Guest   
 
Username: 
Password:  




 




  







 
อ่านเรื่อง
กรงรัก...หัวใจปรารถนา (ทำมือ) จบแล้วจ้าา
com science23 / ลูกน้ำ / อ.ไอน้ำ
กรงรัก...หัวใจปรารถนา : บทที่ 2...Sex Not Love...เสน่หา...ครึ่งแรก
5
08/05/2554 16:19:04
854
เนื้อเรื่อง







บทที่ 2

Sex Not Love

เสน่หา

 

            คริสโตเฟอร์เปิดประตูเข้าไปในห้องนอนอย่างหงุดหงิดในใจ เมื่อเมรินบอกกับเมื่อครึ่งชั่วโมงก่อนว่า เธอต้องรีบกลับบ้าน เพราะเมธัสพี่ชายของเธอจะมาค้างที่บ้านด้วย หลังจากที่เมื่อช่วงก่อนหน้าเธอสัญญากับชายหนุ่มไว้เสียดิบดีว่าจะไปค้างที่คอนโดของเขาเพื่อที่จะมีสัมพันธ์เพียงข้ามคืน ตามประสาคนเคยค้าม้าเคยขี่ แต่เมธัสโทรฯเข้ามาหาหญิงสาวเขาก็ต้องปล่อยให้เธอกลับบ้านไป แล้วตัวเองก็มานั่งหงุดหงิดใจแบบนี้

            แม้ว่าหญิงสาวจะบอกกับเขาทีหลัง เธอจะมาหาเขาอีกทีในวันพรุ่งนี้ตอนเช้าเพียงเพื่อจะใช้เวลาร่วมกัน แต่...เขากลับไม่มีอารมณ์อีกแล้ว เขาจึงบอกหญิงสาวไม่ต้องแล้วก็ได้ ให้ไปทำงานก็แล้วกัน และเขายังถือโอกาสฝากกับว่า พรุ่งนี้ทั้งวันเขาคงไม่ไปที่ทำงาน ชายหนุ่มรู้ว่าเมรินทำหน้าเจื่อนลงไป เพราะคิดว่า... เขาคงไม่พอใจที่เธอไม่สามารถจัดการปัญหานี้ได้

            ชายหนุ่มปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตของเขาออกมา พร้อมกับเหวี่ยงเสื้อเชิ้ตไปยังตะกร้าผ้า แต่ยังไม่ทันได้ปลดซิบกางเกงออก ก็มีเสียงโทรศัพท์เข้ามาที่ห้องของเขา เขาไม่รับโทรศัพท์ก่อนที่เสียงเครื่องตอบรับอัตโนมัติจะดังขึ้นมา ทำให้หันไปมองด้วยความสนใจ เมื่อคนที่เขาเสนอข้อแลกเปลี่ยนได้โทรฯหาเขา พร้อมกับการตัดสินใจ

            “สวัสดีครับคุณคริสโตเฟอร์ ผมพัชระนะครับ... ที่คุณได้เสนอข้อแลกเปลี่ยน ผมคิดว่า ผมจะทำตามข้อเสนอของคุณละกันครับ แต่ผมอยากจะให้คุณช่วยเห็นใจด้วยนะครับ เพราะผมไม่อยากให้แกต้องเสียใจที่ผมตัดสินใจแบบนี้... คุณคริสโตเฟอร์ถ้าคุณจะทำตามข้อเสนอที่ผมให้คุณไป ผมก็จะทำตามข้อเสนอของคุณ”

รอยยิ้มหยักของชายหนุ่มยกขึ้นอย่างพอใจ เมื่อได้ฟังคำตอบของพัชระ เขาพอใจเป็นอย่างมากที่พัชระเป็นคนที่เข้าใจอะไรง่ายๆโดยที่เขาไม่ต้องเสียเวลาอธิบายรอบสอง และเมื่อเจ้าตัวหยิบยื่นข้อเสนอให้กับเขา คริสโตเฟอร์ก็ไม่ลังเลที่จะตอบตกลงไปทันที แต่ถ้าวันไหนเขาเบื่อ...เขาก็สามารถเขี่ยทิ้งอย่างไม่ใยดีเช่นกัน

