Guest   
 
Username: 
Password:  




 




  






 
อ่านเรื่อง
SE'XY GUYs ♠ เผลอรักร้าย นายสุดเลว
ลิตเติ้ล ? เนม''
? I get tired and upset about my heart.
11
18/12/2553 14:28:36
1698
เนื้อเรื่อง
 

-8-

I get tired and upset about my heart.

ฉันรู้สึกเหนื่อย และหงุดหงิดหัวใจ.

 














     ฉันกลั้นใจยกขาถีบเขาอีกครั้ง และมันก็ได้ผลเมื่อร่างของเขาลงไปนอนกลิ้งอยู่ที่พื้น ดริฟท์ยกมือขึ้นลูบสะโพกตัวเองก่อนจะหันสายตาตำหนิมาทางฉัน ส่วนฉันก็รีบหยิบเสื้อตัวน้อยที่ถูกเขาถอดทิ้งขึ้นมาสวมแล้วถอยห่างจากเขาอย่างไม่คิดชีวิต

            “อย่าเข้ามาใกล้ฉันนะดริฟท์ ขืนเข้ามา ฉันเอานายตายแน่!” ฉันตวาดลั่นเมื่อเขาทำท่าจะลุกขึ้นเดินเข้ามา แต่เขากลับหัวเราะชอบใจและไม่สนใจท่าทางเอาเรื่องของฉันเลยซักนิด กลับกัน.. เขากลับยิ่งเดินเข้ามาใกล้ๆ เหมือนจะท้าทายฉันยังไงยังงั้น

            “ก็นึกว่าเธอจะสงสัยว่าผู้ชายในคลิปนั่นใช่ฉันรึเปล่า ไม่อยากพิสูจน์หน่อยเหรอ” ประกายนัยน์ตาระยิบระยับของเขาเล่นเอาขนหัวฉันลุกไปหมด บางทีฉันอาจจะมีไข้ขึ้นสูงก็ได้ที่มองเขาเซ็กซี่ขึ้นมาแบบนั้น ฉันสะบัดหัวละความคิดบ้าๆ ออก ก่อนจะหันมาตวาดเขาด้วยอารมณ์

            “บ้ารึไง! อย่ามาทำยุ่มย่ามกับฉันนะ ถึงในคลิปนั่นมันจะเป็นนายหรือไม่เป็นนาย ฉันก็ไม่แคร์อยู่แล้ว!

            “แต่ฉันแคร์ แบบนี้ฉันก็เสียภาพพจน์หมดซิ ฉันไม่นิยมเป็นพระเอกหนังโป๊แบบนั้นซะหน่อย เดี๋ยวคนอื่นจะเข้าใจผิดไปกันใหญ่นะ เธอไม่เป็นห่วงฉันเหรอ ฉันอาจจะโดนพวกจิตวิปริตทำมิดีมิร้ายก็ได้นะ” เขาว่าพรางทำหน้าเหมือนเด็กห้าขวบกำลังเรียกร้องความสนใจจากแม่ แต่ฉันแทบอยากจะตบสมองเขาให้หลุดเลยจริงๆ คิดว่าทำแบบนั้นแล้วน่ารักรึไง ชิ!

            แล้วนี่ฉันยิ้มบ้าอะไรเนี่ย!

     “นี่...” เขาทำเสียงยานครางแบบอ้อนๆ แล้วใช้นิ้วจิ้มๆ ที่ต้นแขนของฉันเบาๆ ทำให้ฉันหันไปค้อนใส่เขาทันที

            “อย่าไปชอบไอ้บีมันเลยนะ ฉันเสียใจนะที่เธอปันใจให้ชายอื่นน่ะ” ดริฟท์อมแก้มป่องทำหน้างอนใส่ฉัน ให้ตาย! ผู้ชายคนนี้เข้าใจยากเกินไปรึเปล่านะ เขาจะมาอารมณ์ไหนกับฉันกันแน่

            ฉันตีนิ้วของเขาที่ตอนนี้กำลังลามมาจิ้มอยู่แถวหน้าอก ก่อนจะหันไปจิกสายตาใส่

            “พูดเรื่องอะไรของนาย ฉันไม่ได้ชอบเธิร์ดบีซักหน่อย อ้อ.. แล้วฉันก็ไม่ได้เป็นอะไรกับนาย จำเป็นด้วยเหรอที่ฉันจะต้องคบนายแค่คนเดียวน่ะ ทีนายยังควงใครต่อใครได้เลย มันไม่แฟร์นะ ว่ามั้ย?

            “อย่างอแงซิ เราตกลงคบกันแล้วไง แล้วฉันก็ไม่ได้ควงใครที่ไหนซักคน อืม.. ถ้าเธอหมายถึงคนเมื่อตอนเย็นๆ นั่นแฟนของพี่ชายไอ้เธียร์มันต่างหาก ไม่ใช่ใครที่ไหนเลยนะ” เขาว่า สายตาอ้อนๆ ปานลูกแมวของเขาทำฉันใจอ่อนได้ง่ายๆ เลยล่ะ

            ฉันไม่อยากจะเชื่อคำพูดของเขา แต่ไม่รู้ทำไมใจฉันมันถึงได้เต้นแรงผิดปกติแบบนี้ ทั้งที่บังคับอารมณ์ให้นิ่งที่สุด แต่ใบหน้าของฉันกลับมีรอยยิ้มแต้มอยู่ซะได้ นี่ฉันเป็นอะไรไปนะ ฉันคงไม่ได้หวั่นไหวไปกับคำโกหกที่สวยหรูของผู้ชายคนนี้ใช่มั้ย?

     “นินิน.. เราคบกันอยู่นะ เพราะฉะนั้น เลิกดื้อกับฉันได้แล้ว แล้วเราก็มาพูดจาดีๆ ใส่กันดีกว่า โอเคมั้ย?” ฉันไม่เข้าใจความรู้สึกของตัวเอง และก็ยิ่งสับสนกับความรู้สึกของดริฟท์

            ผู้ชายคนนี้กำลังจะเล่นอะไรกับชีวิตฉันอีก เขาจริงจังรึเปล่ากับคำพูดที่ได้พูดมา และเขาจริงใจที่จะรักษาคำพูดพวกนั้นมั้ย? หรือเขาทำไปเพื่อให้ฉันวางใจ สุดท้ายก็ทำร้ายฉันเหมือนที่เคย ฉันไม่รู้ว่าควรจะคิดในแง่ไหนกับผู้ชายอันตรายคนนี้ อยากจะเชื่อแต่ก็กลัวจะเสียใจ แล้วถ้าตัดปัญหาไปล่ะ ถ้าฉันลองขอออกไปจากเขาตอนนี้ล่ะ ฉันจะก้าวออกไปได้มั้ย?

