Guest   
 
Username:
Password:




 


  
 



 
อ่านเรื่อง
Sweet Heart My Girl
ธัญธารา
คู่กัดตลอดกาล
9
01/01/2533 00:00:00
742
เนื้อเรื่อง



    ที่ห้องนั่งเล่นนามิกับพราวกำลังนั่งดูทีวีกันอย่างสนุกสนานส่วนข้าวปั้นก็นั่งทำรายงานอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ในห้องนั่งเล่นเหมือนกันและอยู่ๆก็มีเสียงออดดังขึ้นที่หน้าบ้านทำในทั้งหมดหันมามองหน้ากันอย่างสงสัยว่าดึกแบบนี้แล้วใครมาบ้านนะ

                      “เดี๋ยวฉันไปดูให้” พราวเสนอแต่กำลังจะเดินออกไปก็โดนข้าวปั้นห้ามใว้ก่อน

                      “เดี๋ยว...ฉันไปเองเผื่อเป็นพวกชอบก่อกวนฉันจะได้จัดการให้เรียบร้อยไปเลย กำลังคันมือคันเท้าอยู่พอดี” ข้าวปั้นว่าก่อนจะถลกแขนเสื้อชุดน้องรูปหมีขึ้นอย่างนักเลง

                      “ข้าวมันจะดีหรอ” นามิว่า

                      “พวกเธออยู่นี่อย่าออกมา ถ้าเผื่อเป็นพวกชอบก่อกวนเดี๋ยวปล่อยให้เป็นหน้าที่ฉันเอง เธอก็รู้นิว่าฉันอยู่ชมรมเทคอนโดมากี่ปี”

                      “จ้าๆ” ข้าวปั้นเดินตรงออกมาทางหน้าบ้านพลางชะโงกหน้ามองออกไปด้านนอกประตูก่อนจะเห็นชายร่างสูงอยู่ในที่มืดกำลังยืนเกาะประตูหน้าบ้านเธออยู่

                      “ใครน่ะ”

                      “มาช้าจังนะยัยหมวย กระจะให้ยุงหามฉันไปกินทั้งตัวเลยรึ่ไง” เสียงบ่นของชายแปลกหน้าดังขึ้นและมันก็ทำให้เธอรู้ทันทีว่าใครคือผู้มาเยือน

                      “แหมๆรุ่นพี่แจมมี่นี่เอง” ข้าวปั้นเดินออกมายืนที่รั่วหน้าบ้านแต่ยังไม่เปิดประตูให้เจมส์

                      “กรุณาเรียกให้ถูกด้วยยัยหมวย”

                      “งั้นนายก็เรียกชื่อฉันให้ถูกก่อนซิ งั้นก็ยืนให้ยุงหามอยู่นั่นนะไปล่ะ” ข้าวปั้นว่าก่อนจะแกล้งทำเป็นเดินหนีจะเข้าบ้านไป

                      “คุณข้าวปั้นครับกรุณาให้ผมเข้าไปหาน้องสาวหน่อยได้มั้ยครับ พอใจยัง”

                      “อืม พอใจมาก” ข้าวปั้นว่าดูน้ำเสียงกึ่งขำนิดๆก่อนจะเดินมาเปิดประตูให้เจมส์เข้ามาในบ้าน นี่ถ้าน้องสาวเขาไม่ได้อยู่ที่บ้านเธอ เธอคงไม่ยอมให้ผู้ชายที่ไหนไม่รู้เข้ามาเหยียบบ้านเธอง่ายๆแบบนี้แน่

                      “ใครมาน่ะข้าวปั้นใช่พวกโรคจิตรรึเปล่า” พราวตะโกนถามเพื่อนอย่างเป็นห่วง

                      “ว่าพี่ตัวเองเป็นพวกโรคจิตรึไงยัยพราว” เจมส์เดินบ่นเข้ามาในบ้านพร้อมกับถุงอะไรไม่รู้สองสามถุง

                      “อ้าวพี่ชาย” พราวทักอย่างจำได้ แหมเกือบด่าพี่ตัวเองแล้วมั้ยล่ะแบบนี้กลับบ้านไปเมื่อไรหวังว่าคงไม่โดนดุหรอกนะเนี่ย พี่เธอยิ่งชอบดุบ่อยๆอยู่ จนเธอคิดว่าพี่ติดนิสัยแม่มารึเปล่านะ =_=*

