Guest   
 
Username:
Password:




 


  
 



 
อ่านเรื่อง
Marble จิตวิญญาณแห่งลูกแก้ว
Mahony
บทที่3 ภารกิจในป่่าโคลน
4
19/10/2554 18:42:02
203
เนื้อเรื่อง
บทที่3 ภารกิจในป่าโคลน
 
 
            วันที่ลูกหลานไม่อยู่บ้านงานอดิเรกของคนเฒ่าคนแก่คงเป็นการถักไหมพรม อ่านหนังสือ ดื่มชา และก็เข้าวงสนทนากันระหว่างคนแก่ คุณย่าเมนีนก็เช่นกันหลังจากที่เธอกลับจากสมาคมพืชและสมุนไพร เธอก็กลับมานั่งถักไหมพรม จิบชาบริเวณโต๊ะหินริมน้ำหลังบ้านที่เธอและชาช่าแม่บ้านผู้ซื่อสัตย์มาช่วยกันปลูกเอาไว้ เธอต้องเร่งมือถักผ้าผันคออีกผืนเพราะว่าเธอมีหลานเพิ่มมาอีกคนแล้วนี่นา ขณะที่เมนีนกำลังดื่มด่ำกับบรรยากาศอันเงียบสงบและคงจะเงียบสงบกว่านี้หากไม่มีเด็กผู้หญิงอายุประมาณ 6-7 ขวบ มัดผมแกละวิ่งมากอดเธอจากด้านหลัง ทำเอานิ้ตติ้งที่เธอถักหลุดไปทั้งแถว
“คุณย่าขา คุณพ่อส่งจดหมายมาด้วยล่ะ! บอกว่าจะมาหาเราอีก 2 สัปดาห์ค่ะ” เพราเนล เพนเดอโล บอกย่าของเธออย่างนั้น
“ดีจังนะ แล้วเป็นไงล่ะลูก ไปแอบดูพิธีเปิดมานี่ ใช่ไหมพีโป” ประโยคหลังเธอมองไปทางสุนัขตัวหนึ่งที่นอนหูตกอยู่ที่เท้าของเด็กน้อย
“หนูไม่ได้แอบนะคะพี่พาไปต่างหาก! อ้อจริงสิพี่เคได้อยู่กลุ่มเดียวกับพี่ชาด้วยค่ะ แถมยังผ่านด่านแรกไปได้สบายบรื๋อ ฮิฮิ”เห็นได้ชัดว่าเพราเนลพยายามเปลี่ยนเรื่องให้ออกจากตนเองที่สุด นี่เป็นวิธีของคนฉลาดนะ!
“จริงสิ ย่ายังไม่ได้บอกหนูกับเคเลยนี่ อันที่จริงหนูมีพี่สาวด้วยนะ เธอชื่อเพนนี ดีใจไหมที่มีพี่สาว”
“ดีใจค่ะ!! แต่ว่าทำไมหนูไม่รู้เรื่องมาก่อนเลย พี่เครู้ไหมคะ”
“ไม่รู้จ้ะพี่สาวของหนูพลัดพรากจากฝาแฝดตั้งแต่หนูยังไม่เกิด” อันที่จริงหลานฝาแฝดของเธอไม่มีอะไรเหมือนกันทั้งเพศ ชื่อ แม้แต่หน้าตา ถ้าคนที่ไม่รู้เจอเข้าคงไม่มีทางรู้ว่าสองคนนี้เป็นฝาแฝดกัน ไม่สิ ขนาดถ้าทั้งสองคนมาเจอกันก็คงไม่รู้อยู่ดีว่าตัวเองเป็นแฝด นี่แหละนะแฝดต่างไข่แต่ว่าจะดีหรอ... เพเนลจ้ะ ช่วยอะไรย่าหน่อยสิ”
 
