Guest   
 
Username: 
Password:  




 




  






 
อ่านเรื่อง
SE'XY GUYs ♠ เผลอรักร้าย นายสุดเลว
ลิตเติ้ล ? เนม''
? I don’t want you to make me...
9
29/11/2553 18:50:23
1512
เนื้อเรื่อง

 

-7-

I don’t want you to make me..

ฉันไม่อยากให้เธอทำให้ฉัน..

 

 

 

 

 

 

            “อย่าเข้ามานะ! ขืนนายก้าวเข้ามาอีกก้าวเดียว ฉันตีนายหัวแบะแน่!” ฉันตะโขนขู่เขา มือก็คว้าแจกันมาถือไว้มั่น หลังจากที่ฉันวิ่งรอบห้องนี้ประมาณกว่าสามร้อยรอบ ปอดของฉันก็เริ่มที่จะสูบลมหายใจเข้าไม่ทันการใช้งานฉันจึงจำเป็นต้องหยุดวิ่งและหาอาวุธเพื่อป้องกันตัวแทน

            ดริฟท์ยืนเท้าเอวมองหน้าฉันปานจะฆาตกรรมทางลมหายใจ เขาไม่หยุดอย่างที่ฉันขู่ ตรงกันข้าม.. เขาเร่งฝีเท้าเดินเข้าหาฉันอย่างรวดเร็ว นั่นทำให้ฉันง้างแจกันหมายจะฟาดหัวเขา แต่มันก็ช้าเมื่อเขาดันเข้ามาถึงตัวฉันแล้วคว้าแจกันไปถือไว้ซะเอง เขาใช้มืออีกข้างผลักฉันให้ล้มลงไปนอนราบอยู่บนโซฟา และเมื่อหลังของฉันได้สัมผัสกับความนุ่มฉันจึงรีบเด้งตัวลุกขึ้นทันที ให้ตาย! ลางไม่ดียังไงชอบกล

            พอฉันลุกขึ้นนั่งเขากลับผลักฉันให้ล้มลงไปอีก คราวนี้เขานั่งคร่อมทับตัวฉันไว้เพื่อไม่ให้ฉันหนี แต่เชื่อเหอะ.. ท่าแบบนี้มันทำให้ฉันใจคอไม่ดีเลยจริงๆ

            “ทำอะไร! ลุกไปเดี๋ยวนี้นะ!” ฉันว่าพรางใช้มือทั้งผลัก ทุบ ตี ตบ ต่อย เขาสารพัด แต่เขากลับนิ่ง มองหน้าฉันเหมือนไม่ได้รู้สึกถึงความเจ็บปวดใดๆ

            “พร้อมรึยังนินิน...” เขาถาม จัดการรวบมือของฉันไว้เหนือหัวด้วยมือข้างเดียวของเขา

            ใบหน้าหล่อเหลาปานเทพบุตร แต่ข้างในมันช่างตรงกันข้ามกับสิ่งที่เห็นซะเหลือเกิน เขาโน้มหน้าเข้ามาใกล้ สันจมูกของเขาคลอเคลียอยู่บริเวณแก้มของฉัน ฉันได้แต่เบือนหน้าหนีไปทางอื่น ถึงตอนนี้.. แม้แต่เสียงที่จะก่นด่าเขาก็ดังได้แค่ในใจเท่านั้น ความร้อนพุ่งมารวมกันอยู่ตรงใบหน้า ลมหายใจอุ่นๆ ของเขาทำเอาหัวใจฉันเต้นจนแทบจะไม่เป็นจังหวะ ฉันพยายามดิ้น ดึงมือออกจากการเกาะกุมของเขา แต่มันก็ยากเหลือเกินเมื่อเทียบกับแรงผู้ชายแล้ว ผู้หญิงอย่างฉันคงเหมือนนกที่กำลังป่วยก็ไม่ปาน

            ฉันสะดุ้ง เกร็งทันทีเมื่อรับรู้ถึงความนุ่มของริมฝีปากของเขา เขาก้มลงจูบเบาๆ ที่แก้มข้างซ้ายของฉัน แล้วลากริมฝีปากนั้นไปที่ปลายจมูก หน้าผาก เรื่อยลงมาที่แก้มข้างขวา และจบมันลงที่ริมฝีปากของฉัน

            ฉันสะบัดหน้าหนีอย่างเร็ว แล้วออกแรงดิ้นจนสุดกำลัง ทั้งมือทั้งเท้า ช่วยกันดิ้นเท่าที่แรงทั้งหมดจะสามารถทำได้ แต่ดูเหมือนมันจะไม่สะทกสะเทือนผู้ชายคนนี้เลยซักนิด เขาทิ้งน้ำหนักตัวมาที่ฉันมากขึ้น เมื่อพลาดริมปาก เขากลับเปลี่ยนตำแหน่งเป็นซอกคอ ลมหายใจที่รินรดอยู่บริเวณนั้นทำเอาขนอ่อนทั่วร่างของฉันลุกพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย นี่เขาจะทำแบบนี้กับฉันจริงๆ เหรอเนี่ย!

     “ดริฟท์! หยุดนะ!” ฉันตะโกนอย่างเหลือดอด หวังห้ามไม่ให้เขาทำอะไรเลยเถิด พร้อมออกแรงขืนตัวให้มากขึ้น แต่มันก็สูญเปล่าเมื่อแรงของฉันสู้แรงของเขาไม่ได้ซักนิด

            ความกลัวเริ่มเข้ามาทำลายโสตประสาทของฉัน น้ำตาของฉันมันจวนจะไหลออกมาเมื่อนึกถึงเหตุการณ์ที่กำลังจะเกิด ฉันสู้แรงเขาไม่ได้ ฉันห้ามเขาไม่ได้ แล้วฉันจะเป็นยังไง?

