Guest   
 
Username: 
Password:  




 




  







 
อ่านเรื่อง
หนี้รักกามเทพ
Tiger_Saturn/พรรษ
ข้อตกลง
3
10/03/2553 21:27:48
3273
เนื้อเรื่อง

ตอนที่  3 ข้อตกลง

 

สี่วันเข้าไปแล้วที่สายขวัญเข้ามาอยู่ในไร่ร่มใจ  และยังอยู่รอดปลอดภัยมาได้  เธอยังเป็นสายขวัญคนเดิม ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง 

นับจากได้พบกับกมลฉัตรจัง ๆ ในคืนนั้น  สายขวัญก็แทบจะไม่ได้พบเขาอีกเลย  เธอเห็นหลังเขาเดินขึ้นรถไว ๆ ในตอนเช้า  และไม่ได้เห็นเขากลับมา  เธอได้ทานมือเช้า  มื้อกลางวัน  และมื้อค่ำเพียงลำพัง  และใช้ชีวิตอยู่กับอิงอรเป็นส่วนใหญ่

อิงอรใช้เวลาทั้งหมดที่ผ่านมาในการพาสายขวัญชมทั่วไร่  ทำให้เธอได้รู้จักไร่ร่มใจในหลาย ๆ มุม  พื้นที่สามร้อยกว่าไร่ถูกแบ่งเพื่อทำการเพาะปลูกหลายอย่าง  มีผลไม้หลายชนิด  เช่น  มะม่วง อโวคาโด พลับ  ลิ้นจี่  มีพืชผักท้องถิ่นพวกกะกล่ำปลี  ผักกาดขาว  ถั่วลันเตา  ถั่วแขก  แต่ผักพวกนี้มีตลาดไม่แน่นอน  พอกมลฉัตรมาอยู่ที่นี่จึงให้หันมาปลูกพืชผักที่ซุปเปอร์มาร์เก็ตต้องการ เช่น หน่อไม้ฝรั่ง  ผักกาดแก้ว  บร็อคโคลี่  แครอท  บีทรูธ  แรดิช  มะเขือม่วง  แตงกวาญี่ปุ่นเพราะผักพวกนี้มีตลาดที่แน่นอนและให้ราคาดี

เมื่อปีที่แล้วกมลฉัตรยังได้ศึกษาเกี่ยวกับการปลูกผักไฮโดรโพนิกส์  ซึ่งเป็นการปลูกผักแบบไร้ดิน  เป็นผักปลอดสารพิษที่ไม่ได้รับเชื้อโรคและสิ่งปนเปื้อนที่มาจากดิน  ควบคุมโดยระบบน้ำและปลูกในระบบปิดเพื่อช่วยควบคุมแมลง  ซึ่งให้ผลผลิตดีเก็บขายไปแล้วหลายรุ่น  และเขากำลังนำระบบนี้มาใช้กับไม้ดอกบางชนิด

ที่นี่มีไม้ดอกหลากหลายชนิดทั้ง  คาร์เนชัน  แอสเตอร์  ลิลลี่  แกลดิโอลัส  ดาหลา  และดอกไม้ในตระกูลเฮลิโคเนีย  ซึ่งมีตลาดแน่นอน  นอกจากนั้นภายในไร่ยังมีการจำหน่าย  ผัก  ผลไม้ และดอกไม้ต่าง ๆ ตามฤดูกาล

อิงอรเล่าให้เธอฟังอีกว่า  ไร่นี้เป็นพื้นที่สร้างอาชีพให้กับชาวบ้านนับร้อยชีวิตมาเป็นเวลาสิบปีแล้ว  เดิมทีพื้นที่แถวนี้ถูกกวาดซื้อไปทำสนามกอล์ฟหรือไม่ก็โรงแรม  โดยนายหน้าเข้ามาขอซื้อที่ดินจากชาวบ้านหลาย ๆ คน และเริ่มบีบชาวบ้านคนอื่น ๆ ให้ขายที่ดินของตนเพื่อรวมพื้นที่ให้มากพอสำหรับทำธุรกิจดังกล่าว  และบังเอิญคุณชานินทร์เป็นหนึ่งในเจ้าของที่ดินเหล่านั้น  ซึ่งท่านไม่มีทางขายที่ดินซึ่งเป็นมรดกของพ่อแม่  แต่หันกลับไปต่อรองราคาและซื้อที่ดินทั้งหมดกลับมาเป็นของตนซะเอง  และเริ่มให้ชาวบ้านเข้ามาประกอบอาชีพนับแต่นั้น

“ไร่ร่มใจนี่.. กว้างใหญ่จริง ๆ เลยนะคะ”

“เดิมทีไร่นี่ไม่ได้ชื่อร่มใจหรอกจ้ะ  คนที่นี่รู้จักในชื่อ ไร่ชนินทร  คุณท่าน...เอ่อ...พี่หมายถึงคุณพ่อของคุณฉัตรน่ะ  ท่านเพิ่งขึ้นป้าย ร่มใจเมื่อตอนที่คุณฉัตรมาอยู่ที่นี่เมื่อ  2 ปีก่อนนี่เอง”

“ทำไมต้องเป็นร่มใจล่ะคะ”

“ร่มใจ  ก็ความหมายของชื่อคุณฉัตรไงจ๊ะ  กมลฉัตร แปลว่า ร่มใจ”                        

