Guest   
 
Username:
Password:




 


  
 



 
อ่านเรื่อง
Sweet Heart My Girl
ธัญธารา
ลิขิตร้าย ชะตารัก
22
17/06/2553 13:52:32
992
เนื้อเรื่อง

        

        บ้านข้าวปั้น

 

                ไม่อยู่หรอก

                เธอไปไหนครับ? ผมยืนถามพี่ชายข้าวปั้นหลังจากที่ขับรถมาที่บ้านเธอเพื่อที่จะบอกเรื่องสำคัญให้เธอได้รู้แต่เธอกับไม่อยู่บ้านซะได้

                ไม่รู้สินะ ใครก่อเรื่องอะไรไว้ก็ต้องตามแก้เองก็แล้วกันนะ

                พี่หมายความว่าไงครับ ผมไม่เข้าใจ

                นายก็รองถามตัวเองดูซิว่าไปทำอะไรไว้ น้องสาวฉันถึงได้งอนแล้วหนีออกนอกบ้านแบบนี้

                หา? OoO ข้าวปั้นหนีออกนอกบ้านจริงหรอครับ ผมร้องด้วยน้ำเสียงที่ตกใจ นี่ผมทำอะไรผิดอีกละ

                ข้าวฟ่างก็พูดเกินไป เสียงของข้าวหอมดังขึ้นก่อนที่เธอจะเดินตรงมาหาผมที่ยืนอยู่ริมรั่วหน้าบ้าน

                คืออย่างนี้นะกานต์ ข้าวปั้นเขาคงโกรธเธอเรื่องที่เธอไม่ยอมบอกเขาว่าฉันไม่ได้จะกลับมาคบกับเธอ แถมพอเธอรู้เรื่องว่าเธอจะลองใจเขา เขาก็เลยโกรธเธอมากเลยน่ะ

                ผมก็อธิบายให้เธอฟังแล้วนิ

                ไม่รู้สินะ ถ้าอยากรู้ก็รองไปตามแผนที่นี้ดูแล้วกัน พี่ชายของข้าวปั้นยื่นแผนที่ไปที่ไหนสักแห่งให้ผมก่อนที่ผมจะรับมาแบบไม่เข้าใจ

                ข้าวปั้นเธอเคียดมากก็เลยไปพักผ่อนกับพวกน้องๆ เพื่อนเธอก็ไปด้วยนะ ไม่รู้หรอกหรอ  ข้าวหอมพูดก่อนจะส่งยิ้มมาให้ผม อ้อ นี่ทุกคนแอบไปเที่ยวโดยไม่ชวนผมเลยใช่มั๊ยเนี่ย ได้ผมจะป่วนงานให้ดู

                ผมลาล่ะครับพี่ชาย ไปนะข้าวหอม ผมรีบเดินขึ้นรถทันทีก่อนจะขับออกไปด้วยความเร็วสูง คิดจะหนีหน้าก็งั้นหรอ ฝันไปเถอะ ฉันจะไม่ยอมปล่อยเธอไปอีกแล้วข้าวปั้น ยังไงวันนี้ก็ต้องพูดกันให้รู้เรื่องให้ได้

 

                น้ำตกเจ็ดสาวน้อย (สระบุรี)

 

                นี่เล่นหนีมาเที่ยวกันถึงสระบุรีเลยหรอเนี่ย คิดจะลองดีกับฉันหรอยัยตัวแสบ =_=*” หลังจากจอดรถเรียบร้อยแล้วผมก็รีบลงจากรถก่อนจะเดินตรงไปตามแผนที่ที่ได้มาจากเจ้าหน้าที่เมื่อกี้ 

                บริเวณรอบๆของน้ำตกเจ็ดสาวน้อยมีผู้คนไม่มากนักที่มาเที่ยวชมความงามของธรรมชาติ เพราะวันนี้ไม่ใช่วันหยุดผู้คนเลยดูบางตาไปบ้าง ข้าวปั้นกับพวกเพื่อนๆกำลังนั่งปิกนิคกันอยู่ริมน้ำตกกันอย่างสบายใจ โดยที่หลิวกับไนท์ก็เอาแต่เดินเล่ห์สาวๆที่มาท่องเที่ยวกันเป็นการใหญ่ โดยเฉพาะชาวต่างชาติ -_- +

