Guest   
 
Username: 
Password:  




 




  






 
อ่านเรื่อง
SE'XY GUYs ♠ เผลอรักร้าย นายสุดเลว
ลิตเติ้ล ? เนม''
? The violence caused such silence.
5
01/01/2533 00:00:00
1582
เนื้อเรื่อง



-3-

The violence caused such silence.

ความป่าเถื่อนที่ทำให้ไร้ทางสู้.

 










            ฉันนั่งมองผู้ชายสองคนที่นั่งอยู่บนโซฟาหนังนุ่มๆ ตรงหน้าของฉัน มีเพียงโต๊ะกระจกตัวยาวเป็นสิ่งกั้นระหว่างเราสอง สามคน -*- บนโต๊ะมีถาดพิซซ่า สปาเก็ตตี้ มักกะโรนี และอื่นๆ อีกมากมาย ที่ทางร้านขนมาเสิร์ฟเหมือนกำลังจัดเลี้ยงโต๊ะจีนลิงยังไงยังงั้น ฉันนั่งมองพี่บีและดริฟท์สลับกันไปมา แต่ทั้งสองคนกลับหยิบนู้น นี่ เข้าปากโดยไม่สนใจฉันแม้แต่นิดเดียว

              นี่ตกลงว่าเขาพาฉันมาที่นี่ทำไมน่ะ
?

            “ไม่หิวเหรอ?” ดริฟท์ถาม ก่อนจะยัดพิซซ่าชิ้นโตเข้าปาก ฉันไม่ตอบแต่จ้องหน้าเขาแทน เห็นเขาเลิกคิ้วมองหน้าฉันทั้งที่ปากยังเคี้ยวพิซซ่าจนแก้มแทบจะระเบิด

            “พาฉันมาที่นี่ทำไม” ฉันถาม แต่เขากลับเอื้อมมือมาหยิบจานสปาเก็ตตี้ที่อยู่ตรงหน้าของฉันไปกินแทนคำตอบ ให้ตาย! ผู้ชายคนนี้มีแต่แค่หน้าตาจริงๆ ฉันชักจะปวดประสาทกับเขาแล้วนะ

            “ไม่ได้พามา แค่ไอ้บีมันหิว” ดริฟท์ตอบ ปากก็คาบเส้นสปาเก็ตตี้ที่ดูเหมือนจะร้อนมากๆ จนเขาต้องรีบคายเส้นออก โอ้.. อยากจะบ้าตาย

            ฉันละสายตาจากดริฟท์ไปมองหน้าพี่บีแทน พี่บีที่กำลังหยิบน่องไก่เข้าปากเงยหน้าขึ้นมองฉัน แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรนอกจากยักคิ้วข้างซ้ายเป็นเชิงยอมรับ ตกลงว่าพวกเขากำลังเล่นอะไรกับชีวิตฉันกันน่ะ !

            “เฮ้ๆ กินกันเบาๆ หน่อย ร้านฉันจะขาดทุนก็เพราะพวกแกเนี่ยแหละ กินแล้วไม่เคยจ่ายซักครั้ง”

            ฉันหันหน้าไปมองผู้ชายที่เดินเข้ามาใหม่ บนตัวเขามีผ้ากันเปื้อนสีกลมท่า สกรีนบนนั้นว่า ‘ Litade’ Pizza ’ ด้วยตัวหนังสือสีควันบุหรี่ เขาใช้ผ้าโพกหัวสีเดียวกับผ้ากันเปื้อนคลุมผมทรงสกินเฮดเอาไว้ ใบหน้าขาวใสไร้สิวของเขาทำเอาฉันตาค้างเลยทีเดียว เขาหล่อมากเลยจริงๆ แบดบอยชัดๆ ให้ตาย.. คนพวกนี้เลือกคบเพื่อนที่หน้าตารึไงนะ

            เมื่อรู้ตัวว่ามองเขานานเกินไป ฉันจึงหันกลับมาก้มหน้ามองถาดพิซซ่าที่เหลือเพียงเศษพิซซ่าเล็กๆ เท่านั้น ตอนนี้ผู้ชายคนนั้นเดินเข้ามานั่งอยู่ข้างๆ ฉัน ฉันได้ยินเสียงเขาหัวเราะเบาๆ ในลำคอ แต่ก็ไม่แน่ใจว่าเขากำลังหัวเราะฉันรึเปล่า

            “นินินรึเปล่า?” ฉันหันหน้าไปมองคนถาม เห็นเขากำลังส่งยิ้มมา ไม่อยากจะคิดว่ารอยยิ้มแบบนั้นมันดูน่ากลัวพิลึกๆ ฉันมองหน้าเขามึนๆ งงที่เขารู้จักฉัน แต่ฉันไม่รู้จักเขา

            “ฉันชื่อดร๊อฟฟ์ Litade’ Droff คลับกับที่นี่.. ฉันเป็นเจ้าของ ชื่อเลยเหมือนกันน่ะ”  เขาบอกก่อนจะหันหน้าไปมองผู้ชายสองคนตรงข้ามตัว

            “อะไร?” ดริฟท์ถามเสียงห้วนๆ เช่นเดียวกับพี่บีที่เงยหน้ามองดร๊อฟฟ์ราวกับสงสัยอะไรซักอย่าง

            “ฉันมากกว่ามั้งที่ต้องถามว่า นี่มันเรื่องอะไร” ดร๊อฟฟ์ว่า เขาใช้มือถึงผ้าที่โพกหัวออกเผยให้เห็นทรงผมสกินเฮดสุดเท่ห์ มันเข้าได้ดีกับจิลสีดำตรงมุมปากของเขามากๆ

            “ก็แค่เรตติ้งไอ้ดริฟท์มันสูงเกินน่ะ อย่าไปสนใจเลย เรื่องของมัน” พี่บีพูด เขาโบกมือไปมาประกอบท่าทาง ส่วนดริฟท์ เขายกมือขึ้นเกาแก้มตัวเองเหมือนไม่ค่อยสนใจเรื่องที่กำลังพูดอยู่เลยซักนิด แล้วตกลงว่าเขาคุยอะไรกันอยู่น่ะ เกี่ยวกับฉันรึเปล่า ถ้าไม่เกี่ยวแล้วจะให้ฉันมานั่งฟังทำไมเนี่ย !

