Guest   
 
Username:
Password:




 


  
 



 
อ่านเรื่อง
Sweet Heart My Girl
ธัญธารา
คู่หมั้นของฉัน
19
01/01/2533 00:00:00
656
เนื้อเรื่อง

 

          
             
แม่ว่าไงนะค่ะ หนูน่ะหรอมีคู่หมั้นแล้ว Ooo/// โอ้...ม่าย...ก๊อด!!! ฉันหูดฟาด ตาลาย วิงเวียนศีรษะหรือไปกินอะไรผิดๆมาถึงได้ยินแม่พูดคำนี้ หรือว่าแม่เรากันแน่ที่กินยาผิดหรือว่าบ้าระหว่า =_=+ ฉันเนี่ยนะมีคู่หมั้นแล้ว เป็นไปไม่ได้ทำไมแม่ไม่เคยบอกล่ะ

                แม่รู้ว่ามันฟังดูติงต๊อง =_=^ แต่ว่าทางฝ่ายนู้นเขาโทรมาทวงสัญญาแล้ว บอกว่าจะให้ลูกรีบหมั้นกับลูกชายเขาวันเสาร์หน้า

                หา? OoO!!!” อะไรกันฉันพึ่งจะกลับมาจากพักผ่อนวันเปิดภาคเรียนก็ต้องมารับรู้เรื่องซังกะบ๊วยนี้ด้วยเรอะ เชอะ!! ไม่เห็นจะสนใจเลย แล้วคิดหรอว่าฉันจะหมั้น

                ใครบอกว่าหนูจะหมั้นกันล่ะ

                ไม่ได้นะ พ่อเรารับปากกับทางนู้นไว้ตั้งแต่ลูกยังไม่เกิดด้วยซ้ำและเมื่อไรที่ลูกกับลูกชายเขาได้เจอกันและรู้จักกันแล้วก็จะให้หมั้นทันที

                แม่ค่ะ! แม่ก็รู้ว่หนูเกียดการบังคับที่สุดแล้วก็เกียดมากที่ต้องหมั้นกับคนแปลกหน้า หมอนั่นหน้าตาเป็นไงหนูก็ไม่รู้และหนูกับเขาเคยเจอและรู้จักกันตอนไหนไม่ทราบ

                ยังไงเราก็ต้องหมั้นไม่งั้นพ่อเราอาการกำเริบอีกแน่ๆ ฉันทำสีหน้าครุ่นคิดก่อนจะทำท่าทางหนักใจแล้วเดินขึ้นบ้านไปเหมือนคนหมดแรง ไม่มีแรงที่จะเดิน

                แม่ขอโทษนะที่ช่วยหนูไม่ได้ แต่ว่าเด็กผู้ชายคนนี้หนูรู้จักเขาดี ถ้าหนูได้รู้ว่าเขาเป็นใครแม่เชื่อว่าหนูจะไม่ปฏิเสธเลย  แม่พูดเบาๆกับตัวเองก่อนจะสายหัวไปมาด้วยความสงสารฉัน

                ที่ห้องข้าวปั้น...

                ฉันยืนมองภาพนอกหน้าต่างอย่างเศร้าสลดใจ หน้าบ้านตรงนั้นที่เคยเกิดเหตุระหว่างฉันกับกานต์เป็นครั้งแรกที่เขาทำให้ฉันรู้สึกหวั่นไหวและแปลกๆในหัวใจ ทำไมฉันถึงรู้สึกปวดใจนะที่รู้ว่าต้องหมั้นกับใครก็ไม่รู้แล้วถ้าหมอนั่นรู้เรื่องจะเป็นยังไง

                ข้าวปั้นยังไม่นอนใช่มั๊ยลูก เสียงของแม่ที่ดังขึ้นทำให้ฉันหยุดคิดอะไรที่มันเพ้อเจ้อก่อนจะหันกลับไปมองแม่ที่กำลังปิดประตูห้องฉันแล้วเดินตรงเข้ามานั่งที่เตียงนอนฉัน

                แม่มีอะไรหรอค่ะ ฉันเดินไปนั่งลงข้างๆแม่ก่อนจะเห็นกล่องกำมะหยีสีแดงที่แม่ถือไว้ในมือ -_-?? แม่ยื่นกล่องนั้นใส่มือฉันก่อนจะมองหน้าฉัน