                ข้าวปั้นจะไปไหนน่ะ พราวถามขึ้นใจขณะที่ข้าวปั้นกำลังลุกออกจากที่นั่ง

                ว่าจะไปเดินเล่นหน่อย เดี๋ยวก็กลับมา

                คิดเรื่องพี่กานต์อยู่อ่ะดิ วุ้นเส้นแซว

                ให้อภัยเขาไปเหอะเจ๊ อย่าเล่นตัวนักเลย ตลอดชีวิตพึ่งจะมีคนมาตามขายขนมจีบเจ๊นะเนี่ย พลัวะ!! มือเล็กๆของข้าวปั้นฟาดลงที่หัวปันปันทันที

                โอ๊ยยย!! >O< เจ็บนะ!!~”

                เจ็บซะบ้างจะได้จำ ถ้าพูดเรื่องนี้อีกพี่จะตบแรงกว่านี้อีก เข้าใจ๊?

                ไม่เห็นต้องรุ่นแรงเลยนิ เจ๊ก็  YOY” ปันปันบ่นก่อนจะยกมือลูบหัวตัวเองด้วยความเจ็บ ข้าวปั้นยิ้มก่อนจะผละเดินออกมาที่ริมน้ำตกอีกด้าน ก่อนจะนั่งลงควักน้ำตกเล่น

                หนีมาแบบนี้ไม่ดีเลยรู้มั๊ย เสียงทุ้มๆดังขึ้นก่อนที่จะมีเงาสูงใหญ่โผล่สะท้อนที่ริมน้ำ ข้าวปั้นรีบลุกขึ้นหันไปมองทันทีก่อนจะเห็นกานต์ยืนยิ้มให้เธอ

                ตามมาทำไม

                ก็ตามว่าที่คู่หมั้นตัวเองเนี่ยผิดด้วยหรอ

                ใครบอกว่าฉันจะหมั้นกับนาย เธอว่าก่อนจะเดินหนีหน้าเขาแต่กานต์เดินมาขวางทางไว้ซะก่อน

                ผมขอโทษ ที่ทำอะไรให้คุณโกรธ ยกโทษให้ผมเถอะนะข้าวปั้น กานต์พูดด้วยน้ำเสียงสำนักผิดก่อนจะจ้องหน้าเธอ ข้าวปั้นมีทีท่าว่าจะใจอ่อนแต่ก็ทนใจแข็ง

                ฉันไม่ได้โกรธนายนิ แล้วทำไมต้องโกรธด้วยในเมื่อเราไม่ได้เป็นอะไรกันสักหน่อย พอกานต์ได้ยินคำนี้ก็ถึงกับปวดร้าวใจทันที ข้าวปั้นเห็นท่าทีของเขาแต่ก็ทนใจแข็งเดินหนี กานต์เดินตามมาก่อนจะคว้ามือเธอไว้แล้วคุกเข่าลงต่อหน้าเธอ

                ทำอะไรของนายน่ะ ลุกขึ้นนะ!!” เธอตำหนิก่อนจะมองรอบๆที่ผู้คนที่เดินผ่านไปผ่านมาต่างหยุดมองมาที่เธอและเค้า

                ผมจะไม่ลุกจนกว่าคุณจะตอบรับปากกับผมก่อนว่าจะยอมหมั้นกับผม ที่ผมพูดไม่ใช่ทำตามคำสั่งของพ่อแม่แต่ผมอยากหมั้นกับคุณด้วยใจจริง ได้โปรดให้โอกาสผมได้แก้ตัวสักครั้ง ผมรู้ว่าตลอดมาผมทำผิดกับคุณไว้เยอะ แต่ต่อจากนี้ไปผมจะไม่ทำให้คุณเสียใจแม้แต่ครั้งเดียว เชื่อใจผมนะข้าวปั้น ข้าวปั้นทำสีหน้ารังเลใจก่อนจะตอบไปว่า....

                ฉันยังไม่หมั้นใจว่านายจะทำอย่างที่พูดได้ ขอเวลาฉันคิดหน่อยแล้วกันนะ ข้าวปั้นรีบชักมือกับก่อนจะเดินหนีไปโดยที่กานต์มองตามด้วยสายตาผิดหวัง

                อะไรอ่ะ ทำไมพี่สาวเราโง่ได้ขนาดนี้วะเนี่ย ปันปันที่ยืนดูอยู่บ่นพึมพำ

                บางทีข้าวปั้นอาจยังไม่หมั้นใจในตัวไอ้กานต์ก็ได้นะ เรียวพูด

                ฉันรู้แล้วล่ะค่ะ ว่าทำไม

                ทำไม? (ปันปัน วุ้นเส้น เรียว ไนท์ หลิว)