     “ถ้านายไม่หยุด ฉันจะกัดลิ้นตัวเองตายเลยคอยดูซิ!” สิ้นคำพูดของฉัน

            ดริฟท์ชะงักการกระทำ แต่นั่นก็ใช่ว่าเขาจะหยุด เขากลับประกบริมฝีปากปิดคำพูดทุกอย่างของฉัน ริมฝีปากอ่อนนุ่มของเขากดจูบลงมา หัวสมองของฉันตอนนี้พร่าเบลอไปหมด ทั้งตกใจ ทั้งกลัว ทำอะไรไม่ถูก ตั้งตัวไม่ทัน ฉันได้แต่ปล่อยให้เขารุกล้ำเข้ามาเรื่อยไป ไม่มีสติที่จะขัดขืนใดๆ ความหวานที่เขามอบมาให้ทำให้หัวใจฉันสูบฉีดหนักขึ้น ความว่างเปล่าในสมองทำให้ฉันเผลอหลงใหลไปกับรสจูบของเขา

            “ไว้ต่อโอกาสอื่นดีมั้ย...” ฉันปรือตาขึ้นมองเขา เมื่อสติกลับคืนสู่ตัว ใบหน้าหล่อที่อยู่ห่างหน้าฉันเพียงไม่กี่เซนฯ ทำเอาฉันอยากจะตบหน้าตัวเองแรงๆ ที่ปล่อยให้เขาล่วงเกิน และหลงไปกับมนต์สะกดของเขาถึงขนาดนี้

            ดริฟท์เลียริมฝีปากแล้วส่งยิ้มอย่างร้ายกาจมาให้ฉัน ก่อนที่เขาจะผละลุกขึ้นเดินไปที่อื่น

            ฉันยกมือขึ้นทาบอกข้างซ้ายของตัวเอง ให้ตาย! ทำไมหัวใจของฉันมันเต้นแรงขนาดนี้ล่ะ อกจวนจะระเบิดอยู่แล้ว ฉันยกมือทั้งสองข้างขึ้นมาทาบแก้มบ้าง มันร้อนมากจนมือฉันแทบจะไหม้ ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าตอนนี้หน้าฉันคงจะมีเลือดสูบฉีดมากแค่ไหน ฉันได้แต่แอบกรี๊ดในใจ นี่มันอะไรกัน!

     ฉันเงยหน้าขึ้นเมื่อรู้สึกถึงเสียงฝีเท้าที่ดังใกล้เข้ามา สายตาของฉันไปสบเข้ากับใครอีกคน เขาเดินเข้ามาภายในห้องพร้อมกับผู้ชายอีก 2 คน ก่อนจะหันมาส่งยิ้มบางๆ ให้ฉันแล้วเดินเลี่ยงเข้าไปที่ไหนซักที่ ฉันมองตามหลังเขาไปด้วยสายตาที่เบิกกว้างขึ้น พวกเขาเข้ามากันตั้งแต่เมื่อไหร่?

            แล้วเข้ามาเห็นฉันกับดริฟท์ในสภาพ...เอ่อ.... หรือว่าบางที เมื่อกี้ที่ดริฟท์หยุดก็เพราะพวกเขามากดกริ๊ง แล้วดริฟท์ก็เดินไปเปิดประตู ดังนั้นพวกเขาก็ไม่มีทางเห็นแน่นอน นั่นแหละ.. ฉันว่ามันต้องเป็นแบบนั้นแหละ เชื่อซิ.. พวกเขาไม่เห็นหรอก!!

            “นินิน...” ฉันหันไปตามเสียงเรียก ซินน์กำลังยืนฉีกยิ้มมาทางนี้ เขาเดินเข้ามานั่งอยู่ข้างๆ ฉันโดยมีเธียร์เดินตามมาด้วย

            “ทานอะไรรึยัง ฉันแอบขโมยพิซซ่าร้านเฮียดร๊อฟฟ์มาให้เธอด้วยนะ แต่ถ้าเธอไม่กินฉันก็ว่าจะกินเองล่ะ” ซินน์ว่าหน้าตาร่าเริง ผิดกับตอนที่อยู่ที่คอนโดเธิร์ดบีลิบลับ เขาล้วงมือไปหยิบกล่องพิซซ่าเล็กๆ ที่แอบยัดใส่กระเป๋าตัวเองขึ้นมาโชว์ตรงหน้าฉัน

            “นายทานเถอะ ฉันยังไม่หิว” ฉันว่า และดูเหมือนเขาจะดีใจมากเหลือเกิน เขาฉีกยิ้มกว้างแล้วจัดการกับพิซซ่าพวกนั้น

     ฉันละสายตาจากซินน์ที่ตอนนี้กำลังถูกเธียร์แกล้งด้วยการดึงพิซซ่าหนีเขาไปมองเธิร์ดบีซึ่งตอนนี้ฉันไม่รู้ว่าเขาหายไปไหน ดริฟท์เองก็หายไปด้วยเหมือนกัน

            ไม่นานทั้งสองคนก็เดินออกมาจากมุมระเบียงห้องซึ่งมีผ้าม่านบังอยู่ ดูเหมือนพวกเขาจะคุยอะไรกันซักอย่าง เพราะจากสีหน้าของดริฟท์ เดาได้เลยว่าเขาคงจะถูกเธิร์ดบีขัดใจอะไรเป็นแน่