                      “สวัสดีค่ะรุ่นพี่” นามิกล่าวทักทายอย่างมีมารยาท

                      “สวัสดีตอนเย็นเนี่ยนะ คิดได้ไง” เจมส์พูดพลางขำในลำคอ

                      “นายมาทำไมเนี่ย” ข้าวปั้นถามพลางเดินมานั่งลงที่โซฟาข้างๆนามิ

                      “ก็น้องสาวฉันอยู่นี่จะมาหาไม่ได้รึไง”

                      “อ้อ ที่แท้นายก็เป็นพวกที่แบบว่าขาดน้องไม่ได้ ถ้าไม่ได้เห็นหน้าวันหนึ่งคงจะขาดใจตายแน่เลย” ข้าวปั้นพูดอย่างกวนๆ เธอชักอยากยั่วโมโหพ่อหนุ่มเพลย์บอยคนนี้แล้วซิ โฮะๆๆ *O*

                      “เธอนี่มันกวนได้ตลอดเวลาจริงๆ อ่ะนี่ซื้อขนมมาฝาก” เจมส์ว่าก่อนจะยืนถุงขนมให้ข้าวปั้นเธอก็รับมาแบบไม่เกรี่ยงซักคำ แหมๆ ใครบ้างจะไม่ชอบของฟรี ถ้ามีโอกาสก็รีบๆรับไว้ซะเดี๋ยวอด -_-*

                      “ขอบใจ โหน่ากินมาก เดี๋ยวเราเอาไปใส่จานก่อนนะ” ข้าวปั้นหันไปพูดกับนามิก่อนจะรีบเดินเข้าไปในห้องครัวอย่างรวดเร็ว

                      “บ้านยัยหมวยก็น่าอยู่ดีนะ ว่าแต่พ่อแม่ยัยนั่นไปไหนหมด” เจมส์หันไปถามน้องสาวขนาดเดินมานั่งที่โซฟาพลางมองบริเวรห้องนั่งเล่นที่บ้านเธอ

                      “พ่อแม่เธอไปต่างจังหวัดน่ะ พราวกับนามิถึงต้องมาอยู่เป็นเพื่อนไง” พราวตอบพี่ชาย

                      “แล้วอยู่กันสามคนแบบนี้จะปลอดภัยหรอพราว มีแต่ผู้หญิง”

                      “ไม่ต้องห่วงพราวหรอกค่ะรุ่นพี่ยัยข้าวน่ะเธอเคยเป็นแชมป์เทคอนโดตั้งหลายสมัยตอนอยู่มัธยม รับรองถ้ามีโจรเข้าบ้านโดนซัดเลือดอาบแน่” นามิว่า

                      “แต่ยังไงพวกเธอก็เป็นผู้หญิงจะสู้ผู้ชายได้ไง”

                      “แล้วนายคิดว่าผู้หญิงสู้ผู้ชายไม่ได้รึไง” ข้าวปั้นเดินถือจานขนมออกมา

                      “เธอเก่งขนาดไหนกันเชียว แล้วจะดูแลชีวิตน้องฉันคุ้มรึไง” เจมส์ว่า

                      “พูดงี้ต่อยกันเลยมะ” ข้าวปั้นว่าพลางถลกแขนเสื้อขึ้นอย่างนักเลง

                      “ใจเย็นๆซิข้าว” นามห้ามทันที

                      “กลับบ้านเลยพราวพี่ไม่ไว้ใจว่าคนแถวนี้จะดูแลน้องสาวพี่ได้”

                      “พี่ชาย”

                      “ขอต่อยหน้านายทีหนึ่งเหอะวะฉันอดทนมานานแล้วนะ ย้ากกกก” ข้าวปั้นถลาเข้าต่อยหน้าเจมส์ทันทีจนชายหนุ่มถลาล้มลงที่พื้นทันที