    “ยังไงก็อย่าให้วุ่นวายแล้วกัน ฉันปวดหัวกับตุ๊กตาผีของแกมาหลายคนแล้ว เหนื่อย!” ดร๊อฟฟ์ว่า ก่อนจะหันมามองหน้าฉัน

            “เธอเป็นเด็กใคร?

            “ฮะ?” ฉันอุทานด้วยความงง แต่ก็เห็นเขายิ้มมาให้เท่านั้น

            “ซินน์โทรมาหาฉันบอกว่าเธอหลงทาง ตกลงว่าเธอจะเดินไปทางไหน หลงทางมาจากใคร” ฉันมองหน้าดร๊อฟฟ์งงๆ คิ้วที่ขมวดอยู่แล้ว ขมวดหนักเข้าไปกว่าเดิม ดร๊อฟฟ์หัวเราะในลำคอเหมือนถูกใจอะไรซักอย่าง

            “นินิน.. เธอเป็นผู้หญิงอันตรายรึเปล่านะ?

 

            ฉันนั่งมองหน้าผู้ชายผมยาวประบ่าที่ตอนนี้กำลังยกมือขึ้นรวบผมตัวเองอยู่ บนโต๊ะมีเพียงเศษอาหารที่ผ่านการกินแบบทำลายล้างของผู้ชายอันตรายทั้งสองคน ดริฟท์ยกน้ำขึ้นดื่มโดยสายตาของเขาเหล่มองมาที่หน้าฉัน ฉันนั่งอยู่ตรงนี้กับดริฟท์เพียงแค่สองคน พี่บีลุกออกไปข้างนอกร้านเมื่อเสียงโทรศัพท์ของเขาดัง คงจะเป็นแฟนเขาน่ะ ส่วนดร๊อฟฟ์.. ฉันค่อนข้างคาใจในคำพูดของเขา แต่เขาก็ไม่ได้อยู่ให้ฉันถามอะไร เขาบอกแค่ว่า ร้านจะเปิดตอนตี 5 และเขาก็ต้องไปเตรียมครัวเพื่อเปิดร้าน ฉะนั้น.. ที่ตรงนี้จึงมีแค่ฉันกับซาตานตัวร้ายตนนี้เพียงสองคน

            “เรามาเข้าเรื่องของเราดีกว่า” ดริฟท์เอ่ยปากขึ้น เขาใช้มือตบหน้าขาตัวเองเหมือนกำลังจะปัดเศษอาหารที่ตกอยู่บนกางเกงให้หลุดออก ฉันหยักหน้าเห็นด้วยทันที

            “ฉันจะรับผิดชอบใบหน้าของเธอเอง” ฉันยกมือขึ้นจับรอยแผลที่มีพลาสเตอร์ปิดอยู่ จริงๆ ถ้าเขาไม่พูดถึงมันฉันก็ลืมไปแล้วว่ามันยังมีร่องรอยจากความร้ายกาจของเขา มือใหญ่ของเขาเอื้อมมาสัมผัสทับบนฝ่ามือของฉัน ฉันเงยหน้ามองเขาทันที แต่ก็เห็นเขามองมาที่หน้าฉันอยู่แล้ว ฉันรู้สึกเหมือนพลาสเตอร์กำลังจะหลุดออกจากการดึง และเป็นเขาเองที่ดึงมันออก

            มันแปลกนะ.. ทั้งที่เจอกับพิษสงความร้ายกาจของผู้หญิงของเขา แต่ทำไมหัวใจของฉันกลับเต้นแรงเพราะการกระทำของเขากัน ฉันคงไม่ได้ตกหลุมรักเขาหรอกนะ มันคงเป็นไปไม่ได้แน่ๆ

            “แผลไม่ได้ลึก และก็ไม่ยาวเท่าไหร่ สองสามวันก็คงจะหาย” ฉันมองเขาที่ขยับปากพูด ริมฝีปากของเขาอยู่ใกล้เพียงปลายจมูกเท่านั้น มันใกล้มากจนสติของฉันหลุดลอยเพราะเอาแต่จ้องมองสันจมูกโด่งๆ ของเขา มันโด่งซะจนน่าอิจฉา ไหนจะดวงตาเรียวนั้นอีก มันมีเสน่ห์อย่างบอกไม่ถูกจริงๆ

            “ไม่เป็นแผลเป็นหรอก ไม่ต้องห่วง” เขาผละออกจากฉัน และนั่นเองสติของฉันถึงได้กลับมาเหมือนเดิม ฉันสะบัดหัวเพื่อไล่ความฟุ้งซ่านออกจากสมอง แล้วหันไปมองหน้าดริฟท์

            “เธอมองฉันมานานรึยัง?

            “ฮะ?” ฉันเลิกคิ้วมองหน้าเขา ไม่เข้าใจในคำถาม

            “ก็..มองตอนที่นายดึงพลาสเตอร์ออก” ฉันตอบเขา แต่เขากลับส่ายหน้าไปมาแล้วถอนหายใจออกมาเบาๆ

            “ฉันหมายถึง ชอบฉันมานานรึยัง?” ฉันสะอึกทันทีกับคำถามของเขา ให้ตาย! ฉันดูง่ายขนาดนั้นเลยเหรอ จะบ้าตาย มันน่าอับอายไม่ใช่เหรอ ถ้าคนที่ชอบมาถามคำถามแบบนี้น่ะ แล้วจะให้ฉันตอบไปยังไง?