 และเมื่อนัดวันเวลาสถานที่กันเสร็จเรียบร้อย คริสโตเฟอร์ก็ไม่มีอารมณ์หงุดหงิดใจให้เห็นอีกแล้ว เขาได้แต่รอวันที่จะได้ลิ้มลองรสชาติใหม่ของชีวิตดูอย่างใจจดใจจ่อ และอยากให้ถึงวันนั้นเร็วๆ อ่า...แค่คิดร่างกายก็ตื่นตัวอย่างประหลาด ชายหนุ่มจึงจัดการถอดกางเกงออกไปให้หมด จนสามารถเห็นว่า...ตัวเองนั้นตื่นตัวมากแค่ไหน

เพียงแค่คิดถึงเรือนร่างน้อยนิดที่อยู่ใต้ร่างเขาและกำลังทำท่าเอียงอายมาให้ก็ทำให้เขาอยากจะกระโจนฝังร่างหนาเข้ากับเธอ มือหนาเลื่อนไปลูบความตื่นตัวของเขา ก่อนจัดการบีบเคล้นอย่างเร้าอารมณ์กระชากเข้าออกเป็นจังหวะยิ่งเมื่อใกล้ถึงขีดความอดทนยิ่งเร่งเร้าจังหวะมากขึ้น จนกระทั่งถึงขีดสุด ร่างหนาสั่นพร่าอย่างรุนแรง เมื่อได้ปลดปล่อยความดิบเถื่อนของตัวเองออกมา

หลังจากที่ชายหนุ่มคิดทบทวนดูว่า ตัวเองกำลังทำอะไรอยู่ แล้วเขาก็ไม่เคยเอาภาพผู้หญิงคนหนึ่งเก็บมาคิดพร้อมกระทำการอย่างจาบจ้วงแบบนี้เลยสักนิด ทำชายหนุ่มรู้สึกแปลกใจกับตัวเองเป็นอย่างมาก แต่เขาก็สามารถที่หาเหตุผลให้กับตัวเองได้เหมือนกันว่า... คงจะเป็นเพราะเขากำลังอัดอั้นตันใจที่ไม่ระบายอารมณ์ของตัวเองตั้งแต่ตอนบ่ายแล้ว และก็ไม่เคยมีวันไหนที่ร่างกายของเขาจะขาดผู้หญิงเลยสักนิด แต่ในวันนี้ เขาขาดผู้หญิงที่จะนอนบนเตียงด้วยกันเพียงแค่ชั่วคราว ร่างกายจึงไม่คุ้นเคยและเมื่อได้ชื่อของหญิงสาวคนนั้นก็ทำให้เขาเก็บอารมณ์ไม่อยู่เท่านั้นเอง...

เมื่อคิดได้ดังนั้น คริสโตเฟอร์ก็ไม่ได้ใส่ใจรายละเอียดปลีกย่อยจิบปาถะอีก เขาก้าวเท้าเข้าไปในห้องน้ำโดยทิ้งคราบของดิบเถื่อนที่เจิ่งนองไปตามพื้นพรมเนื้อดีจากอิตาลีนั้น และเปิดน้ำจากฝักบัวรดรินใส่เรือนร่างกำยำของเขา พลางหลับตาลงอย่างเหนื่อยอ่อน

 

หลังจากที่โทรฯไปคุยกับคริสโตเฟอร์แล้ว พัชระก็ได้แต่นั่งหน้าเครียด ทำไมเขาถึงได้ตัดสินใจแบบนี้นะ ความรู้สึกผิดประเดประดังเข้ามา ยิ่งมองรูปของภรรยาคู่ทุกข์คู่ยากที่จากไปก่อนหน้านี้ ก็ยิ่งทำให้นึกอยากจะเปลี่ยนใจโทรฯไปยกเลิกเรื่องราวทั้งหมดนั้นซะ

“คุณกัญญ์ผมควรจะทำยังไงดี...”

พัชระคร่ำครวญกับรูปภาพของภรรยา เขามีความผิดที่อยากจะยกหูโทรฯไปหาคริสโตเฟอร์ เพื่อยกเลิกข้อแลกเปลี่ยนต่างๆ ที่ดูเหมือนเขาจะเสียเปรียบไปเสียทุกประตูแต่ความอยู่รอดของบริษัทก็คงจะสำคัญเช่นกัน หากแม้ว่า...ถ้าจะให้ระหว่างบริษัทอยู่รอดแต่ก็ต้องสูญเสียแก้วตาดวงใจของเขากับบริษัทล้มละลายแต่ครอบครัวก็ยังได้อยู่กันอีกครั้ง

