Guest   
 
Username: 
Password:  




 




  







 
อ่านเรื่อง
ผูกพันรัก...สุดท้ายด้วยน้ำตา (So many tears) กดไลค์แฟนเพจอัณณ์ศญาได้ที่ http://www.facebook.com/unsaya
อัณณ์ศญา
บทที่ 4 The end : จุดจบของอดีต อัพแล้ว 100% (ช่วยโหวตและคอมเม้นด้วยนะคะ^^)
6
06/11/2553 23:57:24
5573
เนื้อเรื่อง

 


บทที่ 4 The end : จุดจบของอดีต





 

ก่อนจะมาอัพนิยาย (ที่ยังแต่งไม่เสร็จ เหอๆ)

ก็ขอเอาอิมเมจของคิมมินชอลในเรื่อง

มาลงเรียกน้ำย่อยก่อนนะคะ

อิมเมจจากฮีชอล...Super Junior

แล้วจะกลับมาอัพในเร็วๆ นี้ค่ะ ^__^

เป็นกำลังใจให้เค้าหน่อยน้า จุ๊บๆ



ณ โรงพยาบาลประจำเมืองชงจู

          บนท้องฟ้าที่มืดสนิท ท่ามกลางเสียงฟ้าคำรามดังสนั่นไปทั่วทั้งบริเวณ มินแจวอน...สาวน้อยเจ้าของใบหน้าซีดขาวอันงดงาม กำลังยืนมองดูร่างของแทรันผู้เป็นแม่ที่นิ่งไม่ขยับเขยื้อน เรียวปากซีดขาวไร้สีเลือดและดวงตาของแม่ที่ปิดสนิท...ทำให้หัวสมองของเธอตอนนี้ตีบตันไปชั่วขณะ แจวอนดึงร่างอันไร้วิญญาณของแม่มากอดไว้แน่น หัวใจของเธอแทบสลายเมื่อได้สัมผัสกับร่างกายอันเย็บเฉียบของแม่

            “คุณแม่คะ...คุณแม่ตื่นขึ้นมาคุยกับหนูก่อนสิคะ คุณแม่...” แจวอนร้องไห้โอดครวญด้วยความเสียใจอย่างสุดซึ้ง เสียงของเธอนั้นดังก้องไปทั่วทั้งบริเวณห้องเก็บศพ เท็ตสึเองก็ยืนดูภาพตรงหน้าทั้งน้ำตา ไม่มีใครเห็นน้ำตาของเขาที่ไหลอาบสองแก้ม ร่างของเท็ตสึที่สั่นสะท้านกำลังเข้าไปรั้งร่างของแจวอนเอาไว้ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลนำร่างอันไร้ลมหายใจของแม่ไปจัดการดูแลต่อได้อย่างสะดวก

            “พี่เท็ตสึ...ไม่จริงใช่ไหม ที่คุณแม่กำลังจะทิ้งฉันไป” เท็ตสึเองก็ปวดร้าวและเจ็บปวดไม่แพ้เธอ หัวใจของเขานั้นเต้นแผ่วเบาราวจะขาดหายไปกับการสูญเสียในครั้งนี้ ชายหนุ่มวางมือลงบนหัวของแจวอนก่อนที่จะโน้มตัวลงไปจูบหน้าผากเธออย่างนุ่มนวล จนแจวอนรู้สึกอบอุ่นขึ้นมาทันทีทั้งที่น้ำตาไหลพราก

            “คุณแม่ยังอยู่ในใจของพวกเรา...ไม่ได้จากไปไหน” เขาเอามือลูบผมของแจวอนเบาๆ พลางปลอบประโลม เพื่อหวังให้เธอผ่อนคลายความเศร้าโศก

