Guest   
 
Username: 
Password:  




 




  






 
อ่านเรื่อง
SE'XY GUYs ♠ เผลอรักร้าย นายสุดเลว
ลิตเติ้ล ? เนม''
? When my hearts under attack!
4
01/01/2533 00:00:00
1573
เนื้อเรื่อง
 

-2-

When my hearts under attack!

 

 

 





            “ยัยหน้าด้าน! ตามมาขโมยของๆ ฉันถึงที่นี่เลยเหรอ!

            ฉันหันหน้าไปมองคนที่จับแขนฉันไว้ ไม่ตกใจเลยซักนิดว่าคนที่ฉันเจอเป็นใคร ก็แน่ซิ.. แฟนเธออยู่ในห้องน้ำนั่น กับคำพูดหยาบคายที่ด่าทอฉัน เรย์.. ผู้หญิงที่ฉันเพิ่งรบกับเธอไปเมื่อเช้า

            “หน้าเธอคงราดด้วยปูนซีเมนต์ซินะ มันถึงได้ด้าน ต้านทานยางอายของเธอน่ะ” เรย์ออกแรงบีบลงบนต้นแขนของฉันจนเริ่มรู้สึกเจ็บ ฉันสะบัดต้นแขนออกจากมือของเธอแล้วจ้องหน้าเธออย่างเอาเรื่อง ชิ! หน้ายังไม่หายบวมยังจะซ่าส์อีกเหรอ ไม่เจียมตัวซะเลย!

    “แผลที่หน้าไม่ได้ย้ำให้เธอจดจำคำพูดของฉันไว้บ้างเหรอ.. ฉัน ไม่ เคย แย่ง ของ ใคร! จำใส่หัวเธอไว้ซะ!” ฉันยกมือขึ้นชี้หน้าเธอและเน้นเสียงหนักๆ ให้เธอเข้าใจในคำพูดของฉัน แต่ดูเหมือนยัยนั่นคงจะไม่เข้าใจภาษาปากซักเท่าไหร่ เพราะเธอดันเอื้อมมือมาขย้ำผมของฉันแล้วกระชากให้เดินตามเธอเข้าไปในห้องน้ำ แน่นอนว่าห้องน้ำหญิง

            เธอเหวี่ยงฉันเข้ากับกำแพง โชคดีที่ฉันตั้งหลักทันจึงไม่วิ่งไปชนกับอะไร ฉันเงยหน้าขึ้นมองเธอแต่ยังไม่ทันที่จะได้สบตา ใบหน้าของฉันก็หันกลับไปอีกทางด้วยแรงตบที่กระทบเข้าที่หน้าของฉันอย่างจัง บ้าเอ๊ย! แค่รอยเดิมก็แย่อยู่แล้ว ยังจะมาสร้างรอยใหม่ไว้อีก ฉันตั้งใจจะง้างมือตบเธอบ้างแต่เหมือนรู้ทัน เธอคว้ามือฉันไว้แล้วเหวี่ยงมือตบเข้าที่แก้มอีกด้านของฉัน คราวนี้ดูเหมือนยัยนี่จะเป็นต่อ เพราะนอกจากจะเธอจะรู้ทันแล้ว ส้นสูงที่ฉันไม่คุ้นกับมันยังจะมาสร้างความลำบากให้ฉันอีก

            “คราวก่อนฉันแค่ประมาท แต่ครั้งนี้ ฉันจะทำให้แกได้รู้ว่าไม่ควรมายุ่งกับของๆ ฉัน!” น้ำเสียงที่ฟังดูเหมือนพวกโรคจิตอ่อนๆ ของเธอทำให้ขนฉันลุกขึ้นมาทันที ไม่รู้ว่าเพราะกลัวหรือเพราะโมโห

            ร่างของฉันทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น อาจเป็นผลมาจากส้นสูงที่ทำให้ฉันขาพลิก เวลาแบบนี้ แกยังมีหน้ามาทำร้ายฉันอีกเหรอ ไอ้ส้นสูงเฮงซวยเอ๊ย! ฉันเงยหน้าขึ้นมองอริตัวร้าย แต่ก็ต้องสะดุ้งเมื่อเงยหน้ามาเจอกับมีดคัตเตอร์ที่มาจ่ออยู่ที่แก้มของฉัน ให้ตาย! ยัยนี่จะเล่นอะไรเนี่ย!

    “เธอจะทำอะไร” ฉันถาม ไม่แน่ใจว่าเสียงของฉันมันสั่นไปตามร่างกายรึเปล่า เรย์เพียงส่งยิ้มเย็นๆ มาแทนคำตอบ ก่อนที่จะกดปลายมีดลงบนแก้มของฉันจนเริ่มรู้สึกเหมือนมันกำลังจะเจาะลงไปในผิว

            “ใบหน้าของแกมันเป็นพิษ ฉันจะปล่อยมันไว้ไม่ได้หรอก” เธอว่า มือเริ่มกดปลายมีดให้ลึกลงกว่าเดิม ความรู้สึกเจ็บเริ่มมาจากปลายมีด กระจายไปทั่วแก้ม เรื่อยมาจนทั่วใบหน้า ฉันพยายามจะขยับตัวเพื่อหนีใบมีด แต่ยัยนั่นกลับใช้มือบีบคางฉันไม่ให้หันหนีไปไหน

