Guest   
 
Username:
Password:




 


  
 



 
อ่านเรื่อง
มหาสงครามพ่อมดคนที่สอง
ภูยาคติ
สู่โลกใบใหม่ที่ 1 : จุดเปลี่ยน
1
14/02/2555 01:42:45
394
เนื้อเรื่อง
สู่โลกใบใหม่ 1 : จุดเปลี่ยน
 
                “โชคดี พรุ่งนี้เจอกัน” เสียงชาหนุ่มวัยรุ่นหน้าตาจืดๆ คนหนึ่งดังขึ้นท่ามกลางกลุ่มเพื่อนวัยรุ่นห้าคน
 
                จัสติน โอเกอร์ เป็นเด็กหนุ่มมหาลัยตัวเล็กๆ ที่ไม่เรียบร้อยสักเท่าไรนัก ออกเกเรนิดๆ ด้วยซ้ำไป การเรียนก็ไม่ได้ดีเด่นอะไร ผนวกกับหน้าตาที่ไม่ได้หล่อเหลาแล้วทำให้เขาไม่เป็นที่หมายปองของสาวๆ
                ชายหนุ่มผมดำคนนี้มีวิถีชีวิตที่ซ้ำซากและจำเจ ในทุกๆ วันของเขาต้องพบกับเรื่องเดิมๆ ซ้ำแล้วซ้ำเล่า เขาเบื่อหน่ายกับสิ่งเหล่านี้โดยที่ไม่รู้เลยว่า... ไม่ใช่เพียงแค่เขาที่ต้องพบเจอ ทุกคนในโลกส่วนใหญ่ก็เช่นกัน
                ชีวิตในวัยรุ่นของทุกคนจะแตกต่างจากกันสักเท่าไรก็คงหนีไม่พ้นการเรียน เพื่อนฝูง เฮฮาในสังคม ทำงาน ความรัก ครอบครัว ความดีใจ ความเสียใจ การทะเลาะเบาะแว้ง โกรธกัน ดีกัน เจอคนที่ชอบใจ เจอคนที่เกลียดขี้หน้า มันก็มีเพียงแค่นั้น...
 
                ในวันนี้จัสตินต้องเดินทางกลับบ้านด้วยรถไฟฟ้าเหมือนเช่นทุกวัน แม้ผู้คนมากมายที่ถูกอัดแน่นภายในรถไฟขบวนนี้จะสร้างความอึดอัดให้ชายหนุ่มที่กำลังต้องการกลับบ้านเท่าไรก็ตาม แต่ดูเหมือนว่ามันจะเป็นภาพที่เขาจะต้องเจอทุกวัน เขาต้องทำใจยอมรับมันให้ได้เพราะนี่เป็นการเดินทางกลับบ้านที่สะดวก รวดเร็ว และถูกที่สุด
 
                “เฮ้อ...!ให้ตายสิร่มก็ไม่ได้เอามา” ชายหนุ่มบ่นพึมพำกับตัวเองเมื่อพบว่าวันนี้มีฝนหลงฤดูตกลงมาพรำๆ จากท้องฟ้าสีเทาเบื้องบน
                จัสตินยืนมองหยาดเม็ดฝนสีขาวใสที่หล่นร่วงมาจากท้องฟ้าได้ไม่นานนักก็วิ่งออกไปอย่างร้อนรนท่ามกลางสายตาของผู้คนที่อยู่รอบๆ ทางลงสถานี
                ห่างจากสถานีไปไม่ไกลนักชายหนุ่มตัวเล็กที่วิ่งตากฝนได้หยุดเท้าลงหน้ารั้วไม้สีน้ำตาลของบ้านเดี่ยวหลังเล็กสีขาวหลังหนึ่ง หนุ่มมหาลัยตัวน้อยค่อยๆ เปิดกระตูรั้วแล้วเข้าไปด้วยสภาพที่เปียกปอนไปทั้งตัว
 