                      “โอ๊ย...เธอยัยหมวยวันนี้ตายแน่ ผู้หญิงก็ผู้หญิงเหอะไอ้เจมส์ไม่สนแล้วโวย” เจมส์ว่าก่อนจะเดินมาหมายจะต่อยหน้าข้าวปั้นแต่โดนข้าวปั้นถีบล้มลงที่พื้นทันที และก่อนที่เหตุการณ์จะวุ่นวายไปกว่านี้นามิกับพราวก็รับถลาเข้าแยกทั้งคู่ทันทีก่อนที่จะมีคนเจ็บตัวไปมากกว่านั้น

                      “ไม่เอาน่าข้าวปั้น” นามิจับตัวข้าวปั้นพลางห้ามปราม

                      “พี่ชายเลิกบ้าได้แล้ว ข้าวเป็นผู้หญิงนะ พี่ชายคิดจะรังแกผู้หญิงรึไง” พราวดุพี่ชายตัวเองทันทีส่วนข้าวปั้นก็แลบลิ้นปิ้นตาใส่จนเจมส์ต้องควบคุมอาราณ์โดยการกำมัดแน่นอย่างเจ็บใจ รู้ถึงไหนอายถึงนั่นที่คนอย่างไอ้เจมส์โดนผู้หญิงต่อยหน้า

                      นามินั่งทำแผลให้เจมส์อย่างเบามือถ้ามีคนสังเกตสีหน้าเธอดีๆก็จะรู้ว่าเธอมีสีหน้าดูเป็นห่วงเขามากและแววตาที่มองดูอ่อนหวานและห่วงใยชายหนุ่ม มันไม่เหมือนรุ่นน้องห่วงรุ่นพี่แม้แต่นิด สรุปคือเธอต้องแอบชอบเจมส์แน่ๆแต่ไม่มีใครรู้เท่านั้นแม้แต่ตัวเจมส์เองก็ตาม

                      “โอ๊ย เบาๆหน่อยซิใจคอเธอจะฆ่าฉันให้ตายคามือเลยรึไง” เจมส์บ่นพลางยกมือขึ้นจับมือนามิออกจากหน้าตัวเอง เขาไม่รู้รึไงว่ามือที่กุมมือเล็กๆนั่นอยู่ทำให้นามิถึงกับหน้าร้อนวาบขึ้นมาซะเฉยๆอย่างนั้น

                      “นี่นายเจมส์ คิดจะแตะอั๋งเพื่อนฉันหรอ” ข้าวปั้นเดินเข้ามาดึงมือนามิออกจากมือหนาๆของเจมส์ทันที

                      “นามิเป็นแฟนเธอรึไงถึงห่วงนักหนา” เจมส์พูดด้วยน้ำเสียงประชด

                      “ไม่ต้องมาแก้ตัวเลย อย่าคิดว่าฉันไม่รู้วีรกรรมนายนะ เสือผู้หญิงอย่างนายน่ะมันไม่น่าไว้ใจเลยสักนิด”

                      “ข้าวปั้น” นามิร้องห้ามทันที่

                      “เลิกทะเลาะกันซักทีได้มั้ย โอเคพี่ชายพราวจะกลับบ้านก็ได้” พราวพูดขึ้นอย่างรำคาญเต็มทน ยังไงก็ตัดปัญหาโดยการยอมกลับบ้านดีกว่าเรื่องมันจะได้จบๆ

                      “ไม่ได้นะ พราวต้องอยู่เป็นเพื่อนเรา” ข้าวปั้นขัดขึ้น

                      “ไม่ต้องกลับไปไหนทั้งนั้น อยู่ที่นี่แหละ” เจมส์ว่า

                      “พี่ชายให้พราวอยู่จริงๆหรอ” พราวพูดด้วยน้ำเสียงดีใจสุดขีด

                      “พี่ให้อยู่แต่มีข้อแม้ว่าต้องให้พี่นอนที่นี่ด้วย”

                      “หา?/เฮ้ย!” ทั้งหมดร้องเสียงหลงพร้อมกันแต่ข้าวปั้นกับร้องเฮ้ยอย่างไม่เชื่อหูตัวเอง

                      “นายจะบ้าหรอ นี่มันบ้านฉันนะถ้าฉันไม่อนุญาตก็ห้ามใครมาพัก”