สายขวัญคิดตาม  ก่อนจะพยักหน้ารับรู้  แต่เมื่อหวนคิดถึงเหตุการณ์คืนนั้น  เธอยังขนลุกไม่หาย  ปืนชี้หน้าขนาดนั้นเป็นใครก็คงไม่ลืมง่าย ๆ ในความคิดของเธอ กมลฉัตรคงเป็นร่มใจให้ใครไม่ได้แน่

“จะเที่ยงแล้วนะหนูขวัญ  พี่ให้หนูขวัญเลือก  เราจะไปทำกับข้าวกินที่บ้าน  หรือจะลองแวะเข้าไปที่โรงอาหารกันดี”

“ที่นี่มีโรงอาหารด้วยเหรอคะ”

“นั่นไงจ๊ะ  อยู่ตรงนั้นแหละโรงอาหาร  ที่มีครัวกลาง  ทำอาหารกลางวันเลี้ยงคนงานในไร่ทุกคนจ้ะ  บางวันพี่จะมาช่วยป้าพวงตักอาหารแจกจ่ายคนงาน”

อิงอรชี้ไปยังเรือนไม้หลังไม่ใหญ่ไม่เล็กที่อยู่ไม่ไกลนัก

“งั้นไปค่ะ  ขวัญอยากไปช่วย”

สายขวัญตัดสินใจได้ทันที  ตลอดหลายวันที่ผ่านมาเธออยู่ที่นี่อย่างไร้ประโยชน์  จึงพยายามอาสาช่วยงานทุกอย่างเท่าที่จะช่วยได้ 

โรงอาหารของที่นี่เป็นเรือนไม้  หลังคากระเบื้องมุงต่ำ  ผนังเปิดโล่งทั้งหลัง  มีลมพัดผ่านอากาศเย็นสบายตลอดทั้งวัน  ภายในมีโต๊ะ – เก้าอี้เรียงต่อกันทั้งหมดสามแถว  จุคนได้เต็มที่ประมาณ 60-70 คน  มองเข้าไปจะเห็นเค้าเตอร์ซึ่งมีถาดอาหาร4 – 5 ถาด  วางเรียงกันในตู้กระจกใสถูกหลักโภชนาการ  และป้าพวงที่อิงอรพูดถึงกำลังตักอาหารแจกคนงานในไร่ที่กำลังต่อแถวยาวจนมือระวิง

“เหนื่อยมั้ยจ๊ะป้าพวง  วันนี้อรพาคนมาช่วย  นี่หนูขวัญจ้ะป้า  แขกของคุณฉัตรเค้า”

อิงอรแนะนำสายขวัญให้คุณป้าร่างท้วมท่าทางใจดีได้รู้จัก

“สวัสดีค่ะ  ให้ขวัญช่วยนะคะ”

“เอาเลยจ้ะ  น่ารักจริงแม่คุณ  นั่นจานอยู่ตรงนั้นนะลูก  นี่ทัพพีอยู่นี่  นังพิศหลานป้ามันไปเที่ยวกับเพื่อน  ไม่ยอมมาช่วยป้าเลยวันนี้”

ป้าพวงเอ่ยชมคนมีน้ำใจก่อนจะบ่นถึงหลานสาวของตน  สายขวัญหันไปหยิบจานจับทัพพีตามที่ป้าพวงบอก  ก่อนจะหันไปบอกให้คนงานตัดเป็นสองแถวด้วยน้ำเสียงฉะฉานไม่มีเคอะเขินเกรงกลัว  อิงอรอาสาตักข้าวเปล่าส่งไปให้

คนงานในไร่หลายคนจับตามองคุณหนูแปลกหน้าด้วยความอยากรู้อยากเห็นว่ามาจากไหน  ทีแรกหนุ่ม ๆ ชาวไร่หลายคนเห็นว่ามากับอิงอรคิดว่าคงเป็นญาติต่างก็หมายมาดว่าจะลองจีบ  แต่พอได้ยินบอกว่าเป็นแขกของคุณฉัตร  ทุกคนก็มีความเกรงใจขึ้นมาทันที  คิดกันไปสารพัดว่ามีความสัมพันธ์กันอย่างไร

ไม่นานนักใครที่หลาย ๆ คนกำลังนึกถึงก็เดินเข้ามาในโรงอาหาร  กมลฉัตรอยู่ในชุดหมีช่างสีน้ำเงินเทา  มีรอยดำ ๆ ของน้ำมันเครื่องเปรอะอยู่ทั้งตัว  กมลฉัตรถอดถุงมือทิ้งลงบนโต๊ะที่คนงานขยับหลบให้  ก่อนจะเดินไปล้างมือที่อ่างล้างมือข้าง ๆ เค้าเตอร์ 

“ทานอะไรดีคะ”

เสียงใสเอ่ยถามทั้งที่ยังไม่ทันเงยหน้า  มัวแต่จดจ้องที่จะตักอาหารตามคำสั่ง 

“อะไรก็ได้สักสองอย่าง”

