Guest   
 
Username: 
Password:  




 




  







 
อ่านเรื่อง
หนี้รักกามเทพ
Tiger_Saturn/พรรษ
คืนแรก
2
10/03/2553 10:53:51
3204
เนื้อเรื่อง

ตอนที่ 2 คืนแรก

 

“นายพีทมาถึงรึยัง”

กมลฉัตรเดินเข้าไปสอบถามยังส่วนประชาสัมพันธ์ของรีสอร์ท

“คุณพีทมาถึงสักพักแล้วค่ะคุณฉัตร  ตอนนี้คงนั่งอยู่ที่สวนอาหารริมบึงค่ะ”

กมลฉัตรเดินไปยังเป้าหมาย  และได้พบกับเพื่อนรักที่กำลังนั่งดื่มอยู่ริมบึงกลางวันแสก ๆ

“อ้าว  ทำไมหน้ายุ่งอย่างนั้นล่ะเพื่อน  ใครทำอะไรขัดใจรึไงครับคุณชาย”

พีท หรือพิธาน  เอ่ยทักเพื่อนที่ทำหน้ายุ่งมาแต่ไกล  ฉายาคุณชายได้มาเพราะกมลฉัตรเป็นลูกคนเล็ก  แม้จะห่างจากพี่ชายเพียงสี่นาที  แต่เขาก็ได้รับการเอาใจและตามใจจากทั้งพ่อและแม่มาตั้งแต่เด็ก ๆ แม้แต่พี่ชายฝาแฝดที่อายุเท่ากันก็มักจะกางปีกปกป้องดูแลราวกับน้องชายเป็นเด็กตัวเล็ก ๆ

“นายภัทรมันเล่นตลก”

“มันทำอะไรอีกล่ะ  ไอ้นี่มันชอบเล่นแผลง ๆ”

“อย่าซักเลย  ไม่มีอารมณ์จะเล่า”

“งั้น... มีอารมณ์จะเหล้าหน่อยมั้ย”

พิธานยกแก้วในมือขึ้นมาเขย่าให้น้ำแข้งกระทบแก้วดัง ก๊องแก๊ง  เป็นการเชิญชวน  กมลฉัตรพยักหน้า  พิธานจึงกระดิกนิ้วเรียกบริกรเพิ่มแก้วอีกใบ

พิธานเป็นเพื่อนกับคู่แฝดตั้งแต่สมัยเรียน ม.ปลายด้วยกัน  ในกลุ่มยังมีอีกหนึ่งหนุ่มร่วมก๊วน  โรงเรียนประจำทำให้เพื่อนพ้องผูกพันกันเหนียวแน่นด้วยเพราะกินนอนด้วยกันตลอดเวลา  พิธานเป็นทายาทเจ้าของโรงแรมชื่อดังในเชียงใหม่  กระทั่งมีโครงการทำรีสอร์ทของตนเอง  และเลือกเพชรบูรณ์เป็นที่หมายเพราะมีที่ทางอยู่แล้วและที่นี่ยังมีเพื่อนรักของเขาอยู่ด้วยอีกคน 

เย็นใจรีสอร์ท  เป็นรีสอร์ทเล็ก ๆ มีบ้านพัก 7 หลัง  แรกทีเดียวหวังให้เป็นที่พักผ่อนสำหรับผองเพื่อนและครอบครัว 

กมลฉัตรขอร่วมหุ้นด้วยทันทีเพราะต้องการหาเหตุผลอยู่ที่นี่ให้นานที่สุด  เมื่อสองปีก่อนเขาตัดสินใจออกมาจากบ้านเพราะผิดหวังในความรักที่สุขงอมจนเกือบถึงขั้นแต่งงาน  พ่อแม่หัวเสียที่ลูกชายขอย้ายตัวเองมาอยู่ที่บ้านไร่ด้วยเหตุเพราะอกหักจากผู้หญิงใจร้ายคนนึง  ท่านไม่อยากให้ลูกชายคนเล็กมาอยู่ไกลหูไกลตา  และละทิ้งกิจการมากมายของครอบครัว  แต่กลมฉัตรปิดหูปิดตาไม่ฟังคำทัดทานใด ๆ นั่นเพราะเขาไม่แน่ใจว่าหากเขายังอยู่ต่อ  งานแต่งงานของใครบางคนอาจเป็นงานศพของคนสองคนก็เป็นได้ 