                แม่ว่าลูกคงรักษามันได้แล้ว

                อะไรหรอค่ะ

                แหวนของตระกูลนั้น เขาให้ไว้เพื่อแสดงว่าลูกเป็นคูหมั้นลูกชายเขาแหวนนี้มีอยู่สองวงศ์อีกวงศ์อยู่ที่ลูกชายของตระกูลนั้น ที่แหวนจะสลักชื่อตระกูลของเขาเอาไว้ งั้นแม่ไปนอนก่อนนะลูก

                ฝันดีค่ะ หลังจากแม่เดินออกจากห้องไปฉันก็เปิดกล่องนั้นออกดูก่อนจะเห็นแหวนเงินแต่ฉันไม่ได้ดูชื่อที่สลักที่ในตัวแหวน ฉันปิดกล่องก่อนจะถอนหายใจเฮือกใหญ่อย่างหนักใจ   ทำไงดีระหว่างความรักกับความกตัญญูฉันควรจะเลือกอะไรดีนะ

                หนักใจล่ะสิถ้า

                นี่แอบฟังแม่กับพี่คุยกันหรอวุ้น ฉันตำหนิน้องทันทีที่เขาเดินออกมาจากห้องน้ำ

                เปล่านะ วุ้นอาบน้ำอยู่ได้ยินพอดี ว่าแต่พี่จะยอมหมั้นจริงหรอ แล้วพี่กานต์ล่ะ

                เกี่ยวอะไรกับหมอนั่น

                อย่ากลุ้มใจนักเลยพี่ หมั้นได้ก็ใช่ว่าจะถอนไม่ได้

                พูดน่ะมันง่ายแต่ถ้าเขาไม่ยอมถอนหมั้นคนที่เดือดร้อนมันฉันนะไม่ใช่แก

                โห ไม่เห็นจะยากเลย พี่ก็ทำให้เขาถอนหมั้นพี่สิ ทำยังไงก็ได้ให้เขาทนไม่ได้ยอมถอนก็เท่านั้น

                จริงด้วย!! ฉลาดเหมือนกันนะเรา ฉันยอน้องสาวตัวดีก่อนจะยิ้มให้กับตัวเอง

ติ๊งต่อง...  ติ๊งต่อง...

                เสียงกริ่งหน้าบ้านดังขึ้น ฉันชะโงกหน้าออกไปดูหน้าบ้านในขณะที่กำลังรดน้ำให้อาหารต้นไม้ในบ้านอยู่ -.,- ก่อนจะเห็นผู้ชายคนหนึ่งยืนเกาะรั้วหน้าบ้าน เอ...( -_-? ) ใครอ่ะทำไมใส่เสื้อแดงแป๊ดเลย หรือจะเป็นพวกคนเสื้อแดง ตายๆๆ อย่างนี้อย่าบอกนะว่าเขาจะมาชุมนุมบ้านเรา โอ ม่าย ก๊อด!! =_=^^

                ข้าวปั้น! ใครมากอดออดหน้าบ้านน่ะ ไปดูหน่อยซิแม่ยุ่งอยู่ เสียงตะโกนของแม่ดังขึ้นแต่ทว่าฉัน...ยังคงคิดอยู่ว่าใช่พวกคนเสื้อแดงเหมือนในทีวีรึเปล่า =_=

                จดหมายคร๊าบ!!”

                อ้าว...คนส่งจดหมายเองหรอ ค่าๆ ไปแล้วๆกดอยู่ได้ทำไมพี่ไม่พังเข้ามาซะเลยล่ะค่ะ – O – ” ฉันวิ่งออกไปหน้าบ้านก่อนจะเปิดประตูบ้านแล้วเซ็นรับจดหมายทันที ก่อนจะปิดประตูแล้วเดินกลับมาที่สวนข้างบ้าน

                ใบทวงหนี้แม่รึเปล่าเนี่ย -_- ;” ฉันเดินถือจดหมายสามฉบับตรงมาที่โต๊ะม้านั่งในสวนก่อนจะนั่งลงดูจดหมายทีละซอง

