Guest   
 
Username: 
Password:  




 




  






 
อ่านเรื่อง
SE'XY GUYs ♠ เผลอรักร้าย นายสุดเลว
ลิตเติ้ล ? เนม''
? All the steps up to your door.
6
13/10/2553 18:03:27
1568
เนื้อเรื่อง


-4-

All the steps up to your door.

ทุกย่างก้าว พาฉันไปสู่ประตูของคุณ.

 











            ฉันเดินออกมาจากคลาสเรียนในช่วงบ่าย ชีวิตเด็กปี 3 ของฉัน ดำเนินไปอย่างเรื่อยเฉื่อย หลังจากเหตุการณ์วันนั้นฉันก็เลี่ยงที่จะไม่ไปนั่งเล่นใต้คณะนิเทศศาสตร์เหมือนอย่างทุกที จะว่าหนีหน้าหนีตาพวกเขาก็คงจะเป็นแบบนั้น ฉันไม่อยากเจอหน้าใครทั้งนั้นในตอนนี้ ถ้าไม่ติดที่เรียนมาจนขนาดนี้แล้ว ฉันคงจะลาออกจากที่นี่ไปเลยล่ะ เหอะๆ

            ฉันเดินออกไปหน้ามหาลัย รอแท็กซี่เพื่อจะกลับหอ บ่ายขนาดนี้พระอาทิตย์ก็ยังไม่ยอมลดแสงแดดร้อนๆ นั่นซะที ฉันยืนเหงื่อตกยกมือขึ้นปาดเหงื่อครั้งแล้วครั้งเล่าก็ไม่เห็นวี่แววของแท็กซี่ซักคัน จะบ้าตาย.. แท็กซี่หนีไปดูลิงที่โอเซียนเวิร์ดกันรึยังไงนะ

            ฉันเดินหลบแสงแดดที่กำลังแผดเผาไปยืนอยู่ใต้หลังคาท่ารถเมย์ เฮ้อ.. ชีวิตวัยรุ่นของฉันช่างน่าเศร้าเหลือเกิน เมื่อไหร่จะเรียนจบมีงานทำดีๆ เจอคนดีๆ แล้วแต่งงานมีครอบครัวอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข เมื่อไหร่จะมีวันนั้นซะทีน้า..

            “เจอตัวซักที!” ฉันหันไปมองผู้หญิงคนหนึ่ง เธอเดินมายืนข้างๆ ฉัน แล้วพูดอะไรซักอย่างพร้อมกับจ้องหน้าฉันชนิดที่ว่าถ้าฆ่าทางสายตาได้คงฆ่าไปแล้ว

            ฉันเลือกที่จะเดินออกไปยืนอีกมุมหนึ่งโดยไม่สนใจเธอ เกิดมาไม่เคยสร้างศัตรูไว้ที่ไหน หวังว่าเธอคนนั้นคงไม่ได้หมายถึงฉันหรอกนะ แต่นั่นไม่ใช่ความคิดที่ดีเท่าไหร่ เมื่อเธอและกลุ่มเพื่อนผู้หญิงอีก 2 - 3 คน ก้าวเท้าเดินมาทางฉัน

            “มาคุยกันให้รู้เรื่อง!” เธอคนนั้นตะคอกใส่หน้าฉันทันทีที่เดินมาประชิดตัว ฉันเงยหน้ามองเธอด้วยความสงสัย แต่ก็ถูกเพื่อนของเธอจับแขนแล้วกระชากตัวฉันให้เดินตามพวกเธอไป

            “เดี๋ยวๆ พวกเธอทำอะไรน่ะ ฉันจำได้ว่าไม่เคยรู้จักพวกเธอมาก่อนเลยนะ” ฉันขืนตัวเองให้ออกห่าง ก่อนจะถอยมาตั้งหลักไกลๆ คนที่อยู่แถวนี้มองมาที่พวกเรา แต่ก็ไม่ได้ทำท่าทีว่าจะสนใจอะไร นอกจากดูเฉยๆ

            ฉันเกลียดปฏิกิริยาแบบนั้นจริงๆ มันเหมือนกับผู้ชายสองคนนั้นไม่มีผิด.. แค่มองเฉยๆ

            “เธอรู้จักผู้ชายที่ชื่อ ดริฟท์ ใช่มั้ย” ฉันเลิกคิ้วขึ้นทันทีเมื่อได้ยินชื่อบางคนออกมาจากปากเธอ นี่คงไม่ใช่บรรดาผู้หญิงของเขาที่จะมาหาเรื่องฉันแบบเดียวกับเรย์หรอกนะ

            ฉันไม่ตอบและไม่แสดงอาการใดๆ ผู้ชายคนนั้น ถ้ารู้ว่าจะเกิดเรื่องแบบนี้ ฉันจะไม่สนใจ ไม่คิดจะมองหรือรู้จักเขาเลยซักนิด !

     “เขาบอกให้ฉันตามหาตัวเธอ แล้วถามว่าเธอคบกับเขาอยู่รึเปล่า.. ตกลงว่าเธอคบกับเขาใช่มั้ยนินิน!?

            “ฮะ? เดี๋ยวนะ เขาบอกกับเธอแบบนั้นเหรอ” ผู้หญิงคนนั้นยกมือกอดอกแล้วทิ้งลมหายใจออกมาแรงๆ เธอกระแทกเสียงตอบในลำคอแบบรำคาญเต็มทน ฉันได้แต่ยืนมองผู้หญิงพวกนั้น ไม่เข้าใจว่าผู้ชายคนนั้นคิดจะเล่นอะไรกับฉันอีก ทั้งที่ฉันพยายามหนีเขาขนาดนี้ แต่เขากลับดึงตัวฉันให้กลับสู่นรกของเขาอีกครั้ง

            ดริฟท์.. นายคิดจะทำอะไร

            “ไง สาว..” ฉันหันไปมองเสียงผู้ชายที่ดังมาจากด้านหลัง

            ให้ตาย! บอกฉันทีว่าฉันควรจะทำยังไง ฉันพยายามหนีพวกเขาขนาดนี้ แต่ทำไมถึงไม่ประสบความสำเร็จซักทีนะ ทำไมผู้ชายสองคนนี้ถึงได้มาวนเวียนอยู่รอบตัวฉันตลอดเวลา ฉันจะทำยังไง จะวิ่งหนียังไงให้ห่างพวกเขาดี

