Guest   
 
Username: 
Password:  




 




  






 

Reader of the month ของเรา พวกเขาพกพาทั้งความสดใส น่ารักมาเต็มเปี่ยม นอกจากนั้นพวกเขามีความพิเศษอย่างไร จนถึงกับทำให้หัวใจดวงน้อยๆ ของแจ่มใสดวงนี้หวั่นไหว จนต้องคว้าตัวและหัวใจพวกเขามาสัมภาษณ์อวดความส้ม!! แจ่มใส ให้โลกคนรักการอ่านได้รับรู้....

สำหรับเพื่อนๆ ที่มีความรักให้กับแจ่มใสเต็มเปี่ยม รีบแสดงตัวและแนะนำตัวเองให้ทีมงานแจ่มใสรู้จักนะคะ โดยส่งความชื่นชอบที่มีต่อแจ่มใส และประวัติส่วนตัวและรูปถ่าย มาที่ [email protected] เพื่อนๆ อาจได้รับการคัดเลือกจากทีมงานแจ่มใสให้เป็น Reader of the month ประจำเดือนของเราค่ะ




“ตั้ม” บอกเล่ามุมมองและแง่คิดที่ได้จากการอ่าน





บางคนใช้เวลาทั้งชีวิตในการเขียนหนังสือออกมาหนึ่งเล่ม แต่เรากลับสามารถเรียนรู้ชีวิตทั้งชีวิตของคนๆ นั้นด้วยการอ่านหนังสือเพียงแค่เล่มเดียว...มันมหัศจรรย์มากเลยนะครับ

         นี่เป็นเพียงหนึ่งประโยคจากผู้ชายอารมณ์ดี ซึ่งมีมุมมองและความคิดน่าสนใจ เขามาบอกเล่าให้พวกเราฟังถึงประสบการณ์ที่ได้รับจากการอ่านหนังสือ รวมทั้งถ่ายทอดข้อคิดดีๆ ที่ได้จากการอ่าน ผู้ชายคนนี้หลงใหลนิยายแจ่มใสได้อย่างไร ชวนเพื่อนๆ มาหาคำตอบ แล้วคุณจะรู้ว่าผู้ชายคนนี้ได้บอกกับเราว่า “โลกของการอ่านให้อะไรมากกว่าที่คุณคิด”   

สวัสดีค่ะ คุณ ตั้ม ก่อนอื่นแนะนำตัวเองให้พวกเราชาวแจ่มใสได้รู้จักหน่อยนะคะ 
สวัสดีครับ ชื่อ ตั้ม ครับ ทำงานเป็น Software Developer อยู่บริษัทเอกชนครับ เชิญเพื่อนๆ มา follows ผมใน twitter ได้ที่ twitter.com/xinexo นะครับ
 
งานของคุณตั้มทำเกี่ยวกับอะไรบ้างคะ ทำไมถึงชอบอ่านหนังสือและมีหนังสือมากมายขนาดนี้ 
        งานหลักก็พัฒนาโปรแกรมเกี่ยวกับกราฟฟิกครับ (เช่น ทำเกม เป็นต้น) งานรองก็คืออ่านหนังสือกับดูหนังครับ
       หนังสือสำหรับผมมันก็เหมือนแหล่งความรู้ที่ให้เราเข้าไปศึกษามันได้โดยไม่มีเงื่อนไขใดๆ เหมือนกับการได้เข้าไปสัมผัสกับโลกอีกโลกหนึ่งที่คนเขียนสร้างขึ้น เช่น นิยายรัก happy ending เวลาอ่านจบแล้วก็จะมีความสุข, นิยายแฟนตาซี ทำให้เราได้ไปผจญภัยร่วมกับตัวละครในเรื่อง, นิยายฆาตกรรม ก็ให้อารมณ์ผจญภัยอีกแบบหนึ่ง หรือแม้กระทั่งหนังสือเกี่ยวกับธุรกิจ เช่น หนังสือการตลาด ก็ทำให้เราได้ไปรับรู้เรื่องราวของโลกการตลาด
         ส่วนเหตุผลที่มีหนังสือเยอะขนาดนี้นี่ได้แบบอย่างมาจากคุณพ่อครับ คุณพ่อซื้อหนังสือเยอะมาก ซื้อมาตั้งแต่สมัยหนังสือเล่มละบาท พอถึงรุ่นผม ผมก็ได้อ่านหนังสือที่พ่อซื้อไว้ ได้อ่านความคิดของคนรุ่นก่อนว่าเป็นยังไง มาถึงสมัยผม ผมก็ตามรอยพ่อ เผื่อว่ารุ่นลูกจะได้ประโยชน์จากหนังสือสักเล่มที่เราเหลือไว้ให้พวกเค้าบ้าง 