            “กลัวเหรอ? หึ! ไม่ต้องกลัวหรอก เดี๋ยวก็เสร็จแล้ว” เรย์เริ่มลากใบมีดลงต่ำ สัมผัสเย็นๆ จากน้ำที่ไหลลงมาจากปลายมีดของเธอ ทำให้ฉันรู้ว่าตอนนี้ที่หน้าของฉันคงจะมีแต่เลือดละเลงแทนบรัชออน ฉันหลับตาแน่นด้วยความกลัว อยากจะร้องไห้ออกมาดังๆ และตะโกนให้คนเข้ามาช่วย แต่เหมือนความคิดทุกอย่างจะถูกปลายมีดเล่มเล็กกดปิดไว้ ฉันไม่สามารถทำอะไรได้นอกจากรอรับผลที่จะเกิด

           

“กรี๊ดดดดดดดดดดด!” เสียงกรี๊ดที่ดังมาทางประตูห้องน้ำ ทำให้เรย์ผละออกจากฉันเล็กน้อย ฉันไม่กล้าลืมตาขึ้นมองอะไร แต่ก็รู้สึกโล่งใจเล็กๆ ที่มีคนมาเห็นเข้า เรย์ขยับออกจากตัวฉัน เธอคงเตรียมตัวหนีซินะ

“ฝากไว้ก่อนเถอะ เธอยังต้องเจอฉันอีกแน่!” ฉันได้ยินเธอพูดทิ้งท้ายไว้แค่นั้น ก่อนที่เสียงรองเท้าส้นสูงของเธอจะเริ่มเดินออกห่างไปเรื่อยๆ

ฉันยกมือขึ้นจับหยดน้ำที่ไหลลงมาจนถึงปลายคาง ไม่กล้าลืมตาขึ้นมองว่ามันจะเป็นอะไร น้ำตาที่ถูกกดปิดไว้ไหลออกมาเหมือนถูกระเบิดทำลายประตู ฉันไม่รู้ว่าทำไมต้องเกิดเรื่องแบบนี้กับฉัน ฉันไม่รู้ว่าวันต่อๆ ไปจะสามารถมองหน้าใครได้ ป่านนี้ใบหน้าฉันคงจะเละจนน่าขยะแขยง แล้วฉันจะทำยังไง จะทำยังไงดี..

ฉันเอื้อมมือขึ้นสัมผัสบาดแผลที่เริ่มรู้สึกถึงความปวด และมันแสบมากเมื่อมือของฉันไปโดนมัน ฉันใช้มืออีกข้างคลำหาที่ช่วยยึดเหนี่ยวเพื่อให้ได้ลุกขึ้นยืน ตรงที่มือของฉันไปยึดเอาไว้ มีน้ำนองอยู่เยอะพอสมควร มันคงจะเป็นอ่างล้างหน้าซินะ ฉันเกาะขอบอ่างล้างหน้าแล้วค่อยๆ พยุงตัวเองให้ลุกขึ้นยืน แต่ก็แทบล้มทั้งยืนเมื่อนึกขึ้นได้ว่าอ่างล้างหน้ามีกระจก ฉันไม่อยากจะมองเห็นหน้าของตัวเองเลยจริงๆ คิดได้แค่นั้นน้ำตาของฉันก็ไหลลงเยอะกว่าเดิม ยิ่งทำให้ฉันแสบแผลหนักขึ้นไปอีกเพราะน้ำตามันดันไหลไปโดนแผลเข้า

ฉันพยายามจะใช้มือเช็ดน้ำตาออก แต่เพราะไม่รู้ว่าตำแหน่งของแผลมันอยู่ตรงไหนมือจึงพาลไปโดนมันจนรู้สึกเจ็บ และมันทรมานมากเมื่อน้ำตาของฉันไม่มีทีท่าว่าจะหยุดไหลซักที บ้าเอ๊ย! ทำไมฉันต้องมาเจอเรื่องแบบนี้ด้วยนะ ฉันทำอะไรผิด ฉันไปทำบาปอะไรไว้รึไง บ้าจริง.. สมเพชตัวเองชะมัด ผู้ชายคนนั้น เขาคนนั้นใช่มั้ยที่ทำให้ฉันเป็นแบบนี้ ฉันไม่ผิดไม่ใช่เหรอ? ฉันไม่ผิดซักนิด ทำไมต้องทำกับฉันแบบนี้ ทำแบบนี้กับฉันทำไม..

มันทั้งเจ็บ ทั้งแสบ เมื่อมือของฉันก็เอาแต่ถูไถ เช็ดน้ำตาที่ไหลไม่ยอมหยุด มันทรมานมากจริงๆ ยิ่งรู้สึกแสบมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งเร่งน้ำตาให้ไหลเมื่อนึกได้ว่าที่ใบหน้าของฉันมีแต่แผล มันคงจะไม่น่ามองนัก และฉันก็ไม่อยากเห็น ไม่อยากมอง ไม่อยากให้ใครมาเจอ มันคงจะเละและน่ากลัวมากๆ มันคงจะน่าเกลียดมากๆ

