Guest   
 
Username: 
Password:  




 




  







 
อ่านเรื่อง
ผูกพันรัก...สุดท้ายด้วยน้ำตา (So many tears) กดไลค์แฟนเพจอัณณ์ศญาได้ที่ http://www.facebook.com/unsaya
อัณณ์ศญา
บทที่ 15 : Sea and You อัพแล้ว 120% +แก้ไขนิดหน่อย
18
17/12/2553 23:12:35
5017
เนื้อเรื่อง
 



 



บทที่ 15 : Sea
and You


              ซ่า...ซ่า เสียงคลื่นที่กำลังกระทบชายฝั่ง...ช่วยทำให้ท้องทะเลแห่งนี้มีชีวิตชีวา
ราวกับท่วงทำนองของเพลงรัก ที่กำลังขับกล่อมให้การเดินเล่นบนชายหาดแทจอนของหญิงสาวช่างเพลิดเพลิน  ในหัวสมองของเธอตอนนี้เต็มไปด้วยแรงบันดาลใจจากท้องทะเล ที่ทำให้แจวอนมีความคิดและความรู้สึกที่เบาหวิวลอยละล่องไปกับฟองคลื่นจากทะเล

            ถ้าสามารถหยุดเวลาไว้เพื่อให้หัวใจได้พักแบบนี้นานๆ ก็คงจะดี แจวอนคิดพลางเงยหน้ามองขึ้นไปยังท้องฟ้า ที่มีพระอาทิตย์ดวงโตส่องแสงสดใส จนรู้สึกแสบตาในทุกครั้งที่มอง แม้เธอจะรู้ดี...ว่าถ้าเรามองพระอาทิตย์ในเวลากลางวันจะมีอันตรายต่อดวงตา แต่แจวอนก็ยังอยากจะทำอย่างนี้ต่อไป เพื่อหลบเลี่ยงร่องรอยของความเสียใจ และความรู้สึกสับสน ที่เกิดจากการไม่เข้าใจแม้กระทั่งหัวใจของตัวเอง

            “ทำไมเราต้องมารู้สึกหงุดหงิดอยู่ในใจ...ในท่ามกลางบรรยากาศที่แสนสุขแบบนี้ด้วยนะ”แจวอนถามคำถามนี้เบาๆ กับตัวเอง ในขณะที่เธอกำลังปล่อยให้น้ำทะเลกระทบมาที่ปลายเท้าไปตลอดทางของชายหาดที่ทอดยาว เพื่อไปยังซุ้มสำหรับเล่นโคลน หลังจากที่เธอและมินชอลได้ลิ้มลองปลาหมึกย่างตัวโตราดซอสกับมายองเนสจนอิ่มเต็มที่

            แม้เขาและเธอจะเดินอยู่บนเส้นทางเดียวกัน แต่แจวอนกลับเดินนำหน้ามินชอลไปลิ่วๆ เพราะมันคงจะดีกว่า...ถ้าเธอแกล้งทำเป็นไม่รับรู้ และไม่สนใจอีกฝ่าย ให้เหมือนกับว่าเขาไม่มีตัวตน แล้วความเงียบเหงาก็กลับเข้ามาครอบงำจิตใจของมินชอลอีกครั้ง

            ยังเหมือนเคย...ที่เธอไม่ยอมให้ฉันได้ใกล้หัวใจของเธอ แต่ในระหว่างที่เขาและเธอต่างจมอยู่ในภวังค์และความคิดของตัวเองอยู่นั้น มินชอลที่กำลังนึกถึงภาพในวันและเวลาเก่าๆ ที่หัวใจของเขาเคยได้รับความอ่อนโยนจากเธอ ซึ่งมันอาจจะเกิดขึ้นมานานแสนนาน และล่วงเลยผ่านเวลามาไกล จนเกินกว่าที่เจ้ากระต่ายน้อยของเขาจะจดเรื่องราวนั้นได้

            “แจวอน...” เสียงของมินชอลที่เอ่ยขึ้นมาจากทางด้านหลังของเธอ ทำให้แจวอนที่กำลังเดินไปเรื่อยๆ อย่างคนใจลอย รู้สึกตกใจและรีบหันกลับไปทันที จนตอนนี้จมูกของเขากับปากของเธอแทบจะชนกันอยู่แล้ว ทั้งคู่เกือบจะจูบกันด้วยความบังเอิญ จนหัวใจของแจวอนเต้นตึกๆ เพราะยิ่งเข้าใกล้เขามากเท่าไหร่ เธอก็ยิ่งรู้สึกหวาดหวั่นขึ้นมามากเท่านั้น

            แค่ได้เข้าใกล้กัน...แม้เพียงก้าว ก็เหมือนว่าเธอจะไม่สามารถถอยตัวเองออกมาให้ห่างจากมินชอลได้

            ตุ้บ ! จนกระทั้งเมื่อขวดน้ำพลาสติกของแจวอนหลุดลงจากมือ ไปโดนเท้าของมินชอลเข้าอย่างแรง จนน้ำกระเด็นไปทั่วผืนทราย