            บริเวณนี้ยังมีร่างสูงของชายหนุ่มอีกคนที่กำลังมองภาพเบื้องหน้า คิมมินชอลยืนแข็งเป็นหินด้วยความรู้สึกชาวาบไปทั้งตัว...เมื่อได้เห็นน้ำตาและความเสียใจของแจวอน ในทุกๆ ครั้งที่เห็นเธอร้องไห้...เขาเองก็อยากจะเป็นคนที่เธอสามารถซบลงมาได้ตรงหัวใจ และช่วยกอดเธอไว้จนกว่าจะรู้สึกดี แต่สุดท้าย...มินชอลก็ได้แต่บอกความรู้สึกที่มีผ่านทางสายตาเท่านั้น และหวังไว้ว่าสักวันเธอคงจะเข้าใจความรู้สึกที่เขามีต่อเธอ

            อากาศที่เย็นยะเยือกอันเกิดจากฝนที่กำลังตกลงมาอย่างหนัก ทำให้บรรยากาศที่โรงพยาบาลยิ่งดูวังเวง และเต็มไปด้วยความเศร้าโศก มินแจวอนที่เพิ่งจะเสียแม่ไปจากอุบัติเหตุกำลังนั่งรอผลการผ่าตัดของน้ายอนฮวาด้วยใจจดจ่อ การผ่าตัดที่ผ่านไปนานกว่าสี่ชั่วโมงทำให้จิตใจของแจวอนนั้นร้อนรนและสับสน ในใจของเธอตอนนี้ได้แต่อธิฐานจิตต่อพระผู้เป็นเจ้า...ให้ช่วยคุ้มครองให้การผ่าตัดครั้งนี้ผ่านไปได้ด้วยดี เพราะเธอต้องเสียแม่ไปแล้ว อย่าให้เธอต้องสูญเสียน้าสาวอันเป็นที่รักไปด้วยอีกเลย

            “พี่เท็ตสึ...เมื่อไหร่ฉันคุณหมอจะออกมาสักที ใกล้จะเช้าแล้ว...ฉันรู้สึกทรมานใจจนจะทนไม่ไหวอยู่แล้ว” แจวอนเงยหน้าถามเท็ตสึทั้งน้ำตา

            “อย่างน้อย...พวกเราก็กำลังรอคอยอย่างมีความหวังไม่ใช่เหรอ พี่เชื่อว่าคุณน้ายอนฮวาต้องปลอดภัย” เท็ตสึวางมือบนหัวของเธอแล้วลูบเบาๆ สองสามที ก่อนที่จะยิ้มบางๆ ให้ และมองใบหน้าของเธอด้วยความเป็นห่วง

            “ขอให้เป็นอย่างนั้น เพราะฉันไม่อยากให้มีใครต้องจากไปอีก” แจวอนพูดออกมาเสียงแผ่ว ก่อนที่จะบีบมือตัวเองแน่น แล้วปรายตามองไปยังมินชอลที่กำลังรอผลการผ่าตัดของเยซึล พอเห็นเธอมองหน้าเขาแบบนี้มินชอลก็พูดอะไรไม่ออก เพราะใบหน้าของเธอนั้นช่างไร้ความรู้สึกแต่แววตากลับดูซึมเศร้า เมื่อสายตาของเขาและแจวอนประสานกัน...ก็เกิดมีกระแสของความรู้สึกบางอย่างเกิดขึ้น แต่ไม่ทันที่เธอจะเข้าใจความรู้สึกนั้น...แจวอนก็เลือกที่จะหลบตาเขา

 

            มินแจวอนลืมตาตื่นขึ้นมาอีกครั้งในเช้าวันใหม่...ท้องฟ้าที่เคยมืดมัวและหม่นหมองกลับมาสดใสอีกครั้ง แสงสว่างอ่อนๆ ของดวงอาทิตย์หลังคืนหวังที่ฟ้าฝนโหมกระหน่ำ...ทำให้วันนี้บรรยากาศรอบๆ ตัวเธอเย็นสบายและปลอดโปร่ง แจวอนหลับไปนานเท่าไหร่ไม่รู้ เพราะเมื่อลืมตาตื่นก็พบว่าตัวเองนอนอยู่บนตักของเท็ตสึ