ฉันไม่ได้อยากจะเห็นมันซักเท่าไหร่ แต่ก็อดไม่ได้ที่จะพยายามลืมตาขึ้นมอง ฉันค่อยๆ หรี่ตาตัวเองขึ้น ภาพตรงหน้ามันมัวไปหมดเพราะน้ำตาของฉันมันบดบังจนแทบจะไม่เห็นอะไร ฉันเห็นเลือดที่เลอะเต็มใบหน้าข้างซ้ายของฉันจางๆ แค่นั้นน้ำตาของฉันที่มันไม่คิดจะหยุดไหลก็เริ่มจะระเบิดให้มันไหลออกมาจากเบ้าตาของฉันมากกว่าเดิม มากเสียจนฉันเริ่มจะเจ็บที่เบ้าตาขึ้นไปทุกที

ความมืดเข้ามาปกคลุมทุกอย่างตรงหน้าฉัน ฉันเอื้อมมือไปจับบางสิ่งที่คลุมหัวฉันไว้ มันหนักและใหญ่จนสามารถคลุมปิดฉันได้เกือบครึ่งตัว กลิ่นน้ำหอมเย็นๆ กับกลิ่นบุห่รี่อ่อนๆ ทำให้ฉันคิดว่าสิ่งที่คลุมอยู่มันคงจะเป็นเสื้อคลุมของผู้ชาย ฉันตั้งใจจะดึงมันออกแต่ก็ถูกใครซักครั้งใช้มือกดกลางหัวของฉันเพื่อไม่ให้เสื้อนั้นหลุดออก

“คุณเป็นใคร” ฉันถาม แต่ก็ไม่ได้ยินเสียงอะไรตอบกลับมา เขาปล่อยมือออกจากหัวฉัน แล้วดึงฉันให้เดินตามเขาไป ความมืดทำให้ฉันไม่รู้ว่าฉันกำลังจะเดินไปทางไหน แต่เสียงดนตรีที่ดังกระหึ่มและผู้คนที่เบียดเสียดกันนั้นก็บ่งบอกว่าที่ตรงนี้คงจะเป็นบริเวณในคลับ แต่มันตรงไหนกันล่ะ

ฉันถูกชายแปลกหน้าดึงแขนให้ตามเขาไปที่ไหนซักที่ เสียงดนตรีและการเบียดอัดของคนเริ่มเบาลง ฉันค่อนข้างแน่ใจว่าเขาไม่ได้พาฉันออกไปนอกคลับ และไม่นานร่างของฉันก็ถูกผลักให้นั่งลงบนอะไรซักอย่าง คิดว่าคงจะเป็นโซฟาหรือเก้าอี้

“หลับตา..” เขาบอก และฉันก็ทำตามอย่างว่าง่าย ตอนนี้น้ำตาของฉันมันเหือดแห้งไปซะแล้ว แต่ความแสบที่แผล กับความล้าของดวงตาก็ยังคอยเล่นงานฉันอยู่

เสื้อที่คลุมหัวของฉันถูกดึงออก แต่ฉันไม่กล้าแม้แต่จะลืมตาดูว่าใครเป็นคนดึงมัน  ฉันได้ยินเสียงเหมือนเขากำลังค้นอะไรซักอย่างข้างๆ ตัวฉัน แล้วบางอย่างก็ถูกป้ายลงที่แก้มของฉัน ฉันร้องออกมาเบาๆ เมื่อบางอย่างนั้นมันทำให้ฉันเกิดเจ็บแสบแผลขึ้นมา แต่เขาก็ยังป้ายมันไม่หยุดซักที ฉันจึงเอื้อมมือไปจับมือของเขาไว้

“เจ็บ..” ฉันบอกเบาๆ หวังว่าเขาคงได้ยิน ตอนนี้เสียงฉันมันทั้งแหบทั้งแห้ง อาจจะเป็นเพราะฉันร้องไห้หนักจนน้ำมันแห้งเหือดจากคอไปหมด เขาดึงมือของฉันออกแล้ววางไว้ตรงหน้าตักของฉันเอง จากนั้นเขาก็เอาผ้าชุบน้ำมาเช็ดที่แผลของฉัน แน่นอนว่ามันทั้งเจ็บ ทั้งแสบ และเริ่มจะรู้สึกปวดขึ้นมาหนึบๆ แต่ฉันก็ทำได้แค่กัดปากตัวเองข่มอาการเหล่านั้นไว้

กว่าที่เขาจะทำแผลให้ฉันเสร็จ เล่นเอาปากฉันแทบจะฉีกออกจากกัน เขาแปะพลาสเตอร์ลงบนแผลของฉัน ก่อนจะลุกเดินออกไปไหนซักที่ ฉันอยากจะลืมตาขึ้นมองเหลือเกินว่าเขาคนนั้นเป็นใคร แต่ก็ไม่กล้ากลัวว่าเขาจะไม่พอใจ ไม่นานฉันก็ได้ยินเสียงฝีเท้าของคนที่เดินเข้ามาตรงนี้ แต่มันมีมากกว่าหนึ่งคน ฉันไม่แน่ใจว่าหนึ่งในนั้นจะมีคนที่ทำแผลให้ฉันรึเปล่า

Hey! What’s you, girl?” เสียงของใครซักคนดังอยู่ข้างหน้าฉันก่อนที่จะมีมือแตะลงบนแผลที่มีพลาสเตอร์ปิดอยู่ ฉันสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะผละหน้าหนี