            “เอ่อ...ขอโทษนะ ฉันไม่ได้ตั้งใจ” เมื่อเริ่มมีสติ...แจวอนก็รีบก้มลงไปเพื่อจะเก็บขวดน้ำ แต่มินชอลกลับคว้ามือของเธอเอาไว้ก่อน จนตอนนี้หน้าของหญิงสาวแดงซ่านด้วยความประหม่า จากสัมผัสที่ได้ใกล้ชิดกับเขามากเกินไป

            “เธอเป็นอะไร ดูหงุดหงิดและใจลอยชอบกล หลังจากที่ได้ยินฉันพูดถึงผู้หญิงคนสำคัญของฉัน” มินชอลมองหน้าแจวอนที่ไม่กล้าสบตา และพยายามดึงข้อมือของตัวเองออกจากมือของเขา

            “เปล่านี่...ฉันไม่ได้เป็นอะไรสักหน่อย และฉันก็ไม่ได้รู้สึกอะไรด้วยกับคำพูดของนาย” แจวอนบอกเบาๆ แล้วเมินหน้าหนีไปทางอื่น เพราะเธอยังมีความรู้สึกที่ค้างคาและสับสนอยู่ในหัวใจอีกมากมาย โดยเฉพาะเรื่องราวทุกอย่างที่มีเขาเข้ามาอยู่ในจิตใจ

            เมื่อแจวอนเอาแต่หลบสายตาเขา มินชอลก็ยิ่งก้มลงมาใกล้เธอ จนริมฝีปากของเขาสัมผัสกับริมฝีปากของแจวอน พร้อมๆ ไปกับที่มืออีกข้างหนึ่งของเขากดปุ่มถ่ายรูปด้วยโทรศัพท์มือถือไว้ได้ทันพอดี...ในช่วงเวลาที่ริมฝีปากอ่อนนุ่มยังคงสัมผัสกัน ริมฝีปากของมินชอลยังคงเคลื่อนไปอย่างช้าๆ แต่หนักหน่วงและเยือกเย็น จนแจวอนแทบอยากจะกลั้นหายใจเอาไว้ มืออีกข้างของเขาที่เหลือยังคงจับมือของเธอเอาไว้ และเบียดเข้ามาจนแจวอนขยับหนีไปไหนไม่รอด จนต้องปล่อยให้มินชอลจูบเธอจนกว่าที่เขาจะพอใจ เมื่อแจวอนรับรู้ได้ถึงความเศร้าหมองและทรมานจากสายตาที่เขาจ้องมองเธอ

            เมื่อมินชอลยอมถอนริมฝีปากออก หญิงสาวก็หายใจหอบด้วยใบหน้าอันแดงเรื่อไปหมด แล้วเขาก็รีบคว้าข้อมือของเธอเอาไว้ ก่อนที่ร่างอันสันสะท้านของแจวอนจะเดินหนีเขาไปได้อีก มือหนาดึงร่างบางของหญิงสาวมาสวมกอดอย่างแนบแน่น และส่งผ่านความปรารถนาไปทั่วอณูความรู้สึกในร่างกายจนแจวอนตั้งรับไม่ทัน

            “ฉัน...ฉันเจ็บนะ ปล่อยมือฉันได้แล้ว” แจวอนพูดพร้อมกับมองหน้ามินชอล แต่เมื่อเธอรู้สึกว่าน้ำตาอุ่นๆ กำลังจะไหลพรั่งพรูออกมา แจวอนก็รีบเมินหน้าหนีเขาทันทีด้วยหัวใจที่เต้นโครมคราม

            “อย่าแกล้งกันได้ไหมด้วยการจูบ เพราะฉันจะยอมแพ้ให้นายด้วยความอ่อนไหวของฉัน” แจวอนพ่นลมหายใจแล้วเอามือปาดน้ำตา

            “ขอโทษนะ...ที่ฉันทำให้เธอรู้สึกแบบนั้น ฉันนี่มันแย่จริงๆ นะ ที่ทำให้เธอต้องร้องไห้อีกแล้ว” มินชอลพูดและคลายมือที่บีบข้อมืออีกข้างของแจวอนออก

            “ฉันขอโทษเธออีกครั้ง...ที่ทำแบบนี้กับเธอ โดยที่ไม่เคยทำให้เธอได้รับรู้ ว่าฉันเองก็อยากจะรับผิดชอบในทุกความรู้สึกของเธอที่เกิดขึ้น เพื่อที่เธอ...จะไม่ต้องรู้สึกว่ามันเป็นแค่อารมณ์ที่อ่อนไหว ทั้งๆ ที่ความจริง...ความรู้สึกที่เกิดขึ้น ในช่วงเวลานี้และที่ผ่านมา เราก็น่าจะรู้ดีว่ามันไม่ใช่แค่การไม่ได้เกลียดกัน” มินชอลบอกกับแจวอนด้วยนัยน์ตาสั่นไหว ต่อหน้าเธอ...เธอเพียงคนเดียวเท่านั้น ที่เขาจะแสดงความอ่อนไหวออกมาให้เห็น

