Guest   
 
Username: 
Password:  




 




  






 
อ่านเรื่อง
SE'XY GUYs ♠ เผลอรักร้าย นายสุดเลว
ลิตเติ้ล ? เนม''
? Dangerous! My destiny.
3
12/10/2553 01:02:59
1871
เนื้อเรื่อง





Dangerous! My destiny.

 

 

 

 


 

พรพรหมลิขิต.. คุณคิดยังไงกับคำนี้?

สำหรับตัวฉัน ฉันเชื่อในคำๆ นั้นนะ สวรรค์เป็นคนขีดเขียนชะตาให้เราได้เดินมาพบกับใครบางคน เราสบตากัน และรู้ใจกันในทันที ฟังดูเพ้อเจ้องั้นเหรอ? ใช่.. มันเพ้อเจ้อ แต่มันมีอยู่จริงใช่มั้ยล่ะ ฉันไม่คิดว่าคนบนโลกนี้ จะบังเอิญเดินชนกันและตกหลุมรักกันได้อย่างง่ายดาย บ้างก็ว่ามันคือเรื่องบังเอิญ แต่.. นั่นไม่ได้เรียกว่าบังเอิญ มันคือสิ่งที่คนเบื้องบนกำหนดมา

นั่นคือ “พรหมลิขิต” ต่างหากล่ะ

ฉันมีชื่อว่านินิน เรียกสั้นๆ ว่า นิน ตอนนี้ฉันเป็นนิสิตอยู่ในมหาวิยาลัยเอกชนแห่งหนึ่ง เรียนอยู่คณะศิลปศาสตร์ ฉันเรียนอยู่ที่นี่มาเกือบสามปีแล้วล่ะ อีกสองอาทิตย์ก็จะสอบ หมดเทอมสองแล้ว ที่นี่มีอะไรที่น่าสนใจมากมายเต็มไปหมด แต่มีอยู่ไม่กี่อย่างฉันให้ความสนใจเป็นอย่างมาก

3 สิ่งที่ฉันจะพูดถึง ขอเตือนไว้ก่อนว่ามันทั้งเสี่ยงและอันตรายอย่างที่ใครๆ ไม่เคยได้เจอ ใครจะรู้ดีเท่าคนเบื้องบนล่ะ คนเหล่านั้นกำหนดสิ่งเหล่านี้ให้เคลื่อนไหวไปตามทิศทางที่ถูกขีดไว้ และฉันก็เชื่อว่า “พรหมลิขิต” เป็นสิ่งที่กำหนดให้ฉันตกหลุมรักสิ่งที่อันตรายทั้ง 3 สิ่งนี้

Skateboard...  กีฬาผาดโผนที่ดูอันตรายและท้าทายในเวลาเดียว เสน่ห์ของมันคือการเคลื่อนที่และพลิกท่าทางได้อย่างสวยงาม การเคลื่อนไหวของล้อเสก็ตที่น่าทึ่ง ไม่น่าเชื่อว่าขนาดของวัตถุสิ่งนั้นจะสามารถทำอะไรหลายๆ อย่างให้ดูน่าตื่นเต้นและเร้าใจ จนไม่อาจจะคลาดสายตาไปจากมันได้ แม้แต่เสี้ยวนาทีเดียว

รถยนต์.. แน่นอน ขึ้นชื่อว่ารถยนต์ เป็นใครก็ต้องสนใจในตัวมันทั้งนั้น แต่ใครเลยจะรู้ว่าความสามารถของมันมีหลากหลายมากมายให้เราได้ค้นหา ทั้งรูปร่างของรถที่แตกต่างกันตามสไตล์การดีไซน์ของเจ้าของ ยังมีอีกหลายสิ่งที่หลายคนไม่เคยได้สัมผัสในตัวของมัน และยังมีอีกหลายอย่างที่เชื่อว่าใครหลายคนต้องการจะรับรู้ถึงรถชาติของความเสี่ยงและท้าทายจนลืมไม่ลง

สิ่งสุดท้ายที่ฉันจะพูดถึง... ฉันเชื่อว่าสิ่งนี้คือสิ่งที่เรียกว่า “พรหมลิขิต” ในชีวิตทั้งหมด 20 ปีของฉัน ฉันตกหลุมรักพวกเขาโดยไม่รู้ตัว และเพิ่งมาพึงสังวรตัวเองว่าคนพวกนั้นอันตรายมากแค่ไหน

ฉันกำลังพูดถึงรุ่นพี่คณะนิเทศศาสตร์ทั้งสองคนที่นั่งอยู่ตรงหน้าของฉัน คนแรก.. เขามีทรงผมหน้าม้าที่เป็นเอกลักษณ์กับเสก็ตบอร์ดคู่ใจที่เขามักจะใช้เล่นตรงพื้นที่ทางเดินแคบๆ ทั้งที่พื้นที่ตรงนั้นเป็นพื้นที่สำหรับการเดินไปห้องเรียนแต่ก็ดูเหมือนจะถูกสงวนสิทธิ์เป็น Skateboard Area ไปซะแล้ว โดยไม่มีใครแย้งและหงุดหงิดกับพฤติกรรมเหล่านั้นเลยแม้แต่คนเดียว

ฉันนั่งมองเสก็ตบอร์ดที่เลื่อนไปมา ถูกพลิกด้านสลับท่าโดยฝีมือของคนที่อยู่ด้านบนของมัน ผมม้าเด้งขึ้นลงตามจังหวะการกระโดด เขาช่างดูน่ารัก น่าสนใจจริงๆ ฉันรู้มาว่าพี่เขาชื่อ “เธิร์ดบี” และที่สำคัญ เขาเป็นบุคคลต้องห้าม ก็เพราะว่าพี่เขามีแฟนแล้วน่ะซิ สาวๆ แถวนี้ที่จับจ้องจะกินพี่เขา หลายคนก็แห้วไปตามๆ กัน แน่นอนว่าฉันก็เป็นส่วนหนึ่งด้วย แต่ก็นะ.. คนมีแฟนแล้ว จะไปยุ่งกับเขาทำไมให้เกิดปัญหา เฮ้อ.. สงสารก็แต่หัวใจดวงน้อยๆ ของฉันที่ต้องเจ็บช้ำ กลับมาพันแผลไปตามๆ กัน