What happen?” เสียงของเขายังดังอยู่ตรงหน้าฉัน ให้ตาย! นี่มันที่ไหนกันเนี่ย ฉันลืมตาขึ้น เห็นผู้ชายผมสีน้ำตาลอ่อนๆ ผมด้านหน้าของเขาถูกตัดเป็นผมหน้าม้าแบบเฉียง ใบหน้าขาวใสที่มีเหงื่อชุ่มเหมือนผ่านการออกกำลังกาย หรือทำอะไรซักอย่างมา เขาขมวดคิ้วเข้าหากันแล้วใช้นิ้วจิ้มที่แก้มข้างซ้ายของฉันเบาๆ ฉันเอียงหน้าหนีนิ้วของเขา และเขาก็เอียงคอมองหน้าฉันก่อนจะหันหน้ากลับไปมองคนข้างหลัง

What happen?” เขาหันไปพูดกับผู้ชายอีกคนที่ยืนอยู่ข้างหลัง ผู้ชายผมดำที่มีดวงตาราวกับเหยี่ยวที่พร้อมจะฆ่าเหยื่อได้ทุกเมื่อ ผมสีดำที่ทำให้ใบหน้าของเขาดูมีเสน่ห์และน่าหลงใหล เขาหล่อมากทีเดียว

ผู้ชายคนนั้นมองหน้าฉันก่อนจะหันไปส่ายหน้ากับคนที่กำลังทำหน้างง ฉันมองพวกเขาสลับกันไปมาอย่างสงสัย พวกเขาเป็นใครน่ะ แล้วใช่เขารึเปล่าที่เป็นคนทำแผลให้ฉัน

“ซินน์.. เธอกลัวนายรึเปล่า?” ฉันหันหน้าไปมองเสียงของผู้ชายคนหนึ่งที่เดินเข้ามาพร้อมกับแก้วน้ำสองใบ ผู้ชายที่ใบหน้าน่ารักที่สุดเท่าที่ฉันเคยเจอ ผู้ชายที่อันตรายที่สุดเท่าที่ฉันเคยรู้จัก ผู้ชายที่ไม่ควรจะเข้าใกล้เป็นอันดับที่สองรองจากดริฟท์ ผู้ชายที่ฉันหลงรัก ผู้ชายที่มักจะเดินถือเสก็ตบอร์ดไปมาบริเวณใต้ตึกคณะนิเทศศาสตร์

เธิร์ดบี..

“น้ำมั้ย?” เขาพูดพรางชูแก้วน้ำขึ้นเป็นเชิงถาม ฉันที่กำลังอ้าปากด้วยความงง อึ้ง ตะลึง ช็อค ถึงกับต้องสะบัดหน้าแรงๆ เพื่อไล่สิ่งที่มารบกวนอยู่ในหัวของฉัน เขาเดินผ่านหน้าฉันไปนั่งตรงโซฟาอีกตัวที่อยู่ข้างๆ โซฟาตัวที่ฉันนั่งอยู่

“เธอกลัวฉันเหรอ? ผู้ชายที่พี่บีเรียกว่าซินน์ถามฉัน แล้วชี้นิ้วไปที่ใบหน้าของตัวเอง เมื่อกี้เขาพูดภาษาอังกฤษไม่ใช่เหรอ นี่เขาพูดไทยได้เหรอเนี่ย? ก็แล้วเขาจะพ่นคำอังกฤษใส่หน้าฉันทำไมกันล่ะ หน้าฉันเหมือนฝรั่งรึไง

            ฉันมองหน้าเขางงๆ ก็เห็นเขาหัวเราะออกมาเบาๆ ก่อนจะขยับตัวลุกขึ้นมานั่งข้างๆ ฉัน ซินน์เอื้อมมือไปหยิบแก้วน้ำที่พี่บีถือมาแล้วยกขึ้นดื่ม ก่อนจะส่งแก้วนั้นมาให้ฉัน ฉันส่ายหน้าแรงๆ เขาจึงดื่มมันต่อจนหมด ส่วนผู้ชายผมดำหน้าตาหล่อๆ คนนั้น เขาเดินเอากีตาร์ไปวางไว้ตรงมุมห้อง ก่อนจะใช้ผ้าเช็ดทำความสะอาดมันเบาๆ

            “เธอชื่ออะไรเหรอ? ซินน์หันหน้ามาถามฉัน ฉันก็เอาแต่ทำหน้ามึน ไม่รู้เป็นอะไรเหมือนสติมันหลุดหายไปซะดื้อๆ

            “ฉันชื่อซินน์ ..Xinno Selve” เขาคงเห็นว่าฉันกำลังทำหน้าตาเหมือนไม่ไว้ใจเขา เขาเลยแนะนำตัวเองก่อน ฉันพยักหน้ารับรู้ก่อนจะหันไปมองหน้าพี่บี เห็นพี่บีหยิบ mp4 ขึ้นมาฟังเหมือนไม่ได้สนใจว่ามีฉันนั่งอยู่ แน่นอน.. เขาอาจจะไม่รู้ด้วยซ้ำว่าฉันเรียนมหาลัยเดียวกับเขาน่ะ ฉันหันหน้ากลับมามองซินน์ก็เห็นเขากำลังนั่งมองหน้าฉันเหมือนคนกำลังรอคอยความหวัง

            “ฉัน.. นินิน”

            “นินิน ชื่อน่ารักจัง.. แล้วเธอมากับใครล่ะ?” เขาส่งยิ้มแบบที่เรียกว่าแม้แต่เทวดาก็ยังยิ้มได้น่ารักไม่เท่าเขา

