแล้ว  ให้ตายเถอะ  ทุกครั้งที่ผมกลับมาบ้านผมก็จะต้องเห็นน้ำตาของแม่ทุกทีเลย  มันทำให้ผมรู้สึกว่าตัวเองเป็นคนที่เลวที่สุด

สบายดีไหมลูก  ดูซูบผอมลงไปตั้งเยอะนะ

ผมสบายดีครับ  ทำไมแม่ต้องร้องไห้ทุกครั้งเวลาที่ผมกลับมาด้วย  ผมอยากเห็นแม่ยิ้มมากกว่านะครับ

แม่...

แม่พูดได้แค่นั้นก็ต้องปล่อยโฮลงมาอีกระลอก

อะแฮ่ม!...

แม่หยุดน้ำตาลงเมื่อมีเสียงกระแอมนั่น  ผมหันไปมองพ่อที่นั่งอยู่บนโซฟา

ป้าพิมพาคุณผู้หญิงไปพักผ่อนเถอะ

ค่ะ

พ่อว่าเราไปคุยกันข้างนอกดีกว่า

ผมเดินตามพ่อออกไปข้างนอก  จนมาถึงสวนหลังบ้าน  พ่อนั่งลงบนเก้าอี้ในสวน

นั่งสิ

ผมนั่งลงบนเก้าอี้ตรงข้ามกับพ่อ  ตอนนี้มีแค่โต๊ะตัวเดียวเท่านั้นที่กั้นระหว่างเราสองคน

ทำไมถึงไม่กลับบ้าน

ก็แค่ไม่อยากกลับ

แกรู้ตัวหรือเปล่าว่าทำตัวแบบนี้ทำให้แม่แกเสียใจแค่ไหน

ทำไมผมจะไม่รู้ล่ะ  ก็ผมเพิ่งเห็นน้ำตาแม่ไปเมื่อกี้เองนะ  ผมไม่ใช่คนไม่มีความรู้สึกซักหน่อย

รู้

แต่ก็ยังทำ

ผมเสมองไปทางอื่น  ตอนนี้ถ้าเป็นไปได้ผมอยากจะล้มโต๊ะข้างหน้านี้ลงซะ  นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เราพูดถึงเรื่องนี้กันมันเป็นแบบนี้มาตั้งแต่ผมเริ่มขึ้นปีหนึ่ง

พ่อเรียกผมมามีอะไร

แค่ฉันอยากเห็นหน้าลูกชายตัวเอง  ทำไมฉันจะต้องมีอะไรด้วย

พ่อเนี่ยนะอยากเห็นหน้าผม  ไม่ใช่ว่าเรียกมาด่าเหมือนทุกครั้งหรอกเหรอ

ฉันก็จะด่าแกทุกครั้งนั่นแหละ  ในเมื่อแกยังทำตัวให้แม่แกเสียใจอยู่อย่างนี้  แม่แกต้องร้องไห้ทุกครั้งเวลาที่เจอแก  เขารักแกมากแค่ไหนแกไม่รู้หรอกเหรอ

ผมหันมามองหน้าพ่อด้วยสายตาที่จริงจัง

แล้วพ่อล่ะรักแม่มากแค่ไหน  พ่อเคยถามแม่บ้างมั๊ยว่ากินข้าวหรือยังเคยถามผมบ้างมั๊ยว่าผมอยากไปไหนอยากทำอะไร  ตั้งแต่เล็กจนโตพ่อก็เอาแต่บ้างานไม่สนใจแม่และผม

ฉันทำทุกอย่างก็เพื่อแกทั้งนั้น!”

พ่อบอกว่าทำเพื่อผม  แต่พ่อไม่เคยที่จะคอยดูแลผมเลย ... ถ้าไม่คิดที่จะเหลียวแลกันแล้วไปรับผมมาเลี้ยงทำไม!!”

ผมลุกขึ้นจากเก้าอี้ทันทีโดยไม่สนใจอาการตกใจของพ่อเลย

แกรู้เรื่องนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่...

พ่อถามผมเสียงสั่นๆในขณะที่ผมยืนหันหลังให้ท่านอยู่

พ่ออย่าบอกแม่ว่าผมรู้เรื่องนี้แล้ว  ผมไม่อยากให้ท่านต้องคิดมาก...