            “ดริฟท์.. นายกับฉัน เราไม่ได้มีความรู้สึกที่อยากจะคบกันตั้งแต่แรก อย่าผูกมัดฉันด้วยความแต่ใจของนายเลยได้มั้ย” ฉันบอก สายตาของเราสบกันโดยไม่มีใครคิดจะหลบ เขาเงียบไปซักพัก เหมือนกับฉันที่กำลังข่มใจให้สั่นน้อยลง

            “เธอไม่ชอบฉันแล้วเหรอ? คำถามที่หลุดออกมาจากปากเขา ทำเอาฉันสะอึกในอก

            ฉันเบิกตาเล็กๆ ตกใจในคำพูดของเขา ไม่คิดว่าเขาจะถาม และไม่คิดว่าเขาจะรู้ว่าฉันก็เคยมีความรู้สึกนั่นกับเขา ใช่.. ฉันเคยมี มันก็แค่ เคย แต่ตอนนี้ความรู้สึกนั้นมันได้ลดลงไปแล้วล่ะ เพราะสิ่งที่ฉันได้รับจากเขา มันเป็นเหมือนมีดที่กรีดเฉือนความรู้สึกของฉันให้มันขาดลงทุกวันๆ

            “แล้วนายล่ะ..” ฉันถามเขากลับบ้าง แต่เขากลับเงียบ เงียบจนฉันใจหาย ทั้งที่รู้อยู่เต็มอกว่าเขาไม่เคยสนใจฉันตั้งแต่แรก แต่ก็แอบหวังให้เขามีความรู้สึกดีๆ กับฉันบ้าง

            ฉันได้แต่ก้มหน้าแล้วยิ้มเมื่อเขาไม่ตอบอะไรกลับมา มันก็เจ็บนะ.. แต่ฉันไม่ใส่ใจหรอก มันก็แค่เสียหน้านิดๆ น่ะ หวังจะได้ยินคำพูดดีๆ แต่ความจริงมันไม่สวยหรูเหมือนอย่างที่คาดหวังไว้หรอก ฉันรู้ดี..

            “ฉันยังไม่รู้หรอกว่าชอบเธอมั้ย คงต้องใช้เวลาซักหน่อย..”

            “งั้นนายก็ปล่อยฉันไปนะ อย่ากักขังฉันแบบนี้” เสียงแผ่วๆ ที่ดังลอดออกจากริมฝีปาก มันดูยากลำบากเหลือเกินที่จะพูดออกไป ไม่รู้ซิ.. ถ้าหากเขาตกลงที่จะปล่อยฉันไปจริงๆ ฉันจะทำยังไงล่ะ

            มันใจหายยังไงก็ไม่รู้นะ.. รู้ว่าตัวเองไม่ได้มีค่าสำคัญอะไรตั้งแต่แรก แล้วจู่ๆ มาปล่อยกันไปง่ายๆ มันยิ่งตอกย้ำถึงความไร้ค่าของฉันเข้าไปอีก แต่ไม่หรอก.. ก็ฉันไม่อยากจะต้องเจอเรื่องอะไรอีกแล้ว ฉันเหนื่อยที่ต้องต่อสู้กับผู้หญิงของเขา และเหนื่อยกับความรู้สึกที่แสนจะยุ่งยากของตัวเอง

            ใจคนมันไม่มั่นคงอย่างนี้ทุกคนรึเปล่านะ

            ฉันกำลังตัดพ้อดริฟท์ แต่ในสมองกลับไปนึกถึงเธิร์ดบี ..ฉันมันก็ไม่ต่างจากคำว่า แย่งของคนอื่น อย่างที่เขาว่ากันนั่นแหละ ทุเรศตัวเองจริงๆ

            “เธอรู้สึกเหมือนโดนกักขังเหรอ? เธออยากออกไปเหรอ?” เสียงเขาถาม น้ำเสียงราบเรียบแบบนั้น ฉันไม่อยากจะเงยหน้าไปมองเขาเลยซักนิด บางทีเขาอาจจะทำหน้าเหยียดๆ ใส่ฉันอยู่ก็ได้ คงคิดว่าฉันกำลังสำคัญตัวเองอยู่ล่ะซิ ฉันพยักหน้ารับกับคำถามของเขา

            อย่างน้อยๆ ฉันก็จะได้ผ่านเรื่องแย่ๆ พวกนี้ไปซักที มันคงจะไม่เลวร้ายเท่าไหร่ ในวันต่อๆ ไปของฉันมันคงจะไม่ยุ่งยากซับซ้อนเท่าทุกวันนี้หรอก

            “นินิน.. ฉันไม่ได้เป็นคนผลักไสเธอ แต่เธอเลือกที่จะเดินหันหลังให้ฉันเอง”

            “................”

            “ถ้าคิดว่าเธอเลือกถูก ฉันก็จะไม่รั้งเธอ ไม่กักขังเธอ.. แต่ถ้าเธอหันหลังเดินจากไปแล้ว อย่าได้ย้อนกลับมาหาฉันอีก เพราะฉันจะไม่อ้าแขนต้อนรับเธอเหมือนอย่างตอนนี้ที่ฉันกำลังทำ”

 

            ฉันนั่งมองวิวทิวทัศน์ตลอดเส้นทางที่รถขับผ่าน ซินน์พยายามที่จะชวนฉันคุยแต่เมื่อรู้ว่าทำไปก็ไม่มีอะไรดีขึ้นเขาจึงเลือกที่จะเงียบแล้วเปิดเพลงเพื่อทำลายความเงียบแทน หลังจากที่ดริฟท์พูดทิ้งท้ายไว้แบบนั้นเขาก็ออกจากคอนโดไปโดยที่ไม่ได้พูดอะไรอีก ซินน์มาหาฉันที่คอนโดของดริฟท์ บอกว่าจะมารับฉันไปส่งที่หอ แล้วจะช่วยขนข้าวของตามไปให้ทีหลัง ฉันก็ตกลงแล้วออกมาพร้อมกับเขา

            ทั้งที่ฉันควรจะโล่งอก ควรจะดีใจที่หลุดพ้นออกมาได้ซักที แต่ทำไมหัวใจของฉันมันถึงได้วูบลงตลอดเวลา ใจหาย ไม่มีแรงจะทำอะไรต่อ.. ฉันมีอาการแบบนี้ได้ยังไง ทำไมฉันไม่ดีใจ ทำไมน้ำตามันถึงได้ไหลออกมา

            ฉันเป็นอะไรกันแน่ หรือที่ร้องไห้แปลว่าฉันกำลังดีใจมากๆ ใช่มั้ย?

            หรือว่าฉันกำลังเสียใจที่เขาไม่คิดจะรั้งฉันไว้ซักนิด

            “โอเคมั้ยนินิน? แวะไปร้านเฮียดร๊อฟฟ์กับฉันมั้ย?” เสียงของซินน์ถาม ฉันส่ายหน้าแทนคำตอบ

            อยากหยุดซักที อยากจบแบบไร้ภาระตามหลัง จริงอย่างที่ดริฟท์บอก.. ในเมื่อฉันเลือกที่จะเดินออกมา ฉันก็ไม่ควรจะหันหลังกลับไป จากสะพานที่ฉันได้ก้าวข้ามกลับมายืนที่จุดเดิมอีกครั้ง ในวันรุ่งขึ้นฉันจะกลายเป็นนินินคนเดิมที่ไม่เคยเจอะเจอเรื่องเลวร้ายอย่างที่ผ่านมา มันก็เป็นเพียงแค่ความฝันในชั่วข้ามคืน ไม่นานฉันก็คงจะลืม

            และเขาก็คงจะลืมเช่นกัน..