            “มากับเพื่อน” ฉันบอก แต่เขากลับขมวดคิ้วใส่ฉันแทน

            “เพื่อน? ใคร.. เธิร์ดบีเหรอ? ซินน์ถาม มือก็ชี้ไปที่หน้าของพี่บี แต่ดูเหมือนพี่บีจะไม่ได้สนใจอะไรนอกจากไม้กลองที่ถูกตีลงบนโต๊ะเป็นจังหวะเพลงที่เขากำลังฟังอยู่ ฉันส่ายหน้าไปมา ซินน์ส่งเสียงในลำคอเหมือนแปลกใจที่ไม่ใช่ตามที่เขาคิด เขาชี้นิ้วไปที่ผู้ชายหล่อๆ ผมดำ

            “งั้นมากับเธียร์? คราวนี้ฉันยิ่งส่ายหน้าหนักกว่าเก่า หน้าตาเขาบ่งบอกว่าฉันไม่ควรจะไปยุ่งเกี่ยวด้วยเป็นอันขาด หน้าแบบนั้น แม้แต่ยิงฟันใส่ฉันยังไม่กล้าเลย

            “อ่าว.. แล้วเธอมาหลังเวทีนี่กับใครล่ะ?” นั่นซิ.. ฉันมากับใคร ใครพาฉันเข้ามาที่นี่กันนะ

     “หรือว่ามากับฉัน” ซินน์ชี้นิ้วไปที่หน้าตัวเองอีกครั้ง ทำให้ฉันเลิกคิ้วขึ้นมองเขาด้วยความแปลกใจปนสงสัย เขามองหน้าฉันก่อนจะหัวเราะออกมาเบาๆ และนั่นก็ทำให้ฉันหัวเราะตามไปด้วย จะว่าไป.. ผู้ชายคนนี้ก็น่ารักดีนะ แต่อย่างว่า ผู้ชายหน้าตาดีมีภัยทุกคนแหละ ดูอย่างฉันนี่ซิ ขนาดยังไม่ได้เข้าไปพัวพันอะไร ยังโดนมาซะขนาดนี้ คิดแล้วเจ็บใจจริงๆ

ดริฟท์.. นายมันอันตรายกว่าที่ฉันคิดซะอีก

“หรือว่าเธอมากับดริฟท์”



ฉันหันหน้ากลับไปมองซินน์ทันที เห็นเขาทำหน้าเหลอหลามองมาทางฉัน ..เมื่อกี้ เขาพูดชื่อ ดริฟท์  รึเปล่า? แล้วใช่คนเดียวกับที่ฉันรู้จักมั้ย..

ความสงสัยของฉันถูกขยายความ เมื่อร่างสูงๆ ของผู้ชายคนหนึ่งเดินเข้ามาภายในห้องนี้ เขาใช้มือเสยผมตัวเองขึ้น ใบหน้าที่มีแต่หยดเหงื่อกับสีหน้าที่แสดงความเหนื่อยล้า คิ้วของเขาถูกขมวดเข้าหากัน ในจังหวะที่เขากำลังเดินเข้ามา สายตาของเขาเหลือบมาเห็นฉัน แต่เขากลับเดินผ่านหน้าฉันไปเฉยๆ แล้วถอนหายใจออกมาแรงๆ

“ดริฟท์ นายพานินมานี่เหรอ?” ซินน์หันหน้าไปถามดริฟท์ที่เดินไปนั่งข้างๆ กับพี่บี เขายกแก้วน้ำของพี่บีขึ้นดื่มโดยที่ไม่ได้ตอบอะไรกลับมา

“แล้วตกลงเธอมากับใครเนี่ย...” ซินน์ยกมือขึ้นยีผมตัวเองจนยุ่งไปหมด แล้วเอียงคอมามองหน้าฉัน เขาขมวดคิ้วหนักกว่าเดิมเมื่อฉันไม่ตอบอะไรเขา

ตอนนี้บรรยากาศรอบตัวฉันมันชักจะวังเวงจนตัวฉันเองเริ่มจะทนไม่ไหว แต่ก็ไม่รู้ว่าจะทำยังไง ในเมื่อฉันเองก็ไม่รู้ว่าใครพาฉันเข้ามาที่นี่ และที่สำคัญ ที่ตรงนี้มีผู้ชายอยู่ 4 คน แต่ละคนไม่ได้ให้ความสนใจกับฉันเลยซักนิด จะมีก็แต่ผู้ชายผมทองนี่แหละที่เอาแต่จ้องหน้าฉันแล้วบ่นอะไรเป็นภาษาอังกฤษมากมาย ซึ่งฉันเองก็ฟังเขาไม่ออกเลยซักนิด

ฉันนั่งมองพวกเขาทำนู้น ทำนี่เรื่อยเปื่อย ไม่รู้ตัวเองเหมือนกันว่ามานั่งปั้นจิ้มปั้นเจ๋ออยู่ตรงนี้เพื่ออะไร.. ฉันหันไปมองหน้าพี่บี เขาก็เอาแต่ฟังเพลงใน mp4 แล้วใช้ไม้กลองตีนั่น นี่ มั่วไปหมด จนดริฟท์ต้องใช้เท้าเขี่ยไม้กลองที่เผลอไปตีอยู่บนหน้าขาของเขาออก