                อันนี้ค่าไฟกับค่าน้ำ อืม! อันนี้...อ้ากกกก!! OoO/// ใบทวงหนี้แม่จริงๆด้วย ไปกู้ใครอีกล่ะทีนี้ +_+” ฉันถอนหายใจเฮือกใหญ่ก่อนจะหยิบจดหมายซองสุดท้ายขึ้นมาดูหน้าซอง เฮ้ยยย!!! O_O?? มีจ่าหน้าซองถึงฉันด้วย

                ผู้รับ  คุณข้าวปั้น

                ผู้ส่ง คู่หมั้นของคุณ (สุดหล่อหน้าตาดี) =_=^^ คนสมัยนี้มันจ่าหน้าซองกันดีๆไม่เป็นรึไงฟ่ะ ฉันรีบเปิดซองจดหมายออกอ่านทันที

                สวัสดีคุณคู่หมั้นของผม นี่ผมวานแม่บ้านให้ช่วยเขียนจดหมายให้ (เขียนไม่เป็น) เข้าใจ๊? ยังไงก็ชั่งมันเหอะอย่าไปใส่ใจมันเลย ที่ผมเขียนจดหมายถึงคุณวันนี้ก็เพราะจะบอกว่าถ้าคุณหมั้นกับผมแล้วผมจะไม่ถอนหมั้นเด็ดขาดเพราะฉะนั้นคิดดูให้ดีว่าคุณต้องการแบบไหน ถ้าคุณมีคนที่รักอยู่แล้วผมก็ไม่อยากฝืนใจใคร เข้าใจ๊? แต่ถ้าคุณเห็นหน้าผมคุณจะไม่มีวันปฏิเสธเพราะเรารู้จักกันดีมาก อ่ะๆๆ อย่าพึ่งอ้าปากเถียงนะ (รู้ทัน) เดี๋ยววันนี้คุณจะรู้เองว่าผมเป็นใครแล้วรู้จักคุณได้ไง

     ปล. อย่าลืมพกแหวนหมั้นติดตัวไว้ตลอดเวลาล่ะ เดี๋ยวหาย (แพงมากและเป็นของตกทอดของตระกูล)

                                                                                                                                รักหรือเกียดยังไม่ทราบ

                                                                                                                                                คู่หมั้น

                ไอ้บ้าๆๆ > O < คิดว่าตัวเองเป็นใครฟ่ะถึงกล้ามาสั่งฉัน อย่าให้รู้นะว่าเป็นใคร ฉันฟุ๊บหน้าลงที่โต๊ะทันที หมอนี่เป็นใครกัน? รู้จักเราดีแค่ไหน? แล้ววันนี้นะฉันจะได้พบเขาจริงหรอ ? บ้าไปแล้ว -..-

                 ปรี๊น...ปรี๊น...     เอ๋?....ใครมาอีกแล้วทีนี้ เห็นบ้านฉันเป็นสวนสาธารณะรึยังไง -_-

                มาแล้วๆ ทำไมไม่ชนประตูเข้ามาเลยละ บีบอยู่ได้ #_____#” ฉันวิ่งออกไปเปิดประตูก่อนจะเห็นลีมูซีนสีขาวจอดอยู่พร้อมกับคุณลุงคนขับรถที่ฉันไม่คุ้นหน้าเอาซะเลย

                พอดีลุงเป็นคนขับรถคนใหม่ของคุณชายน่ะครับ

                คุณชาย?  ฉันทวนคำพูดลุงแกแบบงงๆ

                เชิญครับคุณชายรออยู่ ฉันขมวดคิ้วเข้าหากันเมื่อคุณลุงเชิญขึ้นรถ

                ไปไหนคุ่ แล้วคุณชายที่ว่าเป็นใคร

                ก็คู่หมั้นหนูไงจ๊ะ

                หา? OoO” ฉันยอมเดินขึ้นรถแต่โดยดีก่อนจะเข้าไปนั่งข้างๆผู้ชายคนหนึ่งที่ใส่ชุดธรรมดาๆเป็นเสื้อยืดสีฟ้าอ่อนๆกับกางเกงยีนใส่หมวกปิดหน้าปิดตาแล้วใส่แว่นดำก้มหน้าก้มตาทำงานในคอมพิวเตอร์พกพาเครื่องจิ๋ว เขาปิดคอมก่อนจะหันมามองฉันแล้วก็ถอดหมวกกับแว่นตาออก

                นาย....OoO!!”