ความคิดหนึ่งก็ค้านขึ้นมาว่า ถ้าเกิดบริษัทล้มละลายแต่เขาก็คงจะไม่ได้อยู่กับครอบครัวเหมือนเมื่อก่อนหรอก เพราะคริสโตเฟอร์เป็นที่เขาเล็งเห็นแล้วว่า ไม่มีอะไรที่ชายหนุ่มคนนั้นไม่สามารถทำไม่ได้ ถ้าเขาสนใจใครสักคนขึ้นมา คนๆนั้นก็ไม่มีทางที่จะหลุดรอดออกไปได้ง่ายๆถ้าเขาไม่ปล่อย

และคริสโตเฟอร์ก็ดูเหมือนสนใจในเรื่องของครอบครัวของเขาเป็นพิเศษโดยเฉพาะลูกสาวเพียงคนเดียวของเขา ทำให้เขาคิดกังวลจนแทบจะเป็นบ้า และเมื่อยิ่งรับปากกับคริสโตเฟอร์ว่าเขาให้หญิงสาวไปอยู่กับชายหนุ่มที่ดูอันตรายและดูเป็นเสือผู้หญิงแบบนั้น

คนเป็นพ่อก็อดที่กังวลแกมกลัวว่าเขาจะทำอะไรลูกสาวของตัวเองหรือเปล่า... และเขาก็หวังว่าลูกสาวของเขาคงจะรอดพ้น แต่ระยะเวลายาวนานขนาดนั้นทำให้เขาอดกังวลใจไม่ได้ว่า หญิงสาวจะรอดพ้นหรือไม่ ถ้าไม่รอดพ้นก็ขอให้คริสโตเฟอร์นั้นเห็นใจและสงสารลูกสาวของเขาบ้าง อย่าให้ต้องเจ็บช้ำน้ำใจไปมากกว่านี้

 หลังจากที่ได้ตัดสินใจอย่างแน่วแน่ตัวเขาเองก็ได้แต่ภาวนาในใจ และถ้าหากว่าเธอไม่เป็นที่พอใจของชายหนุ่มเขาก็พาลูกของเขากลับมาทันที ไม่อยากให้เธอต้องเสียใจไปมากกว่านี้

“ถ้าหากว่าผมตัดสินใจผิดพลาดไปคุณกัญญ์ก็อย่าโกธรผมเลยนะ”

 

ท้องฟ้าที่มืดมิดของเริ่มทอแสงสว่างในยามรุ่งอรุณ เพชรลดากับเพชรรัตน์เตรียมตัวออกจากบ้านด้วยรถเก๋งคู่ชีพของพี่ชาย และดูเหมือนว่า พี่ของเธอจะไม่อยากจากรัตติกาลไปไหนกันเลย หญิงสาวซึ่งนั่งอยู่บนรถ มองพี่ชายของตัวเองกำลังทำหน้าเครียดใส่หญิงสาว และเธอไม่รู้หรอกว่า พี่ของเธอกำลังพูดคุยอะไรบ้างกับรัตติกาล

 “ไปด้วยกันเถอะ ไนท์...ผมไม่ไว้ใจให้คุณอยู่คนเดียว”

ไม่มีคำตอบจากหญิงสาวที่กำลังยืนส่งทั้งสองคน รัตติกาลเพียงแค่ส่งยิ้มจริงใจมาให้เขาเท่านั้น ซึ่งมันทำให้ชายหนุ่มรู้สึกเหงาอย่างบอกไม่ถูก

“โอเค...ก็ได้...อยากจะอยู่ที่นี่ก็ตามใจแล้วถ้ามีเรื่องอะไรก็อย่ามาคิดถึงก็แล้วกัน”

ชายหนุ่มบอกอย่างงอนๆก่อนจะสะบัดตัวหนีกลับเข้าไปรถพร้อมทั้งสตาร์ทรถออกไป ไม่มองหน้าของรัตติกาลอีกเลย

รัตติกาลรู้สึกไม่ดีที่ชายหนุ่มเกิดอาการแบบนี้ แม้ว่าจะวิ่งตามหลังรถไปเพื่อทำให้เข้าใจกับชายหนุ่ม แต่หญิงสาวไปได้แค่สองสามก้าวเท่านั้นก็สะดุดล้มลงไปกองพื้น หญิงสาวมองตามทะเบียนรถซึ่งแล่นไปไกลออกไปอย่างเสียใจ ก่อนที่เธอจะร้องไห้ออกไม่สนใจว่า ที่เธอล้มลงนั้นจะถนนเลยสักนิด

“เอ้า...ร้องไห้เข้าไป”

