Guest   
 
Username: 
Password:  




 




  







 
อ่านเรื่อง
ผูกพันรัก...สุดท้ายด้วยน้ำตา (So many tears) กดไลค์แฟนเพจอัณณ์ศญาได้ที่ http://www.facebook.com/unsaya
อัณณ์ศญา
บทที่ 12 It's my lips...can you feel it? อัพแล้วจ้า 100% (***สำคัญมาก-ช่วยตอบคำถามกันหน่อยน้า ^^~~~)
14
08/11/2553 00:20:09
7000
เนื้อเรื่อง

 

 




 

กลับมาเริ่มอัพบทที่ 12 กันต่อ

เอาอิมเมจของกวากวา และโซวอนมาให้ยลโฉม

กวากวา...อิมเมจคือ ฮันเกิง SJ & โซวอน...อิมเมจคือ ซีวอน SJ


คำถามก่อนอัพนิยาย...ช่วยตอบด้วยนะคะ ^^

คุณชอบตัวละครใดในนิยายเรื่องนี้มากที่สุด

ช่วยบอกเหตุผล...ที่ทำให้ประทับใจด้วยนะคะ 

แล้วเจ้จะกลับมาอัพนะคะ

อ่านแล้ว...ช่วยตอบคำถามด้วยน้า
ถือว่าเป็นการแลกเปลี่ยนความรู้สึกกัน
ระหว่างคนแต่งและคนอ่าน

และ...เพียงแค่หนึ่งคอมเม้นต่อการอ่านหนึ่งครั้ง

ก็ถือว่าเป็นกำลังใจที่ดี ที่จะทำให้นิยายเรื่องนี้ก้าวต่อไปนะคะ ^__^V
ยอดViewเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แต่กว่าจะได้คอมเม้นสักหนึ่งคอมเม้น ยากยิ่ง
น้อยใจแล้ว T___T



 

            

           

           

            สายลมที่เริ่มพัดโชยอ่อนเข้ามาในห้องนอนจนทำให้ผ้าม่านพลิ้วปลิวสะบัด เผยให้เห็น...ร่างบางของหญิงสาวและร่างสูงของชายหนุ่มที่ยังคงตักตวงความหอมหวานอันล้ำลึกของกันและกัน มินชอลกำลังทำให้เธอเผลอใจจนอ่อนไหวตามเขาไปด้วย นิ้วมือของมินชอลที่กำลังแทรกเข้าไปตามจุดสัมผัสปลุกเร้า ในขณะที่กำลังปลดเสื้อตัวนอกของเธอออก ราวกับว่ามันนั้นเป็นสิ่งที่ขวางหูขวางตาของเขามาก จนแจวอนได้แต่หลับตาแน่นด้วยความรู้สึกหวาดหวั่น เนื้อตัวของเธอนั้นได้แต่สั่นไหวจากริมฝีปากของเขาที่กดเบียดซุกไซ้ไปตามแก้ม และไล่ลงมาที่ซอกคอ

           ตอนนี้ความรู้สึกของฉันนั้น...เหมือนกับว่าตัวเองกำลังลอยล่องอยู่บนละอองหิมะอันแสนอ่อนนุ่ม ที่กำลังโปรยปรายลงมาล้อมรอบตัวของฉันไว้ ความรู้สึกที่เคยทำให้ฉันต้องเจ็บปวดและหวาดกลัว ณ ตอนนี้...ฉันก็อยากจะลบมันออกไปให้หมด ฉันอยากจะร้องไห้อยู่แบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ และในความฝันนั้นฉันจะขอลืมเรื่องราวในอดีตทั้งหมด เพราะตอนนี้...ฉันแค่อยากจะกอดเขาเอาไว้ในอ้อมแขน ในเมื่อมินชอลคือคนที่มอบคำว่ารักให้กับฉัน แล้วแบบนี้ทำไมฉันจะต้องฝืนทนกับความรู้สึกที่มีให้กับคนอีกคน...ที่มาสร้างความหวั่นไหวให้กับหัวใจของฉัน โดยที่เขาไม่ได้ตั้งใจและคิดที่จะจริงจัง เพื่อที่ฉันจะได้ไม่ต้องหลงทางภายในหัวใจที่แสนสับสนอีกต่อไป…’

          “มินชอล...” น้ำเสียงอันแสนอ่อนหวานของแจวอนกำลังเรียกสติของมินชอลให้คืนกลับมา

            “ฉันอึดอัด...” เธอเริ่มดิ้นไปมา เมื่อเขายังไม่ยอมหยุดสร้างความปั่นป่วนให้กับหัวใจและร่างกายของเธอ

            “เธอน่าจะชินกับสัมผัสของฉันได้แล้วนะ”

            “จะบ้าเหรอ...ใครเขาจะพากันชินกับเรื่องแบบนี้เหมือนนายเล่า” คนหัวดื้ออย่างเธอก็ยังทำปากเก่งอยู่ต่อไป

            “แน่ใจนะ...ว่ายังไม่ชิน” มินชอลเริ่มฉุนขึ้นมา และมองแจวอนที่กำลังพยักหน้าลงแทนคำตอบ

            “เธอลองกระพริบตาดูสิ...”