                      “งั้นฉันก็จะพาน้องสาวฉันกลับ” เจมส์ขู่จนข้าวปั้นต้องเดินหนีออกมานอกบ้านที่ข้างส่วนเพื่อคิดว่าจะเอาไงต่อดีโดยมีเจมส์เดินตามออกมา

                      “ว่าไง เลือกเอา ถ้าฉันอยู่น้องสาวฉันก็อยู่แต่ถ้าเธอไล่ฉันกลับฉันก็จะพาพราวไปด้วย” 

                      ห้องนอนพี่ชายข้าวปั้น

                      “นายนอนห้องพี่ชายฉันแล้วกัน แต่ถ้านายคิดจะมาทำมิดีมิร้ายกับฉันหรือนามิล่ะก็นายตายแน่”

                      “หลงตัวเองรึเปล่า ถึงฉันจะเมาก็ไม่ตาถั่วลุกขึ้นมาปล้ำเธอหรอก แต่ที่ฉันกลัวเนี่ย ฉันกลัวตอนกลางคืนเธอจะเกิดพิศวาทฉันลุกขึ้นมาปล้ำฉันมากกว่า” เจมส์ว่าก่อนจะทำหน้าตากวนอวัยวะเบื้องล่างของข้าวปั้นอีกจนได้

                      “ใครจะไปตาถั่วปล้ำนายกันยะ ถ้าใครคิดจะปล้ำนายคงต้องตาบอดแหงๆหรือไม่ก็ต้องบ้าไปแล้ว” ข้าวปั้นกวนกับทันทีที่ได้โอกาส

                      “ปากเก่งแบบนี้อยากลองดูมั๊ยล่ะ” เจมส์ว่าพลางทำหน้าหื่นๆใส่เธอก่อนจะเดินมาประชิดตัวเธออย่างรวดเร็ว

                      “ไอ้รามก!! >///< ” ข้าวปั้นว่าก่อนจะผลักอกใหญ่ๆออกแล้วรีบเดินหนีออกมานอกห้องทันทีเพราะขีนอยู่ต่อเธอโดนหมอนั่นจับเป็นหูทดลองแน่ๆ หยีแค่คิดก็ขนลุกขนพองเป็นเม่นแล้ว  เจมส์ก็เอาแต่ยืนขำอยู่คนเดียวเหมือนคนบ้าก่อนจะเดินไปล็อคประตูห้องแล้วเดินกลับมาที่เตียงนอน

                      เช้าวันต่อมา

         ข้าวปั้นที่เห็นถ้าว่าจะตื่นนอนแต่เช้าก่อนใครเดินสะลึมสะลือครึ่งหลับครึ่งตื่นเข้ามาในห้องน้ำเช่นทุกวันก่อนจะเดินตรงไปยังอ่างล้างน้ำแล้วจัดการล้างหน้าล้างตาแล้วแรงฟันพอเสร็จก็เดินถือผ้าเช็ดตัวไปยังอ่านอาบน้ำทันทีแต่พอเปิดผ้ากั้นออกเท่านั้นแหละเธอก็ต้องตกใจทำตาโตแทบถล๋น

                      O_O” เจมส์ที่กำลังแช่ตัวในอ่างสีขาวอย่างสบายใจก็ต้องร้องเสียงหลงออกมาทันที

                      “เฮ้ย!!

                      “อ้ายยยยยยย >///<” ข้าวปั้นร้องแหกปากกรี๊ดทันทีก่อนจะรีบยกมือขึ้นปิดตาแล้วหันหลังให้เจมส์ทันที ทำไมเธอถึงลืมนึกไปเลยนะว่าเจมส์มานอนค้างที่บ้านเธอและยังนอนที่ห้องนอนพี่ชายเธอที่ติดกับห้องเธออีกและที่สำคัญห้องน้ำบ้านเธอมันติดกันกับห้องนอนพี่ชายทำให้เวลาใช้ต้องล็อคประตูสองด้านเพราะสองห้องนอนต้องใช้ห้องน้ำห้องเดียวกันคงจะเป็นวิธีประหยัดเงินอีกแบบของบ้านเธอล่ะมั้งเนี่ย =_=*//