            “ฉันก็ไม่เข้าใจตัวเองเลย ให้ตายสิ ! ถ้าเป็นเมื่อก่อน ฉันคงสะใจที่ได้บอกว่าเกลียดนาย และคงรู้สึกชนะนายอยู่ในใจลึกๆ ที่ได้ตอกย้ำฐานะของนายในบ้านของฉัน แต่ทำไมตอนนี้ความรู้สึกนั้นของฉัน...มันถึงได้เลือนรางออกไปในทุกๆ ทีที่เราได้พบกัน” แจวอนพูดออกมาด้วยสีหน้าเจ็บปวด

            “และถ้านายไม่ใช่ลูกชายของผู้หญิงคนนั้น...ก็คงจะดี ฉันคงจะเรียกนายว่าพี่ชาย และรู้สึกว่านายทำดีต่อฉันด้วยความจริงใจ” ในที่สุดเธอก็พูดความรู้สึกทั้งหมดที่ค้างคาอยู่ในใจออกมา แม้ว่ามันจะทำให้แจวอนเองก็เจ็บปวด แต่เธอกลับรู้สึกโล่งอก

            “ฉันเองก็อยากให้เธอเชื่อใจและไว้ใจ ว่าฉันไม่มีวันที่จะคิดร้ายกับเธอและครอบครัวของเธอ ไม่ว่าจะเป็นเมื่อก่อนนี้ วันนี้ หรือวันข้างหน้า...ฉันจะคอยอยู่เคียงข้างเธอเสมอ เพราะฉันเคยบอกเธอไปแล้วใช่ไหม ว่าฉัน...รักเธอ”

            มินชอลเอามือทั้งสองแตะแก้มของแจวอนที่เต็มไปด้วยหยาดน้ำตา เขาบอกรักเธออีกครั้ง แล้วประกบริมฝีปากลงบนริมฝีปากอันสั่นเทาของหญิงสาวด้วยจูบประทับที่แสนอ่อนโยน ความรู้สึกในใจของเขาที่มีถูกถ่ายทอดออกมาให้แจวอนทั้งหมด จนเป็นจูบแรกที่เธอเองก็ตอบสนองเขาไปตามที่หัวใจและร่างกายเรียกร้องทุกอย่าง แจวอนกอดคอมินชอลด้วยความรักใคร่ จนเขาเองก็ตกใจเพราะเป็นครั้งแรกที่เธอทำกับเขาแบบนี้ เธอไม่เคยกอดเขาก่อน เพราะมีแต่เขาที่เป็นฝ่ายกอดเธอ มือเล็กๆ ของหญิงสาวโอบรอบคอของมินชอลเอาไว้ ก่อนที่จะเอาแก้มนิ่มๆ ของตัวเองแนบไปที่แก้มของอีกฝ่าย พลางกระซิบที่หูเบาๆ

            “แล้วตอนนี้...นายช่วยบอกฉันได้ไหม ว่าระหว่างฉันกับผู้หญิงคนสำคัญของนาย นายรักใครมากกว่ากัน” แจวอนถามด้วยความอย่างรู้

            “ที่แท้...ที่เธอยอมให้ฉันจูบ ก็เพื่อที่จะยั่วให้ฉันบอกใช่ไหม ว่าผู้หญิงคนนั้นคือใคร” มินชอลพูดด้วยความรู้สึกเขินอย่างบอกไม่ถูก เมื่อปลายจมูกเย็นๆ ของหญิงสาวกำลังสัมผัสไปที่แก้มของเขาอยู่อย่างบางเบา ก่อนที่เขาจะหัวเราะออกมาให้กับความน่ารักของแจวอน

            “ผู้หญิงคนนั้น...ก็คือเธอไงล่ะ เจ้ากระต่ายน้อยตัวเล็กๆ ที่กำลังแหย่หนวดหมาป่าใจร้ายอย่างฉันอยู่” ร่างสูงพูดทั้งหัวเราะให้กับแจวอน ที่เหมือนว่าเธอจะกลายร่างจากกระต่ายจอมงอแง...มาเป็นเจ้ากระต่ายน้อยขี้อ้อนในทันที เพื่อให้ได้รับคำตอบในสิ่งที่สงสัย

            “จริงเหรอ” แจวอนถามด้วยน้ำเสียงที่แสดงถึงความไม่มั่นใจ “ฉันเคยมาที่นี่กับนายตั้งแต่เมื่อไหร่กัน” เสียงหวานอ้อนวอนเขาด้วยความตื่นเต้น จนหัวใจของเธอเต้นรัวราวกับเสียงกลอง