            “ทำไม...ฉันต้องทำตามที่นายบอกด้วย”

            “อย่าดื้อน่ะ...กระต่ายน้อย ลองทำตามที่ฉันบอกแล้วเธอก็จะรู้เอง” สุดท้าย...แจวอนก็ต้องยอมทำตามที่มินชอลบอก เธอลองกระพริบตาที่แสนจะน่ารักราวกับกระต่ายตัวน้อยๆ ปริบๆ จนทำให้หน้าของชายหนุ่มนั้นแดงเรื่อขึ้นมาโดยที่ไม่ต้องพึ่งฝ่ามือของเธออีก แล้วเขาก็จูบปิดปากของเธออีกครั้งอย่างอ่อนโยน มันผ่านไปนานเท่าไหร่ไม่รู้...กว่าที่เขาจะยอมถอนริมฝีปากออก

   

            “It's my lips...Can you feel it? (นี่ริมฝีปากของฉันนะ..เธอรู้สึกได้ใช่ไหม)” มินชอลบอกกับแจวอนที่กำลังหลับตาแน่น ร่างของหญิงสาวนั้นสั่นสะท้านไปกับสัมผัสอันอ่อนละมุนของเขา

            “เจ้ากระต่ายน้อย...ลืมตาขึ้นมาก่อนสิ มองหน้าฉัน แล้วบอกฉันมา...ว่าเธอรู้สึกเหมือนฉันรึเปล่า” แจวอนจึงค่อยๆ ลืมตาของเธอขึ้นมาทีละนิด...ทีละนิดด้วยความรู้สึกที่เบาหวิวราวกับตัวเองกำลังล่องลอยไปในห้วงอวกาศที่ไร้น้ำหนัก แต่กลับมีแรงดึงดูดอันมหาศาลมาจากตัวของเขา ///><///

            “อ๊ะ! ><

            แจวอนสะบัดหัวเพื่อไล่ความรู้สึกบางอย่างของตัวเองออกไป พลางหน้าแดงเรื่อ เธอกำลังรู้สึกสับสนว่ากำลังเกิดอะไรขึ้นกับหัวใจและร่างกายของตัวเอง ทำไมริมฝีปากอันอ่อนนุ่มของเขาถึงได้ทำให้หัวใจของเธอเต้นรัวได้มากแบบนี้ แล้วแบบนี้มินชอลเองก็คงจะได้ยินเสียงหัวใจของเธอที่กำลังเต้นตึกตักๆ เพราะเขาอยู่ใช่ไหม >///<

            “ทำไมไม่ตอบ...ฉันกำลังถามเธออยู่นะ!” เสียงทุ้มๆ ของเขากำลังถามแจวอน...อย่างต้องการค้นหาความรักในคำตอบของเธอ แต่แจวอนกลับไม่ยอมพูดอะไรออกมา และได้แต่ปล่อยให้เขามองดวงตากลมโตที่สั่นระริกราวกับกระต่ายน้อยแสนซน...แทนความรู้สึกของเธอ

            “ฉันไม่จำเป็นต้องตอบนาย...”

            ทั้งๆ ที่เธอควรจะรู้สึกเกลียดเขา และควรจะเกลียดเขาให้มากขึ้น แต่ทำไม...ตอนนี้เธอถึงยังอยากจะหายใจร่วมกับมิลชอลอยู่ หรือว่าเธอกำลังปล่อยให้แววตาของเขา ทั้งน้ำเสียง และสัมผัสของมินชอลเดินเข้ามาอยู่ในหัวใจมากเกินไป จนอยากจะเกลียดแต่ก็รู้สึกเหนื่อยใจเกินไปแล้ว แจวอนคิดในใจพลางขยับเขยื้อนมือของตัวเองที่เขายังคงบีบมันไว้ จนมินชอลต้องยอมคลายมือที่บีบข้อมือของเธอออก

          “เพราะนายไม่มีสิทธิ์ที่จะมารับรู้เรื่องส่วนตัวของฉัน!” คำตอบที่ได้รับทำให้ชายหนุ่มตรงหน้านั้นนิ่งเงียบราวกับเขากำลังจะหยุดหายใจ แล้วภายในห้องตอนนี้ก็เงียบกริบ มินชอลหายใจรดต้นของคอแจวอนสักพักแล้วยันตัวขึ้นออกจากร่างบาง เพื่อที่จะติดกระดุมเสื้อให้กับหญิงสาว