            ภายในป่าโคลนมีลัษณะที่ตรงตามชื่อเลยทีเดียวเพราะในป่าที่ว่ามีหลุมโคลนกระจัดกระจายเป็นหย่อมๆ นี่เรนาก็เดินตกหลุมโคลนไปแล้ว 2รอบ ดีที่เพนนีค่อนข้างเป็นคนช่างสังเกตเลยไม่ตกลงไปด้วย แล้วป่าโคลนยังมีสภาพแบบป่าดิบชื้นหรือป่าดงดิบนั่นเอง คือมีลักษณะเป็นป่ารกทึบ มองดูเขียวชอุ่มตลอดปี มีพันธุ์ไม้หลายร้อยชนิดขึ้นเบียดเสียดกันอยู่ทั้งขนาดใหญ่ ขนาดกลาง และขนาดเล็กเพนนีเดินมาพร้อมกลุ่มของเธอ ซึ่งมีตั้ง 5คน แต่ยังไงเพนนีกลับสู้สึกเหมือนเดินคนเดียว เพราะเรนาก็เอาแต่เดินไปดูหนังสือเล่มใหญ่ที่เธอแบกมาด้วย ไม่ก็เก็บสมุนไพรที่ว่าหายากๆติดไม้ติดมือไปซึ่งการเดินแบบไม่ระวังนั่นก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เรนาตกบ่อโคลนบ่อยๆ ส่วนพาเมล่ากับเอรีนก็ไม่ต้องพูดถึงเพราะพวกเธอเดินคุยกันแบบ ‘โลกนี้มีเพียงเราสอง’ จึงเหลือเธอกับเบลลีนที่เดินกันเรื่อยเปื่อย แต่ในความรู้สึกของเพนนีมันน่าเบื่อ!พระเจ้าช่วยเธอด้วยได้โปรดดลใจให้ใครก็ได้ชวนเธอคุยทีเถอะ! ขณะที่เพนนีกำลังเพ้อหางตาเธอก็เหลือบเห็นเบลลีนกำลังจ้องเธออยู่ไม่วางตา เพนนีรู้สึกขนลุกนิดๆทำไมเบลลีนมองเธออย่างนั้นนะ เอ๊ะ! หรือว่าเบลลีนเป็นพวก…พวก…พวกรักร่วมเพศ
“เธอคือใคร”อยู่ๆก็ดูเหมือนว่าพระเจ้าจะดลใจเบลลีนที่เดินเงียบมาตลอดทางชวนเพนนีคุย ซึ่งเพนนีก็หันขวับมาทันที
“หือเมื่อกี้เธอว่าอะไรนะ…เธอจำชื่อฉันไม่ได้หรอเนี่ย”เพนนีถามกลับแล้วพูดต่อโดยไม่รอคำตอบ “ฉันชื่อเพนนี” ที่แท้ก็ลืมชื่อเธอนี่เองคิดไปซะไกลเลยย
“ไม่ใช่ฉันหมายถึง‘เธอคือใคร’”
เพนนีขมวดคิ้วนิดหน่อยแล้วตอบไปพาซื่อ “ฉันก็คือ เพนนีไง เพนนี เพนเดอโล พ่อชื่อ พอล เพนเดอโล ย่าชื่อเมนีน เพนเดอโลแล้วก็มีน้องสาวกับพี่ชายที่ฉันจำชื่อไม่ได้แล้ว เธอจะให้ฉันเป็นใครได้ล่ะ”
            ดูจากที่เพนนีบอกเธอก็เป็นข้อมูลที่ไม่มีอะไรแปลก แล้วไอเวทย์มนต์ที่อยู่รอบๆตัวเธอมันคืออะไรถ้าเป็นคนอื่นคงไม่รู้สึกถึงความแตกต่างนั่น แต่นี่คือเบลลีน คนที่อยู่กับเวทย์มนต์มาตั้งแต่เกิดเธอมีผัสที่ไวมากแค่มองปราดเดียวก็รู้ว่าคนนั้นใช้มนต์ธาตุอะไร แต่กับเพนนีคนนี้เธอกลับไม่รู้อะไรเลย…