            รถคันหรูของซินน์จอดอยู่ด้านหน้าตึกโทรมๆ มันเป็นหอของฉันเองล่ะ.. ฉันก้มหน้าลง เช็ดน้ำตาตัวเองให้แห้งสนิทแล้วหันไปส่งยิ้มขอบคุณกับซินน์ เขาได้แต่มองหน้าฉันเงียบๆ เขาเป็นคนเปิดเผยดีนะ สีหน้าที่ไม่ปิดบังความรู้สึกของเขาทำให้ฉันรู้สึกผิดไม่น้อย

            เขาคอยช่วยเหลือฉันมาตลอด จนถึงตอนนี้ฉันยังไม่ได้ตอบแทนบุญคุณเขาเลยซักครั้ง ฉันนี่มันเนรคุณจริงๆ แต่เอาเถอะ.. ไว้ฉันจะหาโอกาสทดแทนทีหลังแล้วกัน

            “ให้ฉันช่วยเธอมั้ย? เขายังคงรั้งฉันไว้ด้วยคำถามที่เฝ้าถามฉันมาตลอดทาง และนั่นทำให้ฉันได้แต่ยิ้ม ปล่อยน้ำตาให้ร่วงหล่นลงมาอีกครั้ง

            ถ้าเพียงเขายื้อฉันซักนิด แค่ห้ามไม่ให้ฉันออกไปจากเขาซักครั้ง เอาแต่ใจเหมือนอย่างทุกที่ ทำแค่นั้น.. ฉันอาจจะไม่ต้องมานั่งร้องไห้แบบนี้ ก็แล้วยังไงล่ะ.. ฉันต่างหากที่มันงี่เง่าไม่เอาเรื่อง ฉันต่างหากที่ปล่อยโอกาสของตัวเองหลุดลอยไป เพียงเพราะความกลัว กลัวว่าเขาจะทำร้ายฉันอีก

            ฉันผิดมั้ยที่กลัว และฉันผิดมั้ยที่จะเลือกปกป้องตัวเองด้วยวิธีแบบนี้

            “ให้ฉันช่วยเธอให้หยุดร้องไห้มั้ยนินิน” น้ำเสียงที่ดูเป็นห่วงเป็นใยจากผู้ชายคนนี้ ทำไมมันถึงไม่เปลี่ยนเป็นของผู้ชายคนนั้นกัน

            ฉันยกมือขึ้นปาดน้ำตาทิ้งอีกครั้ง แม้จะเช็ดมันซักเท่าไหร่แต่มันกลับไม่เหือดแห้งไปเลยซักนิด รอยยิ้มที่ผุดขึ้นบนใบหน้า เป็นเหมือนการด่าทอความเขลาของตัวเอง ฉันไม่คิดว่าความรักจะเกิดขึ้นง่ายดายแบบนี้ และไม่คิดว่าคนที่เอาแต่ทำร้ายกันแบบนั้นจะสร้างคำว่า รัก ฝังลึกลงไปในหัวใจของฉัน

            ฉันกำลัง รัก เขาอย่างนั้นเหรอ? แล้วมันเริ่มตั้งแต่ตอนไหนกัน...

            “ซินน์.. ฉันจะทำยังไงต่อไปดี ฉัน.. สับสน สับสนกับตัวเองจริงๆ”

 

            เช้าวันนี้เป็นอีกวันที่ร่างกายของฉันไร้เรี่ยวแรงที่จะทำอะไร ฉันได้แต่นั่งขีดเขียนลายเส้นมั่วซั้วไปบนกระดาษข้อสอบ วันนี้เป็นวันสอบวันสุดท้ายของฉันล่ะ แต่ทำไมจิตใจมันถึงได้ห่อเหี่ยวแบบนี้นะ

            “นี่แกจะสอบเอาท๊อปรึไงเนี่ย” เสียงเนย์เรียกให้ฉันตื่นจากสภาพไร้วิญญาณหลังจากที่ฉันเดินออกมาจากห้องสอบแล้ว ฉันส่ายหน้าเหมือนคนกำลังใกล้ตาย เห็นจินส่ายหน้าไปมาระอาในสภาพของฉัน

            เนย์เป็นคนเก็บข้าวของลงกระเป๋าแล้วกระชากตัวฉันให้ลุกขึ้นเดิน ฉันก็เดินตามเพื่อนสาวทั้งสองไปอย่างว่าง่าย มันไม่มีแรงจริงๆ นะ ไม่มีอารมณ์จะทำอะไร สมองโล่งว่างเปล่าไปซะหมด

            อาการเหมือนคนอกหักไม่มีผิด แต่ไม่หรอก.. ฉันไม่ได้อกหัก ฉันกำลังดีใจในการเริ่มต้นชีวิตปกติของตัวเองต่างหาก เฮ้อ..

            “แกเป็นแบบนี้มาเกือบอาทิตย์แล้วนะ วันนี้แกน่าจะร่าเริงหน่อยสิ ไม่มีสอบให้เครียดแล้ว เลิกเหี่ยวเถอะ ขอร้องล่ะ” เนย์ยังคงอ้อนวอนฉันไม่หยุด แต่ก็เท่านั้นล่ะ ในเมื่อจิตใจของฉันไม่อยากจะรับรู้อะไรอีกแล้ว

            ฉัน เนย์ และจิน เดินมาหยุดที่ใต้คณะนิเทศศาสตร์เหมือนอย่างทุกที ช่วงสอบแบบนี้ใต้คณะไม่ค่อยมีคนอยู่หรอก ไม่ต้องห่วงว่าจะเจอเธิร์ดบี หรือดริฟท์ เพราะนิเทศศาสตร์เพิ่งสอบเสร็จไปเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว แต่แบบนั้นซิน่าห่วง ฉันอยากเจอเขานะ อยากเจอมากๆ เลย รู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจะเป็นโรคจิตเข้าไปทุกที ฉันกำลังจะบ้าคลั่งไปแล้วจริงๆ

            “ทานข้าวหน่อยมั้ย เดี๋ยวฉันไปซื้อมาให้” จินถาม แต่ฉันกลับส่ายหน้า แล้วพูดตัดบทไปว่าตัวเองไม่หิว ทั้งที่พยาธิในลำไส้พากันทรยศฉันไม่เลิกซักที แต่กินเข้าไปมันก็ไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้นหรอก ในเมื่อกินเข้าไปมันไม่ลงถึงท้อง แต่มันตีกลับออกมาทางปาก เฮ้อ.. มันย่ำแย่ลงไปทุกทีแล้วนะ

            ฉันนั่งจิ้มโทรศัพท์มือถือตัวเองเล่นเรื่อยเปื่อย ฉันตัดสินใจลบเบอร์ดริฟท์ และซินน์ที่อยู่ในเครื่องออกตั้งแต่ตอนนั้น เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวเองฟุ้งซ่านแล้วเผลอไปกดโทรออก แต่ไม่รู้ทำไมตอนนี้ฉันถึงอยากจะตบกระโหลกตัวเองที่ลบเบอร์พวกเขาออก แบบนี้ฉันก็ทางตันติดต่อใครไม่ได้เลยน่ะซิ เอ๊ะ? แล้วฉันเป็นบ้าอะไรเนี่ย เฮ้อ.. บ้าจริง นี่มันบ้าที่สุดเลยนะ

            “ไปฉลองวันสอบวันสุดท้ายกันมั้ย นินิน..” เสียงใครซักคนดังขึ้นอยู่เหนือหัว ทำให้ฉันเงยหน้าขึ้นไปมอง แว๊บแรกที่ฉันสบตากับเขาหัวใจมันกระตุกวูบขึ้นมาทันที

            นึกว่าจะไม่เจอเขาแล้วซะอีก...