            “ไง...” พี่บีเอ่ยทัก ฉันได้แต่ส่งรอยยิ้มนิดๆ ไปให้เขา

            “ย้ายมาอยู่ที่นี่แล้วเหรอ” ฉันรีบส่ายหน้าทันทีเมื่อพี่บีถาม แต่กลับถูกไอ้ผู้ชายบ้าอย่างดริฟท์จับหัวแล้วกดลงให้ดูเหมือนฉันกำลังพยักหน้าอยู่

            “คนคบกัน อยู่ด้วยกันก็ไม่เห็นแปลก” ดริฟท์พูด นั่นทำให้ทั้งฉัน เธิร์ดบี ซินน์ และเธียร์ หันไปมองหน้าเขาพร้อมกันทันที ซินน์อ้าปากค้างจนพิซซ่าในปากหล่นร่วงลงมา

            “ฉันเมาพิซซ่ารึเปล่าวะ? หรือหูฉันอื้อ? ไหนแกลองพูดมาใหม่ดิว่าแก... คบ กับ นินิน จริงๆ เหรอ?” ซินน์เน้นเสียงหนักในประโยคหลัง และดริฟท์ก็ตอบเขาด้วยการก้มลงมาจูบผมฉันเบาๆ

            เขาจะรู้รึเปล่าว่าการกระทำของเขากำลังทำให้เส้นประสาทของฉันใกล้จะแตกเข้าทุกทีๆ แต่.. เขาคงไม่รู้หรอก เพราะไม่อย่างนั้นเขาคงจะหยุดการกระทำไว้แค่นั้น แต่นี่เขากลับก้มลงมาจูบปากฉันซะอีก!!

     “โอ้.. เต็มตา โอเค เข้าใจแล้วครับ หยุดเถอะครับ คุณไม่อาย แต่ผมอาย..” เสียงของซินน์ดังอยู่ไกลๆ ทำไม.. ทั้งที่ฉันอยู่ใกล้เขาแค่นั้นแต่ทำไมเสียงเขากลับไกลออกไปล่ะ หรือว่า.. ฉันกำลังจะตายแล้ว!!

     ฉันสะดุ้งโหยง แรงเขย่าจากใครซักคนทำให้สติของฉันวิ่งกลับเข้าสู่ร่าง ฉันหันไปมองคนที่จับแขนฉันไว้ เป็นเธิร์ดบีนั่นเอง เขากำลังมองหน้าฉัน สีหน้าของเขาดูเหมือนกำลังคิดอะไรอยู่ แต่ฉันไม่รู้ว่าเขาคิดอะไร หรือเขาคิดว่าฉันเป็นผู้ชายใจง่าย หลายใจ ให้ตาย! เมื่อกี้ที่ดริฟท์ทำน่ะ เขาก็เห็นด้วยใช่มั้ย?

            ไอ้บ้าดริฟท์นั่นทำบ้าอะไรของเขา ฉันไปคบกับเขาตอนไหน ถามว่าฉันต้องการคบกับเขามั้ย? นี่มันเรื่องบ้าอะไรเนี่ย!

            ฉันตั้งสติ คิดไว้ว่าจะต้องเคลียร์เรื่องนี้กับดริฟท์ให้รู้เรื่อง ฉันหันหน้าไปมองค้อนเขา ซึ่งแน่นอนว่าใบหน้าตอนนี้ของเขามันช่างน่าตบให้สมองร้าวเลยจริงๆ เขายังมีหน้ามาปั้นหน้ายิ้มใส่ฉันอีกงั้นเหรอ โรคจิต!

     “นี่! ฉัน...”

            “มาทำอะไรกันน่ะ?” ดูเอาเถอะ.. เขาตั้งใจจะไม่ฟังที่ฉันพูด เขาเลยรีบพูดตัดหน้าฉันก่อน ฉันอยากจะฆ่าเขาจริงๆ

            “ก็เฮียดร๊อฟฟ์บอกให้ไปไลฟ์ เฮียแกบ่นจนหนวดเฟิ้มแล้วว่าพวกเราเอาแต่กินแต่ไม่ยอมทำงาน” เสียงซินน์พูดพร้อมทั้งทำหน้าเหมือนไม่อยากจะทำอะไรนอกจากกินและนอน

            “เหรอ ไม่อยากไป!” ดริฟท์พูด มีใครเคยบอกเขารึเปล่าว่าเขาเอาแต่ใจมากแค่ไหนน่ะ

            “รู้ๆ แต่ไปเล่นซักเพลง สองเพลงก็ยังดี นี่ถ้าเสียงของฉันมันไม่เหมือนห่านโดนบีบคอฉันคงไม่มาตามแกไปหรอก งอแงชิบ!

           

            Litade’ Club ที่นี่เป็นเหมือนศูนย์รวมของบรรดาวัยรุ่นหลากหลายหน้า หลากหลายเชื้อชาติเลยจริงๆ ภายในคลับแห่งนี้ เต็มไปด้วยผู้คนที่แห่กันเข้ามาสังสรรค์ในเรื่องที่น่ายินดีต่างๆ ในชีวิตของพวกเขา เป็นจุดเริ่มต้นของสิ่งดีๆ ในค่ำคืนนี้ ผิดกับฉัน....