คนถูกถามไม่ได้เอะใจ  คิดว่าเป็นเด็กพิศหลานของป้าพวงเหมือนทุกวัน  แต่เสียงนั้นทำเอาสายขวัญรีบเงยหน้าขึ้นมามองทันที  ทัพทีในมือหล่นลงไปกระทบกับถาดอลูมิเนียมจนเกิดเสียงดัง  ป้าพวงและอิงอรที่หันไปนั่งพักในช่วงที่คนงานเริ่มซาหันกลับมามอง

“อ้าว... คุณฉัตร  อยู่ที่ไร่เหรอคะ  มอมแมมเชียว  พี่นึกว่าคุณฉัตรไปหาคุณพีทที่รีสอร์ทซะอีก”

อิงอรเอ่ยทักคนเป็นนาย

“พอดีรถไถมันพังพร้อมกันสองคันน่ะ  ลุงชาติเข้าไปบอกเมื่อเช้า  ผมก็เลยมาจัดการซะก่อน”

ลุงชาติที่กมลฉัตรพูดถึงคือ คนเก่าแก่  ดูแลที่นี่มาตั้งแต่เริ่มทำไร่  ที่สำคัญ  เป็นสามีของแม่ครัวแถวนี้นี่เอง

“คุณฉัตรจะกินอะไรเป็นพิเศษมั้ยคะ  เดี๋ยวป้าทำให้ใหม่”

ป้าพวงลุกขึ้นมาอาสาคนเป็นนาย

“ไม่ต้องหรอก  ผมทานอะไรง่าย ๆ ตรงนี้ก็ได้”

กมลฉัตรเอ่ยกับคนแก่มีน้ำใจก่อนจะหันมามองหน้าสาวน้อย  ทีแรกเขาออกจะแปลกใจที่เป็นสายขวัญไม่ใช่เด็กพิศเหมือนทุกวัน  เขาไม่ค่อยอยากจะพบหน้าเธอสักเท่าไหร่เพราะอะไรต่อมิอะไรในร่างกายของเขามันไม่สู้จะดีนัก  เธอดูเด็กมากและใสมากจนเขาไม่อยากจะแตะให้เธอต้องหมอง

“เอ่อ...ทาน...อะไรดีคะ”

เด็กสาวเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก  ท่าทางขึงขังตอนที่เขาถือปืนยังเป็นภาพติดตา

“อะไรก็ได้”

คำตอบของกมลฉัตรทำเอาสายขวัญคิดหนัก  ไม่รู้จะตักอะไรให้เขาพอใจ  เพราะมันเป็นหนึ่งในหน้าที่ของเธอ  สายขวัญกวาดสายตาไปทุกถาด  แต่ยังหาข้อสรุปไม่ได้

“แกงเขียวหวานนั้นก็ได้  แล้วก็....ผัดผักรวม”

กมลฉัตรแก้ปัญหาให้เธอ  สายขวัญรู้สึกเหมือนยกภูเขาออกจากอก  โล่งอย่างบอกไม่ถูกทั้งที่มันไม่ใช่เรื่องที่น่าหนักใจเลยสักนิด

“หนูขวัญอยากกินอะไรเป็นพิเศษมั้ยจ๊ะ  เดี๋ยวพี่ทำให้”

อิงอรเอ่ยถามสายขวัญ 

สายขวัญหันไปมองกมลฉัตรที่เพิ่งเดินไปนั่งทานอาหารเหมือนกับคนงานคนอื่น ๆ ขนาดนายใหญ่ที่สุดของที่นี่ยังกินอยู่ได้อย่างง่ายดายขนาดนั้น  ...แล้วเธอเป็นใครกัน

“ไม่เป็นไรค่ะ  ขวัญทานอะไรง่าย ๆ ตรงนี้ก็ได้”

“แต่ตรงนั้นมันชืดแล้วนะ”

อิงอรเอ่ยขัด

“ไม่เป็นไรค่ะ  ขวัญทานได้  พี่อรไม่ต้องดูแลขวัญดีอย่างนี้หรอกค่ะ  ขวัญก็แค่คนอาศัย”

สายขวัญพูดออกไปอย่างสุดจะแกรงใจ

“ไม่ได้หรอกจ้ะ  หนูขวัญเป็นน้องสาวของเพื่อนคุณภัทร  หนีร้อนมาพึ่งเย็น  คุณภัทรกำชับให้ดูแลอย่างดี”

คำบอกกล่าวของอิงอรแม้จะทำให้สายขวัญแปลกใจไม่น้อยเกี่ยวกับข้อเท็จจริงที่เธอได้รับ  แต่ยังนึกขอบคุณกมลภัทรที่รักษาความลับและให้เกียรติเธอ  แต่คนในชุดหมีที่นั่งกินข้าวอยู่กับคนงานกลับทำเสียง หึในลำคอ

 

หลังอาหารมื้อเที่ยงที่โรงอาหารกับป้าพวง  สายขวัญและอิงอรก็เดินชมไร่กันต่อ

“คุณฉัตรต้องซ่อมรถเองด้วยเหรอคะ”

สายขวัญเอ่ยถามหลังจากเก็บความสงสัยเอาไว้เสียนาน

“จ้ะ  ที่นี่มีรถหลายคัน  และหลากหลายชนิดการใช้งาน  แต่ก่อนเวลามีปัญหา  ใช้งานไม่ได้ก็จะเรียกช่างมาซ่อมที่นี่  พอคุณฉัตรมาอยู่ที่นี่คุณฉัตรก็เลยอาสาทำเอง”