            ฉันไม่คิดที่จะเข้าไปเกี่ยวพันอะไรกับพวกเขา หลังจากที่ตัดสินใจก้าวเดินออกมาแล้ว แต่ไม่รู้ทำไม.. ตอนนี้ฉันถึงมานั่งหน้ามึนอยู่ต่อหน้าผู้ชายหน้าตาน่ารักที่มาพร้อมกับเสก็ตบอร์ดคนนี้

            เธิร์ดบียื่นกระป๋องโค้กมาให้ ซึ่งฉันก็รับมาดื่มเมื่อเห็นว่าเขาเปิดฝามาให้แล้ว

            “สอบยากมั้ย?” เสียงเขาถาม ฉันพยักหน้ารับแทนคำตอบ

            “ยากซิ ยากมากเลย แล้วมันก็ซับซ้อนมากด้วย ปวดหัว สับสนไปหมด” ฉันว่า ได้ยินเสียงหัวเราะเบาๆ ดังมาจากคนข้างตัว นั่นทำให้ฉันหันไปมองหน้าเขา เธิร์ดบีส่งยิ้มหวานมาทางฉัน มันหวานไปทั้งหน้า แววตา การแสดงออกของเขา มันไม่เหมือนกับช่วงแรกที่เจอกัน ยิ้มครั้งนี้ของเขาดูจริงใจดีนะ

            “พูดเหมือนไม่ใช่ข้อสอบ เธอหมายถึงเรื่องอื่นรึเปล่า” ..จะว่าแบบนั้นก็ได้ มันไม่ใช่ข้อสอบที่ยาก แต่มันเป็นหัวใจของฉันเองที่เข้าใจยาก

            ฉันยิ้มเหนื่อยๆ ก่อนจะก้มหน้าแล้วทิ้งลมหายใจออกมาหนักๆ หัวใจของคนเราทำไมมันถึงได้ซับซ้อนยิ่งกว่าโจทย์เลขระดับนานาชาติแบบนี้กัน ฉันอยากรู้ว่าความรู้สึกแบบนี้เรียกว่าอะไร ร่างกายไร้เรี่ยวแรง จิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว สมองโล่งเบาหวิว ในสมองไม่มีคำพูด หรือเรื่องราวใดๆ อยู่เลย มีเพียงใบหน้าของใครคนหนึ่งเท่านั้น ที่ยังลอยวนเวียนอยู่ในพื้นที่โล่งๆ แห่งนี้

            ถ้าเพียงได้เห็นหน้าเขา บางทีอาการพวกนี้อาจจะหายไปเลยก็ได้

            “ยอมเป็นคนโง่บ้าง บางทีก็เป็นสิ่งที่ดีสำหรับหัวใจนะ ว่ามั้ย?” ฉันเงยหน้ามองเธิร์ดบี เขายังคงยิ้ม ยิ้มที่แสนอบอุ่น ยิ้มเหมือนต้องการจะปลอบใจฉัน แต่เขาจะทำแบบนั้นไปทำไมล่ะ ฉันไม่ได้เป็นอะไรซักหน่อย..

            “เหนื่อยใช่มั้ย?

            “............”

            “แล้วหัวใจน่ะ.. เจ็บรึเปล่า?

            “............”

     “นินิน เธอว่า.. ตอนนี้กับตอนนั้น ตอนไหนมันทรมานมากกว่ากันล่ะ” ฉันก้มหน้าลงอีกครั้ง ดวงตาของฉันตอนนี้มันร้อนผ่าวราวกับโดนไฟเผา ..เหนื่อยซิ แล้วก็เจ็บที่หัวใจด้วย เหนื่อยที่พยายามหลอกตัวเองอยู่เสมอว่าฉันปกติดี พยายามคิดว่าเรื่องทุกอย่างมันเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องที่สุด พยายามคิดว่าการก้าวออกมาคือสิ่งที่ฉันโหยหามานาน พยายามคิดว่าคำพูดของเขาคือน้ำหวานที่ผสมยาพิษ พยายามทำทุกอย่างเพื่อไม่ให้ตัวฉันเข้าใกล้ความเป็นจริง

ความเป็นจริงที่ฉันไม่สามารถใช้ความพยายามที่จะเลิกคิดเรื่องของเขาได้เลยซักครั้ง.. น้ำใสๆ หยดลงบนหลังมือของฉัน เป็นสิ่งที่ประณามความงี่เง่าไม่เอาไหน ถ้าบางทีฉันลองโง่ดูซักครั้ง ลองเชื่อในสิ่งที่เขาพูดในวันนั้น ลองเริ่มที่จะเปิดใจรับความรู้สึกของตัวเอง ฉันคงจะไม่เป็นแบบนี้..

โอกาสไม่ได้มีมาบ่อยๆ ในเมื่อมันมาแต่ฉันกลับไม่ได้คว้ามันไว้ ยังอุตส่าห์ผลักไสให้มันออกไปไกลแสนไกล ถึงตอนนี้ก็ได้แต่เฝ้าตัดพ้อในความเขลาของตัวเอง เพียงเพราะความ กลัว

            ฉันกลัวการเสียใจ ทั้งที่ตอนนี้ฉันกำลังเสียใจ ..ฉันกลัวการเป็นคนโง่ แต่ถ้าการเป็นคนโง่สามารถทำให้ฉันมีความสุขได้ ฉันก็อยากจะลองโง่ดูซักครั้ง

            ตอนนั้นมันยังไม่ทรมานเท่ากับการไม่ได้เห็นหน้าเขาแบบนี้เลยจริงๆ

            “อย่าปฏิเสธฉันเหมือนที่ปฏิเสธซินน์ ถ้าฉันจะขอช่วยเธอ..”

 

            รถปอร์เช่คันงามขับมาจอดอยู่บริเวณหน้าร้านพิซซ่า ฉันยกมือขึ้นกุมหัวใจตัวเอง รู้สึกได้ว่ามันเต้นแรงจนแทบจะทะลุออกมาข้างนอก ฉันหันไปมองหน้าเธิร์ดบี เห็นเขาส่งยิ้มมาให้ก็เริ่มอุ่นใจ

            พี่บีเดินมาเปิดประตูรถให้ฉันก่อนจะเดินนำเข้าไปในร้าน แต่พอเดินมาถึงประตูฉันก็ต้องหยุดเท้าไว้เท่านั้น ไม่ใช่ว่าเจอเรื่องช็อค แต่แค่ทำใจไม่ได้ มันตื่นเต้นอย่างบอกไม่ถูก ถ้าเจอเขา.. ฉันจะพูดอะไร ฉันจะทำยังไง บ้าจริง.. สมองฉันรวนไปหมดแล้ว

            “ฉันอยู่ข้างเธอนี่ไง เห็นมั้ย? ..ไม่ต้องกลัว” น้ำเสียงที่แสนอบอุ่นของผู้ชายข้างหน้า ทำให้ฉันอยากจะกรีดร้องออกมาดังๆ มือขวาของเขายื่นออกมาสัมผัสเบาๆ ที่ศีรษะของฉัน

            ฟรอนต์.. เธอสบายใจได้เลย ตอนนี้ฉันค้นพบหัวใจตัวเองแล้วล่ะ ฉันไม่มีทางทำร้ายผู้หญิงด้วยกันหรอก เชื่อซิ.. เธิร์ดบีเป็นพี่ชายที่แสนน่ารักของฉันในตอนนี้ เขาเป็นฮีโร่ในใจฉันเลยล่ะ

            ฉันสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ ก่อนจะผ่อนมันออกช้าๆ แล้วหันมาส่งยิ้มกว้างให้พี่บี ซึ่งเขาเองก็ยิ้มตอบอย่างแสนใจดีเช่นกัน

            เราสองคนเดินเข้าไปในร้าน ภายในร้านไม่ค่อยมีคนอยู่เท่าไหร่ อาจจะเป็นเพราะช่วงนี้เป็นช่วงค่ำๆ จึงยังไม่ค่อยมีลูกค้า ร้านของดร๊อฟฟ์คนจะเยอะมากตอนช่วงเช้าและกลางดึก ซึ่งเป็นเรื่องที่แปลกมาก พี่บีพาฉันมานั่งอยู่ตรงโซฟาที่ประจำที่ทุกครั้งพวกเขาจะมานั่งกันอยู่ตรงนี้ ฉันนั่งลงพรางสอดส่ายสายตาไปทั่ว เผื่อว่าจะเจอร่างสูงๆ ของผู้ชายคนที่ฉันอยากเจอ