“เบลลีนแล้วเธอมาแข่งทำไมหรอ เพราะของรางวัลหรือป่าว” เพนนีที่ได้โอกาสชวนคุยกลับจึงรีบถามออกไป
“แล้วเธอล่ะ”
“ฉันถูกพ่อบังคับมาน่ะสิ”เพนนีตอบพลางทำจมูกย่น
“ฮ๊า…เพนนีเธอก็ถูกพ่อสั่งมาหรอ เหมือนฉันเลย”เอรีนที่บังเอิญได้ยินบทสนทาของสองคนนั้นเข้าเลยมาร่วมวง “พ่อฉันน่ะเอารางวัลมาแลกฉันเลยฮึดสู้เต็มที่เลย ฮิฮิ…แล้วเธอล่ะเรนามาแข่งทำไมหรือว่าพ่อบังคับเหมือนกันจ้ะ” คำตอบที่ได้คือการส่ายหน้าก่อนตอบว่า
“เปล่าจ้ะ ท่านพ่อท่านแม่ของฉันเสียไปนานแล้วล่ะแต่เพราะคุณย่าของฉันป่วยน่ะแล้วฉันต้องการดอกคาเลเทนไปทำยา ไม่งั้นย่าคงจากฉันไปอีกคน…”เรนาบอกกับเพื่อนใหม่ตามตรงคงเพราะว่าเธอรู้สึกว่าเพื่อนใหม่พวกนี้น่าไว้ใจและเป็นคนดี…หรือเปล่านะ?
            บมสนทนาจบลงแค่นั้นเมื่อมีเด็กผู้หญิงกับเด็กผู้ชายกำลังวิ่งหนีแมลงยักตัวหนึ่งมาทางนี้ พร้อมกับร้องขอความช่วยเหลือไปตลอดทาง “ช่วยด้วยยย ช่วยด้วยย” ในที่สุดเด็กผู้หญิงคนนั้นก็วิ่งจนมาชนกับเพนนีเข้า พวกเธอที่พอมองเหตุการณ์ออก เรนารับหน้าที่พาเด็กทั้งสองคนวิ่งไปแอบหลังพุ่มไม้ ส่วนพวกเธอก็จัดการกับแมลง แมลงที่ว่ามีลักษณะเหมือนแมงป่องแต่มีนอเหมือนแรดแล้วตัวใหญ่กว่าแมงป่องร้อยเท่า!เมื่อจัดการกับแมลงตัวนั้นเสร็จเอรีนก็ได้ยินเสียงเรนาร้องกรี๊ดออกมาจากหลังพุ่มไม้ พวกเธอจึงรีบวิ่งไปดูก็เห็นเรนานั่งกอดเด็กหน้าซีดมองไปยังฝูงแมลงชนิดเดิม  ที่มีประมาณ 20 ตัว เอาแล้วไงงานเข้าแล้ว เพนนีคิดจากนั้นพวกเธอ 4คนก็แยกกันจัดการกับแมลงโดยเบลลีนที่ขี้เกียจเสียเวลาร่ายเวทย์จึงใช้แซ่หนังของเธอจัดการกับแมลงพวกนั้นอย่างเมามัน เอรีนก็ใช้วิธีเดิมเนื่องจากเธอไม่ถนัดต่อสู้ประชิดตัวจึงปีนขึ้นไปบนต้นไม้แล้วยิงธนูลงมา พาเมล่าก็ฟันดาบที่มีขนาดยาวขึ้นกว่าเดิมเป็นวงกว้างจัดการแมลงพวกนั้นได้เป็นจำนวนมากในคราวเดียว ส่วนเพนนีก็เรียกคฑามาไว้ในมือ แล้วร่ายเวทย์บางอย่างทำให้พื้นเกิดวงแหวนเวทย์สีทองจากนั้นแมงป่องในรัศมีก็ถูกพลังที่มองไม่เห็น ฟาดฟันอย่างต่อเนื่อง เรนาที่ตั้งสติได้ก็คอยใช้เวทย์รักษาพวกเธอบางคนที่พลาดท่า แม้แต่แผลถลอกเล็กๆเธอก็รักษาให้ มีครั้งหนึ่งเพนนีพลาดท่าถึงแมงป่องตัวหนึ่งให้หนามบนตัวมาข่วนที่ขาเป็นทายาวแต่เธอยังไม่ทันหายชาแผล แผลที่ค่อนข้างลึกของเธอก็สมานตัวอย่างรวดเร็วแน่นอนว่านี่เป็นฝีมือเรนา ใช้เวลาไม่นานพวกเธอทั้ง 5 ก็จัดการกับแมลงฝูงใหญ่สำเร็จ พวกเด็กก็เห็นว่าเป็นเรื่องสนุกตั้งแต่มีคนมาช่วยแล้ว
“โห!พวกพี่ๆนี่เก่งเป็นบ้าเลย จัดการพวกนี้ใช้เวลาไม่ถึง 5 นาทีด้วยซ้ำ”เด็กผู้หญิงที่มัดผมแกละหันมาชื่นชมพวกเธอด้วยดวงตาเป็นประกาย ส่วนเด็กผู้ชายที่มาด้วยกันก็หันไปแลบลิ้นปลิ้นตากับซากแมลง
“พวกหนูเข้ามาที่นี่ได้ยังไงคะ”เอรีนถามเสียงอ่อนโยน
“พีโปพามาค่ะ! …โอ้ย ชินนายมาตบหัวฉันทำไมเล่า!!”
“ก็เธอบอกเขาไปอย่างนั้นเขาจะรู้ไหมว่าพีโปคืออะไร” ใช่แล้วเพราะพวกเธอก็กำลัง งงๆอยู่ว่าพีโปมันคืออะไร
“คือว่าพวกเรามาหาพี่ชายของเธอน่ะครับ พวกพี่พอจะเห็นผู้ชายกลุ่มนึงผ่านมาแถวนี้ไหม”
“ไม่เห็นจ้ะ ตั้งแต่เข้ามาที่นี่พวกเราไม่เจอใครเลย”พาเมล่าตอบให้
“งั้นพี่พอจะเห็นคนในรูปไหมคะ”เด็กผู้หญิงว่าพลางกางกระดาษในมือให้ดู  พาเมล่าหลุดขำออกมาเมื่อได้เห็นภาพวาดในกระดาษ “นั่นแมงกะพรุนหรอ คิก คิก”การกระทำอันไร้มารยาทนั่นทำให้เอรีนตีแขนพาเมล่าไปดัง เพี้ยะ “น้องเค้าวาดได้แค่นี้ก็บุญแล้วน่า เอ่อคือว่าพวกเราไม่เห็นปลาหมึกที่นี่หรอกจ้ะ” เอรีนตอบพาซื่อแต่ดันทำให้เด็กน้อยหน้าเสียพร้อมกับที่เพนนีกับพามาล่าปล่อยหัวเราะ ก๊าก ออกมาพร้อมกัน
“งั้นหนูขอตัวก่อนนะคะ” เด็กน้อยตอบหน้าแดง ก่อนจะเรียกหมาติดปีกที่บนวนอยู่ข้างบนลงมารับ หลังจากเด็กทั้งสองไปไกลแล้วพาเมล่าก็พูดขึ้นว่า “ฉันว่าเด็กสองคนนั้นหน้าคุ้นนะ”
“พาเมล่า เธอจำไม่ได้หรอเนี่ยก็เด็กผู้ชายคนนั้นเป็นน้องชายชาลัสไง แต่ไม่ได้เจอกันนานคงจำเราไม่ได้หรอก”