            ที่นี่เป็นเหมือนสะพานที่ทอดไปสู่ความมืดมิด และเมื่อฉันได้หลงเดินเข้าไปแล้ว สะพานนั้นกลับขาดวิ่นไม่มีทางที่ฉันจะสามารถข้ามมันกลับไปยืนอยู่ในจุดๆ เดิมได้ และหากฉันต้องการจะกลับไป ฉันจะต้องกระโดดข้ามช่องว่างระหว่างทางที่ไม่มีสะพานเชื่อมนี้ ถ้ารอดก็โชคดี แต่ถ้าไม่.. ถ้าเกิดฉันกระโดดข้ามมันไปไม่ถึงอีกฝั่ง ฉันก็จะล่วงลงสู่เหวลึก ข้างล่างนั้นฉันจะต้องเจอกับอะไรที่หนักหนากว่านี้เท่าไหร่ ฉันไม่สามารถรู้ได้จริงๆ

            ดังนั้นการที่ฉันก้าวข้ามผ่านมันมายืนอยู่จุดๆ นี้ นั่นถือเป็นการเกิดใหม่อีกครั้งในดินแดนที่แสนโหดร้าย ฉันไม่รู้ว่าการเริ่มที่เลวร้ายของฉัน จะพาฉันไปสู่จุดจบที่แสนโรแมนติกหรือดราม่าแค่ไหน แต่ฉันจำเป็นต้องก้าวต่อไป

อุปสรรคก็เป็นเหมือนโจทย์ในแต่ละหน้าของการบ้านที่แสนยาก ถ้าเราสามารถแก้โจทย์นั้นได้ การบ้านหน้าสุดท้ายก็ไม่ยากเกินความสามารถของเราหรอก

ฉันหยุดยืนอยู่ตรงโซนวีไอพี ซินน์บอกให้ฉันไปนั่งรอพวกเขาที่หลังเวลาที แต่ฉันยืนยันที่จะรออยู่ด้านนอกมากกว่า หลังจากที่ดริฟท์เอาแต่รั้นหัวชนฟาว่ายังไงก็จะไม่มาไลฟ์ แต่สุดท้ายเธิร์ดบีก็เป็นคนพาเขามาจนได้ ฉันไม่รู้ว่าเขาจะร้องเพลงออกมาแนวไหน ในเมื่อหน้าเขาตอนนี้ยุ่งเหมือนยุงกำลังตีกันบนหัวคิ้วของเขาแบบนั้น แน่นอนว่าเพลงรักโรแมนติก ลืมไปได้เลย.. เขาไม่มีทางร้องมันออกมาให้โรแมนติกได้แน่ๆ

ฉันนั่งลงบนโซฟาหนังนุ่มๆ นั่น ก่อนจะสั่งน้ำส้มมาทานไปพราง บนเวทีตอนนี้มีนักร้องวงร็อคหลายแนว พลัดเปลี่ยนเวียนกันมาเล่นไม่หยุด ตอนนี้เพิ่งจะห้าทุ่มกว่าๆ วงของดริฟท์ ซึ่งฉันรู้มาว่าชื่อวงของเขาคือ Q’me ส่วนเรื่องความหมาย ฉันเองก็ไม่เข้าใจหรอก วงของพวกเขาจะขึ้นเล่นประมาณเที่ยงคืน ฉันคงต้องนั่งรอจนแก่เลยล่ะ

เชื่อเถอะ.. บรรยากาศในคลับไม่ได้ทำให้หัวสมองของฉันโล่งเพราะดนตรีที่พวกเขากำลังตั้งใจเล่นกันเลยซักนิด เพลงร็อคพวกนี้มันกำลังกระแทกเข้าหูของฉันจนปวดไปหมด บางวงก็เล่นดนตรีแบบเบาฟังสบายบ้าง แต่บางวงเล่นเอาหัวใจฉันแทบจะวาย มันร็อคพันธุ์ไหนกันเนี่ย

ฉันนั่งเบื่อๆ อยู่ซักพักก็ก้มลงไปหยิบโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าที่เพิ่งนึกขึ้นได้ว่าได้มันกลับคืนมาแล้ว ทันทีที่ฉันกดเปิดเครื่อง ข้อความที่มีคนโทรฯเข้ามากมายแย่งกันเข้ามาจนฉันแทบจะกดเปิดดูไม่ทัน

ฉันนั่งอ่านข้อความจนมือแทบจะง่อย ก่อนจะเลือกเบอร์เนย์แล้วโทรฯ ออก

เสียงรอสายดังอยู่ซักพักก่อนที่เนย์จะกดรับสาย

(นิน! แกอยู่ไหนเนี่ย รู้มั้ยว่าฉันเป็นห่วงแกแทบแย่ โอ้.. คุณพระคุณเจ้า ฉันนึกว่าแกโดนฆ่าแล้วลืมข่มขืนหมกทิ้งไว้ข้างทางซะแล้วนะ ฉันเกือบจะโทรฯไปแจ้งความเพื่อนหายแล้วรู้มั้ย ห๊ะ!)