            “หรือว่ามีแค่พี่ชายของเธอเท่านั้นที่รู้ได้ เพราะว่าในสายตาและหัวใจของเธอนั้นมีแต่เท็ตสึ และฉันก็คงจะไม่เคยได้อยู่ในหัวใจของเธอเลยจริงๆ” มินชอลพ่นลมหายใจออกมาพร้อมกับมองแจวอนด้วยความเจ็บปวด หรือว่าเขาจะทำได้แค่เพียงเป็นคนที่ไม่มีตัวตนในชีวิตของเธอ ที่ต่อให้พยายามแค่ไหน...หัวใจของเขาก็ได้รับแต่เพียงความว่างเปล่ากลับคืนมา

            “ฉันไม่จำเป็นต้องตอบคำถามบ้าๆ ของนาย! แค่นายรู้...ว่าฉันไม่ได้เกลียดนายก็พอแล้ว” แจวอนบอกกับมินชอลที่กำลังพยายามติดกระดุมเสื้อให้เธออยู่อย่างเบามือ คำตอบสุดท้ายที่มินชอลได้รับนั้นทำให้หัวใจที่เคยอ่อนแอของเขา ค่อยๆ เปลี่ยนไปอย่างบางเบา จนมินชอลนั้นอยากให้แจวอนรับรู้ถึงหัวใจข้างในของเขา...ว่าตอนนี้มันร้อนแรงยิ่งกว่าพระอาทิตย์เสียอีก

            “ขอบใจสำหรับคำตอบของเธอมากๆ อย่างน้อยการจูบกันของเรา...ก็ไม่ได้เกิดขึ้นจากความเกลียด” แค่เพียงเขาได้พบกับแจวอนอีกครั้งและได้ประทับจูบเธอ ก็เหมือนกับจะทำให้หัวใจของเขานั้นมีชีวิตชีวาขึ้นมาอีกครั้ง

            “บ้าน่า! แล้วนายจะพูดถึงเรื่องนั้นอีกทำไมเล่า -///-

            แจวอนพูดพร้อมกับเอามือปิดปากของตัวเองเอาไว้ด้วยความเขินอาย จนสองแก้มอันขาวใสนั้นแดงเรื่อขึ้นมาอีกทันที เมื่อเธอยังสัมผัสได้ถึงความรู้สึกบางเบาที่เขาฝากไว้ที่ริมฝีปากของเธอ และเมื่อร่างสูงที่กดทับเธอไว้ลุกออก...แจวอนก็รีบลุกขึ้นมานั่งกับเตียงอย่างรวดเร็ว ตอนนี้มินชอลได้แต่มองแจวอนที่กำลังรีบลุกขึ้นนั่งแล้วก้มมองดูเสื้อผ้าของตัวเองที่ดูยู่ยี่ไปหมด

            “ทำไมตอนนี้เธอดูหน้าแดงจัง...ไข้ยังไม่ลดลงอีกเหรอ หรือว่าฉันควรจะพาหมอมาตรวจอาการของเธอที่นี่ดี” แจวอนกลับหน้าแดงแจ๋มากขึ้นไปอีก เมื่อมือหนาของชายหนุ่มนั้นสัมผัสเข้ามาที่แก้มนวล แล้วมินชอลก็ลูบแก้มของเธอเบาๆ จนทำให้เธอสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นและอ่อนโยนจากเขา

            “ฉันปกติดีน่า...นอนพักแป๊บเดียวเดี๋ยวก็หาย เพราะฉะนั้นเอามือของนายออกไปจากหน้าของฉันได้แล้ว..เดี๋ยวสิวขึ้น แล้วก็เชิญนายกลับไปรายงานคุณพ่อได้เลย...ว่าฉันยังมีลมหายใจอยู่” แจวอนหลับหูหลับตาพูดออกไป โดยที่พยายามจะไม่สบตาคู่งามของมินชอลเด็ดขาด เพราะเธอนั้นรู้ดี...ว่าดวงตาคู่นี้ของเขานั้นทำให้เธอหวั่นไหวได้อย่างมากมายแค่ไหน

            “ถ้างั้น...เธอก็พักผ่อนแล้วกันนะ แล้วอย่าลืมกินยาก่อนนอนด้วยล่ะ” มินชอลพูดพลางเกาลำคอแก้เก้อ แล้วเอื้อมมือไปวางยาลดไข้กับแก้วน้ำอุ่นไว้ที่หัวเตียง ก่อนที่เขาจะเดินหายออกไปจากห้อง จนไม่ได้ทันเห็นแจวอนที่กำลังพ่นลมหายใจออกมาอย่างโล่งอก ที่หัวใจของเธอได้กลับมาเป็นอิสระอีกครั้ง

