Guest   
 
Username:
Password:




 


  
 



 
อ่านเรื่อง
Handsome celeb ผมหล่อนะครับแล้วคุณจะรักแบบไม่ทันตั้งตัว(จบเเล้วจ้า)
Ma belle
Thank god I found you
3
10/10/2554 12:52:14
2258
เนื้อเรื่อง

2

Thank god I found you

                ฟิ๊ววววว ~!
เสียงลมหนาวพัดเบา ๆ ท่ามกลางบรรยากาศยามเช้าที่แสนสบาย ขนาดที่หลายๆ คนกำลังนอนหลับสบายภายใต้ผ้าห่มแสนอบอุ่น แต่ทำไมฉันต้องมาวิ่งกระหืดกระหอบแบบนี้ด้วยเนี่ย ทำไมน่ะหรอ? ก็เพราะว่าฉันต้องทำงานไง แล้วนี่ก็เป็นการเริ่มงานวันแรกของฉันด้วย คุณหัวหน้าจอมเข้มงวดนั้นก็ย้ำนักย้ำหนาว่าให้รีบไป จะอะไรกันนักหนากับอีแค่ลูกนายกรัฐมนตรีจะมาพักแค่เนี่ย ทำเป็นมาต้อนรับกันยกใหญ่
ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้วขอเล่าประวัติชีวิตอันแสนรันทดสลดหดหู่หน่อยนะ ฉันชื่อมอมแมม ตามจริงชื่อแสนดีแต่หลังจากที่พ่อแม่ตายแล้วฉันย้ายมาอยู่ที่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้า พวกเขาคงจะเห็นว่าฉันชอบตักดินตักทรายเข้าปากกินก็เลยเรียกกันใหม่หมดเลยว่ามอมแมม หมดกันเลยชื่ออันแสนน่ารักของฉันยังดีนะที่ยังเรียกมอมแมมถ้าเรียกซกมกเนี่ยน่าเกลียดตายชัก >O<
แล้วเรื่องมันก็มีอยู่ว่าขนาดที่ฉันกำลังทำตัวอาโนเนะอยู่ในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าไปวันๆ โดยที่ไม่เคยรู้ตัวเลยว่าเมื่ออายุ 18 ฉันจะต้องออกจากที่นั้น และเมื่อฉันอายุครบ 18 วันแห่งความซวยก็มาถึง ฉันจำใจต้องออกมาพบเจอกับโลกอันแสนโหดร้ายภายนอก ชีวิตฉันนี่มันช่างไม่ต่างอะไรกับพจมานเลยสักนิด
เอาเป็นว่ากลับมาเข้าเรื่องกันดีกว่า ตอนนี้ฉันกำลังมีปัญหาและก็เป็นปัญหาใหญ่ซะด้วยเพราะว่าฉันกำลังหลงทาง
อ๊ายยยยยย! ไม่นะถ้าฉันไปโรงแรมสายมีหวังได้ซวยตลอดชีพแน่เลย T^T
ฉันกวาดสายตามองไปรอบๆ ก็พบคุณยายคนหนึ่งยืนอยู่ ดูจากสภาพของแกแล้วไม่น่าจะเรียกว่ามนุษย์ได้ทางที่ดีควรจะเรียกว่าวัตถุโบราณหรือปูชนียวัตถุมากกว่าเยอะ ผิวงี้เหี่ยวย่นซะจนผ้าอัดกลีบยังชิดซ้ายเลย แต่ไม่ว่าแกจะเป็นยังไงแกก็คือความหวังสุดท้ายของฉันอยู่ดี
“เอ่อ...คุณยายคะ”
“มีอะไรรึอีหนู ยายไม่มีเศษข้าวจะให้หรอกนะยายให้หมามันไปหมดแล้ว”
“แต่คุณยายคะหนูไม่มีอะไรตกถึงท้องมาหลายวันแล้วนะคะเอ๊ย! ไม่ใช่ค่ะคือหนูแค่จะถามทางค่ะไม่ได้มาขอข้าวกิน ^^; “
สงสัยจะอินกับหน้าคุณยายมากไปหน่อยก็เลยพูดต่อบทซะงั้น
“ถามทางหรอ? ทางสายกลางจะนำเราไปสู่สวรรค์คนเราน่ะจะต้องมีธรรมะในใจ ทางสายกลางจะช่วยให้เรามีความสุขได้”
-_-; เอ่อ...นี่มันคนละเรื่องกันแล้ววว เวร! นี่ตกลงว่ายายแกฟังรู้เรื่องรึป่าวเนี่ย หวังว่าคงจะแค่หูไม่ดีเท่านั้นนะ ถ้างั้นถามอีกรอบหนึ่งก็แล้วกัน
“คือไม่ใช่ค่ะ คือหนูอยากจะถามทางไปโรงแรมน่ะค่ะ คือแถวนี้มีโรงแรมบ้างไหมคะ?”
คุณยายมองหน้าฉันแล้วทำท่าเหมือนนึกอะไรบางอย่าง สงสัยจะนึกทางไปโรงแรมแน่เลย
“พะแนงหรอ จะเอาหมูหรือไก่หละ”
หนักกว่าเก่าอีก แล้วจะรู้เรื่องไหมวันนี้
“ =O= ไม่ช่ายยยค๊า...ไม่เอาแพนงจะไปโรงแรม”
“จะเอาแกงเขียวหวานแทน ได้ๆ เดี๋ยวยายพาไปซื้อ”ว่าแล้วคุณยายก็คว้าข้อมือฉันฉุดกระชากลากถูไปตามทาง เห็นเหี่ยวๆ แบบนี้แต่แรงเยอะเป็นบ้าเลย
“ไม่ไปค๊า...ฉันจะไปโรงแรม >O< “
“ไม่ต้องห่วงมีทั้งพะแนง แกงเขียวหวาน แกงขี้เหล็ก แกงส้ม แกงป่ามีให้เลือกอีกเยอะไม่ต้องกลัว ^^ “
แง้...ฉันยังไม่อยากได้กับข้าวตอนนี้ ฉันอยากไปโรงแรม TOT
 