กมลภัทรออกหน้าอาสาดูแลกิจการทุกอย่างเองเมื่อเห็นว่าน้องชายกำลังจะระเบิด  กมลฉัตรจัดการเคลียร์งานให้พี่ชายและพาตัวเองมาสู่บ้านไร่ทันที 

พิธานมีบุคลิกใกล้เคียงกับกมลภัทรมาก  พวกสร้างเสียงหัวเราะ  กวนอารมณ์  แต่หากใครลองเป็นศัตรูด้วยแล้ว...ต้องคิดหนัก  นั่นเพราะสองหนุ่มจะมีวิธีการอันแยบยลจนน่าใจหายในการเอาคืน

แม้จะเป็นฝาแฝด  และได้รับการเลี้ยงดูไม่ต่างกัน  แต่สองพี่น้องมีนิสัยต่างกันโดยสิ้นเชิง  กมลภัทรมักจะแสดงออกทางคำพูด  ในขณะที่กมลฉัตรแสดงออกด้วยการกระทำ

กมลฉัตรเป็นพวกนิ่ง ๆ  แต่มีความมั่นใจในตัวเองสูง... ดื้อเงียบคือคำนิยามของสิ่งเหล่านั้น  เขาจะมุ่งมั่นทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งโดยไม่ฟังเสียงทัดทานจากใครหากเขาต้องการ  นอกจากนั้นกมลฉัตรยังเป็นนักกีฬาตัวยง  เขาเล่นกีฬาจำพวกขับขี่ทุกชนิด  ไม่ว่าทางบก  ทางน้ำ  หรือทางอากาศ 

“ซักรอบมั้ย”

สองหนุ่มนั่งดื่มนั่งคุยกันไปเรื่อยจนเวลาผ่านเลยไปสักพัก  กระทั่งพิธานเหลือบไปเห็นเจ็ทสกีในบึง  เขาเอ่ยชวนเพื่อน  และกมลฉัตรไม่มีทางปฏิเสธ  เพราะเรื่องกีฬาเพื่อนในกลุ่มหรือแม้แต่พี่ชาย  ไม่มีใครสู้เขาได้เลย

.....

 

ในขณะที่น้องชายกำลังผ่อนคลายในกีฬาสุดโปรด  พี่ชายผู้มุ่งมั่นอยู่กับการมองพริ๊ตตี้สวย ๆ ในงานมอเตอร์โชว์  ก็ฉุกคิดขึ้นมาได้ว่าประธานใหญ่ของชานินทร์ คาร์ส หายไปไหน

“พ่อ... พ่ออยู่ไหนอ่ะ”

กมลภัทรโทรหาคนเป็นพ่อทันทีเมื่อเข้ามาถึงบูทโชว์รถยนต์สุดหรูของบริษัท

[สนามม้า]

คำตอบของพ่อทำเอาลูกชายขมวดคิ้ว

“เอ๊า!!  ภัทรนึกว่าพ่ออยู่ที่บูทซะอีก”

[แกอยู่นั่นแล้ว  พ่อต้องไปทำไมอีก  วันนี้พ่อมาดูเจ้าสีหมอก  เจ้าฉัตรไม่อยู่แล้วมันดูแปลก ๆ  วันนี้กลับมาลงสนามวันแรก  โอ๊ะ!!  แค่นี้ก่อนนะลูก  เค้าจะปล่อยตัวกันแล้ว]

ตู๊ด....  ตู๊ด....  ตู๊ด....  ตู๊ด....