            “ตื่นแล้วเหรอ...พี่เห็นเธอเหนื่อยมาทั้งคืน ก็เลยไม่อยากปลุก เลยคิดว่ารอให้เธอตื่นเองจะดีกว่า” เท็ตสึขยับขาให้เธอลุก แจวอนเพิ่งจะผล็อยหลับไปเมื่อไม่ถึงหนึ่งชั่วโมงที่ผ่านมา แม้ในยามนอนเธอก็ยังร้องไห้ละเมอหาแม่ ทำให้เขาได้แต่กอดเธอเอาไว้ด้วยหัวใจที่เจ็บปวดไม่แพ้กันกับการสูญเสียอันยิ่งใหญ่ในครั้งนี้

            ศัลยแพทย์ออร์โธปิดิกส์เดินนำทีมแพทย์สาขาต่างๆ กลุ่มใหญ่ทั้งสองทีมมาหยุดยืนอยู่ที่ประตูทางเข้าห้องผ่าตัด เพื่อรายงานผลการผ่าตัดต่อญาติของยอนฮวาและเยซึลที่ผ่านไปได้ด้วยดี ถึงแม้ว่าการผ่าตัดนั้นจะใช้เวลานาน และอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนในระหว่างทำการผ่าตัดได้ทุกเวลา แต่โชคดีที่ผู้บาดเจ็บทั้งสองคนซึ่งได้รับแรงกระแทกอย่างหนักจากอุบัติเหตุในครั้งนี้...ไม่ได้ส่งผลถึงอวัยวะสำคัญในร่างกาย และหลังจากผู้บาดเจ็บได้รับการรักษาโดยวิธีการผ่าตัดจนพ้นภาวะอันตราย อีกไม่เกินสองสัปดาห์ ก็สามารถกลับบ้านได้อย่างปลอดภัย แต่ทั้งสองคนก็ยังต้องได้รับการดูแลและบำบัดทั้งทางร่างกายและจิตใจ

            แจวอน เท็ตสึ และมินชอล ที่เฝ้ารอช่วงเวลาแห่งความเป็นความตายมานานนับชั่วโมงตลอดทั้งคืน ก็ได้รับข่าวดีจากทีมผ่าตัดทั้งแพทย์และพยาบาลห้องผ่าตัด ความหวังสุดท้ายที่จะไม่มีใครต้องสูญเสียก็ทำให้แจวอนรู้สึกคลายความวิตกกังวลลง และเหลือเพียงความเศร้าในหัวใจจากการตายของแม่เท่านั้น แต่ตอนนี้เธอก็ยังทำใจไม่ได้...ที่จะบอกเรื่องราวของการสูญเสียในครั้งนี้ให้กับพ่อซึ่งยังทำงานอยู่ที่ประเทศจีน

 

            ณ สุสานแห่งหนึ่ง...ท้องฟ้าสีหม่นยามเย็นกับดวงอาทิตย์สีแดงเรื่อที่กำลังใกล้จะตกดิน ตลอดทางเดินที่ทอดยาวเข้าไปภายในโบสถ์เต็มไปด้วยใบไม้สีน้ำตาล ที่โรยราปลิวพลิ้วลงบนพื้นหญ้าอันเขียวขจี ราวกับมีอีกหนึ่งชีวิตที่ร่วงโรยหายไปจากโลกสีน้ำเงินใบนี้ ถัดจากทางเดินหินยาวนั้นปรากฏกลุ่มคนจำนวนหนึ่งในชุดสีดำ พวกเขากำลังยืนขนาบสองข้างของหลุมศพแล้ววางช่อดอกไม้ แล้วช่อดอกกุหลาบสีขาวก็ถูกวางลงไปเป็นช่อสุดท้ายจากมือเล็กๆ ของเด็กสาวผู้มีใบหน้าอันงดงามชวนฝัน แววตาเศร้าๆ ของเธอกำลังทำให้หัวใจของซองโฮผู้เป็นพ่อหมองหม่น ในคืนสุดท้ายของการจากลา...ลูกสาวตัวน้อยๆ ของเขาต้องเผชิญกับการสูญเสียด้วยหัวใจที่เจ็บปวด โดยที่เขาไม่ได้ทำหน้าที่ของพ่อและสามีที่ดีเลยแม้แต่น้อย การจากไปของแทรันซึ่งเป็นภรรยาสุดที่รักของเขานั้น ทำให้ซองโฮเอาแต่โทษตัวเองที่มัวแต่ทำงานจนลืมคิดที่จะห่วงใยความรู้สึกของเธอ ความผิดพลาดในอดีตที่เขากำลังพยายามจะแก้ไขและชดเชย...มันกลับสายเกินไปแล้วใช่ไหม เพราะเขาปล่อยให้ความเข้าใจผิดมาทำลายช่วงเวลาอันมีค่า...ที่ไม่สามารถย้อนเวลากลับไปแก้ไขอะไรได้ ซองโฮจึงได้แต่คิดเสียใจด้วยความเจ็บปวด...