และด้วยเหตุนี้เอง ฉันจึงยกตำแหน่งสิ่งเสี่ยงอันตรายขั้นร้ายสุดให้กับพี่บีและเสก็ตบอร์ดคู่ใจ

มาถึงคนที่สอง การที่คนเราอกหักก็มักจะหาอะไรมาดามใจให้หัวใจได้มีน้ำมาล่อเลี้ยง จนฉันได้ไปสะดุดรักกับรุ่นพี่คนหนึ่ง เขาช่างดูเท่ห์ สมาร์ท และน่าค้นหาซะจริงๆ ด้วยหุ่นสูง แมน แฮนซัม และทรงผมไว้ยาวระต้นคอที่ถูกจัดทรงให้เข้ากับใบหน้าเรียวเล็กของพี่เขา ฉันจึงไม่ปฎิเสธหัวใจที่จะวิ่งเอาความรักไปฝากไว้กับพี่เขาเลยแม้แต่น้อย แต่ด้วยความที่พี่เขาทั้งหล่อ แถมยังดูเท่ห์ มีเสน่ห์เมื่อพี่เขาเดินลงมาจากรถยี่ห้อหรูสีดำน่าสัมผัส สาวๆ หลายคนที่นี่จึงยินดีพร้อมใจกันถวายตัว และหัวใจ ตับ ไต ไส้ พุง ไปให้พี่เขาอย่างไม่ทันได้ปรึกษาใคร เหอะๆ.. ก็นะ ในเมื่อเขาเสน่ห์แรงและสาวๆ รุมล้อมขนาดนั้น มีหรือที่ฉันจะไม่ถูกสายตาอาฆาตจากสาวหลายๆ หน้าที่มักจะจิกสายตาใส่เมื่อเวลาที่ฉันแอบมองพี่เขาบ่อยๆ ก็เข้าใจนะว่าหวง แต่พี่เขาไม่ได้เป็นแฟนพวกเธอซะหน่อย ทุกคนก็มีสิทธิ์ฝันเท่ากันไม่ใช่เหรอ ชิ! โลกนี้มันก็ไม่ยุติธรรมแบบนี้ล่ะ

ฉันนั่งใช้มือเท้าคางแล้วพ่นลมหายใจออกมาแรงๆ เมื่อพบกับสายตาร้อนแรงที่แฝงไปด้วยความเกลียดชังของสาวๆ รอบกายพี่สุดเท่ห์ (ฉันไม่รู้จักชื่อพี่เขาน่ะ) ถึงตอนนี้ฉันถึงได้เข้าใจว่า พี่เขาพร้อมกับรถยนต์คู่กาย มีความเสี่ยงและอันตรายไม่ได้ต่างไปจากคนมีเจ้าของอย่างพี่เธิร์ดบีเลยแม้แต่นิด

เฮ้อ.. ทำไมนะ สวรรค์ไม่เห็นใจผู้หญิงตาดำๆ ตัวกลมๆ คนนี้บ้างเหรอ ทั้งที่ฉันตกหลุมรักผู้ชายสองคนนี้ และเชื่อว่านี่คือพรหมลิขิต แต่สิ่งที่ฉันได้กลับคืนมาจากคำๆ นั้น มันดูเหมือนจะกลายเป็น “กรรมลิขิต” ยังไงก็ไม่รู้นะ จริงๆ แล้วฉันก็ไม่ได้หวังสูงซะหน่อย แค่เอื้อมไม่ถึงเลยต่างหาก อีกอย่าง.. คนเรามีสิทธิ์จะหวังไม่ใช่เหรอ ถึงจะลมๆ แล้งๆ แต่ก็หวังได้นี่ เชอะ! สวรรค์ลำเอียงชัดๆ

ฉันไม่ได้เจ้าชู้ แต่ผู้ชายสองคนนี้ ฉันรักจริงๆ นะ ประธานพรให้ลูกทีเถอะเทวดาเจ้าขา TT.

 

“เย็นนี้ว่างมั้ย” ฉันได้ยินเสียงแผ่วๆ เพราะระยะทางจากตรงนี้ไกลกับคนที่กำลังพูดพอสมควร บวกกับฝีมือการอ่านปากที่ช่ำชอง ทำให้ฉันสามารถรู้ได้ว่าเขาพูดอะไร

ฉันแอบเหล่มองการสนทนานของพวกเขาโดยการแกล้งหยิบของสองสามอย่างมาวางไว้บนโต๊ะ

“ ไปไลฟ์ ไมอ่ะ ”  พี่บีตอบ สายตาเหลือบมองเพื่อนของเขาที่นั่งอยู่บนโต๊ะตรงข้ามกัน พรางกระโดดเปลี่ยนท่าบนเสก็ตบอร์ดไปด้วย

“มีนัดแข่ง ฝั่งนู้นมันท้า ปากมันกล้าด่าฉันหน้าชาเลยว่ะ” เพื่อนพี่เขาพูด พร้อมกับหัวเราะในลำคอ

“อ่าวเหรอ? กี่โมงอ่ะ” พี่บียังคงสนใจเสก็ตบอร์ด แต่ก็ยังเหลือบสายตามองหน้าเพื่อนเป็นครั้งคราว

“พร้อมเมื่อไหร่ ก็แข่งเลย”

“อือ ไหวมั้ยล่ะ”