“อืมฉันว่าแล้ว แล้วเด็กผู้หญิงผมแกละคนนั้นล่ะ” แล้วพาเมล่าก็ตบมือดังป้าบทำให้เพนนีที่ยืนอยู่ข้างๆสะดุ้ง “ฉันรู้แล้วๆๆ เด็กนั่นหน้าตาเหมือนเพนนีไงดูสิต่างกันแค่สีผม ผมของเด็กคนนั้นสีน้ำตาลอ่อนแต่เธอน้ำตาลเข้ม ส่วนหน้าตาก็เหมือนเพนนีย่อส่วนชัดๆ”
“เธอจะบ้าหรอ เหมือนที่ไหนไม่เห็นเหมือนเลย” แต่เพนนีก็ต้องยอมแพ้เพราะทุกคนเห็นด้วยกับพาเมล่าแม้แต่เบลลีนก็ด้วย นี่ฉันหน้าโหลขนาดนั้นเลยหรอเนี่ย
 
          “นี่ยัยหอยทากฉันหิวแล้วเอาขนมปังมากินกันเถอะ” ชินที่ตอนนี้อยู่บนหลังพีโปกับ เพราเนลบอกพางเอื้อมมือไปหยิบขนมปังจากเป้ แต่มีมือเล็กๆจากเพราเนลมาขวางไว้ก่อน
“หยุดเลยนะ นั่นมันส่วนของเค้าแท้ๆ ชินกินหมดตั้งแต่หน้าบ้านแล้วนี่เค้าเตือนแล้วว่าเดี๋ยวชินต้องหิวอีกชินก็ไม่ฟัง!”
“อย่าพูดมากน่าใครให้ย่าเธอทำขนมปังอร่อยเล่า เอามานะฉันจะกิน!!” แล้วเด็กทั้งสองคนก็ยื้อยุดฉุดกระชากขนมปังต้นเหตุกันอย่างดุเดือด
“หยุดนะเฮ้ย พวกเด็กบ้าเดี๋ยวก็ตกลงไปอีกหรอก!” พีโปที่ต้องรับกรรมมาคุมเด็กตะโกนเตือน ก็เมื่อกี้เจ้าเด็กจอมซนทั้งสองคนนี่ทะเลาะกันทำให้ตกจากหลังเขาไปจนเกือบโดนแมงยักษ์เขมือบแต่ก็ยังไม่เข็ดอีก มันน่านัก! “เฮ้ย เพเนล นั่นใช่พี่เธอหรือเปล่าเสื้อแดงๆน่ะ” พีโปตะโกนบอก
“ไหนๆ ใช่แล้วๆ หนูจำได้ว่าพี่เคใส่เสื้อสีแดงออกมา พี่บอกว่ามันเป็นสิริมงคล”เพเนลตอบเสียงใส อันที่จริงพีโปก็ค่อนข้างมั่นใจว่านั่นเป็นเจ้านายอีกคนของเขาเป็นแน่ ก็ใครล่ะจะบ้าใส่เสื้อสีแดงมาเดินป่า แล้วพีโปก็บินโฉบลงไปตรงบริเวณที่มีผู้ชาย 5 คนกำลังเดินผ่าน
 
            “พี่เค!!!”เสียงใสๆของเพเนลตะโกนเรียก เคนินที่กำลังเดินตามกลุ่มเพื่อนอยู่ให้หันกันมาทั้งกลุ่ม “อ้าวเฮ้ย เพเนลมาได้ไงเนี่ย!” เคนินถามเสียงตกใจประกอบหน้าซีดนิดๆ น้องเค้ามาทำอะไรในป่าคงไม่ได้มาเพิ่มภาระให้เขานะ! เพเนลไม่ตอบกระโดดลงจากหลังพีโปแล้ววิ่งมากอดเคนินจนเขาเซ “พี่เค พี่เค เมื่อกี้หนูเกือบถูกแมงป่องตัวเบ้อเริ่มเขมือบแน่ะ!”