 

            กลางดึกของหลายคืนถัดมา...

            เพียงแค่นึกถึงรอยยิ้มอันแสนอ่อนโยนของแม่...เธอก็อดที่จะร้องไห้ไม่ได้ แจวอนที่อยู่ในชุดนอนกำลังนั่งเล่นอยู่ริมสระว่ายน้ำ เธอกำลังนั่งนึกถึงเรื่องราวต่างๆ ที่เกิดขึ้นหลังจากงานวันเกิดของแม่...จนกระทั่งวันที่แม่จากไป สายลมอ่อนๆ ที่กำลังพัดผ่านรอบๆ ตัว...ทำให้เธอรู้สึกเย็นสบาย บริเวณนี้เงียบสงบจนทำให้เธอได้ยินเสียงของสายลมที่ช่วยพัดพาเอาความเหงา และความเศร้าออกไปจากหัวใจของเธอ จนผมสีดำยาวราวกับเส้นไหมกำลังพลิ้วไหวไปตามแรงลม...

            “คุณแม่คะ...หนูคิดถึงคุณแม่มากนะคะ” แจวอนได้แต่ส่งผ่านความคิดถึงแม่ฝากไปกับสายลม ถ้าลมเย็นอันบางเบาที่อยู่รอบๆ ตัวเธอในตอนนี้เปรียบเสมือนความห่วงใยของแม่ที่มีให้เธอได้ก็คงจะดี เพราะเธอจะได้ไม่ต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยวเดียวดายแบบนี้

            “ท้องฟ้าคืนนี้สวยดีนะ...” แล้วสาวน้อยก็ต้องหันไปตามเสียง เป็นคิมมินชอลนั่นเอง เขากำลังเดินมาแล้วนั่งลงที่ริมสระน้ำข้างๆ เธอ

            “มันเริ่มไม่สวย...ก็ตอนที่นายเดินมานี่แหละ” แจวอนมองไปบนท้องฟ้าแล้วตอบ

            “ฉัน...เสียใจด้วยนะ” มินชอลมองหน้าแจวอนแล้วพูดออกมาสั้นๆ เพราะกลัวจะเป็นการตอกย้ำให้เธอยิ่งคิดมากขึ้นไปอีก แต่เขาก็ยังอยากให้เธอได้รับรู้ถึงความรู้สึกที่อยู่ภายในใจ

            “ฉันนึกว่านายจะดีใจเสียอีก...ที่แม่ฉันจากไป แม่ของนายก็คงจะดีใจจนเนื้อเต้นล่ะสินะ อย่ามาใช้คำว่าเสียใจเพื่อกลบเกลื่อนความดีใจหน่อยเลย ฉันว่ามันฟังแล้วทุเรศที่สุด” เธอจ้องตาเขาเขม็ง

            “ฉันกับแม่ไม่เคยคิดอย่างนั้นเลยนะ...ถ้าเธอจะเปิดใจ”