     จริงอยู่.. ฉันน่ะชอบเขา แต่ฉันก็ชอบพี่บีด้วยนี่ ก็แค่ปลื้มหน่า ไม่ได้ชอบแบบต้องการจะเป็นเจ้าของซักหน่อย ถึงแม้จะเคยคิดบ้างก็เถอะ... แล้วฉันจะตอบเขาไปยังไงดีล่ะ

            “ฉัน.... ฉันเปล่า เปล่าชอบ ไม่ได้ชอบซักหน่อย” คำตอบของฉันทำให้เขาหัวเราะออกมานิดหน่อย ทำไมล่ะ.. เขารู้ใช่มั้ยว่าฉันโกหก

            “เรย์คงไม่ตบคนที่ไม่มองฉันหรอกมั้ง” ฉันชะงักเล็กน้อย

            “คงดีใจซิที่กระแสนิยมของนายดังขนาดผู้หญิงตบแย่งนายน่ะ!” ฉันพูดเสียงประชดใส่ หวังว่าเขาคงสำนึกในคำพูดของฉันบ้าง

            “ก็ภูมิใจนิดหน่อย” เขาว่า หยักไหล่เหมือนภูมิมากมายเหลือเกิน น่าหมั่นไส้!

    “ฉันจะคบกับเธอแทนเรย์ โอเคมั้ย?

            “ฮะ?” ฉันไม่แน่ใจว่าเมื่อกี้ฉันหูฟาดหรือว่าเกิดอาการหูอื้อเพราะความง่วง ผู้ชายตรงหน้าของฉันเอนตัวลงนอนบนโซฟาที่เขานั่งอยู่ เขาเหยียดขาไปตามความยาวของร่างกาย แต่ด้วยความที่เขาสูงทำให้ขาของเขาเลยออกมานอกโซฟา ฉันนั่งมองหน้าเขาหวังจะได้ยินอะไรที่ชัดเจนอีกซักครั้ง

            “ง่วง... ร้านเปิดเมื่อไหร่ค่อยปลุกฉัน” เขาพูดทั้งที่หลับตาอยู่ ฉันที่มองหน้าเขาก็ได้แต่มองหน้าเขาต่อไป นี่ตกลงว่ามันเรื่องอะไรกันเนี่ย แล้วฉัน... ฉันต้องทำยังไงกับชีวิตในวันต่อๆ ไปของฉันกัน ให้ตาย! นี่มันเป็นช่วงเวลาที่น่ากลัวที่สุดในชีวิตวัยรุ่นของฉันเลยจริงๆ

 

            แสงบนฟ้าเริ่มสว่างขึ้นเรื่อยๆ ฉันก้มมองนาฬิกาข้อมือของตัวเอง ตอนนี้ตีห้ากว่าๆ แล้ว ฉันได้ยินเสียงเหมือนคนกำลังทำอะไรซักอย่าง ฟังดูค่อนข้างวุ่นวายทีเดียว มันดังมาจากด้านหลังของร้าน ไม่นานร่างสูงๆ ของดร๊อฟฟ์ก็เดินออกมา เขาจัดการกับอะไรซักอย่างตรงเค้าต์เตอร์ ก่อนจะเดินไปเปิดประตูใหญ่หน้าร้าน แล้วหันป้ายตรงประตูกระจกให้เป็นคำว่า ‘OPEN’

            ร้านคงจะเปิดแล้วซินะ.. ฉันตั้งใจว่าจะปลุกดริฟท์แต่พอหันกลับมา ก็เห็นว่าเขานอนมองหน้าฉันอยู่ก่อนแล้ว เขาล้วงมือไปหยิบอะไรซักอย่างในกระเป๋า บุหรี่นั่นเองที่เขาหยิบออกมา ผู้ชายกับของแบบนี้มันก็คู่กันอยู่แล้วซินะ ฉันเห็นเขาสูบบุหรี่ทั้งที่ยังนอนอยู่แบบนั้น คงจะชำนาญมากล่ะซิ

            “ดริฟท์! วันนี้ช่วยไปห่างๆ ร้านฉันหน่อย ค่าเสียหายครั้งที่แล้วเล่นเอาร้านเกือบเจ๊ง ถ้ามีอีกครั้ง แด๊ดยำเละแน่!” ดร๊อฟฟ์บอก เขานั่งลงบนพนักพิงของโซฟาตัวที่ฉันนั่งอยู่ ดริฟท์เหล่ตามองเขาแต่ก็ไม่ได้สะทกสะท้านอะไรในคำพูดของดร๊อฟฟ์เลยซักนิด

            ดูเหมือนตอนนี้เริ่มจะมีลูกค้าเขามาบ้างแล้ว ฉันไม่เข้าใจว่าทำไมถึงมีคนเข้ามาซื้อพิซซ่าในเวลาเช้าตรู่แบบนี้ ที่นี่ประเทศไทยนะ อาหารเช้าก็น่าจะเป็นโจ๊กหรือไม่ก็ข้าวอะไรพวกนี้ซิ แต่ทำไมพวกเขาถึงเลือกที่จะเข้าร้านพิซซ่าล่ะ