“ฉันขอโทษ พอดีฉันเพิ่งได้โทรศัพท์คืนน่ะ” ฉันตะโกนแข่งกับเสียงเพลงในคลับนี้ เพื่อให้เนย์ได้ยิน

(ฮัลโหล นิน.. แกพูดว่าอะไรนะ ฉันไม่ได้ยิน)

“เนย์ เดี๋ยวนะ ฉันหาที่เงียบๆ ก่อน” ฉันตะโกนบอกพรางหาที่หลบเดินออกไปคุยโทรศัพท์

ฉันหยุดยืนอยู่ด้านหน้าของคลับ ยกหูโทรศัพท์ตั้งใจจะคุยต่อ แต่มือถือเจ้ากรรมดันแบตฯ หมดซะได้ นี่ฉันจะเกิดมาโชคดีกับคนอื่นเขาบ้างไม่ได้รึไงนะ ปวดสมองจริงๆ

ฉันตั้งใจว่าจะเดินกลับเข้าไปด้านในตามเดิม ออกมายืนเดี่ยวๆ ข้างนอกแบบนี้มันไม่ดีเอาซะเลย รู้สึกหวิวๆ โหวงๆ แปลกๆ

ฉันสะดุดกึกทันที เหมือนว่ามีใครมาดึงแขนฉันเอาไว้ และนั่นทำให้ฉันหันกลับไปมอง

“มาคุยกันหน่อยซิ นินิน...”

ฉันมองหน้าเรย์อย่างไม่ค่อยไว้ใจ แต่เธอกลับเดินนำหน้าพาให้ฉันเดินไปที่ไหนซักที่ จนในที่สุดฉันก็มาหยุดยืนประจันหน้ากับเธออยู่ตรงมุมของลานจอดรถ ซึ่งทั้งเปลี่ยวและเงียบ

ฉันไม่รู้ว่าตัวเองบ้ารึเปล่าที่หลงเดินตามยัยอสรพิษนี่มาง่ายๆ เกิดยัยนี่คลุ้มคลั่งฆาตกรรมฉันขึ้นมาจะทำยังไงเนี่ย..

“มีอะไร” ฉันเริ่มเปิดประเด็นเมื่อเห็นว่าเธอเอาแต่จ้องหน้าปานจะฆ่ากันทางสายตาแบบนั้น

“อย่าคิดว่าดริฟท์จะหยุดที่เธอ! ฉันคนหนึ่งที่จะทำให้เธอเห็นว่าเขาก็เห็นเธอเป็นแค่ของเล่นชิ้นใหม่เท่านั้น ของใหม่ไร้รสนิยมอย่างเธอ จะมาสู้ของแบรนด์เนมแบบฉันได้ยังไง หึ!

“ถ้าเธอจะคุยเรื่องนี้ ฉันว่าเธอเลิกพูดเถอะ ไร้สาระ! ก็เห็นอยู่ว่าเขาเลือกใคร เลิกพูดปลอบใจตัวเองได้แล้วล่ะเรย์!!” ฉันพูดพรางยิ้มเยาะเหยียดหยามเธอ แน่นอน.. ฉันไม่ยอมให้เธอมากดขี่ข่มเหงฉันหรอก สู้ไม่ได้ก็แค่แพ้ ก็แค่เจ็บ

บางทีถ้าฉันรอด พรุ่งนี้ฉันจะรีบเข้าวัดแล้วกรวดน้ำ อุทิตส่วนบุญให้พวกสัมประเวสีที่คอยก่อกวนโสตประสาทของฉันอย่างเธอเดี๋ยวนั้นเลยจริงๆ

“นังบ้า! นังโง่! โอ้อวดตัวเองไปเถอะ แล้วก็จะได้รู้ว่าคืนนี้เขาจะอยู่กับใคร” เรย์บอก เธอกอดอกมองหน้าฉันเหมือนผู้ชนะ ซึ่งนั่นไม่ได้ทำให้ฉันหวั่นใจเลยซักนิด เธอขยับเท้าเดินเข้ามาประชิดตัวฉันมากขึ้น ฉันเองก็ไม่คิดจะหลบ กอดอกเชิ่ดหน้าสูงมองเธอเหมือนเศษดินธรรมดาๆ

“ก็แค่คืนเดียวหน่าเรย์.. จะถือว่าฉันทำบุญให้พวกอดอยากไปก็แล้วกัน”

“นัง...!!!

“แต่ถ้าแน่จริงก็ทำให้เขาอยู่กับเธอทุกคืนไปซิ หรือถ้าทำไม่ได้ ก็ช่วยเลิกจองเวรจองกรรมกับฉันซักทีนะ มันน่ารำคาญน่ะ”

“แก! นังกูปรี!!  และเธอก็มาแนวเดิม คือถลาตัวเข้ามาตบฉัน แต่พอเถอะ.. ฉันอายุ 20 บรรลุนิติภาวะแล้ว ไม่มาตบตี ทำอะไรเป็นเด็กๆ แบบนั้นหรอก

ฉันเบี่ยงตัวหลบจนเรย์เสียหลักหน้าคว่ำล้มไปบนกระโปรงรถของใครซักคน เธอหันหน้ากลับมาส่งสายตาอาฆาตแค้น แล้วถลาตัวเข้ามาอีก ฉันคิดว่ายัยนี่เหมือนซอมบี้ในหนังฝรั่งเลยล่ะ ฆ่าไม่ตาย ไม่มีสมอง!

