Guest   
 
Username:
Password:




 


  
 



 
อ่านเรื่อง
เพราะมีนายหัวใจเลยมีรัก
ZaLL_Evil
Chapter 1 : หากว่าใช่ก็ลุยเลย
2
17/07/2556 16:49:18
490
เนื้อเรื่อง
คุณย่าคะ ฉัตรแสบตา ฮือๆๆ”ฉันร้องโอดโอยออกมาทันทีเมื่อหัวหอมที่กำลังปลอกอยู่เริ่มทำพิษ เหตุก็มาจากที่คุณย่าอยากให้ฉันทำอาหารต้อนรับหลานชายสุดที่รักของย่า การทำอาหารครั้งแรกในชีวิตจึงล่มไม่เป็นท่าเมื่อฉันไม่สนใจคำเตือนที่ว่าอย่าขยี้ตา ในเมื่อมันแสบฉันก็เลยขยี้เพื่อให้มันบรรเทาอาการลงบ้าง แต่เปล่าเลยมันแสบยิ่งกว่าเก่าซะอีก
            “โธ่ ยัยฉัตร ย่าก็บอกแล้วว่าอย่าเอามือไปขยี้ตาก็ไม่ฟังเลย มาล้างตาก่อนมา”อาการระคายเคืองค่อยๆบรรเทาลงเมื่อได้รับความสดชื่นจากน้ำเย็นๆช่วยบรรเทา
            “นึกว่าจะตาบอดซะแล้วสิเรา ฉัตรไม่เอาแล้วนะคะทำอาหาร”ฉันทำหน้าแหยทันทีเมื่อนึกถึงการทำอาหารในเวลาที่ผ่านมา มันช่างน่ารันทดจริงๆ เธอรู้ว่าคุณย่าอยากให้เธอมีเสน่ห์ปลายจวัก แต่ทำไงได้เธอไม่เคยเข้าครัวทำอาหารมาก่อนเลยนะตั้งแต่เกิดมา ก็ตลอดมาถ้าคุณแม่ไม่ทำให้ พี่เนก็ทำให้อยู่ดี โอ๊ย! ไม่เอาแล้วเลิกคิดๆ
ฉันสะบัดหัวไปมาเพื่อไล่เรื่องราวบ้าพวกนั้นออกจากหัวให้หมดแล้วหันกลับมาสนใจย่าของฉันแทน
            ผ่านไปไม่นานคุณย่าก็ต้องเป็นคนลงมือทำอาหารด้วยตัวเองโดยมีฉันเป็นลูกมืออยู่ข้างๆ อาหารส่งกลิ่นหอมน่ากินทันทีเมื่อถูกตักลงใส่จานรอรับประทานอย่างอดใจไม่ไหว ไข่เจียวใส่ยอดชะอมทอดกับน้ำพริกกะปิ  แกงส้มผักบุ้ง  และอาหารอีกมากมายระรานตาไปหมด 
            “ผมกลับมาแล้วครับคุณย่า”เสียงเข้มทักทายขึ้นเมื่อเหยียบเข้าสู่ตัวบ้าน ร่างสูง สมกับเป็นผู้ชาย ผิวเข้มนิดๆทำให้ดูแล้วเข้มแข็งมากในสายตาของใครหลายๆคน
            “กลับมาจนได้นะ ตาก้องย่าล่ะคิดหนักเพราะเราจริงๆเชียว หายหน้าไปเป็นปีๆไม่ยอมส่งข่าวคราวกลับมาบ้างเลย เบื่อย่าแล้วใช่ไหมนั่น”คุณย่าทำหน้างอนิดๆให้ดูน่ารัก