            ดร๊อฟฟ์เดินห่างออกไปต้อนรับลูกค้าที่เข้ามาในร้าน ไม่น่าแปลกใจเท่าไหร่ที่ลูกค้ามีแต่ผู้หญิง เหอะ... ก็ดูหน้าเจ้าของร้านซิ หล่อกระชากไส้ซะขนาดนั้น ไหนจะแม่เหล็กดึงดูดที่นอนเลื้อยเป็นงูไร้กระดูกอยู่บนโซฟาหนังตรงข้ามฉันอีก เขาโดดเด่นถึงขนาดที่สาวๆ เข้ามาในร้านแล้วเลือกที่จะนั่งโต๊ะข้างๆ กันกับเขา ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อร่างสูงๆ ผมหน้าม้าตามสไตล์ของผู้ชายบนเสก็ตบอร์ดเดินออกมาจากด้านหลังของร้าน นั่นยิ่งเรียกเสียงกรี๊ดกร๊าดของสาวๆ โต๊ะข้างๆ ได้มากขึ้นไปอีก

            เขาเดินมานั่งข้างๆ ฉัน เนื่องจากงูบนโซฟาตรงข้ามไม่มีทีท่าว่าจะลุกขึ้นนั่งให้เหมือนคนซักที ฉันสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อโซฟาข้างๆ ยุบลง หัวใจฉันมันเต้นแรงและพร้อมจะแข็งตัวตลอดเวลาถ้าหากเขาหันมาสบตากับฉัน บ้าจริง! ฉันมันผู้หญิงแบบไหนกันนะ ทำไมถึงหวั่นไหวกับผู้ชายได้ถึงสองคนแบบนี้ น่าเกลียดที่สุด!

    “เรย์กำลังจะมา...”   พี่บีพูด ฉันหันหน้าไปมองเขาทันทีที่ได้ยิน ยัยพิษสุนัขบ้านั่นจะมาที่นี่งั้นเหรอ?

            “ฟรอนต์บอกว่าเรย์จะมา” ฉันเห็นดริฟท์ขยับตัวเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้ลุกขึ้นหรือมีปฏิกิริยาอะไร เขาพ่นควันบุหรี่ออกมาเหมือนกับไม่ได้ยินในสิ่งที่พี่บีพูด พี่บีเองก็นั่งกดโทรศัพท์มือถือเล่นเกมส์เหมือนกับไม่รู้ตัวว่าพูดเรื่องที่น่าตื่นเต้นแค่ไหนออกมา

            ให้ตาย! ผู้ชายสองคนนี้เป็นโรคอะไรกันน่ะ ยัยพิษสุนัขบ้านั่นจะมาที่นี่ แต่พวกเขากลับไปไม่เดือดร้อนที่จะทำอะไรเลยซักนิด ฉันไม่ได้รู้สึกว่าปลอดภัยเลยแม้แต่น้อยเมื่ออยู่ใกล้พวกเขา และพวกเขาเองก็น่าจะรู้ดีว่าถ้ายัยนั่นมาเห็นฉันแล้วจะเกิดอะไรขึ้น แต่ดูพวกเขาซิ เฉยชา บ้าจริง... พวกเขาคิดอะไรอยู่นะ

            ฉันไม่รู้จะทำอะไร ยังไง จึงได้แค่นั่งบีบมือตัวเองเงียบๆ บอกตรงๆ หลังจากเหตุการณ์เมื่อคืน ฉันเริ่มรู้สึกขยาดในตัวเรย์ไปเหมือนกัน หน้าของฉันตอนนี้ยังมีแผลที่ย้ำเตือนถึงความเกลียดชังจากตัวเธออยู่ ผู้ชายของเธอที่ออกตัวว่าจะคบกับฉัน ทั้งที่เขาบอกว่าจะคบกับฉัน แต่กลับไม่ทำอะไรซักอย่างให้ฉันรู้สึกปลอดภัย หรือรู้สึกโล่งใจได้เลยซักนิด

            ฉันมองหน้าเขาที่กำลังสูบบุหรี่แบบไม่สนโลก เขาไม่แม้แต่จะหันมามองฉันเลยซักนิด เหมือนกับพี่บี แม้ว่าเขาจะนั่งอยู่ข้างๆ ฉัน แต่เขาก็ทำเหมือนฉันเป็นเพียงฝุ่นผงที่ไม่มีตัวตน ไม่ได้ยินแม้แต่เสียงลมหายใจของฉัน พวกเขาเอาตัวฉันมาทรมานเล่นรึยังไง!?

    “ดริฟท์! ยัยหน้าหนา! นี่เธอยังกล้ามาเสนอหน้าข้างๆ แฟนฉันงั้นเหรอ!!?” ไม่ต้องบอกก็รู้ว่านี่เสียงใคร ฉันลุกขึ้นทันทีที่ได้ยินเสียงตะโกนของเธอ อย่างน้อยๆ ฉันก็ยังมีทางรอดมากกว่านั่งรอความช่วยเหลือจากผู้ชายข้างๆ กายทั้งสองคน

            เรย์ก้าวเท้าเข้ามาใกล้ตัวฉัน เธอโยนกระเป๋าถือที่ถือมาลงพื้นด้วยอารมณ์โมโห ฉันได้แต่ยืนค้างนิ่งอยู่กับที่ รู้สึกผวาและกลัวๆ กล้าๆ ในเวลาเดียวกัน เธอเร่งฝีเท้าเข้ามาใกล้ฉันก่อนจะง้างมือขึ้น

            “อยากให้ฉันช่วยเธอมั้ยนิน”

ผู้ชายคนนี้ยังมีหน้ามาถามฉันอีกเหรอ เวลาแบบนี้นายควรจะถามคำถามแบบนี้กับฉันรึไงดริฟท์!


