Guest   
 
Username: 
Password:  




 




  







 
อ่านเรื่อง
สายใยรักพรางใจ::ขวัญศิระ
Tiger_Saturn/พรรษ
ตอนที่ 1 กลับบ้าน (เอาไว้ให้ชิม :)
2
04/03/2554 09:43:49
868
เนื้อเรื่อง

ตอนที่ 1 กลับบ้าน

 

 

เท้าที่สัมผัสผืนแผ่นดินเกิดทำให้ชายผู้เป็นเจ้าของรู้สึกปีติขึ้นมาในฉับพลัน ใบหน้าคมคายก้มมองปลายเท้าเหนือบริเวณที่ตนยืนอยู่ด้วยมีรอยยิ้ม

ศิระ พิทักษ์พงษ์คือนามเจ้าของรอยยิ้มนั้น

เขาไปจากเมืองไทยไปตั้งแต่อายุสิบสาม จนตอนนี้ผ่านไปแล้วสิบห้าปี ช่วงเวลาระหว่างนั้นเขาเคยกลับมาบ้างก็จริง แต่มันไม่ได้ทำให้รู้สึกเหมือนอย่างวันนี้...วันที่เขาจะกลับมาอยู่ที่นี่...กลับมาอยู่บ้าน แม้บ้านหลังนั้นจะไม่ใช่ของเขาอย่างแท้จริงก็ตามที

ยอดไม่ยอม ยอดไม่ให้พี่ใหญ่ไป ไม่ให้ไป!’ เสียงเล็ก ๆ ยังแว่วเข้ามาในหู เมื่อสิบห้าปีที่แล้วเด็กผู้หญิงวัยเจ็บขวบตะโกนลั่น ทั้งพยายามรั้งเขาเอาไว้

ปล่อยพี่เขาเถอะลูก พี่เขาไปเรียนนะจ๊ะ เดี๋ยวก็กลับมาแล้ว ผู้เป็นมารดาบอกเด็กหญิงอย่างนั้น แต่เจ้าตัวยังไม่ยอม

ยอดไม่เชื่อ ไม่เชื่อ! พี่ใหญ่จะทิ้งยอด เด็กหญิงตัวเล็กยังร้องไห้ฟูมฟาย แก้มแดงจมูกแดง น้ำตาก็รินไหลเป็นทางอย่างน่าสงสาร คนเป็นพี่ต้องคุกเข่าลงต่อหน้าแล้วค่อย ๆ ปลอบ

พี่ไปไม่นานหรอกนะ ไปเรียนหนังสือ เดี๋ยวก็กลับมา ถ้ายอดไม่ให้พี่ไปแสดงว่าไม่รักกันแล้ว อย่างนั้น...พี่มีสิทธิโกรธยอดใช่ไหม

ไม่นะคะ ไม่โกรธกัน ยอดรักพี่ใหญ่ ไม่อยากให้พี่ใหญ่ไปไหนไกล เด็กหญิงส่งเสียงออดอ้อน ซึ่งล้วนมาจากใจบริสุทธิ์

พี่ก็รักยอดนะ สัญญาว่าจะกลับมาไว ๆ แล้วก็จะหาของมาฝากยอดด้วยดีไหม ให้พี่ไปเถอะนะจ๊ะ เขาจับต้นแขนทั้งสองข้างของเธอเอาไว้ สบตากัน แล้วให้คำมั่น

สัญญานะคะว่าจะกลับมา เด็กหญิงชูนิ้วก้อย

สัญญาสิจ๊ะพี่ชายก็เกี่ยวก้อยกันในทันที

ยอดให้พี่ใหญ่ไปก็ได้ค่ะ แต่อย่าลืมของฝากนะคะ

ศิระยิ้มให้เด็กน้อย พร้อมใช้มือขยี้หัวเธอเบา ๆ รู้สึกน้อยใจนิด ๆ ที่ดูเหมือนเขาจะสำคัญน้อยกว่าของฝากไปเสียแล้ว

 