ภาพหนังสือบางส่วนที่มีในบ้านเท่านั้น


คุณตั้มคิดว่าการอ่านหนังสือให้ประโยชน์กับเราอย่างไรบ้างคะ
 
         หนังสือมีหลายประเภท ดังนั้น ประโยชน์ของหนังสือมันจึงเยอะมากๆ อ่านนิยายรักก็ได้เข้าใจความรักในรูปแบบต่างๆ ได้เข้าใจมุมมองความรักหลายๆ แบบ, อ่านนิยายแฟนตาซีก็ช่วยเสริมจินตนาการ พัฒนาสติปัญญา, อ่านหนังสือตลก ก็ช่วยคลายเครียดและหนังสืออื่นๆ  ไม่ว่าจะอยากรู้อะไรมันก็มีในหนังสือหมดแล้วครับ แค่เราเปิดใจยอมฟังสิ่งที่คนเขียนพูดกับเราก็พอ 
          
        บางคนใช้เวลาทั้งชีวิตในการเขียนหนังสือออกมาหนึ่งเล่ม แต่เรากลับสามารถเรียนรู้ชีวิตทั้งชีวิตของคนๆ นั้นด้วยการอ่านหนังสือเพียงแค่เล่มเดียว...มันมหัศจรรย์มากเลยนะครับ

หนังสือประเภทไหนที่คุณตั้ม ชื่นชอบเป็นพิเศษคะ 
          หนังสือทุกเล่ม ทุกประเภทมีคุณค่าในตัวของมันเองครับ แต่สำหรับผมแล้วมันก็เป็นไปตามวัยครับ สมัยเด็กๆ นี่ก็อ่านแต่การ์ตูนครับ, โตขึ้นมาหน่อยก็อ่านนิยายจีนกำลังภายใน, พอตอนสมัยวัยเรียนกำลังมีความรักก็จะชอบนิยายรัก โดยเฉพาะของแจ่มใสนี่ไล่อ่านแทบทุกเล่ม (เป็น Best practice เอาไปใช้ในชีวิตจริง) พอเรียนจบตอนหางานก็เริ่มคิดว่าตัวเองอยากทำอะไรเจ๋งๆ จินตนาการเริ่มโลดแล่น ก็เลยอยากอ่านอะไรที่มันบรรเจิดหน่อยก็จะอ่านแต่แฟนตาซี, พอเริ่มทำงานก็ไปอ่านหนังสือเกี่ยวกับการทำธุรกิจทั้งหลาย, พอมีเงินเก็บจะไปเที่ยวก็อ่านหนังสือท่องเที่ยวและอื่นๆ
 
         ช่วงชีวิตไหน อยากทำอะไรจะหาหนังสืออ่านก่อนเป็นอันดับแรกครับ เพราะผมเชื่อมาตลอดว่า  “คำตอบ” ของสิ่งที่เรารู้ มันมีคนรู้อยู่แล้ว และคนๆ นั้นก็ได้เขียนไว้ในหนังสือซักเล่มแล้วล่ะ