            พี่บีส่งยิ้มให้ฉัน ทั้งที่รู้ว่ารอยยิ้มแบบนั้นไม่ได้มีความหมายหรือความจริงใจแฝงอยู่ซักนิด แต่นั่นก็ทำให้หัวใจของฉันเริ่มเต้นเพิ่มจังหวะเร็วกว่าปกติ บ้าจริง! เมื่อไหร่ความรู้สึกแบบนี้จะหมดๆ ไปซักที ฉันเกลียดตัวเองที่เป็นแบบนี้จริงๆ

            “ไปด้วยกันซิ แฟนเธอรออยู่”

 

            จะให้ทำยังไง จะให้ปฏิเสธยังไง ฉันไม่มีทางเลือก ไม่มีโอกาสแม้จะได้ตัดสินใจอะไรเลยซักนิด ตอนนี้ชีวิตของฉันกำลังแขวนอยู่บนเส้นใยของแมงมุม เพียงแค่ปลายนิ้วของใครซักคนมาเกี่ยวโดน ก็สามารทำให้ฉันตกลงสู่เหวลึก จมดิ่งลงสู่ความมืด และตกนรกโลกันต์ในที่สุด

            ฉันได้ก้าวมาอีกขั้นแล้ว ก้าวเข้ามาสู่ความอันตรายอีกขั้นแล้ว ฉันไม่อยากเลือกเดินทางนี้ จะทำยังไงให้หลุดพ้นไปได้ซักทีนะ เจอแค่นั้นฉันก็เหนื่อยจะแย่ แล้วต่อไป.. ฉันไม่โดนฆ่าหมกใต้สะพานไปเลยรึไง บ้าเอ๊ย!

     รถสปอร์ตสีขาวเงาวับของพี่บี ขับมาจอดที่ลานจอดรถของ Litade’ Club ฉันหันหน้ามองเขาเมื่อรถดับสนิท เขาเพียงแค่ปรายตามองแล้วเดินลงจากรถ นั่นทำให้ฉันรีบเปิดประตูรถแล้วเดินตามเขาไปทันที เสียงล็อครถอัตโนมัติจากรถของเขา ทำให้ฉันเร่งฝีเท้าเดินตามหลังพี่บีไปติดๆ

            ด้านหลังเวที ห้องพักนักดนตรี ที่ๆ ฉันเคยมา มาเพราะเหตุการณ์ร้ายๆ นั้นบังคับให้มา ความรู้สึกกดดันแล่นเข้าสู่ร่างกายทันทีที่ฉันเห็นหน้าเขา ผู้ชายที่สร้างแต่เรื่องมาให้ฉัน

            ดริฟท์เงยหน้ามองฉัน สายตาของเขาบ่งบอกอย่างเห็นได้ชัดว่าเสียอารมณ์มากแค่ไหนที่เห็นหน้าฉัน แต่ฉันก็ไม่ได้สนใจ เลือกที่จะมองไปรอบๆ ห้อง หวังจะหาใครซักคนเป็นที่พึ่ง แต่ก็ไม่เจอใครนอกจากเธียร์ สายตาของผู้ชายคนนั้นน่ะ น่ากลัวจริงๆ ฉันหันหน้ากลับไปมองพี่บี แต่เขาก็เดินเข้าไปหาดริฟท์ซะแล้ว บ้าจริงๆ.. ฉันทำตัวไม่ถูกแล้วนะ

            “มาทำไม” ฉันมองหน้าดริฟท์ เขาถามฉันทำไม เขาควรจะถามเพื่อนเขาต่างหาก

            ฉันเบ้หน้าใส่เขา เกลียดจริงๆ คิดว่าฉันหลงเสน่ห์เขาถึงขนาดว่า.. ฉันต้องตามตื้อเขาเลยรึไง อยากจะคลื่นไส้! ฉันไม่รู้หรอกว่าเขากำลังมองฉันด้วยสายตาแบบไหน ไม่อยากจะสนใจ.. ฉันเดินสะบัดหน้าไปอีกมุมหนึ่งของห้อง แล้วทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาแรงๆ

            “พามาทำไม?” ดริฟท์หันไปถามพี่บี เมื่อไม่ได้คำตอบจากฉัน

            “พาหนีมรสุม” เสียงพี่บีตอบ ฉันไม่ได้หันไปมองว่าเขาทำสีหน้ายังไง ถ้าให้เดา เขาคงกำลังทำหน้าไม่สนโลกอยู่

            “คบทีละกี่คน วันนี้ฉันเจออีกหนึ่ง เธอก็เจอ..” ฉันหันหน้าไปมองพวกเขา ดริฟท์กำลังทำหน้าเซ็งโลกส่วนพี่บีก็กำลังเล่นเกมส์ในมือถือ พวกเขาใช้อะไรสื่อสารกันนะ อีกคนไม่สนทุกสรรพสิ่งรอบกาย กับอีกคนที่ไม่รับฟังอะไรทั้งสิ้น ..พวกเขาคบกันได้ยังไง ใช้อะไรในการตัดสินเวลาคบเพื่อน

            “ไม่รู้! ดริฟท์กระแทกเสียงตอบ ทำให้พี่บีละสายตาจากมือถือแล้วเอียงหน้ามองเขานิดๆ

            “แล้วนั่น....” นิ้วของพี่บีชี้มาทางฉัน ฉันเอียงคอมองเขา ไม่เข้าใจว่าหมายถึงอะไร

            “คบด้วยรึเปล่า ใช่เด็กนายรึเปล่า?” ฉันเบิกตากว้างทันที เห็นดริฟท์ขมวดคิ้วเข้าหากันก่อนจะถอนหายใจแรงๆ พี่บีลดนิ้วที่ชี้หน้าฉันลงแล้วเอนหลังพิงกับพนักโซฟา เขาวางมือถือลงบนโต๊ะตรงหน้าแล้วหยิบบุหรี่ขึ้นมาจุดสูบ