[ Past : Rifle ]
 “นายกลับไปได้แล้วไปฉันรำคาญ ฉันอยากอยู่เที่ยวต่อกับมาดริดเพื่อนฉัน ^^”เสียงยาหยีกึ่งพูดกึ่งสั่งผมหลังจากที่มาส่งเธอที่รีสอร์ทเรียบร้อยแล้ว
“ห๊า...เธอจะให้ฉันกลับเลยหรอ =O=”
ทำแบบนี้นี่เรียกว่ากะจะให้มาส่งอย่างเดียวเลยนะเนี่ย พอหมดประโยชน์แล้วก็ถีบหัวส่งทันที
“ใช่! อยู่ต่อไปก็ไม่มีประโยชน์อะไร นายก็กลับๆ ไปเถอะ ^^ “ พูดจบก็สะบัดผมสวยๆ ของเธอใส่หน้าแล้วเดินหนีไปลั้นลาต่อกับหนุ่มผมเงิน โดยไม่สนใจผู้ชายที่ชื่อไรเฟิลที่ยืนหัวโด่อยู่เลยสักนิดหนึ่ง
เซ็งโว๊ยยยยยยยยยยยยยยย!
TOT
 
โว๊ยยยยยยยย! พ่อนะพ่อไม่น่าหลงกลเชื่อเลยคุณเป็นผู้โชคดีบ้าบออะไร ยาหยีก็สวยหุ่นดีอย่างที่บอกอ่ะนะ แต่มันจะไปมีประโยชน์อะไรถ้าคุณเธอหวงตัวซะยิ่งกว่าจงอางหวงไข่แค่แอบมองขาอ่อนหน่อยเดียวก็ซัดซะหน้าหัน ตอนแรกก็กะจะแอ้มซะหน่อยแต่พอเจอดีกรีความแรงบวกมือหนักๆ ด้วยแล้วผมขอบายก็แล้วกันงานนี้ ถึงแม้ว่าจะแอบเสียดายเล็กๆ ก็ตาม T^T
หลังจากที่ส่งยาหยีที่รีสอร์ท (โดยที่คุณเธอไม่คิดจะรั้งผมไว้สักนิด) ผมก็ขับรถแวะไปเยี่ยมน้าเจน เพื่อนสนิทของพ่อที่โรงแรมของเธอซะก่อน ตามที่พ่อผู้บังเกิดเกล้าสั่งเอาไว้และลูกชายที่ดีย่อมต้องปฏิบัติตาม
ขอแนะนำตัวสักนิดนะครับ ผมไรเฟิลลูกชายคนที่สองในตระกูลแอชเชอร์หรือเรียกง่ายๆ ว่าเป็นหนึ่งในสมาชิกของเซเลบ เซเลบเป็นคำที่ผมตั้งขึ้นมาเพื่อเป็นชื่อที่ใช้เรียกแทนพวกพี่น้องแฟดนรกทั้งสี่ อันประกอบด้วย อาก้า นิวเคลียร์ ทอลฟาและก็ตัวผมเอง
ผมเป็นผู้ชายที่หล่อที่สุดในบ้าน อันนี้พูดตามตรงไม่ได้หลงตัวเองเท่าไหร่ (หรออออ) วันๆ ไม่ต้องทำอะไรมากมายก็แค่แต่งตัวหล่อๆ แล้วเดินโปรยเสน่ห์ไปทั่วให้ชาวบ้านชาวช่องเขาตกหลุมรักเล่น และงานอดิเรกก็คือการบอกเลิกบรรดาสาวๆ ที่คบกันได้ไม่ถึงสามวัน ผมน่ะไม่ใช่คนใจร้ายที่ชอบจีบทิ้งจีบขว้างให้สาวๆ อกหักเล่นโดยไม่มีเหตุผลหรอกนะ เพราะเหตุผลของผมก็คือเบื่อ!
ถ้าเป็นคุณ คุณจะทนได้ไหมหละถ้าต้องทำอะไรจำเจซ้ำซากไปวันๆ คุยกันก็คุยแต่กับคนเดิมๆ ทำอะไรก็ทำกับคนเดิมๆ น่าเบื่อจะตายไป ไหนๆ ประชากรเพศหญิงมันก็มีเยอะอยู่แล้วจะจีบทิ้งจีบขว้างก็ไม่เห็นเป็นไร ในเมื่อผมยังไม่เจอคนที่ใช่ก็ยังมีสิทธิที่จะจีบคนอื่นไปได้เรื่อยๆ ถึงแม้ว่าจะมีคนที่คบกันอยู่แล้ว ดังนั้นตอนนี้ผมเลยมีผู้หญิงที่คบๆ ในวงโคจรประมาณห้าหกสิบคน ก็ไม่เยอะเท่าไหร่ใช่ไหม ^^
แต่ตอนนี้รู้สึกเซ็งโคตรเพราะคนขับรถที่กำลังขับรถให้ผมขับรถได้ช้ามากกกก
ปกติผมก็ไม่เคยให้ใครมาขับรถให้หรอกนะ เพราะว่าชอบแข่งรถก็เลยติดนิสัยขับรถแรงๆ พอคนอื่นมาขับให้มันก็ช้าไม่ถูกใจ แต่ที่คราวนี้มีคนขับรถมาด้วยเพราะพ่อผมคิดว่าลูกชายแสนดีคนนี้จะหื่นจัดตัณหาระเบิดแล้วกระโดดไปปล้ำลูกชาวบ้านเขา ก็เลยส่งคนขับรถมาคอยเป็นไม้กันลูกชาย
แต่ไปๆ มาๆ ผมชักอยากจะไล่คนขับรถคนนี้ออกซะแล้ว ขับรถช้าเป็นบ้าเลย -_-^
“เฮ่ย! ขับรถให้มันเร็วๆ หน่อยดิ”ผมตะโกนบอกคนขับรถอย่างหมดความอดทน
“แต่นี่ผมก็ขับเร็วสุดแล้วนะครับ T^T”
“ก็ไม่ได้ถามว่าขับเร็วสุดรึยัง แต่บอกให้ขับเร็วๆ แค่นี้ก็ไม่เข้าใจรึไงวะ“
ถึงแม้ว่าผมจะบอกไปแล้วว่าให้ขับรถเร็วๆ แต่คนขับรถแสนดีของผมก็ยังขับรถช้าเหมือนเดิมและมันก็ส่งให้ผมหงุดหงิดมาก
“จอด! “
เอี๊ยด!
พอบอกให้จอดมันก็จอดจริงๆ แบบกระทันหันซะด้วยนะเป็นการจอดที่แย่สุดๆ
“มีอะไรครับคุณไรเฟิล? ”
“มี ฉันไล่แกออก”
พอพูดแค่นั้นแหละคนขับรถของผมก็หน้าซีดเผือดรีบกระโดดจากเบาะหน้ามาเบาะหลัง ร้องไห้น้ำหูน้ำตาร่วงพลางบีบนวดขาผมยกใหญ่ สงสัยอาชีพเก่าเป็นหมอนวด
“ทำไมหละครับ ผมทำอะไรผิดถึงต้องไล่ผมออกบอกเหตุผลกันหน่อยสิครับ TOT “
“ผิดที่ขับรถช้าแถมเบรกกระทันหัน ฉันไม่พอใจก็เลยไล่ออกเหตุผลแค่นี้พอไหม”
“อย่าไล่ผมออกเลยนะครับ ผมมีภาระต้องดูแลเยอะแยะเมีย 3 แม่ยาย 2 ลูกสาว 6 ลูกชาย 1 ลูกเขยอีก 4 แถมชีวิตก็รันทด ตกท่อ พ่อตาย แม่ยายทิ้ง ไส้ติ่งแตก สงสารผมเถอะคร๊าบ TOT “
โอ้โหยยยย! นั่นบ้านหรือสถานสงเคราะห์กันแน่ แล้วถ้าชีวิตรันทดขนานนั้นไปผูกคอตายดีกว่ามั้ง
“เสียใจ ถึงแกจะมีโคตรเหง้าศักราชเยอะมากแค่ไหนหรือจะชีวิตตกอับรันทดโคตรมันก็เรื่องของแก เพราะถึงยังไงฉันก็จะไล่แกอยู่ดี เชิญไปสมัครงานใหม่กับพ่อฉันเอาเองก็แล้วกัน ลงไปจากรถฉันได้แล้วไป๊! “
“แต่ว่า...”
“ลงไป๊! ไม่ลงยิงไส้แตกจริงๆ ด้วย”ผมพูดพลางหยิบปืนที่เหน็บเอวขึ้นมาขู่ และแน่นอนว่าคนขับรถของผมต้องรีบวิ่งหนีหายไปจากรถทันทีเพราะการที่ผมขู่มันไม่ได้หมายความว่าจะทำให้กลัวเฉยๆ เพราะบางครั้งก็ยิงมันซะจริงๆ เลย
คราวนี้ก็จะได้ขับรถเร็วๆ ซะที ^^
 