ฉันรู้ตัวเองดีว่าเอาแต่นั่งมองพวกเขาทั้งสองคนมานานมากแล้ว แต่ไม่รู้ว่าเพราะอะไรฉันถึงละสายตาไปจากพวกเขาไม่ได้ซักที ทั้งที่พวกเขาน่ากลัวซะขนาดนั้น ทั้งที่ฉันต้องเจอเรื่องแย่ๆ มาขนาดนี้ ..ฉันรู้ว่านี่แค่เริ่มต้น ถ้าหากฉันยังไม่หยุดมอง ไม่หยุดสนใจพวกเขา อนาคตข้างหน้าฉันจะต้องเจอกับอะไร แน่นอนว่ามันต้องไม่ใช่เรื่องดีแน่ ฉันเพิ่งได้เข้าใกล้ความอันตรายของดริฟท์ไปไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมา

แต่กับพี่บี คนที่มีเจ้าของแล้ว.. นั่นคงจะอันตรายมากๆ ฉันจะต้องไม่ไปยุ่งกับเขาเด็ดขาด!

“ไปไหน?” ฉันที่กำลังจะลุกขึ้นจากโซฟาถึงกับชะงักเมื่อได้ยินคำถาม ฉันหันหน้าไปทางต้นเสียง เห็นผู้ชายสองคนบนโซฟาสีแดงกำลังมองมาทางนี้ คนหนึ่งถือไม้กลองค้างไว้ อีกคนยกแก้วน้ำขึ้นดื่ม..

ไปไหน... พวกเขาหมายถึงใครเหรอ?

ฉันนั่งลงบนโซฟาตัวเดิมอีกครั้ง หันหน้าไปมองซินน์แต่ก็เห็นว่าเขายังนั่งอยู่ที่เดิมไม่ได้มีทีท่าว่าจะลุกไปไหน หันไปมองเธียร์ก็เห็นเขายังนั่งเช็ดกีตาร์ตัวงามของเขาอยู่ที่เดิม งั้นเขาถามฉันเหรอ?

ฉันหันหน้าไปมองทั้งสองคนอีกครั้ง แล้วเมื่อกี้ใครเป็นคนถามล่ะ เธิร์ดบี หรือ ดริฟท์

“กลับมั้ง.. ดึกยัง?” ดริฟท์พูดขึ้น ก่อนจะหันไปมองหน้าพี่บี อ่าว.. งั้นเมื่อกี้พี่บีก็เป็นคนถามดริฟท์น่ะซิ ให้ตาย! ก็น่าจะใช่แบบนั้นแหละ ฉันเป็นใครเขาก็ไม่รู้จัก เขาจะมาถามฉันทำไมล่ะ เฮ้อ..

“ตี 2 .. มีเรียนรึเปล่า?” พี่บีดึงหูฟังออกแล้วหันไปถามดริฟท์

“ไม่รู้ ไม่มีมั้ง” ดริฟท์ตอบอย่างไม่ใส่ใจอะไร เขาหันไปหยิบอะไรซักอย่างข้างหลัง พี่บีส่งเสียงในลำคอเป็นเชิงรับรู้ก่อนจะหันหน้าไปสนใจกับเครื่องเล่น mp4 อีกครั้ง เขาจัดการรวบไม้กลองแล้วเก็บใส่กระเป๋ากล้องถ่ายรูปที่เขามักจะพกไปเรียนเสมอ

ดริฟท์หันหน้ากลับมาอีกครั้งพร้อมกับกุญแจรถยนต์คู่กาย ส่วนพี่บี.. เขาลุกขึ้นแล้วเดินไปหยิบเสก็ตบอร์ดที่วางไว้ข้างกำแพง นั่นมันคอนเซ็ปของพวกเขาเลยจริงๆ

ดริฟท์ + รถยนต์สุดเท่ห์

เธิร์ดบี + เสก็ตบอร์ด

เท่ากับ ความอันตรายยกกำลังร้อยคูญพัน เหอะๆ

 

“นิน.. แล้วจะกลับบ้านยังไงล่ะ?” ฉันหันหน้ากลับมาหาซินน์ที่ใช้มือสะกิดที่ไหล่ของฉัน ซินน์เลิกคิ้วเป็นเชิงถามแต่ฉันก็แค่หัวเราะแห้งๆ ไปแทนคำตอบ

“บ้านอยู่ไหน? ซินน์ถาม

“ฉันอยู่หอกับเพื่อนน่ะ ใกล้ๆ นี่แหละ”

“แล้วกลับยังไง”

“ก็..กลับกับเพื่อน”

“เพื่อนเธอจะอยู่รอเธอจนคลับปิดเลยเหรอ?

“ฮะ? ปิดแล้วเหรอ..” ฉันมองหน้าซินน์งงๆ เห็นเขาพยักหน้าหน้ากลับมาแทนคำตอบ แย่ล่ะ! ฉันอยู่ที่นี่นานขนาดนั้นเชียวเหรอ กี่โมงกี่ยามกันแล้วเนี่ย แล้วป่านนี้ฉันจะกลับกับใคร ยังไงล่ะ

ฉันก้มลงคลำหากระเป๋าถือของตัวเอง แต่ก็เพิ่งนึกขึ้นได้ว่ามันคงหายไปตั้งแต่ตอนเกิดเรื่อง ถึงว่า.. ทำไมไม่ได้ยินเสียงโทรศัพท์ของตัวเองเลย ถ้าฉันหายไปนานขนาดนี้อย่างน้อยจิน กับ เนย์ก็คงจะโทรตามฉันบ้าง แล้วแบบนี้ฉันจะทำยังไงดีล่ะ กระเป๋าตังค์ มือถือ บัตรนักศึกษา บัตรประชาชน ให้ตาย! มันหายไปหมดเลยเหรอเนี่ย ฉันต้องแย่แน่ๆ ตายแน่ๆ