“อ้าวทำไมอ่ะ”เคนินถามด้วยความเป็นห่วง(ตัวเอง) เพราะถ้าเพเนลเป็นอะไรไปเขาคงถูกพ่อกับย่าฆ่าตายได้
“ก็ๆ ชินค่ะเค้าแกล้งหนู หนูเลยตกลงไปข้างล่าง”เพเนลได้โอกาสก็รีบฟ้องเพื่อนที่ตัวเองชวนมาเป็นเพื่อนทันที ชินที่ถูกพาดพิงถึงกับตาเหลือก แล้วมองไปทางพี่ของตนที่มองด้วยสายตาเย็นเยียบ
“มะ ไม่ใช่นะครับเพราะยัยนี่ไม่ยอมแบ่งขนมปังผมนะ แล้วก็เป็นเพราะหมานี่ไม่ยอมลงไปช่วยเราด้วย” แต่ชาลัสไม่ฟังคำแก้ตัวใดๆของน้องชาย พีโปก็สะดุ้งกับคำกล่าวหาแล้วหันไปมองชินที่ถูกทำโทษด้วยสายตาจากพี่ชาย แล้วหันมายิ้ม(แสยะ)หวานให้เคนินที่มองตาเขียวปั๊ด  แต่บทสนทนาระหว่าครอบครัวก็ถูกขัดจังหวะลงด้วยชายคนหนึ่งที่ไว้ผมยาวประบ่าสีเลือดหมู
“ถ้าพวกนายจะคุยกันก็กลับไปคุยที่บ้านเถอะ ฉันมาหาลูกแก้วไม่ใช่มาดูเด็กทะเลาะกัน” เฟซัสบอกด้วยเสียงเย็นชา พร้องมองเด็กทั้ง 2 คนอย่างดุดุ ทำให้เด็กผู้อ่อนไหวหุบปากฉับโดยพลัน แหมมันน่ากลัวจะตายใครจะกล้าเสี่ยง
“แหมนายก็อย่าซีเรียสน่าเฟซัส...ขอเคลีร์ยปัญหาครอบครัวแป๊บ” เคนินหันไปบอกกับเพื่อนที่ค่อนข้างจะอารมณ์ร้อนไปสักหน่อยแล้วค่อยหันมาถามน้องน้อยของเขา “ว่าไงแม่ตัวยุ่งมีอะไรฮึ”
“คือคุณย่าฝากมาบอกว่าน้องสาวของพี่ที่พลัดพรากกันตั้งแต่เด็กมาแล้วตั้งแต่เมื่อคืนแต่ว่าคลาดกับพี่เพราะว่าเมื่อคืนพี่ไปนอนบ้านพี่ชาคุณย่าตื่นเต้นมากจนรอไม่ไหวเลยจะให้พี่ไปตามหานี่ค่ะรูปหนูไปนะคะ บ๊ายบาย” เพเนลพูดรัวเร็วแบบไม่ต้องพักหายใจแล้วเธอไปฉุดชินขึ้นหลังพีโปแล้วบินออกไปอย่างรวดเร็ว
“น้องแกหายใจทางผิวหนังเรอะ แล้วไหนรูปน้องสาวว่าที่นักธุรกิจผู้ยิ่งใหญ่ ขอดูหน่อยซิ” คลีดินเพื่อนอีกคนในกลุ่มชะโงกหน้าเข้าไปดูรูปในมือเคนิแล้วจู่ๆเขาก็หงายหลังลงไปกับพื้น ไม่ คลีดินไม่ได้เป็นลม แต่เพราะเขาล้มลงไปขำจนตัวงอกับพื้นต่างหาก “เฮ้ยนั่นคนหรือแมงกะพรุนวะ!” มิวลัสคนที่ตัวเล็กที่สุดในกลุ่มเลยชะโงกหน้าเข้าไปดูบ้าง “เฮ้ย นายก็พูดเกินไป น้องเคยังเด็กวาดได้เท่านี้ก็ดีถม...แต่ฉันว่ามันเหมือนปลาหมึกมากกว่า ฮ่าๆๆๆๆ” สองคนนั้นพากันวิจารณ์รูปในมือเคนินกันยกใหญ่ จนเคนินหน้าซีดลงเรื่อยๆ  ในที่สุดฮีโร่อย่างชาลัสก็เข้าไปหยุดการสนทนาของมิสลัสกับคลีดินแล้วพูดว่า “พวกนายพอเถอะ เคนินรู้ดีที่สุดว่ารูปนี้ไม่ใช่รูปที่เพเนลวาดขึ้น แต่เป็นคุณเมนีน คุณย่าของเคต่างหาก”แล้วชาลัสก็เดินมาตบไหล่เพื่อนเป็นเชิงปลอบใจแล้วพูดว่า “นายน่าจะชินกับลายเส้นย่านายได้แล้วนะ...อีกอย่างน้องนายอาจจะหน้าตาอย่างนี้จริงๆก็ได้...”