เสียงคุ้นหูทำให้หญิงสาวต้องเงยหน้ามองไปชายหนุ่มที่นั่งยองๆกับพื้น แล้วพยายามดึงตัวเธอขึ้นจากการล้มคลุกถนนเมื่อกี้ รัตติกาลยิ้มออกมาอย่างดีใจแล้วโน้มร่างไปกอดเพชรรัตน์เอาไว้

เพชรรัตน์ประคองร่างบางของรัตติกาลเอาไว้ เขามองกระจกหลังเห็นหญิงสาวล้มลงกับพื้นเขาก็รู้สึกว่าตัวเองช่างงี่เง่า เอาแต่ใจเหลือเกิน และเมื่อน้องสาวบอกให้เขาไปพูดคุยกับรัตติกาลให้เรียบร้อยสักก่อนจะออกเดินทาง ก็ทำให้เขาต้องถอยรถกลับมาหาหญิงสาวตรงหน้านี้

รัตติกาลสะอึกสะอื้นยกใหญ่ เธอไม่คิดว่าเขาจะโกธรเธอถึงขนาดนี้ และเธอก็ไม่เคยได้รับความเย็นชาจากชายหนุ่มเลยสักนิด หลังจากที่เธอฟื้นขึ้นมา ภาพความทรงจำเลวร้ายนั้นก็ตามมาหลอกหลอนเธออยู่ตลอดเวลา แต่เมื่อเขาเข้ามาหามาพูดคุยกับเธอก็ทำให้เธอมีแรงที่ยืนอยู่บนโลกใบนี้

หญิงสาวไม่คิดว่าความรู้สึกเหมือนมีเพื่อนที่คอยพูดคุยอยู่ตลอดเวลา ความเป็นห่วงเป็นใยที่เขาให้เธอหรือแม้แต่รอยยิ้มของเขา จากชั่วโมงเป็นวัน จากวันเป็นสัปดาห์ จากสัปดาห์เป็นเดือน ตลอดเวลาเกือบสองเดือนนั้นก็ทำให้รู้สึกตกหลุมรักชายหนุ่มโดยที่เธอไม่รู้ตัว และเมื่อเขาแสดงความเย็นชาใส่เธอเท่านั้น ทำให้หญิงสาวนึกเสียใจและอยากจะบอกความรู้สึกบางอย่างของตัวเองออกมาเป็นคำพูด

“...ฉันขอโทษ”

เสียงหวานใสที่เอ่ยออกมาแผ่วเบาสร้างความดีใจแกมประหลาดใจแก่ชายหนุ่ม แต่เมื่อเห็นสีหน้าสำนึกผิดของหญิงสาวแล้วเขาก็เอ่ยตอบหญิงสาวไป

“ไม่เป็นไร ผมไม่โกธร...ก็แค่น้อยใจ...”

เสียงสะอื้นเหมือนจะหยุดหายไปหญิงสาวเงยหน้าขึ้นมองคนที่บอกว่าน้อยใจอย่างประหลาดใจ ก่อนจะเขย่งขึ้นไปแล้วโน้มคอของเขาลงมา หญิงสาวจูบแก้มของเขาทั้งสองข้างก่อนจะจ้องสายตาจองเขาที่มองมาอย่างตกใจ เธอเห็นรอยยิ้มโค้งกว้างของเขา พร้อมกับมือหนาที่โอบรอบเอวบางของเธอให้แน่นขึ้น

“ขอบคุณครับ...ไนท์”

รัตติกาลแก้มแดงระเรื่อตัดกับท้องฟ้ายามเช้าที่เริ่มเห็นแสงแรกของพระอาทิตย์ ที่กระจายไปทั่วท้องฟ้า อากาศหนาวเหน็บมีหมอกลงมาก็เริ่มจางหายไป ชายหนุ่มโน้มหน้าลงไปกระซิบที่ข้างหูของรัตติกาล

“ผมรักคุณนะ...ไปอยู่กับผมเถอะ”

หญิงสาวไม่นึกไม่นึกไม่ฝันว่าเพชรรัตน์จะพูดแบบนี้ และคราวนี้หญิงสาวก็ตัดสินใจเป็นครั้งสุดท้าย ในเมื่อเธอเองก็รับรู้ว่า...เธอรักเขาแล้วเธอจะกลัวอะไรอีกละ หญิงสาวรู้ว่าเขาคงจะปกป้องเธอได้อย่างดีเหมือนที่เขาปกป้องประเทศชาติได้อย่างแน่นอน เธอพยักหน้ารับกับชายหนุ่มก่อนจะกอดเอวของเขาว่าแน่น กลัวว่าวันนี้จะเป็นความฝันแต่แรงกอดรัดจากชายหนุ่มทำให้เธอรู้ว่า เธอไม่ได้ฝันไป