                คำว่ารักไงค่ะ ทุกคนเคยได้ยินพี่กานต์บอกรักเพื่อนฉันรึยังล่ะค่ะ

                จริงด้วย (ไนท์)

                นั่นสิ แต่ว่าคนอย่างไอ้กานต์ไม่เคยพูดคำว่ารักให้ใครได้ยินเลยนะ (หลิว)

                ใช่ ขนาดข้าวหอมที่คบกับมันมาสามปีมันยังไม่เคยบอกรักเธอเลย เป็นไงล่ะ  เธอถึงได้บอกเลิกมันยังไงล่ะ เรียวพูดก่อนจะส่ายหัวไปมาอย่างไม่เข้าใจในตัวกานต์

                แล้วแบบนี้เมื่อไรเขาจะสมหวังกันล่ะค่ะ วุ้นเส้นว่าพลางทำหน้าเศร้า

                ลิขิตจากสวรรค์ได้กำหนดไว้แล้ว หลิวพูด

                ฉันว่าลิขิตร้ายซะมากกว่า ไนท์เสริม

                งั้นก็ต้องต่อด้วยชะตารักสิครับ ปันปันเสริมอีกคนก่อนที่วุ้นเส้นจะพูดต่อ

                งั้นเรื่องราวรักๆของพี่กานต์ก็ต้องตั้งชื่อเรื่องว่า ลิขิตร้าย ชะตารักน่ะสิค่ะ

                บ้านิยายรึเปล่ายัยเน่า =_=*”

                หุบปากไปเลยพี่ปัญญาอ่อน

                ยัยเน่าเหม็นเอ๊ย!!! >///<”

บ้านข้าวปั้น

 

                หลังจากที่เจ๊ของเรากลับจากเที่ยวก็เอาแต่คลุกอยู่แต่ในห้องแล้วก็นั่งเหม่อเหมือนคนจิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัวจนพ่อกับแม่ต้องถอนหายใจมองดูสภาพลูกสาวสุดที่รักแบบไม่เข้าใจ =_=* แล้วคิดว่าไอ้ปันปันคนนี้เข้าใจรึไงกันพ่อแม่พี่น้อง เฮ้อ ความรักมักทำให้คนทุกข์ใจแบบนี้เสมอรึไงนะ แบบนี้ผมว่าในอนาคตไม่ต้องมีความรักจะไม่ดีกว่าหรอเนี่ย หรือว่าจะเป็นอย่างพี่ไนท์กับพี่หลิวดีนะ เจ้าพ่อคาสโนวา -______- อืม เข้าท่าแฮะ ส่วนพี่เอมมี่นางร้ายของเราน่ะหรอ หลังจากเกิดอุบัติเหตุก็ดูเหมือนความจำเจ๊แกจะลบเลือนเป็นบางส่วน ที่แน่ๆแกจำอะไรเกี่ยวกับเจ๊ข้าวไม่ได้สักนิด ตรงกันข้ามกับที่ผ่านมาเจ๊แกกับทำดีกับพี่สาวผมโดยมาเล่นมาพูดคุยที่บ้านด้วยเป็นประจำทำเอาทุกคนงงเป็นไก่ตาแตกกันทีเดียว นี่แหละผลกรรมของเจ๊เอมมี่แก -__- + ผมเดินตรงไปที่ห้องพี่สาวก่อนจะเปิดประตูห้องเข้าไปด้านในแล้วเดินตรงไปที่โต๊ะคอมที่พี่ผมกำลังนั่งเหม่อเป็นผีบ้าจ้องหน้าจอคอมพ์จนจะได้ลูกเป็นคอมพ์อยู่แล้ว =_= ^

                พี่ข้าว พี่  นี่เจ๊!!” ผมตะโกนสุดเสียงก่อนที่เจ๊แกจะสะดุ้ง

                ฮะ...อ้าวปันปันเองหรอ มีอะไรรึเปล่า

                ทำไมเจ๊ไม่ลองให้พี่กานต์เขาแก้ตัวดูบ้างล่ะ ใครๆก็ต้องการโอกาสนะพี่

                อย่าพูดชื่อเขาได้มั๊ย

                ฟังผมให้ดีนะพี่ ความรักน่ะไม่ต้องใช้ความพยายามหรอกนะ แต่การตัดใจต่างหากที่ต้องใช้ความพยายาม พี่ลองถามใจตัวเองดูสิว่ามันกำลังทำอะไรกันแน่ ต่อให้พี่หนีความรักไปพี่ก็หนีมันไม่พ้นเพราะความทรงจำมันก็จะตามหลอกหลอนพี่อยู่ดี ความรักน่ะไม่ได้เกิดกับทุกคนเสมอไปนะพี่ ดูอย่างผมดิ ไม่เคยรู้จักมันด้วยซ้ำ