ยังไม่ทันที่ฉันจะได้ตอบหรือหันไปมองหน้าดริฟท์ ร่างของฉันก็เซล้มลงไปกองอยู่กับพื้นซะก่อน ฉันเงยหน้ามองคนที่ยืนค้ำร่างของฉันอยู่ จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากยัยบ้านั่น เธอใช้มือจิกผมฉันและฉันเองก็ใช้มือดันตัวเธอออกเช่นกัน แม้มันจะไม่ได้ช่วยอะไรเลยซักนิดก็ตาม

“เรย์.. ใจเย็นก่อน” เสียงของใครซักคนดังมาจากด้านหลังของเรย์ ก่อนที่ร่างของยัยนั่นจะลุกขึ้นจากตัวฉัน ผู้หญิงตัวเล็กผมบ๊อบสั้น หน้าตาน่ารักๆ พยุงตัวของเรย์ให้ลุกขึ้นยืน เธอก้มหน้าลงมองฉัน สายตาดูถูกดูแคลนของเธอทำให้ฉันเข้าใจว่าเธอคงจะเป็นเพื่อนกับเรย์แน่ๆ

“ฟรอนต์! เธอก็เห็นว่ายัยนี่มันหน้าด้านแค่ไหน ฉันสั่งสอนมันกี่ครั้งก็ไม่เคยหลาบจำ หนังหนาเหมือนแรด!” ยัยนั่นชี้หน้าด่าฉันเสียงดัง ฉันลุกขึ้นยืนประจันหน้ากับเธอ กลัวก็กลัว แต่จำเป็นต้องทำใจกล้า ที่ตรงนี้ไม่ใช่ที่ของฉัน ไม่มีใครอยู่ข้างฉัน ฉันจำเป็นต้องยืนข้างตัวเองและเข้มแข็งเพื่อตัวเอง

ฉันมองหน้ายัยนั่นแบบไม่คิดจะหลบ เอาซิ! คิดว่าเธอจะทำฉันเจ็บได้แค่คนเดียวรึไง ฉันไม่ยอมให้เธอเป็นครั้งที่สองหรอกนะ ถึงสู้ไม่ได้ แต่ฉันก็จะสู้จนถึงที่สุด!

“สัตว์ชนิดเดียวกับเธอ ไม่สมควรจะเอามาเปรียบกับฉัน ถ้าหวงผู้ชายของเธอมาก ทำไมไม่จับใส่ไหแล้วเอามาแขวนคอไว้เลยล่ะ!

“กรี๊ดดด! นังบ้า! ปล่อยฉันนะฟรอนต์ ฉันจะตบมัน ปล่อย!” เรย์พยายามดิ้น ฝืนตัวออกมาจากการกอดรัดของเพื่อนสาว เธอทั้งดิ้นทั้งสะบัด หมายจะพุงตัวมาตบฉันอย่างที่เธอประกาศให้ได้ ฉันยืนกอดอกมองเธอดิ้นอย่างกับไส้เดือนโดนบีบไส้ ก่อนจะแสยะยิ้มเย็นๆ แล้วเดินผ่านหน้าเธอไปเฉยๆ

โอเค... ฉันเดินหนีออกมาแบบนี้ หวังว่าคงจะหลุดพ้นแล้วนะ

“จะไปไหน” เสียงของผู้หญิงที่ชื่อ ฟรอนต์ เพื่อนของเรย์ ทำให้ฉันหยุดเดินแล้วหันมามองหน้าเธอ ตอนนี้เรย์ถูกดร๊อฟฟ์ที่เพิ่งเดินออกมาเห็นเหตุการณ์จับตัวเอาไว้ ฟรอนต์ยืนกอดอกมองหน้าฉัน หน้าร้ายๆ ของเธอบ่งบอกว่าคงไม่ใช่เรื่องดีแน่ๆ ที่เรียกให้ฉันหยุดแบบนี้

“ฉันอยากให้มันจบแค่นี้ เลิกยุ่งกับดริฟท์ซะ” เธอพูด ฉันส่ายหน้าไปมาเบาๆ ก่อนจะหันไปมองหน้าผู้ชายตัวต้นเหตุ เขาเพียงปรายตามองมาที่ฉันก่อนจะหันไปสูบบุหรี่ต่อ ตัวเขาเองนั่งอยู่บนโซฟาตัวเดิม เขาไม่แม้แต่จะทำอะไร เพียงแค่ลุกจากการนอนเป็นนั่ง และมองเหตุการณ์เมื่อกี้เฉยๆ

เหอะ! ใจเขามันดำยิ่งกว่าอีกาซะอีก

“ฉันไม่ได้ยุ่งกับเขาตั้งแต่เริ่มเรื่องแล้ว เพื่อนเธอไม่ฟังฉันเอง” ฉันบอก ฟรอนต์เบ้หน้าแสดงอาการเกลียดชังให้ฉันเห็นแบบไม่ปิดบังซักนิด

“เหรอ.. งั้นก็ไม่น่าจะมีปัญหา หวังว่าฉันคงไม่เจอเธออยู่กับดริฟท์อีก”

“บอกเพื่อนเธอดีกว่าฟรอนต์” เสียงของผู้ชายไร้สำนึกทำให้ทั้งฉันและฟรอนต์หันไปมองหน้าเขา ดริฟท์ขยี้บุหรี่ลงบนถาดบุหรี่ เขาหันไปมองหน้าเรย์ที่ตอนนี้กำลังยืนงงๆ ไม่ต่างกับฉัน

“ฉันไม่เคยบอกว่าเธอเป็นแฟนของฉัน และฉันไม่เคยบอกให้เธอไปตบตีกับใครเพื่อแย่งฉัน” ฉันเห็นเรย์กำมือแน่น ปากเธอสั่นจนเธอต้องกัดริมฝีปากเพื่อข่มอารมณ์ไว้ ดริฟท์ส่ายหน้าไปมาก่อนจะถอนหายใจออกมาเบาๆ

“ฉันให้สิทธิ์ผู้หญิงทุกคนเท่าเทียมกัน ไม่มีใครเป็นที่หนึ่ง”