                ใช่ฉันเอง ฉันคือคู่หมั้นตัวจริงของเธอ กานต์พูดด้วยสีหน้าจริงจังในขณะที่ฉันยังทึ้งไม่หาย เขาหยิบอะไรบางอย่างออกมาจากกล่องไม้ก่อนจะยื่นมันให้ฉันดู

                แหวน? ฉันทวนคำก่อนจะมองดูแหวนวงศ์นั้นดีๆ ดูๆไปคล้ายๆแหวนของเราเลย  ฉันรีบหยิบกล่องแหวนที่พกติดตัวมาด้วยออกมาก่อนจะเอามันออกมาเทียบกัน ใช่เหมือนกันมาก ฉันมองเห็นตัวหนังสือที่สลักชื่อตระกูลเขาว่า วัฒนานุกุล OoO อ้ากกก ทำไมฉันไม่มองดูตัวหนังสือในแหวนก่อนหน้านี้นะ

                ฉันแค่จะถามเธอให้แน่ใจว่าเธอจะหมั้นหรือไม่หมั้น ฉันไม่ชอบบังคับใคร ถ้าเธอบอกว่ามีคนที่ชอบอยู่ในใจแล้วฉันก็จะไม่ฝืนใจเธอ การที่ได้ตัวเธอมาแล้วไม่ได้หัวใจมันก็ไม่มีความหมายอะไรหรอกนะ เขาพูดด้วยเสียงที่ฟังดูเศร้าๆฉันจ้องตาเขาก่อนจะคิดหนักว่าจะเอาไงดี

                ขอเวลาฉันสองวัน แล้วฉันจะให้คำตอบนาย

                ได้ ฉันหวังว่าเธอจะไม่โกหกหัวใจตัวเอง

 

                สนามบินสุวรรณภูมิ

                นั่นไงมากันแล้ว ภวินท์พูดอย่างตื่นเต้นดีใจก่อนจะหันไปมองเพื่อนที่กำลังเดินมากับภรรยาของเขา โดยมีบอดี้การ์ดเดินลากกระเป๋าเดินทางให้

                ภวินท์ !” ภูผาเรียกก่อนจะเดินเข้ามากอดเพื่อนรักอย่างคิดถึง

                ยินดีต้อนรับเพื่อนรัก

                สบายดีใช่มี๊ย

                เราสบายดี ภรรยานายนี่สวยเหมือนเดิมเลยนะ

                แหม ภรรยานายก็สวยใช่เล่นนิ จริงมั๊ยครับคุณเล็ก

                ไม่ขนาดนั้นหรอกค่ะ

                แล้วนี่เด็กๆไม่มาด้วยหรอค่ะ แววดาวถามอย่างสงสัย

                แกคงกำลังใช้ชีวิตโสดให้เต็มที่ก่อนจะหมั้นหมายกันน่ะค่ะ เล็กพูดด้วยรอยยิ้ม

                ผมว่าเราไปหาอะไรกินกันก่อนดีไหม แล้วค่อยกลับ ไปด้วยกันนะภวินท์ คุณเล็ก

ห้องซ้อมดนตรีบ้านไนท์

                ไอ้กานต์!! แกทำแบบนี้กับฉันได้ไงวะ ไอ้เพื่อนชั่ว อยู่ๆเจมส์ที่พึ่งจะเดินเข้ามาก็พรวดพราดเข้ามากระชากคอเสื้อกานต์ทันทีจนเพื่อนๆที่กำลังเล่นดนตรีกันอยู่ต้องหยุดเล่นมองดูกันอย่างมึนงงทันที

                ฉันทำอะไร? กานต์พูดหน้าตาย

                ยังมีหน้ามาพูดว่าทำอะไรอีกหรอ พลั่กกก!! เจมส์ต่อยหน้ากานต์ทันทีก่อนที่เขาจะล้มลงที่พื้น พอทุกคนเห็นเหตุการณ์ไม่ดีก็รีบวางกีต้าแล้ววิ่งเข้ามาแยกทันที