            ในทุกๆ ครั้งที่นายจูบฉัน สัมผัสนั้นทำให้ฉันรู้สึกเหมือนว่าตัวเองกำลังจะบินได้ในสภาพที่ไร้แรงโน้มถ่วง และในตอนนั้นเสียงของหัวใจที่หนาวเหน็บจนด้านชาของฉัน...มันกลับเต้นดังและบีบตัวแรงขนาดไหน นายก็คงไม่รู้หรอก แล้วก็ไม่รู้ว่าเพราะเหตุผลอะไรที่ทำให้ฉันยังอยากมีนายอยู่ข้างๆ ทั้งๆ ที่เคยบอกกับตัวเอง...ว่าเกลียดนายนักหนา หรือเป็นเพราะว่าอ้อมกอดของนายนั้นเปรียบเสมือนท้องฟ้าสีครามสำหรับฉัน แต่ตอนนี้ฉันกลัวเหลือเกิน...ว่าถ้าหากฉันลืมตาขึ้นมา น้ำตาของฉันมันจะยังคงไหลแม้ฉันจะเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้า...น้ำตาที่บ่งบอกถึงความรู้สึกของฉัน น้ำตาที่จะกลายเป็นความอ่อนแอของฉันในที่สุด ถ้าฉันยอมให้นายเข้ามามีอิทธิพลในหัวใจของฉัน...

          แจวอนคิดพลางหลับตาแน่น เพื่อให้หัวใจที่อ่อนไหวและสับสนจากความรู้สึกที่เรียกว่า รัก ได้รับการพักผ่อน แต่ก็เหมือนว่าเธอนั้นจะไม่สามารถลบเลือนภาพของชายหนุ่มหน้าหวาน...เจ้าของนัยน์ตาสีนิลอันคมกริบได้เลย


            ในเวลาเดียวกันนั้น...ร่างบอบบางในชุดผู้ป่วยที่กำลังนั่งนิ่งอยู่บนเตียงในห้องกว้างของโรงพยาบาล ดวงตากลมโตของเธอที่แสนเหม่อลอยนั้นกำลังทอดมองออกไปผ่านประตูกระจก ใบหน้าหวานของลีมินาที่ดูหม่นหมองและซึมเศร้านั้นพลอยทำให้ชายหนุ่มที่กำลังแอบมองเธออยู่รู้สึกเศร้าไปด้วย ถ้าไม่ใช่เพราะความประมาทของเขา...มินาก็คงไม่ต้องมาอยู่ในสภาพแบบนี้

            “ใครคะ !” ลีมินาถามเสียงสั่น แล้วรีบหันมาทันทีที่ได้ยินเสียงฝีเท้าที่กำลังก้าวเดินเข้ามา

            “ผมเองครับ...โซวอน” ชเวโซวอนที่รีบมาเยี่ยมมินาทันทีหลังเสร็จสิ้นจากการซ้อมเต้นที่บริษัท ถึงแม้ว่าช่วงนี้ตารางการซ้อมของเขาจะอัดแน่นมากแค่ไหน แต่โซวอนก็เลือกที่จะใช้ช่วงเวลาพักของเขามาเยี่ยมเธอ

            “คุณเองเหรอคะ ฉันขอโทษด้วยนะคะที่ตวาดคุณเสียดังแบบนั้น...ฉันแค่รู้สึกกลัวแล้วก็ตกใจมากเกินไปหน่อย”

            “ผมเองต่างหากที่ต้องขอโทษ...ที่เดินเข้ามาโดยไม่ได้ทันได้เคาะประตูก่อน”

            “เอาเป็นว่าเราทั้งคู่ไม่มีใครผิดใครถูกแล้วกันนะคะ” มินาบอกกับโซวอนเบาๆ แล้วยิ้มเล็กๆ ที่มุมปากให้กับเขา ถึงแม้ว่าเธอจะกำลังอยู่ในภาวะที่สับสนและหวาดระแวงกับผู้คนรอบๆ ข้าง และมินาเองก็เพิ่งได้รู้จักกับโซวอนได้ไม่นาน แต่รอยยิ้มที่ดูอบอุ่นและอ่อนโยน กับท่าทางที่แสนสุภาพของเขา ก็ทำให้เธอรู้สึกไว้วางใจโซวอนได้ไม่ยากนัก