หลังจากที่ไล่คนขับรถลงไปแล้วผมก็จัดการผันตัวเองมาเป็นคนขับรถเองคราวนี้แหล่ะเหยียบเต็มที่เลย แต่จะให้เต็มที่สุดก็คงไม่ได้เพราะขับในซอยเลยต้องลดความเร็วเหลือแค่ 220 ช้าเป็นบ้าเลย
ขนาดที่กำลังขับรถอยู่ดีๆ ผมก็เห็นยายแก่ๆ เดินอยู่ที่ข้างถนนด้านหน้าที่เห็นอยู่ไกลๆ ตอนแรกผมก็ไม่ได้สนใจอะไรมากมายเพราะยายแกก็เดินอยู่ธรรมดาๆ แต่ขนาดที่รถผมอยู่ห่างกับแกไม่ถึงเมตรแกก็กระโดดมาตัดหน้าผมซะงั้น คราวนี้แหละสนใจซะยิ่งกว่าสนใจซะอีก
ผมรีบเบรกรถอย่างกระทันหันทันทีแต่ก็ไม่รู้ว่าโดนยายไปรึป่าว
เอี๊ยดดดดดดดดดดดดดด!
“เฮ่ย! “
ซวยแล้วไง หวังว่าคงไม่ตายนะ
ผมรีบลงจากรถแล้ววิ่งไปดูยายที่ผมขับรถชนทันที แต่ดูจากสายตาแล้วก็ไม่ได้รับบาดเจ็บอะไรมากมายเพราะว่ายายแกนั่งอยู่ห่างจากรถผมค่อนข้างพอสมควรอยู่ แสดงว่าฝีมือในการขับรถของผมยังใช้ได้อยู่ นี่ขนาดว่ามีคนมากระโดดตัดหน้ารถยังเบรกทันเลย เก่งจริงๆ ^_^
ถึงคุณยายจะไม่ได้รับบาดเจ็บอะไรมากมายแต่ผมก็คงต้องถามอาการแกสักนิดตามหน้าที่
ผมลงไปคองคุณยายให้ลุกขึ้นมาก่อน
“เอ่อ..คุณยาย...”ยังไม่ทันที่จะได้ถามจบประโยคก็มีคนมาสะกิดผมซะก่อน พอหันไปมองก็พบผู้หญิงตัวเล็กๆ คนหนึ่งอายุประมาณ 17-18 ตาโต คิ้วเข้ม จมูกโด่ง ปากจิ้มลิ้มโดยรวมๆ แล้ว จะเรียกว่าสาวสวยเลยก็คงว่าได้ และผมเองก็ชักจะถูกใจยัยนี่ขึ้นมานิดๆ ซะด้วยสิ
พอเธอเห็นหน้าผมเข้าก็จ้องซะตาแทบไม่กระพริบ แต่ก็ธรรมดาอ่ะนะคนมันหล่อก็งี้แหละ
ว่าแต่ที่เธอมาเรียกผมนี่ก็คงจะไม่ได้มาเพื่อเพ่งพิศความหล่ออย่างเดียวหละมั้ง คงจะมีอย่างอื่นด้วย
“มีอะไรรึป่าวครับ? “
“...”
นิ่ง!
นี่ท่าทางผมจะหล่อบาดจิตบาดทรวงมาก เธอถึงได้ต้องมนต์ซะขนาดตะลึงตรึ่งๆๆ แบบนี้
“เอ่อ...เป็นอะไรมากรึป่าวเนี่ย -_-^ “
“ห๊า...ว่าอะไรนะ  O_O “
“ฉันถามว่าเธอมีอะไรรึป่าว มาสะกิดฉันทำไม”
 “อ๋อ...มีสิฉันก็จะด่านายไงขับรถประสาอะไรไม่เห็นคนหรอ นี่มันในซอยนะจะรีบขับไปตายถึงไหนกัน ดีนะที่คุณยายเขาไม่เป็นอะไร”น้ำเสียงบ่งบอกถึงความไม่พอใจอย่างแรง
โอ้โหยยย! เจอแบบของขึ้นเลยนะเนี่ย คนอย่างไรเฟิลไม่เคยมีผู้หญิงหน้าไหนมาตวาดแว้ดๆ ใส่หน้าแบบนี้ถ้าจะมีก็มีแต่คะขา แล้วยัยนี่เป็นใครกล้ามาแว้ดๆ ใส่กันได้ เดี๋ยวเหอะเดี๋ยวได้เจอดี
“ก็ขับตามประสาคนหล่อไงมีอะไรไหม คนที่ผิดน่ะไม่ใช่ฉันแต่เป็นยายนู่น อยู่ดีไม่ว่าดีมากระโดดตัดหน้ารถฉันก่อนเองทำไม แล้วฉันก็ยังไม่เห็นว่าคุณยายเขาจะเป็นเดือดเป็นร้อนอะไรเลยมีแต่เธอนั้นแหละมาโวยวายอยู่ได้เป็นญาติกับคุณยายเขาหรอ ถ้าเป็นญาติกันแล้วไม่พอใจก็บอกมาเลยว่าต้องการเท่าไหร่เพราะฉันยินดีจ่ายอยู่แล้ว”