            “เธอคงจำไม่ได้จริงๆ สินะ” มินชอลบอกเธอ ก่อนที่จะเบือนหน้าไปทางอื่นอย่างไม่เข้าใจตัวเอง ทำให้แจวอนสัมผัสได้ถึงความผิดหวังจากนัยน์ตาของเขา แล้วความผูกพันในเบื้องลึกของใจก็กำลังจะสะท้อนเรื่องราวในอดีต ราวกับระลอกคลื่นรอบกายที่ถาโถมเข้ามา

            “หมะ...หมายความว่าไง” แจวอนรู้สึกว่าสีหน้าของมินชอลดูเลื่อนลอยยิ่งกว่าเธอเสียอีก และคำพูดของเขาก็ลอยเวียนไปมาในหัวสมองของเธอได้อย่างฉงน

            “ทุกการกระทำจากเธอ และคำพูดเพียงเบาๆ มันก็มีค่าเกินกว่าที่ฉันจะลบเลือนไปได้ เพราะยังมีเรื่องราวอีกมากมายที่ฉันอยากจะบอกเธอ” แล้วทุกสิ่งรอบกายก็เหมือนกับจะหยุดนิ่งจนเกิดความเงียบงันขึ้นมา ผู้ชายตรงหน้าเธอยังคงมองออกไปที่ท้องทะเลอย่างเงียบๆ และไม่ยอมปริปากพูดอะไรออกมา

            “เอ๊ะ!” แจวอนเริ่มขมวดคิ้ว เมื่อเธอเริ่มไม่เข้าใจในสิ่งที่มินชอลพูด

            “เธอคงจำไม่ได้สินะ ว่าเมื่อสิบกว่าปีก่อนเราเคยพบกันครั้งแรก...ที่นี่” ชายหนุ่มพูดขึ้นมาเมื่อเห็นสีหน้าของคนฟังกำลังอยากรู้อยากเห็นมากขึ้น

            “หลังจากที่พ่อกับแม่ของฉันแต่งงานกัน พ่อก็พาแม่มาอยู่ที่นี่กับญาติๆ แม่ของฉันที่เข้ากันไม่ได้กับครอบครัวของพ่อที่เคร่งครัดประเพณีเก่าแก่โบราญ ซึ่งเป็นแบบเฉพาะของตระกูลที่ถูกสืบทอดกันมา ทำให้แม่มีปากเสียงกับคนในบ้านอยู่บ่อยครั้ง จนกระทั่งพ่อรู้เข้า ก็โทษว่าเป็นความผิดของแม่...ที่ไม่สามารถปรับตัวให้เข้ากับคนที่นี่ได้ พวกท่านทะเลาะกันหนักขึ้น จนกระทั่งถึงวันที่พ่อเริ่มทำร้ายร่างกายแม่ ไม่มีญาติๆ คนไหนที่อยากจะเข้ามายุ่ง หรือคิดจะปกป้องแม่ของฉันเลยสักคน พวกเขาต่างโทษว่าเป็นความผิดของแม่...ที่ไม่สามารถทำหน้าที่ภรรยาที่ดีได้” แจวอนตั้งใจฟังมินชอลเล่าด้วยใจที่เต้นระทึก เพราะเธอไม่เคยรู้อดีตของมินชอลและแม่ของเขามาก่อน แล้วแจวอนก็จำได้แค่ว่าพบกับเขาครั้งแรกในวันที่พ่อเริ่มพาผู้หญิงคนอื่นเข้ามาอยู่ร่วมบ้านเดียวกัน...ในตอนที่เธออายุได้สิบสองปี

            “ฉันในตอนนั้น...ที่กำลังเติบโตขึ้นไปเรื่อยๆ อยู่ท่ามกลางการทะเลาะเบาะแว้งของคนในครอบครัว ทำให้เด็กผู้ชายคนหนึ่งที่เคยมองโลกด้วยความร่าเริงสดใสตามวัยที่ควรจะเป็น กลายมาเป็นเด็กที่แยกตัวและไม่ร่าเริงตามภาษาเด็ก จนกระทั่งฉันมีอาการหนักมากขึ้น จนถึงขั้นแยกตัวไปแล้วนั่งเฉย ๆ โดยไม่สนใจสิ่งแวดล้อม แม่จึงพาฉันไปปรึกษาจิตแพทย์เด็ก...” มินชอลเหม่อมองออกไปยังท้องทะเลกว้างเบื้องหน้า สำหรับเขาแล้วความทรงจำที่ปวดร้าว แม้จะคิดว่ามันเป็นแค่เพียงความฝัน ก็คงจะเป็นฝันที่เต็มไปด้วยความเกลียดชังและเมฆหมอกที่ขุ่นมัว แต่สุดท้ายเขากลับตื่นขึ้นมา เมื่อปรากฏภาพของเธอ...ที่เป็นยิ่งกว่าแสงสว่างในความฝันของวันวาน

            ย้อนกลับไปเมื่อสิบกว่าปีที่แล้ว...ความทรงจำที่มินชอลจำได้ในตอนนั้น ที่แม้ว่าดวงตาของเขาจะปิดลง แต่กลับยังมองเห็นเรื่องราวเล็กๆ ที่ยิ่งใหญ่ในความรู้สึกเสมอ แม้ว่าอดีตที่ล่วงเลยไปกับกาลเวลา อาจจะทำให้ภาพของเขาและเธอจางหายไปจากความทรงจำ แต่ความจริงนั้น...มันกลับยังฝังลึกตราตรึงอยู่ในหัวใจ แล้วภาพในอดีตก็ผุดขึ้นมาในความทรงจำของเขา...

