Guest   
 
Username:
Password:




 


  
 



 
อ่านเรื่อง
Handsome celeb ผมหล่อนะครับแล้วคุณจะรักแบบไม่ทันตั้งตัว(จบเเล้วจ้า)
Ma belle
My heart still denies to let go
27
18/06/2556 12:41:45
1074
เนื้อเรื่อง

25

My heart still denies to let go

~3 เดือนผ่านไปไวเหมือนโกหก ~
[ ก็โกหกน่ะสิ : นักเขียน ]
หลังจากวันนั้นที่ฉันรู้ว่าไรเฟิลปลอดภัยฉันก็ไม่เคยกลับไปหาเขาอีกเลย แล้วใครจะกล้ากลับไปหละในเมื่อเรื่องเลวร้ายทุกอย่างที่มันเกิดขึ้นมันก็เเพราะฉัน ฉันเองที่เป็นต้นเหตุของเรื่องวุ่นวายมากมาย แล้วอีกอย่างฉันก็ไม่มีสิทธิกลับไปที่นั้นได้อีกแล้วเพราะยาหยีคงจะไม่อยากให้ฉันไปเสนอหน้าให้เธอเห็น 
ทั้งๆ ที่เรื่องมันก็ผ่านมานานมากแล้วแต่ฉันก็ยังลืมเขาไม่ได้สักที หัวใจของฉันยังคงเรียกร้องหาเขาอยู่เสมอทั้งๆ ที่มันคงจะเป็นไปไม่ได้ ฉันหมดความหวังและหนทางที่จะได้เขาคืนกลับมาเพราะยังไงซะบางทีอยู่กับยาหยีเขาคงจะสุขใจกว่าอยู่กับฉัน แต่ยิ่งรู้ว่าสองคนนั้นอยู่ด้วยกันความเจ็บปวดมันกับทวีคูณมากขึ้นจนใจแทบขาดอยู่รอนๆ
ตลอดชีวิตฉันไม่เคยรักใครมาก่อน และไรเฟิลก็เป็นคนแรกที่สอนให้ฉันรู้จักกับคำว่ารัก แต่มันจะไปมีประโยชน์อะไรในเมื่อ รักมากแค่ไหนก็รักได้แค่หัวใจเท่านั้นสุดท้ายฉันก็ต้องกลายเป็นคนที่ปวดร้าวทุกทรมารกับความรัก
มีใครที่ไหนบ้างที่รักคนอื่นแล้วไม่ต้องการได้รับความรักตอบ….ใครจะแสนดีขนาดนั้น มันไม่มีหรอก ถึงแม้ว่าปากจะบอกไปว่าไม่หวังอะไรจากเขา แต่อะไรที่มันให้ไปเรื่อยๆ แล้วไม่ได้กลับคืนสักวันหนึ่งความอดทนมันก็ต้องหมดไป แล้วพอหันกลับมาดูตัวเองอีกที ก็จะพบว่าสิ่งที่ได้รับกลับมาไม่ได้มีอะไรนอกเหนือไปจากความเจ็บปวดทุกข์ทรมานเจียนตายในหัวใจ เมื่อคนที่เรารักไม่เคยแม้แต่จะเหลียวมองความรักที่เรามีให้อย่างเปี่ยมล้นมาโดยตลอด 
แต่ถึงแม้ว่าณจุดๆ นี้ ฉันจะต้องเจ็บปวดสักเพียงไหน แม้ว่าจะเติมเท่าไหร่ก็ไม่เคยเต็มแต่ฉันก็จะยอม เพราะฉันยอมทนเจ็บที่เขาไม่รักฉันได้ แต่ทนเจ็บที่จะเลิกรักเขาไม่ได้ 
สำหรับฉันแล้วเขาคือคนที่ใช่ และฉันก็หวังให้เขาได้พบกับคนที่ใช่เหมือนที่ฉันเจอ  แม้ว่าใครคนนั้นจะไม่ใช่ฉันก็ตาม...
“มอมแมม! มีคนมาหา”เสียงยัยหวานเย็นเรียกฉันให้ตื่นจากความฝันแล้วกลับมาอยู่ในชีวิตจริงดังเดิม
ลืมบอกไปเลยว่าตอนนี้ฉันกลับมาทำงานที่โรงแรมเหมือนเดิม แล้วก็พึ่งมารู้ทีหลังด้วยว่าคนที่เป็นเจ้าของโรงแรมก็คือคุณเจน ฉันเลยแอบพึ่งบารมีของเธอ ยกระดับตัวเองให้มามีตำแหน่งเทียบเท่ากับคุณจันทร์เจ้าฉาย ฮ่าๆๆๆ! ทีนี้ก็เลยไม่มีใครกล้ามาโขกสับฉันอีกต่อไปแล้ว ^O^
ว่าแต่เมื่อกี้ยัยหวานเย็นบอกว่ามีคนมาหาฉันนี่ แล้วมันใครวะ
“ใครมาหาหรอ”
“ไม่รู้อะ เขาบอกมาแค่ว่าเขาสวยเริด”
=O=; แล้วจะไปรู้ได้วะว่าเป็นใคร
“แล้วตอนนี้เขาอยู่ไหนหละ ไอ้ที่บอกว่าสวยเริดอะ”
“อยู่ในห้องอาหารคนที่สวมหมวกเข้าไปแล้วเดี๋ยวก็รู้เอง”
ฉันเดินมาที่ห้องอาหารตามที่หวานเย็นบอก ก็เห็นผู้หญิงคนหนึ่งนั่งอยู่ที่ริมหน้าต่างและสวมหมวกอย่างที่บอกไว้จริงๆ ด้วย ว่าแต่จะใส่ทำไมในเมื่อนี้มันเป็นห้องอาหารแบบ in door ไม่ใช่ out door ซะหน่อย ว่าแต่หมวกที่คุณเธอใส่มันช่างเป็นหมวกที่มหาใหญ่ โคตรใหญ่ ใหญ่มากกกกกก โอ๊ย! ใหญ่จนบอกไม่ถูกเลย แต่เก็บเรื่องหมวกเอาไว้ก่อนแล้วหันมาสนใจว่าเธอเรียกฉันมาทำไมดีกว่าไหม
ฉันรีบเดินตรงเข้าไปหาเธอทันที
“เอ่อ...คุณเรียกฉันหรอคะ? “
“ใช่! “เธอตลบหมวกตัวเองขึ้นมา ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมามองหน้าฉันต่ออีกที
“ O_o! ซิดนีย! “
เพี๊ยะ!
ยังไม่ทันที่จะได้พูดจากันสักคำ ซิดนีย์ก็ฟาดฝ่ามือมาเต็มๆ หน้าฉันอย่างแรงจนหน้าหัน เจ็บมาก ขอย้ำว่าเจ็บมากกกกกกกก TOT
มือหนักอย่างนี้นี่เองถึงได้ตบกับยาหยีได้
“มาตบฉันทำไม๊ TOT “
“ก็สำหรับที่เธอทำให้พี่ฉันต้องเข้าโรงพยาบาลไง”
“-_-“ แต่นั้นมันผ่านมาต้องสามเดือนแล้วน๊า...”
“ฉันไม่สน! ตบแค่นี้มันยังน้อย ฉันอยากจะเอาน้ำส้มมาราดหัวเธอด้วยซ้ำไป”พูดจบคุณเธอก็หยิบแก้วน้ำส้มมาเทราดหัวฉันทันที
แบบนี้มันไม่เรียกว่าอยากแล้ว มันต้องเรียกว่าทำเลยต่างหาก ><
“เธออยากรู้ใช่ไหมมอมแมม ว่าทำไมฉันต้องตบเธอ เดี๋ยวฉันจะบอกเธอให้หมดเลย”
เพี๊ยะ!
“สำหรับที่เธอไม่ยอมไปเยี่ยมพี่ฉัน”
เพี๊ยะ!
“สำหรับที่เธอทำให้พี่ฉันเสียใจ”
เพี๊ยะ!
“สำหรับที่เธอทำให้พี่ฉันเปลี่ยนไปทั้งกินเหล้าเมาหัวราน้ำ สูบบุหรี่เป็นสิงค์อมควัน จนทุกวันนี้แทบจะพี้ยาด้วยอยู่แล้ว”
เพี๊ยะ!
“และสุดท้ายสำหรับที่เธอทำให้พี่ฉันตัดสินใจแต่งงานกับอีนังยาหยีผีนรกนั้น”