“ลำพังแค่แข่งไม่แพ้หรอก แต่พวกมันชอบนอกเกม หมาลอบกัด!” เพื่อนพี่บีกระโดดลงจากโต๊ะแล้วบิดขี้เกียจไปทั้งตัว พี่บีใช้เท้าพลิกเสก็ตบอร์ดขึ้นมาถือไว้ แล้งเงยหน้ามองเพื่อน

“ฉีดยากันพิษสุนัขบ้าไว้แล้วกัน โชคดี” เขาว่าพร้อมกับส่งยิ้มไปให้ ให้ตาย! ทำไมน่ารักแบบนั้นล่ะ เพื่อนของพี่เขายกขาขึ้นเตะก้นพี่บีเบาๆ เป็นเชิงหมั่นไส้ แต่พี่บีก็กระโดดหลบแล้วเดินถือเสก็ตบอร์ดไปหาพี่สุดเท่ห์ สุดที่รักคนที่สองของฉัน ^^

ฉันละสายตาจากบริเวณหนุ่มหล่อทั้งสอง เพื่อเป็นการพักสายตาและไม่ดูน่าสงสัยจนเกินไป ที่สำคัญ บริเวณนั้นมีแต่ผู้หญิงหน้าตาน่ากลัวเต็มไปหมด แค่ลำพังฉันเหล่สายตาไปมองพี่สุดเท่ห์ ตัวฉันก็แทบจะถูกกลืนไปกับสายตาทรมานของผู้หญิงพวกนั้นอยู่แล้ว แล้วนี่.. เทพบุตรทั้งสองไปอยู่ด้วยกัน ขืนฉันมอง มีหวังลูกตาฉันกระเด็นแน่ !

“เบื่อพวกจ้องจะกินของคนอื่นจริงๆ หน้าด้านหน้าทน !” เสียงของผู้หญิงซักคนดังขึ้น มันดังพอที่จะทำให้ผู้คนบริเวณนี้หยุดการกระทำ แล้วหันไปมองหน้าเธอได้เลย

ผู้หญิงผมทอง ยาวเกือบถึงกลางหลัง ผมถูกจัดทรงเป็นลอนสวย กับใบหน้าที่ถูกเครื่องสำอางปกปิดริ้วรอยจนหนาเตอะ กลัวแต่ว่าเวลาหัวเราะแล้วแป้งพวกนั้นจะหลุดออกมาเป็นแผ่นๆ ฉันไม่รู้ว่าคำพูดของเธอหมายถึงใคร แต่ไม่รู้ทำไมสายตาของเธอถึงมองมาทางฉัน มันแปลกๆ นะว่ามั้ย?

ฉันขมวดคิ้วแล้วเอียงคออย่างสงสัย อะไร? เธอหมายถึงฉันเหรอ เพี้ยนแล้ว ! ฉันไปแย่งอะไรของใครกันเล่า

“หึ ! สำเหนียกตัวเองไว้หน่อยล่ะกัน ของๆ ฉันใครก็ห้ามยุ่ง !” เธอว่า กระแทกเสียงดังจนหลายๆ คนสะดุ้งแล้วรีบหลบหน้าเธอทันที แต่เดียวก่อน.. เธอมองหน้าฉัน แล้วพูดใส่หน้าฉันแบบนี้ มันผิดวิสัยแล้วนะ ฉันว่าฉันก็นั่งอยู่ตรงโต๊ะนั่งตัวสุดท้ายนี่ แล้วเธอจะมองเลยตัวฉันไปหาใครล่ะ

ฉันลองหันหลังกลับไปมอง แต่ก็ไม่เห็นมีใครยืนอยู่ด้านหลัง นอกจากกำแพงเท่านั้น ฉันหันกลับไปมองหน้าเธออีกครั้ง เธอยังคงจ้องมาที่หน้าของฉันพร้อมกับรอยยิ้มหยัน ตอนนี้ทั้งพี่บีและพี่สุดเท่ห์ก็มองมาทางฉันเหมือนกัน ทั้งสองคนขมวดคิ้วเข้าหากัน ไม่รู้ว่าพี่เขาสงสัยหรือกำลังโกรธร่วมไปกับผู้หญิงคนนั้นกันแน่

“หน้าด้าน! พูดขนาดนี้ยังไม่รู้ตัวเอง”  ให้ตาย! ยัยนั่นว่าใครกันเนี่ย ฉันชักเริ่มรู้สึกเหมือนกำลังถูกตบหน้าฟรีๆ ยังไงก็ไม่รู้ แต่ก่อนที่อะไรจะเริ่มเลยเถิดไปมากกว่านี้ เพื่อนของฉันเดินเข้ามาหาฉันซะก่อน ฉันละสายตาจากผู้หญิงคนนั้น และนั่นเองถึงทำให้ฉันได้รู้ว่า บริเวณรอบๆ นี้ก็มองมาทางฉันเหมือนกัน อะไรเนี่ย! ฉันไม่ได้เป็นผู้ต้องหาซะหน่อย เฮ้อ!

“มีอะไรเหรอนิน” เนย์ เพื่อนที่เรียน sec. เดียวกันถาม ฉันส่ายหน้าไปมางงๆ เพราะตัวเองก็ยังไม่รู้เลยว่ามันมีเรื่องอะไรเกิดขึ้นกับฉัน

“ไม่รู้เหมือนกัน งงๆ” ฉันตอบ ใช้มือเกาหัวตัวเองแล้วก็หันหน้าไปมองผู้หญิงต้นปัญหาเมื่อกี้ ตอนนี้เธอหันหน้ากลับไปให้ความสนใจกับผู้ชายที่เธอเอาตัวไปถูไถแขนของเขา และฉันจะไม่กระจ่างข้อสงสัยเลยถ้าผู้ชายคนนั้นไม่ใช่พี่สุดเท่ห์ เหอะ! ที่แท้เธอคือแฟนของพี่เขานั่นเอง ฉันนี่เกือบได้เรื่องแล้วเชียว เห็นมั้ยล่ะ.. ผู้ชายที่เสน่ห์แรงแบบนั้น คราวหน้าคราวหลังอย่าได้เข้าไปยุ่งเชียว

