Guest   
 
Username: 
Password:  




 




  






 

Reader of the month ของเรา พวกเขาพกพาทั้งความสดใส น่ารักมาเต็มเปี่ยม นอกจากนั้นพวกเขามีความพิเศษอย่างไร จนถึงกับทำให้หัวใจดวงน้อยๆ ของแจ่มใสดวงนี้หวั่นไหว จนต้องคว้าตัวและหัวใจพวกเขามาสัมภาษณ์อวดความส้ม!! แจ่มใส ให้โลกคนรักการอ่านได้รับรู้....

สำหรับเพื่อนๆ ที่มีความรักให้กับแจ่มใสเต็มเปี่ยม รีบแสดงตัวและแนะนำตัวเองให้ทีมงานแจ่มใสรู้จักนะคะ โดยส่งความชื่นชอบที่มีต่อแจ่มใส และประวัติส่วนตัวและรูปถ่าย มาที่ [email protected] เพื่อนๆ อาจได้รับการคัดเลือกจากทีมงานแจ่มใสให้เป็น Reader of the month ประจำเดือนของเราค่ะ




Reader of the month 'หยง & เอ้' คู่หูรู้ใจ มิตรภาพจากความรัก “แจ่มใส”



       

     
        จากคนที่ไม่รู้จักกลายมาเป็นความผูกพัน เป็นความสนิทที่เรียกว่า พี่ เพื่อนและน้องในเวลาเดียวกันได้อย่างสนิทใจ  ‘หยง’ และ ‘เอ้’ คู่หูรู้ใจ เธอและเขาทำความรู้จักกันเมื่อได้มาเป็นส่วนหนึ่งของแจ่มใสในงานหนังสือครั้งต่างๆ สิ่งที่ทั้งสองคนได้มากกว่าคำว่า ‘มิตรภาพ’ คือ ประสบการณ์ ‘ชีวิต’ ที่ช่วยเติมเต็มตัวเองให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น รู้จักกับเขาและเธอ คู่หูรู้ใจมิตรภาพจากการร่วมงานกับแจ่มใส

1.ก่อนอื่นแนะนำตัวเองให้เพื่อนๆ รู้จักหน่อยค่ะ 
หยง : อันตัวข้าพเจ้ามีนามว่า... วิไล ชมภูโคตร ค่ะ ชื่อเล่นชื่อ หยง เพื่อนๆ ชอบเรียกว่าหยงหมิง ตอนนี้เรียนอยู่ปี 3 สุขศึกษา คณะพลศึกษา มศว ค่ะ
เอ้ : ก่อนอื่นต้องสวัสดีทุกคนก่อน “สวัสดีครับ เอ้ ครับ (_/ \_)” ใช่แล้วผมชื่อเล่นว่า เอ้ แต่เมื่อทุกคนรู้ชื่อจริงแล้ว ก็แทบจะไม่มีใครเรียกชื่อเล่นกันเลย TOT นั่นคือนาย เสน่ห์ชาย ปัถวัลย์ ฮ่าๆ แต่เอ้ก็ชอบชื่อนี้นะมันทำให้เด่นดี เอ้เรียนปีหนึ่ง บริหารอินเตอร์ ครับ (เด็กกว่าคนข้างบน ฮ่าๆ)

