Guest   
 
Username:
Password:




 


  
 



 
อ่านเรื่อง
Sweet Heart My Girl
ธัญธารา
จ้างให้ก็ไม่เป็นหรอก(แฟนน่ะ)
6
01/01/2533 00:00:00
754
เนื้อเรื่อง




    ด้านในมหาวิทยาลัย

     ท่ามกลางผู้คนที่พึ่งเดินทางมาถึงมหาลัย บ้างก็กำลังตามหาห้องเรียน บ้างก็นั่งเล่นคุยกันเพราะยังไม่ถึงเวลาเรียน ท่ามกลางผู้คนเหล่านั้น ข้าวปั้นก็เป็นอีกคนที่กำลังเดินมองซ้ายที ขวาที เหมือนหวาดระแวงอะไรบางอย่าง ถึงจะปลอมตัวแล้วก็เหอะ ยังไงซะเธอก็ต้องระวังตัวไว้ก่อนแต่ดูเหมือนว่าจะไม่มีใครสนใจเธอเท่าไหร่ บางคนก็มองแล้วพากันนิทราหน้าตาของเธอ นี่ถ้าไม่ปลอมตัวเธอก็ติดอันดับสาวงามของมหาลัยเหมือนกันแหละ แต่เธอไม่ชอบเรื่องประเภทนี้ทำให้หลายคนคิดว่าเธอเป็นพวกทอมที่ชอบเพศเดียวกัน

“นี่ข้าวปั้น” เสียงนามิดังขึ้นพลางเดินมาสะกิดเพื่อนสาว

“อะไร ตกใจหมด”

“ทำไมต้องทำท่าทางน่าสงสัยด้วยล่ะ เดี๋ยวเค้าก็หาว่าบ้าหรอก”

“อ้อ...นี่นามิเราแยกกันตรงนี้ก่อนนะฉันกลัวพวกนั้นจำได้ เพราะพวกนั้นรู้ว่าเราสนิทกัน แล้วตอนเที่ยงเจอกันนะ” ข้าวปั้นรีบบอกลานามิทันที ทำเอาเพื่อนที่ยืนอยู่ทำหน้า งงๆ แบบไม่รู้เรื่อง แต่ถึงจะสอบติดคณะเดียวกันแต่เธอกับนามิก็อยู่กันคนล่ะห้องเลยล่ะ ก็ดูผลสอบซิห่างกันเป็นโยชน์เลย  =_=*//

ระหว่างที่ข้าวปั้นกำลังเดินอย่างลุกลี้ลุกลนอยู่นั้นก็ไม่ทันมองเดินชนกับใครไม่รู้ที่โผล่ออกมาจากซอกตึกที่เธอกำลังขึ้นห้องเรียน

พลั่ง !! ~ ~ ~

“ขอโทษค่ะ” ข้าวปั้นรีบเอ่ยคำขอโทษทันทีแต่พอเงยหน้าขึ้นมองก็ต้องจ๊ะเอ๋กับใบหน้าที่คุ้นเคย คนที่เธอกำลังหลบหน้าอยู่ตอนนี้ คนที่ทวงสัญญาบ้าๆบอๆ ทำไมถึงซวยแบบนี้นะยัยข้าวปั้น เธอได้แต่ด่าตัวในใจดังๆ

“ไม่เป็นไรใช่มั้ยครับ ขอโทษด้วยจริงๆ พอดีผมกำลังตามหาคนอยู่น่ะครับ” ข้าวปั้นถึงกับสะดุ้งทันทีที่เขาพูดว่ากำลังตามหาคน งั้นแสดงว่าเขาต้องตามหาตัวเธออยู่แน่ๆ

“งั้นขอตัวก่อนนะค่ะ” ข้าวปั้นว่าพลางก้มหน้าก้มตารีบผละเดินหนีแต่ไม่ทันได้ถึงไหนเสียงทุ้มหนักๆก็เรียกเธอไว้ก่อน ทำให้เจ้าตัวต้องหยุดเดินทันที

“เราเคยเจอกันมาก่อนรึเปล่า” ชายหนุ่มว่าพลางเดินตรงมาที่เธอแล้วก้มมองดูเธออย่างชัดๆ ส่วนข้าวปั้นก็ใช้วิธีหันหน้าหนีไปทางอื่นก่อนจะตอบกับไปว่า