ฉันได้แต่บอกกับตัวเอง แล้วส่ายหน้าไปมากับความรักอันแสนชอกช้ำ นี่แหละนะ “กรรมลิขิต” จริงๆ

“ไปเข้าห้องน้ำก่อนนะ” ฉันหันหน้าไปบอกเนย์ เธอพยักหน้ารับ

เบื่อจริง.. อะไรก็ดูจะแย่ไปหมดเลยนะตอนนี้ อีกสองอาทิตย์ก็จะสอบแล้วด้วย หนำซ้ำยังมีเรื่องวิ่งเข้าหาตัวอีก ใครจะไปรู้ล่ะว่าพี่เขามีแฟนแล้ว แค่ชื่อฉันยังไม่รู้เลย ไม่ได้แขวนป้ายบอกว่ามีเจ้าของไว้ซักหน่อย ไม่มีเหตุผลเอาซะเลยผู้หญิงพวกนั้นน่ะ

ฉันเปิดน้ำล้างมือ แล้วเงยหน้ามองตัวเองในกระจก จริงๆ ไม่ได้มีเหตุผลอะไรที่จะมาเข้าห้องน้ำหรอก แค่เบื่อที่ตรงนั้น ถ้าไม่ติดว่ามีเรียนช่วงบ่าย ป่านนี้กลับหอไปนอนตีพุงแล้ว

เสียงเปิดประตูห้องน้ำดัง ฉันรีบจัดการล้างมือให้เรียบร้อย

“นี่เธอ!” ฉันเงยหน้าขึ้นมองเจ้าของเสียงผ่านกระจก และก็พบว่าเป็นแฟนของพี่สุดเท่ห์

ฉันไม่รู้ว่าเธอเรียกใคร จึงเดินไปหยิบทิชชู่เช็ดมือ แล้วเดินออกจากห้องน้ำ แต่ยังไม่ทันที่จะเดินไปถึง ผู้หญิงคนนั้นก็ใช้มือผลักไหล่ฉันแรงๆ จนตัวฉันเซไปชนกับขอบอ่างล้างหน้า ฉันหันมองหน้าเธออย่างงงๆ

“ฉันเรียก ไม่ได้ยินรึไง!” เธอตะคอกใส่หน้าฉันเสียงดัง ไม่แน่ใจว่ามีใครอยู่ข้างนอกรึเปล่า ทำไมถึงไม่มีใครได้ยินเสียงเธอเลยน่ะ

“ใครจะไปรู้ ไม่ได้เอ่ยชื่อ” ฉันตอบสีหน้าเรียบเฉย มันคงดูน่าโมโหมาก ไม่อย่างนั้นเธอคงไม่กระฟัดกระเฟียดหนักกว่าเดิมหรอก

“ปากดีนักนะ ไร้ยางอายแล้วยังไม่มีสกุล ทุเรศ!” เธอตะคอกใส่หน้าฉันหนักกว่าเดิม จนหูฉันเกือบอื้อ ฉันเห็นเธอขบเขี้ยวเคี้ยวฟันตัวเองก่อนจะล้วงมือไปหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเปิดเพลงเสียงดัง ยังมีอารมณ์ฟังเพลงอีกรึไง? แต่ไม่หรอก.. ฉันคิดว่าเธอคงเปิดเพลงเพื่อกลบเสียงของตัวเองมากกว่า

“ขอโทษนะคะ ฉันไม่ได้ไปทำอะไรให้คุณซักหน่อย มาด่าฉันแบบนี้มันไม่ถูกนะคะ” ฉันบอก แต่เธอเหมือนจะไม่สนใจอะไร เดินดุ่มเข้ามาหาฉันแล้วง้างมือตบเข้าที่หน้าฉันจังๆ บ้าเอ๊ย! นี่มันบ้าอะไรเนี่ย

ฉันยกมือขึ้นกุมแก้มข้างซ้ายของตัวเองก่อนจะเงยหน้ามองยัยนั่น เธอหัวเราะในลำคอก่อนจะเบ้หน้าใส่ฉัน น่าหมั่นไส้ชะมัด

“ไม่ได้ทำอะไรให้ฉัน ใช่! เธอไม่ได้ทำฉัน แต่เธอจ้องจะขโมยแฟนฉัน!

“อะไร? ฉันไม่ได้ขโมยของใครทั้งนั้นแหละ”

“โกหก! เสียงตะคอกมาพร้อมกับฝ่ามือของเธออีกครั้ง หน้าฉันหันไปอีกทางอย่างแรง ให้ตาย! ตอนนี้หน้าฉันชาไปหมดแล้ว ยัยบ้านี่เป็นโรคพิษสุนัขบ้ารึเปล่าเนี่ย..

ฉันถอยหลังเพื่อตั้งหลักก่อนจะยกขาขึ้นถีบเข้าที่ท้องของเธออย่างจัง จนตัวเธองอเป็นกุ้งแล้วล้มไปกระแทกกับผนังห้องน้ำ ฉันตามเข้าไปตบสมทบอีก เธอยกมือขึ้นป้องตัวเองไว้ แต่ฉันคร่อมทับตัวเธอแล้วระดมใช้มือตบเธอไม่ยั้ง ให้มันรู้ซะบ้าง.. ฉันไม่ปล่อยให้เธอด่าฟรี ตบฟรีหรอกยัยบ้า!