กมลภัทรส่ายหน้ากับโทรศัพท์ที่พ่อเพิ่งตัดสายไป  เหมือนกับที่เขาทำกับน้องชายบ่อย ๆ

สีหมอก ที่พูดถึง คือม้าตัวโปรดของคุณพ่อชานินทร์  แต่คนที่ดูจะถูกชะตากับสีหมอกมากที่สุดเป็นลูกชายคนเล็กของท่าน 

นอกจากธุรกิจยานยนต์ที่ทำอยู่  คุณชานินทร์ยังเป็นหุ้นส่วนสนามม้าแห่งหนึ่งด้วย  นั่นเพราะท่านมีความชอบในกีฬาแข่งม้าเป็นทุนเดิม  ลูกชายทั่งสองถูกจับขึ้นหลังม้าตั้งแต่เด็ก  กมลฉัตรเคยขี่สีหมอกลงสนามแห่งนี้ก็หลายครั้ง 

แม้สนามม้าในปัจจุบันจะไม่ได้คึกคักอย่างแต่ก่อน  แต่ท่านต้องการให้กีฬาชนิดนี้ยังมีอยู่ต่อไป  จึงตัดสินใจลงทุนกับสนามม้าของเพื่อนซึ่งกำลังเข้าสู่วิกฤติเพื่อรักษากีฬาชนิดนี้เอาไว้  อีกทั้งบางครั้งบางคราท่านยังได้เข้าไปนั่งดื่มด่ำกับบรรยากาศเดิม ๆ เหมือนครั้งยังเยาว์ 

…..

 

บ่ายแก่ ๆ อิงอรพาสายขวัญเดินชมรอบ ๆ  สายขวัญได้พิจารณาบ้านหลังใหม่ที่เธอต้องมาอาศัยชัด ๆ อีกครั้ง  แม้สายขวัญจะไม่ได้มีหัวทางศิลปะมากนักแต่เธอก็ดูออกว่าบ้านนี้ดูดี เหมาะสมกับธรรมชาติ  และทันสมัย  แต่กลมกลืนกับสภาพแวดล้อมได้เป็นอย่างดี 

บ้านสองชั้นกึ่งไม้กึ่งปูน  ชั้นล่างยกพื้นสูงประมาณเมตรครึ่ง  ขึ้นบันไดไปจะพบกับระเบียงกว้างซึ่งอยู่ทางทิศตะวันออกรอรับแสงแดดยามเช้า  บ้านหลังนี้เน้นกระจกและไม้  ชั้นล่างเป็นบานเฟี้ยมกระจกกรอบไม้เกือบทั้งหลังทำให้บ้านดูโล่ง  ภายในมีม่านไม้ไผ่สีคาราเมลติดไว้โดยรอบ ซึ่งนอกจากจะช่วยบังแสงได้แล้ว  ยามเมื่อม่านถูกรูดม้วนขึ้นไปจนพับซ้อนกันยังดูเหมือนระบายประดับให้กรอบหน้าต่างดูสวยงามได้อีกด้วย

หลังจากดูบ้านหลังใหญ่และบริเวณรอบ ๆ บ้านจนทั่ว  ก็เล่นเอาซะเย็นทีเดียว  เธอชื่นชมต้นไม้ที่ดูร่มรื่น  ชอบต้นไม้  ชอบทุ่งหญ้า  ที่นี่มีดอกไม้สวย ๆ หลากหลายสายพันธุ์  ตอนนี้มองไกล ๆ จะเห็นพระอาทิตย์กำลังซ่อนตัวลงไปในเหลี่ยมเขา ช่างเป็นภาพที่น่ามอง

“กว้างจังนะคะ  กี่ไร่คะเนี่ย”

สายขวัญเอ่ยถามอิงอรที่ยืนอยู่ไม่ห่างกันนัก

“ประมาณสามร้อยกว่าไร่จ้ะ”

“โห...สามร้อยกว่าไร่เลยเหรอคะ  ทำอะไรบ้างคะ  ที่เยอะขนาดนี้”

“หลายอย่างจ้ะ  ที่นี่มีทั้งผัก  มีทั้งผลไม้  แล้วก็ดอกไม้เมืองหนาวสวย ๆ อย่างตรงนั้นไงจ๊ะ”