            ฉันไม่รู้ว่าคำตอบจากคำถามนั่นคืออะไร เพราะดริฟท์ไม่ได้ตอบอะไรพี่บีกลับมา เพียงแค่ลุกขึ้นแล้วเดินออกไปที่ไหนซักที่ ซึ่งฉันก็ไม่ได้อยากจะสนใจซักเท่าไหร่ จะมีก็แต่คำตอบนั่นแหละ ที่ฉันอยากจะรู้.. เพราะถ้าเขาตอบปฏิเสธ นั่นก็ถือเป็นทางออกที่ดีสำหรับฉันเลย แต่เขากลับไม่ตอบอะไรมา นั่นเท่ากับว่า ฉันยังต้องวนเวียนอยู่ในวงโคจรแบบนี้ ทั้งที่ไม่มีเหตุผลที่ฉันจะต้องอยู่เลยซักนิด.. มันไม่มีเหตุผลที่ชัดเจนสำหรับทุกๆ อย่างของเรื่องนี้เลยจริงๆ

            “ยังไงต่อ..” ฉันเงยหน้ามองพี่บี เขาถามฉันทั้งที่ปากยังคาบบุหรี่อยู่ ฉันไม่รู้ว่าเขาหมายถึงเรื่องไหน จึงได้แต่ส่ายหน้าไปมาเท่านั้น

            “กลับมั้ย เดี๋ยวไปส่ง”

            “ไม่เป็นไร ฉันกลับเองดีกว่า” ฉันส่ายหน้าเบาๆ ก่อนจะลุกขึ้นเดินออกจากที่นี่  

 

ตอนนี้เป็นช่วงเวลาเย็นๆ ไม่ใช่เวลาคลับเปิด พื้นที่ด้านหน้าเวทีจึงไม่มีใครนอกจากคนทำความสะอาดเพียงแค่สอง สามคนเท่านั้น ฉันมองไปรอบๆ บริเวณ

พื้นที่ตรงนี้.. ที่บรรดานักเที่ยวชอบมาสังสรรค์กัน

พื้นที่ตรงนี้.. ที่บรรดาสาวๆ เอาแต่ส่งเสียงเรียกร้องผู้ชายบนเวทีพวกนั้น

พื้นที่ตรงนี้.. ฉันจะไม่มาเหยียบมันอีกแน่!

            เคยมั้ย.. เคยมีความรู้คาใจอะไรซักอย่างแต่ไม่สามารถรู้ได้ว่ากำลังสงสัยอะไรมั้ย? มันอึดอัดนะ ทั้งที่ไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่ากำลังเผชิญกับอะไร และไม่รู้ด้วยซ้ำว่าต้นเหตุมันเกิดขึ้นได้ยังไง เมื่อไม่รู้ทุกอย่าง แล้วจะหาทางออกได้ยังไง เลี่ยงที่จะไม่เจอก็แล้ว แต่สุดท้ายก็กลับมายืนที่เดิมอยู่ดี หรือว่าฉันแก้ปัญหาไม่ถูกจุด..

            แล้วปัญหามันคืออะไรล่ะ ?

            ปัญหามันเกิดจากอะไร แล้วฉันจะแก้มันยังไง.. โอ๊ย ยิ่งคิดก็ยิ่งปวดหัว

 

            “เฮ้! จะไปไหน”  ..พักนี้ทำไมมีแต่คนถามฉันแบบนี้นะ

            ฉันไม่ได้หันหลังกลับไปมองก็รู้ทันทีว่าเสียงใคร แปลกดี.. เจอกันแค่ไม่กี่ครั้ง ได้ยินเสียงกันแค่ไม่กี่หน แต่ฉันก็จำได้ว่าเสียงนี้เป็นเสียงใคร

            ดริฟท์เดินเข้ามาจากด้านหลัง เขาเอียงหน้ามาใกล้ฉัน ทำให้ฉันต้องเอนตัวหลบ

            “กลับ..” ฉันตอบเขากลับไปแต่ไม่ได้หันไปมองหน้าเขา

            “รอก่อน เดี๋ยวไปส่ง”

            “ไม่ต้อง! ไม่จำเป็น!” ฉันรีบปฏิเสธเขาทันที แต่ก็น่าจะรู้อยู่ว่าผู้ชายคนนี้ไม่เคยสนใจจะฟังอะไรใครทั้งนั้น เขาเดินกลับเข้าไปหลังเวทีอีกครั้งโดยไม่ลืมที่จะลากตัวฉันกลับไปด้วย

            เขาเดินไปหยิบกุญแจรถที่วางอยู่บนโต๊ะตรงหน้าพี่บี ก่อนจะเดินไปหาเธียร์ซึ่งกำลังนอนเหยียดตัวอยู่บนโซฟาด้านหลังสุดของห้อง ฉันมองตามหลังเขาไป ไม่เข้าใจว่าเขาคิดจะทำอะไรอีก ผู้ชายคนนี้มีปมปัญหาให้ฉันคิดเยอะจริงๆ

            “...........”  อ้อ.. ผู้ชายคนนี้ก็อีกคน ปัญหาในตัวเขามีมากกว่าคำถามในเกมเศรษฐีซะอีก

            พี่บีเอียงคอมองหน้าฉัน เขาขมวดคิ้วเข้าหากันเหมือนกำลังสงสัยอะไรซักอย่าง แต่ก็ไม่ได้ถามอะไรออกมา เหมือนกับฉันที่ได้แค่มองหน้าเขาแต่ก็ไม่รู้ว่าจะพูดอะไร ฉันรู้สึก.. เหมือนคาใจอะไรหลายๆ ทั้งในตัวเธิร์ดบี และดริฟท์ แต่ก็ไม่รู้ว่าเรื่องอะไร

            มันเป็นปมที่น่าปวดหัวจริงๆ

            “นินิน!” ชื่อของฉันถูกใครซักคนเรียก เสียงของเขาดังมาจากประตู

            ร่างสูงๆ ของผู้ชายผมทองวิ่งปรี่เข้ามาหาฉัน เขากางแขนมาแต่ไกล ก่อนจะสวมกอดฉันทันที่ที่เขาวิ่งมาถึงตัว ฉันเซเล็กน้อยเพราะเขาพุ่งตัวเข้ามากอดอย่างแรงดีที่มีมือของเขาโอบไว้ด้านหลัง ทำให้ฉันไม่ล้มลงไป เอ๊ะ.. ดีเหรอ? ฉันกำลังถูกผู้ชายที่ไม่รู้จักกอดเนี่ยนะ บ้าแล้ว!