ฉันไม่รู้ว่ายัยนี่หมดแรง หรือตายคามือฉันไปแล้ว เพราะตอนนี้ดูเธอจะนิ่งไป ฉันลุกขึ้นยืนมองดูผลงานของเอง สภาพตอนนี้มันดูไม่ได้เอาซะเลย หน้าเละๆ กับทรงผมกระเซอะกระเซิง เหอะ! สมน้ำหน้า.. ฉันเงยหน้าส่องกระจก แล้วจัดทรงผมของตัวเองให้เข้าที่ ดูซิ.. หน้าฉันบวมแดง น่าเกลียดหมดเลย เพราะยัยบ้านี่แหละ.. ด้วยความหมั่นไส้ฉันจึงใช้เท้าเตะที่ขาเธออีกที ชิ!

เรื่องมันเกิดขึ้นเพราะผู้ชายแท้ๆ ผู้ชายที่ฉันไม่เคยแม้แต่จะพูดคุยด้วยซักคำ หนำซ้ำยังเอาเรื่องมาให้ฉันได้ขนาดนี้ เอาเถอะ! พอกันที ฉันเลิกล้มความรัก ความหวังของฉัน ไว้ที่ยัยผู้หญิงคนนี้เลยล่ะกัน แค่สายตาที่เผลอไปมองฉันยังถูกตบได้ขนาดนี้ แล้วถ้าฉันได้สบตา ได้พูดคุยกับเขาล่ะ ฉันคงไม่โดนฆ่าหมกศพเลยเหรอ?

พี่สุดเท่ห์ โอ๊ะ! ฉันคงต้องเปลี่ยนชื่อให้พี่เขาแล้วล่ะ ..นายสุดห่วย! ชาตินี้ อย่าหวังจะได้ความรักจากฉันเลย! เห็นทีคงต้องฆาตโทษไว้ซะแล้ว

ฉันเดินออกจากห้องน้ำ คิดไว้อยู่แล้วว่าเสียงดังขนาดนั้นทำไมถึงไม่มีคนเข้ามาดู เพราะที่หน้าห้องน้ำมีผู้หญิงอีกสองคน คิดว่าคงเป็นเพื่อนของยัยนั่นแน่ๆ พวกนั้นคงเฝ้าดูต้นทางอยู่ ทั้งสองมองหน้าฉันงงๆ ก่อนจะรีบวิ่งเข้าไปในห้องน้ำ ฉันไม่รู้ว่าพวกเธอจะจัดการสภาพเปื่อยๆ ของเพื่อนตัวเองยังไง แต่ตอนนี้ฉันอยากไปพ้นๆ ที่นี่ซะที

ฉันเดินกลับมาที่โต๊ะ เนย์กำลังก้มหน้าก้มตากินข้าวอยู่กับจิน เพื่อนอีกคนของฉัน สายตาของฉันมองเลยไปโต๊ะตรงหน้า ที่มีผู้ชายขับรถยนต์สุดเท่ห์กับผู้ชายหน้าม้าถือเสก็ตบอร์ด พวกเขากำลังนั่งคุยกันโดยไม่ได้รู้เลยว่ามีอะไรเกิดขึ้นกับฉัน และกับแฟนตัวเอง ฉันเบะหน้าส่ายหัวไปมาอย่างเสียอารมณ์

“นิน หน้าแกไปโดนอะไรมาน่ะ บวมเชียว”  จินถามแล้วจ้องหน้าฉัน เนย์เองก็ทำหน้าตกใจเมื่อเห็นสภาพใบหน้าอืดๆ ของฉัน

“ผึ้งมันต่อย เหล็กในมันเลยฝังที่แก้มฉัน”

 

“พี่ดริฟท์! พี่ดริฟท์! ยัยนั่น.. ยัยนั่นมันตบเรย์!” ฉันเงยหน้าไปมองเสียงแหลมๆ ที่ตะโกนมาแต่ไกล เธอวิ่งเข้าไปหาผู้ชายทั้งสองแล้วชี้นิ้วมาทางฉัน เธอคงเป็นเพื่อนของยัยพิษสุนัขบ้านั่นซินะ

“ฮะ?” พี่สุดเท่ห์ หรือ ดริฟท์ อย่างที่ยัยนั่นเรียกอุทานอย่างงงๆ แล้วหันมามองหน้าฉันตามนิ้วที่ยัยนั่นชี้

ฉันนั่งใช้มือเท้าคางแล้วเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง ไม่คิดแม้จะหลบหน้า หลบตา และแสดงตัวให้เห็นกันชัดๆ เลยว่า ฉันนี่แหละที่ตบยัยนั่น!

 

       “ยัยนั่นมันตบเรย์ค่ะ พี่ดริฟท์จัดการมันเลยนะคะ” ยัยหน้าปลาซิวเขย่าแขนดริฟท์เหมือนต้องการให้เขาทำอะไรซักอย่างกับฉัน ตอนนี้เขาได้แต่ยืนทำหน้างงมองหน้าฉันสลับกับยัยปลาซิวนั่นไปมา

            “เรื่องอะไร?” นานทีเดียวว่ากว่าดริฟท์จะหลุดปากเอ่ยคำนี้มาได้ ยัยปลาซิวทำท่าจะอ้าปากเล่าแต่ฉันขัดขึ้นด้วยการเดินไปกระชากคอเสื้อของดริฟท์ให้เข้ามาใกล้ตัว

            “ดูหน้าฉันให้ดี นี่ฝีมือแฟนนาย!” ฉันพูดเสียงนิ่ง จ้องตาเขาไม่กระพริบ แน่นอน.. ฉันทั้งโกรธทั้งโมโห คนของเขามาทำกับฉับแบบไม่มีเหตุผล มันน่ายำให้เละมากกว่านั้นซะอีก

            ฉันผลักเขาออกห่างตัวสุดแรง แต่เขาก็แค่ผละออกไปเล็กน้อยเท่านั้น ฉันหันหน้าไปมองยัยปลาซิว ยัยนั่นปิดปากเงียบไม่กล้าพูดอะไรออกมาซักคำ