                ปันปันจะบอกอะไรพี่กันแน่ พี่สาวผมมองหน้าผมอย่างสงสัยก่อนที่ผมจะพูดต่อ

                ถ้าเมื่อไหร่ที่คุณปฏิเสธความรัก คุณก็จะเจ็บปวดกับมัน เพราะว่าคุณไม่สามารถปฏิเสธหัวใจตัวเองได้ พี่เข้าใจที่ผมพูดใช่มั๊ย พี่รู้รึเปล่าว่าพวกพี่ทั้งสองคนน่ะมีอะไรที่เหมือนกันคือกำแพงหัวใจไง ถ้าพี่มัวแต่ลังเลไปลังเลมาไม่หมั้นใจในตัวเขาแบบนี้พี่ก็ไม่มีความสุขหรอก พี่จะสร้างมันขึ้นมาทำไมได้กำแพงบ้าๆนั่น คนหนึ่งพังมันลงได้แล้วและก็ได้รู้แล้วว่าหัวใจตัวเองต้องการอะไร แต่อีกคนกลับไม่สามารถพังมันได้เพราะไม่มั่นใจ พี่จะเอายังไงกับชีวิตกันแน่ ลองถามใจตัวเองดูให้ดีนะพี่ว่าพี่ต้องการแบบไหน ต้องการที่จะหนีมันหรือเผชิญหน้ากับมัน ผมคงช่วยพี่ได้แค่นี้  ผมเดินผละออกมาจากห้องพี่สาวอย่างสง่า ดีนะเนี่ยที่เราอ่านกลอนรักและหนังสือรักมาเยอะเลยพูดได้โดนใจแบบนี้ เยี่ยมไปเล้ยยยย!!!  -_____-

                ข้าวปั้นเธอยังไม่หลับใช่มั๊ย ลงมาหาฉันหน่อยซิ ข้าวปั้น!!!”

                นั่นมันเสียงพี่กานต์นิ ปันปันรีบเดินลงบันไดบ้านไปดูที่หน้าบ้านทันทีก่อนจะพบกานต์กำลังยืนเกาะริมรั่วหน้าบ้านตะโกนเรียกข้าวปั้นอยู่อย่างไม่ลดละความพยายาม

                เสียงดังอะไรกัน เสียงของผู้เป็นพ่อดังขึ้นก่อนจะพ่อแม่และพี่ชายของปันปันและวุ้นเส้นจะวิ่งออกมาดูกันที่หน้าบ้าน

                ผมมาหาข้าวปั้นครับ

                เข้ามาก่อนซิจ๊ะ ผู้เป็นแม่พูดก่อนจะเดินตรงไปที่ประตูแต่เสียงๆหนึ่งดังขึ้นซะก่อน

                อย่านะค่ะแม่!! ห้ามใครให้คนๆนั้นเข้าบ้านเราเด็ดขาด

                ทำไมล่ะพี่ วุ้นเส้นกับปันปันพูดพร้อมๆกัน

                มีเรื่องอะไรกันอีกล่ะทีนี้ ผู้เป็นพ่อพูด

                ผมว่าพ่อกับแม่ขึ้นไปนอนเถอะครับ ทางนี้ปล่อยให้เขาจัดการกันเองดีกว่า ข้าวฟ่างพูดก่อนจะพาพ่อกับแม่กลับเข้าไปในบ้านโดยส่งสัญญาณให้วุ้นเส้นและปันปัน

                พี่ให้พี่กานต์เข้ามาเถอะนะ วุ้นเส้นขอร้อง

                นั่นดิพี่ ยุ่งมันเยอะนะ อากาศก็หนาว ปันปันว่าอีกคน

                ไม่ต้องหรอกปันปัน วุ้นเส้น พี่จะอยู่ตรงนี้แหละจนกว่าข้าวปั้นจะอนุญาตให้พี่เข้าไป กานต์พูดด้วยสีหน้าน้อยใจ

                กลับไปซะ หรือถ้านายอยากจะยืนอยู่ตรงนี้ต่อไปอีกก็เชิญตามสบาย ฉันจะไปนอนแล้ว ข้าวปั้นพูดอย่างแข็งใจก่อนจะทำเป็นไม่สนแล้วเดินเข้าบ้านไปเลย