            ฉันออกแรงผลักอกซินน์ให้เขาคลายอ้อมกอดของตัวเองออก แต่เขากลับกดแก้มลงบนแก้มซ้ายของฉัน แล้วสลับไปยังแก้มข้างขวา เป็นเหมือนการทักทายของคนฝั่งยุโรป

            “คิดถึงเธอมากๆ เลยนะ ดีใจที่เธอมา” ซินน์ผละหน้าออกจากฉันแต่ก็ยังกอดฉันไว้หลวมๆ ฉันส่งยิ้มแหยๆ ไปให้เขา โดยที่มือก็ยังคอยดันอกเขาไว้

            “เธอมากับใครเหรอ?

            “เอ่อ.. กับ..” ฉันหันหน้าไปมองพี่บี และก็เห็นว่าเขามองมาอยู่แล้ว

            “ฉันเอง” พี่บีพูดขึ้นเมื่อเห็นว่าฉันมองเขา ซินน์เอี่ยวตัวไปด้านหลังเพื่อมองพี่บีที่นั่งอยู่บนโซฟาก่อนจะบู้ปากเหมือนข้องใจอะไรซักอย่าง

            “ตกลงว่าเป็นเด็กไอ้บีเหรอ?” ฉันรีบส่ายหน้าแรงๆ กับคำถามของซินน์แต่เขากลับขมวดคิ้วใส่ฉัน เขายืนเกาหัวมองหน้าฉันกับพี่บีสลับกันไปมา ฉันเองก็ไม่รู้จะพูดอะไรเลยได้แต่ยิ้มเฟื่อนๆ ไปเท่านั้น

            ในขณะที่ฉันยืนมองหน้าซินน์ที่กำลังสับสน ร่างของฉันก็เซไปทางด้านหลังแล้วชนเข้ากับอะไรซักอย่าง แขนของใครซักคนโอบมาล็อคคอฉันไว้หลวมๆ กลิ่นน้ำหอมเย็นๆ ผสมกับกลิ่นบุหรี่อ่อนๆ ทำให้สมองของฉันประมวลภาพเป็นผู้ชายคนหนึ่ง

            “ของฉันเอง..” เสียงดริฟท์ดังอยู่เหนือหัวของฉัน ลมหายใจของเขารินรดอยู่บนเส้นผม และยิ่งทำให้หัวใจของฉันแทบจะวายเมื่อเขากดหน้าลงมาจูบเบาๆ ตรงซอกคอของฉัน

            “แนะนำตัวเองกับเพื่อนฉันรึยัง นินิน..”

 

            “ฮะ? ของนายเหรอ.. โอ้ นิน เธอช่างเป็นกระต่ายตัวน้อยที่น่าสงสารเหลือเกิน”  ซินน์ใช้มือลูบหน้าตัวเองแล้วมองหน้าฉันเหมือนคนกำลังจะร้องไห้

            ฉันไม่มีโอกาสได้พูดจาอะไร ก็ถูกดริฟท์ลากออกมาซะแล้ว เขาดึงฉันให้เดินตามเขาไปที่ลานจอดรถ ก่อนจะหยิบกุญแจขึ้นปลดล็อครถปอร์เชสีดำคู่ใจของเขา แล้วผลักฉันให้เข้าไปนั่งด้านในก่อนจะกระแทกประตูปิดแรงๆ ให้ตาย! ไอ้ผู้ชายบ้านี่ มีจิตสำนึกจะทำอะไรดีๆ กับผู้หญิงบ้างมั้ยนะ

            “แผลที่หน้าหายแล้วใช่มั้ย” เขาถาม ฉันหันไปมองหน้าเขาก็เห็นว่าเขามองหน้าฉันอยู่แล้ว ฉันจึงพยักหน้าแทนคำตอบ โชคดีที่แผลไม่ได้ลึกเท่าไหร่ ทำให้ไม่มีรอยแผลเป็นค้างอยู่

            “งั้นฉันก็ไม่มีหน้าที่อะไรต้องรับผิดชอบเธอแล้วนะ” ฉันหันหน้าออก มองไปนอกกระจกแทนที่จะมองหน้าเขา ฉันได้ยินเสียงถอนหายเบาๆ แต่ก็ไม่ได้สนใจอะไร

            “ต่อจากนาทีนี้.. ถ้ามีอะไรเกิดขึ้น ฉันจะถือว่าเธอเป็นคนเลือกที่จะให้มันเกิดเอง ฉันไม่มีหน้าที่ที่จะต้องรับผิดชอบเธอ OK?

            “หมายความว่าไง” ฉันหันหน้ากลับไปมองเขาทันที ฉันไม่รู้ว่าที่เขากำลังพูดถึงมันคืออะไร สีหน้าของเขาราบเรียบราวกับไม่มีความรู้สึกใดๆ อยู่เลย เขาเพียงแค่ยิ้มที่มุมปากเล็กๆ ก่อนจะหันไปขยับเกียร์แล้วสตาร์ทรถออก

            ฉันได้แต่มองออกไปข้างทางที่รถคันนี้ขับผ่าน ความเงียบเท่านั้นที่อยู่เป็นเพื่อนฉัน แอร์เย็นๆ ไม่ได้ช่วยให้ความร้อนรุมในใจของฉันดับลงเลยแม้แต่น้อย ฉันได้แต่นั่งเงียบๆ ปรายตามองเขาเป็นระยะๆ แต่ก็ไม่เห็นว่าเขาจะมีทีท่าอะไร นอกจากตั้งหน้าตั้งตาขับรถด้วยความเร็วสูงไปยังที่ใดที่หนึ่ง