            “อยากเล่าอะไรก็เล่าไป แต่ขอความจริงล้วนๆล่ะกัน!” ฉันพูดทิ้งท้ายไว้แค่นั้นก็เดินออกมาจากพวกเขา รู้สึกเหมือนมีสายตาหลายร้อยคู่มองมาที่ฉัน เหอะ! ไม่เคยเห็นหน้าฉันรึไง

            “ดูท่าเหล็กในของผึ้งจะมีพิษแรงนะ”

            “ฉันก็ว่าแบบนั้นแหละจิน”

 

            ฉันกลับมานั่งทบทวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้วก็ได้แต่ทึ้งหัวตัวเองอย่างบ้าคลั่ง บ้าเอ๊ย! ฉันทำอะไรลงไปเนี่ย ฉันกล้าทำแบบนั้นกับพี่ดริฟท์ได้ยังไง ฉันกล้ากระชากคอเสื้อพี่เขาได้ยังไง อยากจะบ้า! ฉันเพี้ยนไปแล้วแน่ๆ ฉันต้องเพี้ยนจนประสาทกลับแล้วแน่ๆ ! แล้วต่อไปนี้ฉันจะทำหน้ายังไงถ้าเจอพี่เขาล่ะ โธ่.. ยัยนินินเอ๊ย เธอบ้าหรือโง่กันเนี่ย หมดกัน! ชีวิตอันสวยงามของฉัน

            “แกจะดึงผมตัวเองอีกนานมั้ยนิน” เนย์มองหน้าฉันเหมือนกำลังมองคนบ้าที่มีอาการคลุ้มคลั้ง ฉันหยุดการทรมานตัวเองแล้วหยิบกระจกขึ้นมาส่อง ยัยนี่แหละที่บ้าดีเดือด ยัยนี่มันบ้า!

          “แกจะกลุ้มอะไรหนักหนา ในเมื่อแกทำมันลงไปแล้ว” ฉันคอตกทันที อยากกลั้นใจตายจริงๆ ฉันเอียงหน้าไปมองเนย์แล้วทำท่าจะร้องไห้

            “พอๆ เลิกกลุ้มได้แล้ว วันนี้ไปฉลองกับฉันดีกว่า” เนย์ว่า เธอลุกขึ้นยืนแล้วฉุดตัวฉันให้ลุกตามไปด้วย เนย์ไล่ให้ฉันไปอาบน้ำ แต่ฉันดื้อไม่ยอมไปจนถูกยัยนั่นทารุณด้วยการลากเข้าห้องน้ำแบบคนซาดิสต์

            แงงงง.. ยัยเพื่อนบ้า คนยิ่งบอบช้ำอยู่นะ ไม่ถนอมเพื่อนเลย

            หลังจากที่ฉันอาบน้ำเสร็จ เนย์ก็จัดการเลือกเสื้อผ้าให้ฉันใส่ แต่บอกไว้ก่อนว่าเสื้อผ้าพวกนี้มันเหมือนเศษผ้าดีๆ นี่เอง ทำไมเนี่ย! เสื้อก็ไม่มีแขน กระโปรงก็แสนจะสั้น โอ๊ย.. จะเป็นลม
           

“เนย์ ชุดพวกนี้มันโป๊เกินไป”  ฉันหันไปบอกเพื่อนสาว ที่ตอนนี้เธออยู่ในชุดสุดสยิวสีแดงร้อนแรง ไม่นะ.. โป๊แบบนั้น ให้ฉันแก้ผ้าไปยังดีกว่า TT.

“อย่างอแงได้มั้ยนิน แกโตแล้วนะ บรรลุนิติภาวะแล้ว หัดทำตัวเป็นสาวหน่อยซิ” เนย์ว่าพรางตีแขนฉัน

“ใส่ชุดแบบนี้แล้วจะเป็นสาวรึไง มันโป๊เกินไป ฉันไม่ใส่หรอก” ฉันโยนชุดพวกนั้นลงบนเตียงแล้วหันหน้าเข้ากระจก เนย์ถอนหายใจแรงๆ แล้วโยนชุดพวกนั้นมาบนตักของฉันอีกที

“ใส่ซะนิน ไม่งั้นฉันจะแก้ผ้าเธอแล้วถ่ายรูปประจานเพื่อนเดี๋ยวนี้แหละ”

“ใส่แล้วจ้า..

 

ตอนนี้ฉันยืนอยู่หน้า Litade’ Club บรรยากาศดูอึกทึกครึกโครมดีเหลือเกิน ขนาดอยู่แค่ข้างนอกยังรู้สึกถึงคนข้างใน พวกเขาคงสนุกกันน่าดู ฉันยืนมองเนย์ที่กำลังโทรศัพท์หาใครซักคนอยู่ เนย์หันหน้ามากวักมือเรียกฉันแล้วพาฉันเข้าไปข้างใน ให้ตาย! ทำไมมันเสียงดังแบบนี้นะ คนก็เยอะเกินจนแทบจะเหยียบกันอยู่แล้ว ฉันเดินตามเนย์ที่จูงมือฉันมายังโต๊ะๆ หนึ่ง ทั้งโต๊ะมีแต่ผู้หญิงทั้งนั้น พวกเธอกำลังนั่งเม้าท์เรื่องอะไรกันซักอย่าง แต่เมื่อหันมาเจอเนย์พวกเธอก็หยุดคุยแล้วหันมาวี๊ดว๊ายต้อนสหายเก่ากันดังลั่น พวกเธอส่งยิ้มให้ฉันเป็นการทักทาย

“ไม่ได้เจอนานเลยเนย์ เป็นไงบ้าง?” ผู้หญิงที่นั่งตรงข้ามฉันพูด เธอดูโฉบเฉี่ยวและเปรี้ยวจนน่ากลัว กลัวว่าเสื้อผ้าของเธอจะหลุดไปกองที่พื้นเวลาเธอเดินไปเดินมาน่ะ ชุดของกลุ่มเพื่อนเนย์ มันโป๊เป็นสองเท่าของชุดฉันเลยล่ะ พระเจ้า! ไม่หนาวกันรึไง