                “กลับมาแล้วครับ!” หนุ่มมหาลัยตะโกนทันทีเมื่อเปิดประตูไม้สีน้ำตาลของบ้านปูนสีขาวสภาพผ่านศึก
                “ทำไมแกถึงกลับบ้านช้าจัสติน!”
ชายวัยห้าสิบกว่าๆ ผมทองท่าทางเจ้าระเบียบที่ออกมาต้อนรับจัสตินอย่างดีคนนี้ไม่ใช่พ่อแท้ๆ ของผมหรอกนะ
แดเนียลเป็นเพียงพ่อเลี้ยงของผม แม่ของผมซาร่าห์แต่งงานกับแดเนียลหลังจากที่พ่อเสียไปได้สองปี... ซึ่งตอนนั้นผมยังเด็กเกินกว่าที่จะเข้าใจอะไร
“แกได้ยินที่ฉันพูดไหมจัสติน…!ที่รักจัสตินมันเชิดใส่ผมอีกแล้ว!” ใช่... เขาขี้ฟ้องด้วย และแม่ของผมก็ตามใจเขาได้ทุกทีสิน่า
จัสตินรู้ชะตากรรมของตัวเองดีว่าจะเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นต่อไป เขาตัดสินใจที่จะหลีกเลี่ยงปัญหานั้นด้วยการเดินขึ้นบันไดเพื่อกลับเข้าห้องตัวเองอย่างไม่สนใจใคร
“จัส ตินแกหัดเชื่อฟังผู้ใหญ่บ้างนะ” ซาร่าห์เดินออกมาจากห้องนั่งเล่นหวังดุว่าของตนแต่ก็รู้ว่าสิ่งนั้นไม่มีผล อะไรเมื่อเห็นลูกชายของเธอเดินขึ้นบันไดต่อไปราวกับไม่ยินเสียงของตัวเธอเลย
“จัสติน! จัสติน!!” ซาร่าห์ย้ำชื่อสองครั้งเสียงดังหนักแน่น
“เห็นไหมที่รักมันไม่เคยสนใจผมเลย” คำพูดของแดเนียลดูเหมือนว่าจะสามารถกระตุ้นอารมณ์ของเธอได้ไม่ยาก
“จัสติน! แกลงมาคุยกับพ่อแกก่อนสิ!!”
คำพูดของซาร่าห์ทำให้เด็กหนุ่มต้องหยุดเท้าลงหน้าประตูห้องตนเองชั้นสอง เขามองหันกลับไปมองหน้าแม่ครั้งหนึ่งด้วยท่าทีเย็นชาก่อนจะกล่าวความจริงที่อาจทำให้เธอต้องสะเทือนใจ
“แม่... เขาไม่ใช่พ่อแท้ๆ ของผม”
จัสตินเข้าห้องของตัวเองพร้อมกับปิดประตูเสียงดังทันทีที่พูดจบ แม่และพ่อเลี้ยงของเขาทำท่าหัวเสียเล็กน้อยที่เด็กคนนี้ไม่ค่อยจะยอมเชื่อฟังอะไร แต่ทั้งคู่ก็พอเข้าใจจิตใจของเขาอยู่บ้างจึงไม่คิดจะต่อว่าอะไรไปมากกว่านี้
เด็กหนุ่มกดล็อคกลอนก่อนจะคว้าโทรศัพท์มือถือออกจากกระเป๋ากางเกงอย่างรีบร้อนพร้อมกับกดโทรออกและกระโดดลงนอนบนเตียงนอนสีเขียว
“เฮ้ย!พรุ่งนี้ตกลงกินกันที่ไหน” เขาเริ่มกลิ้งบนที่นอนตัวเองไปมาพร้อมกับคุยโทรศัพท์กับเพื่อนเรื่องสถานที่ดื่มเหล้าเนื่องจากวันคล้ายวันเกิดของเพื่อนในวันพรุ่งนี้
“เออๆ พรุ่งนี้เจอกันร้านร็อคสตรีทนะ... โอเคๆ บาย”
เขากดวางสายก่อนจะนอนแผ่หลาบนเตียงพลางมองไปรอบๆ ห้องที่ดูจะรกรุงรังไปด้วยสิ่งของเก่าๆ ที่ไม่ใช้แล้ว เช่น ลูกฟุตบอล ของเล่นสมัยเด็ก หรือแม้กระทั่งหุ่นยนต์โมเดลที่เคยสะสม
 