อิงอรตอบเด็กสาวพร้อมกับพยักพเยิดไปทางแปลงดอกไม้ที่สายขวัญเพิ่งหันกลับมาเมื่อครู่ 

“อ้อ!!  ตรงนั้นน่ะค่ะ  ขวัญมองลงมาจากระเบียง  ขวัญเห็นเหมือนคอกม้าเลย...ใช่คอกม้ามั้ยคะ”

สายขวัญนึกขึ้นมาได้  หันหน้าชี้ไปยังเป้าหมายและถามออกไปด้วยความสงสัยปะปนความตื่นเต้น

“จ้ะ  คอกม้านั่นแหล่ะ  มีทั้งหมด 7 ตัว ของเดิมมี 5 คุณภัทรส่งมาให้อีก 2”

“ถ้ามีม้า  ก็ต้องมีคนขี่ม้า  ใครขี่ม้าเหรอคะ”

“คุณฉัตรสิจ๊ะ  ความจริงบ้านนี้เค้าก็ขี่ม้ากันทั้งบ้านนั่นแหละ  หนูขวัญไปเดินเล่นแถวนี้ก็ได้  เดี๋ยวพี่ไปเตรียมอาหารเย็นไว้ให้”

“ให้ขวัญช่วยนะคะ”

สายขวัญขันอาสาเสียงใส  อิงอรหันกลับมาพินิจพิจารณาอย่างไม่แน่ใจนัก  กระทั่งได้มองสบกับตาโต ๆ ที่มีแววมุ่งมั่นจนเธอปฏิเสธไม่ลง  อิงอรพยักหน้า  สายขวัญยิ้มรับแล้วเดินตามเข้าไปในครัว

อิงอรหันไปมองสายขวัญหยิบโน่นจับนี่เป็นระยะ ๆ  แก้มขาวใสยามไร้เครื่องสำอางเป็นสีอมชมพู  มือไม้ของเธอดูบอบบาง  ท่าทางเหมือนจะทำอะไรไม่เป็น  แต่เธอกำลังหันผักอย่างชาญชำนาญ

“ท่าทางคล่องเชียวหนูขวัญ  ใครสอนมาเหรอจ๊ะ”

“คุณแม่ค่ะ  แม่ขวัญเป็นแม่ครัวมือฉมัง  ขวัญไปจำ ๆ มายังไม่ได้ครึ่งเลยค่ะ  ทางนี้เสร็จแล้วนะคะ  ให้ขวัญช่วยอะไรอีกมั้ยคะ”

“หมดแล้วจ้ะ  ขอบใจมาก  หนูขวัญขึ้นไปอาบน้ำเถอะ  เดี๋ยวคุณฉัตรก็กลับมาแล้ว  จะได้มากินข้าวพร้อมกัน”

สายขวัญหน้าเจื่อนลงทันทีเมื่อได้ยินชื่อของคนที่เป็นเหตุผลให้เธอต้องมาอยู่ที่นี่  เธอไม่อยากเจอเขาเร็ว ๆ นี้เลย  หวังว่าเธอคงไม่ต้องเริ่มงานตั้งแต่วันแรก

“ค่ะ”

สายขวัญรับคำเสียงเบา ก่อนจะดินกลับขึ้นไปบนห้องของตนเพื่อจัดการตนเองให้เรียบร้อย  และเตรียมตัวสำหรับคืนแรกของเธอ 

 

“หนูขวัญจ๊ะ”

สายขวัญสะดุ้งสุดตัวเมื่อได้ยินเสียงของอิงอรผ่านเข้ามาในห้องหลังจากเธอกลับขึ้นมาได้เกือบสองชั่วโมง  สายขวัญกำลังนั่งหวีผมอยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้ง  เธอนั่งหวีผมอยู่อย่างนี้เกือบชั่วโมงแล้ว  สายขวัญกำลังไว้อาลัยให้กับความสาวของตัวเองแม้มันยังไม่ได้ถูกพรากไปก็ตาม