ถ้าโลกนี้ไม่มีหนังสือ คุณตั้มคิดว่าเหมือนจะขาดสิ่งใดในชีวิตไปคะ
         ถ้าไม่มีหนังสือก็ขาดหนังสือสิครับ -*- แป่ว!
         ผมคิดว่า ถ้าผมขาดหนังสือไป มันก็เหมือนขาดเครื่องมือในการเรียนรู้ที่สำคัญมากๆ ไปอย่างหนึ่งเลย คำถามบางข้อเราอาจต้องใช้เวลาเป็นปีในการตอบ แต่ถ้าเรามีหนังสือ เรากลับสามารถคำตอบนั้นได้ด้วยการอ่านหนังสือเพียงแค่ชั่วโมงเดียว

ส่วนใหญ่แล้วแฟนหนังสือแจ่มใสเป็นผู้หญิง คุณตั้มหันมาสนใจหนังสือสำนักพิมพ์แจ่มใสได้อย่างไรคะ 
          หนังสือของแจ่มใสส่วนใหญ่จะเป็นนิยายรัก และผมเชื่อว่า “ความรักไม่มีพรมแดน” ครับ ไม่ว่าจะชายหรือหญิง หากเพียงเขาและเธอมีหัวใจก็สามารถที่จะเข้าไปสัมผัสมันได้...

 เอ๊ะ สงสัยประโยคข้างบนจะเน่าไปหน่อย ^-^
         คือตอนช่วงสมัยผมเป็นวัยรุ่นแรกเริ่มรู้จักความรัก ก็เลยอยากจะเข้าใจผู้หญิงให้มากขึ้นเลยไปอ่านการ์ตูนผู้หญิงของญี่ปุ่นครับ แต่อ่านแล้วมันเอามาประยุกต์ใช้ในชีวิตแบบไทยๆ ของเราไม่ได้ (ไอ้แบบเรียกรุ่นพี่มาหลังตึกเรียนแล้วบอกรักนี่ก็เกินไป - -“) เลยมาลองอ่านแจ่มใสดูเผื่อจะเข้าใจผู้หญิงไทยมากขึ้นแล้วก็ได้ผลครับ พฤติกรรมหลายๆ อย่างที่ผู้หญิงไทยทำ ได้ถูกอธิบายไว้ในนิยายรักของแจ่มใสเกือบหมดแล้วครับ!
         นอกจากนี้นิยายรักส่วนใหญ่ก็จะมีฉากบอกรักสุดโรแมนติก ถ้าใครคิดเองไม่ได้ก็ลอกมาเลย รับรองว่าไม่ผิดหวัง ^-^


หนังสือสำนักพิมพ์แจ่มใสกับหนังสือประเภทต่างๆ คุณตั้มนิยามความต่างของหนังสือแจ่มใสอย่างไรคะ  
          ถ้าพูดถึงหนังสือของ “แจ่มใส” ก็ต้องพูดถึง “นิยายรัก” แจ่มใสสร้าง Brand ตัวเองในเรื่องนี้ได้ดีมาก ถ้าใครอยากอ่านนิยายรักก็ต้องอ่านแจ่มใส ผมคิดว่านี่คือจุดเด่นของแจ่มใสที่แตกต่างจากสำนักพิมพ์อื่นๆ เช่น ถ้าพูดถึง se-ed คนก็จะคิดว่าเป็นร้านหนังสือ, สำนักพิมพ์ แต่ไม่ได้คิดว่า มันเป็นหนังสือแนวไหน
          
        ผมคิดว่าแจ่มใสไม่ใช่แค่หนังสือครับ แต่มันเป็นเรื่องของประสบการณ์ความรักที่หลากหลายมากกว่า