            “ฮึ แต่แววตาของแม่นาย...ไม่ได้บ่งบอกว่าเสียใจกับการตายของแม่ฉันเลยแม้แต่น้อย ไม่งั้นแม่นายก็คงไม่ออดอ้อนพ่อของฉันให้จ้างพยาบาลประจำตัวหรอก...” แจวอนเม้มปาก เธอรู้สึกแย่กับการกระทำต่างๆ ของแม่เขา เพราะนับตั้งแต่แม่ของเธอเสียชีวิต เยซึลก็สวมบทบาทเป็นคุณผู้หญิงของบ้านทันที แม้จะอยู่ในช่วงพักฟื้นหลังจากได้รับบาดเจ็บในอุบัติเหตุครั้งนั้นจนต้องนั่งรถเข็น เนื่องจากกระดูกบริเวณสะโพกเคลื่อนเล็กน้อย แต่เยซึลก็ใช้วิกฤตินี้ให้เป็นโอกาสเพื่อเรียกร้องความเห็นใจจากพ่อของเธอให้ดูแลและใส่ใจเป็นพิเศษ...ราวกับผู้หญิงคนนี้กำลังจะมาเป็นแม่เลี้ยงคนใหม่ของเธอก็ไม่ปาน

            “แม่ของฉันไม่ได้เป็นอย่างที่เธอคิดทั้งหมดหรอกนะ”

            “ฮึ...นายอย่าเสียเวลาแก้ตัวแทนแม่ของนายเลย แล้วตอนนี้ฉันก็อยากจะอยู่เงียบๆ คนเดียวด้วย” แจวอนตอบพลางก้มหน้าเพื่อซ่อนน้ำตาที่เอ่อล้น เธอกำลังจะลุกขึ้นเพื่อเดินกลับเข้าไปในบ้านด้วยหัวใจและร่างกายที่อ่อนแรงราวกับไร้พลังชีวิต

            “อย่าเพิ่งไป...ฉันไม่อยากให้เธอเข้าใจอะไรผิดๆ แบบนี้” มินชอลพยายามดึงข้อมือของแจวอนให้นั่งลง แต่เธอกลับพยายามสะบัดมือของเขาให้หลุด

            “ปล่อย!

            “ช่วยฟังฉันก่อน...ได้ไหม”

            “ฉัน...ฉันเหนื่อยที่จะฟัง ฉันเหนื่อยที่จะรู้สึกเจ็บปวดและเสียใจแบบนี้...”

            แจวอนที่กำลังหมดเรี่ยวแรงถึงกับทรุดตัวลงไปนั่งที่ริมสระอีกครั้ง แล้วมินชอลก็ดึงตัวของเธอเข้ามาในอ้อมกอด แจวอนที่ยังอยู่ในอาการมึนงงและไร้กำลังที่จะต้านทานก็ได้แต่ตัวสั่นสะท้านปล่อยให้เขาดันตัวเธอออกมาเพื่อก้มลงจูบริมฝีปากอย่างนุ่มนวล ทั้งๆ ที่ยังอยู่ในอ้อมกอดอันแสนอบอุ่นของเขา แจวอนปล่อยให้มินชอลจูบเธอจนกว่าเขาจะพอใจ เพราะตอนนี้เธอยอมปล่อยให้ความอ่อนไหวเข้ามาครอบงำ ริมฝีปากของมินชอลยังคงจูบเธออยู่...จนสติของเธอแทบจะหลุดลอยไป

            “ปลดปล่อยความเจ็บปวด...ความแค้น และความเสียใจของเธอมาที่ฉัน” มินชอลบอกเธอ ตอนนี้แจวอนได้แต่มองริมฝีปากของมินชอลราวกับอยู่ในภวังค์ สายตาของทั้งคู่ประสานกันอีกครั้ง มินชอลจรดริมฝีปากของเขามาที่ริมฝีปากบางของเธออีกจนแจวอนตัวสั่น แต่ในขณะที่ริมฝีปากของเขากำลังไล่ไปตามซอกคอของเธอนั้น...

            “อย่า พะ...พอแล้ว”

            แจวอนกลับดันไหล่ของมินชอลให้ออกไป เพราะเขากำลังทำให้เธอรู้สึกร้อนรุ่มไปทั้งตัว ขืนปล่อยให้ความรู้สึกเป็นตัวกำหนดความสัมพันธ์และการกระทำต่างๆ เธอกับเขาคงต้องเลยเถิดไปไกลกว่านี้แน่ๆ แจวอนกำลังพยายามเตือนหัวใจและสติของตัวเอง เขาเป็นลูกชายของผู้หญิงคนนั้น...ที่ทำให้แม่ของเธอต้องเจ็บปวด เธอลืมไปแล้วหรือ !