“อ้อ...สงสัยรุ่นพี่คงเคยเจอฉันวันรับน้องมั้งค่ะ ฉันก็รู้สึกคุ้นๆหน้ารุ่นพี่เหมือนกัน งั้นขอตัวก่อนนะค่ะ” ข้าวปั้นรีบเดินหนีทันทีทำเอาเรียวอิจิต้องยกมือขึ้นเกาหัวอย่าง งงๆ พลางคิดว่าอาจเป็นอย่างที่เธอว่าก็ได้ เค้าอาจเคยเจอเธอที่งานรับน้องก็เป็นได้ คิดได้เช่นนั้นก็รีบเดินตามหาคนที่อยากเจอต่อทันที

“เกือบซวยแล้วมั้ยล่ะยัยปั้นเอ้ย ดีนะที่จำไม่ได้จริงๆไม่งั้นตายแน่ๆ” ข้าวปั้นบ่นพึมพำเดินขึ้นบันไดมาอย่างอารมณ์ไม่ดี แถมอากาศตอนนี้ก็ร้อนด้วยยิ่งทำให้เธอหงุดหงิดไปใหญ่ แต่พอก้าวเท้าเข้าในห้องเรียนที่คิดว่าน่าจะเป็นห้องนี้ที่เธอต้องมาเรียนในอีกหนึ่งชั่วโมงข้างหน้าก็ต้องหยุดเดินแล้วมองดูคนที่ยืนกอดอกหันหลัง ใบหน้ามองออกไปข้างนอกหน้าต่างอย่างสงสัย ในใจก็คิดว่าทำไมข้างหลังดูคุ้นๆไงไม่รู้แต่ก็ไม่ได้คิดอะไรมาก สงสัยจะเป็นเพื่อนร่วมห้องที่มารอเรียนอยู่ก่อนก็ได้ เธอจึงตัดสินใจเดินไปนั่งที่เก้าอี้แล้ววางกระเป๋าลงที่โต๊ะก่อนจะถอนหายใจอย่างโล่งอกที่ผ่านเหตุการณ์น่าสะพรึงกลัวมาได้อย่างหวุดหวิด =_=*

“ปลอมตัวได้เนียนนิยัยเน่า” เสียงๆหนึ่งดังขึ้นและมันก็เป็นเสียงของชายร่างสูงที่ยืนกอดอกมองออกไปนอกหน้าต่างนั่นซะด้วยและที่ทำให้ข้าวปั้นสะดุ้งเห็นทีจะเป็นเสียงคำเรียกว่า ยัยเน่า นั่นตางหาก

“นาย?” ข้าวปั้นเดินตรงไปยังเจ้าของเสียงก่อนที่เจ้าตัวจะหันหน้ามาเผชิญกับเธออย่างจัง

O_O” (ข้าวปั้น)

^_^ ” (เจมส์) ไม่มีเสียงใดๆมีเพียงเสียงลมหายใจของคนสองคนและอาการตกตะลึงของข้าวปั้น นี่เธอหนีเสือปะจระเข้หรอเนี่ยยัยข้าวปั้น ทำไมถึงซวยซ้ำซวยซ้อนอย่างนี้นะ บ้าเอ้ย!!

“คิดว่าฉันจำเธอไม่ได้รึไงยัยหมวย”

“อะไร? อ้อ...ฉันว่าสงสัยคุณจะจำคนผิดแล้วล่ะ นี่ฉันเข้าห้องผิดหรอเนี่ย ขอโทษจริงๆนะค่ะ” ข้าวปั้นรีบทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ทันทีก่อนจะเดินหันหลังกลับแต่พอเดินได้ไม่กี่ก้าวก็มีมือหนาๆคว้าข้อมือเธอไว้จนเจ้าตัวต้องหันขวับทันที

“คิดว่าฉันโง่รึไง...ต่อให้เธอมุดเดินหนีก็หนีไม่พ้นหรอกนะ” เจมส์ว่าพลางกระตุกยิ้มที่มุมปากอย่างผู้ชนะ

“นายพูดเรื่องอะไร ฉันไม่รู้จักนายสักหน่อย กรุณาปล่อยมือฉันด้วย” เจมส์ยิ้มก่อนจะเอื้อมมือมาดึงฝอยเม็ดโตออกจะใบหน้าเธอโดยที่เธอไม่ทันตั้งตัว ก่อนที่เขาจะถอดแว่นตาเธอออกแล้วโยนมันทิ้งไป