2. ทั้งสองคนเคยร่วมงานหนังสือกับแจ่มใสมากี่ครั้ง แล้วรู้สึกประทับแจ่มใสที่ได้ร่วมงานกับแจ่มใส อย่างไรบ้างคะ
 หยง : ถ้าจำไม่ผิดน่าจะประมาณ 5 ครั้งได้ค่ะ ก็เคยลองไปร่วมงานกับที่อื่นมาบ้างเหมือนกันค่ะ แต่ความรู้สึกในการทำงานมันไม่เหมือนเวลาที่ได้ทำงานกับแจ่มใส แบบว่าอันนี้เป็นความรู้สึกส่วนตัวนะคะ คือรู้สึกว่าที่นี่ทำงานกันแบบครอบครัว แบบเพื่อน แบบพี่น้อง เราจะไม่รู้สึกอึดอัดเวลาที่ทำงาน เพราะพี่ๆให้ความเป็นกันเองกับน้องแจ่มแจ๋วทุกคน ก็อย่างที่ทราบๆ กันนะคะว่าลูกค้าแจ่มใสค่อนข้างเยอะ ก็อาจจะมีบ้างที่จะได้ทานข้าวช้า หรือต้องยืนทั้งวัน แต่เราก็ไม่ได้ลำบากคนเดียวนะคะ พี่ๆ แจ่มใสก็ลำบากกับเราด้วยเหมือนกัน ประมาณว่าลุยด้วยกันมาหลายงานแล้วเลยประทับใจค่ะ ^^
เอ้ : 3 ครั้งแล้วครับและครั้งต่อไปนี้ก็ครั้งที่ 4 ยังตื่นเต้นไม่หายเลย เพราะการร่วมงานกับแจ่มใสมักมีอะไรที่เราคาดไม่ถึงเสมอ เพราะใครจะคิดบ้างว่าเราจะสามารถใช้คำว่า “ครอบครัว” กับที่นี่ได้ ที่ที่เราสามารถใช้คำว่า พี่น้อง เพื่อน หรือฉายาที่เราตั้งให้กัน ^o^ และการร่วมงานในทุกๆ ครั้ง เอ้ได้ทั้งความสนุก ความอบอุ่น ความเป็นกันเอง และรอยยิ้มของผู้คนมากมาย ซึ่งมันคงเป็นมากกว่าประสบการณ์ แต่มันจะเป็นความทรงจำในบ้านสีส้มหลังนี้

3.อ่านถึงตรงนี้แจ่มใสยิ้มจะแตกแล้วค่ะ ^O^ แล้วทั้งสองคนมาสนิทและรู้จักกันได้ยังไงคะ
หยง : เสน่ห์ชาย… ฉันรู้จักเธอมาปีนึงแล้วหรอ?? (จริงๆ แล้วปกติจะใช้สรรพนามที่กันเองกว่านี้ แต่ว่าตอนนี้ออกสื่ออยู่ต้องรักษาภาพพจน์สักเล็กน้อย ^^) ก็รู้จักกันตอนงานสัปดาห์หนังสือครั้งที่แล้วน่ะค่ะ 555 ตอนแรกที่เจอกันคือวันที่มาอบรมแจ่มแจ๋วแก๊ง ตอนนั้นเอ้ก็ไม่ค่อยพูดเท่าไร แต่พอได้มาทำงานด้วยกันก็เริ่มสนิทกันมากขึ้น ทีนี้ล่ะค่ะ พูดเป็นต่อยหอยเลย!!  ขนาดจ้าง 20 บาทก็ยังไม่ยอมหยุดพูด แล้วก็เป็นความบังเอิญมากๆ ที่คุยกันไปคุยกันมาถึงได้รู้ว่าเกิดวันจันทร์เหมือนกัน เกิดเดือนสิงหาคมเหมือนกัน มีเลือดกรุ๊ปเดียวกัน แล้วก็เป็นลูกคนเล็กเหมือนกันอีก!! พอเป็นอย่างนี้ก็เลยยิ่งสนิทกันมากขึ้นจนกลายเป็นพี่สาวน้องชายกันไปแล้ว
เอ้ : รู้จักตอนเอ้ร่วมงานกับแจ่มใสครั้งแรก คือพี่สาวเป็นคนที่ชอบฟังมากกว่าพูด แต่เอ้ชอบพูดมากกว่าฟัง ฮ่าๆ และพี่สาวเป็นคนที่นิสัยคล้ายๆ กัน และมีอะไรที่เหมือนกันเยอะ ทำให้เราสนิทกันได้เร็ว และเอ้จะมีนิสัยแนวเด็กๆ แต่พี่สาวมีนิสัยแนวแก่ๆ (ผู้ใหญ่ๆ ฮ่าๆ) พี่สาวเลยต้องดูแลน้อง (แต่ในความจริงแล้ว หลายๆ คนพูดว่าพี่สาวอยากมีน้องชายหล่อๆ วู้ๆ เกี่ยวกันไหม -*- ฮ่าๆ)
 