“คุณฉัตรเรียนมาทางนี้เหรอคะ”

“โอ้ย...ไม่ต้องพูดถึงเรื่องเรียนไม่เรียนหรอกจ้ะ  คุณภัทรกับคุณฉัตรน่ะ จับประแจหมุนน็อตตั้งแต่สามขวบ” 

“สามขวบเหรอคะ”

สายขวัญค่อนข้างแปลกใจกับตัวเลขที่อิงอรบอก  มันเป็นตัวเลขที่ต่ำมาก  สำหรับคนจะจับประแจหมุนน็อต

“จ้ะ  คุณชานินทร์คุณพ่อของคุณฉัตรน่ะ  แต่ก่อนเป็นช่างซ่อมรถนะ  ขยันสร้างเนื้อสร้างตัวจนกระทั่งมีเงินมีทองอย่างทุกวันนี้แหล่ะ  หนูขวัญเชื่อมั้ย... เดี๋ยวนี้เวลานึกครึ้มคุณท่านยังลงไปซ่อมรถเองอยู่เลย  ตอนเด็ก ๆ คุณภัทรกับคุณฉัตรน่ะ  มอมแมมตัวเหม็นให้คุณแม่จับฟอกสบู่วันละหลาย ๆ รอบ  เพราะมีแต่กลิ่นน้ำมันเครื่องนี่แหล่ะ”

อิงอรเอ่ยถึงคนเป็นนาย  และสายขวัญก็รับฟังทั้งรอยยิ้ม  ดูเหมือนครอบครัวชนินทรจะเป็นครอบครัวที่อบอุ่นมาก 

“นั่นไงจ๊ะ  หนูขวัญ  โรงซ่อมน่ะ  อยากเข้าไปดูมั้ย”

“เอ่อ... ไม่ล่ะค่ะ”

สายขวัญปฏิเสธทันควัน  ยิ่งบอกว่ากมลฉัตรซ่อมรถอยู่ในนั้นเธอยิ่งไม่ควรเข้าไป  ไม่นานเสียงของใครบางคนก็แว่วมาเรียกความสนใจของคนทั้งคู่

“พี่อรจ๋า...  พี่อร”

เพียงพิศ เด็กผู้หญิงวัย 14  หลานสาวของป้าพวงส่งเสียงมาแต่ไกลในขณะที่ขี่จักรยานใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ

“พี่อรเห็นคุณฉัตรมั้ย  ป้าพวงบอกให้หนูเอาน้ำมะตูมมาให้คุณฉัตรน่ะจ้ะ  ป้าแกทำแช่ตูเย็นเอาไว้ที่บ้านตั้งแต่เช้าแล้ว”

“อยู่ในโรงซ่อมรถนั่นแน่ะ”

“โอ๊ย!!...  โรงซ้อมรถเหรอ  ในนั้นน่ะมีแต่กลิ่นน้ำมันเครื่อง  หนูเข้าไปทีไรเวียนหัวทุกทีเลย  พี่อรกำลังจะเข้าไปหาคุณฉัตรใช่มั้ยจ๊ะ  หนูฝากเอาเข้าไปให้คุณฉัตรหน่อยนะ”

เด็กหญิงโอดครวญก่อนจะผลักภาระแล้วขี่จักรยานกลับไปโดยเร็ว

“ไปจ้ะหนูขวัญ  เอาน้ำมะตูมเข้าไปให้คุณฉัตรด้วยกัน”

ว่าแล้วอิงอรก็คว้าข้อมือหนูขวัญของเธอแล้วเดินไปด้วยกันทันที  สายขวัญเองก็พลอยก้าวตามไปด้วย  กลิ่นของน้ำมันเครื่องทำให้สายขวัญย่นจมูก  หมวดคิ้ว  เธอไม่ได้คุ้นชินพอที่จะทำหน้าเฉย ๆ ในวินาทีแรกที่ได้กลิ่นแบบนี้

ทันทีที่กมลฉัตรเห็น ของใช้หนี้เดินเข้ามาในโรงซ่อมพร้อมกับอิงอร  เขาก็มองเธอด้วยสายตาที่เคยใช้มองเธอมาตลอดและสายขวัญรู้สึกได้  เขามองราวกับเธอเป็นตัวปัญหา  น่าเกลียด  น่ารำคาญ  เป็นของไม่ดีไม่น่ามองยังไงยังงั้น  ทั้งที่เธอเองยังไม่เห็นว่าเธอจะมีอะไรน่ารังเกียจตรงไหน

“คุณฉัตรคะ  ป้าพวงฝากน้ำมะตูมมาให้คุณฉัตรค่ะ”

อิงอรส่งเสียงรายงานคนเป็นนาย

“ขอบคุณครับ  เอาวางไว้ตรงนั้นแหล่ะ  ผมว่า...พี่อรรีบพาคุณหนูเค้าออกไปเถอะ  ดูเหมือนคุณหนูจะทนกลิ่นพวกนี้ไม่ค่อยได้สักเท่าไหร่”

สายขวัญหน้าตึงขึ้นมาทันทีที่ได้ยินคำว่า คุณหนูเธอไม่ชอบให้ใครมาเรียกเธออย่างนี้เลย  ออกจะเกลียดด้วยซ้ำ

“กลิ่นในนี้มันไม่ไหวจริง ๆ น่ะแหล่ะ  ไปกันเถอะหนูขวัญ”

อิงอรเห็นด้วยกับความคิดของกมลฉัตร  และพาสายขวัญออกไปจากตรงนั้นทันที  สายขวัญแอบส่งสายตาชิงชังไม่พอใจไปให้กมลฉัตรแวบนึง  ไม่รู้ว่าเขาจะเห็นหรือไม่  แต่เธอไม่ชอบใจเอาเลยจริง ๆ

.....