            “รวมทั้งเรื่องอุบัติเหตุด้วย...” เธอบอกกับโซวอนอย่างจริงใจ

            “ถึงคุณจะไม่โกรธและให้อภัย แต่ผมก็ยังรู้สึกผิดอยู่ดี แล้วก็ตั้งแต่เกิดเรื่องมา...ผมยังไม่ได้ทันขอโทษคุณเลยที่ความใจร้อนของผมนั้นทำให้คุณต้องเจ็บและกลัว...จนต้องสูญเสียความทรงจำ”

            “เรื่องนี้คุณไม่ต้องกังวลหรอกนะคะ เพราะคุณก็ไม่ได้ตั้งใจและอยากจะให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นสักหน่อย ถ้าฉันจะต้องจำอะไรไม่ได้เลยถึงเรื่องราวที่ผ่านมา แต่มันก็ไม่ได้หมายความว่าความทรงจำนั้นของฉันจะต้องถูกปิดตายไปตลอดกาล ฉันเชื่อว่า...สักวันฉันจะต้องจำได้ คุณไม่ต้องโทษตัวเองนะคะ เพราะจะยิ่งทำให้ฉันรู้สึกเป็นภาระให้กับความรู้สึกของคุณ”

            “แต่ผมยินดีที่จะรับผิดชอบ และจะอยู่เคียงข้างคุณ จนกว่า...” โซวอนได้แต่หยุดคำพูดของเขาไว้เท่านี้ พร้อมกับมองมินาที่กำลังทำหน้าตางุนงงกับคำพูดของเขา แววตาอันแสนน่ารักที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความสงสัยของเธอ กำลังทำให้ใบหน้าของเขานั้นแดงเรื่อด้วยความเขิน เขาไม่เคยรู้สึกว่าหัวใจของตัวเองกำลังเต้นถี่แบบนี้กับใครมาก่อน จนในวันที่ได้มาพบกับเธอ

            “จนกว่า...อะไรคะ”

            “ก็จนกว่าที่คุณจะไม่ต้องการผม” เสียงพูดที่แผ่วเบาราวกับกระซิบของเขานั้นกำลังดังเข้าไปถึงหัวใจของหญิงสาว...ให้รู้สึกถึงความอบอุ่นที่แผ่ซ่านเข้ามา เพราะในวันที่เธอกำลังรู้สึกโดดเดี่ยวและอ้างว้างนั้น...กลับมีคนที่เข้ามาช่วยปลุกหัวใจ และจิตวิญญาณที่กำลังเดินหลงทางอยู่ให้กลับมามีลมหายใจอีกครั้ง

            “คงไม่มีวันนั้นหรอกมั้งคะ ^^ ถึงยังไงคุณก็ต้องรับผิดชอบฉันตามคำพูดให้ได้นะคะ ลูกผู้ชาย...พูดคำไหนต้องเป็นคำนั้นนะ”

            “ผมสัญญา...ว่าผมจะดูแลและอยู่เคียงข้างคุณ ไปจนกว่าจะถึงวันที่คุณไม่ต้องการผม” เสียงทุ้มๆ ของโซวอนยังคงย้ำชัดกับเธอ ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตามที่จะมาใช้อธิบายความรู้สึกที่เขามีต่อเธอ ความรู้สึกที่ราวกับว่าโบยบินออกมาจากส่วนลึกของหัวใจ คำตอบใดๆ นั้นก็คงไม่มีความหมายเท่ากับเวลานี้ที่เขาอยากจะดูแลเธอ ปกป้องเธอ และอยากอยู่ใกล้เธอเท่านั้นเพราะเสียงหัวใจเรียกร้อง

            “ฉันล้อเล่นนะคะ...ไม่ต้องทำหน้าตาจริงจังขนาดนั้นก็ได้” มินายิ้มอีกครั้งให้กับความจริงใจของเขา ที่แสดงออกมาผ่านสายตาเพื่อให้เธอนั้นได้รับรู้

            “ผมก็พูดเล่นเหมือนกันนะครับ ถ้าผมคิดจะไม่ดูแลคุณ”

            “เอาเป็นว่า...ฉันยอมแพ้คุณแล้ว ถ้าคุณอยากจะมีฉันเป็นภาระก็เชิญ” มินาส่ายหัวน้อยๆ ให้กับท่าทางที่ดูจริงจังของชายหนุ่มตรงหน้า

            “แค่เห็นคุณยิ้มกว้างได้แบบนี้...ผมก็ดีใจแล้ว และหวังไว้เสมอว่าคุณจะยิ้มแบบนี้ได้บ่อยๆ ครั้ง” โซวอนมองรอยยิ้มอันแสนหวานที่ทำให้เขากำลังรู้สึกเหมือนตกอยู่ในความฝัน ผู้หญิงคนนี้กำลังเดินเข้ามาอยู่ในหัวใจของเขา จนทำให้เขานั้นหลงใหลไปกับความน่ารักและสดใสของเธอ