“ดริฟท์!” เสียงเรย์ตะโกนดังลั่น เธอกระทืบเท้าเสียงดังเหมือนต้องการระบายอารมณ์ น้ำตาของเธอไหลออกมา ฉันรับรู้ได้ว่าเธอคงเจ็บปวดและเสียใจอยู่ไม่น้อย ฉันเข้าใจ ผู้หญิงทุกคน.. ไม่มีใครอยากเป็นเพียงของเล่นชั่วคราวของผู้ชายที่รักหรอก ทุกคนก็หวังจะเป็นที่หนึ่งกันทั้งนั้น เรย์ปล่อยเสียงโหออกมาอย่างไม่อายฟ้าดิน เธอทำลายข้าวของทุกอย่างที่อยู่ใกล้ตัวจนดร๊อฟฟ์ต้องรั้งตัวเธอแล้วดึงออกไปสงบสติอารมณ์นอกร้าน

“เลว! คำด่าของฟรอนต์ ไม่ได้ทำให้เขาสะเทือนเลยซักนิด เขาเพียงแค่เอนหลังพิงกับพนักโซฟาแล้วยกแก้วน้ำขึ้นดื่มราวกับเมื่อกี้ไม่ได้มีอะไรเกิดขึ้น

พี่บีที่นั่งเล่นเกมส์ในโทรศัพท์มือถือตั้งแต่เริ่มเรื่อง จนถึงตอนนี้เขาก็ไม่ได้ละสายตาจากเครื่องสี่เหลี่ยมเครื่องนั้นเลย ฉันเชื่อแล้วจริงๆ ผู้ชายสองคนนี้.. ไม่ใช่สิ่งที่ควรจะเอาตัวเข้าไปเสี่ยงเลยซักนิดเดียว ฟรอนต์สะบัดหน้าใส่ฉันก่อนจะเดินกระแทกเท้าเข้าไปนั่งข้างๆ พี่บี

“บี! พาฟรอนต์กลับบ้านได้แล้ว” เธอบอกก่อนจะเดินไปทางประตูโดยไม่ลืมที่จะหันมาส่งสายตาอาฆาตใส่ฉัน

“กลับก่อนล่ะกัน โทรฯ หาด้วย” พี่บีเงยหน้าจากโทรศัพท์มือถือ แล้วหันไปบอกดริฟท์ที่นั่งหาวแล้วหาวอีก ดริฟท์พยักหน้ารับก่อนจะโบกมือเป็นเชิงไล่

พี่บีลุกขึ้นจากโซฟาแล้วเดินผ่านฉันไปเฉยๆ เขามองไม่เห็นว่าฉันยืนอยู่ตรงนี้รึไง.. แปลกจริงๆ ทำไมฉันถึงรู้สึกโหวงๆ ในหัวนะ รู้สึกเหมือนกำลังจะหายใจไม่ออก เขามองไม่เห็นฉันจริงๆ น่ะเหรอ? แปลกจริงๆ ทำไมฉันอยากจะร้องไห้กันนะ ผู้ชายที่นี่ ผู้ชายที่นั่งอยู่บนโซฟาตรงหน้า กับผู้ชายที่เดินผ่านหน้าฉันไป

พวกเขาไม่สนใจฉัน หรือกำลังเล่นเกมส์อะไรกับฉันอยู่ พวกเขามองเห็นฉันกำลังถูกทำร้ายได้อย่างหน้าตาเฉย สนุกนักรึไง.. ฉันไปทำอะไรให้พวกเขาเกลียดแล้วมาลงด้วยการทรมานฉันแบบนี้ ฉันทำอะไรผิด!?

ร่างของฉันแทบจะทรุดลงไปกองกับพื้นเมื่อผู้ชายที่นั่งอยู่บนโซฟาด้านหน้าของฉันลุกขึ้นเดินออกไปอีกทาง นี่มันอะไรกัน หรือจริงๆ แล้วตัวฉันตอนนี้คือวิญญาณ ฉันไม่ได้อยู่ในสายตาของพวกเขาเลยอย่างงั้นเหรอ? มองไม่เห็นฉันหรือกำลังแกล้งฉัน บ้าเอ๊ย! ก้อนบางอย่างวิ่งมาจุกอยู่ที่คอ มันกำลังจะทำให้ฉันร้องไห้ ฉันไม่ได้อยากร้องไห้เพราะเรื่องไร้สาระพวกนี้ซักหน่อย ก็ไม่เห็นจะต้องใส่ใจ ยังไงฉันก็ไม่ได้อยู่ในสายตาของพวกเขาตั้งแต่แรกแล้วนี่ จะมัวมาเพ้อเจ้ออะไรอยู่ได้

ฉันลากเท้าตัวเองเดินออกมานอกร้าน มันโล่งๆ โหวงๆ ในหัวนะ ไม่รู้จะเดินไปทางไหน อยากจะกลับหอแต่ก็ไม่รู้ว่าจะกลับยังไง ฉันได้แต่เดินออกไปตามซอยแคบๆ มองหาแท็กซี่ซักคัน ถึงหน้าหอแล้วค่อยวิ่งไปยืมเงินเนย์หรือจินมาจ่ายก่อน เสียงรถแล่นผ่านไปมาให้วุ่นวายไปหมด มันเป็นแค่ตรอกแคบๆ ไม่น่าเชื่อว่ารถจะเยอะขนาดนี้ ฉันไม่ได้สนใจอะไรกับรถพวกนั้น ไม่ใช่แท็กซี่ไม่จำเป็นต้องใส่ใจหรอก

“นินิน” ฉันชะงักเล็กน้อย ใครกัน ใครเรียกฉัน?

“จะไปไหนน่ะ?” ฉันหันหลังกลับไปมอง... ผู้ชายคนนี้นี่เอง คงจะมีแต่เขาล่ะมั้งที่อย่างน้อยก็ทำให้คนแปลกหน้าอย่างฉันรู้สึกเหมือนว่ามีตัวตน

“เฮ้! ร้องไห้ทำไมน่ะ ฉันไม่ทำอะไรเธอหรอก ฉันซินน์ไง จำไม่ได้เหรอ?