            “เปล่านะครับ งานที่นู่นแน่นเอี๊ยดจนผมกระดิกตัวไปไหนมาไหนไม่ได้เลยล่ะครับ ดีที่พักร้อนได้กลับมาบ้าน ไมงั้นผมคงได้กลับมาในสภาพไม่ปกติเพราะงานแน่ๆเลยครับ”คุยกันพอหอมปากหอมคอ คุณย่าก็เรียกให้มานั่งคุยกันต่อที่โต๊ะอาหาร แล้วเริ่มรับประทานอาหารกัน พร้อมกับที่คุณย่าแนะนำฉันให้กับนายก้องได้รู้จักกัน
            “นี่ ฉัตริญาจำน้องได้หรือเปล่าล่ะ”
            “ไม่ครับ ผมจำไม่เห็นได้ว่าเคยรู้จักมักจี่กับผู้หญิงที่คุณย่าหามาให้ผม”วาจาร้ายกาจ กล้าดียังไงมาว่าว่าเธอมาให้เขาได้ดูตัวกัน หลงตัวเอง
            “แหม จำกันไม่ได้ซะงั้น ก็ตอนเด็กๆที่พากันหายไปจากบ้านด้วยกันแล้วแอบไปปีนต้นไม้เล่นไง จนตั้งแต่นั้นมาย่าก็ไม่ได้เห็นหน้าฉัตรอีกเลย”
            “อ้อ ยัยเด็กกะโปโลที่ลากผมบอกไปเที่ยวทั้งที่ไม่เต็มใจนั่นน่ะเองเหรอครับ”
            “ฉันไม่ใช่เด็กกะโปโลนะ อีตาคนแล้งน้ำใจ”ฉันตอกกลับในทันทีเมื่อเรียบเรียงเหตุการณ์ได้ว่าตอนเด็กฉันเห็นเขาไม่มีเพื่อนเลยชวนเขาไปเที่ยวด้วยกัน แล้วฉันก็ปีนต้นไม้เล่นแล้วพลัดตกลงมา แต่เห็นเท่านั้นเขาก็รีบวิ่งหนีหายไปที่ไหนไม่รู้จนพ่อฉันตามหาฉันจนเจอแล้วพากลับบ้านทันที แต่ไม่คิดเลยว่าเด็กชายแล้งน้ำใจคนนั้นจะคือหลานรักของคุณย่าแล้วยังได้รู้อีกว่านายนี่ชื่อ ก้อง ไม่ชอบขี้หน้าเลยสักนิด หลงตัวเองแถมยังมาว่าเธอเป็นเด็กกะโปโลอีก
            “คือตอนนั้น...”คุณย่ากำลังจะเอ่ยอะไรบางอย่างแต่ถูกหลานรักพูดแทรกขึ้นมาก่อน ชิส์ ไร้มารยาท
            “ช่างมันเถอะครับคุณย่า เรามาทานอาหารกันดีกว่าครับ”
 เราใช้เวลาสำหรับการรับประทานอาหารพอสมควรก่อนที่ฉันจะขอตัวแยกออกมาจากวงสนทนาที่ตัวเองจะกลายเป็นหมาหัวเน่าอยู่รอมร่อ กลับมาถึงก็ออดอ้อนคุณย่าของเธอแล้วยังยึดตัวคุณย่าเธอคุยเรื่องนั้นเรื่องนี้ จนเธอไม่มีโอกาสที่จะได้เล่าเรื่องราวเกี่ยวกับเรื่องที่ต้องย้ายมาอยู่บ้านคุณย่าโดยพลการแบบนี้
            แต่ไว้ว่างเมื่อไรค่อยเล่าก็ได้เพราะตอนนี้ถ้าให้เธอเล่ามันก็คงยังเจ็บอยู่แน่เลย ปล่อยไว้สักพักให้ใจมันหายเจ็บก่อนแล้วค่อยเล่าเรื่องราวทุกอย่างให้คุณย่าฟังก็คงไม่เป็นอะไรหรอกมั้ง
 