 

เย็นวันนั้นกมลฉัตรอาบน้ำชำระร่างกายจนสะอาดหมดจดก่อนจะลงมายังโต๊ะอาหารข้างล่าง  นี่เป็นอาหารเย็นมื้อแรกในรอบสี่วันที่กมลฉัตรทานที่บ้าน 

ทำไมต้องจัดอาหารสองที่

คำถามของกมลฉัตรทำเอาอิงอรออกอาการงง ๆ  กับน้ำเสียงบอกอารมณ์ไม่ดีของเจ้านาย

เอ่อ... อีกที่นึงสำหรับหนูขวัญไงคะ

อิงอรอธิบาย  สายขวัญทานอาหารเย็นบนโต๊ะนี้  ในเวลาหนึ่งทุ่มตรงตลอดสี่วันที่ผ่านมา

เอาออกไป  เอาจานนั้นออกไป” 

กมลฉัตรชี้ไปที่จานข้าวของสายขวัญ

“แต่หนูขวัญเป็นแขกนะคะ”

“แขกที่ไหนกัน  เขาส่งมาทำงานใช้หนี้

กมลฉัตรเน้นเสียงบอกอารมณ์ดูหมิ่นในที

แต่คุณภัทรสั่งให้ดูแล...”

อิงอรยังพยายามให้เหตุผล  แต่กมลฉัตรมองหน้าเธออย่างขัดใจแล้วพูดสวนกลับมาเสียงเข้มก่อนที่เธอจะทันได้พูดจบ

เอา...ออก...ไป

 เอ่อ... ค่ะ

อิงอรรีบรับคำเพราะเริ่มมองเห็นเค้าลางไม่ดีนัก  รู้ดีว่าเมื่อกมลฉัตรโมโหมันเป็นช่วงเวลาที่น่ากลัวเพียงใด  แม้กมลฉัตรอาจจะยังเกรงใจเธออยู่บ้างแต่เธอยังไม่อยากจะเสี่ยง

“หนูขวัญ!

อิงอรขยับเข้าไปเก็บจานของสายขวัญออก  และเหลือบไปเห็นเด็กสาวยืนหน้าซีดอยู่ที่บันไดซึ่งไม่ได้ห่างจากโต๊ะอาหารมากนัก  เดาได้ว่าเธอได้ยินการสนทนาโดยตลอด  เข้าใจว่าคนเป็นแขกคงรู้สึกแย่  หากไม่ได้รับการต้อนรับตามสมควร

“เอ่อ...  เดี๋ยวพี่จัดโต๊ะให้ที่ระเบียง”

อิงอรหันไปบอกสายขวัญทั้งรอยยิ้มเมื่อสายขวัญเดินลงมาจากบันได  โดยหวังให้เธอรู้สึกดีขึ้น  แต่สายขวัญรีบปฏิเสธ

“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ  เดี๋ยวขวัญไปทานกับพี่อรในครัวก็ได้”

“ไม่ดีมั้งจ๊ะ  กลิ่นอาหารในครัวมันอบอวนไปหมด”

“ไม่เป็นไรค่ะ  ขวัญไม่ใช่คุณหนูเรื่องมาก  รังเกียจกลิ่นโน่นกลิ่นนี่อย่างที่ใครเขาว่า  มาค่ะขวัญช่วย”

สายขวัญพูดกระทบใครบางคน ก่อนจะเดินไปหยิบจานและแก้วน้ำของตนเดินเข้าไปในครัว  ไม่ได้รบกวนอิงอร 

อิงอรปล่อยให้เด็กสาวเดินผ่านไป  ก่อนจะหันกลับมามองคนเป็นนายซึ่งยังคงนั่งทานอาหารอย่างเอร็ดอร่อย  ไม่ได้สนใจผู้ใดราวกับตนอยู่เพียงลำพัง

 

หลังจากกมลฉัตรทานอาหารเสร็จเขาก็เข้าไปขลุกอยู่ในห้องทำงานจนดึกดื่น  ถึงจะอยู่ห่างไกลกันแต่ใช่ว่ากมลฉัตรจะละทิ้งกิจการของครอบครัวมาเสียทีเดียว  หลายอย่างเขาต้องดูแลเอง  และระบบสื่อสารในปัจจุบันก็ทำให้อะไร ๆ ดูง่ายดายไปหมด 

เวลาสี่ทุ่มกว่า  กมลฉัตรลุกจากโต๊ะทำงานเพื่อหาอะไรดื่ม  หลังสี่ทุ่มไปแล้วเขาต้องดูแลตัวเอง  เพราะนั่นเป็นเวลาพักของอิงอร

“อุ้ย!!