ฉันยกมือขึ้นผลักไหล่เธอแรงๆ จนเรย์เซไปอีกทาง คราวนี้ฉันยกมือขึ้นปราม ก่อนจะส่ายหน้าเหมือนเอือมระอากับการกระทำของเธอเหลือเกิน จนเรย์ถึงกับสะบัดอารมณ์ไม่พอใจที่เห็นฉันทำหน้าแบบนั้น

“ถึงฉันจะเป็นของเล่นชิ้นใหม่ แต่ของใหม่อย่างฉันย่อมดีกว่าของเก่าเกรอะกรังอย่างเธอ! ถึงจะแบรนด์เนม แต่ถ้าหมดยุคก็ต้องโล๊ะทิ้งอยู่ดี” ฉันเห็นเรย์ยืนกัดฟันก็อดขำไม่ได้ ยัยนั่นหมดสภาพเลยล่ะ สาวสวยเปรี้ยวเฉี่ยวแบบนั้น พอมาเจอสถานการณ์แบบนี้ก็หมดสภาพเป็นสาวสวยศพได้เหมือนกัน

ฉันแสยะยิ้มอย่างสะใจ ก่อนจะโบกมือลาเธออย่างเย้ยหยัน มันสะใจจริงๆ นะ ไม่คิดว่าตัวเองจะปล่อยเต็มไปได้เหมือนกัน ฉันเดินละออกห่างเธอพรางหัวเราะชอบใจในลำคอ ยิ่งได้ยินเสียงกรี๊ดเหมือนคนบ้าของเธอดังอยู่ด้านหลัง ยิ่งทำให้ฉันอยากจะหัวเราะออกมาดังๆ จริงๆ

นี่ฉันเข้าข่ายโรคจิตรึเปล่าน่ะ

ฉันเดินออกมายืนอยู่หน้าคลับตามเดิม ตั้งใจจะเดินเข้าไปด้านใน แต่สายตาไปสะดุดเข้ากับผู้หญิงร่างเล็กผมบ๊อบที่กำลังยืนเอามือกอดอกพิงกำแพงมองมาทางฉัน เธอส่งยิ้มให้ฉันเล็กๆ แต่รู้ได้เลยว่ารอยยิ้มไม่ได้มีความจริงใจ หรือเต็มใจอยากจะยิ้มซักนิด

“ไง คนเก่ง.. ชนะไปแล้วคนหนึ่ง เหลืออีกกี่คนล่ะ ที่เธอจะแย่งมา”

“นิน! อยู่นี่เอง ตามหาตั้งนาน อ้าว.. ฟรอนต์ มาตอนไหนเนี่ย” ซินน์ที่พุ่งพรวดออกมาจากด้านในหันไปส่งยิ้มกว้างให้ฟรอนต์ ซึ่งเธอเองก็ยิ้มตอบไปเช่นกัน แต่ก่อนที่เธอจะหันไปทักทายซินน์ สายตาและคำพูดแบบนั้นของเธอ มันทำให้สันหลังฉันร้อนวูบขึ้นมาทันที

ฉันได้แต่ยืนค้างมองหน้าเธออยู่อย่างนั้น ความรู้สึกอื้อๆ กำลังทำให้สมองฉันร้าวไปหมด ..เธอกำลังด่าว่าฉันชอบแย่งผู้ชายงั้นเหรอ

ฉันหันหน้ามองฟรอนต์เหมือนต้องมนต์ยังไงยังงั้น จนรู้สึกถึงแรงเขย่าที่เรียกความสนใจไปที่ใบหน้าน่ารักๆ ของผู้ชายข้างๆ ซินน์เลิกคิ้วสูง

“เป็นอะไรรึเปล่า ไม่สบายเหรอ? ฉันส่ายหน้าแทนคำตอบ ก่อนจะเลี่ยงเดินหลบเข้าไปด้านใน

ตอนนี้ฉันรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังเป็นชู้กับแฟนคนอื่น ทั้งที่ฉันไม่ได้มีเจตนาจะคิด หรือทำแบบนั้นซักนิด เพียงแต่ตอนนี้.. ความรู้สึกในใจมันร้อนรุ่มจนแทบไม่อยากจะมองหน้าผู้หญิงคนนั้นเลย

ฉันไม่ได้กลัวเธอ แน่นอนว่าฉันไม่กลัว เพราะฉันไม่ได้ทำอะไรผิด แต่ทำไมฉันถึงไม่กล้ามองหน้าเธอกันนะ

“เดี๋ยวรอก่อนนะ จะขึ้นเล่นแล้ว” ซินน์ตบบ่าฉันเบาๆ ไม่รู้ว่าเขากำลังสื่ออะไร แต่ดูเหมือนมันจะทำให้ฉันสบายใจขึ้นมาบ้าง เขาหันหน้าไปหาฟรอนต์ ซึ่งตอนนี้เดินอยู่ด้านหลังของฉัน

“ฉันนั่งรออยู่กับนินินนี่แหละ อยากเห็นบีตีกลองน่ะ” ฟรอนต์ส่งยิ้มหวานปานนางฟ้า ซินน์จึงพนักหน้าแล้วยิ้มกว้างตอบก่อนจะรีบวิ่งหายไปด้านหลังเวที

ฉันเดินไปนั่งที่โซฟาตัวเดิม โดยมีฟรอนต์เดินตามมาด้วย ฉันไม่รู้ว่าเธอมองมาทางฉันบ้างรึเปล่า แต่ฉันไม่คิดจะมองเธอเลยซักนิด ฉันต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ ทำตัวเหมือนพวกแอบคบแฟนคนอื่นอย่างนั้นล่ะ

ไม่นานเสียงกรี๊ดของสาวๆ และเสียงโห่ร้องของผู้ชายในคลับนี้ก็ดังกระหึ่มพร้อมกับไฟด้านในที่ถูกดับลงราวกับถูกเสก เสียงกีตาร์จังหวะหนักที่ถูกกรีดลงบนเส้นสายดนตรี ดังกังวานไปทั่วคลับ ดึงความสนใจจากนักท่องราตรีเหล่านี้ให้เงียบเสียงลง พร้อมๆ กันนั้นเสียงเบสที่พลิ้วไหวประสานพร้อมไปด้วยกันทำให้ที่แห่งนี้เต็มไปด้วยอณูความร้อนที่ถูกถ่ายทอดมาจากเครื่องดนตรีสองชนิดนั้น