                สองคนน่ะ เข้าบ้านได้แล้ว ปันปันกลับวุ้นเส้นทำหน้าเศร้ายอมเดินเข้าบ้านตามข้าวปั้นไปทันที  กานต์นั่งคุกเข่าลงที่พื้นก่อนจะพูด

                ผมจะไม่ไปไหน จนกว่าคุณจะยอมให้โอกาสผม ข้าวปั้นชะงักเท้าก่อนจะหันกับมามอง

                ถ้านายอยากจะนั่งคุกเข่าแบบนั้นจนถึงเช้าก็เชิญ!!” เธอว่าก่อนจะเดินเข้าในบ้านอย่างไม่สนใจใยดีอะไรทั้งนั้น บนบ้านวุ้นเส้นกับปันปันได้แต่ยืนจ้องด้านล่างผ่านหน้าต่างที่ห้องกันอย่างเห็นใจกานต์ที่นั่งคุกเข่ามาเป็นชั่วโมงแล้ว

                พี่...ใจคอจะให้เขานั่งแบบนั้นถึงเช้าจริงๆหรอ ปันปันหันไปถามข้าวปั้นที่กำลังนั่งอ่านหนังสือการ์ตูนอยู่ที่เตียง

                ช่างเขาสิ

                พี่ใจร้าย ข้างนอกหนาวก็หนาว ยุ่งก็เยอะไม่สงสารพี่กานต์บ้างรึไง วุ้นเส้นพูดก่อนจะหันไปมองกานต์ต่ออย่างสงสาร

                พี่จะใจแข็งไปถึงไหนนะ ถ้าฝนตกลงมาจะทำยังไง ปันปันว่าก่อนที่จะมีเสียงฟ้าร้องดังขึ้น

                สมพรปากแล้วมั๊ยละ ไอ้พี่ชายปากไม่เป็นมงคล =_= ^” วุ้นเส้นว่าก่อนจะหันไปมองที่หน้าต่าง   เสียงของเม็ดฝนที่สาดเข้ามากระทบขอบหน้าต่าง กลิ่นไอดินเปียกที่ลอยอบอวลอยู่กลางอากาศ ฟ้าแลบเป็นทางยาวในท้องฟ้ายามราตรี ร่างสูงยาวของกานต์ก็ไม่มีทีท่าว่าจะผละออกจากที่เดิมสักนิด ต่อให้ต้องตากฝนทั้งคืนเขาก็ยอม

                ฝนตกแรงมากเลยอ่ะ แบบนี้น่าเป็นห่วง วุ้นเส้นว่า

                พี่ว่าพี่กานต์ต้องนั่งตากฝนทั้งคืนจนหนาวตายหน้าบ้านเราแน่ๆ ปันปันพูดเหมือนจะประชดใครก่อนที่สองพี่น้องจะหันไปเล่ห์ตามองพี่สาวตัวเองที่กำลังนอนกินขนมอ่านหนังสือการ์ตูนแบบไม่สนใคร

                โห! อะไรกันเนี่ย ว่าที่น้องเขยเราใจกล้าไม่เบานั่งตากฝนคุกเข่ายังกับพระเอกเอมวีงั้นแหละ ข้าวฟ่างที่เดินเข้ามาในห้องน้องๆเดินไปมองดูกานต์ที่ด้านล่างตรงริมหน้าต่าง

                พี่จะปล่อยให้พี่กานต์นั่งแบบนั้นทั้งคืนเลยรึไง วุ้นเส้นถาม

                ไม่มีประโยชน์หรอกวุ้นเส้น ปันปัน พี่ว่าพวกเราไปเข้านอนกันเหอะ ข้าวปั้นเขาน่ะใจแข็งยังกับหินจะตายไป พี่ก็สงสารน้องเขยอยู่นะ แต่ในเมื่อเจ้าตัวเขาไม่สนใจเราก็ปล่อยไปตามเวรตามกรรมเหอะ ข้าวฟ่างพูดก่อนจะเหลียงมองข้าวปั้นนิดๆก่อนจะพาปันปันกับวุ้นเส้นไปนอนที่ห้องตัวเอง เพราะว่าได้เกมส์ใหม่มาคงต้องประรองกันหน่อย