ซิดนีย์ตบฉันไปพลางพูดอธิบายไปด้วยทุกเหตุผลจนหน้าฉันแดงเป็นปื้นไปหมดทั้งสองข้างและปากก็แตกด้วย ก่อนที่เธอจะลงไปนั่งที่เก้าอี้เหมือนเดิมราวกลับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ว่าแต่..ฉันเนี่ยนะจะทำให้ไรเฟิลเป็นมากมายถึงขนาดนั้น โกหกรึป่าว? ถึงฉันจะรู้ว่าตัวเองผิดแต่มันก็ไม่น่าจะมากมายขนาดนั้นนี่หว่า หรือแค่ต้องการตบฉันก็เลยอ้างไปเรื่อยเปื่อย  
“นั่งสิ! ฉันมีเรื่องจะคุยกับเธอ มายืนค้ำหัวอยู่ได้”
ฉันรีบนั่งลงทันทีเพราะไม่อยากให้แม่คุณวีนแตกขึ้นมาอีกรอบ
“มีอะไรจะคุยกับฉันหรอ”
“เธอรักไรเฟิลไหม”
“O_o! หะ..ห๊า! ถามอะไรอย่างงั้นหละ”
“นี่อย่ามาทำเป็นกระแดะได้ไหม ถามอะไรก็ตอบมาสิ ตกลงว่าเธอรักไรเฟิลใช่ไหม”
“ก็ใช่”เป็นคำตอบสั้นๆ ที่ฉันบอกไป ก็ฉันรักเขาจริงๆ ถึงจะโกหกไปก็ไม่มีประโยชน์ในเมื่อรักของฉันมันก็ไม่ได้มีความหมายอะไรกับไรเฟิลอยู่แล้ว แต่น่าจะมีความหมายกับซิดนีย์มากเพราะพอเธอได้ยินก็กรี๊ดลั่นทันที
“กรี๊ดดดดดดดดดด!ก็ใช่หรอ? แล้วทำไมตอนที่ไรเฟิลถามเธอไม่ตอบไปหละ หน้าโง่!ปล่อยให้อีนังยาหยีเอานอขวิดไปถึงไหนต่อไหนได้ยังไงกัน”
“ไรเฟิลเขาก็อยากให้เป็นอย่างนั้นอยู่แล้วไม่ใช่หรอ =O= “
“กรี๊ดดดดดดดดดดด! อยากบ้าอยากบออะไร วันๆ ไม่ทำอะไรกินแต่เหล้าแล้วก็สูบบุหรี่ จนตอนนี้สภาพจะไม่เหมือนคนอยู่แล้ว”
O_O เมื่อกี้ฉันได้ยินไม่ผิดแน่นะว่าไรเฟิลกินเหล้ากับสูบบุหรี่ ไม่จริงเด็ดขาด!เขาไม่มีทางทำเรื่องพวกนี้แน่นอน ซิดนีย์ต้องโกหกแน่เลย
“ไรเฟิลเนี่ยนะสูบบุหรี่กับกินเหล้า ไหนเขาบอกว่ากินเหล้าแล้วเวลาเมาไม่หล่อแถมสูบบุหรี่แล้วก็เซ็กซ์เสื่อม มันจะเป็นไปได้ร้อ...”
“เขาไม่สนใจหรอกน่าว่ามันจะเสื่อมหรือไม่เสื่อม เพราะแค่เห็นหน้ายัยยาหยีมันก็ทั้งเสื่อมทั้งตายด้านและก็อยากตายไปพร้อมๆ กันอยู่แล้ว”
“ไม่จริงหรอก ถ้าเห็นแล้วเสื่อมจริงไรเฟิลคงจะไม่มีอะไรกับยาหยีไปทั่วทั้งในลานจอดรถ ในลิฟต์ ในห้องบนเตียงของไรเฟิลแน่นอน”
ซิดนีย์ทำหน้าตาไม่เชื่อสุดชีวิตทันทีได้ยินเรื่องที่ฉันพูด
“โกหก! ฉันไม่เชื่อเธอหรอก ถึงไรเฟิลจะเซ็กซ์จัดมีอะไรกับผู้หญิงไปทั่ว ทั้งในลานจอดรถ ในลิฟต์อย่างที่เธอว่า แต่ไม่มีทางที่จะเป็นยัยยาหยีไปได้เพราะไรเฟิลเขารู้ความร้ายกาจของอีนังกระซู่นี่ดีพอ ดังนั้นไม่มีวันทำแบบนั้นได้ นี่ถ้าไม่สวยเริดอย่างฉันไม่กล้ายืนยันหรอกนะ”
“แต่ว่ายาหยีท้องกับไรเฟิลไม่ใช่หรอ”
“กรี๊ดดดดดดดดดด! อีนังยาหยีมันพูดอย่างนั้นหรอ หนอยยย...อีนังนี่กล้าขนาดนี้เลยเชียว ส่วนเธอนี่มันก็ควายจริงเลยนะ”