“ซินน์.. ฉันอยากกลับ พาฉันไปส่งที....” ฉันไม่รู้ว่าน้ำตามันไหลออกมาตั้งแต่ตอนไหน แค่ได้รู้ว่าฉันมีตัวตนฉันก็โล่งใจแล้ว แค่ใครซักคนที่มองเห็นฉันก็พอแล้ว ไม่อยากเป็นคนแปลกหน้าที่ถูกใครๆ เมินสายตา ไม่อยากอยู่ในสายตาของคนที่กำลังรำคาญและเกลียดการมองหน้าฉัน

ผู้ชายสองคนนั้น.. ฉันไม่น่าไปชอบเขาเลย ฉันไม่น่าไปมองเขาเลยจริงๆ แต่อย่างน้อย ก็ขอบคุณสวรรค์ที่ช่วยทำให้ฉันตาสว่างได้เร็วๆ อย่างน้อยก็ไม่ทำให้ฉันใจสั่นกับพวกเขาไปมากกว่านี้ อย่างน้อยฉันก็คงจะทรมานแค่นี้ เพราะต่อจากวันนี้ไป ฉันจะไม่ไปเข้าใกล้พวกเขาอีกเลย สาบาน!

 

“ขอบคุณนะ แล้วก็ขอโทษด้วยที่รบกวน” ฉันบอกก่อนจะส่งยิ้มที่มันดูเหมือนดักแด้เพิ่งหัดยิ้มยังไงก็ไม่รู้ ซินน์หัวเราะออกมาเบาก่อนจะโบกมือไปมา ตอนนี้รถเฟอรารี่สีแดงเพลิงของเขาจอดอยู่ที่หาหอพักของฉัน คนที่เดินผ่านไปผ่านมาส่งสายตาอยากรู้อยากเห็นเข้ามาในรถกันใหญ่ โชคดีที่รถของเขาติดฟิล์มดำ คนข้างนอกจึงมองไม่เห็นคนข้างในรถ

“รบกวนอะไร ฉันไม่ใจร้ายทิ้งผู้หญิงที่กำลังร้องไห้ให้เดินหลงทางหรอก” ซินน์ยิ้มให้ฉัน ทำไมเขาช่างต่างกับเพื่อนทั้งสองของเขาเหลือเกิน ไม่เข้าใจว่าเขาคบกันด้วยอะไร นิสัยก็แสนต่าง หรือจะคบเพราะว่าหล่อเหมือนกันนะ แต่ก็ช่างเถอะ.. ยังไงซะ ซินน์.. ถึงนายจะมีบุญคุณกับฉัน แต่ว่าฉันก็ไม่อยากเจอหน้านายอีกแล้วล่ะ นายอยากมีเพื่อนเป็นสองคนนั้นทำไมล่ะ แล้วบุญคุณครั้งนี้ฉันจะหาทางทดแทนให้นะ

“ยังไงก็ขอบคุณนะ นายน่ะ..เป็นคนดีมากๆ เลย”

“ฉันก็อยากเป็นทางเลือกสุดท้ายของผู้หญิงบ้าง ผู้หญิงเดี๋ยวนี้ชอบแต่คนเลว ปล่อยให้คนดีๆ อย่างฉันเป็นตัวสำรองอยู่เรื่อย ฮ่าๆ”

“ไม่หรอก.. ผู้หญิงก็ไม่ได้ชอบคนเลวเสมอไปนะ ดีบ้างเลวบ้างสลับกันไป พอให้ชีวิตมีรสชาติน่ะ” ฉันบอก เห็นซินน์ยิ้มนิดๆ เขาจะรู้ตัวบ้างมั้ยว่ารอยยิ้มของเขามีเสน่ห์มากจริงๆ แต่บอกไว้ก่อน ฉันร้อนตัวน่ะ.. ฉันไม่ได้หลงรักเขาหรอกนะ ฮ่าๆ แค่ผู้ชายสองคนฉันก็ดูแย่มากพอแล้ว สวรรค์ถึงได้ลงโทษฉันอยู่นี่ไง เฮ้อ..

“แล้วเธอล่ะนิน ชอบผู้ชายแบบไหน ดีหรือเลว?

“ฮะ?” ฉันหันไปมองหน้าซินน์งงๆ แต่เขากลับหันหน้ามองออกไปนอกรถแทน ฉันยกนิ้วขึ้นมาถูจมูกแรงๆ แก้เขิน จะว่าไงดีล่ะ ฉันไม่ชินกับคำถามแบบนี้เลยจริงๆ

ชอบผู้ชายแบบไหนเหรอ? แล้วเธิร์ดบีกับดริฟท์น่ะ ผู้ชายแบบไหนกันล่ะ จะดีหรือจะเลว? ฉันชอบแบบนั้นเหรอ เหอะๆ ฉันนี่มันสมองเต่าสิ้นดี

“ไม่รู้ซิ ใครๆ ก็ต้องตอบว่าชอบคนดีทั้งนั้น แต่ฉัน.. ไม่แน่ใจเหมือนกัน” ฉันหัวเราะแห้งๆ แก้เก้อ จริงๆ ฉันก็ไม่รู้หรอกว่าตัวเองชอบผู้ชายแบบไหน ไม่เคยได้สัมผัสความดีสุดขั้ว กับความชั่วสุดขีด เรื่องดีชั่ว.. ตัดสินกันไม่ได้หรอก

“อืม..”