4.แล้วมารู้จักนิยายแจ่มใสได้ยังไงล่ะ
หยง : ได้อ่านนิยายเล่มแรกของแจ่มใสตอนอยู่ประมาน ม.2 หรือ ม.3 เนี่ยแหละค่ะ เล่มแรกที่อ่านคือ “สาวสุดเซอร์กับโปรแกรมเมอร์ปากร้าย” แต่ที่ชอบมากๆ เลยคือ “หนุ่มฮอตสาวเฮี้ยว รักเปรี้ยวอมหวาน” หลังจากนั้นก็ติดตามอ่านมาเรื่อยๆ จนถึงปัจจุบันนี้ค่ะ
เอ้ : ตอนปิดเทอม ม.2 พี่สาวเอ้ซื้อหนังสือมา 2 เล่ม ตอนนั้นไม่มีอะไรทำ เลยลองหยิบมาอ่านเล่น อ่านแล้ววางไม่ลงเลย ลุ้นว่านางเอกจะรักใคร ฮ่าๆ เรื่องแรกที่อ่านก็คือ “สาวใสตัวดีกับหนุ่มเกาหลีสุดฮอต” เป็นเล่มแรกที่ทำให้รู้จักแจ่มใส และอ่านมาถึงจนทุกวันนี้

5. แล้วหลงรักนิยายแนวเดียวกันรึเปล่า
หยง : คนละแนวค่ะ หยงจะชอบอ่านแนวความรู้สึกดี... ที่เรียกว่ารัก หรือไม่ก็จะเป็นแนวมากกว่ารักค่ะ แนว Jamsai Love Series ก็อ่านบ้าง อิอิ ^^ แต่จริงๆ ก็แอบหวังว่าทางแจ่มใสจะมีแนว Sweet Asian ออกมาบ้างเหมือนกัน แล้วก็ยังมีการแลกของพรีเมี่ยมหรือที่คั่นหนังสือค่ะ ประมานว่า “อันนี้เอ้มีแล้ว มันซ้ำอ่ะ เจ้เอาไปเหอะ” หรือไม่ก็ “เจ้ไม่เอางั้นเอ้ขอนะ”
เอ้ : ตอนนี้เรียกได้ว่าเอ้คงอ่านทุกแนว ฮ่าๆ แรกๆเอ้อ่านแนว Jamsai Love Series เป็นแนวประมาณนักเรียนดี ชอบที่แนวนี้อ่านง่าย เข้าใจง่าย สนุกๆ แต่พออ่านแนว  Sweet Asian ก็ชอบมากเพราะดูซีรี่ย์ก็สนุกอ่านนิยายก็สนุก สนุกกันคนละอารมณ์ นิยายก็มีเสน่ห์ของนิยาย และพอมาอ่านแนวมากกว่ารัก อารมณ์ติสจีนๆ ก็มาเต็มๆ ฮ่าๆ ทั้งน่าติดตาม น่าลุ้น และดูแปลกใหม่ และพอได้อ่านแล้วแนว Enter Books ก็ได้รู้ว่าจินตนาการที่สมบูรณ์แบบมีจริง แบบว่าเข้าถึงอารมณ์ได้มันส์สุดๆ แฟนตาซีกันเต็มรูปแบบ และแนวสุดท้ายที่เพิ่งเริ่มอ่านและก็ชอบมาก คือแนวความรู้สึกดี... ที่เรียกว่ารัก ต้องยกความดีให้พี่หยง เพราะพี่เขาบอกว่าให้ลองอ่าน “คือเธอ” จากนั้นก็เริ่มติดตามแนวนี้อีก ฮ่าๆ และพี่สาวเป็นพี่สาวที่ดี ฮ่าๆ เราเลยแลกของพรีเมี่ยมกัน อารมณ์ประมาณข้างบน

6.หลังจากที่ได้ร่วมงานกันในงานหนังสือกับแจ่มใส ประทับใจกันและกันอย่างไรบ้าง (ให้โอกาสเมาท์เพื่อนได้เลย)
หยง : ก็อย่างที่บอกตั้งแต่แรกแล้วว่า… เสน่ห์ชายพูดมากกกกกก!! ฮ่าๆ (แก…ฉันล้อเล่น) เอ้ชอบง้องแง้งเป็นเด็ก 555+ ชอบชวนอู้งานด้วยค่ะ คือถ้าอยากได้ความบันเทิงเสน่ห์ชายมาเต็ม แต่ถ้าจะเอาสาระ… แนะนำว่าคุยกับคนอื่นจะเหมาะกว่า O.o เอ้มีข้อดีอยู่อย่างหนึ่ง (ที่ไม่รู้ว่าอย่างเดียวด้วยหรือเปล่า) คือเอ้เป็นคนเปิดเผย ตรงไปตรงมา ดูจริงใจ ไม่เฟค คำจำกัดความของเสน่ห์ชายคือ “งานวัด”!!
เอ้ : พี่สาวเป็นคนง่ายๆ และฟังเอ้ร้องเพลงได้จนจบ ฮ่าๆ ทั้งที่เอ้ร้องเพี้ยน + ผิดคีย์ คอยปรึกษาได้ตอนเอ้ไม่รู้อะไรและที่สำคัญเมื่อตอนเอ้ได้อยู่กับพี่สาว เอ้เด็กกว่า ฮ่าๆ พี่สาวบ้าพลังด้วย ฮ่าๆ
  