แสงไฟที่เริ่มส่องสว่างอยู่บนเวที ฉายไปที่ผู้ชายผมทองหน้าตาน่ารักที่มีรอยยิ้มเป็นอาวุธ แต่ ณ เวลานี้ ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความเคร่งขรึม ดูทรงเสน่ห์อย่างบอกไม่ถูก มันต่างกับการใช้ชีวิตของเขาลิบลับ

เสียงกีตาร์ที่ดังเรียกร้องความสนใจจากผู้คนดังขึ้นด้วยความดุดัน ราวกับต้องการกรีดร้องความเป็นตัวมันให้คนอื่นได้เห็น ผู้ชายผมดำ ใบหน้าเกลี้ยงเกลาที่เต็มไปด้วยความน่าหลงใหล สายตาที่โฉบเฉี่ยวราวกับนกเหยี่ยว ทำให้สาวๆ ใกล้ตัวฉันแอบกรี๊ดกันไม่หยุด

และด้วยเสียงทุ้มๆ ของกลองจังหวะหนักหน่วงนั้น ทำให้สายตาของใครหลายคนเหลียวมองหาที่มา จนแสงไฟบนเวทีไปตกกระทบอยู่ที่ผู้ชายผิวขาวประกาย ใบหน้าหล่อเหลาปานเทวดา กับท่วงท่าการตีกลองที่แสนจะคมเข้ม ฉันเผลอมองเขาอย่างลืมตัว ลืมไปเลยว่ามีผู้หญิงอีกคนที่กำลังมองมาที่ฉันเหมือนกัน เพราะแรงดึงดูดของเขา ทำให้ฉันไม่สามารถปฏิเสธตัวเองให้เลิกมองเขาได้เลย

จนได้ยินเสียงนุ่มๆ ของผู้ชายอีกคน ซึ่งเดินออกมาจากด้านหลังของเวที เสียงของเขามันช่างแตกต่างกับนิสัยจริงๆ มันทั้งอ่อนหวานและนุ่มนวล ในเวลาเดียวกันก็แสนจะหนักแน่นและทรงพลัง ใบหน้าสวยราวเทพบุตรกับดวงตาคมเฉียบที่เมื่อเขาชำเลืองมองไปทางไหน เสียงกรี๊ดของสาวๆ ก็ดังขึ้นตอบรับอย่างไม่รีรอ เขากำลังถ่ายทอดบทเพลงหวานซึ้ง ในจังหวะเร่าร้อนของเหล่าเครื่องดนตรี ทั้งที่เป็นเพลงร็อคที่แสนจะปวดร้าวไปทั้งแก้วหู แต่น่าแปลกที่ผู้คนในที่นี้ กลับชอบ และสนุกกับการฟังและโยกตามไปกับบทเพลงของพวกเขา

ฉันปฏิเสธไม่ได้ที่จะไม่มองพวกเขา เพราะอะไรบางอย่างที่ดึงให้ฉันไม่สามารถละสายตาไปจากเวทีนั้นได้เลยแม้แต่วินาทีเดียว ฉันชอบที่จะดูเธิร์ดบีตีกลอง แต่ก็ชอบที่จะฟังดริฟท์ร้องเพลง

ฉันกำลังคิดอะไรอยู่กันนะ

“มือกลองนั่น..” ฉันสะดุ้งเล็กน้อย แม้เสียงดนตรีจะดังมากแค่ไหน แต่เสียงของผู้หญิงข้างๆ กายฉันกลับดังมากกว่า ฉันหันหน้าไปมองฟรอนต์ ถึงได้เริ่มรู้สึกว่าที่ผ่านมาเมื่อกี้ เธอคงกำลังจ้องฉันอยู่แน่ๆ

“เธิร์ดบี.. เธอรู้จักเขาใช่มั้ย?” เธอถาม แต่ดูเหมือนเธอคงจะไม่ต้องการคำตอบอะไร เธอถึงได้เริ่มพูดต่อ

“นินิน.. เธอรู้ใช่มั้ยว่าฉันชื่อฟรอนต์” ฉันมองหน้าเธอ รอฟังคำพูดต่อไปของเธอ หัวใจก็บีบตัวแรงเหมือนกำลังจะหายใจไม่ออก

“แล้วเธอรู้ใช่มั้ย ว่าวันนี้ฉันไปหาเธิร์ดบีที่คอนโด”  หัวใจของฉันกระตุกวูบทันทีที่ได้ยิน ฉันเบิกตากว้างแต่ก็ยังคงรักษาสภาพร่างกายให้เป็นปกติ

“นินิน.. มือกลองนั่น ชื่อเธิร์ดบี เขาเป็นผู้ชายของฉัน เป็นผู้ชายของฟรอนต์ และฉัน...”

“...................”

“ไม่ต้องการมือที่สาม!

 


 

 







คุยกันนิดนึง..

อ่า.. มาครบร้อยแล้วค่ะ พอดีเนมเข้าไปหยอดน้ำข้าวต้มในโรงพยาบาลมา กระซิกๆ ขาดสารอาหารน่ะค่ะ จู่ๆ ก็เป็นลมเฉยเลย พอดีเนมเป็นคนเลือดน้อยด้วย พักผ่อนไม่เพียงพอก็เป็นลมแล้ว เบื่อตัวเอง แงงงงง..