 
            “แล้วทำไมถึงยังไม่ยอมบอกความจริงเขาไปอีกล่ะ”
            “ก็มันไม่ได้สำคัญอะไรนี่ครับ ไม่เห็นต้องสนใจอะไรเลยนี่ครับ”
            “หรือจริงๆแล้วกำลังน้อยใจที่หนูฉัตรเขาว่าเราว่าเป็นคนแล้งน้ำใจทั้งที่เราอุตส่าห์วิ่งกระหืดกระหอบกลับมาตามคนไปช่วยหนูฉัตรจนตัวเองหมดแรงสลบไปเลยน่ะ”พอได้ฟังเรื่องนี้อีกครั้ง มันก็ทำให้เขารู้สึกมีความสุขขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก จนมักเผลอยิ้มออกมาทุกครั้งไปที่นึกถึงหน้าขาวใสในวัยเด็ก ดวงตากลมโต กลับรอยยิ้มเป็นมิตรที่ใครเห็นก็ต้องหลงใหล ในเวลาที่เธอเข้ามาจับมือเขาไว้แล้วพาไปเที่ยวทั้งที่พ่อกับแม่ของเขาแค่ลากเขามาเอาใจคุณย่าเพราะหวังว่าอยากได้มรดกพันล้านของคุณย่า แต่เขาไม่ได้สนใจ สิ่งเดียวในเวลานั้นที่เขาสนใจก็คงมีแค่เธอคนนั้นคนเดียวเท่านั้น
            “หรือว่าน้อยใจที่เขาจำเราไม่ได้ทั้งที่เราจำเขาได้แม่นแต่แกล้งฟอร์มจัด ปากร้ายใส่เขาทั้งที่ใจจริงแทบอยากจะกระโดดกอดเขาเลยใช่ไหมล่ะ ฮึ!ย่ารู้ทันเรานะตาก้อง แค่มองย่าก็รู้แล้วว่าเรารู้สึกยังไงกับหนูฉัตร”
            “คุณย่าชอบรู้ทันอยู่เรื่อย ถ้ารู้แล้วก็อย่าลืมช่วยผมด้วยนะครับ เพราะคราวนี้ผมก็คงต้องลุยเต็มที่เพื่อให้หัวใจผมเลิกทรมานจากการรอคอยสักที”คุณย่ายิ้มออกมาบางๆ เมื่อเห็นว่าสิ่งที่ตนคาดคิดเอาไว้นั้นไม่ผิดเลยสักนิดเดียว
“โอ๊ย!!!”ชายหนุ่มไม่รอช้าเมื่อได้ยินเสียงร้องก็รีบวิ่งไปตามเสียงร้องในทันทีว่าคนที่เขารักนั้นเป็นอะไร
“ยัยเด็กกะโปโลเอ๊ย”เขาพูดแค่นั้นก่อนจะช้อนตัวสาวร่างบางที่นอนกุมข้อเท้าของตัวเองด้วยความเจ็บปวดจากการร่วงหล่นลงมาจากต้นไม้ใหญ่มาไว้ภายในอ้อมกอด
เราใช้เวลาสำหรับการรับประทานอาหารพอสมควรก่อนที่ฉันจะขอตัวแยกออกมาจากวงสนทนาที่ตัวเองจะกลายเป็นหมาหัวเน่าอยู่รอมร่อ กลับมาถึงก็ออดอ้อนคุณย่าของเธอแล้วยังยึดตัวคุณย่าเธอคุยเรื่องนั้นเรื่องนี้ จนเธอไม่มีโอกาสที่จะได้เล่าเรื่องราวเกี่ยวกับเรื่องที่ต้องย้ายมาอยู่บ้านคุณย่าโดยพลการแบบนี้
            แต่ไว้ว่างเมื่อไรค่อยเล่าก็ได้เพราะตอนนี้ถ้าให้เธอเล่ามันก็คงยังเจ็บอยู่แน่เลย ปล่อยไว้สักพักให้ใจมันหายเจ็บก่อนแล้วค่อยเล่าเรื่องราวทุกอย่างให้คุณย่าฟังก็คงไม่เป็นอะไรหรอกมั้ง
 