            เวลาที่ยังเดินหมุนไปอย่างไม่มีวันไม่หยุด เฉกเช่นเดียวกับความผูกพันของคนสองคนที่กำลังดำเนินไปเรื่อยๆ จนยากเหลือเกินที่จะลบล้างความผูกพันนี้ได้ ลืมไม่ได้ ไม่ลืมก็ไม่ได้ และให้รู้สึกรักก็ไม่ได้เช่นกัน จนสุดท้าย...มันอาจจะลงด้วยความเจ็บปวดและพลัดพรากเพื่อตัดปัญหาโลกแตกนี้ใช่ไหม

           

            ความมืดมิดหมดไปแล้ว เพราะไม่นานแสงสว่างของดวงอาทิตย์ที่สาดส่องก็เข้ามาแทนที่ แต่ภาพเลือนรางที่เคยมีแม่อยู่ในทุกๆ วัน ตอนนี้...กลับเหลือแค่เพียงความว่างเปล่า สายลมเย็นพัดผ้าม่านหนาในห้องให้ขยับไปมา...แจวอนกำลังเดินเข้ามาในห้องซึ่งเคยเป็นของแม่ เธอปิดประตูแล้วนั่งลงบนเตียง ก่อนที่จะเอื้อมมือไปหยิบของบางอย่างที่อยู่ใต้ที่นอนขึ้นมาดู สมุดบันทึกของแม่ที่เธอเพิ่งจะค้นเจอ แจวอนกำลังนั่งคิดหนักถึงข้อความที่แม่เขียนอยู่ในสมุดเล่มนี้ ความเจ็บปวดที่แม่ต้องพบเจอ...มีเธอเพียงคนเดียวเท่านั้นที่รับรู้และเข้าใจ

            แกร๊ก...เสียงลูกบิดประตูที่ดังขึ้น ทำให้แจวอนต้องรีบเก็บซ่อมสมุดบันทึกเล่มนี้ไว้ที่เดิม

            “น้าคิดอยู่แล้วว่าต้องเป็นเธอ...”น้ายอนฮวากำลังเดินเข้ามาแล้วพูดกับเธออย่างเศร้าซึม

            “คุณน้า...เดินได้แล้ว” แจวอนอุทานขึ้นมาด้วยความตื่นเต้นและดีใจ น้าสาวของเธอกลับมาเดินได้อีกครั้ง หลังจากที่เข้ารับการผ่าตัดถึงสองครั้งในเดือนเดียวกัน กล้ามเนื้อขาและเส้นประสาทที่ถูกทำลายก็เลยกลับมาใช้การได้อีก

            “ปาฏิหาริย์เกิดขึ้นกับมนุษย์ได้เสมอจ๊ะ...แต่น้าก็ยังเดินไม่เป็นปกติเท่าไหร่นะ รู้สึกกล้ามเนื้อมันตึงๆ ขัดๆ เวลาเดินอยู่เรื่อย” ยอนฮวาพูดขึ้นมาด้วยสีหน้าเป็นกังวล

            “หนูเชื่อว่า...คุณน้าต้องกลับมาวิ่งได้ในเร็วๆ วันนี้แน่เลย” แจวอนพยายามพูดให้กำลังใจน้าสาวด้วยความร่าเริงสดใส จนยอนฮวาอดไม่ได้ที่จะลูบผมของหลานสาวของเธอด้วยความเอ็นดู

            “น้ามีเรื่องบางอย่างที่จะบอกกับหนู...เท็ตสึเขามาขออนุญาตน้ากับพ่อของหนูเพื่อจะขอออกไปอยู่ข้างนอกตามลำพัง เขาบอกว่าไม่ต้องการที่จะเป็นภาระให้กับใครอีก พ่อของหนูกับน้าก็เลยอนุญาต เพราะเท็ตสึเขาโตพอที่จะรับผิดชอบตัวเองได้แล้ว”   