            แต่ยังไงเนมก็ต้องขอโทษไว้ก่อนนะคะ สังขารมันไม่ไหวจริงๆ 555

            ตามที่บอก เนมจะมาทอร์คเรื่องตัวละคร คือจริงๆ ตัวเนมค่อนข้างที่จะเข้าใจตัวฟรอนต์นะคะ หลายคนอาจเกลียดเธอ ด้วยความที่เธอเปิดตัวมาในมาดนางร้าย 5555 แต่ถ้าคิดในทางกลับกัน แฟนใคร ใครก็รักอ่ะเนอะ เนมก็เขียนจากเรื่องจริงนี่แหละค่ะ ผู้หญิงเราทุกคน พอถึงเวลาก็กลายร่างจากนางฟ้าเป็นนางมารร้ายๆ ได้เหมือนกัน 55555555

     ส่วนนินิน นางเอกของเนมดูจะโลเลแล้วก็นิสัยไม่เป็นนางเอกเอาซะเลย 55555555. อันนี้ก็จากเรื่องจริงนั่นแหละ ใจของคนเราอ่ะเนอะ มันก็ไม่แน่นอนเสมอไป ในเมื่อเรายังไม่ได้รักใครซักคนจริงๆ ใครทำดีเข้าหน่อยก็เผลอรักแล้ว 55555555555555555555.

            ในตอนนี้.. บอกไว้เลยว่าเป็นจุดเริ่มต้นของใครอีกหลายๆ คนเลยล่ะค่ะ คิคิ ^^ เดี๋ยวมันจะมีฉากนี้ในเรื่องต่อๆ ไป อาจจะเป็นของเธียร์ที่เนมเปิดทิ้งไว้ หรือเป็นเรื่องของ ซินน์ ที่เนมตั้งใจจะเขียนเป็นตอนพิเศษ เอาเป็นว่า ยังไงๆ ก็จะได้วกกลับมาฉากนี้กันแน่ๆ ก็รอลุ้นกันต่อไป

            การรอคอยที่แสนยาวนาน ในนิยายของคนชื่อเนม 5555

 

            สุดท้ายย ย.. วันนี้ทอล์คเยอะไปหน่อย แหะๆ.

รักนักอ่านทุกคนนะคะ ไม่ต้องพูดเยอะ แต่ก็อยากบอกทุกครั้ง ทุกครั้งไป เพราะเนมก็อยากให้รู้ว่ารัก 5555

 

        

            ขอน้ำซักแก้วจากนักอ่าน โหวต + เม้น ได้ตามความชอบเลยค่า า ^^

 

 

 

ข้อความ :
จากคุณ * :
 

หน้าที่ 1 จาก 1 หน้า
แสดง เรื่อง
ความคิดเห็นที่ 1
อ๊ากกกกกกกกกกกกกฟร๊อนหล่อนสุดยอด
ได้ใจมาก
เเต่น่าสงสารนินินจัง
จากคุณ น้ำผึ้ง/(chophaka_honey) อัพเดตเมื่อ 18/07/2554 19:15:40
ความคิดเห็นที่ 2
นั่นสิจริงๆเเล้ว สุดท้ายนินินจะเลือกใครนะ
จากคุณ Ribbin/(janing) อัพเดตเมื่อ 19/04/2554 21:47:07
ความคิดเห็นที่ 3
โอ ยอดยาหยี

ฟร้อนท์ เธอโหดจริง

ชอบบุคลิกตัวละครเรื่องนี้มากกกก

มันโดดเด้งดีจัง


จากคุณ Noon !!/(Bire) อัพเดตเมื่อ 22/03/2554 12:33:43
ความคิดเห็นที่ 4
นินินจะแก้สถานะกานยังไงเนี่ย

(((มาอัพเร็ว ๆ น๊า

   เป็นกำลังไห้)))
จากคุณ maki jung/(samakiya) อัพเดตเมื่อ 26/11/2553 18:09:58
ความคิดเห็นที่ 5

เย้ๆๆๆ ..ลงได้แล้วนะคะ
ขอโทษที่มันช้ามากกกกก ก TT.

จากคุณ เนม/(little-nail2) อัพเดตเมื่อ 26/11/2553 15:01:57
ความคิดเห็นที่ 6

อ่าาาาา.. ทำไมลงนิยายไม่ได้เนี่ยย ย
เนมเริ่มเครียดแล้วอ่า า

เป็นมาสองวันแล้ว ไม่รู้เป็นที่เน็ตหรือเว็บกันแน่
จะทำยังไงดี ๆ
T[]T

จากคุณ เนม/(little-nail2) อัพเดตเมื่อ 25/11/2553 17:50:11
ความคิดเห็นที่ 7
คัยเป็นคนดึงแขน  นินินหว่า

อยากรุจิงจิง

เคี๊ยกกกกกกกก
จากคุณ maki jung/(samakiya) อัพเดตเมื่อ 14/11/2553 10:47:26
ความคิดเห็นที่ 8
คนที่ดึงแขนเป็นฟรอต  ป่ะ

อัพๆๆๆ
จากคุณ อีฟ/(45367825) อัพเดตเมื่อ 13/11/2553 21:20:06
หน้าที่ 1 จาก 1 หน้า
แสดง เรื่อง
 
จำนวนผู้ชมเว็บแจ่มใสขณะนี้: 173 ท่าน