คิดย้อนไปเมื่อหลายปีก่อน ท่านชายพลวัฒน์ พิทักษ์พงษ์และภริยาเษกสมรสกันมานาน แต่ไม่มีโอรสหรือธิดาร่วมกันเลยสักคน ท่านทั้งสองได้พบกับศิระโดยบังเอิญเมื่อตอนเขาเก้าขวบ และท่านก็มีเมตตาอุปการะเขาเอาไว้

สหรัฐอเมริกา...ที่นั่นมีท่านอาพลากร อนุชาแท้ ๆ ของท่านชายพลวัฒน์ ตั้งรกรากอยู่ที่นั่น

การเดินทางครั้งแรกกินเวลาหกปีกว่าเขาจะได้กลับมายังแผ่นดินเกิด แต่ไม่นานก็ต้องกลับไปศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัย

เหตุที่ศิระต้องไปอยู่ต่างประเทศตั้งแต่เด็กเพราะทั้งพ่อและแม่หวังปูทางให้เขากลับมาเป็นพิทักษ์พงษ์โดยไม่ให้ผิดแผก ตอนนั้นสกุลพิทักษ์พงษ์มิได้เป็นที่จับตาในวงสังคมมากนัก เรื่องภายในครอบครัวก็มิเป็นทีเปิดเผย ศิระจึงหลายเป็นโอรสของท่านชายที่ไปเรียนเมืองนอกตั้งแต่เด็กและกลับมาเมืองไทยเมื่อโตแล้ว

การศึกษาในต่างแดนทำให้ศิระได้ประสบการณ์ชีวิตในอีกแบบ ที่นั่นเขาถูกเลี้ยงดูคู่กับหม่อมราชวงศ์ราเมศวร์  พิทักษ์พงษ์ โอรสในท่านชายพลากรผู้เป็นอา และท่านอาของเขาเป็นผู้ใหญ่ที่ให้อิสระในการเลือกใช้ชีวิตของบุตรหลานในปกครอง ท่านไม่เครียดหากเด็กผู้ชายจะออกนอกกรอบบ้าง โดยทั้งศิระและราเมศวร์ก็เคยเป็นเช่นนั้น

 

ลงเครื่องมาได้ศิระก็ก้าวเท้าตามฝูงชนเข้ามาภายในตัวอาคาร พยายามมองหาใครสักคนที่หน้าเหมือนผู้หญิงในรูปที่เขาถือเอาไว้ในมือตอนนี้แต่ก็ไม่พบ กระทั่งได้ยินเสียง

“พี่ใหญ่!!

ความคิดของชายหนุ่มก็สะดุดลง เมื่อเจ้าของคำเรียกขานเข้ามาสวมกอดเขาเอาไว้

ศิระรู้สึกว่าตอนนี้แขนขาเขาดูเก้งก้างไปหมด คนที่สวมกอดเขาอยู่ตอนนี้อาจเป็นคนแปลกหน้า เพราะร่างกายสูงใหญ่ของเขา ทำให้เมื่อมองลงไปเห็นเพียงผมดำขวับของคนที่เอาแก้มแนบไว้ที่อก กระทั้งเห็นคนที่เดินตามเข้ามา

“ยอด ปล่อยพี่เขาได้แล้วลูก พี่ใหญ่เขาตกใจหมดแล้ว” หม่อมสารินบอกกับ ยอดขวัญ เปรมสิริ ผู้เป็นบุตรสาว

ยอดขวัญค่อย ๆ คลายอ้อมแขนจากคนตัวโต แล้วเห็นว่าเขายังคงมองเธออย่างอึ้ง ๆ

“พี่ใหญ่จำยอดไม่ได้หรือคะ รูปก็ส่งไปให้ดูแล้วนะ” ยอดขวัญเอ่ยถามพร้อมรอยยิ้ม

ศิระยกรูปในมือขึ้นมาดูเทียบกับตัวจริง จะให้เขาจำได้อย่างไร ในเมื่อรูปที่เขาถืออยู่เป็นรูปที่ได้รับการตกแต่งพิเศษด้วยโปรแกรมที่ชื่อว่า โฟโต้ชอป ให้ใบหน้าบวมอืด และมีหัวโตผิดธรรมชาติ แต่ก็ยังเอ่ยออกไป...