                      “ผู้หญิงหน้าไม่อายแอบดูผู้ชายอาบน้ำ” เจมส์ร้องเสียงหลงออกมาก่อนที่ข้าวปั้นจะเถียงทันที

                      “ไอ้บ้า ไอ้โรคจิต ทำไมไม่ล็อคห้องน้ำทั้งสองด้านล่ะฮะ” ข้าวปั้นด่าก่อนจะรีบเดินหน้าแดงหนีออกมาข้างนอกทันทีโดยมีเสียงเจมส์ตะโกนตาม

                      “ใครจะรู้ล่ะว่าบ้านเธองกขนาดทำห้องน้ำให้มันต่อกันสองห้องนอนน่ะยัยหมวย” เจมส์ตะโกนว่าออกไปก่อนจะรีบทำธุระตัวเองให้เรียบร้อยทันที

                      “ข้าวมีไรรึเปล่าทำไมเราได้ยินเสียงกรี๊ด” พราวลุกจากเตียงพูดด้วยน้ำเสียงสะลึมสะลือทันทีที่เห็นเพื่อนสาวเดินทำหน้าตกใจออกมาจากห้องน้ำ

                      “ข้าวเป็นไรทำไมหน้าแดงงั้นอ่ะ” นามิที่พึ่งจะเดินเข้ามาในห้องถามขึ้น เธอตื่นตั้งนานแล้วแต่เธอลงไปชงกาแฟกินที่ด้านล่างทำให้ไม่รู้ว่าเกิดเหตุอะไรขึ้นพอได้ยินเสียงกรี๊ดเธอก็รีบแจ้นขึ้นมาดูทันที

                      “เปล่า ไม่มีไร” ข้าวปั้นตอบทั้งที่ยังมีอาการเหมือนช็อกอยู่ก่อนจะเดินถือผ้าเช็ดตัวลงไปด้านลงเพื่อไปใช้ห้องน้ำที่ห้องแม่ของเธอ

                      “อะไรของเขา” พราวพูดพลางเกาหัวอย่าง งงๆ

    ที่สวนข้างบ้านข้าวปั้นกำลังเดินรดน้ำต้นไม้อย่างอารมณ์ดีหลังจากได้อาบน้ำเสร็จเธอก็เดินตรงมาที่สวนเพื่อรดน้ำต้นไม้เหมือนที่ทำทุกวันส่วนพวกนามิกับพราวเธอก็ปล่อยให้สองสาวนั่นทำอาหารเช้าอยู่ในครัวเพราะขืนให้เธอทำไม่ได้กินกันแหงๆ -___-*

                      “อารมณ์ดีจริงนะ เมื่อเช้าเธอเห็นอะไรรึเปล่า” เจมส์เดินเข้ามากระซิบถามเบาๆที่ข้างหูเธอ

                      “เห็นไร บ้าหรอ” ข้าวปั้นพูดแล้วก็เกิดอาการหน้าแดงขึ้นอีกรอบก่อนจะเดินหนีไปรดน้ำต้นไม้ต้นอื่น เจมส์ก็เดินตามมามากวนประสาทตามเคย

                      “ที่จริงเมื่อเช้าเธอตั้งใจจะแอบดูฉันอาบน้ำอ่ะดิ”

                      “ใครอยากดูไม่ทราบ ขืนดูของนายก็คงตาบอดไปตลอดชาติแหงๆ” ข้าวปั้นว่าพลางรดน้ำต้นไม้อย่างไม่สนใจทำยังกับว่าได้ฟังเสียงนกเสียงกาที่ดังอยู่ข้างหูก็ไม่ปาน

                      “บ้านเธอนี่งกจัง เอางี้มั๊ยเดี๋ยวฉันให้คนสร้างห้องน้ำให้ใหม่”

                      “ไม่จำเป็น เพราะยังไงนายก็ไม่ได้มาอยู่นี่ตลอดนิทำไมต้องสร้างใหม่ด้วย”

                      “จริงด้วย แต่ฉันแค่เห็นว่ามันขัดลูกตาเลยอยากสร้างให้ใหม่”