 7.การร่วมงานกับแจ่มใส ในงานหนังสือแต่ละครั้งให้ประสบการณ์กับเราอย่างไรบ้าง พบปัญหาและอุปสรรค์อย่างไร สามารถนำมาปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างไรคะ
หยง : ต้องบอกก่อนว่าจริงๆ แล้วเป็นคนขี้อายค่ะ ไม่ค่อยกล้าแสดงออกเท่าไร แล้วก็เป็นคนที่ไม่ชอบพูดต่อหน้าคนอื่น ยิ่งคนเยอะๆ แล้วจะประหม่ามาก ถึงขนาดเคยยืนมือสั่น ปากสั่น เสียงสั่นมาแล้ว แต่พอได้มาทำงานกับแจ่มใส เป็นแจ่มแจ๋วแก๊งแล้ว ทำให้หยงเปลี่ยนไปพอสมควรเลยค่ะ จะเพราะด้วยสถานการณ์บังคับหรือยังไงก็ไม่แน่ใจ การเป็นแจ่มแจ๋วทำให้เรามีความกล้ามากขึ้น กล้าพูดมากขึ้น กล้าแสดงออกมาขึ้น ก็อาจจะมีบ้างที่อาจจะยังประหม่าอยู่ แต่ทุกครั้งที่จะต้องออกไปพูดหน้าชั้น หรือต่อหน้าคนมากๆ ก็จะพยายามคิดว่าคนเหล่านี้คือลูกค้าที่จะมาซื้อหนังสือบูธเรา พอคิดแบบนี้แล้วก็ทำให้อาการประหม่าหรือตื่นเต้นลดลงไปได้ค่ะ
เอ้ : ได้มากมายเลยล่ะครับ เรื่องแรกคือการเข้าสังคม เพราะทุกๆ มุมโลกล้วนมีสังคมกันทั้งนั้น เมื่อเราเข้ากับคนง่าย อัธยาศัยดี ก็จะเป็นใบเบิกทางให้เรามีความสุขในสังคม เรื่องต่อมาคือการรู้จักตนเอง ได้รู้ว่าตอนนี้ตัวเองเป็นใคร และทำหน้าที่อะไรอยู่ เพราะเอ้เป็นคนที่มีความเป็นตัวของตัวเองสูง แต่เมื่อเอ้เป็นแจ่มแจ๋ว ก็ทำให้เอ้ได้รู้ว่าควรที่จะลด หรือเพิ่มอะไรในตัวเอง เพื่อความสมบูรณ์ที่สุดในหน้าที่ที่เอ้ได้รับ 

 


8.ก่อนงานหนังสือในแต่ละครั้งได้มีการเตรียมตัวอย่างไรบ้าง
หยง : ก็จะดูค่ะว่ามีหนังสือเรื่องอะไรออกใหม่บ้าง ของนักเขียนคนไหน แล้วก็พยายามจำเรื่องย่อหรือจุดสำคัญๆของเรื่อง เพื่อที่เวลาลูกค้าถามจะได้ตอบได้ค่ะ
เอ้ : ก็จะจำรายละเอียดหนังสือที่ออกใหม่ ฟิตเสียงๆ ฮ่าๆ และเตรียมรอยยิ้ม วู้ๆ

9.หากเพื่อนๆ คนอื่นสนใจร่วมงานกับแจ่มใสแบบคุณหยงและคุณเอ้ล่ะ จะบอกพวกเขาเตรียมตัวอย่างไร
หยง : ขอแค่รักในการอ่าน รักในความเป็น “แจ่มใส” มีความมุ่งมั่นและตั้งใจที่จะบริการลูกค้าเท่านั้นก็พอแล้วค่ะ
เอ้ : แค่ทำเหมือนกับคนที่เรารัก เพราะเมื่อเรารักอะไรแล้วจะทำเพื่อสิ่งนั้นให้ดีที่สุ