“จำได้สิ ก็รูปเหมือนตัวจริงออกอย่างนี้ พี่แค่ตกใจที่มีลิงมาเกาะ” ศิระว่าพลางขยับรูปในมือเข้าไปชิดหน้าหญิงสาวยิ่งขึ้น ทำให้คนเคยขำยิ้มไม่ออก

“พี่ใหญ่อ่ะ” เธอฟาดมือลงไปที่ต้นแขน ทำให้ศิระหัวเราะเบา ๆ

“ใหญ่...กลับมาเสียทีนะลูก” นั่นเป็นอีกเสียงที่เปี่ยมไปด้วยความเมตตาอาทร ทำให้ศิระหันไปมอง พร้อมก้าวเข้าไปสวมกอดเจ้าของนำเสียงนั้นอย่างแสนคิดถึง

“แม่” คำ ๆ เดียวที่ทำให้เขารู้สึกอบอุ่นขึ้นมาในหัวใจ

“กลับมาอยู่บ้านเรานะลูกนะ” หม่อมศรีพรรณสวมกอดบุตรชายเอาไว้แน่นด้วยความคิดถึง เธอและสามีหารือกันอยู่ทุกวันว่าคิดดีแล้วหรือที่ส่งลูกห่างไปจากอกและจนตอนนี้ก็ยังไม่มีบทสรุป แต่ตอนนี้ท่านก็ได้ลูกชายของท่านกลับมาแล้ว

“ครับแม่” ศิระกอดตอบมารดาด้วยความรัก ก่อนจะหันไปไหว้ผู้ใหญ่อีกคน “สวัสดีครับน้าสา”

“โตขึ้นเยอะเลยนะเรา” หม่อมสารินเดินเข้ามาใกล้ ๆ หลานชาย แล้วสวมกอดเขาบ้างอย่างนึกเอ็นดู

หม่อมทั้งสองเป็นพี่น้องกัน  โดยคนพี่สองแต่งงานกับหม่อมเจ้าสุกล พิทักษ์พงษ์ซึ่งปัจจุบันเป็นทหารชั้นนายพล ส่วนคนน้องแต่งงานกับหม่อมเจ้าสกุล เปรมสิริโดยที่หม่อมเจ้าทั้งสองเป็นเพื่อนกัน พิธีเษกสมรสก็จัดไร่เรี่ยกันแบบปีต่อปี สองครอบครัวก็ผู้สมัครรักไคร่ เป็นพี่น้อง เป็นเพื่อนพ้องกันเรื่อยมา

“ไหนล่ะคะ ของฝากของยอด” ศิระหันกลับไปมองคนทวงของ

“ทวงตลอดเลยนะ มากี่ทีกี่ทีพี่ก็มีของฝากมาให้ยอดทุกทีนี่นา ไม่เห็นต้องทวง”

“ก็พี่ใหญ่เคยบอกว่า ของที่อยากจะให้จริง ๆ จะให้ตอนกลับมาอยู่ที่นี่ไงคะ พี่ใหญ่ไม่คิดจะกลับไปที่โน่นอีกแล้วใช่ไหม” ยอดขวัญทำเสียงละห้อยขณะเอ่ยถาม เธอดีใจทุกครั้งที่ได้มารับเขาที่สนามบินเหมือนกับต้องเสียใจทุกครั้งเมื่อมาส่งเขา และเธอหวังว่าจะไม่มีวันนั้นอีกแล้ว

“ไม่แล้ว พี่ไม่ไปไหนอีกแล้วล่ะ พี่จะกลับมาอยู่เมืองไทย มาช่วยท่านอาสุระดูบริษัทฯ”

ศิระเรียกหม่อมเจ้าสุรพันธ์ว่า ท่านอาสุระทั้งที่ท่านเป็นสามีของน้าสาว แต่ทางหม่อมเจ้าพลวัฒน์มองว่า เพื่อนไม่ได้อายุน้อยไปกว่าภริยาของท่าน ทั้งยังเป็นรุ่นน้องของท่านอยู่หลายเดือนจึงจัดแจงให้โอรสเรียกอีกฝ่ายอย่างนั้นเรื่อยมา