“ไงล่ะ...คิดว่าเธอจะหลบฉันพ้นรึไงเมื่อเช้าฉันไปที่บ้านเธอมา”

“ไอ้บ้าเอ้ย!!” ข้าวปั้นร้องด่าเสียงดังก่อนจะใช้มัดต่อยเข้าที่หน้าเจมส์แต่ผิดคาด แทนที่เจมส์จะโดนต่อยแต่เขากับหลบมัดเธอได้แล้วใช้มือจับมัดเธอไว้แน่น  ก่อนจะกระชากข้อมือเธออย่างแรงจนเธอเสียหลักเซไปตามแรงดึงทำให้หน้าข้าวปั้นไปปะทะเข้ากับอกกว้างๆอย่างจัง ก่อนที่เจมส์จะก้มใบหน้าลงต่ำมาที่ข้างหูเธอจนทำให้รู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆที่เป่ารดซอกคอขาวๆของเธอ

“ระวังตัวเธอให้ดี เพราะฉันจะไม่ปรานีถึงจะเป็นผู้หญิงก็ตาม” เค้าพูดด้วยน้ำเสียงเรียบๆที่ฟังแล้วดูเย็นชาเหลือเกินจนเธอยังรู้สึกขนลุก หัวใจที่เต้นรัวกับความรู้สึกชาไปทั้งตัวทำให้ข้าวปั้นไม่สามารถขยับตัวไปไหนได้เลย ตั้งแต่เกิดมาเธอยังไม่เคยได้เข้าใกล้ผู้ชายคนไหนแบบใกล้ชิดขนาดนี้มาก่อนเลย เจมส์กระตุกยิ้มที่มุมปาก มันเป็นยิ้มที่ดูน่าขนลุกก่อนที่เค้าจะผละเดินจากไปปล่อยให้หญิงสาวที่กำลังยืนตัวแข็งทื่อปานต้นไม้ก็ไม่ปานยืนอยู่อย่างนั้น เขาจะรู้มั้ยว่าการกระทำเมื่อกี้ทำให้เธอช็อกมากแค่ไหน

หลังเลิกเรียน

“ข้าวปั้นเป็นอะไรรึเปล่าทำไมหน้าซีดจัง ไปหาหมอไหม หรือจะไปห้องพยาบาลแทน” นามิถามเพื่อนอย่างห่วงใยแต่กับได้รับเพียงความเงียบเพราะข้าวปั้นเอาแต่ทำหน้าตาซีดๆนั่งเหมือนกังวลอะไรบางอย่าง อย่างเห็นได้ชัด

“ข้าว” นามิร้องเรียกอีกครั้งจนเธอต้องสะดุ้ง

“ฮะ...ว่าไรนะ”

“เป็นไรรึเปล่าฉันเห็นเธอเป็นแบบนี้ตั้งแต่เที่ยงแล้วนะ”

“เปล่านิ แค่คิดอะไรเรื่อยเปื่อยเธออย่าสนใจเลย วันนี้เธอกลับก่อนเลยนะพอดีฉันต้องทำเวรที่ห้องเรียนด้วยกว่าจะกลับคงนานหน่อย ไงก็ฝากบอกแม่ด้วยนะ”

“เอางั้นหรอ”

“ไปซี้”

“รู้แล้วๆๆ ไม่เห็นต้องไล่เลย แต่ว่า ระวังไว้นะเผื่อมีผีโผล่มาตอนเธอทำความสะอาดห้อง” นามิว่าก่อนจะรีบวิ่งหนีออกนอกห้องเรียนไป พอเธอเลิกเรียนเธอก็ตรงดิ่งมาหาเพื่อนที่ห้องเรียนทันที ตอนนี้นักศึกษาก็กำลังทยอยกลับบ้านกันเป็นบางส่วน เหลือเพียงข้าวปั้นกลับเพื่อนสาวอีกคนที่ชื่อพราวท่านั้นที่ยังอยู่ในห้องเรียนเพราะเธอเป็นคู่ทำความสะอาดห้องเรียนกับข้าวปั้น

“ข้าวปั้นเรามาเริ่มทำความสะอาดกันดีกว่านะจะได้รีบกลับ” พราวว่าพลางเดินไปหยิบอุปกรณ์ทำความสะอาดออกมาจากห้องเล็กๆที่อยู่ติดกลับหลังห้องเรียน