สายขวัญเตรียมใจเกี่ยวกับเรื่องนี้มาพักใหญ่  ด้วยหน้าที่ที่เธอได้รับมา  ทำให้เธอไม่มีทางหลีกเลี่ยงเรื่องนี้ได้เลย  สิ่งที่ทำได้เพียงอย่างเดียวในตอนนี้คือ ...ทำใจ

“หนูขวัญ  เสร็จรึยังจ๊ะ  มากินข้าวเถอะจ้ะ”

อิงอรเอ่ยเรียกอีกครั้ง

“ค่ะ  ออกไปเดี๋ยวนี้แหล่ะค่ะ”

ทั้งที่บอกอิงอรไปอย่างนั้น  แต่สายขวัญยังคงนั่งนิ่งอยู่กับที่  เขาคงกลับมาแล้ว  เธอคงต้องเผชิญหน้าแล้วจริง ๆ คนที่เธอต้องมารับใช้  และให้บริการ

ไม่นานนักที่สายขวัญพยายามรวบรวมกำลังใจและเปิดประตูออกไปจากห้องของเธอ  สิ่งแรกที่เธอทำคือส่งยิ้มให้อิงอรที่ยังยืนรอเธออยู่หน้าห้อง

“ขอโทษนะคะ  ที่ขวัญช้า  คุณ...  เอ่อ... คุณฉัตรกลับมาแล้วเหรอคะ”

สายขวัญเอ่ยถามออกไปอย่างไม่มั่นใจนัก  ไม่รู้ว่ามันเป็นการน่าเกลียดหรือไม่ที่เธอเอ่ยถามถึงเขาอย่างนี้  ไม่รู้ว่าแม่บ้านใจดีคนนี้รู้เรื่องของเธอมากน้อยเพียงใด  หากอิงอรรู้เรื่องราวทั้งหมดอาจคิดไปว่าเธออยากใช้หนี้จนตัวสั่น  แต่ตามข้อตกลงที่ทำเอาไว้กับกมลภัทร  จะไม่มีคนรู้เรื่องเงื่อนไขการชำระหนี้ในครั้งนี้นอกจากเธอ  เจ้าหนี้  และคนรับโอนหนี้เท่านั้น

“ยังหรอกจ้ะ  หนูขวัญกินก่อนได้เลย”

“ไม่ต้องรอเหรอคะ”

สายขวัญเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่พยายามปกปิดความยินดี  เหมือนได้ต่อชีวิตไปอีกนิด

“ไม่ต้องหรอกจ้ะ  ดึก ๆ โน่นแหล่ะถึงจะกลับ  หรือไม่ก็เช้าเหมือนทุกที  ไปจ้ะ  พี่ตั้งโต๊ะไวให้แล้ว”

สายขวัญเดินตามอิงอรลงไปข้างล่างด้วยท่าทางผ่อนคลายขึ้น  ได้ยินอย่างนั้นก็พอจะทำให้สายขวัญหายใจทั่วท้องได้อีกหน่อย

สายขวัญทานอาหารเพียงลำพังบนโต๊ะอาหารที่มีเก้าอี้รอบโต๊ะแปดที่นั่ง  ได้มานั่งอยู่ตรงนี้ก็พอจะรู้ว่าการอยู่ในบ้านหลังใหญ่กับแม่บ้านเพียงสองคนให้ความรู้สึกเงียบเหงาเพียงใด  คนที่ทนอยู่อย่างนี้ได้คงมีชีวิตที่หดหู่น่าดู  หรือความรู้สึกนี้เกิดขึ้นเพราะเธอเป็นคนต่างถิ่น มาอยู่แปลกที่แปลกทางจนทำให้รู้สึกอ้างว้างและโดดเดี่ยว

สายขวัญใช้เวลาไม่มากนักในการทานอาหาร  และอาสาล้างถ้วยชามเหล่านั้นเอง  แต่อิงอรปฏิเสธเสียงแข็งเพราะนี่เป็นหน้าที่ของเธอ  สายขวัญขัดไม่ได้และทำอะไรไม่ได้มากไปกว่าขอตัวกลับขึ้นไปบนห้อง