“ก็เรื่อยๆ แหละ เออนี่.. นินิน เพื่อนฉันเอง นินินนั่นริน ทางซ้ายบิว ถัดไปออม แล้วก็ตาล” ฉันหันไปยิ้มให้ทุกคน แต่ก็จำชื่อใครไม่ได้ซักคน เหอะๆ

เนย์และพวกเพื่อนๆ ออกรสออกชาติในการคุยกันเหมือนไม่ได้เจอกันมาหลายร้อยปี มีแต่ฉันที่นั่งจิบน้ำส้มเพราะไม่มีเรื่องอะไรจะไปคุยกับเขา เฮ้อ.. น่าเบื่อ

“เนย์.. เดี๋ยวไปเข้าห้องน้ำก่อนนะ” ฉันหันไปกระซิบข้างหู เพราะที่นี่เสียงดังมากเหลือเกิน

“อือ ไปซิ” เนย์พยักหน้าแล้วหันไปคุยกับเพื่อนต่อ ยัยบ้า! รับผิดชอบชีวิตฉันหน่อยซิ พาฉันมาเหงาเล่นๆ รึไงเนี่ย

 

ฉันเดินแทรกผู้คนออกมา กว่าจะฝ่าความหนานแน่นนั่นมาได้เล่นเอาเกือบตาย เฮ้อ.. ฉันเดินเข้ามาในห้องน้ำ ใช้มือเท้าอ่างล้างหน้าเล้วสูดลมหายใจเข้าลึกๆ คนที่นี่แย้งอากาศฉันหายใจหมด มีก็แต่ห้องน้ำนี่แหละที่สงบที่สุดสำหรับฉัน

ฉันเปิดน้ำ วักน้ำขึ้นมาล้างหน้าตัวเอง เช็ดเครื่องสำอางที่ถูกแต่งออกให้หมด มันดูเกะกะตานะไอ้คนตาปลอมเนี่ย ปกติฉันไม่ค่อยชอบแต่งหน้าเท่าไหร่ เขาว่ากันว่า.. คนที่แต่งหน้า พอล้างหน้าออกมาแล้วเหมือนเป็นคนละคน ฉันกลัวจะเป็นแบบนั้นเลยเลือกที่จะไม่แต่งหน้าซะเลย ^^

ฉันได้ยินเสียงเปิดประตูห้องน้ำ แต่ก็ไม่ได้สนใจอะไร หวังว่าประวัติศาสตร์คงจะไมซ้ำรอยหรอกนะ เหอะๆ

“คุณ!” เสียงผู้ชายดังขึ้นจากด้านหลังของฉัน ผู้ชายเหรอ? แล้วเข้ามาในห้องน้ำผู้หญิงได้ยังไงน่ะ ฉันเงยหน้าขึ้นมองผู้ชายคนนั้นผ่านกระจก ให้ตาย! นี่มันความหวังดีประสงค์ร้ายของเทวดารึเปล่าเนี่ย

ทำไม “พรหมลิขิต” ถึงขีดเขี่ยเส้นทางแบบนี้ให้ฉันล่ะ

“เธอ.. ดริฟท์ยกมือขึ้นชี้นิ้วมาที่หน้าฉัน ไม่ผิดหรอก เขาคงจำหน้าฉันได้ แงงง.. ซวยชะมัด! ไม่อยากเจอเลยซักนิด!

“นี่มันห้องน้ำชายนะ เธอเข้ามาทำไม”  เขาว่า ฉันทำหน้าเหวอทันที

“ห้องน้ำชาย?” ฉันหันหน้าไปมองรอบข้าง โอ้ว.. ชัดเลยค่ะ ห้องน้ำชายจริงๆ อ๊ายย! อยากจะกรีดร้อง ฉันต้องเพี้ยนไปแล้วแน่ๆ บ้าจริง!

ฉันรีบเก็บอุปกรณ์ต่างๆ เข้ากระเป๋าก่อนจะรีบวิ่งออกไปจากที่นี่ แต่ก็ถูกผู้ชายตัวสูงเดินมาขวางประตูซะก่อน ฉันเงยหน้าข้นมองเขา แต่เขากลับทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ไม่สนใจที่จะหลบทางให้ฉัน ฉันจึงเดินเลี่ยงออกไปอีกทาง แต่เขาก็เดินมาขวางหน้าฉันไว้อีก เอ๊ะ! นี่เขาจงใจแกล้งฉันหรือบังเอิญเดินทางเดียวกันน่ะ

ฉันเงยหน้าขึ้นมองเขาฉุนๆ เอาซิ.. ไม่หลบใช่มั้ย งั้นฉันก็จะยืนจ้องเขาแบบนี้แหละ

“มองพอรึยัง?” เขาพูดขึ้น แต่สายตากลับมองตรงไปที่กระจก ไม่ได้ก้มลงมองหน้าฉันเลยแม้แต่นิด เขาตั้งใจจะกวนประสาทฉันใช่มั้ย!

“หลีกทางหน่อย” ฉันบอก พยายามข่มเสียงให้ดูใจเย็นที่สุด

ฉันเห็นเขาเอี่ยวตัวไปข้างหลัง แล้วมองหาอะไรซักอย่างผ่านกระจกใสตรงประตูห้องน้ำ

“จะออกไปเหรอ?” เขาหันหน้ามาถามฉัน สีหน้าเซ็งๆ ของเขากำลังตีแสกหน้าฉันจังๆ ให้ตาย! มองหน้าฉันแล้วแสดงอาการแบบนั้นเนี่ยนะ เจ็บหัวใจจริงๆ TT.