“ฉันไม่ใช่ญาติยายเป็นแค่คนรู้จักกันเท่านั้น แต่ถึงยังไงนายก็ไม่ควรจะเอาเงินมาฟาดหัวคนอื่นเข้าแบบนี้”
“ถ้าไม่ใช่ญาติแล้วมายุ่งอะไรด้วย”
“ก็ฉันเป็นคนรู้จัก ทำไมจะยุ่งไม่ได้หละ”
“ถ้างั้นก็บอกมาสิว่าเธอจะให้ฉันชดใช้ให้เท่าไหร่”
“ฉันไม่เอา! ก็บอกแล้วไงว่าฉันไม่ใช่ญาติยายเขา”
ผมเริ่มจะยืนทะเลาะกับผู้หญิงคนนี้นานขึ้นจน ยายที่ผมขับรถ (เกือบ) ชนเดินหายไปไหนๆ แล้วก็ไม่รู้ แต่ผมก็ยังคงยืนทะเลาะกับเธออยู่
ผู้หญิงบ้าอะไรพูดจาไม่รู้เรื่อง ก็บอกว่าจะชดใช้ให้ก็ไม่เอา นู้นก็ไม่เอานี้ก็ไม่เอา พูดไม่รู้เรื่องเลยสักนิดสงสัยจะมีปัญหาด้านการสื่อสารนะเนี่ย
“ตกลงเธอจะเอายังไงกันแน่ห๊า! ฉันชักจะหมดความอดทนกับเธอแล้วนะ คนบ้าอะไรวะพูดไม่รู้เรื่อง     -_-^ “
“คนที่พูดไม่รู้เรื่องคือนายต่างหากไม่ใช่ฉันสักหน่อย >O<”
และเพื่อตัดบทความน่ารำคาญที่มันเกิดขึ้นอยู่ผมเลยก้มลงไปจูบเธอซะเลย ชนิดเร่าร้อนพอสมควรด้วยทำเอายัยเอ๋อนี่อึ้งไปทันที
ดี! สมน้ำหน้าอยากพูดมากแบบไม่รู้เรื่องเองทำไม
“กรี๊ดดดดดดดดดด!ทำอะไรของนายเนี่ย o(>O<)o “
“ก็จูบเธอไง“
“แล้วอยู่ดีๆ มาจูบกันทำไม๊..”
เออนั้นสิ แล้วอยู่ดีๆ ผมไปจูบยัยนี่ทำไม? รู้จักก็ไม่รู้จักออกจะงงตัวเองนิดๆ นะเนี่ย
“ก็...ก็อยากจูบก็เลยจูบมีอะไรไหม ^^ “
“มี! นั้นมันจูบแรกของฉันเลยนะ เอาจูบแรกฉันคืนมา เอามคืนมาๆๆๆ TOT “
เธอร้องพลางกระทืบเท้าไปมาเหมือนเด็กๆ
แปลกแฮะใครๆ ก็อยากได้จูบของผมทั้งนั้นไม่ใช่รึไงกัน
“คืนให้ก็ได้วะ”พอพูดจบผมก็ก้มลงไปจูบปากเธออีกรอบหนึ่ง อยากได้คืนนักก็เอาไปเลย
“อ๊ายยยยย! มาจูบฉันทำไมอีกกกก“
“ก็อยากได้จูบแรกคืนไม่ใช่หรอ ฉันก็คืนให้เธอแล้วไง“
“แต่ฉันไม่ได้ต้องการแบบนี้ T^T “
“งั้นต้องการเงินเท่าไหร่”
“ไม่เอา! “
“งั้นก็แสดงว่าเมื่อกี้จูบฟรีไม่คิดตังค์”
“ไม่ใช่! “
“ถ้าไม่ใช่ก็บอกมาสิว่าต้องการเงินเท่าไหร่”
“ก็บอกว่าไม่เอาเงินไงเล่า”
“แสดงว่าให้จูบฟรี”
“ม่ายช่ายยยยย >< “
“แล้วตกลงเธอจะเอายังกันแน่ห๊า จูบฟรีก็ไม่เอาให้เงินก็ไม่รับจะเอายังไงก็ว่ามา -_-; ”
“ก็เอาแบบนี้ไง”
โพล๊ะ!
ยัยเอ๋อพูดจบก็เอาถุงแกงที่ถือมาข้างในมีแกงสีเขียวๆ ฟาดโพละมาเต็มๆหัวของผม แกงที่ว่าก็คงจะเป็นแกงเขียวหวานเพราะกลิ่นนี้ใช่เลย น้ำแกงนี่ไหลนองเต็มหัวแถมยังไหลเข้าตาแสบจนมองไม่เห็น พอจะไปเอาเรื่องคนทำยัยบ้านั้นก็วิ่งจู๊ดไปไหนแล้วก็ไม่รู้
โว๊ยยยย!ทำไมมันซวยอย่างนี้วะ
ยัยตัวแสบฉันจะต้องรู้ให้ได้ว่าเธอเป็นใคร รับรองได้เห็นดีกันแน่ (ว่าแต่แกงนี่ก็อร่อยเหมือนกันแฮะ)
[ Finish past : Rifle]
 