พ่อไม่ได้รั้งผมไว้ซึ่งนั่นก็ดีมากแล้ว  ผมรู้มานานแล้วล่ะว่าผมไม่ใช่ลูกจริงๆของท่านทั้งสอง  แต่ผมก็ไม่ได้บอกใครเพราะไม่อยากที่จะให้ใครคิดมากกับเรื่องนี้โดยเฉพาะกับแม่เพราะท่านเป็นคนที่แสนดีเกินไปและเป็นคนที่ผมรักมากที่สุดด้วย

ผมเดินมาได้ไม่ไกลนักก็มาเจอเต้าหู้ยืนนิ่งอยู่  เธอสบตาผมแล้วเบือนหน้าหนีไป  ผมแน่ใจว่าเธอคงจะได้ยินเรื่องเมื่อกี้หมดแล้ว  เธอคงจะรู้สึกสมเพชผมมากสินะ  ใครจะรู้ว่าคนเพอร์เฟ็กสมบูรณ์แบบอย่างผมมีเบื้องหลังที่น่าสมเพชมากแต่นี้

ผมจับมือเธอจูงออกไป  เธอบริสุทธิ์เกินกว่าที่จะมารับรู้เรื่องพวกนี้  แต่ผมก็ต้องตกใจเมื่อเธอเปลี่ยนมาจับมือผมแล้วเป็นคนพาผมเดินไปเอง  ผมมองเธออย่างงงๆ  แต่เธอก็ทำเพียงแค่หันกลับมามองหน้าผมถึงแม้จะไม่มีรอยยิ้มอยู่บนหน้าใสๆที่ผมชอบมองอยู่เป็นประจำ  แต่ก็มีแววตาที่จริงใจนั่นมันก็มากเกินพอแล้ว

ไหนนายบอกว่าแค่แปบเดียวไง  ทำไมนานเป็นชาติเลย  ฉันกลับบ้านค่ำไม่ได้นะจะบอกให้!  และฉันว่าตอนนี้ฉันอยากฆ่าไลท์แล้วล่ะ  ไปผับกัน

สงสัยยัยนี่คงอยากจะฆ่าไอ้ไลท์จริงๆ ถึงได้ชวนผมไปผับซะเอง  ไม่รู้ว่าไปมีเรื่องอะไรกัน

…End  Liger  Talk



" alt="" />



" alt="" />



" alt="" />


+++++++++++++++++++++++++++++++++++


TaLk ภู

หลังจากห่างหายจากวงการบันเทิงมาร่วมเดือน  ฮ่าๆ เว่อร์ๆ

ได้ฤกษ์อัพกับเขาซักที


การบ้านเยอะอ่ะค่ะ  กองท่วมหัวเลยค่ะ


ฟิสิกส์งี้ เคมีงี้ ชีวะงี้ และที่น่าเบื่อที่สุดการบ้านศิลเปรอะ เอ๊ย! ปะ ค่ะ


ดาวต้องขอยอมแพ้เลยวิชานี้


กลับมาอัพ 20% ก่อนค่ะ ไม่รู้จะแก้ตัวยังไง

วันนี้มันทุลักทุเลยังไงก็ไม่รู้  คืองี้ค่ะ

ดาวเปิดคอมว่าจะอัพนิยายต่อตั้งแต่เที่ยงแล้ว  แต่ไอ้The Rat ที่

ไม่ได้เลี้ยงแต่ดันหน้าด้านมาอยู่ (แบบว่าบ้านดาวกันดานอ่ะนะ)

มันกัดสายเม้าส์ดาวขาดอ่ะค่ะ  ฮือๆ น้ำตาแทบร่วง

พ่อก็ไม่อยู่  แม่ก็ไม่อยู่

กว่าจะได้ไปซื้อเม้าส์ใหม่ก็ถึงบ้านเกือบหกโมงครึ่งแล้วค่ะ

เรื่องทั้งหมดมันก็มีแค่นี้แหละค่ะ

ไปฉลองปีใหม่บ้านยายแค่สองวัน กลับมาไอ้หนูไม่รักดีก็ทำงานเลย

Talk ภูติ 2

เย้ๆ  อัพเสร็จซะที เพราะทนแรงกดดันไม่ไหว

รู้สึกว่าเฟรนลี่จะมีแฟนคลับเยอะนะเนี่ย(รวมทั้งดาวด้วย)ไม่รู้ว่าจะ

มีคนแอนตี้ไลเกอร์ของเรารึปล่าว?