            ไม่นาน รถของเขาก็ขับมาจอดอยู่บนถนนใหญ่เส้นไหนเส้นหนึ่งของกรุงเทพฯ หรือบางทีอาจจะเป็นชานๆ เมือง ที่นี่ไม่มีแม้แต่รถซักคันขับผ่าน มันเงียบมากๆ จนฉันคิดว่ามันอาจจะเป็นถนนที่ร้างแล้ว แต่มันก็ไม่ใช่อย่างที่ฉันคิด เมื่อมีรถอีกหลายคันขับมาจอดสบทบอยู่ด้านหลังรถของดริฟท์

            ไฟจากสปอร์ตไลท์ที่ตั้งอยู่ข้างถนนถูกเปิดให้สว่าง ฉันตกใจกับภาพที่เห็นเมืองมีแสงไฟมาช่วย บรรดารถนับร้อยๆ คันจอดเรียงรายกันเต็มไปหมด ถนนที่ฉันคิดว่าร้างในตอนแรก มันไม่ได้ร้างอย่างที่คิดจริงๆ เพียงแต่ถูกความมืดอำพรางไว้เท่านั้น เสียงเพลงที่ถูกเปิดให้ดังสนั่นโดยไม่เกรงกลัวว่าจะมีใครผ่านมาเห็น กับบรรดาผู้หญิงที่แต่งตัวน้อยชิ้น เดินไปเดินมาอยู่บริเวณนี้ ให้ตาย! ที่นี่มันที่ไหนกันเนี่ย

            ฉันหันหน้าไปมองผู้ชายที่นั่งอยู่ข้างๆ เขาลดกระจกลงก่อนจะจุดบุหรี่ขึ้นสูบโดยไม่ได้หันมาสนใจฉันเลยซักนิด ฉันเห็นผู้ชายร่างสูงเดินเข้ามาหาเขา ผู้ชายคนนั้นสวมฮูดสีดำตัวใหญ่แล้วใส่หมวกทับอีกที ทำให้ฉันไม่เห็นว่าเขามีหน้าตาเป็นแบบไหน ดริฟท์หันไปพูดอะไรกับผู้ชายคนนั้น และทำให้เขาเงยหน้าขึ้นมองฉัน มุมปากของเขากระตุกยิ้มเล่นเอาหัวใจของฉันกระตุกวูบ ลมหายใจของฉันเริ่มดังไม่เป็นจังหวะ

            ผู้ชายสวมฮูดคนนั้นเดินห่างออกไปก่อนจะตะโกนอะไรซักอย่าง ซึ่งทำให้ผู้คนที่อยู่บริเวณนั้นเฮกันยกใหญ่ ฉันเริ่มรู้สึกไม่ดียังไงก็ไม่รู้ สังหรณ์ใจแปลกๆ ว่าจะต้องมีเรื่องอะไรแน่ๆ

            “ที่นี่ที่ไหน” ฉันตัดสินใจถามดริฟท์ แต่เขากลับไม่ตอบอะไรนอกจากกระตุกยิ้มเล็กๆ รอยยิ้มแบบนั้น ไม่ได้ช่วยให้ฉันรู้สึกดีขึ้นเลยซักนิด เขาขยับรถให้เข้าไปใกล้กับคนเหล่านั้น

            ตอนนี้รถของเขาจอดเทียบกับรถของคนอื่น ทางด้านซ้ายของฉันเป็นผู้ชายคนหนึ่ง เขาตัดผมทรงสกินเฮดเพียงครึ่งหัว หน้าตาดูเถื่อนดิบน่ากลัว ไม่น่าคบหา เขาหันมาส่งจูบให้ฉัน นั่นมันทำให้ฉันคลื่นไส้ได้ง่ายๆ เชียวนะ

            “คนนี้กี่วันล่ะ” ฉันหันหน้าไปมองผู้ชายอีกคน เขาจอดรถเทียบกับดริฟท์อยู่ทางด้านขวา ผู้ชายคนนั้นมีทรงผมไม่ต่างอะไรกับรังนกเลยซักนิด หุ่นแห้งๆ ของเขาถูกเปิดเผยเนื่องจากเขาไม่ได้สวมเสื้อปิดไว้ แว๊บหนึ่งฉันเห็นผู้ชายคนนั้นมองมาทางฉันด้วยสายตาไม่ใช่คนดีเอาซะเลย สายตาหื่นกาม..

            “แค่วันนี้” เสียงดริฟท์ตอบกลับไป คนที่อยู่แถวนี้เฮหนักกันขึ้นไปอีก

            พวกเขาหมายถึงอะไร?

 

ไม่รู้ว่าเสียงใครต่อใครพูดอะไรกันบ้าง ตอนนี้ฉันรับรู้เพียงแต่ความรู้สึกแปลกๆ เท่านั้น สถานที่ตรงนี้ กับบรรยากาศแบบนี้ ถ้าจำไม่ผิด ไม่ผิดแน่ๆ ฉันเคยเห็นในหนัง มันเป็นที่ของนักแข่งรถนอกสนามใช่มั้ย แล้วถ้าฉันจำไม่ผิดอีก แข่งรถแบบนี้.. มีของเดิมพันเป็นเงิน หรือไม่ก็..

            ผู้หญิง..