            ฉันหันไปเห็นดร๊อฟฟ์ซึ่งเขากำลังเดินถือน้ำมาทางนี้พอดี สมแล้วที่ทำงานบริการ เพราะเขาจะเดินมาเสิร์ฟน้ำทุกครั้งที่ฉันมาถึง ดร๊อฟฟ์วางน้ำเปล่าไว้บนโต๊ะก่อนจะนั่งลงตรงข้ามกับฉันพร้อมส่งรอยยิ้มละไมมาด้วย

            “นึกว่าจะไม่เจอกันแล้วซะอีก” เขาว่า ฉันเพียงแต่ยิ้มให้เขาจากนั้นก็เอาแต่ชะเง้อคอมองหาผู้ชายที่อยากเจอต่ออย่างมีความหวัง

            “ช่วงนี้น้องชายฉันเกเรน่ะ ไม่ค่อยขยันมาหาพี่ชายหรอก” เหมือนรู้ ทันทีที่ได้ยินดร๊อฟฟ์พูดฉันก็ถึงกับคอตกทันที หัวใจที่พองโตในตอนแรกแฟบลงเมื่อคิดว่าวันนี้คงไม่ได้เจอเขาแน่ๆ

            ฉันห่อตัวลงเหมือนตุ๊กตาลูกโป่งที่ถูกปล่อยลมออก ห่อเหี่ยวไปทั้งร่างกายและจิตใจ

            F*uck the wold! F*ucking bad bad bad guy! Bastard!!! @#$%&5())^$%@#[email protected]^&=&)$%^...

            เสียงโวกเวกที่ดังมาจากทางชั้นบนของร้าน เรียกให้ทั้งฉัน ดร๊อฟฟ์ และเธิร์ดบีหันไปมอง ร่างสูงของซินน์เดินลงบันไดมาพร้อมกับคำด่ามากมาย ซึ่งมันทั้งรัวเร็วและหยาบคายอย่างหาที่สุดไม่ได้ บวกกับอารมณ์โมโหของเขาตอนนี้ที่ดูจากท่าทาง การใส่อารมณ์และเหงื่อที่ชโลมกาย ทำให้ฉันแปลกใจกับพฤติกรรมก้าวร้าวแบบที่ฉันไม่เคยเจอ

            “เป็นอะไร?” เสียงเธิร์ดบีถาม ดูเหมือนซินน์จะโมโหจนหูตาพร่าเลือนจึงไม่ทันมองเห็นว่ามีฉันอยู่ด้วย

            Look! Look him! Droff, Look your brother! He’s such a bastard!” ซินน์ยังคงว้ากออกมาเป็นภาษาอะไรของเขามากมาย ซึ่งฉันเองก็ไม่สามารถฟังออกหรือแปลออก รู้แต่ว่ามันคงไม่ใช่คำชมแน่ๆ

            “เออ รู้ว่าโมโห แต่ช่วยเล่าให้มันฟังรู้เรื่องหน่อยได้มั้ย แล้วไปทะเลาะอะไรกับมันมาอีกล่ะ” ดร๊อฟฟ์ถาม สีหน้าเหนื่อยใจของเขาทำให้ฉันอยากรู้อยากเห็นกับสิ่งที่พวกเขากำลังคุยกันเหลือเกิน

            F*cking Drirf!! He’s..  โอ๊ะ! นินิน” ซินน์ที่ทำท่าจะพูดเมื่อหันมาเจอหน้าฉันเขาก็เบิกตากว้างราวกับตกใจมาก สีหน้าของเขาซีดลงทันทีที่เห็นว่าผู้หญิงที่นั่งอยู่ตรงนี้เป็นฉัน เขาทิ้งตัวลงบนโซฟา ใช้ฝ่ามือลูบหน้าตัวเองพร้อมกับสงบสติอารมณ์ไปด้วย ทุกคนที่นั่งอยู่ในที่นี่ ต่างเงียบและเฝ้ามองการกระทำของเขาอย่างแปลกใจ

            Damn!” และนี่เป็นอีกหนึ่งคำที่เขาพ่นมันออกมาจากปากแดงสวยของเขา

            “กลับนะนินิน เดี๋ยวฉันไปส่ง” ซินน์บอกพรางเอื้อมมือมาดึงตัวฉันให้ลุกขึ้นจากโซฟา แต่ฉันขืนตัวไว้แล้วค่อยๆ ดึงข้อมือออก ก่อนจะช้อนตามองเขาอย่างแปลกใจ แต่เขากลับถอนหายใจออกมาเบาๆ แล้วทิ้งตัวนั่งบนโซฟาอีกครั้ง คราวนี้เขายกมือขึ้นถูไถผมตัวเองเหมือนกับหงุดหงิดอะไรซักอย่าง

            ฉันไม่เข้าใจ เขาเป็นอะไร..

            “นายเป็นอะไร? ฉันตัดสินใจถาม รู้สึกใจคอไม่ดีขึ้นมาเฉยๆ ถ้าหูไม่ฟาด เมื่อกี้ฉันเหมือนได้ยินชื่อดริฟท์ออกมาจากปากของซินน์ พวกเขามีเรื่องอะไรกัน แล้ว... มันร้ายแรงมากรึเปล่า?

            ซินน์ถอนหายออกมาอีกครั้งแทนคำตอบ เขาเงียบเหมือนอย่างที่ฉันเองก็เงียบ บรรยากาศตอนนี้ดูตึงเครียดขึ้นมาในทันที ฉันไม่รู้ว่าทำไมซินน์ถึงเอาแต่หลบตาฉัน และไม่รู้ว่าทำไมดร๊อฟฟ์ถึงเอาแต่มองหน้าฉันสลับกับถอนหายใจไปด้วย

            “กลับเถอะนะนินิน เดี๋ยวฉันจะไปส่ง” ซินน์ยังคงพยายามให้ฉันกลับไปให้ได้ ดูเหมือนว่าพวกเขาต้องมีอะไรปิดบังฉันแน่ๆ แล้วมันเรื่องอะไรล่ะ

            หรือว่าบางทีพวกเขาอาจจะมีเรื่องอะไรที่เขาไม่สามารถบอกให้ฉันรู้ พวกเขาอาจจะต้องการคุยกันแบบส่วนตัวก็ได้นะ และบางทีฉันก็ไม่ควรจะอยู่เป็นภาระให้เกะกะขวางตา

            “งั้นไม่เป็นไร ฉันกลับเองดีกว่า” ฉันลุกขึ้นยืนก่อนจะหันมาส่งยิ้มให้ทุกคน พวกเขามองหน้าฉันเหมือนต้องการจะพูดอะไรซักอย่าง ฉันเองก็ไม่เข้าใจหรอก แต่ก็ไม่คิดว่าจะมีเรื่องไม่ดีอะไร.. ฉันตั้งใจจะมาหาผู้ชายที่ฉันคิดว่าฉันคงรักเขา แต่เมื่อไม่เจอ ก็หมดธุระที่ฉันจะอยู่ต่อ