หลังจากที่ฉันเอาแกงราดหัวสุดหล่อแต่สันดานเสียคนนั้นได้ ฉันก็รีบชิ่งหนีออกมาทันที
โอ๊ยยยยยย ทำไมชีวิตมอมแมมมันถึงได้รันทดขนาดนี้ หลงทางพอไปถามทางก็โดนเข้าใจผิดพาลากไปซื้อแกงซะงั้น ตอนแรกคิดว่าซื้อแกงแล้วจะหลุดจากคุณยายคนนั้นมาได้ก็ดีใจแทบตายคิดว่าจะได้หาทางไปโรงแรมให้ถูกสักที คุณยายก็ดันเกือบจะโดนรถชนอีกไอ้เราที่เป็นคนดีก็สู้อุตส่าห์ไปโวยวายกับคนขับรถสุดหล่อให้ แต่ไปๆ มาๆ กลายเป็นว่าโดนขโมยจูบแรกซะงั้นโดยที่ไม่รู้ว่าคนจูบเป็นใครและมาจากไหนแล้วอย่างนี้จะไม่เรียกว่าซวยก็ไม่รู้จะเรียกว่าอะไรแล้วT^T
ไอ้บ้าโรคจิตมาโขมยจูบกันได้ คิดว่าหล่อแล้วมาจูบกันแล้วฉันจะดีใจหรอ (ก็ดีใจนิดๆ นะ) เลวที่ซู๊ดดดด
ราวกับว่าสวรรค์ยังมีตาแล้วเล็งเห็นว่าชีวิตฉันน่าสงสารเกินไปก็เลยดลบันดาลให้ระหว่างที่ฉันเดินโซซัดโซเซหนีอีตาหื่นโรคจิต แล้วมาเจอกับโรงแรมที่ใฝ่ฝันหาทันที
กรี๊ดดดดดดดดดดด! ดีใจจังเลย ^^
ฉันรีบสาวเท้าเดินเข้าไปในโรงแรมทันทีเพราะไม่อยากจะสาย แต่ตามจริงก็มาสายอยู่แล้วหละ นี่ก็ไม่รู้ว่าจะโดนด่าว่าอะไรบ้างเพราะหัวหน้าพนักงานที่รับฉันเข้ามาโหดมากมาย และก็เคยสั่งห้ามนักหนาไม่ให้ฉันมาทำงานวันแรกสาย แต่ก็มาสายอยู่ดี
ไปๆ มาๆ ฉันเริ่มรู้สึกเหมือนว่าตัวเองเป็นพจมานในบ้านทรายทองยังไงก็ไม่รู้ แต่เป็นเวอร์ชั่นโรงแรมทรายทองแทนก็แล้วกันนะ ว่าแล้วก็ขออินกับบทสักนิดหนึ่ง
~นี่คือสถานโรงแรมทรายทอง ที่ฉันปองมาสู่ ฉันยังไม่รู้เขาจะต้อนรับขับสู้เพียง...
“มอมแมมมายืนบื้อทำอะไรอยู่ตรงนี้ห๊า! มาสายแล้วยังอู้อีกหรอ”เสียงคุณหัวหน้าพนักงานสุดโหดนามจันทร์เจ้าฉายปลุกฉันให้ตื่นจากภวังค์ทันทีแล้วไม่ใช่ตื่นธรรมดานะตื่นแบบตาสว่างโร่เลยหละ ก็จะไม่ให้ตื่นได้ไงเล่นเจอเสียงแหลมๆ บวกคำที่คุณเธอฉอดๆ แว๊ดๆ มาอีกหลายประโยคไม่ตื่นให้มันรู้ไป
แง้...โชคดีได้ไม่นานก็โชคร้ายอีกแล้ว TOT
“ขอโทษจริงๆ ค๊าคุณจันทร์ตื่นสาย“
“อ๊ายยยยยย!ฉันชื่อจันทร์เจ้าฉายย่ะไม่ได้ชื่อจันทร์ตื่นสาย >O< “คุณเธอรีบโวยวายทันทีที่ฉันเรียกชื่อเธอผิด
แต่จะว่าไปแล้วชื่อจันทร์มันก็เหมาะกับคุณหัวหน้าพนักงานดีเหมือนกันนะ หน้าใหญ่ๆ กลมๆ แถมมีรูปุปะเต็มหน้าเหมือนหลุมอุกาบาตขนาดยักษ์หรือพวกซิงค์โฮล รวมๆ แล้วก็พอจะเป็นพระจันทร์ได้นะ ว่าแต่ไอ้ผิวหน้าดำๆ นั้นของจริงรึป่าว ขนาดถ่าน ตอหม้อ ตอตะโก เฉาก๊วยและสัญลักษณ์แทนสีดำอีกต่างๆ นาๆ ยังเทียบไม่ติด เอ๊ะ! หรือเธอจะชอบละครจำพวกนางทาส อีเย็นอะไรประมาณนั้นเลยต้องเอาเขม่ามาทาหน้า จะได้ดูเหมือนพวกทาสในเรือนเบี้ย ถ้าเป็นแบบที่คิดก็คงต้องตามหาท่านเจ้าคุณอยู่แน่นอน แล้วที่มันเป็นมันๆ เยิ้มอยู่บนหน้านั้นอะไรอะ? น้ำมันพืช น้ำมันมะพร้าวหรือน้ำมันหมูแต่จะน้ำมันอะไรก็แล้วแต่ที่แน่ๆ ก็คือสภาพอย่างนี้ สมูทEFG คงเอาไม่อยู่ต้องใช้น้ำยาล้างจานหรือแฟ็บถ้าจะเอาให้ชัวร์ก็คงต้องใช้น้ำยาล้างห้องน้ำตราวิคโซล์ สรุปแล้วก้คือชื่อจันทร์น่ะใช่ แต่คงจะเป็นจันทร์เจ้าฉายไม่ได้ เพราะอย่างนี้มันจันทร์อับแสงชัดๆ