                กานต์นั่งตากฝนแบบไม่มีทีท่าว่าจะยอมลุกไปไหน คนอย่างเขาไม่คิดยอมแพ้อะไรง่ายๆแน่ ข้าวปั้นก็ใจแข็งเกินไปถึงลึกๆจะยังห่วงเขาอยู่แต่ก็ไม่อยากเสียหน้า เธอเดินตรงไปที่ริมหน้าต่างก่อนจะมองดูกานต์ที่นั่งตัวสั่นก้มหน้าก้มตาอยู่ไม่ไปไหน

                อย่าหันไปมองนะข้าวปั้น เธอต้องเข้มแข็งเข้าไว้ ไม่งั้นเขาก็จะมีอิธพลกับเธอเกิดเหตะ ไม่นะ ไม่ อย่ามองนะ อย่าแม้แต่จะคิด โธ่โว้ย!! >///< อีตาบ้าเอ๊ย ฝนตกขนาดนี้ยังจะนั่งต่ออีก งี้เง่าที่สุด เธอพูดอย่างหงุดหงิดก่อนจะคว้าร่มที่วางอยู่ข้างๆตู้เสื้อผ้าแล้วเดินพรวดพราดลงไปทันที โดยมีสายตาของทุกคนในบ้านแอบดูอยู่

                ใจอ่อนจนได้ ปันปันว่าในขณะที่กำลังมองดูหลังของที่สาวที่กำลังเดินลงไปด้านล่าง

                เข้าใจกันสักทีนะคุณ

                เหมือนแม่ตอนสาวๆไง งอนพ่อทีไรพ่อต้องใช้วิธีนี้ทุกที พ่อกับแม่ที่กำลังแอบแง้มประตูมองดูอยู่พูดขึ้น ข้าวฟ่างยิ้มก่อนจะผละออกจากประตูไปดูที่หน้าต่างโดยมีปันปันและวุ้นเส้นตามไปดูด้วย ทางด้านพ่อกับแม่ก็อยากรู้เหมือนกันจึงมุ่งหน้าไปที่หน้าต่างห้องเช่นกัน

                เราจะไม่ยอมแพ้กับเรื่องแค่นี้เด็ดขาด กานต์พร่ำบอกตัวเองทั้งที่ทั้งตัวหนาวสั่นจนจะทนไม่ไหวอยู่แล้วแต่จู่ๆเขาก็รู้สึกว่าฝนไม่ตกที่ตัวเขาก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองร่างเล็กๆที่กำลังยืนกลางร่มกันฝนให้เขาแล้วมองหน้าเขาเหมือนระอากับพฤติกรรมของเค้า

                นายนี่ซื่อบื้อสุดๆเลย รู้ว่าฝนตกยังจะนั่งตากฝนอีก เดียวตายหน้าบ้านฉันขึ้นมาก็ซวยฉันพอดี กานต์ยิ้มก่อนจะลุกขึ้นจับมือข้าวปั้นอย่างดีใจ

                เธอให้อภัยฉันแล้วใช่มั๊ยข้าวปั้น

                ใครบอก กานต์ทำสีหน้าเศร้าทันที

                ฉันไม่คิดจะโกรธนายเลยด้วยซ้ำ คำพูดต่อมาของเธอทำให้เขามีรอยยิ้มขึ้นมาทันทีก่อนจะดึงเธอเข้ามากอดอย่างดีใจ ข้าวปั้นยิ้มก่อนจะกอดตอบอย่างมีความสุข กานต์ผละออกจากเธอก่อนจะพูดกับเธอว่า....

                ฉันรักเธอนะข้าวปั้น

                O///O” ข้าวปั้นยืนอึ้งก่อนที่กานต์จะหยิบแหวนหมั้นออกมาจากกระเป๋ากางเกงแล้วคุกเข่าลงต่อหน้าเธอก่อนจะ...

                ได้โปรดหมั้นกับผมด้วยเถอะนะข้าวปั้น การหมั้นครั้งนี้ไม่ใช่ผู้ใหญ่บังคับ แต่เป็นความต้องการของผม หมั้นกับผมนะ ผมรักคุณ ^O^” ข้าวปั้นยิ้มก่อนจะตอบไปว่า

                ค่ะ >///<” กานต์ยิ้มก่อนจะรีบสวมแหวนให้เธอแล้วจูบลงที่หลังมือเธอเบาๆก่อนจะดึงเธอเข้ามากอดอีกรอบ ด้านบนบ้านที่แอบดูอยู่ต่างส่งเสียงดีใจกันยกใหญ่ก่อนจะโห่ลงมาแซวด้านล่างที่ยืนตากฝนกันอยู่ทำเอาข้าวปั้นอายหน้าแดงทำตัวไม่ถูก กานต์ก็เช่นกัน