แต่หลังจากนี้หวังว่าคงจะมีคนสงสารพระเอกของเราเพิ่มขึ้นนะคะ

กว่าจะอัพตอนนี้เสร็จดาวเม้าพังไปสองตัวค่ะ

พอซื้อใหม่แล้วมันก็กัดอีก  คราวนี้แม่ไม่ซื้อใหม่ให้แล้วอ่ะ  แงๆ

อันที่ใช้อยู่ก็ของเพื่อนค่ะ พอดีคอมมันเสียดาวเลยได้ใช้ ฮ่าๆ


ขอบคุณ คุณตะวัน ที่มากดดันดาวทุกเช้าค่ำ

ขอบคุณ น้องน้ำที่คอยบอกว่า พี่ดาวอัพซักที!!

ขอบคุณ น้องปัดที่คอยมาเร่งพี่ในไฮเป็นประจำ

ขอบคุณ น้องหมิวที่คอยติดตามตลอดจ้า

และขอบคุณอีกหลายๆคนที่ดาวยังไม่ได้เอ่ยชื่อนะคะ

(เพราะดาวยังไม่รู้จัก คราวหลังมาแนะนำตัวกันบ้างนะคะ)


เพราะถ้าไม่มีใครกดดันดาวคงจะอัพไม่จบ ฮ่าๆ

(หรือเรียกอีกอย่าว่าขี้เกียจ)


ฝากโหวต&เม้นให้หน่อยจิฮะ (^o^)

I Luv Reader



2011.02.09


See U Next Part
  


    
ข้อความ :
จากคุณ * :
 

หน้าที่ 3 จาก 3 หน้า
แสดง เรื่อง
ความคิดเห็นที่ 1
ง่าอัพๆๆๆ
+1
จากคุณ อารันา/(chromellmukuro) อัพเดตเมื่อ 30/12/2553 23:34:15
ความคิดเห็นที่ 2
อัพๆๆๆ
จากคุณ มอส/(lapansail) อัพเดตเมื่อ 30/12/2553 21:47:44
ความคิดเห็นที่ 3
รีบอัพนะ
จากคุณ rotmay/(rotmaysishompool) อัพเดตเมื่อ 29/12/2553 20:57:36
ความคิดเห็นที่ 4

+1
สนุกอ่ะรีบอัพนะพี่ดาว
อยากอ่าน

เฟรนลี่น่ารักจังเลยอ่ะ

จากคุณ nam/(namzanana) อัพเดตเมื่อ 28/12/2553 19:23:08
ความคิดเห็นที่ 5
สนุกกก

รู้ไหมเข้ามาดูทุกวันเลยย

กว่าจะอัพเนอะ !!

เเต่ก็เข้าใจ การบ้านเยอะ

สู้ๆเน้ออออ ^ ^
จากคุณ ตะวัน/(lukminy_yamrolL) อัพเดตเมื่อ 28/12/2553 15:03:46
ความคิดเห็นที่ 6
นุก
จากคุณ ไข่มุก/(mookandmik) อัพเดตเมื่อ 27/12/2553 19:21:17
ความคิดเห็นที่ 7
นุกๆๆๆๆๆๆๆๆ....

รีบอัพเร็วๆน่ะ
จากคุณ You/(YakuZa-love) อัพเดตเมื่อ 27/12/2553 06:13:01
ความคิดเห็นที่ 8
เรียกว่า 50% ได้มั๊ยเนี่ย ฮ่าๆ
สั้นเนอะ เด๋วครึ่งหลังจะอัพให้ยาวกว่าเดิมเน้อ

I LUV READER
จากคุณ ดาว/(zaza1234poohza) อัพเดตเมื่อ 26/12/2553 20:04:44
หน้าที่ 3 จาก 3 หน้า
แสดง เรื่อง
 
จำนวนผู้ชมเว็บแจ่มใสขณะนี้: 195 ท่าน