เสียงใสทำให้กมลฉัตรชะงัก   ห้องครัวกับห้องทำงานของเขาอยู่ติดกัน  เลี้ยวซ้ายมาหน่อยกมลฉัตรก็เกือบจะชนเข้ากับสายขวัญที่ประตูห้องครัว

เหมือนเวลาหยุดหมุนไปชั่วขณะ  แต่เพียงเท่านั้นก็ทำให้สายขวัญได้พินิจใบหน้าของกมลฉัตรได้อย่างชัดเจนเป็นครั้งแรก 

ไม่เหมือนกัน  ...คู่แฝดไม่ได้เหมือนกันมากอย่างที่เธอเห็นในครั้งแรก  ยิ่งเจอกันบ่อยครั้ง  ยิ่งเห็นความต่าง  กมลฉัตรเป็นคนหน้าดุ  นั่นอาจเป็นเพราะนัยน์ตาคมนิ่งไม่สื่ออารมณ์  ทำให้คนมองรู้สึกอย่างนั้น  ในขณะที่กมลภัทรมักจะมีรอยยิ้มแต่งแต้มใบหน้าตลอดเวลากับแววตาที่เหมือนจะยิ้มได้ทำให้เขาดูสดใสกว่าคนเป็นน้องมาก  อีกทั้งกมลฉัตรตอนนี้มีร่องรอยของหนวดเคราอยู่ที่สันกรามไล่ลงมาจนถึงปลายคาง  ทำให้เขาดูคมเข้ม...แต่น่ากลัว  โดยเฉพาะท่าทางและน้ำเสียง  และเสียงเข้ม ๆ ก็ดังขึ้น 

“ค่ำมืดดึกดื่นลงมาทำอะไรอีก  รู้สึกว่าช่วงเวลาแบบนี้เธอจะมาให้ฉันเห็นบ่อย ๆ  ต้องการสื่ออะไรรึเปล่า”

กมลฉัตรเอ่ยถามอย่างมีความนัยหลังจากมองสำรวจเธอทั่วร่าง  เธออยู่ในชุดนอนแบบเดิมในสีที่ต่างออกไป  และเสียงของเขาดึงเธอกลับสู่ปัจจุบัน  สายขวัญขยับถอยหนึ่งก้าวทันที

“เปล่าค่ะ  ขวัญแค่หิวน้ำ”

“ฉันว่าเรามีเรื่องต้องคุยกันหน่อยนะ  ตามมานี่”

กมลฉัตรเดินนำสายขวัญกลับไปยังห้องทำงานของตน  เขาต้องจัดการอะไรสักอย่าง  เพื่อให้อยู่ในบ้านนี้ได้อย่างปกติสุขเหมือนเดิม 

สายขวัญเดินตามไปช้า ๆ ด้วยความประหม่า  เธอยืนลังเลอยู่ชั่วครู่ก่อนจะเดินตามเข้าไป  กระทั่งกมลฉัตรหันกลับมาจ้องหน้าเธอ  สายตาของเขาทำเอาสายขวัญถึงกับหงอ  ทั้งที่เมื่อตอนเย็นยังทำเป็นเก่งว่ากระทบเขาอยู่แท้ ๆ แต่สถานการณ์และผู้ร่วมสถานการณ์มันต่างกัน  ตอนนี้มีเธอและเขาอยู่กันเพียงสองคน  ความเสี่ยงมีมาก  และนั่นทำให้เธอต้องกลัว

ไม่ต้องทำท่ากลัวขนาดนั้นหรอก  ฉันยังไม่ได้คิดจะทำอะไรเธอ

สายขวัญยังนิ่งเงียบ

ฉันอยากให้เธอรู้ไว้ว่าฉันไม่ชอบให้คนอื่นมายุ่งวุ่นวายในบ้านของฉันมากนัก  ทางที่ดีเธอควรหลีกเลี่ยงการเจอกับฉันให้มากที่สุด

สายขวัญไม่สู้หน้าแต่ก็ตั้งใจฟัง

และฉันก็ไม่ชอบให้ใครมายุ่งวุ่นวายในไร่ของฉันด้วย  ฉันอยากจะให้เธออยู่ในห้องของเธออย่างสงบ  จะดีมากถ้าวัน ๆ นึงฉันจะไม่ต้องเจอหน้าเธอเลย

สายขวัญออกจะแปลกใจอยู่มากกับสิ่งที่เขาเอ่ยออกมา  นั่นหมายความว่าเธอไม่ต้องทำอย่างนั้น  ...ทำอย่างที่กมลภัทรบอกมาตั้งแต่แรก  นั่นทำให้เธอใจชื้นขึ้นมาหน่อย  สายขวัญคิดว่ามันน่าจะเลวร้ายยิ่งกว่านี้  เธอคงเสียตัวตั้งแต่คืนแรกหากเป็นผู้ชายคนอื่น  แต่บังเอิญเขาคือ...กมลฉัตร 

คำพูดของเขาบอกชัดเจนว่ารังเกียจ  นั่นทำให้สายขวัญอดรู้สึกแย่ไม่ได้  บ้านที่เธอจากมาเธอคือคนสำคัญและเป็นที่รักของทุกคน  แต่อยู่ที่นี่เธอไม่มีค่า  เป็นแค่สิ่งมีชีวิตที่น่ารำคาญ 

ดีซะอีก สายขวัญบอกกับตนเองอย่างนั้น  นั่นแสดงว่าเขาไม่ได้ต้องการเธอ  อย่างน้อยเธอก็ปลอดภัยจากกมลฉัตร แต่ถึงจะได้ยินอย่างนั้นเธอก็อดถามเพื่อความแน่ใจไม่ได้

หมายความว่า...ขวัญ...ไม่ต้อง...