“ค่ะ ว่าแต่ของฝากน่ะ ไม่ลืมแน่ ๆ ใช่ไหมคะ” ทางยอดขวัญยังทวงของไม่เลิก

“ไม่ลืมหรอกจ้ะ พี่แพ็ครวมกันมาในกระเป๋าใบใหญ่ เย็นนี้ทานข้าวด้วยกัน เดี๋ยวพี่เอามาให้นะ”

“พี่ใหญ่ของยอดนี่...น่ารักที่สุดเลยค่ะ” ยอดขวัญคล้องแขนศิระเอาไว้ แล้วยืดอกพูดอย่างแสนภาคภูมิใจที่มีเขาเป็น พี่ชาย

ศิระยิ้มละมุนขณะก้มมองวงแขนเล็ก ๆ ที่คล้องแขนเขาอยู่...เธอก็เป็นน้องยอดที่น่ารักของเขามาตลอดเช่นกัน

 

“ท่านพ่อขา...พี่ใหญ่กลับมาแล้วนะคะ”

เย็นวันนั้นยอดขวัญเข้ามากอดแขนบิดาทันทีที่ท่านกลับถึงบ้าน บริษัทใหญ่โตทำให้ท่านไม่สามารถไปรับหลานชายที่สนามบินได้ เช่นเดียวกับบิดาของชายหนุ่ม ที่มีงานราชการรัดตัว

“พ่อรู้แล้ว แล้วไหนล่ะ พี่ใหญ่ของเรา ไม่ได้มาพร้อมกันหรอกเหรอ” หม่อมเจ้าสุรพันธ์แลซ้ายขวามองหาหลานชายคนโปรด

“เปล่าค่ะ พี่ใหญ่ขอกลับไปรื้อของก่อน เพราะมีของฝากของยอดอยู่ในนั้น แต่เดี๋ยวคงมาที่นี่พร้อมกับท่านลุงกับหม่อมป้า หม่อมแม่ก็กำลังเตรียมมื้อค่ำอยู่ในครัว เมื่อกี้ยอดก็เข้าไปช่วยด้วยนะคะ” ยอดขวัญร่ายยาวให้บิดายิ้มเพลินไปเก็บเสียงเจื้อยแจ้วของคนช่างพูด

“ยอดเข้าไปช่วยในครัวด้วยเหรอลูก” หม่อมเจ้าสุรพันธ์ถามธิดาด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น ราวกับได้ยินเรื่องประหลาด “แล้วยอดเข้าไปช่วยทำอะไรล่ะ”

“ยอดช่วยหม่อมแม่ทำแกงเขียวหวานลูกชิ้นปลากรายค่ะ พี่ใหญ่ชอบ”

“อืม...งั้นก็ให้ชายใหญ่กินไปเถอะนะ พ่อคงไม่กิน” ท่านชายบอกกับธิดาด้วยรอยยิ้มหยอกเย้า ใช่ว่าท่านมีน้ำใจอยากให้หลานชายได้กินคนเดียว แต่เพราะเคยชิมแกงส้มที่ลืมใส่มะขามเปียกแต่ราวกับยกถังเกลือเทลงไปของธิดาคนโปรด ทำให้ท่านรับไม่ไหวกับฝีมือการทำอาหารของเธอ

“ท่านพ่ออ่ะ ฝีมือยอดไม่ได้ห่วยขนาดนั้นซะหน่อย” คนไร้ฝีมือทำหน้างอแหวกลับมาทันควัน ก่อนจะงอนตุ๊บป่องเดินกลับเข้าไปในครัว

 

มื้อค่ำเริ่มขึ้นหลังจากนั้นไม่นาน โดยศิระขออุบเรื่องของฝากไว้หลังมื้ออาหาร สองครอบครัวร่วมโต๊ะอาหารอย่างปรองดองเป็นปกติ และวันนี้ผู้ร่วมโต๊ะครบถ้วนอย่างที่ควรจะเป็น