“อ้าว...อยู่ดีๆ มาชมว่าฉันแข็งแรงทำไม ^^ “
“กรี๊ดดดดดดดดดดดดด! อีโง่! ฉันหมายความว่าเธอโง่เหมือนควายต่างหากเล่า >O< “
“แล้วมาว่าฉันโง่ทำไมอะ”
“จะไม่ให้ด่าได้ไงก็โง่จริงๆ นิ เชื่อคำพูดนังยาหยีไปได้ไงมันเนี่ยนะจะท้อง รอให้แกมีเขางอกออกมาหรือว่าออกลูกเป็นควายซะก่อนฉันถึงจะเชื่อ ถ้ามันท้องจริงลูกมันก็คงไหลออกมากองกับพื้นแล้วเพราะว่าฉันตบกับมันทุกวัน”ซิดนีย์พูดด้วยท่าทางจริงจังมากมาย แต่ทำไมจะต้องยกเอาฉันไปเปรียบเทียบด้วยเล่า ><
ว่าแต่ถ้าซิดนีย์พูดแบบนี้ก็แสดงว่า....
“ O_o! ตกลงยาหยีไม่ได้ท้องหรอ”
“ก็ไม่ได้ท้องหละสิ!”
คำตอบของซิดนีย์เล่นเอาฉันอึ้งจนพูดไม่ออกนี่แสดงว่าที่ผ่านมาฉันพลาดมาตลอดเลยใช่ไหม?
ฉันมันโง่! ทั้งโง่ทั้งควายอย่างที่ซิดนีย์บอกจริงๆ ด้วย มารู้ตอนนี้มันจะมีประโยชน์อะไร....ในเมื่อมันสายไปแล้ว
“ไรเฟิลรักเธอมากนะ ฉันพูดความจริง ทั้งที่ปกติเขาจะชอบแต่ผู้หญิงสวยๆ แล้วก็ไม่เคยคบกับใครนานเกินสามวัน แต่กลับเธอฉันคิดว่าเขารักเธอจริงๆ ถ้าเธอไม่หนีมาอย่างนี้ไรเฟิลก็คงไม่ประชดโดยการเลือกแต่งงานกับอีนังยาหยีหรอก”
ยิ่งได้ยินซิดนีย์พูดแบบนี้ฉันยิ่งรู้สึกแย่ ฉันทำร้ายทั้งตัวเองทั้งคนที่ฉันรักและคนที่รักฉันมาตลอดเพราะความซื่อบื้อของตัวเองแท้ๆ
“นี่! ที่ฉันพูดเนี่ยไม่ได้ต้องให้เธอมานั่งทำหน้าซื่อบื้อเหมือนควายกำลังจะตายแบบนี้นะ >O<”ซิดนีย์บ่นแล้วหยิบถุงเสื้อผ้าที่อยู่ข้างตัวมาให้ฉัน
“อะไรหรอ”
“เสื้อผ้าไง! คืนนี้งานแต่งไรเฟิลถ้าเธอรักเขาก็ไปทวงเขาคืนมาซะ เขาไม่ใช่คนใจแข็งถ้าเธอง้อรับรองว่าไม่มีทางดื้อดึงโกรธเธอได้นาน  แล้วเรื่องเสื้อผ้าฉันจัดการให้หมดแล้วขอบอกว่าสวยเริดเพราะถ้าไม่สวยเริดหรือสวยแต่ข้างนอกแล้วข้างในเละๆ ฉันก็ไม่ให้หรอกนะ”
นี่ซิดนีย์ถึงขนาดลงทุนมาบอกฉันแถมยังจัดชุดให้อีกด้วย โหยยยยย! ซาบซึ้งใจจริงๆ เลย
“ขอบคุณนะซิดนีย์ ^^ “
“ไม่ต้องมาขอบคุณ เพราะฉันไม่ได้อยากจะญาติดีกับเธอสักเท่าไหร่เพียงแต่อย่าน้อยเธอก็ดีกว่ายาหยีเยอะ อ้อ! ลืมบอกไปสองทุ่มฉันจะให้คนมารับเธอที่นี้ อย่าลืมหละ”ซิดนีย์สั่งเสร็จก็หันไปหยิบแก้วน้ำส้มจากโต๊ะข้างๆ มาสาดหน้าฉันเต็มๆ
เชื่อแล้วหละคะว่าไม่ได้อยากญาติดีด้วยจริง -_-;
ข้อความ :
จากคุณ * :
 

 
    มีปัญหาทางเว็บ ติดต่อ [email protected] จำนวนผู้ชมเว็บแจ่มใสขณะนี้: 152 ท่าน

Line PM