มีชั้นวางหนังสือแจ่มใสเฉพาะแบบนี้ คงมีนักเขียนที่ชื่นชอบเป็นพิเศษ นักเขียนคนไหนที่ได้เข้าไปอยู่ในใจคุณตั้มบ้างคะ
           ผมเป็นคนชอบทะเล ก็เลยชอบ เด็กทะเล ครับ ติดตามมาตั้งแต่สมัยเค้าเขียนลง Pantip แล้ว location ส่วนใหญ่ในนิยายของเด็กทะเล จะเป็นทะเล เวลาได้อ่านความรักที่มีความผูกพันกับทะเลก็จะรู้สึกอินเป็นพิเศษ ^^”
           อีกคนคือ แสตมป์เบอรี่ คนนี้เขียนอะไรก็ตลกครับ ตลกแบบขำกลิ้งเลย ชอบมากๆ ยิ่งเวลาเครียดนี่ไปเอาหนังสือของเค้ามาอ่านจะหายเครียดเป็นปลิดทิ้ง “ให้มันบ้าได้ขนาดนี้เถอะ!”

อ่านมาก็หลายเรื่องอยากให้คุณตั้ม เล่าถึงนิยายแจ่มใสที่ประทับใจที่สุดให้พวกเราฟังสักเรื่องได้ไหมคะ 
         “โอบทะเลไว้ด้วยไอรัก” ครับ ชอบมาก อ่านกี่รอบก็ยังรู้สึกดี ผมชอบบรรยากาศของเรื่อง, ชอบนางเอก, ชอบนางรอง ชอบไปหมดเลย ^^  ฝันอยากจะเป็นเจ้าของเกาะแบบในเรื่องบ้างซักเกาะ 555


นอกจากหนังสือแจ่มใสแล้ว หนังสือที่ทำให้คุณตั้มประทับใจเป็นหนังสือเกี่ยวกับอะไรคะ 
มีหลายเล่มหลายสไตล์ครับ เอาเท่าที่คิดออกแล้วกันนะครับ
1. เซวีน่า มหานครแห่งมนตรา – เป็นนิยายแฟนตาซีขึ้นหิ้งของผมเลยครับ ชอบมาก ถึงใครๆ จะบอกว่าคนเขียนลอก Harry Potter มา แต่ลองได้อ่านดูแล้วจะรู้ว่ามันแตกต่างกันมากๆ เลยครับ
2. นักสืบเศรษฐศาสตร์ – เศรษฐศาสตร์เป็นเรื่องใกล้ตัวมากๆ เลยนะครับ ใครที่เป็นแฟนแจ่มใส ลองไปอ่านดูจะรู้ว่า “เศรษฐศาสตร์ก็อธิบายความรักได้เหมือนกัน”
3. The last lecture – เล่มนี้คือสุดยอดหนังสือสร้างแรงบันดาลใจครับ ใครรู้สึกท้อแท้ หมดกำลังใจ อกหัก รักคุด ตุ๊ดเมิน ต้องอ่านเลย
4. ถามตอบกับ ว.วชิรเมธี (GM) – อ่านเล่มนี้จบแล้ว จะนับถือพระอาจารย์ ว. ขึ้นมาทันที แถมได้ธรรมะติดตัวไปด้วย
ป.ล. ผมอยากให้แจ่มใสไปขอให้พระอาจารย์ ว. แต่งนิยายให้แจ่มใสซักเรื่อง อยากรู้มากว่ามันจะออกมายังไง ^-^

นอกจากหนังสือแจ่มใสแล้ว ยังเก็บสะสมของที่ระลึกต่างๆ จากแจ่มใสไหมคะ 
         ก็มีสะสมที่คั่นหนังสือครับ คนส่วนใหญ่ที่สะสมจะเป็นพี่สาวผมมากกว่า (แต่คงเทียบไม่ได้กับแฟนพันธุ์แท้ของแจ่มใสหลายๆ คน ^_^)
         ของ Premium ของแจ่มใสน่ารักดีครับ อีกอย่างเวลาผมได้ใช้ของ Premium ของนิยายเรื่องอะไร ผมก็มักจะหวนรำลึกไปถึงความสุขของการได้อ่านนิยายเรื่องนั้นทุกครั้ง ^_^