คำต่อมาไม่หลุดออกมาจากปากเพราะความกระดากอาย น้ำเสียงที่เอ่ยถามออกไปก็แผ่วเบาเต็มที  เธอรวบรวมความกล้าเพื่อสบตาแต่ได้กลับมาเพียงแววตาดูหมิ่น  นั่นทำให้เธอต้องหลบตากลับไปมองพื้นเหมือนเดิม

ไม่ต้องอะไร

กมลฉัตรทวนถามสิ่งที่เธอกำลังจะเอ่ย  ความจริงเขารู้ว่าเธอหมายถึงอะไร  แต่ก็ยังอยากถามซ้ำ  และสายขวัญก็ยังอุตส่าห์กลั้นใจพูด

เอ่อ...คุณภัทรบอกว่า...ให้ขวัญ...มา...”

อ้อ!!”

เขาพูดเสียงดังเข้ม  ก่อนที่เธอจะพูดจบ

ที่แท้ก็ตั้งใจมาทำแบบนั้นจริง ๆ

กมลฉัตรเดินเข้ามาใกล้เธอ  เธออยากจะถอยแล้วรีบวิ่งออกจากห้อง  แต่ตัวกลับแข็งทื่อ  ขยับไปไหนไม่ได้

ดูเธอก็ยังเด็กอยู่เลยนะ  อายุเท่าไหร่

เอ่อ... ยี่สิบเอ็ด... ค่ะ

เธอตอบเสียงเบา

หึ... ยี่สิบเอ็ด...”

กมลฉัตรทวนคำด้วยน้ำเสียงเหยียด ๆ เหมือนเคย  ก่อนจะเอ่ยถ้อยคำต่อมา

“ฉันไม่รู้ว่าหรอกนะว่าเธอไปทำอีท่าไหน  นายภัทรถึงได้อวดอ้างสรรพคุณเธอนัก  จนกระทั่งส่งเธอมาให้ฉัน  ฉันรู้ว่าเธอต้องการมาทำอะไร  แต่ฉันยังไม่ได้อดอยากขนาดนั้น

สายขวัญเจ็บแปลบกับคำพูดของเขา  เธอเงยหน้ามองเขาเพื่อโต้แย้งสิ่งที่เขาเข้าใจ

“ขวัญไม่ได้ต้องการมาทำอะไรอย่างนั้น”

“แล้วเธอจะมาที่นี่ทำไม”

“ก็ขวัญมันจนตรอกหนิ  อะไรที่ทำให้หมดหนี้ได้ขวัญยอมทั้งนั้น”

ยอมทั้งนั้น นั่นแหละ... มันก็รวมถึงการที่เธอต้องมานอนกับฉันด้วย”

กมลฉัตรทวนคำของเธอ  สายขวัญอยากจะอ้าปากเถียง..แต่มันก็จริงอย่างที่เขาว่า  เธอทิ้งศักดิ์ศรีเดินทางมาที่นี่ก็เพื่อทำอย่างนั้นทั้งที่ไม่ได้อยากจะทำ  แต่เธอยังกลับไปตอนนี้ไม่ได้  เพราะตราบใดที่เธอยังอยู่ที่นี่  นั่นแสดงว่าเธอกำลังใช้หนี้อยู่

“แล้วคุณฉัตรจะให้ขวัญทำอะไรล่ะคะ  ขวัญทำได้ทุกอย่าง  ทำกับข้าว  ทำความสะอาด  หรือจะให้ขวัญเข้าไปทำงานในไร่ขวัญก็ไม่เกี่ยง  ขวัญมาทำงานใช้หนี้อย่างที่คุณฉัตรว่า”

สายขวัญเสนอหนทางอื่น ๆ สำหรับการใช้หนี้ของเธอ

กลับไปที่ห้องของเธอซะ  อยู่ในนั้นอย่างสงบ  แล้วหวังว่าพรุ่งนี้เราคงไม่ต้องเจอกัน

สายขวัญยังคงมองกมลฉัตรด้วยความแปลกใจในขณะที่เขากำลังคว้ากุญแจรถเดินออกไปจากห้องทำงาน 

ผู้ชายคนนี้ประหลาด  ...นั่นคือความคิดของสายขวัญ  เธอไม่เข้าใจว่าทำไมเขาถึงต้องการให้เธอทำอย่างนั้น  หรือหน้าตาท่าทางของเธอมันไม่เจริญหูเจริญตาเขาเอาเสียเลย

กมลฉัตรออกจากบ้านด้วยท่าทางหงุดหงิดงุ่นง่านต้องไปหาทางระบายที่อื่น  เขาไม่อยากกินของในบ้านเพราะมันง่าย  หากกินเข้าไปคำแรกแล้วเกิดติดใจขึ้นมาก็ต้องได้กินบ่อย ๆ  ความใกล้ชิดอาจทำให้ละทิ้งได้ยากหากครบกำหนดเวลาที่ต้องลาจาก  เขากลัว ความผูกพัน  เขาเคยเจ็บกับคำ ๆ นี้มาแล้ว  และไม่ต้องการเผชิญกับมันอีก

………………….