            จังหวะนั้นเอง ในระหว่างที่ชเวโซวอนกำลังพูดคุยอยู่กับมินาอย่างสนุกสนานอยู่นั้น...ก็ปรากฏร่างอันสูงโปร่งของชายหนุ่มยืนนิ่งอยู่ที่ประตู กวากวากำลังมองภาพของหญิงสาวที่มีใบหน้าอันเต็มเปี่ยมไปด้วยความสุข มินากำลังมองโซวอนด้วยดวงตาที่แสนสดใส และอ่อนโยน...อย่างที่เขาไม่เคยได้รับมาก่อนจากเธอ

             ลีมินาที่กลับมายิ้มและหัวเราะได้อีกครั้งเพราะโซวอน รอยยิ้มที่แสนสดใสที่เขาเคยทำลายลงไปให้หมองหม่น...กวากวาคิดในใจ ในขณะที่ยืนมองหน้ามินาจากมุมไกลๆ ตอนนี้เขาได้แต่รู้สึกเจ็บแปลบๆ ขึ้นมาที่หน้าอกข้างซ้าย ราวกับว่ารอยยิ้มของเธอที่มอบให้กับโซวอนนั้นกำลังทิ่มแทงลงไปในหัวใจของเขาอย่างช้าๆ ความรู้สึกแบบนี้...ที่แสนจะเจ็บปวดแทบขาดใจ

 

            ห้าชั่วโมงต่อมา...มินแจวอนที่รู้สึกตัวตื่นขึ้นมาอีกครั้ง เธอกำลังลุกขึ้นนั่งแล้วพิงตัวเองไว้กับหัวเตียงด้วยความเมื่อยหล้า แม้ว่าอาการปวดตามเนื้อตามตัวจากพิษไข้นั้นจะบรรเทาลงมาก แต่อาการปวดศีรษะกลับยังคงอยู่ และน้ำมูกใสๆ ก็กำลังเริ่มไหลย้อยลงมา จนเธอต้องรีบควานหากระดาษชำระมาซับไว้แทบไม่ทัน

            แจวอนตัดสินใจลุกขึ้นจากที่นอน และเมื่อร่างกายขยับ...น้ำย่อยในกระเพาะอาหารกับลำไส้ของเธอก็เริ่มกลับมาทำงานอย่างจริงจังกันอีกครั้ง แจวอนมองไปยังนาฬิกาซึ่งถูกแขวนอยู่บนผนังห้อง ที่ตอนนี้เข็มสั้นกำลังมาพบกับเข็มยาวที่ระยะห่างระหว่างเลขหกกับเลขเจ็ด มิน่า...ฉันถึงได้หิวข้าวจนใจสั่นหวิวๆ แบบนี้  แต่พอเธอเดินออกมานอกห้องนอน ภาพแรกที่แจวอนเห็นก็คือ...บนโซฟารับแขกนั้นกลับมีร่างของแขกที่ไม่ได้รับเชิญกำลังนอนอยู่

            “เฮ้ย...นี่อีตาบ้าชอลลี่ยังไม่กลับอีกเหรอเนี่ย” แจวอนพึมพำกับตัวเองเบาๆ แล้วเดินไปที่โซฟา เมื่อเห็นว่าเจ้าของดวงตาคมกริบคู่งามนั้นหลับตาพริ้มอยู่ และไม่ได้เคลื่อนไหวหรือรับรู้อะไรกับการถูกจ้องมองจากเธอ แจวอนก็เริ่มแน่ใจแล้วว่า...มินชอลนั้นกำลังหลับอยู่จริงๆ

            ร่างบางกำลังค่อยๆ ขยับเข้ามาใกล้ชายหนุ่ม เหมือนกับว่าเธอนั้นต้องการมองใบหน้าของเขาให้ชัดๆ ก่อนที่จะโน้มตัวลงมาใกล้ๆ มินชอลที่กำลังหลับอยู่ แล้วเอานิ้วชี้ของตัวเองแตะไปที่แก้มใสๆ ของเขาเบาๆ แต่อยู่ๆ มินชอลกลับขยับตัวแล้วลืมตาตื่นขึ้นมา ทำให้ใบหน้าของเขาและเธออยู่ห่างกันแค่เพียงนิดเดียวเท่านั้น ปลายจมูกคมสันของมินชอลก็แทบจะชนเข้ากับแก้มนวลของเธออยู่แล้ว แจวอนได้แต่พยายามเบี่ยงหน้าหลบจากดวงตาสีดำอันคมกริบที่นิ่งสงบ...จนเธอนั้นแทบจะหยุดหายใจ