“งั้นเธอกวาดเดี๋ยวฉันถูกเอง งั้นฉันจะจัดเก้าอี้รอนะ” ข้าวปั้นพูดอย่างเป็นมิตร ถึงจะรู้จักกันไม่นานแต่พราวก็ดูเหมือนว่าเธอจะไม่มีเพื่อนคนไหนมาคบเลย ข้าวปั้นเลยชวนให้พราวมาเข้ากลุ่มกับเธอซึ่งมีแค่เธอกับนามิแค่สองคนแล้วพราวก็ตอบตกลง ถึงตอนนี้ข้าวปั้นจะเลิกปลอมตัวแล้วกับมาแต่ตัวตามสภาพเดิมๆแต่เธอก็ยังต้องระวังอีกคน คือเรียวอิจิ

“หาตัวยากจังนะคุณ” เสียงทุ้มๆดังขึ้นก่อนที่ทั้งข้าวปั้นและพราวจะหันไปมองชายร่างสูงที่ยืนพิงขอบประตูอย่างสบายอารมณ์

“อ้าวพี่เรียว”

“พราว” ชายหนุ่มอุทานอย่างตกใจนิดๆ ทำให้ข้าวปั้นต้องหันไปมองพราวสลับกับเรียวอิจิว่าทำไมทั้งคู่ถึงรู้จักกันได้ล่ะ

“พี่ไม่รู้เลยนะว่าเราอยู่ห้องเดียวกับข้าวปั้น”

“นี่ๆ เราสนิทกันรึไงนายถึงต้องเรียกชื่อเล่นฉันเหมือนสนิทสนมขนาดนั้น” ข้าวปั้นโวยวายทันที

“นี่ข้าวปั้นรู้จักพี่เรียวด้วยหรอ” พราวถามอย่าง งงๆ

“ก็ข้าวปั้นเป็นแฟนพี่นิ”

“หา?/เฮ้ย!” ทั้งสองสาวร้องเสียงหลงพร้อมกันแต่คนล่ะคนพูด

“ใครแฟนนายพูดดีๆนะ” ข้าวปั้นถลาเข้าไปชี้หน้าเรียวทันที

“โธ่ ที่รัก นี่ยังไม่หายงอนอีกหรอ...พอดีเรามีเรื่องเข้าใจผิดกันนิดหน่อยน่ะพราว ตอนนี้พี่ก็กะว่าจะมารับข้าวปั้นไปส่งที่บ้านนะเนี่ย เอางี้เดี๋ยวเรื่องทำความสะอาดให้คนของพี่จัดการเถอะส่วนพราวก็กลับบ้านเถอะ”

“นายซากุระ!!” ข้าวปั้นตะคอกใส่หน้าเรียวอย่างโมโห คนที่เธอเกลียดที่สุดคือพวกพูดเองเออเองเนี่ยแหละ

“งั้นฉันกลับนะข้าวปั้น สงสัยเธอคงมีเรื่องต้องเคลียร์ ลานะค่ะรุ่นพี่เรียว” พราวรีบบอกลาเรียวอิจิทันทีก่อนจะผละออกไปแบบไม่อยากเป็น ก.ข.ค. ของใครแถวนี้

“พะ...พราว...นี่กลับมานะเราต้องทำเวรต่อนะ พราว” ข้าวปั้นตะโกนเรียกเพื่อนสาวแต่ก็ไม่เป็นผลเธอจึงหันมาเล่นงานตัวต้นเหตุที่ทำให้เพื่อนกลับไปก่อนเธอทันที

“ก็ผมบอกแล้วไงว่าเดี๋ยวให้คนผมจัดการ อีกอย่างกรุณาเรียกชื่อผมให้ถูกด้วย ผมชื่อซากุราอิ เรียวอิจิ ถ้ามันเรียกยากก็เรียกเรียวเฉยๆก็ได้”

“นายจะเอาไง...” ข้าวปั้นพูดด้วยน้ำเสียงเอาเรื่อง

ระหว่างทางกลับบ้าน

“บ้าเอ้ย...ยัยข้าวปั้นแกต้องบ้าไปแล้วแน่ๆที่ไปตอบตกลงเป็นแฟนกำมะลอให้หมอนั่นนะ โอ๊ย จะทำไงดีล่ะทีนี้”  ข้าวปั้นเดินไปบ่นไประหว่างทางเข้าซอยแต่ทำไมดูไม่มีคนเลยล่ะนี่ก็พึงจะสี่โมงครึ่งเองนะหรือว่าเธอจะเข้าซอยผิด