                เจ็บมั๊ยวะ ไนท์พยุ่งกานต์ขึ้นอย่างเป็นห่วง

                มีอะไรกันวะ ค่อยๆพูดกันก็ได้ เรียวถาม

                แกลองถามมันดูซิ เรียวหันไปมองหน้ากานต์แบบต้องการคำตอบแต่กานต์ก็เฉยๆ

                อย่าคิดนะว่าแกจะใช้วิธีบีบบังคับเธอได้ ถ้าเธอไม่เต็มใจฉันนี่แหละจะเป็นคนขวางงานหมั้นแกเอง เจมส์พูดทิ้งท้ายไว้เท่านั้นก่อนจะเดินออกไปด้วยความโมโห

                นี่แกจะหมั้นหรอวะ หลิวถามงงๆ

                กับใคร? เรียวถาม

                แกจะหมั้นวันไหนวะ? หลิวถาม

                เสาร์นี้

                หา? OoO” ทุกคนประสานเป็นเสียงเดียว

                แล้วพวกนายจะพูดพร้อมกันให้มันได้อะไรวะ กานต์ว่า

ข้าวปั้นใช่มั๊ย ไนท์ถามกานต์พยักหน้างึกๆก่อนจะเดินกับไปหยิบหนังสือแล้วเดินออกจากห้องไปอีกคนทำเอาทั้งสามคนต้องหันมาจ้องหน้ากันอย่างไม่เข้าใจทันที

ที่บ้านเจมส์...

หา? OoO! เธอจะหมั้นกับพี่กานต์!...เป็นไปได้ไง -_- ไม่เห็นต้องพูดพร้อมกันคำเดียวกันเหมือนนักกันไว้ก็ได้นิ

เฮ้อ! ฉันไม่รู้จะตัดสินใจไงดี

นี่ถ้าพี่ชายฉันรู้เขาต้องอาละวาดบ้านแตกแน่ๆ

นั่นสิ หมอนั่นยิ่งชอบตื้อฉันไม่เลิก บอกว่าถ้าฉันไม่บอกว่ามีคนที่ชอบแล้วก็จะไม่เลิกตามฉัน แต่ว่า...ถ้าฉันบอกเขาว่าไม่ได้ชอบเขาแล้วหมอนั่นเกิดบ้าเอาหัวมุดลงไปในชักโคกเพื่อฆ่าตัวตายจะทำไงล่ะ

=_=*”

ฉันว่าพี่ชายฉันคงไม่บ้าฆ่าตัวเองด้วยวิธีนั้นหรอกมั้ง -_- ^ อ้อ ว่าแต่นามิเธอจะไปจริงๆหรอฝรั่งเศสน่ะ พราวหันไปถามอย่างนึกได้

อืม แม่บอกอยากให้ฉันเรียนจบได้ปริญญาที่ฝรั่งเศส ฉันก็เลยต้องทำตามคำสั่ง

ไม่ใช่หนีปัญหาเรื่องหัวใจหรอกหรอ ฉันพูดอย่างจับผิด นามิทำสีหน้าตกใจก่อนจะรีบปฏิเสธอย่างรวดเร็ว

ข้าวปั้นฉันกลัวว่าเรื่องระหว่างพี่ชายฉันกับพี่กานต์มันจะเป็นเหมือนในละครจังเลย

เหมือนละครยังไง

ก็เพื่อนรักต้องมาแย่งผู้หญิงคนเดียวกันน่ะสิ เธอคงไม่เคยได้ยินคำว่า ไม่มีคำว่าแพ้ในพจนานุกรมของลูกผู้ชายสินะ พี่ฉันนะพูดอยู่บ่อยๆและก็เป็นคนไม่ยอมแพ้ใครง่ายๆด้วย

เธอยิ่งพูดฉันก็ยิ่งกลัว

งั้นฉันขอตัวกลับก่อนจะคนขับรถมารับแล้ว นามิรีบบอกลาก่อนจะเดินออกจากห้องนั่งเล่นไปด้วยสีหน้าไม่สู้ดีนัก เฮ้อ น่าสงสารนามิเมื่อไรอีตาเจมส์จะมองเห็นความรักที่เธอมีให้สักทีนะ