พรุ่งนี้ได้กินเหล้าก็คงจะหายเซ็งไปได้อีกวันนึง แต่จะมีอะไรที่จะทำให้ชีวิตที่แสนจะน่าเบื่อหน่ายของเขาเปลี่ยนไปไหมนะ!?ถ้ามีอะไรสักอย่างที่ทำให้เขาได้ลืมเรื่องราวชีวิตที่แสนจะน่าเบื่อพวกนี้ไปได้ก็คงจะดีไหมน้อย...จัสตินครุ่นคิดคนเดียวอยู่นานก่อนผล็อยหลับไป
 
ในวันรุ่งขึ้นหลังเลิกเรียนเขาและกลุ่มเพื่อนอีกห้าคนต่างไม่กลับบ้าน ทุกคนได้พากันไปบาร์เหล้าแห่งหนึ่งที่ฮิตมากในละแวกนั้นชื่อว่า “ร็อคสตรีท” เพื่อดื่มฉลองในวันคล้ายวันเกิดของเพื่อนคนหนึ่งในกลุ่มทั้งๆ ที่ยังคงใส่ชุดเดิม การสังสรรค์ได้ดำเนินไปเรื่อยๆ อย่างสนุกสนานจนกระทั่งเจ้าของงานวันเกิดได้เอ่ยถามทุกคนบนโต๊ะ
“ทุกคน... ฉันอยากรู้จริงว่ะ ในชีวิตพวกแกทุกคนอยากอะไรมากที่สุด” เจ้าของงานยืนขึ้นถามทุกคนบนโต๊ะ
“อยากได้ดาราสาวสวยๆ ซักคนเป็นเมียว่ะ!” ชายคนหนึ่งท่าทางเมาเล็กน้อยตอบเสียงดังก่อนทุกคนบนโต๊ะจะตอบเห็นด้วยและเริ่มหัวเราะออกมา
“ฉันอยากจะหนีชีวิตแบบนี้ไปให้ไกลว่ะ หรือไม่ก็อยากมีชีวิตแปลกใหม่ที่เร้าใจกว่านี้” จัสตินพูดบ้าง แต่เพื่อนทุกคนกลับส่ายหัว และยิ้มเยาะทันทีที่ได้ฟังความคิดของเขา
“ฉันอยากเห็นไอ้จัสตินเมาอ้วกแตกเหมือนคราวก่อนนู้นว่ะ!ฮ่าๆๆ” ชายอีกคนหนึ่งพูดเสียงดังก่อนเจ้าของวันเกิดจะตอบกลับ
“นั่นสิวะ! ฉันยังจำสภาพคราวก่อนมันได้เลย” เจ้าของวันเกิดพูดก่อนจะชี้ไปยังจัสตินแล้วพูดท้าทาย
“ว่าไงจัสติน... แกคอแข็งยังวะ! เจอกับฉันหน่อยไหม ฉันนี่แหละจะพาแกหนีจากชีวิตแบบเดิมๆ ไปซักวันนึง” คำพูดของชายเจ้าของงานนั้นทำให้เขายิ้มตอบรับคำท้าโดยไม่คิดไตร่ตรองเลย
 
นี่สินะฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ที่ถูกบรรจุอยู่ในขวดสวยงามราคาสามร้อยเหรียญ จะให้เรียกว่าอย่างไรดี? ช่างคุ้มค่าเสียเหลือเกิน...
 