               

 

                งานหมั้นบ้านกานต์  ตอนนี้บรรดาแขกมากมายต่างทยอยมาที่บ้านของเขาพร้อมกับของขวัญวันหมั้นของกานต์กับข้าวปั้น หลิวกับไนท์และเรียวยืนคุยกันอยู่ที่งานเลี้ยงในสวน

                เพื่อนเราแจ๋ววะ ขอหมั้นสาวแบบโรแมนติกมาก

                ท่ามกลางสายฝนเนี่ยนะโรแมนติกของแก บ้ารึเปล่าวะหลิว

                ก็ถูกของมันนะเว้ย ดีออกของหมั้นสาวแบบไม่เหมือนใคร ท่ามกลางระอองฝนที่ตกลงมา แล้วยิ่งฟ้าหลังฝนเนี่ย สวยมากนะเว้ยจะบอกให้ เรียวพูดพร้อมรอยยิ้ม

                เฮ้ย!! นั่นมัน... หลิวชี้ไปที่ทางเข้างานอย่างตกใจก่อนที่ทุกคนจะหันไปมองตามแล้วก็ต้องทำตาโตมองดูนีน่ากับเพื่อนสาวที่เดินเชิดเข้ามาในงาน

                “OoO งานเข้าแล้วไง ทุกคนประสานเป็นเสียงเดียวกันก่อนที่จะเห็นพราวเดินตรงเข้าไปหาพวกหล่อนแล้วพูดอะไรบางอย่างกันก่อนจะยิ้มและจับมือกันก่อนจะเดินเข้างานทำเอาทั้งสามยิ่งงงไปใหญ่ เรียวเดินไปหาพราวก่อนจะถามเรื่องนีน่า

                นีน่ามางานนี้ได้ไง

                ข้าวปั้นเชิญมาค่ะ

                หา? O__O” (หลิว ไนท์ เรียว)

                แล้วเมื่อกี้เขาพูดอะไรกับพราว

                เขาแค่บอกว่ายอมให้อภัยข้าวปั้นแล้ว และก็ต้องขอโทษทุกคนด้วยที่เคยทำไม่ดีไว้ เธอบอกว่าตัดใจจากรุ่นพี่ได้แล้วตอนนี้กำลังคบกับหนุ่มฝรั่งหน้าตาดี เห็นว่าจะหมั้นกันเร็วๆนี้ด้วยนะ

                ขนาดนั้นเลยหรอ (หลิว ไนท์ เรียว)  พิธีหมั้นเริ่มขึ้นได้อย่างสวยงามหลังจากที่กานต์ส่วมแหวนหมั้นให้ข้าวปั้นแล้วเขาก็พาเธอออกมาถ่ายรูปกับเพื่อนๆและผู้ใหญ่ก่อนจะพากันมานั่งเล่นอยู่ที่ริมสระน้ำ

                ฉันจำได้นะว่าเคยจมน้ำที่สระนี้ แล้วนายก็ช่วยฉันไว้

                อืม ฉันก็ไม่เคยลืม เอางี้มั๊ยเดี๋ยวฉันจะสอนเธอให้ว่ายน้ำเป็น ดีมั๊ย

                ดีสิ ข้าวปั้นพูดอย่างดีใจก่อนจะหันไปมองหน้ากานต์

                แต่มีข้อแม้นะ

                อะไรอีกล่ะ

                เธอต้องแต่งงานกับฉันก่อน ถึงจะสอนให้

                บ้าหรอ พึ่งจะหมั้นพูดเรื่องแต่งงานแล้ว นายนี่ได้คืบจะเอาศอก

                แล้วจะแต่งมั๊ยล่ะ กานต์ถามก่อนจะมองหน้าเธอ ข้าวปั้นลุกขึ้นยืนก่อนจะมองดูสระน้ำแก้เขิน

                รอให้เรียนจบแล้วก็ทำงานสักสองปีค่อยว่ากันใหม่

                โห ใจคอจะให้ฉันรอเธอจนแก่ตายเลยรึไง กานต์ว่าอย่างงอนๆ

                ถ้ารอไม่ได้ก็ไม่ต้องรอสิ ฉันจะได้ถอนหมั้นกับนายแล้วไปคบคนใหม่

                ขู่ใช่มั๊ยเนี่ย กานต์พูดก่อนที่เธอจะยิ้มกวนๆให้ กานต์ดึงเธอเข้ามากอดไว้ทันที

                ทำบ้าอะไรของนาย ปล่อยนะ

                ไม่ปล่อย จนกว่าเธอจะรับปากว่าจะไม่ถอนหมั้นกับฉันเพื่อไปมีคนใหม่ แล้วเธอก็ต้องรับปากด้วยว่าถ้าเรียนจบแล้วจะยอมแต่งกับฉัน