                      “อย่ามาอวดรวยแถวนี้นะไม่งั้นโดนแน่” ข้าวปั้นว่าอย่างโมโหแต่เจมส์กับอยากยั่วโมโหคนตอนเช้าซะแล้วสิ

                      “โดนไรล่ะคราวนี้ ฉันไม่ปล่อยให้เธอต่อยฟรีๆหรอกนะ” เจมส์ว่าพลางทำหน้าเก๊กทำให้ข้าวปั้นอดหมั่นไส้ไม่ได้ และความคิดอันชั่วร้ายก็บังเกิดขึ้น ต่อยไม่ได้ใช่มั้ยงั้นโดนนี่ ข้าวปั้นหันสายยางไปทางเจมส์ก่อนที่น้ำจะพุ่งใส่เจมส์เต็มๆ

                      “เฮ้ย...อย่า อย่า” เจมส์รีบวิ่งหนีทันทีโดยมีข้าวปั้นวิ่งฉีดน้ำใส่อย่างสนุก สนุกแต่เธอคนเดียวน่ะซิทำคนอื่นเขาเปียกหมดแล้วเนี่ย

                      “สมน้ำหน้า”

                      “เล่นงี้เลยหรอ” เจมส์ว่าก่อนจะวิ่งเข้ามาแย่งสายยางจากมือเธอแล้วฉีดใส่เธอจนเปียกเหมือนกันต่างคนต่างแย่งกันไปมาจนเสื้อผ้าที่ใส่เปียกยังกับลูกหมาตกน้ำ

                      “อ้าย...นี่ๆๆ ฮ่าๆๆ เปียกหมดเลย เหมือนลูกหมาตกน้ำเลย ฮ่าๆ^O^” ข้าวปั้นว่าทั้งที่หัวเราะอยู่ไม่หยุด

                      “เธอก็ลูกหมาเหมือนกัน ฮ่าๆๆๆ โดนซะ นี่ๆๆ” เจมส์วิ่งไล่ฉีดน้ำใส่ข้าวปั้นต่ออย่างสนุกสนาน โตกันแล้วยังเล่นอะไรเป็นเด็กอีกนะเนี่ย ระหว่างที่ทั้งคู่กำลังวิ่งไล่กันเหมือนเด็กๆก็ไม่มีใครเห็นเลยว่ากำลังมีสายตาคู่หนึ่งกำลังจับจ้องมองดูอยู่ตรงมุมหนึ่งของส่วน นามิทำหน้าเศร้าทันทีที่เห็นภาพเหล่านั้น เธอตั้งใจจะมาเรียกทั้งคู่ไปกินข้าวแต่กับมาเห็นภาพหญิงสาวกับชายหนุ่มที่กำลังวิ่งไล่กันดูมีความสุขมาก เหมือนกับว่าหัวใจเธอกำลั่งแตกสลายทันทีที่เห็นภาพนั้น นามิตัดสินใจเดินกลับเข้าไปในบ้านด้วยสีหน้าเศร้าๆทันที ถ้าเพื่อนเธอชอบเจมส์แล้วเจมส์ก็ชอบข้าวปั้นเธอคงจะทำอะไรไม่ได้ เพราะรักข้าวปั้นมากเธอยอมเป็นฝ่ายเสียสระจะดีกว่าเพื่อให้เพื่อนมีความสุขแต่ยังไงหัวใจดวงนี้ก็ยังจะมีแค่คนที่ชื่อเจมส์เท่านั้นไม่ว่าเขาจะรับรู้มั๊ยว่าเธอชอบเขาก็ขอแค่ได้แอบมองแอบรักเขาแบบนี้เธอก็พอใจแล้ว T^T*// (ซึ้ง)

                      “ข้าวปั้น...วันนี้เธอต้องไปที่โรงยิมไม่ใช่หรอ” พราวทักขึ้น

                      “จริงด้วย กี่โมงแล้วเนี่ย” ข้าวปั้นวิ่งมาหยิบกระเป๋าที่โซฟาก่อนจะมองดูนาฬิกาที่ฝาผนังห้องนั่งเล่น

                      “ไม่ต้องห่วงนะเดี๋ยวเรากับนามิดูบ้านให้เอง แล้วรีบกลับมาล่ะ” พราวตะโกนบอกทั้งที่ข้าวปั้นวิ่งออกนอกบ้านไปอย่างลุกลี้ลุกลน