ซินน์ใช้มือเขย่าไหล่ฉันเบาๆ เมื่อเห็นว่าฉันเอาแต่นั่งทำหน้ามึนๆ ฉันหันหน้ากลับไปมองเขาแล้วส่งยิ้มแห้งๆ ไปเท่านั้น ฉันไม่รู้ว่าควรจะทำอะไรต่อ แต่ฉันก็ควรที่จะออกไปจากที่ของพวกเขา อย่างน้อยมันก็น่าจะดีกว่าอยู่เป็นหมูจนตรอกซอกซอยแบบนี้ล่ะนะ

“ฉันกลับได้ ใกล้แค่นี้เอง เดินไปแป๊บเดียวก็ถึง”  แน่นอนว่าฉันโกหก..

ฉันลุกขึ้นจากโซฟา แต่เดินได้ไม่กี่ก้าวก็ถูกมือใครซักคนดึงเอาไว้ ฉันหันหลังกลับไปมองก็เห็นว่าเป็นพี่บี เขาจับแขนของฉันเอาไว้แต่ไม่ได้มองที่หน้าฉัน กลับหันมองไปทางดริฟท์แทน

 

เชื่อไหม.. ตอนนี้ฉันกำลังนั่งอยู่บนรถเปอร์โยสีดำสุดหรู ที่มีคนขับเป็นผู้ชายผมยาวระต้นคอ และอีกคนที่นั่งข้างๆ เขา คือผู้ชายผมม้าหน้าตาน่ารัก ที่มักจะชอบยืนอยู่บนเสก็ตบอร์ด บอกฉันที.. ฉันควรจะกัดลิ้นตัวเองตาย หรือกระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจที่ได้มาสุงสิงกับผู้ชายในฝันทั้งสองคน

            ฉันได้แต่นั่งแข็งทื่ออยู่ภายในรถที่มีแต่ความเงียบและความหนาวที่เอาแต่เล่นงานฉันไม่ยอมหยุด ฉันไม่กล้าแม้แต่จะเอ่ยปากถามพวกเขาว่าจะพาฉันไปไหน ที่แน่ๆ เขาคงไม่ได้พาฉันไปส่งที่หอแน่นอน นี่มันก็ผ่านมาเกือบๆ ครึ่งชั่วโมงแล้วที่ฉันนั่งอยู่บนรถคันนี้ หอของฉันน่ะ นั่งรถเมย์แค่ 15 นาทีก็ถึงแล้ว

            “มีเรียนมั้ย” เสียงของดริฟท์ดังขึ้น ทำลายบรรยากาศอันแสนเงียบ ฉันไม่รู้ว่าเขากำลังถามใคร แต่เมื่อเห็นสายตาที่ส่งผ่านมาทางกระจกมองหลังฉันถึงได้รู้ตัว

            “ไม่มี เอ๊ย! มีๆ ฉันมีเรียน..” ฉันตอบ จริงๆ วันนี้เป็นวันอาทิตย์ ตี3 แล้ว.. ก็เช้าของวันอาทิตย์ มหาลัยที่ไหนก็คงจะไม่มีเรียนทั้งนั้นแหละ แต่ฉันก็โกหกเขาไป หวังว่าเขาคงจะพาฉันไปส่งที่หอไม่ก็ที่มหาลัย

            “มีเรียนวันอาทิตย์ด้วยเหรอ ขยันจัง” นั่นไง.. คิดไว้อยู่แล้วว่าเขาคงต้องรู้ ดริฟท์หัวเราะในลำคอ เหมือนถูกใจในคำพูดของพี่บี แต่ฉันนี่ซิ แม้แต่หายใจยังไม่กล้าเลยจริงๆ ทำไมมันถึงรู้สึกอึดอัดและกดดันแบบนี้นะ

            “ก็.. เรียนชดเชยไง เรียนวันอาทิตย์”

            “เหรอ งั้นก็ทบไปชดเชยอาทิตย์ล่ะกัน ยังไงวันนี้เธอก็ไม่ได้ไปเรียนหรอก” พี่บีพูด เป็นจังหวะเดียวกับที่ดริฟท์หักรถเลี้ยวเข้าไปในซอยแคบๆ ให้ตาย! พวกเขาจะเอาฉันไปฆ่าหมกทะเลรึเปล่าน่ะ เขาจะพาฉันไปไหน

            รถเปอร์โยสุดหรูขับมาจอดอยู่หน้าร้านอะไรซักอย่าง ด้านหน้าของร้านถูกปกคลุมไปด้วยพื้นหญ้าสีเขียว มีเก้าอี้ตัวยาวสีขาวสะอาดถูกประดับไว้ใต้ต้นไม้ใหญ่สองสามที่ ฉันเพิ่งจะรู้ว่าในกรุงเทพฯ มีที่แบบนี้อยู่ มันค่อนข้างอยู่ลึกและไกลจากตัวเมืองอยู่ไม่น้อย ลักษณะของร้านดูทันสมัยตกแต่งสไตล์ยุโรป ฉันไล่สายตาไปทั่วบริเวณจนมาสะดุดตาอยู่ตรงป้ายที่ปักเอาไว้เยื้องกับตัวร้านเล็กน้อย....