            หลังจากฟังเรื่องที่น้าสาวของเธอต้องการจะบอก...แจวอนก็รู้สึกชาวาบไปทั้งตัว เมื่อน้าสาวของเธอเดินออกไปจากห้อง...น้ำตาหยดเล็กๆ แห่งการจากลาก็ต้องไหลออกมาจากดวงตาของเธออีกครั้ง มันมากเกินไปแล้ว...กับสิ่งที่ฉันต้องเจอ อีกครั้งแล้วนะกับความรู้สึกเจ็บจนไม่อยากหายใจแบบนี้ คนที่เธอรักและผูกพันกำลังจะทอดทิ้งเธอให้อยู่บนโลกนี้เพียงลำพังอีก ตอนนี้แจวอนได้แต่นั่งร้องไห้อยู่บนเตียงนอนของแม่อันเป็นที่รักด้วยความรู้สึกเหว่ว้าและเคว้งคว้าง

 

            ท้ายที่สุด...ของการจากลา

          ในขณะที่โลกอันแสนเศร้ายังคงหมุนไป...มันเกิดอะไรขึ้นกับเสียงของหัวใจเธอกันนะ แจวอนเกลียดตัวเองเหลือเกิน แม้อยากจะให้เขาคนนั้นไม่ต้องไป แต่คำพูดมากมายที่อยู่ในใจกลับถูกเก็บไว้จนถึงเวลาที่ต้องจากกัน

          “พี่เท็ตสึ...ให้ฉันไปส่งพี่ไหม” แจวอนอาสา

            “ไม่เป็นไร...เพราะฉันไม่อยากเห็นหน้าของเธอเวลาร้องไห้”

            “อืม...” แจวอนยิ้มทั้งน้ำตาที่เอ่อล้น ทำไมเธอต้องร้องไห้ให้กับผู้ชายใจร้ายคนนี้ด้วย เขาเลือกแล้วนี่ที่จะไป...โดยที่ไม่สนใจว่าเธอจะรู้สึกเสียใจมากแค่ไหน เธอมันก็เหมือนลูกหมาตัวหนึ่งที่กำลังถูกลืมทิ้งไว้ในกรงอันใหญ่โต เพราะแม้แต่พ่อก็ยังไม่มีเวลาที่จะสนใจหรือใส่ใจดูแลเธอ นับตั้งแต่แม่จากไป...พ่อก็สนใจแต่งาน ผลประกอบการ และชื่อเสียงของบริษัท อ้อ ! แล้วก็เยซึล...ผู้หญิงของพ่อเท่านั้น แจวอนคิดด้วยความน้อยใจ

            สักพัก...รถยนต์โดยสารส่วนบุคคลก็เข้ามาจอดที่หน้าบ้าน แจวอนเอามือปาดน้ำตาออกจากแก้มก่อนที่จะมองดูรถที่กำลังจะเคลื่อนไปตามถนน หัวใจของเธอตอนนี้ห่อเหี่ยวสิ้นดี สุดท้าย...ก็ต้องจากเขาไปทั้งน้ำตาแบบนี้

            กึก ! จู่ๆ รถคันนั้นก็หยุดกะทันหันและถอยหลังกลับมา

            “ก็พี่บอกแล้วไง...ว่าไม่อยากให้เราต้องจากกันไปด้วยน้ำตา” เท็ตสึเปิดประตูรถเพื่อออกมาหาเธอที่ยังยืนอยู่หน้าบ้าน เพราะเมื่อเขามองมาจากกระจกหลัง ก็พบว่าเธอยังคงร้องไห้ไม่ยอมหยุด และถ้ายังขืนปล่อยแจวอนไว้แบบนั้น เขาเองก็คงจะจากที่นี่ไปด้วยความรู้สึกผิด

            “กลับมาทำไม...พี่อยากไปจากที่นี่มากไม่ใช่เหรอ” แจวอนตวาด

            “พี่แค่อยากจะบอกอะไรบางอย่างกับเธออีกสักครั้ง...” เท็ตสึมองหน้าของแจวอนอันเต็มไปด้วยหยาดน้ำตาที่ไหลอาบสองแก้ม ก่อนที่เขาจะดึงตัวเธอเข้าไปกอด ภาพความทรงจำอันแสนอบอุ่นและอ่อนโยนระหว่างเขากับเธอจะไม่มีวันถูกลบเลือนไปกับกาลเวลา แม้ว่าตอนนี้มันกำลังจะจบลงด้วยหยาดน้ำตาและความเสียใจ