            “ดริฟท์ นายพาฉันมาที่แบบนี้ทำไมน่ะ”

ตอนนี้ฉันทำอะไรไม่ถูกนอกจากนั่งกระวนกระวายเหมือนกระต่ายที่กำลังวิ่งหนีเสือ ฉันหันหน้าไปถามผู้ชายข้างๆ อย่างร้อนใจ แต่เขาก็ให้คำตอบกับฉันด้วยการเงียบ ทำไมเขาไม่พูดอะไรกับฉันเลยนะ

            “นี่! ไม่ได้ยินฉันรึไง”   ฉันยังคงพูดต่อ แต่เขากลับโยนบุหรี่ลงพื้นแล้วเปิดประตูรถเดินออกไปข้างนอก ฉันมองตามเขาก็เห็นว่าเขาเดินมาเปิดประตูรถทางฝั่งฉันแล้วดึงตัวฉันให้เดินตามเขาออกไป

            ฉันพยายามขืนตัวเอง สะบัดข้อมือให้หลุดออกจากการบีบของเขา แต่ยิ่งพยายามเท่าไหร่ ผลที่ได้ก็มีแต่ความเจ็บปวดเท่านั้น ข้อมือเล็กๆ ของฉันจะไปสู้แรงข้อมือใหญ่ๆ ของเขาได้ยังไง ..ฉันเดินตามเขาไปอย่าเลี่ยงไม่ได้ ตลอดทางที่เดินผ่าน ผู้คนที่ยืนอยู่แถวนั้นพากันมองมาทางฉันด้วยสายตาหยาดเยิ้ม มันน่าขนลุกอย่างบอกไม่ถูกจริงๆ

            โชคดีที่วันนี้ฉันใส่กางเกงยีนขายาวกับเสื้อยืดสีขาวแขนยาวมาเรียน ที่มหาวิทยาลัยของฉันเป็นเอกชนฉันจึงสามารถใส่ชุดไปรเวทมาเรียนได้ เพราะถ้าฉันใส่ชุดนักศึกษา ฉันคงถูกมองว่าเป็นเด็กใจแตกแน่ๆ และที่สำคัญชื่อสถาบันฉันคงจะเสื่อมเสียไปไม่น้อยเลยจริงๆ

            ดริฟท์พาฉันมาหยุดยืนอยู่ตรงบริเวณลานกว้าง เขายืนอยู่ต่อหน้ารถนับร้อยกับผู้คนนับพัน เสียงตะโกนโห่ร้องของคนพวกนั้นดังอื้ออึงจนน่ากลัว

            Hey! Hey! Hey!” เสียงเขาตะโกนขึ้นก่อนที่ผู้คนเหล่านั้นจะค่อยๆ พากันโห่ร้องตามแล้วเงียบเสียงลง

            At night, she’s prize of bet!

            “ดริฟท์!” ฉันอุทานชื่อเขาทันที

            นี่มันอะไร.. ของรางวัล เดิมพัน เขาบ้าไปแล้วรึไง เขาเอาฉันไปวางเดิมพันแบบนั้นได้ยังไง!

    “ฉันกำลังช่วยเธออยู่นินิน ไม่ต้องห่วง.. เธอจะได้ไปอยู่กับคนที่ต้องการเธอแน่” เขาพูดทิ้งท้ายไว้แค่นั้น รอยยิ้มที่เผยความชั่วร้ายออกมาอย่างไม่ปิดบังของเขา นั่นมันทำให้ฉันอยากจะใช้อะไรซักอย่างทุบหน้าเขาให้เละไปเลยจริงๆ

            เขาเดินออกห่างตัวฉันไป และตัวฉันเองก็ถูกผู้หญิงที่ไหนไม่รู้สองคนดึงตัวไปอีกทาง

            ผู้คนที่ยืนโห่ร้อง ตะโกนลั่นด้วยคำพูดจาบจ้วงใส่ฉัน คนพวกนั้นมันอะไรกัน.. เสียงเครื่องยนต์ที่ดังกระหึ่มทำให้คนเหล่านั้นแหวกทางออก รถยนต์ 6 คัน จอดเรียงกันเป็นแนวขวาง พวกเขาเหยียบคันเร่งจนควันฟุ้งออกมาจากล้อรถ คนที่นั่งอยู่ด้านในของรถหันมามองฉันด้วยสายตาหื่นกาม ฉันหันหน้าหนีจากสายตาพวกนั้น ไม่อยากจะให้มันเข้ามารบกวนโสตประสาทการรับรู้ของฉันจริงๆ

            ที่ๆ ฉันยืนอยู่ตอนนี้มีแต่บรรดาผู้หญิงสวมเสื้อผ้าน้อยชิ้น พวกเธอกรี๊ดกร๊าดให้กับบรรดานักแข่งทั้ง 6 ก่อนที่จะมีผู้หญิงคนหนึ่งเดินถือธงไปยืนอยู่กลางถนน โดยที่เธอดึงตัวฉันให้เดินตามไปด้วย ฉันไม่มีแม้แต่แรงจะขัดขืน จึงทำได้แค่เดินตามเธอไปเหมือนคนไม่วิญญาณ

            สายตาของฉันมองกวาดไปรอบๆ ฉันไม่เห็นรถของดริฟท์อยู่ในบรรดารถแข่งพวกนั้น นี่เขาจะฆ่าฉันทั้งเป็นรึไง.. สายตาของฉันเหลือบไปเห็นผู้ชายที่ฉันกำลังจะสาปแช่ง เขานั่งมองเหตุการณ์พวกนี้เฉยๆ ไม่รู้สึกรู้สาอะไรซักนิด เขายกขวดเบียร์ขึ้นเหนือหัวเมื่อมองมาเห็นฉัน เขากำลังจะฉลองให้ฉันงั้นเหรอ?

            เหอะ.. นายมันซาตานชัดๆ นายมันปีศาจจากนรก!

            Ready.. GO!” ทันทีที่สิ้นเสียงของผู้หญิงคนนั้น พร้อมกับธงที่เธอชูขึ้นถูกทิ้งลง รถทั้ง 6 คัน พากันพุงตัวออกไปข้างหน้าด้วยความเร็วสูง ความเร็วที่พุงผ่านตัวฉันไปเหมือนมันได้กระชากหัวใจของฉันให้หลุดออกจากร่างไปด้วย

            ฉันไม่รู้ว่าฉันกำลังเผชิญกับเรื่องอะไร ฉันไม่รู้ว่าเขาทำแบบนี้กับฉันได้ยังไง ฉันไปทำอะไรให้เขาโกรธเคืองรึไงกัน เรื่องนี้มันบ้าอะไรเนี่ย!