                ขี้โกง!” ข้าวปั้นว่าก่อนจะยิ้ม กานต์เลยหอมแก้มเธอฟอดใหญ่

                “O///O”

                ว่าไง จะสัญญามั๊ย กานต์พูดก่อนจะทำท่าก้มลงหอมแก้มเธอเป็นครั้งที่สองจนข้าวปั้นต้องรีบยกมือดันอกกว้างออกก่อนจะรีบตอบอย่างรีบร้อนว่า

                ได้ๆ ก็ได้ ฉันสัญญา เธอพูดก่อนจะยกนิ้วก้อยไปเกี่ยวกับนิ้วก้อยของกานต์แล้วทั้งคู่ก็ยืนกอดกันอยู่ริมสระน้ำมองดูน้ำในสระน้ำกันอย่างมีความสุข จนพราวและเรียวที่แอบดูอยู่ถึงกับอินไปด้วย

                เมื่อไรที่คุณมีความรักคุณจะรู้เองว่าความรักที่แท้จริงคืออะไร

                รุ่นพี่ไปเอากลอนมาจากไหนค่ะเนี่ย

                จากใจไงจ๊ะ เรียวว่า

                อ้วกกกก!!!” เสียงทำท่าอ้วกซะดังลั่นทำให้ทั้งคู่หันไปมองไนท์กับหลิวและวุ้นเส้น ปันปัน ข้าวฟ่าง ข้าวหอมที่ทำท่าล้อเลียนกันยกใหญ่

                นี่มากันตอนไหนวะเนี่ย

                คิดว่ามีแกคนเดียวรึไงที่มาแอบดูคู่รักเค้าสวีทกัน ไนท์ว่าก่อนจะยิ้ม

                ผมว่ารายต่อไปน่าจะเป็นพี่ชายผมหรือไม่ก็พี่พราวนะ ปันปันว่าก่อนที่สองคู่จะหันไปมองตากันอย่างเขินๆ >///<~

                แก่แดดนะเรา (เรียว พราว ข้าวฟ่าง ข้าวหอม)

                แหมใจตรงกันซะด้วย หลิวแซว

                แบบนี้เตรียมตัวจัดงานควบคู่เลยดีมั๊ยค่ะ วุ้นเส้นเสนอ

                ถูก!!~” ทุกคนมองหน้ากันก่อนจะหัวเราะกันอย่างกับเป็นเรื่องตลก เรื่องราวความรักอันแสนจะวุ้นวายและชลมุนของพวกเขาเหล่านี้กับลงเอยกันได้อย่างสวยงาม และสำหรับพ่อหนุ่มคาสโนวาไรคู่ทั้งสองคงจะต้องตั้งหน้าตั้งตาตามหาความรักกันต่อไป TOT อย่างเพื่อนๆของพวกเขาทั้งสามคู่และปานนี้เจมส์กับนามิคงจะมีความสุขที่ได้เข้าใจหัวใจของกันและกัน และหากเมื่อใดที่คุณมีความรักคุณจะรู้ว่ามันเป็นสิ่งที่สวยงามมากแค่ไหน เพียงแต่คุณอย่าใช้สายตาและสมองมองมัน จงใช้หัวใจในการมองแล้วคุณจะได้พบรักแท้สักวัน >////<

 

                                   ///

                                       จบแล้วคร๊าบบบ!!! 

         ขอบพระคุณที่เสียสระเวลาอันมีค่าของท่านมาอ่าน คร๊าบ!!/


                              กลอนแถมให้ขำๆฮาๆ

           เรียนดีพ่อรัก เรียนรักพ่อตี เรียนไม่ดีพ่อตบ เรียนไม่จบสลบคาตี
 
            พอหน้าทอของแม่เริ่มป่องออก พ่อก็บอกอยากให้ลูกเป็นด็อกเตอร์
            ย่าก็บอกอยากให้หลานเป็นนายอำเภอ
            แต่ต้องก้อ หมอบอกแม่แค่ลงพุง

ข้อความ :
จากคุณ * :
 

 
    มีปัญหาทางเว็บ ติดต่อ [email protected] จำนวนผู้ชมเว็บแจ่มใสขณะนี้: 231 ท่าน

Line PM