            ????????/ ฉันจะรักเธอตลอดไป

            เท็ตสึบอกกับแจวอนเป็นภาษาญี่ปุ่นเบาๆ แน่นอนว่าเธอคงไม่เข้าใจประโยคที่เขาได้บอกเธอ แต่มันก็ไม่มีประโยชน์ใดๆ ที่จะเอื้อนเอ่ยความหมายของคำว่ารักให้ต้องเจ็บปวดอีก

            แต่เสียงกระซิบของเท็ตสึ กลับยังคงดังก้องอยู่ในใจของแจวอน เพราะเมื่อต้องห่างกันไปไกลแสนไกล...แค่คำพูดเบาๆ ทุกคำที่ไม่รู้ความหมาย ก็มีค่ามากมายเกินกว่าที่เธอจะลบเลือน
            เท็ตสึและแจวอนกำลังยืนปล่อยให้ตัวเองอยู่ในอ้อมกอดของกันและกัน ราวกับว่านับจากนี้ไปพวกเขาสองคนจะต้องจากกันไปอีกนานแสนนาน และเหลือไว้เพียงแค่ความทรงจำ...ที่เชื่อมโยงให้ทั้งสองคนผูกพันกับด้วยความรู้สึกอันแสนเจ็บปวด ความผูกพันด้วยรัก...ที่สุดท้ายก็จบลงด้วยน้ำตา



 

ข้อความ :
จากคุณ * :
 

หน้าที่ 1 จาก 4 หน้า
แสดง เรื่อง
ความคิดเห็นที่ 1
 so many tear จริงๆ
จากคุณ เเอมมี่/(am_boss) อัพเดตเมื่อ 09/07/2554 12:38:20
ความคิดเห็นที่ 2
เฮ้อ ! ถ้าแค่เพียงเปิดใจเรื่องราวก็คงไม่จบด้วยความเศร้ามากมายขนาดนี้ 
โหวตค่า
จากคุณ ปอ/(helikopter) อัพเดตเมื่อ 21/06/2554 15:21:55
ความคิดเห็นที่ 3
เศร้าจังเลย
จากคุณ jum/([email protected]) อัพเดตเมื่อ 17/04/2554 00:21:37
ความคิดเห็นที่ 4
so sad again
จากคุณ best/(basartclever) อัพเดตเมื่อ 13/04/2554 18:09:33
ความคิดเห็นที่ 5
เศร้าอ่ะ
ทุ่มให้เต็มร้อยเลยอ่ะ แบบว่าชอบอิมเมจของพระเอกอ่ะ
จากคุณ แอม/(jirapothithum) อัพเดตเมื่อ 27/02/2554 01:44:39
ความคิดเห็นที่ 6
ดราม่าสุดๆ
จากคุณ รัต/(janing) อัพเดตเมื่อ 16/02/2554 23:32:02
ความคิดเห็นที่ 7
เศร้ามากค่ะ



จากคุณ รุจ/(rijira) อัพเดตเมื่อ 11/02/2554 02:34:15
ความคิดเห็นที่ 8
สุดยอด
จากคุณ หยก/(mango23) อัพเดตเมื่อ 08/01/2554 18:47:57
ความคิดเห็นที่ 9
ชอบจังค่ะ  เศร้าจิง  อยากรู้ว่าสุดท้ายแล้วจะลงเอยยังไง
จากคุณ เนย/(annauy) อัพเดตเมื่อ 05/01/2554 17:38:08
ความคิดเห็นที่ 10
อืม เศร้าอ่ะ
จากคุณ Lyon/(prea_ton) อัพเดตเมื่อ 19/12/2553 14:12:35
หน้าที่ 1 จาก 4 หน้า
แสดง เรื่อง
 
จำนวนผู้ชมเว็บแจ่มใสขณะนี้: 307 ท่าน