“เอาเลยๆๆ !!” เพื่อนในกลุ่มทุกคนต่างส่งเสียงเชียร์ชายหนุ่มทั้งสองที่กำลังดวลเหล้าอย่างทุลักทุเลและขาดสติ
ทั้งสองโซซัดโซเซในสภาพที่ดูไม่ได้พลางกระดกแก้วไม่ยั้งซึ่งทำให้เสื้อเชิ้ตแขนยาวสีขาวเต็มไปด้วยคราบเหล้าที่หกไปทั่วบริเวณอก
ผ่านไปไม่นานเด็กหนุ่มมหาลัยตัวเล็กของเราก็เมามากจนไม่รู้เลยว่าตัวเองอยู่ที่ไหน เขาได้ยินเพียงเสียงหัวเราะของเพื่อนที่ค่อยๆ หายไปทีละคน ทีละคน... และทีละคน
สุดท้ายแล้วเขาต้องเดินออกจากร้านคนเดียว ปราศจากเพื่อนคนใดที่จะมาช่วยพยุงเอาไว้ สายตาของเขาพร่ามัวราวกับภาพลายน้ำไหว ลำแข้งที่หยัดยืนของเขาสั่นไกวราวกับเป็นท่อนไม้บางๆ ศีรษะของเขาหนักอึ้งราวกับมีหินก้อนใหญ่ฝังอยู่ในสมอง
เดินไปได้ไม่ไกลนักชายหนุ่มสังเกตได้ว่าเบื้องหน้าของเขาคือรูปปั้นเทพเจ้าอะไรสักอย่าง แต่ด้วยความเลือนรางของสติทำให้เขาไม่สามารถมองออกว่าเป็นรูปปั้นนั้นเป็นของเทพพระเจ้าองค์ใด แต่สิ่งที่เขารู้ก็คือบนไดข้างรูปปั้นนั้นน่านอนเป็นที่สุด และเขาก็คงไม่พลาดที่จะนอนอยู่ตรงนั้นพร้อมกับเริ่มพูดคนเดียวด้วยความเมามาย
“โลกนี้มันน่าเบื่อจริงโว้ย!...เหมือนเดิมซ้ำๆ ซากๆ มันได้ทุกวี่ทุกวัน กลับบ้านไปก็ต้องเจอกับพ่อเลี้ยงบ้าๆ นั่นที่พยายามจะสั่งสอนฉัน!” ชายหนุ่มมองไปยังรูปปั้นด้วยความไม่มีสติ
“ถ้าหากแกศักดิ์สิทธิ์จริงนะ... แกช่วยทำให้ชีวิตของฉันน่าตื่นเต้นหน่อยสิ!ฉันเบื่อชีวิตแบบนี้จะแย่อยู่แล้วว่ะพวก ช่วยทำให้ฉันได้เปล่าวะ!” ชายหนุ่มท้าทายจนกระทั่งเผลอหลับไปโดยไม่รู้ตัว
 