สายขวัญโทรกลับไปที่บ้านเพื่อรายงานสถานะของตนให้แม่คลายกังวล เนื้อความทั้งหมดตีความหมายโดยรวมได้ว่า เธอสบายดี และทุกคนที่นี่ต้อนรับเป็นอย่างดี 

“รอดไปหนึ่งวันนะสายขวัญ”

สายขวัญพูดกับตัวเองหลังจากวางสายไปแล้ว  และนึกถึงหนึ่งวันที่กำลังจะผ่านพ้นไปโดยที่เธอยังไม่ต้องเริ่มงาน  แม้ค่ำคืนนี้จะยังอีกยาวนาน  แต่เธอยังหวังว่ามันคงไม่มีอะไรเกิดขึ้น

.....

 

กมลฉัตรกลับเข้ามาถึงบ้านเกือบ ๆ ตีหนึ่ง  หลังจากนั่งก๊งและเล่นกีฬากันแล้วสองหนุ่มก็แต่งตัวหล่อออกเที่ยวกันตามประสาผู้ชาย  จังหวัดนี้เป็นเมืองท่องเที่ยว  และมีสถานที่ท่องเที่ยวที่หลายหลาย  ไม่เว้นแม้แต่สถานที่ที่กมลฉัตรจะออกไป เลือกกินได้  ไม่ติดพันเขาอยู่อย่างสงบสุขมาได้ตลอดสองปีก็เพราะของพวกนี้

กมลฉัตรสะบัดหัวนิดหน่อยหลังจากมุ่งมั่นขับรถกลับมาทั้งที่ยังมึน ๆ  ก่อนจะเดินเข้าบ้านไป  เขาต้องขึ้นไปอาบน้ำให้สบายตัว  แล้วเข้านอน...นั่นคือแผน 

แต่แล้วกมลฉัตรก็ต้องชะงักอยู่ที่หน้าบันไดเพราะเสียงกุกกักที่ดังออกมาจากห้องครัว  เวลาอย่างนี้นอกจากเขาแล้วไม่ควรมีใครหรืออะไรเข้ามาอยู่ในบ้านหลังนี้  อิงอรมีบ้านพักส่วนตัว  แยกอิสระไปอยู่ต่างหากทางด้านหลัง  เดิมทีอิงอรเป็นคนสนิทรับใช้คุณวัลภา  ชนินทร อยู่ที่กรุงเทพฯ  แต่เพราะคุณแม่กลัวลูกชายคนเล็กลำบากจึงจัดการส่งคนสนิทขึ้นมาดูแลกมลฉัตรโดยตรง ทั้งที่ลูกชายไม่เคยร้องขอ 

นอกจากไฟส่องสว่างหน้าบ้านแล้ว  ภายในบ้านไม่ได้เปิดไฟเอาไว้เลย  แต่ก็ยังมีแสงจากข้างนอกลอดเข้ามาทำให้มองเห็นได้พอลาง ๆ  แต่เขายังก้าวเดินไปทุกที่ได้ไม่ติดขัดด้วยความเคยชิน

กมลฉัตรค่อย ๆ เดินเข้าไปหยิบปืนในห้องทำงานที่อยู่ไม่ห่างกันนัก  ก่อนจะเดินไปยังห้องครัวอย่างเงียบเชียบ  และเขาก็เห็นการเคลื่อนไหวของอะไรบางอย่างในนั้น 

“นั่นใคร”

คำถามดังขึ้นพร้อมกับไฟฟ้าสว่างโร่  ที่ถูกเปิดขึ้นโดยคนตั้งคำถาม  ทำเอาคนที่อยู่ในครัวก่อนหน้านั้นสะดุ้งตกใจ

“อุ้ย!!

สายขวัญอุทานก่อนจะหันกลับมายังต้นเสียง  และก็ต้องตกใจขึ้นอีกเมื่อเธอเห็นอาวุธในมือเขาซึ่งมีเธอเป็นเป้าหมาย

“ว้าย!!