10.ประสบการณ์จากการที่ร่วมงานกับแจ่มใส ในงานหนังสือครั้งต่างๆ เรื่องไหนที่เราจดจำได้ดี
เอ้ : สิ่งที่จดจำคือ ผู้คนมากมายยังคงรักแจ่มใสอยู่เสมอ และรอยยิ้มและความสุขของลูกค้าเมื่อได้รับหนังสือครับ

11. ผลงานที่ทำให้หลงรักแจ่มใส เรียกว่าถ้าแนะนำให้ใครๆ  ต้องเรื่องนี้
หยง : หนังสือที่ไม่เคยเลยสักครั้งที่จะไม่แนะนำลูกค้าก็คือ หนังสือของพี่แอน “อัญชรีย์” ค่ะ เหตุผลก็เพราะพี่แอนเป็นนักเขียนคนโปรดค่ะ ติดตามนิยายของพี่เค้าทุกเรื่องเลย ขอแนะนำ “Miracle ปาฏิหาริย์นี้แด่เธอ”ค่ะ เพราะไม่ว่าจะอ่านกี่ครั้งก็ยิ้มทุกครั้งที่อ่าน อีกเรื่องหนึ่งที่อยากแนะนำก็คือ “ปริศนารักจากกามเทพ” เพราะนางเอกชื่อ “หยง” ค่ะ อิอิ^^’
เอ้ : เรื่องที่ไม่ควรพลาดก็คือ รักป่วนๆ ฉบับก๊วนเด็กหอ พอบอกว่าทั้งสนุก ทั้งมันส์ ใครไม่เคยอ่านถือว่าพลาดจริงๆ อีกเรื่องก็คือ ชุด Triple Nine Apartment และ โรมิโอ เป็นชุดที่สนุกสุดๆ แต่งได้ต่อเนื่องและลื่นไหลมาก และสาวใสหนุ่มซ่าตามล่าหารัก เป็นเล่มแรกๆ ของ JLS ที่ขอบอกว่าเรื่องนี้ ถ้าพลาดจะเสียดายมาก

 

12.ก่อนจากกันช่วงงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ จะมีการโหวตแจ่มแจ๋วแก๊ง เปิดโอกาสให้อ้อนขอคะแนนกันสุดฤทธิ์เลยจ้า :D
หยง : รักใครชอบใครโหวต JJ… หยง นะค้าาา
เอ้ : ใช่แล้วครับ ถ้าเห็น JJ ไหนบริการดี ก็โหวตเลย แต่ถ้าเลือกใครไม่ถูกก็เลือกเลย รักโอ้เอ้โหวต JJ โอ้เอ้ วู้ๆ บายๆ ครับผม^_^

    อ่านบทสัมภาษณ์จบทีมงานแจ่มใสถึงกับยิ้มกันแก้มปริ :D เลยทีเดียวค่ะ เพราะสิ่งที่เราได้แบ่งปันคือความประทับใจและประสบการณ์ดีๆ มอบให้เพื่อนๆ ชาวแจ่มแจ๋วแก๊ง เมื่อได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของแจ่มใสในงานหนังสือครั้งต่างๆ และอีกไม่กี่วันนี้แล้วค่ะ งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 39 และนานาชาติ ครั้งที่ 9 วันที่ 25 มีนาคม – 6 เมษายน 2554 นี้ ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ไปให้กำลังใจพวกเขาและเธอได้ที่บูธแจ่มใส P14 โซน C1 ทุกคนรอต้อนรับเพื่อนๆ ด้วยรอยยิ้มค่ะ ^_^


คลิกมาทำความรู้จักแจ่มแจ๋วแก๊งรุ่น 11 ในงานสัปดาห์หนังสือ ครั้งที่ 39 ที่นี่ ค่ะ

พูดคุยและทักทาย คู่หูรู้ใจ เอ้ & หยง ที่นี่ ค่ะ
หน้าหลัก Reader of the Month

 
จำนวนผู้ชมเว็บแจ่มใสขณะนี้: 446 ท่าน