“อืม... อย่ามายุ่งน่า!” ชายหนุ่มใช้มือปัดแมลงทีตอมอยู่ใบหน้าของตนอย่างเบลอๆ ไร้สติ
จัสตินสัมผัสได้ถึงผืนหญ้านุ่มๆ บนพื้นที่เขานอนอยู่ก่อนจะพยายามเบิกหนังตาที่หนักอึ้ง เมื่อสายตาของเขาที่พร่ามัวเริ่มมองเห็นชัดก็พบว่า เหนือขึ้นไปเบื้องหน้าตรงสายตาของเขาคือภาพของใบไม้เขียวขจีมากมายนับไม่ถ้วนซึ่งทำให้เขาประหลาดใจไม่น้อย
“ที่นี่มันที่ไหน” นี่คือสิ่งแรกที่เขาคิดด้วยระบบสมองที่ถูกกลั่นกรองด้วยปัญญาก่อนจะถูกพูดออกมาเบาๆ
ชายหนุ่มค่อยๆ ดันตัวของเขาลุกขึ้นนั่งหวังจะมองทุกสิ่งที่อยู่รอบตัวของเขา
“โอ้พระเจ้า!ที่นี่มันที่ไหนกัน!!!” เขาอุทานด้วยคำเดิมอีกครั้งด้วยเสียงที่ดังกว่าเดิมหลายเท่าพลางมองทุ่งหญ้าสีเขียวที่ไม่คุ้นเคยอันกว้างใหญ่ไกลสุดลูกหูลูกตา และทั้งหมดนั้นล้อมตัวเขาอยู่
ด้วยความตกใจเขาจึงใช้มือดันตัวถอยหลังไปตามสัญชาตญาณจนกระทั่งฝ่ามือของเขาลื่นเข้ากับเศษหินข้างหลัง เขาตกใจอีกครั้ง
เขาหันหลังไปมองก็พบว่าด้านหลังของเขาเป็นหน้าผาขนาดใหญ่ มองลึกดำดิ่งลงไปด้วยสายตาแล้วนั้นไม่อาจวัดเทียบได้เลย ชายหนุ่มรีบลุกขึ้นยืนทันที ในตอนนี้ความง่วงของเขาหายเป็นปลิดทิ้งทันที
จัสตินยื่นมือไปสัมผัสกับต้นไม้ใหญ่ที่อยู่เบื้องหน้า ลำต้นของมันหนาและสูงกว่าต้นไม้ที่เขาเคยเจอมาในชีวิต ลำต้นของมันคดโค้งเล็กน้อยอย่างดูสวยงามประหลาดตา แต่เมื่อมองตามลำต้นไปเรื่อยก็พบว่ากิ่งก้านของมันแผ่ขยายออกไปมากมายนับไม่ถ้วนทำให้รู้สึกถึงอายุที่ยืนนานมามากกว่าร้อยปี
แต่มีอยู่สิ่งเดียวที่สะกิดใจเขาก็คือ “ใบไม้” ต้นไม้ใหญ่ต้นนี้ไม่มีใบใดเลยบนต้นที่เหี่ยวเฉา บนบริเวณผืนหญ้าที่เขาเหยียบอยู่เช่นกัน ไม่มีแม้เศษของใบไม้ที่หล่นร่วงลงมา... ทั้งใบสดและใบเหลือง
เขาลูบคลำต้นใหม่ใหญ่ด้วยความสงสัยอยู่นานก่อนเสียงฝีเท้าม้าจะเข้ามาดังขึ้นราวกับค่อยๆ เขามาใกล้ เขาหันควับไปมองในทันที และสิ่งที่เขาเห็นนั้นต้องทำให้เขาประหลาดใจเป็นอย่างมาก
คนขี่ม้าธรรมดาที่ดูท่าจะไม่ธรรมดา เพราะในยุคสมัยปัจจุบันนี้ไม่มีใครแน่ที่จะเที่ยวใส่เกราะเหล็ก และพกโล่ขณะขี่ม้าแน่ๆ ยกเว้นเสียแต่เขาจะหลงเข้ามาในกองถ่ายหนังฮอลลีวูด
หนุ่มน้อยมหาลัยยืนนิ่งจนกระทั่งม้าวิ่งมาจนหยุดอยู่เบื้องหน้าของเขา มันยกขาหน้าขึ้นสองข้างพร้อมกับส่งเสียงร้องราวกับต้องการข่มขู่จิตใจ ซึ่งมันก็ได้ผลเสียด้วย
จัสตินเห็นใบหน้าของชายที่อยู่บนหลังม้าอย่างชัดเจน หนวดเคราเป็นไรเขียวเทาเล็กน้อยที่เข้ากับรูปหน้าอันคมคาย ชายผู้นี้มีนัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนเช่นเดียวกับสีผม ผมหยักศก จมูกโด่งเป็นสัน อายุน่าจะราวๆ ยี่สิบปลายๆ หรือสามสิบต้นๆ แต่ไม่สามารถระบุได้แน่ชัดว่าจะเป็นมิตรหรือเปล่า
“เจ้าเป็นใคร ดูจากรูปลักษณะการแต่งกายที่แปลกตาของเจ้าแล้ว ถ้าข้าเดาไม่ผิดเจ้าคงไม่ใช่นักรบ และเจ้าก็คงไม่ใช่คนของเมืองละแวกใกล้เคียงนี้ เจ้าเป็นใครกันแน่... ตอบข้ามาหนุ่มน้อย” เสียงทุ้มๆ นิ่มนวลที่พยายามทำให้ดูดุดันนั้นฟังแล้วช่างขัดกันเสียเหลือเกิน
ชายหนุ่มผมดำตัวเล็กจ้องมองชายแปลกท่าทางเพี้ยนๆ ที่เข้ามาซักถามชื่อของตนเองด้วยความประหลาดใจมากกว่าที่จะตกใจด้วยซ้ำ แต่ที่แน่ๆ อีกความรู้สึกหนึ่งที่ไม่อาจหลบซ่อน หรือหลอกตัวเองได้ก็คือ... ความหวาดกลัว
ข้อความ :
จากคุณ * :
 

หน้าที่ 1 จาก 1 หน้า
แสดง เรื่อง
ความคิดเห็นที่ 1
อ่านแต่นิยายรัก พอมาอ่านนิยายแนวแฟนตาซี(ใช่ป่าวไม่มั่นใจ)ก็สนุกไปอีกแบบ
จากคุณ 0851811377/(0851811377) อัพเดตเมื่อ 11/09/2554 12:09:52
หน้าที่ 1 จาก 1 หน้า
แสดง เรื่อง
 
    มีปัญหาทางเว็บ ติดต่อ [email protected] จำนวนผู้ชมเว็บแจ่มใสขณะนี้: 330 ท่าน

Line PM