            “อย่านะ! อย่าทำร้ายมันเลยนะ” เสียงใสๆ ของเด็กน้อยวัยแปดขวบร้องขอออกมา แล้วจ้องหน้าคนที่กำลังคิดจะทำร้ายเธออย่างไม่กลัวอันตรายอะไร ทั้งๆ ที่กำลังอยู่ท่ามกลางเด็กผู้ชายซึ่งมีวัยและร่างกายที่โตกว่านับสิบคน

            “ปล่อยมันไว้เดี๋ยวนี้...ถ้าเธอยังไม่อยากเจ็บตัว” เด็กผู้ชายที่มีรูปร่างใหญ่โตที่สุดในกลุ่มตะคอกเธอ จนเด็กหญิงตัวเล็กเริ่มกลัวมากขึ้นจนตัวสั่น แต่มือน้อยของเธอกลับยังประคองเจ้ากระต่ายสีขาวขนฟูเอาไว้ด้วยความทะนุถนอม

            “ฉันไม่ปล่อย เพราะพวกนายไม่มีสิทธิ์ ที่จะทำร้ายชีวิตของใครทั้งนั้นนะ” เด็กน้อยเจ้าของดวงตากลมโตที่แสนน่ารักราวกับลูกกระต่ายตัวน้อยๆ กำลังโต้ตอบเจ้าอ้วนหัวหน้าแก๊งเด็กอันธพาลประจำถิ่น แม้ว่าในใจจะเกรงกลัวมากขนาดไหน แต่ริมฝีปากบางของหนูน้อยก็ยังกล้าโต้เถียงออกไปอย่างไม่ลดละ

            “ยัยเด็กประสาท...เธอไม่เห็นรึไง ว่ากระต่ายที่เธออุ้มไว้อยู่ มันกำลังจะตาย...ต่อให้ฉันไม่ฆ่ามัน มันก็ต้องตายอยู่ดี โดนรถชนแรงขนาดนั้น ไม่ตายก็ให้มันรู้ไป ฉันว่าเธอปล่อยให้พวกฉันช่วยให้มันตายอย่างทรมานน้อยที่สุดจะดีกว่า ฮ่าๆ”

            “นายเด็กอ้วน...นายไม่มีสิทธิ์ที่จะตัดสินว่าใครควรจะตายเมื่อไหร่นะ เพราะขนาดพระเจ้า...ยังไม่เคยคิดที่จะทำแบบนาย” เด็กน้อยพูดไปพลางสะอึกสะอื้น ก่อนที่จะเอามืออีกข้างที่ว่างปาดน้ำตา

            “ฉลาดพูดนี่ ดูจากการแต่งตัวแล้ว...ยัยเด็กนี่ต้องเป็นลูกคนรวยแหงๆ ถ้างั้น...พวกฉันก็คงจะเป็นซาตานที่ลงโทษเด็กดีๆ อย่างเธอให้เจ็บไปพร้อมกับกระต่าย ที่เธออยากจะช่วยชีวิตมันก็แล้วกัน” เจ้าเด็กอ้วนตะคอกใส่หน้าแจวอนและข่มขู่ จนเธอรู้สึกกลัวมากขึ้นจนตัวสั่น แต่แววตาของแจวอนกลับมองกลุ่มเด็กอันธพาลเขม็ง อย่างไม่กลัวอันตรายใดๆ ที่จะเกิดขึ้น

            “ปล่อยฉันนะ...โอ๊ย! อย่าทำแบบนั้นนะ...พวกนายกำลังจะทำให้มันตายเร็วขึ้น ปล่อยมันไปเถอะนะ” แจวอนทำท่าจะวิ่งหนีออกจากวงล้อม แต่ก็ไม่ทันเสียแล้ว เพราะพวกมันเข้ามาลากตัวเธอไว้

            “ปล่อยฉันนะ...ไอ้บ้า! ปล่อยฉัน” แจวอนพยายามบิดแขนออกจากมือของเด็กหนุ่มอีกคน เด็กน้อยตัดสินใจตะโกนสุดเสียงแล้วหลับตาแน่น และก่อนที่ใบหน้าของเธอจะโดนฝ่ามือของเจ้าเด็กอ้วนฟาดลงมา ทันใดนั้นก็มีก้อนหินก้อนใหญ่หล่นลงมาที่กลางศีรษะของมันทันที