     ฉันสะบัดข้อมือให้หลุดออกจากผู้หญิงคนนั้น แล้ววิ่งหนีไปที่ไหนที่ ฉันไม่รู้หรอกว่าทางที่วิ่งไปข้างหน้าจะไปเจอกับอะไร จะหนีรอดหรือไม่ แต่ฉันก็ต้องหนี จะมีใครซักกี่คนที่ไม่รู้ตัวเองมายืนอยู่จุดนี้ได้ยังไง มายืนอยู่ตรงนี้ทำไม แล้วมายืนตรงนี้เพื่ออะไร ฉันไม่รู้ด้วยซ้ำว่าความผิดของฉันมันคือเรื่องไหน แล้วทำไมฉันจะต้องมาเจอกับเรื่องบ้าๆ นี่ด้วย

            ฉันวิ่งฝ่าผู้คนที่เบียดเสียดกันแน่นเพื่อออกไปจากตรงนี้ เป็นโชคของฉันที่คนพวกนั้นกำลังสนใจอยู่กับการแข่งรถที่แสนตื่นเต้นของพวกเขา ฉันจึงถือโอกาสนี้แทรกตัวออกมาได้ แต่มันก็ไม่ได้ง่ายเลยซักนิด เมื่อผู้หญิงตัวเล็กๆ อย่างฉันจะต้องสู้กับแรงดันของผู้ชายร่างบึกหลายคนที่เอาแต่โห่ร้องตะโกนลั่นจนฉันปวดแก้วหูไปหมด ฉันหลับหูหลับตา ใช้มือผลักดันพวกเขาเพื่อหาช่องทางแทรกตัวออกไปให้ได้

            ระหว่างที่ฉันก้มหน้าก้มตา มุดตัวออกจากแหล่งชุมนุมของผู้ชายร่างใหญ่พวกนี้ มือของฉันก็ถูกใครซักคนจับไว้ แล้วออกแรงกระฉากจนตัวฉันหลุดออกมาจากตรงนั้น

            ฉันหอบหายใจแรงจนแทบจะไม่มีลมหายใจเหลืออยู่ในร่างกาย เหงื่อเม็ดเล็กหยดลู่ลงตามใบหน้า ไม่น่าเชื่อว่าช่วงเวลาสั้นๆ ในตอนนั้นจะสามารถเรียกเหงื่อจากร่างกายของฉันได้มากขนาดนี้ ฉันก้มตัวลงนั่งยองๆ กับพื้นด้วยความเหนื่อย หมดแรงที่จะหาทางไปต่อ ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าเมื่อกี้มีคนช่วยดึงฉันออกมา

            ฉันเงยหน้าขึ้นมองคนๆ นั้น ก็เห็นว่าเขากำลังยืนหันหลัง มือข้างหนึ่งยกขึ้นเท้าเอวเอาไว้ ด้านหลังของเขามันช่างดูคุ้นตาเหมือนกับฉันเคยเห็นเขาที่ไหนมาก่อนยังไงยังงั้น แต่ก็ไม่อยากจะนึกว่าเขาเป็นใคร แค่เขาเป็นคนดีมาช่วยดึงฉันออกจากขุมนรกนั้นก็ดีแค่ไหนแล้ว แต่ก็นะ.. เขาจะใช่คนดีรึเปล่า ฉันเองก็ไม่แน่ใจเท่าไหร่ อย่างน้อยๆ ก็ขอให้ฉันหายเหนื่อยก่อน แล้วฉันจะรีบหนีไปจากตรงนี้

            ฉันก้มหน้าลงมองพื้น ละสายตาจากแผ่นหลังของเขา ไม่อยากจะสนใจว่าเขาเป็นใคร ฉันมองการเคลื่อนไหวจากปลายเท้าของเขา ก็เห็นว่าเขาหันหน้ากลับมาแล้ว แต่ฉันก็ไม่ได้เงยหน้าขึ้นมองปล่อยให้เขาเดินผ่านตัวฉันไปที่ไหนซักที่ และเมื่อเห็นว่าเขาเดินไปแล้วฉันจึงลุกขึ้นยืนแล้วรีบเดินออกไปให้ห่างจากถนนอันตรายเส้นนี้

            ระยะทางที่ทอดยาว ทำให้ฉันรู้สึกหมดหวังและอยากจะร้องไห้ให้น้ำตาเป็นสายเลือด ถนนที่มีเพียงแสงพระจันทร์สอดส่องตลอดทาง ไม่มีวี่แววของรถ หรือคนสันจรกันเลยซักนิด ฉันจะทำยังไงดี.. กลัวก็กลัว แต่ก็ไม่รู้จะทำยังไง โทรศัพท์ที่หายไปตั้งแต่เหตุการณ์ครั้งนั้น ฉันเองก็ไม่มีปัญญาจะไปหาซื้อเครื่องใหม่ ติดต่อใครก็ไม่ได้ หนทางรอดซักทางก็ไม่มี

            “แม่จ๋า.. พ่อจ๋า.. ช่วยนินด้วย...” น้ำตาไหลออกมาอย่างไม่รู้จะทำยังไง ทางมันตัน ฉันคิดอะไรไม่ออกจริงๆ มีแค่ผู้มีพระคุณทั้งสองคนเท่านั้นที่ฉันคิดถึง ถ้าฉันไม่รอดไปจากตรงนี้ แล้วท่านจะทำยังไง ฉันยังเรียนไม่จบ ยังไม่มีงานทำ ยังไม่มีครอบครัวที่อบอุ่นให้พวกท่านสบายใจเลย ฉันจะทำยังไงดี

            ทำไมฉันต้องมาเจอกับเรื่องแย่ๆ แบบนี้ด้วย ฉันไม่ได้ทำอะไรผิดซักหน่อย ฉันไม่ได้แย่งของใครอย่างที่เรย์เคยกล่าวหา ฉันไม่ได้คบกับใครอย่างที่ผู้หญิงพวกนั้นว่า ฉันไม่ได้ชอบใครแล้ว ตอนนี้ฉันไม่ชอบพวกเขาแล้ว ฉันไม่ชอบเขาแล้ว....