เป็นหนอนหนังสือแบบนี้ งานมหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งที่ 14 (15 -25 ตุลาคม 2552) คุณตั้มคงไม่พลาดโอกาศนี้อีกเช่นเคยใช่ไหมคะ บูธแจ่มใสเป็นอีกที่ ที่ได้เล็งไว้รึเปล่า  
          อันนี้ไม่เคยพลาดอยู่แล้วครับ ปกติที่บ้านจะไปงานหนังสือประมาณ 2-3 รอบ เพราะรอบเดียวขนไม่หมด (ถ้าอนาคตที่บ้านมีรถกระบะคงขนหมด) ส่วน Booth แจ่มใสนี่ก็ไปอยู่แล้วครับ พลาดได้ไง (แต่จะไปวันธรรมดา เพราะวันเสาร์อาทิตย์เบียดสู้เด็กๆ ไม่ไหว โหดเกิน T_T)

งานมหกรรมหนังสือในครั้งนี้ แจ่มใสจัดหลายกิจกรรม คุณตั้มจะไปสนุกด้วยกันไหมคะ 
"ติดตามรายละเอียดกิจกรรม ที่นี่ ค่ะ"
  
         ว่าจะลางานไปดูหน้าแสตมป์เบอรี่ตัวจริงครับ อยากรู้ว่าหน้าตาจะดูแล้วอารมณ์ดี เหมือนหนังสือที่เค้าแต่งรึเปล่า

สุดท้ายนี้นักปราชญ์มักเกิดจากการใฝ่รู้ ทีมงานแจ่มใสอยากให้คุณตั้มเล่าถึงมุมมองในการเลือกหนังสือมาอ่านให้กับเพื่อนๆ และน้องๆ ที่เป็นแฟนหนังสือแจ่มใสหน่อยค่ะ 
          เวลาจะเลือกซื้อหนังสืออะไรผมก็จะเลือกตามความสนใจครับ ว่าตอนนี้กำลังสนใจเรื่องอะไรอยู่ จากนั้นก็จะไปดูปกแล้วก็อ่านปกหลัง ถ้าชอบก็ซื้อเลย ไม่ค่อยจะมีเวลามาคิดมากเท่าไร แต่ผมก็ไม่เคยเสียใจกับหนังสือที่ซื้อมานะครับ ซื้อหนังสือ 10 เล่มแล้วชอบแค่ 1 เล่ม อย่างน้อยก็จะได้เรียนรู้ว่า ถ้าจะเป็นคนแต่งหนังสือก็อย่าแต่งให้ออกมาแบบ 9 เล่มที่เราไม่ชอบ :D

       หลังจากทำความรู้จักกับคุณ “ตั้ม” แล้วเราเชื่อว่า เพื่อนๆ หลายคนที่กำลังมองหาหนังสือเพื่ออ่าน คงได้รู้ว่าเราจะหยิบหนังสือเล่มไหนขึ้นมาอ่าน และเมื่ออ่านแล้วเราได้ประโยชน์อย่างไรบ้าง พร้อมทั้งตอบโจทย์สำหรับเพื่อนๆ ที่ไม่ชอบอ่านหนังสือได้แล้วนะคะ ว่าทำอย่างไรจึงทำให้เป็นคนที่ชอบอ่านหนังสือได้

        เดือนหน้าเราจะพาใครมาแนะนำให้เพื่อนๆ รู้จักอีกบ้าง เพื่อนๆ ต้องคอยติดตามแล้วนะคะ เพราะเราเชื่อว่ามีแฟนแจ่มใสอยู่ทั่วทุกมุมของประเทศ และจะพาเพื่อนๆ เปิดโลกกว้างไปในที่ใดบ้างต้องคอยติดตามกันค่ะ ^-^ 

พูดคุยกับคุณ ตั้มเพิ่มเติม ที่นี่ ค่ะ

ข้าสู่หน้าหลัก Reader Of The Month

 
จำนวนผู้ชมเว็บแจ่มใสขณะนี้: 197 ท่าน