ชรลดารู้สึกยินดีที่เห็นพี่ชายของเธอมีความสุขแบบนี้ หญิงสาวโทรศัพท์มือถือขึ้นมาถ่ายรูปของทั้งสองเพื่อเก็บไว้เป็นที่ระลึก  ก่อนที่เธอจะอมยิ้มกับภาพของชายหนุ่มหญิงสาวตรงหน้าที่ได้ถ่ายเก็บไว้ ก่อนที่หญิงสาวจะเดินเข้าไปขัดจังหวะคู่รัก เพราะเห็นว่ามันเริ่มสายแล้วนั้นเอง

“พี่เพชรค่ะ”

เพชรรัตน์ลืมว่าน้องสาวยังอยู่ที่นี่แต่พอได้ยินเสียงของหญิงสาวเท่านั้นเขาก็เริ่มรู้สึกตัว ปล่อยร่างบางที่กอดไว้แน่น ให้เป็นประคองเอวบางของคนรักแทน

“มีอะไรหา พลอย”

“พลอยจะมาบอกว่า นี่มันสายแล้วนะคะ จะไปกันได้หรือยัง”

เพชรรัตน์มองน้องสาวก่อนจะส่งค้นคมจากสายตาไปให้หญิงสาว แล้วให้หญิงสาวขับรถของเขาไปก่อนก็ได้ เพราะเดี๋ยวต้องรีบเก็บเสื้อผ้าของรัตติกาลอีก เพื่อที่จะพาคนรักไปอยู่ด้วยกัน

“พลอยเอารถพี่ไปขับก่อนก็ได้ เดี๋ยวจะตามเราไปทีหลังละกัน...ไม่อยากทิ้งให้ไนท์เขาอยู่คนเดียว”

“แหม...ก็ได้ค่ะ”

เพชรลดาตอบตกลงกับเพชรรัตน์ เพราะรู้ดีว่าเพชรรัตน์เป็นห่วงเป็นใยแฟนสาวยิ่งกว่าน้องสาวอย่างเธอเสียอีก และดูเหมือนว่าพี่ชายจะรู้ว่าหญิงสาวคิดอะไรอยู่ ถึงได้ เดินเข้ามาหาเธอพร้อมกับยีผมของเธอไปด้วย

“ขับรถดีๆนะ แล้วอย่าเถลไถลที่ไหนละ พี่เป็นห่วงยังไงเราก็เป็นน้องสาวของพี่เพชร ถึงบ้านก็โทรฯมาบอกพี่ด้วย”

คำสั่งของชายหนุ่มทำให้หญิงสาวส่งยิ้มทะเล้นไปให้พร้อมกับตะเบ๊ะเลียนแบบชายหนุ่ม ก่อนที่เพชรลดาจะโบกมือลาพี่ชายของเธอก่อนเดินเข้าไปในรถเก๋งคู่ชีพของชายหนุ่ม พร้อมทั้งสตาร์ทรถแล้วขับออกไปหญิงสาวมองภาพในกระจกส่องหลังยิ้มให้กับตัวเอง อย่างน้อยพี่ชายของเธอก็มีความสุขกับคนรักของเขาเธอเห็นทั้งสองคนยืนส่งหญิงสาวอยู่ที่หน้าบ้าน ก่อนที่ภาพนั้นจะลับหายไปเมื่อมาได้ไกลพอสมควร

 

-ครึ่งแรกของเสน่หาค่ะ บทที่2 นะคะ หนูไนท์ก็ตกลงจะไปอยู่ด้วยกันกับพี่เพชรแล้ว และพระเอกก็อดอีกตามเคย ฮ่าๆๆๆ เรื่องหนูไนท์ยังไม่จบนะคะ เรื่องราวยังมีอีกไกลทั้งเรื่องชื่อจริงๆของหนูไนท์ อ๋อ...หนูไนท์ยอมเปิดปากให้พี่เพชรได้ยินเสียงแล้ว เรื่องราวจะเป็นยังไงต่อไปเป็นกำลังใจให้ด้วยนะคะ

3 พ.ย.53 เขียนบทที่ 2 50%

4 พ.ย.53 อัพบทที่ 2 ครึ่งแรก

 

 

ข้อความ :
จากคุณ * :
 

 
จำนวนผู้ชมเว็บแจ่มใสขณะนี้: 353 ท่าน