ฉันไม่ได้ตอบอะไรเขา แต่พยักหน้ากลับไป ได้ยินเสียงเขาถอนหายใจเบาๆ ก่อนที่ตัวของเขาจะหลบพ้นประตู ฉันเหลือบตามองเขาอีกครั้งแต่ก็เห็นว่าเขาแค่เดินเข้าไปด้านในของห้องน้ำโดยไม่ได้หันกลับมามองหน้าฉันเลย บ้าจริง! ฉันคาดหวังอะไรกันเนี่ย แค่ชื่อฉันเขายังไม่รู้เลย ยัยบ้า! เพ้อใหญ่แล้ว

พอ! สาบานว่าฉันจะเลิกชอบ เลิกสนใจเขาจริงๆ แงงง..

 

“โอ๊ะ! ขอโทษค่ะ” ฉันหันหน้าไปพูดกับคนที่เพิ่งจะเดินชนเมื่อกี้ ได้ยินเสียงเธอจิ๊จ๊ะเล็กน้อยในลำคอแต่ก็ไม่ได้สนใจอะไร จนมีแรงดึงจากมือใครซักคน กระชากฉันที่กำลังจะเดินออกไปให้กลับยืนที่เดิม

“ยัยหน้าด้าน! ตามมาขโมยของๆ ฉันถึงที่นี่เลยเหรอ!

 

 

      

 





คุยกันนิดนึงเนอะ ;D

 

บทที่ 1 เสร็จสมบูรณ์แล้วค่ะ

จริงๆ ไม่ได้ตั้งใจจะให้นางเอกมีนิสัยแบบนั้นเท่าไหร่ อยากให้ๆ คิขุๆ แต่มันไม่ได้จริงๆค่ะ 55 5.

เดี๋ยวเนื้อเรื่องมันจะพลอยจืดไปด้วย ยังไงก็นะ... ฝากนิยายของเนมไว้ในอ้อมอกด้วยนะคะ

 

ถึงจะแต่งไม่ค่อยเก่ง แต่ก็จะพยายามทำให้ดีที่สุดเพื่อนักอ่านของเนม

เจอกันตอนหน้านะคะ อาจจะช้า แต่ก็ไม่น่าจะนานเกินรอค่ะ ไปแล้วๆ จ๊วบ!!

 

อยากให้คนไทยรักการอ่าน หนึ่งโหวต = หนึ่งล้านความคิดของไรเตอร์ ;D



ข้อความ :
จากคุณ * :
 

หน้าที่ 1 จาก 1 หน้า
แสดง เรื่อง
ความคิดเห็นที่ 1
อยากรู้จังที่นางเอกบอกว่าเสษผ้าเนี่ย มัน...........ขนาดนั้นเลยหรอ
 เเต่ดีเเละนางเอกเราจะได้เป็นสาวเปรี้ยวสะที
ครั้งนี้ขอให้คะเเนนเต็ม
จากคุณ น้ำผึ้ง/(chophaka_honey) อัพเดตเมื่อ 18/07/2554 14:42:32
ความคิดเห็นที่ 2
นางเอกต้องแบบนี้แหละแรงแร๊ง

จากคุณ ขวัญ/(kwun-ku007) อัพเดตเมื่อ 03/06/2554 14:29:11
ความคิดเห็นที่ 3
ชอบเธิร์ดบีที่สุดเลย

จากคุณ ขวัญ/(kwun-ku007) อัพเดตเมื่อ 03/06/2554 14:28:47
ความคิดเห็นที่ 4
บ่ะ นินินเธอเกิดปีชงเเน่ๆเลย
จากคุณ Ribbin/(janing) อัพเดตเมื่อ 19/04/2554 19:33:22
ความคิดเห็นที่ 5
ทำไม
เราหลงรักนางเอก
-____-+
นางเอกร้ายๆเนี๋ย ของชอบเลยค่ะ ไรเตอร์!!!!
จากคุณ ตอง/(sweettong03) อัพเดตเมื่อ 17/12/2553 09:46:39
ความคิดเห็นที่ 6
นางเอกแบบนี้แหละดีล่ะ
คิขุ ๆ มัน ไม่ได้ใจ
ชอบแบบ แรงงส์ ๆ ซาดิสก์นิด ๆ

โรคจิตล่ะเรา  - - 
จากคุณ ฐา/(zero278152) อัพเดตเมื่อ 14/10/2553 15:22:27
ความคิดเห็นที่ 7
จากคุณ tang/(January13328) อัพเดตเมื่อ 13/10/2553 08:15:13
ความคิดเห็นที่ 8

จากคุณ ดรีม/(idel) อัพเดตเมื่อ 12/10/2553 14:43:55
ความคิดเห็นที่ 9
ชอบจัง บรรยายดีนะ ถึงบางทีอาจจะไวๆไปนิด แต่ว่าชอบอ่ะ
นางเอกนิสัยอย่างนี้แหละ ชอบบ

เนื้อเรื่องชวนให้นึกถึงตัวเองพิลึก (แค่ตอนมองรุ่นพี่เเค่นั้นแหละ 555)
ติดตามเรื่องนี้ดีกว่า ฮุฮิ
จากคุณ เต้/(somebodys_me) อัพเดตเมื่อ 11/10/2553 19:43:54
ความคิดเห็นที่ 10
โหเฮะ

เข้าห้องน้ำผิด

ฮ่าๆๆ

ชอบนินิน เวลาเลือดขึ้นหน้าแล้วแรงดี!

ยาวสะใจมากค่ะ

แต่อ่านเพลินเลย

บรรยายดีค่ะ แอบเห็นคำผิดนิดหน่อย

แต่ชอบอ่ะ!


จากคุณ Noon !!/(Bire) อัพเดตเมื่อ 11/10/2553 11:28:29
หน้าที่ 1 จาก 1 หน้า
แสดง เรื่อง
 
จำนวนผู้ชมเว็บแจ่มใสขณะนี้: 167 ท่าน