            “โอ๊ย! ใครขว้างหินมาวะ” เด็กอ้วนร้องครวญคราง ด้วยอาการปวดหัวตุบๆ

            “เฮ้ย! พี่ใหญ่ นั่นมันไอ้เด็กใบ้...ปัญญาอ่อนประจำหาดนี่นา” หนึ่งในแก๊งอันธพาลตะโกนบอกเจ้าเด็กอ้วนหัวหน้าแก๊งอย่างตกใจที่เห็นลูกพี่ของมันได้รับบาดเจ็บ ตั้งแต่ยังไม่ได้ทันสั่งสอนเด็กผู้หญิงที่กล้าบ้าดีเดือด

            “ปกติ...ไม่เห็นมันจะอยากยุ่งกับใคร แต่คราวนี้มันมายุ่งกับพวกเรา ผมว่า...จัดการมันให้เจ็บทั้งคู่เลยท่าจะสนุกนะครับ” เสียงแหบๆ ของเด็กในแก๊งรีบยุยง และเด็กใบ้ปัญญาอ่อนที่พวกมันพูดถึงก็คือ คิมมินชอล...เด็กชายวัยสิบสองปีที่มีผิวคล้ำและรูปร่างซูบผอม ที่มักสวมใส่เสื้อผ้าขาดๆ สีหมองๆ ซึ่งไม่ต่างไปจากนัยน์ตาของเขาที่เย็นชาราวกับน้ำแข็ง

            “พวกนาย...ไม่มีอะไรจะทำกันรึไง ถ้าอยากจะเล่น ก็ไปเล่นกันที่อื่น เพราะที่นี่เป็นที่ส่วนตัวของฉัน...ฉันกำลังจะนอน” มินชอลตะโกนออกมาจากมุมหนึ่งของต้นไม้ริมชายหาด ที่เขามาสร้างเพิงพักไว้ด้วยเศษไม้ เพื่อเอาไว้เป็นโลกส่วนตัว...ในเวลาที่อยากจะหลีกหนีความวุ่นวายจากโลกภายนอก

            “ใครบอกว่าที่แถวนี้เป็นของแก บ้านเด็กเล่นที่สร้างจากกิ่งไม้เน่าๆ ผุๆ เนี่ยนะ ที่ส่วนตัวของแก ฮ่าๆ” เจ้าเด็กอ้วนตอกย้ำ

            “โอ๊ย! แกทำให้ฉันเจ็บอีกแล้วนะโว้ย” แล้วก้อนหินอีกก้อนก็ถูกขว้างลงไปที่ศีรษะของเจ้าอ้วนอย่างไม่พลาดเป้า

            “ถ้าพวกแกไม่อยากเจ็บตัวอีก...ก็ไปเล่นกันที่อื่น ฉันจะนอน” มินชอลพูดอย่างไม่ใส่ใจ

            “พี่ชาย...ช่วยฉันด้วยนะคะ พวกเขากำลังจะฆ่ากระต่ายตัวนี้” แจวอนพูดออกมาทั้งน้ำตา ก่อนที่จะเอามืออีกข้างลูบไปที่หลังของเจ้ากระต่ายน้อยเบาๆ คล้ายเป็นการบอกกับอีกหนึ่งลมหายใจว่ามันกำลังจะมีโอกาสรอดชีวิตแล้ว

            “หุบปากไปเลยยัยกระต่าย เธอเองก็น่ารำคาญไม่แพ้ไอ้พวกนี้เหมือนกัน แค่กระต่ายเพียงตัวเดียว...ก็วุ่นวายกันอยู่ได้ เสียเวลานอนกลางวันของฉันจริงๆ เพราะความไร้สาระของเธอ” มินชอลตะโกนออกไปด้วยความหงุดหงิด

            “เป็นไงยัยเด็กบ้า...ไม่เห็นมีใครเขาจะมาใส่ใจชีวิตของสัตว์ใกล้ตายแบบนั้นหรอกนะ ถ้าฉันจัดการกับยัยเด็กคนนี้เสร็จเมื่อไหร่...แล้วฉันจะมาเอาคืนที่แกทำร้ายฉัน”

            “อย่านะ...ปล่อยฉัน ทำไมคนที่นี่ถึงได้ใจร้ายแบบนี้นะ ฮือๆ” แจวอนนั่งลงร้องไห้ ก่อนที่เธอจะโดนฉุดกระชากให้ลุกขึ้นแล้วถูกทุ่มลงไปกับพื้นทราย แม้เด็กหญิงตัวน้อยคนนี้จะกำลังร้องไห้ แต่เธอก็ไม่ยอมปล่อยเจ้าขนฟูที่อยู่ในอ้อมกอด จนมินชอลที่ได้เห็นภาพนี้...รู้สึกชะงักให้กับความกล้าหาญของเธอ