            ส่วนเรื่องของพวกเขา ก็ปล่อยให้พวกเขาจัดการกันไป จะเป็นเรื่องดี ร้ายยังไง ในเมื่อพวกเขาไม่อยากให้ฉันรับรู้ ฉันก็ไม่ควรจะต้องเข้าไปยุ่งวุ่นวายอะไร มันคงไม่ใช่เรื่องเกี่ยวกับฉันหรอก

            ซินน์ทำท่าจะลุกไปส่งฉัน แต่ฉันยกมือปรามไว้ก่อน ฉันรู้ว่ารอยยิ้มของฉันมันฝืนแค่ไหน ในใจของฉันมันร้อนรุ่มแปลกๆ หัวใจเต้นวูบวาบคล้ายจะวายได้ทุกเมื่อ ทำไมถึงรู้สึกโหวงๆ แบบนี้ก็ไม่รู้นะ สงสัยฉันคงจะหิวข้าวมากแน่ๆ เลย ..คิดได้แบบนั้น ฉันก็ยิ้มให้กับตัวเอง ก่อนจะเดินออกไปทางหน้าร้าน

            ฉันก้าวเท้าไปได้แค่สองก้าว สายตาของฉันก็หันไปสบเข้ากับดวงตาคมเฉียบของผู้ชายร่างสูง เขาเดินลงบันไดมา คิ้วที่ขมวดเข้าหากันเหมือนกับโมโหอะไรซักอย่าง แววตาดุดันที่สามารถเผาร่างกายฉันได้ กับเสื้อเชิ้ตเนื้อดีที่ไม่ได้ติดกระดุมซักเม็ด โชว์กล้ามท้องของเขาให้ปรากฏแก่สายตาได้อย่างดี

            เขาชะงักเท้าอยู่กับที่เมื่อเห็นฉัน ก่อนจะค่อยๆ เดินลงมาจนถึงพื้นในระดับเดียวกัน เขาหันสายตามามองฉันแต่กลับเดินเลยผ่านร่างฉันไปราวกับตัวฉันเป็นเพียงผงธุลี กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ของเขาทำให้ฉันรู้ว่าฉันไม่ได้ฝันไป ฉันเจอเขาแล้ว และเขาก็เฉยเมยกับฉัน.. รู้สึกเจ็บจัง เหมือนมีใครมาจิกเล็บลงที่ขั้วหัวใจยังไงยังงั้น

            ฉันได้แต่ยืนแข็งทื่อราวกับโดนคำสาป สมองเบลอจนไม่สามารถคิดอะไรออกว่าตอนนี้ฉันควรจะทำยังไง ฉันควรจะหันหลังเดินไปหาเขาแล้วบอกเขาว่าฉันอยากจะรักเขา หรือควรจะร้องไห้เงียบๆ แล้วเดินจากไป

            แต่ถ้าฉันทำแบบนั้นแล้วมันจะได้อะไรขึ้นมาล่ะ ในเมื่อฉันตั้งใจจะมาเจอหน้าเขาแท้ๆ เขาคงจะโกรธที่ฉันปฏิเสธเขา มันก็เป็นธรรมดาล่ะนะ ฉันเข้าใจ.. เอาล่ะ ถือว่าทำเพื่อหัวใจตัวเองซักครั้ง ไหนๆ ก็รักแล้ว จะเสียใจ เจ็บใจอีกซักครั้งจะเป็นไรไป ก็แค่ครั้งสุดท้าย ถ้าเขายอมให้ฉันรัก ฉันก็จะเดินหน้า แต่ถ้าไม่.. ฉันก็แค่เสียน้ำตาแล้วเดินจากไป ไม่นานน้ำตามันก็แห้งหายไปเองนั่นแหละ

            ยอมเป็นคนโง่ที่ทำตามหัวใจดีกว่ายอมเป็นคนฉลาดที่ได้แต่นั่งเสียใจกับเรื่องที่ผ่านไปอย่างน่าเสียดาย

            ทันทีที่ฉันตัดสินใจ ร่างบางของผู้หญิงคนหนึ่งก็เดินลงมาจากชั้นบนเช่นกัน เสื้อเชิ้ตสีขาวที่เธอกำลังสวมใส่ทำเอาหัวใจฉันหล่นวูบทันที มันไม่ใช่เสื้อเชิ้ตผู้หญิงอย่างแน่นอน และมันเป็นเสื้อแบบเดียวกับที่ดริฟท์ใส่ ฉันเห็น.. และฉันมั่นใจ เธอเป็นใครกัน?

     ผู้หญิงคนนั้นป้องปากหาว ผมที่ไม่ได้ผ่านการเซ็ตทำให้ฉันเริ่มคิดจินตนาการไปไกล เธอเหลือบตามองฉันด้วยความแปลกใจก่อนจะเดินเลยไปหาร่างสูงที่กำลังยกน้ำขึ้นดื่ม ฉันมองตามหลังผู้หญิงคนนั้น ภาพที่เขามีเธอเดินไปโอบอยู่ด้านหลังพรางกระซิบคุยอะไรกันเหมือนกำลังมีความสุข ทำให้ฉันอยากจะร้องไห้ออกมาให้น้ำตามันท่วมโลก แต่ฉันก็ต้องเก็บกลั้นเอาไว้

            เห็นมั้ยล่ะ? โอกาสไม่ได้มีมาบ่อยๆ ในเมื่อฉันปล่อยเขาไปแล้ว และฉันจะมาเรียกร้องขอเขาคืนได้ยังไง ..เหมือนฉันมาวันนี้เพื่อมาตอกย้ำความคิดผิดๆ ของตัวเองในวันนั้น ไม่ว่าจะเป็นวันนี้หรือวันนั้น หรือจะเป็นอนาคตหรือวันไหน

            สุดท้ายฉันก็ต้องเสียใจด้วยกันทั้งนั้น

            ฉันเพิ่งจะเข้าใจ.. ความกลัวคือสิ่งที่เราจินตนาการขึ้นมาเอง การที่เรากลัวคือหัวใจเราไม่กล้าพอที่จะต่อสู้ หรือรับรู้ความรู้สึกของตัวเอง ทั้งที่ถ้าลองทำลงไปแล้ว ความกลัวที่ว่าอาจจะกลายเป็นความสุขเล็กๆ ก็ได้ ฉันได้แต่คิดและพยายามทำใจรับกับสิ่งที่เกิด ฉันเข้มแข็งพอ ฉันรู้ว่าตัวเองเข้มแข็งพอ ฉันพยายามคิดว่าตัวเองเข้มแข็งพอ.. ฉันจะไม่ฟูมฟายหรือโทษฟ้า ดิน เหมือนอย่างที่ผ่านมา

            ตัวฉันเองเท่านั้นที่เป็นคนเลือกเองทุกอย่าง ฉันเลือกที่จะก้าวออกไป และเลือกที่จะเสียใจเมื่อคิดจะก้าวกลับเข้ามา ความรักมันไม่ได้ขึ้นอยู่กับกฎเกณฑ์ใดๆ แต่มันขึ้นอยู่กับหัวใจที่พร้อมแค่ไหนในการเปิดรับมัน ตอนนี้ฉันพร้อมแล้ว.. พร้อมรับกับความเจ็บที่ตีผ่านก้อนเนื้อน้อยๆ ที่อกข้างซ้ายของฉัน

            มันสายไปแล้วถ้าจะย้อนเวลา ได้แต่หวังว่าอนาคตข้างหน้าฉันจะเจอกับเรื่องดีๆ บ้าง

            รักครั้งนี้ของฉันมันคงไม่สมหวังแล้วล่ะ ขอบคุณที่สอนให้ฉันเข้าใจตัวเองมากขึ้น ต่อจากนี้ฉันจะทำความรักครั้งต่อไปของฉันให้ดีกว่าตอนนี้