“นี่!เธอมาจ้องหน้าฉันทำไม”คุณจันทร์เจ้าฉายตวาดฉันแว๊ดทันที สงสยฉันจะมองหน้าเธอมากไปหน่อย
“เอ่อ..คือฉันไม่เคยเห็นหน้าใครเหมือนคุณจันทร์เจ้าฉายมาก่อนเลยคะ ก็เลยเผลอมองนานไปหน่อย ^^ “
“แน่นอน! มันไม่แปลกหรอกที่เธอจะไม่เคยเห็นใครหน้าตาเหมือนฉัน เพราะว่าหน้าตาอย่างฉันมันมีเอกลักษณ์ ใครๆ เขาก็บอกทั้งนั้นแหละว่าเหมือนนางแบบ”
“เอกลักษณ์? เอกลักษณ์กับอัปลักษณ์มันเหมือนกันไหม แล้วที่ว่าเหมือนนางแบบนี่มันแบบไหนหรอคะหรือว่านางแบกพวกใช้แรงงานแบกหาม อันนั้นมันเรียกกรรมกร...”  พูดไม่ทันจบประโยคคุณจันทร์เจ้าฉายก็รีบขัดขึ้นด้วยเสียงกรี๊ดดังแปดหลอดทันที
“กรี๊ดดดดดดดดดดดด! นี่เธอโง่จริงหรือว่าแกล้งโง่เนี่ย >O< “
“ฉันโง่จริงค่ะ ตกลงว่าอัปลักษณ์มันคือคำเดียวกับเอกลักษณ์ใช่ไหมคะ? ”
“อ๊ายยยยย! เลิกพูดเดี๋ยวนี้เลยนะถ้าไม่อยากมีเรื่อง”
ฉันพูดผิดตรงหนายยยยยย TOT
“ฉันไม่ได้มีเวลามาพูดจาไร้สาระกับเธอนะ บอกเหตุผลที่มาสายมาเดี๋ยวนี้เลย”น้ำเสียงออกแนวหงุดหงิดบวกข่มขู่มากมาย
ว่าแต่เหตุผลหรอ...?
หลงทางแล้วก็ถูกคุณยายผิวยับลากไปซื้อแกงเขียวหวาน บอกลาคุณยายแล้วคุณยายก็เกือบถูกรถชนฉันก็เลยวิ่งไปเอาเรื่องกับคนขับ แล้วคนขับก็ดันหล่อโคตร พอเคลียร์กันไปมาก็โดนจูบซะงั้น แล้วก็โดนจูบอีกหนึ่งครั้ง แล้วสุดท้ายฉันก็เอาแกงเขียวหวานราดหัวเขาแล้วก็วิ่งหนี้มาเจอโรงแรม
แล้ว...บรรรทัดไหนมันคือเหตุผลอ๊า...งงโว๊ย! ><
ตอบๆ ไปแบบมั่วๆ ก็แล้วกันมันคงจะถูกบ้างแหละ
“เอ่อ...ฉันซื้อแกงเขียวหวาน”
“ฉันถามเหตุผลย่ะ ไม่ได้ถามว่าซื้ออะไรมากินบอกมาใหม่เลย”
“งั้น..ฉันเจอคนขับรถหล่อโคตร“
“ฉันบอกว่าฉันถามเหตุผล! เธอเข้าใจคำว่าเหตุผลไหมเนี่ย”เริ่มขึ้นเสียงนิดๆ
“ฉันโดนผู้ชายหล่อจูบหนึ่งทีคะ >///< “
“หรออออ (-_-^)(_ _^)(-_-^) “
ยังไม่ใช่อีกหรออออ
“ฉันโดนผู้ชายจูบอีกหนึ่งทีคะ”
“สรุปเธอโดนจูบสองทีใช่ไหม? “
“ใช่คะ ^^ “
“...”
“มันใช่เหตุผลตรงไหนกันยะ ฉันจะหักเงินเดือนเธอแล้วคราวหลังห้ามมาสายอีก” คุณหัวหน้าตวาดลั่น
ฉันผิดอย่างไม่มีสาเหตุอีกแล้วใช่ไหม แล้วตกลงว่าอันไหนมันคือเหตุผลวะ
ฉันได้แต่พยักหน้าหงึกหงักอย่างช่วยไม่ได้
“แล้ววันนี้เธอก็ห้ามเสนอหน้าออกมาข้างนอกอยู่แต่ในห้องซักล้างไป เพราะเดี๋ยวลูกชายท่านนายกฯ จะมาที่นี่ ฉันไม่อยากให้คนขี้เหล่อย่างเธอออกมาวุ่นวาย หวังว่าคงเข้าใจนะ”
“เข้าใจค่ะ”
หนอยแน่ะมาว่าฉันไม่สวย อย่างกับตัวเองสวยตายงั้นแหละ
“ถ้าเข้าใจก็ไปได้แล้ว”
“เอ่อ...คุณหัวหน้าคะ”
“หือ? “
“แล้วตกลงว่าหน้าตาคุณหัวหน้าอัปลักษณ์ แล้วก็มีคนทักว่าเหมือนกรรมกรใช่ไหมคะ”
“กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดด! ฉันจะหักเงินเดือนเธอ”
 