            “ให้ตายสิ...มีเด็กผู้หญิงที่ดื้อด้านแบบนี้อยู่บนโลกด้วยเหรอเนี่ย” เมื่อได้เห็นดวงตาที่แน่วแน่ของเธอที่จะปกป้องอีกหนึ่งชีวิต เด็กชายที่เคยมีหัวใจอันหนาวเหน็บจนด้านชาก็รู้สึกใจอ่อนลง จนมินชอลเองเริ่มประหลาดใจ...ที่จิตใจของเขากำลังจะเปลี่ยนไป เพราะเด็กผู้หญิงคนนี้...เขากำลังต่อสู้กับกลุ่มเด็กอันธพาลอย่างไม่คิดชีวิตเช่นกัน เพื่อเธอ...ที่แม้แต่ชื่อก็ยังไม่รู้จัก ก่อนที่จะมีเจ้าหน้าที่ตำรวจซึ่งออกมาเดินตรวจตราดูความเรียบร้อยประจำหาด เข้ามาห้ามปรามและวิ่งจับกลุ่มเด็กเหล่านี้ เพื่อลงบันทึกประจำวันและเรียกผู้ปกครองมารับทราบพฤติกรรมของเด็ก

            “ขอบคุณนะคะพี่ชาย ฉันคิดอยู่แล้ว ว่าพี่ชายต้องไม่ใช่คนใจร้ายจริงๆ ด้วย” แจวอนยิ้มกว้างให้กับพี่ชายแปลกหน้าที่เข้ามาช่วยเธอกับเจ้ากระต่ายน้อยไว้ แม้จะยังรู้สึกปวดตุบๆ ไปทั่วร่างจากการโดนฉุดกระชาก แต่ก็ยังไม่เท่ากับเด็กผู้ชายตัวผอมโซตรงหน้า...ที่มีคราบเลือดแห้งๆ อยู่เต็มใบหน้าและตามตัว

            “พี่ชาย...เจ็บมากไหมคะ” เธอเอามือแตะไปที่แก้มของเขาด้วยความห่วงใย แต่มินชอลกลับยืนตรงมองหน้าเธอด้วยสายตาเย็นชา เพราะถ้าเขาไม่ลากยัยเด็กคนนี้หนีออกมาจากความชุลมุนได้ ป่านนี้เขาและเธอคงถูกจับรวมไปกับเด็กกลุ่มนั้นแน่ๆ แค่เขาเป็นเด็กแยกตัวแบบนี้ พ่อกับแม่ก็เอือมระอาเต็มที แล้วถ้ายังเกิดซวยโดนตำรวจจับอีก...ในสายตาของพ่อกับแม่...เขาก็คงไม่ต่างไปจากขยะที่ไร้ประโยชน์

            “ไม่ต้องพูดเลย...ยัยกระต่าย เธอกับเจ้าพวกนั้นกำลังรบกวนเวลานอนของฉัน” เขาตะโกนใส่หูแจวอน จนเธอกลัวจนหลับตาแน่น ก่อนที่จะลืมตาขึ้นอีกครั้งเพื่อมองเขา

            “เวลานอน...ตอนกลางวันเนี่ยนะคะ มันสำคัญกว่าชีวิตอีกชีวิตหนึ่งเลยรึไง พี่ชายไม่เคยเจอกับความสูญเสียเลยรึไงคะ...ถึงได้ดูเย็นชาแบบนี้” แจวอนบอก จนเขาจ้องตาเธอเขม็ง แม้ว่าแจวอนจะพูดไปอย่างไม่คิด...ว่าคำพูดนี้ของเธอจะมีอิทธิพลอะไรต่อเด็กผู้ชายตรงหน้า

            “โอเคๆ ฉันไม่เถียงกับเธอแล้วก็ได้ แล้วจะทำยังไงต่อกับกระต่ายตัวนี้ ให้ฉันช่วยขุดหลุมฝังมันเลยดีไหม” สีหน้าของเขาดูสลดลงไปกะทันหัน เมื่อโดนเด็กผู้หญิงที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อนจี้เข้าที่จุดอ่อนในจิตใจ

            “พี่ชาย! อย่าพูดแบบนี้สิ ดูสิคะ...ว่ามันกำลังขอร้องให้พี่ชายช่วย” เมื่อเห็นว่าเขาหันมามองหน้าเธอด้วยแววตาเย็นชา แจวอนก็คิดได้ทันที...ว่าได้ทำให้เขาโกรธจัดเสียแล้ว แจวอนก็เลยอุ้มเจ้ากระต่ายน้อยแววตาใสซื่อขึ้นมาบังหน้าของตัวเองไว้แทน

            “บ้าน่า...ยัยเด็กบ๊องเอ๊ย! เธอต่างหากที่กำลังขอร้องฉันอยู่” มินชอลเอามือกุมหน้าผากอย่างอ่อนใจ

            “แสดงว่า...พี่ชายจะช่วยมันใช่ไหมคะ” เด็กน้อยผุดรอยยิ้มขึ้นมาทั้งน้ำตาทันที เมื่อมองเห็นดวงตาที่แสนเย็นชานั้นอ่อนลง