ปี๊น ~ ปี๊น ข้าวปั้นสะดุ้งทันทีที่มีเสียงแตร์รถดังขึ้นด้านหลังก่อนที่รถคันนั้นจะเคลื่อนตัวมาข้างทางตรงที่เธอยืนอยู่แล้วกระจกเงาดำก็เปิดลงเผยให้เห็นเจ้าของรถ

“จะกลับบ้านหรอข้าวปั้น” ไนท์นั่นเอง

“ค่ะ”

“ขึ้นรถซิเดี๋ยวไปส่ง”

“ไม่เป็นไรค่ะรุ่นพี่  ฉันว่าจะไปซื้อของต่อเกรงใจเปล่าๆ”

“ตามใจ งั้นพรุ่งนี้เจอกันที่ชมรมนะ” ไนท์บอกลาก่อนจะยกมือขึ้นบ๊ายบายเธอแล้วขับรถจากไป ดีนะที่เธอเข้าชมรมเทคอนโดที่มีไนท์เป็นหัวหน้าชมรมแต่ถ้ามีเจมส์หรือเรียวล่ะก็เธอไม่เข้าเด็ดขาดถึงจะเป็นกีฬาที่ชอบมากก็ตาม ส่วนเรื่องพี่รหัสเธอก็ยัง งงๆ อยู่ว่าคนที่ชื่อประติมาหรือที่ได้ยินทุกคนเรียกว่ากานต์น่ะเป็นใครตั้งแต่เปิดเรียนมาสองวันเธอยังไม่เห็นแม้แต่เงาหัวของรุ่นพี่รหัสคนนี้ด้วยซ้ำ เห็นใครๆก็ว่าเค้าเป็นเพื่อนพวกเรียวอิจิแต่เป็นคนที่ลึกลับมากไม่มีใครได้เจอเขาเท่าไหร่แต่พวกสาวๆก็ว่าเขาหล่อไม่แพ้พวกเรียวเลยแต่ดูเป็นคนที่เก็บตัวไม่ชอบแสดงตัวให้ใครเห็น แล้วนี่ชาตินี้เธอจะรู้รึเปล่าว่าพี่รหัสตัวเองอยู่ไหนกันแน่ทำไมไม่เคยเห็นอยู่กับพวกเรียวเลยล่ะถ้าเขาเป็นเพื่อนกันจริงน่ะ อีกอย่างวันพรุ่งนี้แล้วด้วยที่รุ่นน้องทุกคนต้องมารวมตัวกันกับรุ่นพี่รหัสของตัวเองแล้วให้รุ่นพี่รหัสช่วยสอนและแน่นำเกี่ยวกับเรื่องการเรียนให้

“เวรกรรมจริงๆ แล้วนี่ฉันจะไปหาไอ้รุ่นพี่ลึกลับนั่นได้ที่ไหนเนี่ย ทำไมถึงได้ซวยบ่อยแบบนี้นะยัยปั้นเอ้ย รุ่นพี่รหัสก็ดันเป็นคนลึกลับชอบเก็บตัวแล้วแบบนี้จะมาเรียนหาอะไรวะ เฮ้อ ~ -___- *

ปี๊นๆๆ เอาอีกแล้วๆคราวนี้ใครล่ะทีนี้

“อ้าวข้าวปั้นจริงด้วย ไปด้วยกันซิ” หลิวเอยชวนอย่างมีน้ำใจ

“ไม่ดีกว่าค่ะ ฉันต้องไปทำธุระต่อแล้วนี่รุ่นพี่บ้านอยู่ซอยนี้หรอค่ะ”

“เปล่าหรอก...พอดีไอ้เรียวมันนัดพวกเรามาที่บ้านไอ้กานต์น่ะไม่รู้ว่ามีเรื่องอะไรรึเปล่า ไม่ยักรู้ว่าบ้านเธอก็อยู่ซอยเดียวกับไอ้กานต์เลยนะเนี่ย” เอ๊ะ กานต์หรอ นี่รุ่นพี่รหัสฉันอยู่บ้านซอยเดียวกันงั้นหรอ

“กานต์หรอค่ะ”