                      “แล้วจะรีบกลับนะ” ข้าวปั้นตะโกนบอกก่อนจะรีบถีบจักรยานคันโปรดออกจากบ้านอย่างรวดเร็ว ไวปานจรวดก็ว่าได้มั้ง

                      “นามิเรามาเล่นเกมส์กันดีมั๊ย” พราวเอ่ยชวนขึ้นในขณะที่นามิกำลังนั่งกินขนมดูทีวีอย่างสบายใจ

                      “เกมส์หรอ เอาซิ” นามิตอบก่อนจะรีบลุกขึ้นมาเปิดเครื่องเล่นเกมส์ที่หน้าจอทีวีเตรียมพร้อมเล่นทันที วันนี้เป็นวันเสาร์ซึ่งนามิกับพราวก็ยังมาอยู่กับข้าวปั้นอยู่วันอาทิตย์แหละมั้งเธอถึงจะแยกย้ายกันกับบ้านใครบ้านมัน

                      ระหว่างทางที่ข้าวปั้นกำลังถีบจักรยานไปที่มหาลัยอยู่ๆสายตาของเธอก็มองเห็นรถทรงยุโรปคันสวยที่จอดอยู่ริมถนนและที่สะดุดตามากที่สุดเห็นทีจะเป็นเลขทะเบียนรถที่เธอจำได้อย่างแม่นยำ  ตม 11

                      “นั่นมันรถไอ้ตูดหมึกที่ขับเชี่ยวเราเมื่อวันนั้นนิ” ข้าวปั้นอุทานก่อนจะถีบจักรยานเข้าไปใกล้ๆรถคันนั้นก่อนจะจอดรถไว้ข้างรถคันนั้นแล้วเดินลงมามองสำรวจดูจนทั่วรถ

                      “ไม่ผิดแน่ๆ ขอเอาคืนทีเถอะ” เธอว่าก่อนจะเดินกลับไปที่รถจักรยานแล้วหยิบขวดสเปร์ยสีออกมาจากกระเป๋า ดีนะที่เธอซื้อมาเพื่อจะเอาไปใช้วาดตัวหนังสือที่โรงยิมเพราะรุ่นพี่หลิวสั่งว่าให้เธอหาสเปมาฉีดทำเป็นลวดลายที่ทางเข้าโรงยิมไม่คิดเลยว่าจะได้เอามาใช้ก่อน อิๆ ^_^

                      “ขอละเลงหน่อยแล้วกันนะ” ข้าวปั้นว่าก่อนจะฉีดสเปร์ยเป็นรวดรายต่างๆลงที่รถคันสวยอย่างสะใจ แล้วตามด้วยตัวหนังสือตัวโตที่ท้ายกระจกหลังรถว่า ไอ้ตูดหมึก  คิดแล้วก็สะใจชะมัดไม่รู้ว่าถ้าเจ้าของรถมาเห็นสภาพรถตัวเองจะเกิดอาการช็อกจนไตวายตายรึเปล่า  -____________-* หลังจากข้าวปั้นไปแล้วชายหนุ่มเจ้าของรถก็เดินกับมาที่รถตัวเองและถึงกับตกตะลึงกับสิ่งที่พบ

                      “เฮ้ย......ลูกรักของพ่อ ใครมันทำวะ” T^T เจมส์พูดด้วยความโมโหก่อนจะเดินดูรถคันโปรดที่รักนักรักหนาจนเรียกว่าลูกรักด้วยสีหน้าสงสารรถคันหรูของตัวเองก่อนจะเปลี่ยนเป็นบีบกระป๋องน้ำในมือที่พึ่งกินหมดจนแบนแต๊ดแต๋คามือด้วยท่าทางที่โมโหจนหน้าแดงเหมือนนางยักษ์ที่กำลังโกรธสุดขีด

 

ข้อความ :
จากคุณ * :
 

 
    มีปัญหาทางเว็บ ติดต่อ [email protected] จำนวนผู้ชมเว็บแจ่มใสขณะนี้: 392 ท่าน

Line PM