ไม่กลับหรอ พราวหันมามองหน้าฉัน

ไม่อ่ะ ขอนอนบ้านเธอได้มั๊ย แล้วอย่าบอกพี่ชายเธอล่ะ รำคาญ ฉันพูดก่อนะฟุ๊บนอนลงที่โซฟา

ดีนะที่แม่ไม่อยู่ แล้วจะนอนนั่นเลยรึไง

อือ ฉันคางก่อนจะหลับต่ออย่างอ่อนเพลีย พราวเดินออกไปก่อนจะปิดประตูให้ เจมส์ที่พึ่งขับรถมาถึงด้วยความโมโหกานต์ไม่หายเดินเข้ามาในบ้านก่อนจะถามแม่บ้านที่กำลังกลับบ้านพักตัวเอง

พราวล่ะ

ขึ้นห้องนอนแล้วค่ะ

หรอ เจมส์ว่าก่อนจะเดินเข้ามาในบ้านแล้วตรงไปที่ห้องครัวก่อนจะเปิดตู้เย็นออกแล้วรินน้ำเปล่าใส่แก้วดื่มแก้กระหายก่อนจะปิดตู้เย็นแล้วห้าวทีหนึ่งก่อนจะเดินออกมาแต่ก็ต้องชะงักหันหลังกลับไปมองห้องนั่งเล่นที่อยู่ติดกัน

ทำไมห้องนั่งเล่นถึงยังไม่ได้ปิดไฟ ใครอยู่ในนั้นกัน เขาบ่นงึมงำกับตัวเองก่อนจะเดนตรงไปยังห้องนั่งเล่นแล้วค่อยๆแง้มประตูออกก่อนจะมองเห็นร่างเล็กๆที่นอนหมดสติอยู่ที่โซฟา เขาเดินช้าๆเข้าไปก่อนจะเห็นคนที่ทำให้เขาวุ่นวายใจกำลังนอนหลับสบายใจเฉิ่มอยู่บนโซฟา เจมส์มีรอยยิ้มที่มุมปากก่อนจะนั่งยองๆลงข้างๆเธอแล้วก็เลื่อนมือไปเกลี่ยเส้นผมเธอโดยไม่รู้ตัวก่อนจะค่อยๆเลื่อนหน้าเข้าไปใกล้ๆหน้าขาวนวลอย่างหลงใหลและไม่รู้ตัว กานต์จูบที่หน้าผากเธออย่างอ่อนโยนก่อนจะยิ้มแล้วลุกไปเปิดตู้เก็บผ้าห่มที่อยู่อีกมุมหนึ่งแล้วหยิบผ้าห่มผืนใหญ่มาห่มตัวให้เธออย่างอ่อนโยนก่อนจะพูด

ฝันถึงฉันบ้างนะข้าวปั้น ^///^” เจมส์หันหลังเดินออกไปก่อนจะหันกับมามองเธออีกครั้งแล้วปิดบานประตูใหญ่ลงในที่สุด ข้าวปั้นที่ตื่นอยู่แล้วลืมตาขึ้นก่อนจะพูดกับตัวเอง

ฉันควรทำไงดีนะ ขอโทษนะเจมส์ฉันไม่ได้รักนายจริงๆถึงอาจมีบางครั้งที่ฉันรู้สึกหวั่นไหวเพราะนายก็ตามแต่ตอนนี้เวลานี้หัวใจฉันมันอยู่ที่เขาคนนั้นแล้ว ขอโทษนะ YOY” เจมส์เดินยิ้มหน้าบานขึ้นมาบนบ้านก่อนจะเจอกับน้องสาวที่เปิดประตูออกมาพอดี

ทำไมวันนี้อารมณ์ดีจังล่ะค่ะพี่ชาย

ก็มีความสุข ไปนะ ฝันดีน้องรัก เจมส์พูดก่อนจะผละเดินเข้าห้องตัวเองไปปล่อยให้น้องสาวมองตามอย่างงุนงงกับท่าทีของตัวเองที่ดูแปลกๆไป -_-        

 

ข้อความ :
จากคุณ * :
 

 
    มีปัญหาทางเว็บ ติดต่อ [email protected] จำนวนผู้ชมเว็บแจ่มใสขณะนี้: 150 ท่าน

Line PM