“ใช่ ก็ไอ้กานต์รุ่นพี่รหัสเธอไง ว่าแต่ได้เจอกันบ้างรึยังล่ะ”  ข้าวปั้นส่ายหัวไปมาเป็นเชิงบอกว่าไม่

“ฮ่าๆๆ ฉันว่าคงยากหน่อยถ้าจะได้เห็นหน้าไอ้กานต์ พรุ่งนี้ซินะวันที่รุ่นน้องต้องตามหารุ่นพี่รหัสเพื่อให้บอกข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องเรียน เอางี้ถ้าเธออยากรู้ว่าไอ้กานต์มันไปมุดหัวอยู่ไหนเวลามาเรียนที่มหาลัยไม่ยากเลย เธอลองเดินเข้าไปดูในห้องสมุดตึกแปดดูแล้วกัน รับรองว่าเจอชัวร์”

“ห้องสมุดหรอค่ะ”

“อืม...แต่ก็เข้าไปแบบเงียบๆหน่อยแล้วกันไอ้กานต์มันไม่ชอบให้คนรบกวนเวลาอ่านหนังสือ”

“อ่านหนังสือ” อ้อ ที่แท้รุ่นพีรหัสฉันก็เป็นพวกหนอนหนังสือดีๆตัวหนึ่งนี่เอง =_=*

“ฉันคงบอกได้แค่นี้นะถ้าอยากรู้เพิ่มเติมก็มาหาฉันได้ที่ห้องซ้อมดนตรีทางตึกเจ็ด บาย” รถทรงญี่ปุ่นคันสวยสีดำวิ่งจากไปแล้วแต่ฉันก็ยังยืนอ๋ออยู่ที่เดิม นี่ฉันควรต้องไปห้องสมุดวันพรุ่งนี้ดีมั้ยเนี่ย คิดแล้วสยองทำไมพี่รหัสฉันถึงเป็นคนลึกลับจังนะ

ในห้องนอนเข้าปั้นที่กำลังนอนแผ่หลาโดยมีโทรศัพท์แนบหูอยู่ที่เตียงก็ต้องยกมือถือออกจากหูโดยอัตโนมัติเมื่อปลายสายร้องเสียงอย่างกับจะมีข้าศึกบุกบ้าน

“จะหาทำไมล่ะ ฉันว่าเธอช่วยฉันคิดดีกว่าว่าจะเอาไงต่อ_ดี”

“ไม่เห็นอยากก็ทำตามข้อเสนอเขาไง”

“บ้าหรอนามิ”

“คิดดูดีๆซิเค้าแค่ให้เธอช่วยเป็นแฟนกำมะลอเพราะมีผู้หญิงมาตามติดเขาแถมยังจะให้เงินเธออีกถ้ายอมเป็นแฟนเค้าหนึ่งเดือนเต็ม แถมเงินตั้งเป็นหมื่นแนะ”

“ถึงให้เป็นล้านก็ไม่อยากทำอยู่ดี เธอรู้มั้ยหมอนั่นเอาเรื่องที่ฉันกระทืบเขาขู่ว่าถ้าไม่ทำก็จะบอกเรื่องนี้กับแม่ฉัน ฉันเลยต้องตอบตกลงไปอย่างไม่มีทางเลือก”

“ดีแล้วแค่เดือนเดียว จิ๊บๆ”

“จิ๊บบ้านเธอซิ เธอต้องช่วยฉันนะนามิ”

“ข้าวปั้นฟังนะเธอเคยได้ยินคำนี้มั้ย อัตตาหิ อัตตะโน นาโถ ตนแลเป็นที่พึ่งแห่งตน”

“สาธุ...(/_|_\) ทำไมไม่บวชชีเลยล่ะแม่คุณ”

“ว่าจะบวชอยู่นะ”

“ประชดใช่มั้ยเนี่ย =_= :;

      บ้านของกานต์

                     “เฮ้ยกานต์อีกเจ็ดวันก็จะถึงวันเกิดแกแล้วนะเว้ยแกไม่สนใจเรื่องจัดงานเลยรึไงวะ” ไนท์พูดอย่างหมั่นไสเพื่อนตัวเอง ก็ดูมันซิเอาแต่นั่งอ่านหนังสือบ้าๆบอๆอยู่ได้ไม่รู้จะเป็นหนอนหนังสือไปถึงไหนกันนะ