“ใหญ่จะเข้าบริษัทวันไหนล่ะ” หม่อมเจ้าสุรพันธ์เอ่ยถามศิระเมื่อเริ่มรับของหวาน

ศิระเคยรับปากจะเข้าไปช่วยดูแล พีพีเจ็มส์บริษัทอัญมณีที่ทั้งสองครอบครัวมีหุ้นส่วนร่วมกัน โดยหม่อมเจ้าสุรพันธ์ผู้มีหัวทางการค้าเป็นผู้บริหาร และหม่อมเจ้าพลวัฒน์ขอเป็นเพียงที่ปรึกษา เพราะท่านมีเลือดทหารมากกว่าเลือดนักธุรกิจ สิทธิ์การบริหารในส่วนของผู้เป็นบิดาจึงตกมายังโอรสอย่างศิระ

“ท่านพ่ออย่าเพิ่งเร่งพี่ใหญ่เรื่องงานสิคะ พี่ใหญ่เพิ่งกลับมาเหนื่อย ๆ ให้พี่ใหญ่เที่ยวกับยอดให้หายคิดถึงสักอาทิตย์สองอาทิตย์นะคะ” ยอดขวัญเอ่ยแทรกก่อนที่ศิระจะทันได้ตอบ

“ยอดดดด...” หม่อมเจ้าสุรพันธ์ลากเสียงยาว “ผู้ใหญ่กำลังคุยกันนะลูก”

“ยอดก็ไม่ใช่เด็กนี่คะ ยอดก็ผู้ใหญ่คนนึงเหมือนกัน” ผู้เป็นบิดาส่ายหน้าช้า ๆ ท่าทางเอือมระอากับ ผู้ใหญ่ วัยยี่สิบสอง ส่วนคนอื่น ๆ ต่างยิ้ม และมองเธอด้วยแววเอ็นดู

เรื่องอายุ...ยอดขวัญอาจจะไม่ใช่เด็ก แต่เรื่องนิสัยใจคอนั้น...เธอยังเด็กนัก

 

หลังมื้อค่ำ ผู้ใหญ่พูดคุยธุระกันเรียบร้อย เป็นอันว่ายอดขวัญขอตัวศิระอยู่เที่ยวกับเธอหนึ่งอาทิตย์ แต่ศิระให้เวลาเธอแค่สองวัน แม้ยอดขวัญจะทำหน้างอให้เห็นบ้าง แต่ก็ยอมง่าย ๆ

ศิระขอตัวเดินออกมาที่สวนหน้าบ้าน ยอดขวัญไม่รีรอที่จะตามออกมาทวงของ

“พี่ใหญ่...ไหนล่ะคะของฝากของยอดน่ะ” ศิระไม่ตอบคำถาม เขาเดินไปหยุดใต้โคมไฟดวงใหญ่บนเสาสูงเลยศีรษะขึ้นไปนิดหน่อย และมียอดขวัญเดินไปยืนเคียงข้าง

“ไหนล่ะคะ” ยอดขวัญแบมือออกมาต่อหน้า ศิระเพียงเผยยิ้มที่มุมปากก่อนจะล้วงลงไปในกระเป๋ากางเกงด้านขวา สิ่งที่ติดมือขึ้นมาคือกล่องหุ้มหนังสีน้ำตาลรูปทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัสขยาดเล็ก เขายื่นไปให้เธอ

ยอดขวัญยิ้มหวานรีบคว้ากล่องนั้นไปเปิดดูโดยไว ภายในกล่องนั้นเป็นจี้ทรงกลมขนาดเล็กสีม่วงใส เส้นผ่านศูนย์กลางราว ๆ เซนฯครึ่ง มีเส้นโลหะสีเงินคาดเอาไว้โดยรอบทำมุมสี่สิบห้าองศา ดูเหมือนลูกโลกสวมสายสะพาย แต่หากมองให้ดี มันคือดาวเสาร์ เหนือสุดของเส้นโลหะนั้นถูกเชื่อมไว้ด้วยห่วงสอดสายด้วยสร้อยคอสีเงินเส้นเล็ก

“ว้าว!” ยอดขวัญส่งเสียงสมใจก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองคนให้ทั้งรอยยิ้ม

“สีม่วงแบบนี้ อเมทิสต์ ใช่ไหมคะ” ศิระพยักหน้าพร้อมรอยยิ้มน้อย ๆ

“มันจะทำให้ผู้เป็นเจ้าของโชคดี” เขาเอ่ยเพียงสั้น ๆ ทั้งที่ดาวเสาร์สีม่วงดวงนี้แฝงความหมายไว้มากกว่านั้น