ฉันพึ่งมาตระหนักเดี๋ยวนี้เองว่าการทำงานมันลำบากแค่ไหนยิ่งทำงานห้องซักล้างยิ่งลำบากเข้าไปใหญ่ ไม่รู้ว่าจะขยันเปลี่ยนชุดกันทำไมนักหนาวะ แล้วนี่ทำไมฉันต้องมานั่งทำอยู่คนเดียวด้วย คุณจันทร์เจ้าฉายใจร้าย
ขณะที่ฉันกำลังแยกเสื้อผ้าที่ส่งมาซักอยู่ก้ไปสะดุดตากับชุดๆ หนึ่ง ที่มันเปื้อนอะไรสักอย่างอยู่ดูไม่ออก คราบเหลืองๆ ดำๆ เละๆ อุ่นๆ ด้วย มันเหมือนอะไรหว่านึกไม่ออก ถ้าเหลืองๆ มันก็ต้องเป็นเนย เนย…? เนยถั่วรึป่าวนะ สีออกเหลืองๆ ดำๆ ต้องใช่แน่เลย ว่าแต่..ทำไมเนยถั่วมันเป็นก้อนอยู่บนชุดเด็กหละ สงสัยจะกินหกไว้มั้ง  
ว่าแต่เกิดมาทั้งชีวิตยังไม่เคยกินเนยถั่วเลยเคยได้ยินแต่ชื่อ ถ้าฉันจะขอชิมสักนิดจะได้ไหมเนี่ยคงไม่เป็นไรมั้งก็ยังอุ่นๆ อยู่เลย
ว่าแล้วฉันก็เอามือหยิบก้อนเนยถั่วออกมาจาก เอ๊ะ! ว่าแต่เนยถัวทำไมมันเหลวจัง ช่างเถอะรีบเอาใส่ปากดีกว่าก่อนที่มันจะหล่นแล้วเราจะอดกิน
ฉันจัดการเอาเนยถั่วใส่ปากทันที
^O^
^_^
^m^”
รสชาติมันแปลกๆ แฮะแถมกลิ่นยังตุๆ ด้วย
“มอมแมม! เธอกินอะไรอะ o_O “เสียงหวานเย็นเพื่อนที่ทำงานคนใหม่ทักขึ้นด้วยความตกใจทันทีที่เข้ามาเห็น
“ทำไมหรอก็แค่เนยถั่วเอง”
หน้าซีดเชียวยัยหวานเย็น สงสัยจะอิจฉาที่ฉันได้กินเนยถั่ว
“มันไม่ใช่เนยถั่วนะ นั้นมันอุน...”
“อ๋อ...อุ่น ใช่เนยถัวกำลังอุ่นๆ เลย”
“นั้นมันอุนจิ! ไม่ใช่เนยถั่ว”
“อ๋ออออที่แท้มันก็คืออุนจิหรอกหรอ ^^ “
อุนจิ?...อุนจิก็คือ..อุจจาระหรือง่ายๆ ก็คือขี้!
O[]O! กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดด! ไม่จริ๊งงงงงง! ฉันไม่มีทางกินอะไรอย่างนั้นแน่มันเป็นไปไม่ได้ โอ๊ยย อยากจะเป็นลมจริงๆ เลย รู้ไปถึงไหนอายไปถึงนั้น
“มอมแมมเธอกินอุนจิด้วยหรอ o_O “
“ไม่...ฉันไม่ได้กิน เอ๊ย! แต่ฉันกิน ไม่ใช่แค่ชิมแต่ชิมมันก็คือกินนี่หว่าแล้วตกลงว่าฉันกินรึป่าวเนี่ย”ฉันหันไปถามหวานเย็นเพื่อให้เธอช่วยเป็นพยานด้วยอีกแรง เพราะว่าบ้างที่ฉันอาจจะฝันไปก็เป็นได้ ได้โปรดเป็นความฝันเถอะนะ
(-_-)(_ _)(-_-) <<หวานเย็น >>
TOT
แง้....เป็นความจริงที่ไม่อยากให้มันเป็นจริง ต่อไปนี้หนูจะไม่เก็บอะไรกินอีกแล้วค๊า...
“เธอชอบกินของแบบนี้ด้วยหรอ? “
“อย่าถามเลย T^T “
ขนาดที่ฉันกำลังเศร้าโศกโศกาอาดูรอยู่กับการรับประทานอาหารว่างสุดพิเศษที่ชาตินี้ทั้งชาติไม่เคยคิดว่าจะได้กินและถึงจะได้กินอีกรอบฉันก็ไม่กินอยู่ดี คุณหัวหน้าจันทร์เจ้าฉายก็โผล่มาในห้องพอดี
“คุณจันทร์คะเมื่อกี้มอมแมมเขากิน...”ฉันรีบวิ่งไปตะครุบปากยัยหวานเย็นไว้ทันทีก่อนที่หล่อนจะเริ่มแพร่งพรายความลับแสนเศร้าของฉัน
“ไม่ต้องพูดหวานเย็น ฉันรู้แล้ว”
ว๊ากกกกกกกกกก! คุณหัวหน้ารู้ได้ยังไงฉันยังไม่ได้บอกเลยนะ เอ๊ะ!หรือว่าคุณหัวหน้าจะเคยลอง
คุณจันทร์เจ้าฉายหันมามองหน้าฉันด้วยแววตาแทบจะกินเลือดกินเนื้อก่อนที่จะพูดต่อออกมาว่า “มอมแมมฉันๆ ไม่อยากจะเชื่อเลยนะว่าเธอจะเป็นคนอย่างนี้ หน้าตาก็ไม่ดีแล้วยังแอบลักกินขโมยกินอีก ชอบของสูงนักรึไง“
-_-; เอ่อ...นี่ฉันแค่แอบขโมยอุนจิกินแค่นี้มันผิดมากมายนักรึไง แล้วที่บอกว่าชอบของสูงแสดงว่าอุนจิมันเป็นของสูงสำหรับที่นี่หรอ
“มาแค่วันเดียวก็ไปอ่อยคุณไรเฟิลแล้วหรอ”
“วัฟเฟิล? วัฟเฟิลไหนคะฉันไม่รู้เรื่อง”ฉันหันไปถามคุณหัวหน้าเสียงดังอย่างงงๆ แต่เธอก็รีบเบือนหน้าหนีทันที
“อื้อหือออออออ! เธอไปกินอะไรมากลิ่นนี่...”คุณหัวหน้าทำหน้าพะอืดพะอมแล้วก็โบกมือปัดๆ เหมือนไม่อยากพูด ”ช่างเถอะ เธอตามฉันมาคุณไรเฟิลต้องการพบเธอ แล้วก็ห้ามพูดหรือถามอะไรอีกนะ”
“ทำไมหรอคะ? “
“ฉันบอกว่าห้ามพูดไง”
 