            “”คิดจะลักหลับฉันรึไง” มินชอลแกล้งพูด ความจริงแล้วนั้น...เขารู้สึกตัวตลอดเวลา เพราะมินชอลแค่เพียงหลับตาลงเพื่อพักผ่อนสายตาเท่านั้น

            “บ้า!!! ฉันไม่มีวันคิดจะทำอะไรบ้าๆ แบบนั้นกับนายแน่ๆ” แจวอนผลักมินชอลออกไปด้วยความรู้สึกเขิน จนสองแก้มของเธอนั้นแดงจัดขึ้นมาอีกครั้ง

            “แต่ฉันชอบให้เธอเรียกฉันว่าชอลลี่นะ...” มินชอลพูดแบบยิ้มๆ เพื่อบอกให้รู้ว่าเขานั้นได้ยินสิ่งที่เธอพูดทั้งหมด

            “นายได้ยินด้วยเหรอ...เจ้าเล่ห์ชะมัด” แจวอนทำท่างอนจนแก้มป่อง พร้อมกับมองเขาตาปรือด้วยความหิวและเขินจัด

            “ถ้าไม่แกล้งหลับอยู่...ฉันจะได้ขำเวลาเห็นเธอหน้าแดงเพราะความเขินแบบนี้เหรอ”

            “บ้าน่า...ฉันไม่ได้เขินซะหน่อย” แจวอนเถียง

            คร๊อกกกกก~~~ แต่ยังไม่ทันได้ปะทะฝีปากกับมินชอลไปมากกว่านี้ เสียงท้องร้องของเธอก็ดังขึ้นมาขัดจังหวะการเจรจาเสียก่อน

            “หิวข้าวใช่ไหม” เสียงห้าวถาม

            “อื้ม...” แจวอนพยักหน้าตอบ พร้อมกับส่งแววตาที่แลดูแล้วน่าสงสารเป็นที่สุดให้กับมินชอล

            “ฉันโทรสั่งอาหารเย็นไว้รอเธอเรียบร้อยแล้ว”

            “จริงเหรอ...ดีจัง แล้วฉันจะบอกคุณพ่อให้นะ ว่านายดูแลฉันได้ดีมาก” แจวอนยิ้มกว้างด้วยความดีใจพร้อมกับทำเสียงออดอ้อนเขา

            “อย่าเพิ่งดีใจไป เพราะที่ทำไปทั้งหมดนั้น ฉันยังหวังผลตอบแทนจากเธออยู่” มินชอลกลับพูดขัดช่วงเวลาที่แจวอนกำลังอารมณ์ดีไว้เสียก่อน

            “ผลตอบแทน? นายจ่ายค่าอาหารไปเท่าไหร่ก็บอกมาสิ ฉันกะไว้อยู่แล้วเชียวว่านายต้องไม่ใช่คน...ใจดี” แจวอนเริ่มทำหน้างอนจนแก้มป่องพร้อมกับซูดน้ำมูกกลับคืนเข้าไป

            “นายอย่ามาเรื่องมากน่า...” ไหนอาการหวัดจะเล่นงาน จนน้ำมูกไหลย้อย...แล้วยังจะมาหิวข้าวจัดแบบนี้อีก ซวยจริงๆ เลย เธอคิด...

            “ฉันไม่ต้องการเงิน...” เขามองเธอก่อนที่จะยิ้มมุมปากและโน้มหน้าเข้ามาใกล้แจวอน เพื่อแกล้งเธอให้ใจสั่น

            “ล่ะ...แล้ว แล้วนายต้องการอะไร” เธอรีบยันตัวเขาออกห่างทันที เพราะเริ่มรู้สึกได้ถึงเสียงหัวใจของตัวเองที่กำลังเต้นตูมตาม...ตึกตักๆ อย่างต่อเนื่อง จนทำให้มินชอลได้แต่อมยิ้มแกมขำกับท่าทางและหน้าตาของแจวอน ที่กำลังแสดงสีหน้าหวาดกลัวเขาขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด          

            “ฉันแค่ต้องการให้เธอเรียกฉันว่าพี่ เพราะฉันอายุมากกว่าเธอตั้งสี่ปี ดังนั้นเธอควรจะมีสัมมาคาราวะกับฉันซะบ้าง” ร่างสูงจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ

            “ประสาทกลับรึไง! เรื่องแค่นี้...อยากให้เรียกแบบนั้นเหรอ ก็ได้...” แจวอนหันหน้าหนีเขา ทั้งๆ ที่สองแก้มแดงเรื่อ แค่เรียกอีตาบ้านี่ว่าพี่...เพื่อประทังความหิว คงจะไม่เป็นการเสียศักดิ์ศรีเท่าไหร่หรอก (มั้ง)