ได้โปรดเถอะ.. ได้โปรดเลิกลงโทษฉันซักที เลิกทรมานฉันแบบนี้ซักที

“ไง.. ทำไมเจอเธอทีไร เธอถึงร้องไห้ทุกทีเลยนะ”

          






 

 












คุยกันหน่อย

100 เปอร์เซ็น ๆ ช่วงนี้เป็นช่วงสอบนะคะ เนมอาจจะต้องหายไปนานหน่อย ยังไงก็อย่าเพิ่งหนีเนมไปไหนเน้อ อ.. อยู่เป็นเพื่อนกันก่อน น >[]<!!

ตอนนี้เนมเรื่องเขียนเนื้อหาให้เข้ากลางๆ เรื่องแล้วค่ะ ช่วงแรกๆ อะไรก็อาจจะดูงงๆ เบลอๆ ไปนิด ดูไม่ค่อยมีแก่นสานเท่าไหร่ 55555555 5. ตามสไตล์คนแต่งแหละคะ เบลอๆ มึนๆ ไปวันๆ ;p

ช่วงหลังๆ เนมจะเริ่มเขียนถึงเธิร์ดบีแล้วนะคะ ปล่อยให้ดริฟท์เกริ่นความโฉดมานิดนึงแล้ว มาดูความโฉดของเธิร์ดบีบ้างดีกว่า 555555 5. นิยายเรื่องนี้ เนมเตือนว่าอย่าคาดเดาอะไรไว้ก่อนนะคะ เนมชอบหลอกคน 5555. จะหักมุม หักมุขรึเปล่า อันนี้ก็ต้องตามไปเรื่อยๆ

 

            ทิ้งท้ายๆ...

            ขอบคุณกำลังใจจากทุกคอมเม้น และขอบคุณนักอ่านทุกคนที่แวะเข้ามาพักเหนื่อยในนิยายของเนม

            รักทุกเม้น รักทุกโหวต รักทุก FAV. รักทุกคน รักนักอ่าน..  เงา ไม่เงา ก็รักหมด ..จากใจ

            ซึ้งสุดขั้ว อย่างน้อยๆ ก็ยังเข้ามาลองอ่านกันเนอะ 5555 5.

      

1 คอมเม้นที่ยิ่งใหญ่ คือ 1 กำลังใจของไรเตอร์ 555





ข้อความ :
จากคุณ * :
 

หน้าที่ 1 จาก 1 หน้า
แสดง เรื่อง
ความคิดเห็นที่ 1
ดริฟนาย นาย นาย นายมันเลวมากกกกกกกกกโฮกกกกกกกกกกกกกก

จากคุณ น้ำผึ้ง/(chophaka_honey) อัพเดตเมื่อ 18/07/2554 18:43:06
ความคิดเห็นที่ 2
ดริฟนายโฉดมากกกกกก
จากคุณ Ribbin/(janing) อัพเดตเมื่อ 19/04/2554 20:31:46
ความคิดเห็นที่ 3
พระเอกใจร้าย TT'

ต้่องเปนซินน์ แน่ ๆ
จากคุณ ฐา/(zero278152) อัพเดตเมื่อ 14/10/2553 19:15:58
ความคิดเห็นที่ 4
จากคุณ tang/(January13328) อัพเดตเมื่อ 13/10/2553 08:41:48
ความคิดเห็นที่ 5
=[  ]=
ด.... ดริฟท์ ทำไมเฮียแก... เว้ยยยยยย ทำไมแก..!!!
นินน่าสงสารจริงๆแหละ -*- โอย อนาถใจ

ว่าแต่หนุ่มนั้นคือใครหว่า? คนที่มาช่วยนินตอนนั้นแหงเลย
แต่เขาเป็นใครหนอ เขามาจากไหน

ไม่อยากเดา รออ่านค้าบบ!
จากคุณ เต้/(somebodys_me) อัพเดตเมื่อ 12/10/2553 19:42:17
ความคิดเห็นที่ 6

จากคุณ ดรีม/(idel) อัพเดตเมื่อ 12/10/2553 15:23:23
ความคิดเห็นที่ 7
เขาคือใครกานนนนนน

ค้างจนทรุด

นินินน่าสงสารมาก

นั่นสิ ทั้งที่ไม่ได้ทำอะไรผิด

ทำไมถึงถูกทำถึงขนาดนี้


ดริฟท์น่ะ เป็นคนประเภทไหนกันแน่ก็ไม่รู้

เดาใจยากจะตาย

อันตรายจริงๆ


จากคุณ Noon !!/(Bire) อัพเดตเมื่อ 12/10/2553 01:03:32
ความคิดเห็นที่ 8
555 ท่านเธิร์ดบีหล่อจริงจัง ส่วนท่านดริฟท์ก็แบบ.. มีสไตล์มากมาย ชอบอ่ะ
แต่สองคนนี้จะนิสัยเมาไปไหน --'' แบบว่าโอยยย... อ่านแล้วกวนดีแท้

ซินน์โผล่มาทีรู้สึกค.ตึงเครียดจะลดลงไปหน่อย แอร๊ยย

แต่ดริฟท์บอกว่าของฉัน?
เอ๋....
จากคุณ เต้/(somebodys_me) อัพเดตเมื่อ 11/10/2553 20:07:49
ความคิดเห็นที่ 9
ชอบอิมเมจบีมาก

สงสารนางเอกนะ

แต่ลึกๆก็อิจฉา

แบบ...

อย่างน้อยมันก็คงไม่เลวร้ายไปซะทุกอย่าง..หรอกมั้ง

=w=

ยังไงก็ต้องติดตาม

อัพที่เหลือไวๆนะคะ

ชอบมากเลย

ติดแล้วเนี่ยยย

ฮวก

เตรียมใจสำหรับการหักมุมไว้แล้วค่ะ

TT

แต่เธิร์ดบีหล่อลากกระชากทรวงมาก


จากคุณ Noon !!/(Bire) อัพเดตเมื่อ 11/10/2553 12:20:35
หน้าที่ 1 จาก 1 หน้า
แสดง เรื่อง
 
จำนวนผู้ชมเว็บแจ่มใสขณะนี้: 177 ท่าน