ฉันโดนลากมาโยนไว้ที่ห้องสวีทห้องหนึ่ง ในห้องตกแต่งไว้อย่างสวยงามมีตู้ปลาขนาดใหญ่อยู่ที่ผนัง ส่วนที่กลางห้องก็มีเตียงใหญ่ๆ ขนาดคิงซ์ไซค์ตั้งอยู่ โดยบนเตียงมีผู้ชายรูปร่างท่าทางหุ่นดีนอนเอามือกายหน้าผากอยู่แต่ฉันก็เห็นหน้าไม่ชัดสักเท่าไหร่นัก ต้องไปดูใกล้ๆ ถึงจะเห็น
“หวัดดีคุณมอมแมม ^^ “
ผู้ชายบนเตียงลุกขึ้นนั่งแล้วหันมาทักทายฉัน
กรี๊ดดดดดดดด! คนอะไรหล่อมากมายว่าแต่หน้าตาคุ้นๆ นะ แล้วรู้จักชื่อฉันได้ยังไงวะ
“เอ่อ...หวัดดีคะ ^^”
~3 นาทีผ่านไป ~
O[ ]O! ผู้ชายคนนี้มันเป็นคนเดียวกับที่ขโมยจูบฉันนี่หว่า อ๊ายยยย! มาอยู่ที่นี่ได้ไง
“เฮ่ย! นายแกงเขียวหวาน”
“จำได้แล้วหรอยัยตัวดี ฉันชื่อไรเฟิลไม่ใช่แกงเขียวหวานบ้าบออย่างที่เธอพูดด้วยเรียกให้มันถูกๆ หน่อย”
ไรเฟิล? ชื่อไรเฟิลที่ฉันเข้าใจผิดคิดว่าเรียกวัฟเฟิลน่ะหรอ อย่างนี้ก็แสดงว่าหมอนี่เป็นลูกนายกฯ หละสิ ทำไมนิสัยเลวจังมาขโมยจูบฉันได้ไง
ว่าแต่เข้ารู้ได้ไงวะว่าฉันอยู่ที่นี่?
“นะ...นายรู้ได้ไงว่าฉันอยู่ที่นี้”
เขาไม่ตอบแต่หยิบบัตรพนักงานของฉันออกมาโชว์ แล้วบัตรพนักงานของฉันมันไปอยู่ที่เขาได้ไง แสดงว่าฉันจะทำมันตกไว้ตอนที่ไปคุยกับเขาเรื่องคุณยายกลางถนนแน่เลย
“เธอทำฉันไว้แสบมากนะรู้ตัวบ้างไหม เธอต้องชดใช้”
“ชดใช้อะไรของนายห๊า..นายต่างหากที่ต้องชดใช้ฉันแกงเขียวหวานที่ฉันเอาราดหัวนายมันถุงละต้องสามสิบบาทเชียวนะจ่ายมาเลย”
ไรเฟิลลุกจากเตียงไม่ได้มาจ่ายเงินให้ฉันหรอกนะโปรดอย่าเข้าใจผิด แต่มากระชากแขนฉันอย่างแรงจนเซไปซบที่อกเขาทันที
กรี๊ดดดดดดด! เร้าใจเอ๊ย! ไม่ใช่ต้องบอกว่าน่ากลัวต่างหาก ไม่ต้องจ่ายแล้วยกให้เลย ><
เขาก้มลงมาที่ข้างหูฉันก่อนที่จะพูดออกมาว่า “จ่ายหรอ? ได้สิจะให้จ่ายด้วยอะไรดีพรากพรหมจรรย์เธอแล้วจับแก้ผ้าประจานหรือจับเธอแก้ผ้าเอาแกงเขียวหวานราดแล้วค่อยพรากพรหมจรรย์ต่อ แต่ฉันว่าอันหลังมันน่าเร้าใจกว่านะแล้วฉันก็กำลังมีอารมณ์พอดีเลยด้วย จะชดใช้ให้อย่างเต็มเม็ดเต็มเหนี่ยวเลยหละ ^^ “ไรเฟิลพูดแล้วเลียริมฝีปากอย่างหื่นกระหายก่อนที่จะกระชากแขนฉันเหวี่ยงขึ้นไปบนเตียง ยังไม่ทันทีฉันจะได้ขยับตัวหนีไรเฟิลก็ตามมาคร่อมทับฉันไว้ทันที แล้วล็อกมือสองข้างของฉันไว้ด้วยมือเพียงข้างเดียว ต่อด้วยกระชากเสื้อจนขาดเห็นถึงบราเซีย
โชคดีนะที่ไม่ได้ใส่ตัวที่สายขาดแค่สายย้วยเลยไม่ค่อยขายหน้าเท่าไหร่ แต่ไอ้เรื่องเสื้อที่ไรเฟิลทำขาดมันเป็นแบบฟอร์มของโรงแรมนะ ถ้าขาดแบบนั้นรับรองว่าต้องโดนปรับแน่นอน TOT
“ใจเย็นนะรอถอดชุดออกหมดก่อนแล้วแกงเขียวหวานจะตามมา”
-_-‘’ ยังไม่ลืมเรื่องแกงเขียวหวานอีกหรอ
ไม่นะฉันยังไม่อยากถูกพรากพรหมจรรย์โดยมีเครื่องกระตุ้นอารมณ์เป็นแกงเขียวหวานนนนน ><
“กรี๊ดดดดดดดดดดด!“ฉันแหกปากเสียงดังแปดหลอดเท่าที่จะทำได้ แล้วการแหกปากของฉันมันก็ช่วยได้มากด้วย เพราะอยู่ๆ ไรเฟิลก็กระโดดหนีออกมาทันที
“เฮ่ย! เธอไปกินอะไรมาเนี่ยปากเหม็นยังกับส้วม ><”
ห๊า...? จริงดิ อย่างนี้เราต้องพิสูจน์
ฉันจัดการพิสูจน์กลิ่นโดยการลองพ่นลมหายใจใส่มือ
“ฮ่า.....อี๋~เหม็นจริงๆ ด้วยกลิ่นยังกับขี้...”
ก็ขี้น่ะสิ ลืมไปเลยว่ากินอุนจิมา
“ไปกินอะไรมาเนี่ย? -_- “
“อ๋อ...กินอุนจิมา ^^ ”
เฮ่ย! ตายแล้วดันลืมตัวเผลอบอกไปได้ไง
“ O_O! เธอกินของแบบนี้ด้วยหรอ?”
“มะ...ไม่ได้กินแค่ชิม”
“ชิมมันก็กินนั้นแหละยัยบ้า!ออกไปห่างๆ ฉันเลยนะ”ไรเฟิลพูดพลางทำท่าแขยงสุดฤทธิ์
ดีเลยงั้นต้องรีบเอาคืนแกล้งฉันดีนัก
ฉันวิ่งไล่พ่นกลิ่นอุ่นจิใส่ไรเฟิลอย่างเมามันส์ในอารมณ์สุดๆ และไรเฟิลก็หนีสุดชีวิตด้วยเหมือนกัน กลิ่นนี้ตลบอบอวลไปทั่วห้อง
“ออกไป๊! “
“ไม่ออก ฮ่า....^O^”
ฉันพูดแล้วก็อ้าปากพ่นกลิ่นกระจายไปทั่วห้อง แล้ววิ่งเข้าไปพ่นใกล้ๆ ไรเฟิลมากขึ้นเรื่อยๆ ด้วย เขาก็เลยหยิบปืนที่เหน็บอยู่ที่เอวมาออกมาจ่อฉันที่ยืนอยู่ไม่ค่อยห่างเขาเท่าไหร่
ใจร้ายชะมัดถึงกับต้องยิงกันเลยหรอ ฉันก็แค่พ่นกลิ่นอุนจิใส่เองนะ
“ออกไปไกลๆ เลยไป๊ ถ้าไม่ไปฉันยิงเธอหัวระเบิดแน่”
“ไปก็ได้...ฮ่า~ “
ปัง!
ลูกกระสุนที่ไรเฟิลยิงมาตรงไปเจาะกับผนังห่างจากหัวฉันแค่นิดเดียว
ว๊ายยยยย! อยู่ไม่ได้แล้วไปก่อนหละจ๊ะ  
 

ข้อความ :
จากคุณ * :
 

 
    มีปัญหาทางเว็บ ติดต่อ [email protected] จำนวนผู้ชมเว็บแจ่มใสขณะนี้: 151 ท่าน

Line PM