            ฉันมองภาพดริฟท์ที่โยกหัวผู้หญิงคนนั้นเล่นอย่างน่ารัก เธอเองก็ตีมือเขาเบาๆ ทั้งคู่หัวเราะและยิ้มให้กันอย่างมีความสุข อยากรู้ว่าเขาเห็นมองฉันรึเปล่า.. เขาไม่สนใจฉันเลยซักนิด มันเจ็บจริงๆ เจ็บจนอยากจะทิ้งตัวลงไปนั่งร้องไห้กับพื้น แต่ฉันไม่ควรจะทำแบบนั้น ฉันต้องฝืนยิ้ม ยิ้มให้กับดร๊อฟฟ์ที่มอบความอบอุ่นทุกครั้งที่ฉันเจอปัญหา ยิ้มให้กับซินน์ที่พยายามปกป้องฉันตลอดเวลา ยิ้มให้กับเธิร์ดบีที่ช่วยเหลือฉันและมอบความอุ่นใจครั้งนี้ให้ฉัน

            ยิ้มให้กับดริฟท์ ผู้ชายที่ฉันเพิ่งจะรู้ว่ารักเขา แม้ว่าเขาจะไม่ได้มองมาที่ฉันแล้วก็ตาม แต่ฉันก็อยากจะยิ้มให้เขาก่อนที่จะเดินออกไปจากทางเส้นนี้จริงๆ ซะที

            ฉันถอนหายใจเบาๆ กลั้นน้ำตาไม่ให้ไหล แล้วหันหลังเดินจากที่นี่ไปเงียบๆ ฉันก้าวขาพ้นประตู Litade’ Club มันเหมือนกับฉันเพิ่งจะผ่าตัดเอาหัวใจออกไปทั้งดวง มันเบาหวิวไปหมด หันไปทางไหนก็ดูจะพร่าเลือนไปหมด อาจจะเป็นเพราะน้ำตาที่บดบังทุกอย่างตรงหน้าทำให้ฉันไม่สามารถก้าวขาเดินต่อไปได้ ความรู้สึกทั้งหลายแหล่ที่เก็บกลั้นกำลังทะลักออกมาจนหยุดไม่อยู่ ฉันนั่งคุกเข่าลงกับพื้น ยกมือขึ้นปิดหน้าปล่อยให้น้ำตามันไหลออกมาพร้อมกับเสียงสะอื้นที่เก็บไว้ไม่อยู่

            ความรู้สึกอุ่นๆ ตรงไหล่ เหมือนกับมีใครมาจับไว้ แต่ฉันไม่สนใจที่เงยหน้าขึ้นมอง ตอนนี้ขอให้ฉันได้ร้องมันออกก่อนที่จะอึดอัดจนหายใจไม่ออก เสียงถอนหายใจของใครคนนั้นดังขึ้น

            “ผู้หญิงคนนั้นน่ะ ดริฟท์คบกับเธอมาเกือบ 2 ปีแล้ว.. เธอเป็นแฟนของเขา แฟนที่ไม่ใช่คนคั้นเวลา” เสียงของเธอทำให้ฉันพยายามที่จะมองหน้าเธอ ใบหน้าเล็กน่ารักแสดงออกถึงความกังวลและเห็นใจ ผมสั้นประบ่าของเธอพลิ้วไหวไปตามแรงลม จากคำบอกเล่าของเธอมันเหมือนมีดปลายแหลมที่อาบไปด้วยยาพิษหลากชนิด กำลังจ้วงแทงร่างกายฉันไม่หยุดยั้ง

            “ฉันเองก็เพิ่งรู้ เธอเพิ่งกลับมาจากเกาหลี บีบอกฉันว่าเธอเป็นแฟนตัวจริงของดริฟท์..” ฉันรับรู้ว่าเธอพูดอะไร แต่ร่างกายและประสาทส่วนอื่นกลับไม่ยอมขยับไปไหน ฉันได้แต่ร้องไห้ ร้องออกมาจนเบ้าตามันเจ็บไปหมด

            ของเล่นฆ่าเวลา กับ มือที่สาม.. ที่สุดแล้วฉันก็เลี่ยงมันไม่ได้เลยซักคำ ฉันมันก็แค่ผู้หญิงโง่คนหนึ่งที่เผลอไปหลงรักอสูรตนหนึ่งอย่างลืมตาไม่ขึ้น ทั้งที่คิดว่าทุกอย่างจะจบลงด้วยดีแล้วแท้ๆ ทั้งที่คิดว่ามันจะจบลงด้วยความรู้สึกดีๆ ที่ฉันได้มอบทิ้งไว้

            บางที เรื่องนี้อาจจะทำให้ซินน์พยายามบอกให้ฉันกลับไป เขาคงไม่อยากให้ฉันรับรู้ ดร๊อฟฟ์คงอยากให้เรื่องนี้เป็นความลับ และเธิร์ดบีคงอยากให้ฉันทำตามหัวใจก่อนจะตาสว่างในที่สุด

     ฉันทิ้งตัวลงกับพื้นอย่างหมดแรง ไม่มีแรงเหลือที่จะทำอะไรแล้วจริงๆ ผู้ชายคนนั้นร้ายกาจเกินกว่าฉันจะรับไว้ เขาไม่ใช่แค่ทำร้ายแต่เขากำลังทำลายหัวใจของฉันให้ย่อยยับ เขาทำแบบนี้กับฉันได้ยังไง.. คำพูดวันนั้นของเขามันหลอกลวง หรือว่าเขาคิดจะทำอะไรกันแน่ ฉันเจ็บมากเลยจริงๆ เจ็บจนหายใจไม่ออก เจ็บจนไม่สามารถพูดคำไหนออกมาได้

            มันยิ่งกว่าเสียใจจริงๆ

            “นินิน เรย์เพื่อนฉันก็เจอแบบเธอ ฉันรู้ว่าเธอเสียใจ.. ร้องไห้ซะให้พอ แล้วปล่อยให้น้ำตามันด่าทอในความเขลาของเธอ จากนั้นเธอจงจำไว้ว่าอย่าร้องไห้ให้ผู้ชายคนนี้อีก”  ฉันพยักหน้ารับรู้และปล่อยให้น้ำตามันไหลออกมาตามความรู้สึก แม้ว่าร่างกายจะล้าจนอยากจะล้มตัวลงนอนราบกับพื้น แต่ฉันก็ยังไม่สามารถห้ามน้ำตาให้หยุดไหลได้ ไม่สามารถห้ามให้หัวใจกระตุกแรงจนมันเจ็บร้าวระบมไปถึงสมอง

            ฟรอนต์เอื้อมมือมาลูบผมฉันเบาๆ เป็นเชิงปลอบ..

“เขาเลวเกินกว่าที่ผู้หญิงหลายๆ คนจะมอบความรักให้ ซักวัน.. ฉันเชื่อว่าวันนั้น น้ำตาของเขาจะต้องไหลออกมาล้างความเจ็บของเธอเป็นร้อยเท่า!



 




คุยกันนิดนึงเนอะ.. ;)



100% นะคะ ไม่รู้รู้สึกไปเองรึเปล่า เหมือน 50 นี้จะยาวกว่า 50 ของตอนอื่น 555 5.