                      “เฮ้ยกานต์พรุ่งนี้เดี๋ยวน้องรหัสแกจะไปหานะเว้ยเพราะพรุ่งนี้เขาให้รุ่นพี่แนะนำเรื่องเรียนให้รุ่นน้อง เห็นอาจารย์บอกว่าอีกหนึ่งเดือนคณะเราจะมีการไปออกค่ายอาสาที่ต่างจังหวัดยังไงแกก็อย่าทำหน้าโหดตลอดเวลาแล้วกันเดี๋ยวรุ่นน้องเขาจะกลัวจนไม่กล้ามาขอคำปรึกษาแก” หลิวร่ายยาวขนาดที่สายตากำลังจับจ้องมองเกมส์ที่กำลังเล่นแข่งกับเจมส์แต่ดูเหมือนกานต์จะไม่สนใจเท่าไหร่เขาแค่เงยหน้ามองเพื่อนชายเพียงแวบเดียวก็ก้มหน้าก้มตาอ่านหนังสือต่อ

                      “เรื่องวันเกิดแกเดี๋ยวพวกฉันจะจัดการให้เองแกไม่ต้องห่วง” เรียวอิจิว่าก่อนจะเดินไปหยิบหนังสือนิตายสารมาอ่านที่โซฟาอย่างสบายใจ

                “อ้อ...ไอ้กานต์ถ้าแกสนใจอยากได้สาวๆสักคนมาควงในวันเกิดก็บอกฉันกับไอ้หลิวได้นะเว้ยเดี๋ยวจัดให้ตามต้องการเลยวะเพื่อน ฮ่าๆๆ” ไนท์พูดพร้อมกับปล่อยฮาออกมาเสียงดัง กานต์ได้แต่มองด้วยสายตาที่บอกว่า แกอย่ามายุ่งกับฉันได้มั้ยไม่งั้นแกตายแน่ ไนท์ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้แล้วเริ่มกินขนมกับเบียร์ต่ออย่างอารมณ์ดี ไนท์กับหลิวจัดได้ว่าเป็นคาสโนวาตัวยงเลยก็ว่าได้ขอบอกว่าสองคนนี้ใช้ทรัพยากรผู้หญิงเปลืองม๊ากกก....แบบว่าครบแล้วทิ้งมาไม่รู้กี่รายแล้วแต่ถ้าจะให้นับคงสับสนแย่เลยแต่สองคนนี่ก็ยังสู้อีกคนไม่ได้  เจมส์ ขนาดเพลย์บอยยังเรียกพ่อ คาสโนวายังเรียกพี่  เขายิ่งใช้ทรัพยากรผู้หญิงเปลืองกว่าสองคนนี้ซะอีกวันหนึ่งคบทีละสามคนแนะ ถ้าจะถามว่าเค้าควงทีเดียวสามได้ไงน่ะหรอไม่เห็นยากก็ตอนเช้าหนึ่งคน ตอนเที่ยงหนึ่ง ตอนเย็นหนึ่ง แบบนี้เรียกว่าสามเวลาหลังอาหารเลยก็ว่าได้ =_+*----- ดีนะที่ไม่มีก่อนนอนด้วย *O*  พอครบวันหนึ่งเสร็จเขาก็เขี่ยทันที (หมายถึงเขี่ยทิ้งน่ะ) ส่วนเรียวไม่ค่อยจะสนเรื่องพวกนี้เท่าไหร่แต่ก็ยังมีผู้หญิงบางส่วนมาติดเขาบ้างโดยเฉพาะ นีน่า ดาวมหาลัย ขอบอกว่าเกาะหนึบยิ่งกว่าตุ๊กแกซะอีก ส่วนกานต์น่ะหรอไม่ต้องพูดถึงหรอกรายนี้น่ะ เรื่องนี้ไม่มีวันแม้แต่หางตาเขายังไม่มองด้วยซ้ำ  คนนี้น่ะหายใจเข้าเป็นหนังสือหายใจออกก็เป็นหนังสืออีกอยู่ดีจนไนท์กับหลิวชอบแซวอยู่บ่อยๆว่า  ระวังเหอะแกจะมีลูกหน้าเหมือนหนังสือหรือไม่ก็มีเมียเป็นหนังสือ’ =_=
ข้อความ :
จากคุณ * :
 

 
    มีปัญหาทางเว็บ ติดต่อ [email protected] จำนวนผู้ชมเว็บแจ่มใสขณะนี้: 174 ท่าน

Line PM