โปรดติดตามต่อต่อไป!!

            สวัสดีค่ะ Tiger  กลับมาแก้คำผิด  แล้วก็เอาชื่อตอนมาใส่  มันไปซ้ำกับชื่อตอนในเรื่องก่อน ๆ ก็เลยพยายามหาอะไรที่มันแปลกใหม่กว่านี้  แต่คิดไม่ออก  สรุปเอา ข้อตกลง  นี่แหละ  มันคงสื่อความหมายของตอนนี้ได้ดี 

สำหรับแผนการอัพนิยายเรื่องนี้  ยังไม่มีกำหนดการที่แน่นอนนะคะ  เพราะอะไร ๆ ยังไม่ลงตัว  แต่จะพยายามให้ได้อย่างน้อยอาทิตย์ละตอนไปก่อน  หากได้วันแน่นอนยังไงจะมาแจ้งให้ทราบ  จะได้ไม่ต้องมารอกันเสียเที่ยวให้เสียอารมณ์ 

ยินดีรับทุก ๆ ความคิดเห็นเหมือนเดิมนะคะ  มีจุดบกพร่องตรงไหนก็แนะนำกันเข้ามา  Tiger  พร้อมจะปรับปรุงจ้า 

            อ้อ!!...ไม่รู้มีใครสังเกตบ้างรึเปล่า  นิยายเรื่องนี้ผ่านไป 3 ตอนแล้ว  พระเอง – นางเอก ยังไม่ได้แตะตัวกันเลยนะ  เดี๋ยวกลับมาลุ้นนะคะ  ว่าคุณฉัตรจะตบะแตกเอาตอนไหน  วันนี้...เอาไว้แค่นี้ก่อนนะคะ  แล้วเจอกันในตอนต่อไปจ้า

_______________________________________

..... ขอบคุณทุกท่านที่แวะเข้ามาค่ะ.....

.....ถูกใจก็โหวตตตต  ไม่ถูกใจก็ติ(กันเบา ๆ).....

(^_^).....Tiger_Saturn…..(^_^)

ข้อความ :
จากคุณ * :
 

หน้าที่ 1 จาก 1 หน้า
แสดง เรื่อง
ความคิดเห็นที่ 1
ก๊าชชชชชชชชชชช

ได้ใจค่ะคุณพี่


ชอบบบ
จากคุณ นู๋อ้อ/(NUOO) อัพเดตเมื่อ 30/07/2553 17:08:33
ความคิดเห็นที่ 2
เมื่อไหร่จะตบะแตกเน้อ อิอิ
จากคุณ น้ำค้าง/(anakari) อัพเดตเมื่อ 08/07/2553 12:36:53
ความคิดเห็นที่ 3
พระเอก-นางเอก ยังไม่แตะตัวกันเลยอ่ะ
 แปลกเนอะ  555+ หรือคนแต่งตั้งใจ อิอิ
จากคุณ ~ noina ~{Zelon+}SwEeTii/(noina16) อัพเดตเมื่อ 26/06/2553 23:47:55
ความคิดเห็นที่ 4
ไม่ชอบคุณฉัตรเลยคะ= =
จากคุณ NHIM/(MHIN) อัพเดตเมื่อ 25/05/2553 18:10:19
ความคิดเห็นที่ 5
หนุกมากเลยคะ
จากคุณ peung/(11-2-52) อัพเดตเมื่อ 13/05/2553 15:46:53
ความคิดเห็นที่ 6
รออ่านตอนต่อไปอยู่นะคะ
จากคุณ แป๋วแว๋ว/(choban) อัพเดตเมื่อ 27/03/2553 11:02:56
ความคิดเห็นที่ 7

ก่นที่ตบะของฉตรกมลจะตก

คนอ่านกแตกตาบเพระวาลุ้นล้วลุ้นอีกก่อนไหมคะ?

รีบาอันะค่ะ

คิดมากแวสมงจะระเบิดเอา

(คิดมาเร่องนางอกกัพระเอก)

จากคุณ pret/(pt31779) อัพเดตเมื่อ 14/03/2553 18:38:53
ความคิดเห็นที่ 8

ว้าวๆ

มาอัพให้เร็วๆนะค้า

อยากอ่านอีกกกกกกกกกกกกกกกก

ขอบอกว่าหนุกหนานมากกกกกกกกกกก

อยากจะรู้เรื่อทั้งหมดซะเดี๋ยวนี้เลย

จากคุณ pret/() อัพเดตเมื่อ 10/03/2553 22:55:45
ความคิดเห็นที่ 9
  อัพไวๆนะค่ะ


 ติดตามๆ
จากคุณ เจน/(pratompron) อัพเดตเมื่อ 10/03/2553 14:34:17
ความคิดเห็นที่ 10
กำลังสนุกเลยอัพเร็วๆๆๆนะคะชอบมากๆๆๆๆ
จากคุณ อ้อมแก้ว/(aomkeaw) อัพเดตเมื่อ 10/03/2553 13:19:43
หน้าที่ 1 จาก 1 หน้า
แสดง เรื่อง
 
จำนวนผู้ชมเว็บแจ่มใสขณะนี้: 446 ท่าน