“ขอบคุณค่ะ” ยอดขวัญเขย่งปลายเท้ากอดรอบคอเขาเอาไว้เสริมคำขอบคุณ จนศิระซึ่งตัวสูงมากถึงหนึ่งร้อยเก้าสิบเอ็ดเซนติเมตร ต้องก้มตัวลงมาให้เธอสวมกอด

ทำไมต้องเป็นดาวเสาร์สีม่วง...นั่นคงเพราะเขารู้ เธอเกิดในวันเสาร์ของเดือนกุมภาพันธ์ และอเมทิสต์ เป็นอัญมณีของคนราศีกุมภ์ พี่ใหญ่มักใส่ใจในรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ของเธอเสมอ

“พี่ใหญ่สวมให้ยอดนะคะ” ทันทีที่คลายอ้อมกอดยอดขวัญก็ยื่นกล่องที่เพิ่งได้มา กลับไปให้ศิระ เขาไม่อิดออดที่จะจัดการให้เธอ

เมื่อสร้อยคอน้อยราคาทาบลงไปบนคอระหงยอดขวัญก็เอ่ยขึ้น “ยอดจะไม่ถอดสร้อยเส้นนี้ออกเลยค่ะ”

“ให้มันจริงเถอะ อีกหน่อยมีสร้อยเพชรสวย ๆ รังแต่จะลืมสร้อยคอถูก ๆ”

“ไม่หรอกค่ะ เส้นนี้พี่ใหญ่เป็นคนให้นี่นา” ยอดขวัญยังคงยิ้มหวานไม่เลิก คำพูดของเธอเพียงเท่านั้นก็ทำให้หัวใจชายหนุ่มอบอุ่นนัก เขายังจำภาพเด็กผู้หญิงวัยสามขวบที่ต้อนรับเขาเมื่อแรกพบด้วยคุกกี้แสนอร่อยได้ไม่เคยลืม

“ยอดอยากนั่งชิงช้า พี่ใหญ่ไปไกวให้ยอดทีนะคะ” ยอดขวัญไม่รอให้ศิระรับคำ เธอคว้าแขนของคนตัวโตเดินไปยังมุมหนึ่งของสวนหย่อมทันที

ตรงนี้มีต้นมะขามต้นใหญ่ โยงเชือกปอจากกิ่งหนึ่งซึ่งแข็งแรงลงมายังแผ่นไม้เนื้อดีผูกปมแน่นหนา ยอดขวัญนั่งลงบนไม้แผ่นนั้น ศิระจับเชือกแกว่งไกวอย่างรู้หน้าที่

“ดีใจจังที่พี่ใหญ่กลับมาสักที นึกว่าไปหลงสาวผมบลอนด์จนลืมทางกลับบ้านซะแล้ว”

“ใจพี่อยู่ที่นี่ ยังไงก็ต้องกลับมา”

“ค่ะ ท่าทางหม่อมป้าดีใจมาก ๆ ที่พี่ใหญ่กลับมา ท่านพ่อก็รอให้พี่ใหญ่กลับมาช่วยงานบริษัทตั้งนานแล้ว” ยอดขวัญแหงนเงยเอื้อนเอ่ยกับคนแกว่งชิงชา และพบกับรอยยิ้มละมุนที่อยู่บนใบหน้าของเขาเป็นนิจ เธอจึงดึงแขนคนตัวโตลงมานั่งบนชิงช้าตัวเดียวกัน

“พรุ่งนี้ไปเที่ยวกับยอดนะคะ ยอดอยากไปทะเล ภูเขา น้ำตก อยากไปทุกที่เลยค่ะ” เสียงใสแจ๋วของเธอเรียกรอยยิ้มจากเขา

“พี่มีเวลาให้แค่สองวันนะ จะไปทุกทีได้ยังไงกัน”

“งั้นก็เที่ยวกับยอดสักอาทิตย์สิคะ”

“ไม่ต้องไปเรียนรึไงฮะเรา”

“ยอดซีร็อกซ์เลกเชอร์จากเพื่อนก็ได้”