สายขวัญก้มหลบทันทีโดยใช้โต๊ะเตรียมอาหารกลางห้องครัวแทนบังเกอร์ด้วยกลัวว่าเจ้าของอาวุธมีประสงค์ทำร้ายเธอจริง ๆ

“ใคร”

กมลฉัตรเอ่ยย้ำเพราะเขาต้องการให้เธอตอบคำถาม  แต่สายขวัญนั่งอยู่กับพื้นเกาะเก้าอี้ตัวสั่น  ไม่กล้าส่งเสียงใด ๆ ออกไปอีก

“ฉันถามว่าใคร”

กมลฉัตรเอ่ยย้ำเสียงเหี้ยม  นั่นทำเอาคนต้องตอบคำถามน้ำตาปริ่ม  ...เขาน่ากลัว

“ขวะ....ขวัญค่ะ...ขวัญ”

สายขวัญตอบคำถามเสียงสั่น

กมลฉัตรละปืนลงแล้วเดินเข้ามายืนตรงหน้าเธอ  ในขณะที่เธอยังก้มหน้าอยู่กับเก้าอี้  แต่ไม่นาน  เธอก็ค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นมาสบตามเขา

กมลฉัตรค่อนข้างแปลกใจที่ได้เห็นเธอในตอนนี้  ต่างกันกับเมื่อตอนกลางวันลิบลับ  แก้มใสไร้การตกแต่งใด ๆ  ตาโต ๆ วาววับเพราะน้ำตาปริ่มเมื่อครู่  และผิวขาว ๆ ของเธอ ทำเอากมลฉัตรใจเต้นแรง  ใสจนแทบมองทะลุอย่างที่พี่ชายว่า  หากเขาสัมผัสเพียงน้อยนิดเธออาจจะแหลกคามือ  กมลฉัตรตัดสินใจเพียงแค่มอง

“เธอเข้ามาทำอะไรในนี้”

“ด..ด..ดื่มน้ำค่ะ”

“ทำไมไม่เปิดไฟ”

“ขวัญหาสวิตซ์ไม่เจอค่ะ  แล้ว...แสงสลัวจากข้างนอกทำให้พอมองเห็น”

“ลุกขึ้นซิ"

สายขวัญทำตามคำสั่งอย่างว่าง่าย  ทำให้กมลฉัตรได้เห็นชัด ๆ ว่าเธออยู่ในชุดนอนเชิ้ตกระโปรง คลุมเข่า  ลายสก็อตเส้นน้ำตาลบนพื้นขาว  มันทำให้เธอดูน่ารักและเซ็กซี่ไปพร้อม ๆ กัน  ขาขาว ๆ ที่มีกระโปรงปกปิดไปครึ่งนึงนั้นทำเอาเขาแทบคลั่ง  กมลฉัตรไม่ได้มีภูมิต้านทานในเรื่องนี้มากนัก  ดีหน่อยที่เขาได้ปลดปล่อยไปบ้างแล้ว

“เธอนอนที่ไหน”

คำถามนี้ทำเอาสายขวัญตกใจ  จ้องเขาเขม็ง  งานของเธอกำลังจะเริ่มแล้วงั้นหรือ

“ฉันถามว่านอนที่ไหน”

กมลฉัตรถามย้ำอีกครั้ง  ด้วยน้ำเสียงที่ทำให้สายขวัญกลัว

“ข้าง... เอ่อ...ข้างบนค่ะ.... ห้องในสุดข้างบน”

“กลับขึ้นไปซะ  กลับขึ้นไปเดี๋ยวนี้”

กมลฉัตรออกปากไล่  เพื่อความปลอดภัยของเธอเอง  แต่สายขวัญยังมองเขาอึ้ง ๆ

“หรือจะนอนที่นี่...  ตรงนี้... ในครัวนี้เลยมั้ย”

“ไม่ค่ะ  ไม่”