            “อื้ม...ตามฉันมาสิ ยัยเด็กหลงทาง! เด็กผู้หญิงอย่างเธอ...ไม่มีใครเหมือนอีกแล้ว” มินชอลกำลังรู้สึกเหมือนว่าดวงตาของเขาไม่สามารถจะละจากยัยเด็กผู้หญิงตัวเปี๊ยกนี้ได้ การพบกันครั้งแรกที่สร้างความประทับใจในทุกความรู้สึกเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะดวงตากลมโตที่แสนน่ารักราวกับลูกกระต่ายตัวน้อยๆ ที่ฉายประกายความอ่อนโยนคู่นี้

         
           ‘เด็กผู้หญิงอย่างเธอ ไม่มีใครเหมือนอีกแล้ว จะไปหาได้จากที่ไหนได้ คนดีๆ และจิตใจดีอย่างเธอ


                  มินชอลคิด...ว่าทำไมเขาถึงได้รู้สึกโล่งใจแบบนี้ที่ได้ปกป้องเธอเอาไว้ ราวกับว่าจิตวิญญาณของเขาได้เป็นอิสระจากความหนาวเหน็บและความเจ็บปวด หัวใจที่อ่อนแอของมินชอลกำลังค่อยๆ เปลี่ยนไปอย่างบางเบา เมื่อได้รับการปลอบจากแววตาและรอยยิ้มของเด็กหญิงตรงหน้า จนรู้สึกว่าหัวใจของเขากำลังจะกลับมาแข็งแกร่งอีกครั้ง ยัยกระต่ายน้อยคนนี้กำลังสร้างความอบอุ่นขึ้นในใจของเขาได้อย่างน่าประหลาด ถึงปากของเขาจะบ่นด่า แต่มินชอลก็ตรงเข้ากอดร่างแจวอนไว้ในอ้อมแขน แล้วปล่อยให้ร่างเล็กร้องไห้ซบอกเขาอยู่อย่างนั้น ก่อนที่จะพาเธอและเจ้ากระต่ายน้อยไปยังบ้านของจิตแพทย์ที่รักษาเขาอยู่




** ใครอ่านแล้วไม่คอมเม้น... เท็ตสึ มินชอล และแจวอนฝากบอกว่าจะไม่โผล่มาแล้วน้า~~~

อ่านแล้วช่วยแสดงความคิดเห็นด้วยนะคะ แต่งตอนนี้เสร็จประมาณตีหนึ่ง
อ่านทวนรอบเดียวแล้วรีบอัพเลย อยากให้แก้ หรือมีแก้ตรงไหน บอกได้นะคะ ^^/

ข้อความ :
จากคุณ * :
 

หน้าที่ 1 จาก 5 หน้า
แสดง เรื่อง
ความคิดเห็นที่ 1
แต่ว่าตกลงใครจะเป็นพระเอกนี่

ลุ้นจัง
จากคุณ น้ำฝน/(namfonwuzun) อัพเดตเมื่อ 15/07/2554 19:43:14
ความคิดเห็นที่ 2
ภาษาที่เด็กใช้กันดูโตมากๆ เลยอ่ะจ๊ะ
จากคุณ Min_Min/(Maewnoiover) อัพเดตเมื่อ 28/06/2554 21:58:12
ความคิดเห็นที่ 3
เท็ตสึหายไป่า คิดถึงเท็ตสึที่ซู้ด
จากคุณ ปอ/(helikopter) อัพเดตเมื่อ 22/06/2554 15:16:06
ความคิดเห็นที่ 4
มินซอลน่ารักจัง
จากคุณ jum/([email protected]) อัพเดตเมื่อ 17/04/2554 01:45:39
ความคิดเห็นที่ 5
รักมิลชอลจัง
จากคุณ mine/(che_wa) อัพเดตเมื่อ 12/03/2554 22:58:03
ความคิดเห็นที่ 6
มินชอลน่ารักอ่ะ
อยากเอามาเก็บไว้บ้านจังเลย อิอิ
จากคุณ แอม/(jirapothithum) อัพเดตเมื่อ 01/03/2554 21:13:35
ความคิดเห็นที่ 7
ชอบมากเลยต่ะ ^^'
จากคุณ Tamarine/(Thamarigi) อัพเดตเมื่อ 27/02/2554 04:57:06
ความคิดเห็นที่ 8
น่าร๊ากกก เกินไปเเล้ว
จากคุณ รัต/(janing) อัพเดตเมื่อ 17/02/2554 17:00:25
ความคิดเห็นที่ 9
มินชอลน่ารัก ><
จากคุณ การ์ตูน/(magic_toon) อัพเดตเมื่อ 12/02/2554 09:33:26
ความคิดเห็นที่ 10
นึกว่าจะไม่มาอัพซะแร้ว
จากคุณ Lyon/(prea_ton) อัพเดตเมื่อ 05/01/2554 13:13:32
หน้าที่ 1 จาก 5 หน้า
แสดง เรื่อง
 
จำนวนผู้ชมเว็บแจ่มใสขณะนี้: 288 ท่าน