ตอนนี้สมองของเนมเริ่มประท้วงกับการสอบแล้วค่ะ ยากมาก หนังสือก็เยอะมาก อ่านจนเครียด โอ้วววว.. เนมขอบคุณทุกกำลังใจที่มอบให้เนมอย่างสุดซึ้ง เห็นแบบนี้แล้วมีกำลังใจขึ้นเยอะเลยค่ะ

รักนักอ่านทุกคนมากนะคะ เนมรักทุกคนที่เข้ามาอ่านนิยายของเนม เม้น ไม่เม้น ไม่เคยว่า.. ส่วนคนที่เม้น แค่เห็นว่าเม้นน้ำตาก็จะไหลแล้ว ( เว่อร์ๆ 555 ) ขอบคุณมากๆ นะคะ จูบบบบบ..

ตอนนี้สถานการณ์เริ่มย่ำแย่ นางเอกของเนมเจอศึกหนักมากมายเหลือเกิน ความรู้สึกแบบนี้เกิดขึ้นได้กับทุกคนนะคะ เนมยังเคยเลย โดนหลอกแบบนี้น่ะ เสียใจสุดๆ กระซิกๆ

ไปๆ มาๆ ฟรอนต์กลายเป็นเพื่อนนางเอกไปซะงั้น งงเป็นไก่ตาแตก 55555. แต่นี่ไม่ใช่บทสรุประหว่าง เธิร์ดบี นินิน ดริฟท์ หรอกนะคะ ต้องอ่านกันต่อไป นิยายของเนมหักมุมได้ตลอดเวลา

เห็นเธิร์ดบีเงียบๆ มันยังไม่ถึงเวลาค่ะ อ่านะ.. เดากันไป ตอนนี้คนเชื่อเยอะแล้วว่าดริฟท์เป็นพระเอก แต่จะใช่รึเปล่า (ก็ให้มันใช่เถ้อออออออออ..) 5555555 แล้วมาลุ้นกันต่อไปว่าเธิร์ดบีจะออกมาโลดแล่นในแบบไหน ^^.....

ยังไงก็ขอให้สนุกกับการอ่านนะคะ  ม๊วฟฟฟ!!

ต้องขอโทษนักอ่านของเนมทุกคนด้วยนะคะ

พอดีช่วงนี้เนมไม่ว่างเลยจริงๆ นับตั้งแต่วันพ่อเรื่อยมาจนวันนี้ เหนื่อยสุดๆ ไปเลยค่ะ

แล้วก็วันพรุ่ง เนมเริ่มสอบละ.. เป็นอะไรที่หนักหนามากมายเลยช่วงนี้ หนังสือก็หนาเป็นตึกสูงระฟ้าเลยค่ะ ไม่รู้ว่าอ่านกี่ปีถึงจะจบ ยากเหลือเกิน.. อยากจะร้องไห้ แงงงงง..

ต้องแจ้งไว้ก่อนนะคะว่า นิยายของเนมเป็นนิยายแต่งสด มีพล๊อตในหัวแล้วก็เริ่มแต่ไปเรื่อยๆ ไม่ได้แต่งทิ้งไว้เยอะ เวลาอัพก็เลยดูจะช้า เพราะถ้าเนมแต่งทิ้งไว้ เนมก็จะเปลี่ยนนู้น เปลี่ยนนี้ตลอดเวลา ทำให้เนื้อหานิยายรวน เนมเลยแต่งสดน่ะค่ะ ยังไงก็อย่าโกรธที่เนมอัพช้าเนอะ ยังไงเนมก็ไม่ทิ้งให้นิยาเป็นหมันนะคะ

ขอบคุณทุกคอมเม้น โหวต รักนักอ่านทุกคนมากค่ะ ขอบคุณที่สบันสนุนเนม

เจอกันครึ่งหลังนะคะ

 

1 คอมเม้นคือ 1 กำลังใจ

1 โหวต คือ น้ำ 1 แก้ว

1 view คือ 1 คน ที่เนมรักและอยากจะขอบคุณที่เข้ามาอ่านนิยายของเนม รักมากค่ะ..

 

ข้อความ :
จากคุณ * :
 

หน้าที่ 1 จาก 2 หน้า
แสดง เรื่อง
ความคิดเห็นที่ 1
เริ่มรักฟร้อนมากขึ้นเเล้วคะ
ดีมากกกกกก
จากคุณ น้ำผึ้ง/(chophaka_honey) อัพเดตเมื่อ 18/07/2554 19:27:26
ความคิดเห็นที่ 2
ฟร๊อนเป็นคนดีมากเลยอะ
สงสารนินินอะ
ไม่เข้าใจว่าดริ๊ฟรู้สึกยังไงกันเเน่กับ นินิน
เหมือนจะรักเเต่พอมองอีกทีก็เหมือนไม่รัก

จากคุณ Ribbin/(janing) อัพเดตเมื่อ 19/04/2554 22:36:13
ความคิดเห็นที่ 3
ขอถอนคำพูดจากตอนที่แล้ว

ไม่รู้สิ

ไม่ได้เกลียดดริฟฟ์

เพียงแต่

เจ็บ

เจ็บแทนนินิน


จากคุณ Noon !!/(Bire) อัพเดตเมื่อ 18/04/2554 20:28:26
ความคิดเห็นที่ 4
สงสารนินินอ่ะ

ไหง  ดริฟ  มีแฟนแล้วอ่ะ

เป็นตัวเป็นตนด้วย

แล้วแบบนี้นินินจะทำไงต่อไปเนี่ย


((((มาอัพไวไวนะ   เป็นกำลังใจให้))))
จากคุณ maki jung/(samakiya) อัพเดตเมื่อ 19/12/2553 09:50:41
ความคิดเห็นที่ 5

จากคุณ ดรีม/(idel) อัพเดตเมื่อ 18/12/2553 16:09:23
ความคิดเห็นที่ 6
มันส์มากๆเลยค่ะ รีบมาอัพต่อนะคะ เป็นกำลังใจให้ค่ะ
(น่าสงสารนางเอกมากๆเลยอ่ะเมื่อไรจะได้มีความสุขซะที)
จากคุณ พลอย/(061219966) อัพเดตเมื่อ 18/12/2553 07:25:56
ความคิดเห็นที่ 7
ชอบเรื่องนี้มากที่สุดเลยยยยยยย
รออ่านอยู่นะ เรื่องนี้เริ่มมาดีมากเลย
พยายามต่อไปนะ
อัพเร็วๆๆๆๆนะ สู้สู้จ้า
จากคุณ hanyaewon/(hanyaewon) อัพเดตเมื่อ 17/12/2553 11:45:02
ความคิดเห็นที่ 8
ดริฟท์ร้ายกาจมากเลยนะ
นินินเสียใจมาก เพราะผู้ชายนิสัยไม่ดี อย่างดริฟท์
สู้ๆๆนะคะ จะติดตามตอนต่อไปค่ะ
จากคุณ maple/(tooktababy) อัพเดตเมื่อ 17/12/2553 11:12:42
ความคิดเห็นที่ 9
อยากหั้ยเป็นดริฟท์นะ และอยากหั้ยดริฟท์เจ็บปวดแบบที่ทำกับนินินด้วย
อัพตอนต่อไปเร็วๆๆน้า รออ่านอยู่เสมอๆ เป็นกำลังใจคร่ะ
จากคุณ อาย/(Thechocobear) อัพเดตเมื่อ 16/12/2553 20:31:44
ความคิดเห็นที่ 10
อยากรู้ว่านินินคิดยังไง
อัพนะคร๊รออ่านอยู่^^
จากคุณ ket/(foithong) อัพเดตเมื่อ 14/12/2553 17:10:23
หน้าที่ 1 จาก 2 หน้า
แสดง เรื่อง
 
จำนวนผู้ชมเว็บแจ่มใสขณะนี้: 165 ท่าน