            “พี่ชอลลี่...แจวอนขอไปกินข้าวก่อนนะคะ” เธอแกล้งออดอ้อนแบบประชดประชันสุดฤทธิ์

            “ดีมาก...เจ้ากระต่ายน้อยแจลี่” มินชอลเริ่มเรียกแจวอนคืนกลับบ้าง

            “แต่แค่วันนี้วันเดียวนะ ที่ฉันจะเรียกนายแบบนี้ แบร่~~~” แจวอนหันมาพูดพร้อมกับแลบลิ้นใส่เขาอย่างไม่กลัว ก่อนที่จะรีบวิ่งหนีไปตามกลิ่นของอาหารที่โชยมา

            “ยัยกระต่ายบ๊องเอ๊ย...”

            มินชอลบ่นอุบอิบออกมาเบาๆ ตอนนี้เขาอยากจะหยิกแก้มขาวนวลของเจ้าของร่างเล็กยิ่งนัก ช่างยากเหลือเกิน...ที่จะห้ามใจไม่ให้รักผู้หญิงคนนี้ ผู้หญิงที่หาคำพูดมาเถียงเขาได้เกือบทุกคำ และผู้หญิงที่ทำให้หัวใจของเขานั้นเรียกร้องแต่เพียงเธอ มินชอลคิดก่อนที่จะเดินตามแจวอนไป

 




*** อัพแล้ว 100% ค่ะ เอาอิมเมจของมินชอลมาให้ยลโฉม
ช่วงนี้ขออภัยนะคะ อัพช้ามาก...
ตอนนี้งานหนักมาก
แล้วก็ต้องอ่านหนังสือก่อนเข้าเคสด้วย U[]U
แต่อัพแน่นอนค่ะ ^^

หนึ่งบทของนิยายเรื่องนี้เท่ากับ ห้าหน้ากระดาษเอสี่นะคะ
ต่อไปนี้จะมีระเบียบวินัยในการอัพให้มากขึ้นค่ะ ^^
จะพยายามแต่งนิยายให้ได้อย่างน้อยวันละหนึ่งหน้านะคะ...ยากเกิ๊น ^^



ข้อความ :
จากคุณ * :
 

หน้าที่ 1 จาก 7 หน้า
แสดง เรื่อง
ความคิดเห็นที่ 1
เสน่ห์แรงทั้งสองคนเลยน๊าาาา
แจวอน&มิน่า  สมแล้วที่เป็นเพื่อนสนิทกัน
จากคุณ ploy/(P2ploy) อัพเดตเมื่อ 24/07/2554 13:27:09
ความคิดเห็นที่ 2
แจลี่ ซอลลี่ น่ารักได้อีก
จากคุณ Min_Min/(Maewnoiover) อัพเดตเมื่อ 28/06/2554 20:29:07
ความคิดเห็นที่ 3
น่ารัก>< ชอลลี่
จากคุณ Nong/(lovefang_sister_m) อัพเดตเมื่อ 11/06/2554 11:54:38
ความคิดเห็นที่ 4
เเต่งเก่งจังเลย ว่าแต่สุดท้ายแล้วใครคู่ใครกันละเนี่ย
จากคุณ jum/([email protected]) อัพเดตเมื่อ 17/04/2554 01:16:33
ความคิดเห็นที่ 5
น่ารักจัง
จากคุณ mine/(che_wa) อัพเดตเมื่อ 12/03/2554 21:25:00
ความคิดเห็นที่ 6
น่ารักอ่ะ
จากคุณ แอม/(jirapothithum) อัพเดตเมื่อ 01/03/2554 20:46:09
ความคิดเห็นที่ 7
ชอบ กวากวา ที่สุดเลยค่ะ!!!

โหด ดิบ เถื่อน สเป็คเลย.. แค่เห็นอิมเมจของกวากวา ก็ชอบมากเลยค่ะ ^^
จากคุณ Tamarine/(Thamarigi) อัพเดตเมื่อ 27/02/2554 01:58:14
ความคิดเห็นที่ 8
หวานจัง อิจฉาอ่ะ 55+
จากคุณ รัต/(janing) อัพเดตเมื่อ 17/02/2554 01:44:49
ความคิดเห็นที่ 9
แหมหวานกันซะ
เขิลแทนอ่ะ
จากคุณ พลอย/(ploy_33) อัพเดตเมื่อ 10/02/2554 19:08:54
ความคิดเห็นที่ 10
น่าร้ากกกกกกกกกก
จากคุณ หยก/(mango23) อัพเดตเมื่อ 09/01/2554 15:17:01
หน้าที่ 1 จาก 7 หน้า
แสดง เรื่อง
 
จำนวนผู้ชมเว็บแจ่มใสขณะนี้: 334 ท่าน