“ฉันไปก่อนนะ ขอบคุณมากๆ ที่มาส่ง” ฉันบอกขอบคุณเขาไปอีกครั้งก่อนจะเปิดประตูเพื่อเดินออกนอกรถ แต่ยังไม่ทันที่จะได้ก้าวขาลง ฉันก็ต้องชะงักเมื่อได้ยินคำพูดส่งท้ายของซินน์

“ฉันหวังว่าเธอคงไม่ตกหลุมรักคนเลวหรอกนะ.. หวังว่าจะไม่เป็นแบบนั้น”




 







 
คุยกันนิดนึงนะ ;]


100% เต็มแล้วนะคะ

 

นางเอกของเนมตอนนี้เจอวิกฤตแล้วค่ะ ยังเป็นช่วงเบาๆ นิ่มๆ ยังไม่ถึงกับหนักหนาอะไร ไม่ต้องตกใจกันไปนะคะ 55555 5.

อยากให้เดากันเองนิดนึง เรื่องนี้มีพระเอกเด่นๆ เลยก็สองคน ดริฟท์ กับ เธิร์ดบี เนมยังไม่บอกนะว่าใครเป็นพระเอกจริงๆ ฮ่าๆ  อย่าเชื่ออะไรในนิยายของเนมมากๆ ระวังโดนหลอก 5555 55 5. หลอกกันไป หลอกกันมา มาดูกันว่าสองคนนี้ ใครที่จะทำให้นางเอกทรมานได้มากกว่ากัน โฮะๆ (หัวเราะแบบแอบจิตเล็กๆ บ้าไปแล้ว)

สอง สามตอนแรกเป็นแค่ช่วงน้ำจิ้มเล็กๆ ยังมีพื้นที่ไว้ให้ ผช หล่อๆ ของเนมได้มาโลดแล่นอีกเยอะ

 

สุดท้ายแล้ว รักนักอ่านทุกคนมาก ทั้งเงาและไม่เงา รักหมดค่ะ 55 รัก FAV. รักทุกเม้น

เนมทิ้งไว้เรื่องหนึ่งนะคะ
นิยายของเนมอ่านได้ไม่ต้องเครียดเรื่องเม้น เนมไม่บังคับอะไรเนอะ เม้นได้ โหวตได้ตามอัธยาศรัย
อ่านแล้วชอบก็เม้นได้ ไม่ชอบก็เม้นได้ หรือไม่เม้นเลยก็ได้ ขอแค่ลองเข้ามาอ่าน.. อ่านแล้วมีความสุขที่ได้อ่านก็พอ 55

สุดท้ายจริงๆ รัก Reader ทุกคนของเนมมาก

ขอบคุณที่สนับสนุนนิยายของเนม ซึ้งสุดใจ รักม๊ากกกก ก!


หนึ่งคอมเม้นก็สามารถเช็ดเหงื่อไรเตอร์ได้เป็นล้านๆ หยด 555 5.

           

           

ข้อความ :
จากคุณ * :
 

หน้าที่ 1 จาก 1 หน้า
แสดง เรื่อง
ความคิดเห็นที่ 1
ชอบเธิร์ดบีขอให้เป็นพระเอกเถอะ สาธุ  อิอิ

จากคุณ ขวัญ/(kwun-ku007) อัพเดตเมื่อ 03/06/2554 15:03:36
ความคิดเห็นที่ 2
อิมเมจดร๊อฟเเว๊นได้ใจมากค่ะ

จากคุณ Ribbin/(janing) อัพเดตเมื่อ 19/04/2554 20:13:44
ความคิดเห็นที่ 3
อิมเมจดร๊อฟเเว๊นได้ใจมากค่ะ

จากคุณ Ribbin/(janing) อัพเดตเมื่อ 19/04/2554 20:13:43
ความคิดเห็นที่ 4
รูปดร๊อฟท์ โหดได้อีก

นางเอกน่าสงสารจังอ่าา

ซินน์น่ารักมากกกก
จากคุณ ฐา/(zero278152) อัพเดตเมื่อ 14/10/2553 17:04:30
ความคิดเห็นที่ 5
สงสารนางเอกอะ
จากคุณ tang/(January13328) อัพเดตเมื่อ 13/10/2553 08:33:40
ความคิดเห็นที่ 6

จากคุณ ดรีม/(idel) อัพเดตเมื่อ 12/10/2553 15:06:53
ความคิดเห็นที่ 7
สองคนนั้น... เอ่อ พระเอกก็เถอะ แต่ว่านิสัยเฮียแกไม่สนใจใครบนโลก ช่างกวนได้อีก
ชอบซินน์เหมือนกัน แง้!

แต่ผช.แก๊งค์นี้มีอะไรแปลกๆแฮะ --'' ดร๊อฟท์อย่างนี้ 5555 ดูจะโฉดๆแปลกๆ

ชอบจัง นางเอกเราจะเจออะไรต่อไปน้ออ
จากคุณ เต้/(somebodys_me) อัพเดตเมื่อ 11/10/2553 20:02:08
ความคิดเห็นที่ 8
ง้าบบบบบ

ทำไมอ่านไปปวดแปลบในทรวงไป

TT

จริงๆนะ

อินมาก

อย่างกับตัวเองเป็นนางเองซะเอง (ตุ๊ยยย)

ขอยืนยันว่าชอบซินน์

จริงๆ

ถึงแม้สองคนนั้นจะมีเสน่ห์แบบแปลกๆ

แต่มันก็ร้ายกาจเกินไป

ไม่ชอบเลย

สนุกจริงๆนะคะ

ไรต์เตอร์นี่แต่งเก่งจัง







จากคุณ Noon !!/(Bire) อัพเดตเมื่อ 11/10/2553 12:05:37
หน้าที่ 1 จาก 1 หน้า
แสดง เรื่อง
 
จำนวนผู้ชมเว็บแจ่มใสขณะนี้: 180 ท่าน