 
            “ฮั้ดชิ่วว!” เดินอยู่ดีดีเพนนีก็จามออกมาเสียงดัง ทุกคนคิดว่าเพนนีคงไม่สบายเลยหยุดพัก ป่ากว้างใหญ่หาลูกแก้วลูกนิดเดียว ยังไงๆวันเดียวคงหาไม่เจอแน่ และตอนนี้ท้องฟ้าก็เริ่มเปลี่ยนสีเป็นสีส้มขึ้นทุกที พวกเพื่อนๆได้แบ่งหน้าที่คือเรนาจัดที่นอน เพนนีตักน้ำ เบลลีนหาอาหาร เอรีนกับพาเมล่าก็ช่วยกันหาฟืนแล้วก่อไฟทุกคนแยกย้ายกันไปทำหน้าที่ พอเพนนีตักน้ำใส่ลำไม้ไผ่กลับมาก็เห็นเอรีนเดินออกไปหาฝืนมาเพิ่ม ส่วนพาเมล่าก็กำลังก่อไฟ พาเมล่าเพียงเอาฟืนมาสุมๆกันแล้ว เธอก็ดีดนิ้วดัง เป๊าะ! จากนั้นไฟก็ลุกพรึ่บเหมือนมายากล ถ้าเพนนีไม่รู้มาก่อนว่าที่นี้ใช้เวทย์มนต์ได้เป็นปกติเธอคงคิดว่าพาเมล่าเล่นกลได้แน่ ไม่ใช่ว่าเพนนีไม่เคยเห็นเวทย์มนต์มาก่อน ที่เธอเดินทางผ่านมิติมาก็มีมากมายที่ใช้เวทย์มนต์ได้ เช่น การทำนายดวง การสาปแช่ง การขอพรจากเทพเจ้า แต่ว่ามิติพวกนั้นจะไม่เห็นผลชัดเจนขนาดนี้ อันที่จริงที่นี่ก็สามารถเรียกได้เต็มปากเลยว่า ดินแดนพ่อมด แม่มด ที่เพนนีใช้เวทย์มนต์ได้ก็เพราะเธอเคยฝึกกับพ่ออยู่บ่อยๆ แต่เธอก็ทำได้เพียง งอช้อน  ทำของให้ลอยได้ เหมือนพวกนักพลังจิต แล้วเธอก็นำมันมาพลิกแพลงไว้ป้องกันตัวเองได้บ้าง แต่พอมาอยู่ที่นี่เธอรู้สึกได้ว่าพลังของเธอมันมากขึ้น มันแสดงออกมาได้ชัดเจนมาก แต่ก็นะจะให้เธอเรียกลม เรียกฝน เสกไฟแบบคนที่นี่ก็คงยากหน่อย เพราะเท่าที่เธอรู้คนที่นี่ก็จะมีธาตุประจำตัวคนที่มีธาตุไหนก็จะใช้เวทย์มนต์ที่ยืมพลังจากธาตุนั้นได้ดีกว่าธาตุอื่นๆ แต่เธอนี่สิธาตุอะไรเธอยังไม่รู้ด้วยว้ำ คงต้องให้เวลาเป็นตัวสอนเธอให้ชินกับโลกใบใหม่ของเธอสักที 

ข้อความ :
จากคุณ * :
 

 
    มีปัญหาทางเว็บ ติดต่อ [email protected] จำนวนผู้ชมเว็บแจ่มใสขณะนี้: 255 ท่าน

Line PM