                   ‘ Litade’ Pizza ’

     มันเป็นชื่อเดียวกับคลับที่ฉันเพิ่งออกมาเลยนี่..

 

            “ฉันจะทำอะไรกับเธอดีนะ นินิน” ฉันหันหน้ามามองผู้ชายสองคนที่นั่งอยู่ด้านหน้าของรถ พวกเขามองมาที่หน้าฉัน รอยยิ้มแปลกๆ ของพวกเขากำลังทำลายโสตประสาทของฉันอย่างรุนแรง พวกเขาจะทำอะไร พาฉันมาที่นี่ทำไม!





คุยกันหน่อย ย

           
เนื้อหามาไม่เต็มเท่าไหร่ กั๊กไว้ใส่หนักตอนหน้าค่ะ 55555 5.

เนมกะว่าจะทรมานนางเอกซักหน่อย แบบว่าโรคจิตเล็กๆ โฮะๆ

 

ช่วงนี้ฝนตกบ่อยจริงๆ ตอนนี้เนมเริ่มจะไม่ไหวกับสังขารตัวเองแล้วค่ะ

ป่วยๆ เปื่อยๆ น่าเบื่อกับสภาพร่างกายตัวเองเหลือเกิน กระซิกๆ  TT.

เริ่มสอบแล้ว ใกล้จะจบปีสี่ ก็รู้สึกมีกำลังใจเล็กๆ 555 5.

แต่มันไม่ง่ายเลยนะคะ กว่าจะจบได้ ยิ่งช่วงนี้ งานยิ่งเยอะ ต้องเคลียร์อีกหลายเรื่อง ปวดใจ..


รักนักอ่าน และคอมเม้น และ Fav.ทุกคนมากนะคะ

ขอบคุณสำหรับคอมเม้นแนะนำดีๆ รักมากค่ะ รักจั๊ด จัด ;D

เจอกันตอนหน้านะคะ รักนักอ่านมากกกกกกกกกกกก ก !


กำลังใจเล็กๆ จากคอมเม้นที่ยิ่งใหญ่ ;)



.


ข้อความ :
จากคุณ * :
 

หน้าที่ 1 จาก 1 หน้า
แสดง เรื่อง
ความคิดเห็นที่ 1
โฮะๆตอนเเรกน่าสงสารนางเอก ตอนหลังเริ่มอิจฉาขึ้นมาเเล้วสิ
ยัยนิน

จากคุณ น้ำผึ้ง/(chophaka_honey) อัพเดตเมื่อ 18/07/2554 14:51:45
ความคิดเห็นที่ 2
น่าสนใจดีนะ
ชอบเธิร์ดบีมาก
จากคุณ ขวัญ/(kwun-ku007) อัพเดตเมื่อ 03/06/2554 14:43:15
ความคิดเห็นที่ 3
นางเอกฉันจะเสียโฉมมั๊ยเนี่ย
ว่าเเต่ว่าทั้งสองคนพานินินมาทำอะไรน้าา
จากคุณ Ribbin/(janing) อัพเดตเมื่อ 19/04/2554 19:52:51
ความคิดเห็นที่ 4
เรย์ กล้าทำร้าย นิน ของเค้า
ยอมไม่ได้ !!
ครั้งหน้า นิน ตบ มันเลย น่ะลูก - -
จากคุณ ฐา/(zero278152) อัพเดตเมื่อ 14/10/2553 15:56:45
ความคิดเห็นที่ 5
สู้ๆนะคะ สนุกมากคะ
จากคุณ tang/(January13328) อัพเดตเมื่อ 13/10/2553 08:23:03
ความคิดเห็นที่ 6

จากคุณ ดรีม/(idel) อัพเดตเมื่อ 12/10/2553 14:52:59
ความคิดเห็นที่ 7
เอ้อ.... นินโดนอะไรหว่า =='' แม่เรย์นี่แบบว่าน่าเตะได้อีก
แต่ว่านางเอกก็เจอของดี 5555

ตกลงใครพาเจ๊นินมา ดริฟท์ล่ะม้างง~
นั่นสิ แล้วจะพานินไปที่ไหน

ไปอ่านต่อดีกว่า ฮี่ๆ

ป.ล. ยาวนะ แต่ว่าอ่านเพลินจัง
จากคุณ เต้/(somebodys_me) อัพเดตเมื่อ 11/10/2553 19:51:33
ความคิดเห็นที่ 8
คนเขียนชื่อเนมเหรอคะ

น่ารักจัง

สองคู่หูนั่นเย็นเยือกมากอ่ะ

อ่านแล้วหนาวๆแทน

ถ้าไม่มีซินน์ก็ไม่อยากนึกสภาพนินินเลย

 = ="

ว่าแต่จะพากันไปไหน

แอบคิดลึกติ๊ดนึงแต่ไม่ลึกมาก

ฮ่าๆๆ

สนุกค่ะ

แต่เสียใจ ไม่เห็นอิมเมจซินน์

รูปมันหลบมุม TT

ชอบค่ะ

สุดๆ

ชอบซินน์เข้าแล้ววว


จากคุณ Noon !!/(Bire) อัพเดตเมื่อ 11/10/2553 11:46:30
หน้าที่ 1 จาก 1 หน้า
แสดง เรื่อง
 
จำนวนผู้ชมเว็บแจ่มใสขณะนี้: 124 ท่าน