“คนขี้เกียจ” ศิระเย้า

“ก็ยอดคิดถึงพี่ใหญ่นี่นา พี่ใหญ่กลับมาครั้งล่าสุดก็ตั้งหลายปีมาแล้ว” ยอดขวัญเอียงหัวอิงไหล่หนาเอ่ยเสียงอ้อน ศิระมองผมดำสนิทของเธอด้วยรอยยิ้มละมุนไม่เคยเปลี่ยน

“สรุปว่าพรุ่งนี้จะไปไหนล่ะ ที่ที่มีทุกอย่างที่ยอดว่ามาคงหาไม่ได้ง่าย ๆ”

“เกาะช้างไงคะ”

“อืม...งั้นยอดคงต้องเป็นคนพาพี่เที่ยวแล้วล่ะ เพราะพี่ไม่รู้อะไรเลย”

“ค่ะ ค้างที่นั่นสัก 2 คืนแล้วค่อยกลับเนอะ”

“คืนเดียว เย็น ๆ วันที่สองเราก็กลับ พี่จะเลยไปดูเหมืองที่เมืองกาญจน์ต่อ” ศิระค้าน เขากล่าวถึงเหมืองพลอย แหล่งวัตถุดิบของพีพีเจ็มส์

“พี่ใหญ่จะไปที่เหมืองเหรอคะ” ยอดขวัญเอ่ยด้วยท่าทางตื่นเต้น และไม่ผิดไปจากที่ศิระคาดเดาเลยสักนิด “ยอดอยากไปด้วย ให้ยอดไปด้วยนะคะ พี่ใหญ่จะอยู่กี่วัน”

 “อาทิตย์นึง” ศิระอยากเริ่มจากงานที่เหมืองก่อนเข้ามานั่งในบริษัท บอกยอดขวัญว่าจะไปอยู่หลายวัน เผือเธอขยาดไม่อยากไปด้วย อยู่ที่เหมืองใช่จะสบาย และยอดขวัญรักความสบายอยู่ไม่น้อย

“อืม...อาทิตย์นึงก็อาทิตย์นึงค่ะ ยอดจะไปกับพี่ใหญ่ด้วย” ยอดขวัญไม่ได้ขยาดอย่างที่ศิระคิด แต่นั่นอาจเพราะเธอยังไม่ได้พบสภาพจริง

“จะอยู่ทั้งอาทิตย์เลยใช่ไหม” ศิระถามย้ำ

“ค่ะ อยู่ทั้งอาทิตย์” ยอดขวัญตอบคำถามอย่างมั่นใจ

“บอกไว้ก่อนนะ พี่จะไม่ออกมาส่งกลางคัน”

“ยอดไม่งอแงเป็นเด็ก ๆ หรอกน่า ยอดโตเป็นผู้ใหญ่แล้วนะคะ”

ยอดขวัญย้ำเรื่องความเป็นผู้ใหญ่ของเธอ ศิระมองหน้าเธอยิ้ม ๆ อย่างไม่ค่อยจะเชื่อนัก


……………..

 

 

 

ข้อความ :
จากคุณ * :
 

หน้าที่ 1 จาก 1 หน้า
แสดง เรื่อง
ความคิดเห็นที่ 1
อ่านตอนแรกก้อสนุกแรก
คริคริ
นนนี่มะด้ายมาช้าไปช่ายมั้ยค่ะ :))
จากคุณ นนนี่/(NONiiez) อัพเดตเมื่อ 30/12/2553 00:13:44
ความคิดเห็นที่ 2
อัพไวๆๆนะ
จากคุณ peung/(11-2-52) อัพเดตเมื่อ 09/09/2553 21:00:27
ความคิดเห็นที่ 3
รออ่านต่อค่ะ
จากคุณ ฟ้าริน/(farin) อัพเดตเมื่อ 07/09/2553 12:24:44
ความคิดเห็นที่ 4
ชอบมากๆๆ     รีบอัพไวไวน่ะค่ะ
จากคุณ ตาส์/(nong_ta14) อัพเดตเมื่อ 07/09/2553 09:46:42
หน้าที่ 1 จาก 1 หน้า
แสดง เรื่อง
 
จำนวนผู้ชมเว็บแจ่มใสขณะนี้: 314 ท่าน