 
            “แล้วทำไมถึงยังไม่ยอมบอกความจริงเขาไปอีกล่ะ”
            “ก็มันไม่ได้สำคัญอะไรนี่ครับ ไม่เห็นต้องสนใจอะไรเลยนี่ครับ”
            “หรือจริงๆแล้วกำลังน้อยใจที่หนูฉัตรเขาว่าเราว่าเป็นคนแล้งน้ำใจทั้งที่เราอุตส่าห์วิ่งกระหืดกระหอบกลับมาตามคนไปช่วยหนูฉัตรจนตัวเองหมดแรงสลบไปเลยน่ะ”พอได้ฟังเรื่องนี้อีกครั้ง มันก็ทำให้เขารู้สึกมีความสุขขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก จนมักเผลอยิ้มออกมาทุกครั้งไปที่นึกถึงหน้าขาวใสในวัยเด็ก ดวงตากลมโต กลับรอยยิ้มเป็นมิตรที่ใครเห็นก็ต้องหลงใหล ในเวลาที่เธอเข้ามาจับมือเขาไว้แล้วพาไปเที่ยวทั้งที่พ่อกับแม่ของเขาแค่ลากเขามาเอาใจคุณย่าเพราะหวังว่าอยากได้มรดกพันล้านของคุณย่า แต่เขาไม่ได้สนใจ สิ่งเดียวในเวลานั้นที่เขาสนใจก็คงมีแค่เธอคนนั้นคนเดียวเท่านั้น
            “หรือว่าน้อยใจที่เขาจำเราไม่ได้ทั้งที่เราจำเขาได้แม่นแต่แกล้งฟอร์มจัด ปากร้ายใส่เขาทั้งที่ใจจริงแทบอยากจะกระโดดกอดเขาเลยใช่ไหมล่ะ ฮึ!ย่ารู้ทันเรานะตาก้อง แค่มองย่าก็รู้แล้วว่าเรารู้สึกยังไงกับหนูฉัตร”
            “คุณย่าชอบรู้ทันอยู่เรื่อย ถ้ารู้แล้วก็อย่าลืมช่วยผมด้วยนะครับ เพราะคราวนี้ผมก็คงต้องลุยเต็มที่เพื่อให้หัวใจผมเลิกทรมานจากการรอคอยสักที”คุณย่ายิ้มออกมาบางๆ เมื่อเห็นว่าสิ่งที่ตนคาดคิดเอาไว้นั้นไม่ผิดเลยสักนิดเดียว
“โอ๊ย!!!”ชายหนุ่มไม่รอช้าเมื่อได้ยินเสียงร้องก็รีบวิ่งไปตามเสียงร้องในทันทีว่าคนที่เขารักนั้นเป็นอะไร
“ยัยเด็กกะโปโลเอ๊ย”เขาพูดแค่นั้นก่อนจะช้อนตัวสาวร่างบางที่นอนกุมข้อเท้าของตัวเองด้วยความเจ็บปวดจากการร่วงหล่นลงมาจากต้นไม้ใหญ่มาไว้ภายในอ้อมกอดทันที
           "ฉัตร เป็นอะไรมากหรือเปล่า เจ็บมากไหม"
           "อ...อ..เอ่อ เปล่า ปล่อยได้แล้ว"ฉันรีบแก้เขินทีนที นี่ฉันตกอยู่ในอ้อมกอดเขาได้ยังไงเนี่ย น่าอายชะมัด
           "ซุ่มซ่าม ไม่รู้จักระวังตัว เด็กยังไงก็เด็กยังงั้นเลยนะเธอน่ะ"
           "ฉันขอให้นายช่วยหรือเปล่า ไม่เลย ฉันไม่ได้ขอ นายมาช่วยฉันเอง และที่สำคัญฉันไม่ใช่เด็ก"กล้าดียังไงมาว่าฉันเป็นเด็ก กี่ปีไม่มีเปลี่ยน โตแต่ตัวจริงๆ ไอ้บ้า ฮึ่ย!
           "ผมอายุมากกว่าคุณ กรุณาเรียกผมว่าพี่ด้วยนะครับ คุณเด็กกะโปโล ไม่รู้จักโต"
           ชิส์ อายุมากกว่าเหรอ ก็แค่อายุแหละย่ะ ไอ้หลงตัวเอง ไอ้เสาไฟฟ้า ไอ้บ้า ไอ้ปากเสีย ได้แต่ด่าในใจ ไม่ได้หรอก ย่าอยู่ด่าไม่ได้ 
           "ฉัน-จะ-เรียก มีไรป่ะล่ะ ก็เราเป็นแค่คนรู้จักกัน ทำไมฉันต้องเคารพนายด้วย ฝันไปเถอะย่ะ"ก่อนจะลุกขึ้นแล้วก็....
     โอ๊ยยยยยยย~
  

 

ข้อความ :
จากคุณ * :
 

หน้าที่ 1 จาก 1 หน้า
แสดง เรื่อง
ความคิดเห็นที่ 1
vอาหารก็ ของไทย ๆ 
จากคุณ 0851811377/(0851811377) อัพเดตเมื่อ 07/09/2554 18:12:12
หน้าที่ 1 จาก 1 หน้า
แสดง เรื่อง
 
    มีปัญหาทางเว็บ ติดต่อ [email protected] จำนวนผู้ชมเว็บแจ่มใสขณะนี้: 60 ท่าน

Line PM