สายขวัญละล่ำละลักตอบคำถามก่อนจะรีบวิ่งตัวปลิวกลับขึ้นไปข้างบน  กมลฉัตรมองตามจนลับตา  ก่อนจะทิ้งตัวนั่งลงบนเก้าอี้

“เวรเอ้ย!!  ไอ้ภัทร  แกนะแก”

กมลฉัตรบนพึมพำอยู่คนเดียว  ดูเหมือนพี่ชายจะจับทางเขาถูกทุกอย่าง  ของใช้หนี้คัดพิเศษ  กมลฉัตรนั่งนิ่งอยู่พักใหญ่  เพื่อวางแผนรับมือกับอนาคตที่มิอาจรู้ได้

………………….

โปรดติดตามต่อต่อไป!!

            สวัสดีค่ะ  วันนี้ Tiger  มาแก้คำผิดค่ะ  ตอนที่สองแล้วนะ  เริ่มจับจุดเรื่องนี้ได้บ้างรึยัง  มีความเห็นยังไง  ใส่ได้เต็มที่เลยนะคะ  Tiger ใจกว้างพอที่จะเปิดรับทุก ๆ ความคิดเห็นค่ะ

_______________________

..... ขอบคุณทุกท่านที่แวะเข้ามาค่ะ.....

.....ถูกใจก็โหวตตตต  ไม่ถูกใจก็ติ(กันเบา ๆ).....

(^_^).....Tiger_Saturn…..(^_^)

 

ข้อความ :
จากคุณ * :
 

หน้าที่ 1 จาก 2 หน้า
แสดง เรื่อง
ความคิดเห็นที่ 1
นู๋ขวัญจร้าาาา
จากคุณ MoomintMoomint/() อัพเดตเมื่อ 10/01/2555 09:56:59
ความคิดเห็นที่ 2
เป็นกำลังใจให้นะคะสู้ๆๆๆๆๆๆๆ
จากคุณ หนูตาล/(nakpasit) อัพเดตเมื่อ 20/07/2553 21:25:07
ความคิดเห็นที่ 3
รีบไปติดตามต่อจ้า
อย่าให้เสียเวลา อิอิ
จากคุณ น้ำค้าง/(anakari) อัพเดตเมื่อ 08/07/2553 11:36:43
ความคิดเห็นที่ 4
ว้าวววววว
น่ารักอ่ะ  ><
จากคุณ ~ noina ~{Zelon+}SwEeTii/(noina16) อัพเดตเมื่อ 26/06/2553 23:35:28
ความคิดเห็นที่ 5
เนื้อเรื่องดี   แต่เนิ้อหาสั้นจังเลย
จากคุณ แว่น/(mmuy) อัพเดตเมื่อ 23/06/2553 12:15:35
ความคิดเห็นที่ 6
ฮิฮิ
จากคุณ นุ่น/(follow) อัพเดตเมื่อ 11/06/2553 15:20:36
ความคิดเห็นที่ 7
ไม่ค่อยหานิยายแนวนี้ได้เลยนะคะ T^T

นอกจากของคุณไทเกอร์แล้วแทบไม่เคยเจอ
จากคุณ NHIM/(MHIN) อัพเดตเมื่อ 25/05/2553 18:04:29
ความคิดเห็นที่ 8
ว้าวๆๆๆ

ชอบแนวนี้อะ
จากคุณ peung/(11-2-52) อัพเดตเมื่อ 13/05/2553 15:22:54
ความคิดเห็นที่ 9
สนุกมาจ้า
จากคุณ เอิร์น/(300937) อัพเดตเมื่อ 14/04/2553 20:16:42
ความคิดเห็นที่ 10
คุ คุๆ

พระเอกเริ่มหวั่นไหวแล้ว
จากคุณ ศุภเจย์/(supakovm) อัพเดตเมื่อ 12/04/2553 10:18:52
หน้าที่ 1 จาก 2 หน้า
แสดง เรื่อง
 
จำนวนผู้ชมเว็บแจ่มใสขณะนี้: 214 ท่าน